วิจัยชี้คนหนุ่มสาวเสี่ยงติดโควิดมากกว่าที่คิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618184

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 16:46 น.

วิจัยชี้คนหนุ่มสาวเสี่ยงติดโควิดมากกว่าที่คิด

อย่าคิดว่ามีแต่คนสูงอายุที่มีโรคประจำตัวเท่านั้นที่เสี่ยง คนหนุ่มสาวที่ร่างกายแข็งแรงเสี่ยงติด Covid-19 มากกว่าที่คิด

นอกจากข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงป่วย Covid-19 มากที่สุด ล่าสุดผลการวิจัยจากสหรัฐ อิตาลี และฝรั่งเศส ยังพบข้อมูลว่า คนหนุ่มสาวก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีโรคอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย

จากการศึกษาประวัติผู้ป่วยของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) จำนวน 4,226 รายพบว่าผู้ป่วย 705 รายอายุระหว่าง 20-44 ปี ในจำนวนนี้ 1 ใน 5 ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล โดยในจำนวนนี้ 2-4% เป็นผู้ป่วยวิกฤต

ถึงกระนั้น CDC ก็ยังพบข้อมูลที่สอดคล้องกับการค้นพบของจีนว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการซับซ้อนและการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัวคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด

ขณะที่ข้อมูลจากอิตาลีและฝรั่งเศสพบว่าคนหนุ่มสาวมีอาการป่วยหนักและบางรายถึงขั้นต้องเข้าห้องไอซียู

จากข้อมูลของเว็บไซต์ Statistaพบว่าผู้ป่วยเกือบ 28,000 รายในอิตาลีซึ่งเป็นประเทศที่พบการติดเชื้อหนักที่สุดในยุโรป อายุระหว่าง 19-50 ปี

มาเลย์เตือนถ้ายังเมินคำสั่งปิดเมือง โควิดจะร้ายแรงกว่าสึนามิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618163

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 15:15 น.

มาเลย์เตือนถ้ายังเมินคำสั่งปิดเมือง โควิดจะร้ายแรงกว่าสึนามิ

ตอนนี้มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อ 900 คน มากที่สุดในอาเซียน เกินครึ่งเป็นผู้ที่ไปร่วมