แพทย์อิตาลีติดโควิดกว่า 2,600 ราย ตายแล้ว 13 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618271

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 14:45 น.

แพทย์อิตาลีติดโควิดกว่า 2,600 ราย ตายแล้ว 13

ทีมแพทย์อิตาลีที่สู้กับโคโรนาไวรัสในแนวหน้าติด Covid-19 เสียชีวิตแล้ว 13 ราย ติดเชื้ออีก 2,629 ราย ขณะที่รัฐบาลยืดระยะเวลาปิดเมืองไปจนถึงเดือน เม.ย.

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แห่งชาติอิตาลีเผยว่า ล่าสุดมีแพทย์เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย โดยทั้ง 5 รายอายุระหว่าง 62-73 ปี บางรายเป็นแพทย์เกษียณอายุแล้วและกลับมาช่วยรักษาคนในชุมชน รวมแล้วมีแพทย์เสียชีวิตทั้งหมด 13 ราย

นอกจากนี้ ยังมีแพทย์อีก 2,692 ราย หรือคิดเป็น 8.3% ของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ และ 0.3% ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดเชื้อโคโรนาไวรัส ทำให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในยามที่ประเทศกำลังต้องการแพทย์มากที่สุด

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เป็นด่านหน้าและต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้อ และยังชี้ให้เห็นว่าอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อสำหรับทีมแพทย์ยังขาดแคลน

ขณะที่ โรแบร์ตา เร พยาบาลในโรงพยาบาลปิอาเซนซาในแคว้นเอมีเลียโรมานญาซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากแคว้นลอมบาร์ดี เผยกับสำนักข่าว Guardian ว่า “ฉันขอเปรียบประสบการณ์ครั้งนี้ว่าเหมือนกับสงครามโลก แต่มันเป็นสงครามที่ไม่สามารถใช้อาวุธแบบปกติต่อสู้ และเราก็ยังไม่รู้จักศัตรู ซึ่งทำให้การต่อสู้ยากขึ้น อาวุธเดียวที่เรามีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงคือการอยู่บ้านและเคารพคำสั่งรัฐบาล ทำสิ่งที่ผู้คนในจีนทำและมันก็ได้ผลมาแล้ว”

เธอยังกล่าวอีกว่า “ปกติฉันเป็นคนที่มีความสุขนะ ฉันจะพูดคุยและล้อเล่นกับทุกๆ คน แต่ตอนนี้บางวันฉันก็ร้องไห้และหดหู่มาก”

เจ้าชายโมนาโกเคยเสด็จร่วมงานปริ้นชาลส์ ก่อนทรงประชวรโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618268

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 14:09 น.

เจ้าชายโมนาโกเคยเสด็จร่วมงานปริ้นชาลส์ ก่อนทรงประชวรโควิด

สัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมุขแห่งโมนาโกจะประกาศติดเชื้อโควิด ทรงเสด็จออกงานร่วมกับเจ้าฟ้าชายชาสล์แห่งอังกฤษ

สืบเนื่องที่เมื่อวันพฤหสับดี (19 มีนาคม) สำนักพระราชวังโมนาโกออกแถลงการณ์ว่า เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 พระประมุขแห่งราชรัฐโมนาโก ทรงประชวรติดเชื้อไวรัสโควิด ซึ่งนับว่าพระองค์เป็นประมุของค์แรกของโลกที่ติดเชื้อดังกล่าว

ส่งผลให้สื่อในอังกฤษต่างรายงานว่า ช่วง9วันก่อนหน้านั้น เจ้าชายอัลแบร์แห่งโมนาโกทรงมีประวัติเสด็จมายังกรุงลอนดอน เพื่อเสด็จออกงานการกุศลร่วมกับเจ้าฟ้าชายชาลส์ โดยการนี้ทั้งสองพระองค์ยังร่วมโต๊ะประชุมหารือ และเสวยพระกระยาหารกลางวันร่วมกัน

สำหรับเจ้าชายอัลแบร์ทรงไม่ได้มีพระอาการรุนแรง และแยกประทับกักตัวในอพาร์เมนต์ส่วนพระองค์เพื่อทรงงานกับรัฐบาลต่อไปผ่านวิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ส่วนเจ้าฟ้าชายชาลส์ ทางพระตำหนักคลาเรนส์เฮาส์ และสำนักพระราชวังบักกิงแฮมยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆอย่างเป็นทางการ มีเพียงสื่อในอังกฤษอ้างแหล่งข่าวในราชสำนักว่าพระองค์ยังไม่มีอาการประชวรใดๆ

จีนไม่เจอพลเมืองติดโควิดใหม่เป็นวันที่สอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618257

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 12:40 น.

จีนไม่เจอพลเมืองติดโควิดใหม่เป็นวันที่สอง

จีนไม่พบพลเมืองในประเทศติดโควิดรายใหม่เป็นวันที่สอง เจอแต่ผู้ติดเชื้อจากต่างชาติ 39 คน

สื่อทางการจีนรายงานว่าวันนี้ (20 มีนาคม) นับเป็นวันที่สองที่จีนไม่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่เป็นวันที่สองติดต่อกัน มีเพียงพบแต่ผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 39 ราย

ขณะที่ยอดเสียชีวิตรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 3,248 เพิ่มจากวันก่อนหน้า 2 ราย

กลุ่มผู้ติดเชื้อใหม่ทั้ง 39 ราย พบมากสุดในมณฑลกวางตุ้ง 14 ตามด้วยเซี่ยงไฮ้ 8 และปีกกิ่ง 6 ส่วนที่เหลือกระจายในเทียนจิน เหลียวหนิง เจ้อเจียง และเสฉวน ส่วนผู้เสียชีวิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 3,248 เพิ่มจากวันก่อนหน้าเพียง 2 ราย

เจ้าชายอัลแบร์ที่2 ประมุขแห่งโมนาโก ประชวรติดเชื้อโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618246

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 10:53 น.

เจ้าชายอัลแบร์ที่2 ประมุขแห่งโมนาโก ประชวรติดเชื้อโควิด

เจ้าชายอัลแบร์ทรงถือเป็นพระประมุของค์แรกของโลกที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

สำนักพระราชวังโมนาโก ออกแถลงการณ์ระบุว่า เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 ประมุขแห่งโมนาโก พระชนมายุ 62 พรรษา ทรงประชวรด้วยการติดเชื้อไวรัสโควิด แต่พระอาการไม่รุนแรงมาก โดยทรงประทับกักตัวในอพาร์เมนต์ส่วนพระองค์เพื่อทรงงานต่อไปผ่านวิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ในคำแถลงของสำนักพระราชวัง พระองค์ยังทรงเรียกร้องให้ชาวโมนาโกปฏิบัติตามมาตรการกักกันตัวเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ

สำหรับโมนาโก ราชรัฐขนาดเล็กทางใต้ของฝรั่งเศสซึ่งมีประชากรราว 38,300 พบผู้ติดเชื้อโควิดสะสมรวมที่ 10 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

แคลิฟอร์เนียขอให้ประชาชน 40 ล้านอยู่แต่ในบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618244

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 10:17 น.

แคลิฟอร์เนียขอให้ประชาชน 40 ล้านอยู่แต่ในบ้าน

ผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนียออกคำสั่งให้พลเมือง 40 ล้านคน กักตัวอยู่แต่ในบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดโควิด หลังยอดติดเชื้อพุ่ง

นายเกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ออกแถลงการณ์คืนววันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ให้พลเมืองของรัฐที่มีราว 40 ล้านคน อยู่แต่ในเคหะสถาน เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 หลังแคลิฟอร์เนียมียอดผูติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น 908 ราย เสียชีวิตแล้ว 18 คน

แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นอันดับสามของสหรัฐ รองจากอันดับสองรัฐวอชิงตันซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 1,376 ราย และอันดับหนึ่งรัฐนิวยอร์กซึ่งอยู่ที่อย่างน้อย 5,000 ราย

“เราจำเป็นต้องลดการแพร่กระจายของไวรัสในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผมคิดว่าเราควรต้องทำอะไรให้มากขึ้นกว่าเดิม” นิวซอมกล่าว

เช่นเดียวกับนายเอริก การ์เซตติ นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส ก็ได้ออกคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน และจำกัดการทำกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมด

คำสั่งดังกล่าวมีข้อยกเว้นแต่ให้ประชาชนสามารถเดินทางไปซื้อของใช้ที่จำเป็นเช่น ร้านขายยา ซุปเปอร์มาร์เก็ต สถานีบริการน้ำมัน ส่วนโรงภาพยนตร์ โรงยิม บาร์และร้านอาหารจะถูกงดให้บริการชั่วคราวเช่นกัน เว้นแต่ร้านอาหารที่ให้บริการสั่งซื้อกลับบ้านหรือเดลิเวอร์รี่จะยังคงให้บริการอยู่

นอกจากนี้นายนิวซอมยังได้ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์ว่า จากการประเมินของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐแคลิฟอร์เนียคาดว่า ชาวแคลิฟอร์เนียประมาณ 25.5 ล้านคน หรือ 56% ของจำนวนชาวแคลิฟอร์เนียทั้งหมด จะติดไวรัสโควิด-19 ในอีก 8 สัปดาห์ข้างหน้า เมื่อประเมินจากอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

ด้วยเหตุนี้ ผู้ว่าฯ รัฐแคลิฟอร์เนียจึงขอให้ปธน.ทรัมป์ ส่งเรือพยาบาล USNS Mercy มายังท่าเรือลอสแอนเจลิสและให้ประจำการไปจนถึงวันที่ 1 ก.ย. เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจนอาจเกินขีดความสามารถที่การบริบาลผู้ป่วยของรัฐจะรับไหว

สงครามไอโอ! รัสเซียปล่อยข่าวปลอมไวรัสทำยุโรปแตกตื่นจนแตกแยก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618214

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 22:24 น.

สงครามไอโอ! รัสเซียปล่อยข่าวปลอมไวรัสทำยุโรปแตกตื่นจนแตกแยก

สงครามไอโอกำลังดุเดือดระหว่างยุโรปกับรัสเซีย เช่นเดียวกับจีนที่โจมตีสหรัฐเช่นกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์เข้าถึงเอกสารของสหภาพยุโรปที่ระบุว่า สื่อรัสเซียใช้แผนการบิดเบือนข้อมูลอย่างหนักเพื่อโจมตียุโรปและประเทศตะวันตกเพื่อปลุกปั่นให้หวาดกลัวการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่จนเกิดความตื่นตระหนกและเกิดความไม่ไว้วางใจในประเทศตะวันตก

เอกสารภายในลงวันที่ 16 มีนาคมระบุว่า “แผนการบิดเบือนข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญโดยสื่อของรัฐบาลรัสเซียและสื่อที่นิยมรัฐบาลรัสเซียเกี่ยวกับ COVID-19 กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้”

เอกสารชี้ว่า จุดประสงค์ของการบิดเบือนข้อมูลรัฐบาลรัสเซียคือการทำให้วิกฤตสาธารณสุขของประชาชนในประเทศตะวันตกรุนแรงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระดับครอบคลุมของรัฐบาลรัสเซียที่พยายามจะล้มล้างสังคมยุโรป

หน่วยงาน Stratcom East ของสหภาพยุโรปซึ่งจัดการกับการบิดเบือนข้อมูลที่เล็ดลอดออกมาจากรัสเซียกล่าวว่าพบการบิดเบือนข้อมูลเกือบ 80 รายเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม โดยข้อมูลบิดเบือนที่นำมาเผยแพร่คือไวรัสตัวนี้ถูกเพาะขึ้นมาโดยของมนุษย์ และเป็นอาวุธชีวภาพของประเทศตะวันตก”

แต่รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างแข็งขัน โฆษกกระทรวงต่างประเทศ Dmitry Peskov กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “หากมีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเพียงตัวอย่าวเดียว ผมก็จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่นี่เป็นอีกครั้งที่พวกเขาตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง”

สหรัฐเสนอแจกเงินประชาชนคนละ3หมื่น เด็กยังได้1.5หมื่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618218

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 21:41 น.

สหรัฐเสนอแจกเงินประชาชนคนละ3หมื่น เด็กยังได้1.5หมื่น

หลังจากญี่ปุ่นเสนอแจกเงินไป วันต่อมาสหรัฐเผยแผนการที่จะแจกเงินสดให้ประชาชนเช่นกัน

สตีเวน มนิวชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐเสนอแผนการแจกเงินให้ประชาชนโดยตรงคนละ 1,000 เหรียญสหรัฐสำหรับผู้ใหญ่ (ราว 32,600 บาท) และแจกให้เด็กคนละ 500 เหรียญสหรัฐ (ราว 16,300 บาท) ภายในเวลา 3 สัปดาห์หากรัฐสภาสนับสนุนแผนการนี้

“ท่านประธานาธิบดีมีความมุ่งมั่นว่าเราจะให้การสนับสนุน” มนิวชิน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ Fox Business

แผนการแจกเงินสดให้กับครอบครัวชาวอเมริกันทุกคนกำลังเริ่มได้รับแรงสนับสนุนในสภาคองเกรส เนื่องจากเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหนุนเศรษฐกิจที่ใกล้จะหยุดชะงักเพราะผลกระทบจากการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ในเวลานี้ชาวอเมริกันกำลังหยุดการใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของไวรัส ซึ่งหมายถึงการหยุดการจับจ่ายตามปกติ ส่วนตลาดหุ้นยังติดลบต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องอาศัยการกระตุ้นการใช้จ่าย โดยรัฐบาลจะใช้วิธีแจกเงินเพื่อหมุนฟันเฟืองเศรษฐกิจให้ขับเคลือนอีกครั้ง

ทำเนียบขาวขอให้สภาคองเกรสเพิ่มเงินอีก 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้จะเป็นเงินสดที่แจกให้ชาวอเมริกันรวม 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนอีก 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐจะให้สายการบินที่ประสบปัญหากู้ยืม และ 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐจะอัดฉีดภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตนี้

วันที่โรคระบาดบุกสยาม เกิดอะไรขึ้นเมื่อคนไทย2ล้านคนติดเชื้อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618205

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 20:12 น.

 วันที่โรคระบาดบุกสยาม เกิดอะไรขึ้นเมื่อคนไทย2ล้านคนติดเชื้อ

นี่คือสงครามที่เอาชนะได้ยากที่สุด เมื่อทหารไทยไปรบกับโรคระบาดใหญ่ในยุโรปแต่นำมันกลับมาบ้านเกิดด้วย

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโรคระบาดที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนโจมตีประเทศไทยจนเอาไม่อยู่ และมีประชาชนนับบ้านคนต้องติดเชื้อ? นี่ไม่ใช่สถานการณ์สมมติของโควิด-19 ที่อาจจะถล่มไทยในเร็วๆ นี้ แต่เป็นโรคระบาดที่เลวร้ายยิ่งกว่า เป็นการระบาดที่ถูกเปรียบเทียบกับโควิด-19

ในเดือนสิงหาคม 1918 ไข้หวัดใหญ่สเปนที่เริ่มเล่นงานสหรัฐอย่างหนักหน่วง ในเดือนกรกฎาคมมาโผล่ที่เมืองเบรสต์ ประเทศฝรั่งเศสพร้อมกับทหารอเมริกันที่เดินทางมาช่วยฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เชื้อไวรัสได้กลายพันธุ์จนมีความรุนแรงกว่า ในช่วงเดียวกันนั้นสงครามโลกครั้งที่ 1 กำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน

ก่อนหน้านั้น 1 เดือนกองกำลังทหารอาสาจากประเทศสยามได้เดินทางมาถึงเมืองมาร์กเซยเมืองท่าทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเพื่อมาช่วยฝ่ายสัมพันธมิตรรบ ในเวลานั้นทหารชาวสยามยังห่างไกลจากโรคระบาดเพราะเมืองเบรสต์อยู่ทางตอนเหนือ แต่พวกเขาจะไม่มีทางรอดจากมัน เพราะต้องขึ้นเหนือไปที่แนวรบอยู่ดี

ในเวลานั้นความสนใจยังมุ่งอยู่ที่การรบ บันทึกจากยุคนั้นก็ให้น้ำหนักไปที่การรบมากว่าและเอ่ยถึงโรคระบาดเล็กน้อย ทั้งๆ ที่โรคนี้กำลังฆ่าคนอย่างรวดเร็วและในอนาคตมันจะทำให้ประชากรโลกติดเชื้อไปถึง 25–30%

ในหนังสือ “แหล่เทศน์ประวัติกองทหารบกรถยนตร์ ซึ่งไปในงานพระราชสงคราม ทวีปยุโรป” แต่งโดย สิบเอก เคลือบ เกษร ทหารชาวสยามที่ไปรับในฝรั่งเศสและเยอรมนีเล่าถึงการเสียชีวิตของทหารสยามหลายคนด้วยอาการที่เรียกว่า “โรคอนิวมูเนีย” หรือนิวมอเนีย (โรคปอดบวม) โดยบอกว่าเป็นเพราะอากาศที่หนาวจัดจน “บางคนทนหนาวจนปอดตัวเสีย”

สิบเอก เคลือบ เกษรได้บันทึกชื่อทหารสยามที่หนาวตาย (หรือตายเพราะนิวมอเนีย) เอาไว้ทุกคนตั้งแต่พลทหาร จนถึงนายทหาร แม้แต่แพทย์รักษาทหาร เช่น นายดาบเยื้อน สังอยุธ ก็เสียชีวิต และมีนายหนึ่งถูกระเบิดจนได้รับบาดเจ็บพอรักษาหายก็มาเป็นนิวมอเนียเสียชีวิต

สิบเอก เคลือบเล่าไว้ว่า “ผู้ที่หนาวตายในกองรถยนตร์ รวมได้แปดคนไม่กลับเมืองไทย” อาการของผู้ป่วยมีตั้งแต่มีไข้หวัด หมดสติ หนาวสั่นจนขยับตัวไม่ได้

ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่มีทหารชาวสยามเสียชีวิตในการรบเลย แต่ในบรรดาทหาร 19 นายที่สละชีพในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีถึง 10 นายต้องเสียชีวิตในโรงพยาบาลเพราะสิ่งที่สิบเอกเคลือบเรียกว่า “นิวมอเนีย”

นักวิชาการทุกวันนี้ระบุว่าสิ่งที่สิบเอก เคลือบคิดว่าเป็นนิวมอเนียนั้นที่แท้จริงแล้วมันคือไข้หวัดใหญ่สเปนที่ระบาดไปทั่วสมรภูมิของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ทหารอเมริกันตายนอกสนามรบยิ่งกว่าในสนามรบ แต่ในขณะเดียวกันไข้หวัดใหญ่ก็ระบาดในหมู่ศัตรูคือฝ่ายฝ่ายมหาอำนาจกลางจนติดเชื้อกันมาก บั่นทอนแสนยานุภาพการรบจนต้องยอมแพ้ในที่สุด

แต่ไข้หวัดใหญ่สเปนทำไมจึงถูกเข้าใจว่าเป็นโรคปอดบวม?

นั่นก็เพราะไข้หวัดใหญ่สเปนไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้คนตาย เพราะในไข้หวัดใหญ่สเปนนอกจากจะมีเชื้อไข้หวัด (influenza) ยังมีโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial pneumonia) เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตด้วย พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้วนอกจากป่วยเป็นไข้หวัดแล้วยังอาจป่วยเป็นโรคปอดด้วยเพราะมันเล่นงานระบบทางเดินหายใจไปพร้อมๆ กัน

แต่จากการศึกษาโดยสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ (NIAID) พบว่า โรคปอดบวมต่างหากที่ทำให้คนตายมากที่สุดในการระบาดเมื่อปี 1918 จากการศึกษาตัวอย่างปอดของคนไข้เมื่อ 100 ปีก่อนที่เก็บรักษาเอาไว้

ดังนั้นที่สิบเอก เคลือบ เกษรบอกว่าทหารสยามเสียชีวิตเพราะนิวมอเนียจึงไม่ใช่ความเข้าใจผิดเสียทีเดียว แต่เป็นความจริงที่คนสมัยนั้นไม่ทราบ กว่าจะทราบก็ใช้เวลาอีก 100 ปีต่อมา

อาการเหล่านี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับการระบาดของโควิด-19 พอสมควรเพราะไม่ใช่แค่ไข้หวัดเท่านั้นที่เล่นงานร่างกาย แต่เป็นอาการปอดอักเสบ/ปอดบวมด้วย

เมื่อทหารอาสาเดินทางจากยุโรปกลับมาที่สยาม พวกเขาได้นำโรคระบาดใหม่กลับมาด้วย และมันระบาดในประเทศอย่างหนัก ในปีพ.ศ. 2462 (ค.ศ. 1919) ประชากรของประเทศสยามอยู่ที่ 8,478,566 คน มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ถึง 2,317,633 คน คิดเป็นอัตราการติดเชื้อถึง 36.6%

ชาวสยามเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สเปนถึง 80,263 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 1.0%

ในเวลานั้นประเทศสยามยังแบ่งการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาลต่างๆ ปรากฎว่ามณฑลที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ มณฑลปราจีน (ได้แก่เมืองปราจีนบุรี เมืองชลบุรี เมืองนครนายก เมืองฉะเชิงเทรา เมืองบางละมุง เมืองพนัสนิคม และเมืองพนมสารคาม) มีผู้ติดเชื้อคิดเป็นร้อยละของประชากร 42.3%

แต่มณฑลที่มีคนเสียชีวิตมากที่สุดคือมณฑลพายัพ (นครเชียงใหม่บวกกับเมืองแม่ฮ่องสอนและเมืองเชียงราย นครลำปาง นครลำพูน นครน่าน นครแพร่ เมืองเถิน) มีอัตราการตาย 1.5%

ไข้หวัดใหญ่สเปนเป็นภัยคุกคามที่เลวร้ายที่สุดในเวลานั้น นับเป็นโชคร้ายที่ประเทศสยามพบกับโรคระบาดติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน ดังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า “ไม่มีเหตุใดจะเปรียบเทียบได้กับกาฬโรคเมื่อ พ.ศ. 2460 หรือไข้หวัดใหญ่ พ.ศ. 2461 หรืออหิวาตกโรคเมื่อ พ.ศ. 2462”

แต่หลังจากสามปีแห่งความยากลำบาก วิบากกรรมของประเทศสยามก็จบสิ้นลง

แต่ไข้หวัดใหญ่ยังคงแผลงฤทธิ์ต่อไปจนถึงปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) ในปีสุดท้ายของการระบาดนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ในฐานะรัชทายาทของประเทศสยามทรงประชวรด้วยโรคไข้หวัดใหญ่/ปวดบวม จนทิวงคตระหว่างเสด็จไปยังสิงคโปร์

แม้ว่าจะยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัด แต่นักวิชาการต่างชาติบางคนเชื่อว่าทิวงคตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สเปน

ในวันนี้ โควิด-19 กลายเป็นโรคระบาดใหญ่โรคใหม่ที่เข้ามารุกรานประเทศไทย สถานการณืเริ่มที่จะใกล้เคียงการระบาดของไข้หวัดสเปนเมื่อ 100 กว่าปีก่อน เมื่อ รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คาดการณ์ว่าในระยะ 12 เดือน อาจจะมีผู้ติดเชื้อในไทยถึง 1.1 ล้านคน

แต่สิ่งที่ต่างจากไข้หวัดสเปนคือ หากครั้งนี้มีผู้ติดเชื้อหลักล้านจริง แต่ 80% จะมีอาการน้อย ส่วนไข้หวัดสเปนมีอัตราการตายสูงมาก

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

ภาพทหารอาสาชาวสยามกำลังเดินทางไปแนวหน้าของสงครามโลกครั้งที่ 1 จากหนังสือ Fighting America’s fight

สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (1) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618204

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 19:10 น.

สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (1)

มีการศึกษาพบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพามาสู่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น

หลังจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ระบาดอย่างหนัก บรรดาสื่อมวลชนตะวันตกพากันประโคมข่าวใหญ่ว่าไวรัสร้ายมีต้นกำเนิดจากสัตว์ในตลาดสดแห่งหนึ่งของเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน

ทว่าการรายงานของสื่อมวลชนจีนและญี่ปุ่นอาจพลิกเปลี่ยนความเข้าใจที่สื่อมวลชนตะวันตกชี้นำ เพราะมีการศึกษาพบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น หลากหลายตำแหน่งแห่งหน แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพาสู่ตลาด

หากพูดอย่างชัดเจนตามการรายงานของสื่อมวลชนตะวันออก ดูเหมือนว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มีต้นกำเนิดในจีนอย่างที่กำลังเข้าใจกัน แต่อาจมีต้นกำเนิดจากประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ในอีกซีกโลกอย่าง “สหรัฐ”

• คณะนักวิจัยจีนสรุป “ไวรัสก่อโรคโควิด-19” มีต้นกำเนิดอยู่นอกแผ่นดินจีน

เหล่านักวิจัยทางการแพทย์ของจีนได้เก็บรวบรวมตัวอย่างพันธุกรรม (genome) ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน และลงความเห็นว่าไวรัสสายพันธุ์นี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดที่ตลาดอาหารทะเลหัวหนาน แต่มีแหล่งที่มาหลากหลายอันมิอาจระบุได้

สื่อทางการจีนอย่างโกลบอล ไทม์ส (Global Times) รายงาน (22 ก.พ.) อ้างอิงการศึกษาของนักวิจัยชาวจีน ที่บ่งชี้ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจเริ่มแพร่ระบาดระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์จากพื้นที่อื่นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา

ผลการศึกษาข้างต้นที่เผยแพร่ผ่านไชน่าซีฟ (ChinaXiv) แหล่งรวบรวมงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างเสรี ระบุว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ถูกนำเข้าสู่ตลาดและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเพราะมีผู้สัมผัสใกล้ชิดจำนวนมาก

นักวิจัยชาวจีนผู้ทำการศึกษาใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรม แหล่งการติดเชื้อ และเส้นทางการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งถูกคัดแยกสายพันธุ์ (variation) มาจากผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ทั่วจีน

ผลการศึกษาสันนิษฐานว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรก (patient zero) แพร่เชื้อไปยังคนงานหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ซึ่งมีความแออัดของฝูงชนที่เอื้อต่อการส่งต่อเชื้อไปยังกลุ่มลูกค้า นำไปสู่การระบาดวงกว้างในต้นเดือนธันวาคม 2019

หน่วยงานการแพทย์และ “หน่วยข่าวกรอง” ของจีนจึงทำการค้นหาต้นกำเนิดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นวงกว้างและอย่างรวดเร็ว โดยเก็บตัวอย่างพันธุกรรมเกือบ 100 ตัวอย่างจาก 12 ประเทศใน 4 ทวีป พร้อมคัดแยกสายพันธุ์และการกลายพันธุ์

การวิจัยตัวอย่างพันธุกรรมจากหลายประเทศ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจีนเชื่อมั่นว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “เริ่มต้นเร็วกว่าที่คิดไว้มาก” อาจจะตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนหรือไม่นานหลังจบการแข่งขันกีฬาทหารโลกในอู่ฮั่น (Wuhan Military Games)

ด้วยเหตุนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญจีนได้ข้อสรุปเหมือนกับคณะนักวิจัยของญี่ปุ่นว่า “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มีต้นกำเนิดในจีน แต่ถูกนำพาเข้าสู่จีนจากนอกประเทศ” โดยจงหนานซาน ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจชื่อดัง ย้ำประเด็นนี้ในวันที่ 27 ม.ค.

“แม้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 จะถูกค้นพบครั้งแรกในจีน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีต้นกำเนิดในจีน … มันมีต้นกำเนิดจากที่อื่นในอีกประเทศหนึ่ง”

ที่มาข้อมูล : https://www.xinhuathai.com/high/สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้-ส1_20200317

โควิดคร่าชีวิตคนอิตาลีจนล้นสุสาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618195

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 17:49 น.

โควิดคร่าชีวิตคนอิตาลีจนล้นสุสาน

ภาพนี้อาจสะท้อนสถานการณ์โควิดระบาดในอิตาลีได้เป็นอย่างดี หลังวันเดียวมียอดเสียชีวิตถึง 475 ราย

สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในอิตาลีกำลังวิกฤต หลังมีรายงานว่าตลอดช่วง 24 ชั่วโมงของวันพุธที่ผ่านมา อิตาลีมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 475 ราย นับเป็นตัวเลขการเสียชีวิตต่อวันมากสุดกว่าทุกประเทศในโลก ส่งผลให้ตัวเลขเสียชีวิตรวมที่ 2,978 ราย ติดเชื้อกว่า 35,700 คน รักษาหาย 4,025 ราย

@tancredipalmeri

ที่เมืองเบอร์กาโม ของแคว้นลอมบาร์ดี อันเป็นที่ซึ่งสถานการณ์ระบาดของไวรัสหนักสุดของประเทศ ปรากฎภาพของรถขนส่งของกองทัพอิตาลี ซึ่งภายในขนโลงศพร่างผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด จอดเรียงรายเป็นแถวยาวริมถนนใกล้กับสุสานของเมืองนับสิบคัน เพื่อเตรียมการส่งไปฝังยังสุสานแห่งอื่นๆ หลังสุสานของเมืองไม่สามารถรองรับการฝังร่างของผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด สื่อท้องถิ่นในอิตาลีถึงกับรายงานว่า ไม่ต่างกับฉากในสงครามที่มีผู้เสียชีวิตเป็นคันรถ

สำหรับเบอร์กาโม่เพียงแห่งเดียวพบว่า มีรายงานว่ารอบ 24 ชั่วโมงมีผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 93 ราย

Photo : ilgiornale.it

Giorgio Gori ผู้ว่าฯเบอร์กาโน่กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่สถานการณ์โควิดในอิตาลีทวีความรุนแรง ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มเป็นเท่าตัวในทุกๆวัน ส่งผลให้จำนวนศพที่เข้ามาฝังในสุสานของเมืองพุ่งกว่า 4 เท่าจากช่วงเวลาปกติ

Photo : ilgiornale.it

ภาพจากสื่อท้องถิ่นแสดงให้เห็นรถบรรทุกของกองทัพหลายสิบคัน ทยอยเข้ามาขนร่างของผู้เสียชีวิตจากสุสานของเมืองตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยคาดว่าไม่น้อยกว่า60โลงศพ ที่ต้องกระจายไปฌาปนกิจยังสุสานแห่งอื่นๆตามเมืองใกล้เคียงอาทิ โมเดนา และ โบโลญญา ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทำได้เพียงบอกลาเท่านั้น ส่วนการฌาปนกิจรัฐจะเป็นผู้จัดการเองเพื่อควบคุมการระบาดอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ตัวเลขผู้เสียชีวิจจากโควิดในแต่ละวันของไม่ต่ำกว่า200-300 และเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน

AFP
Photo : ilgiornale.it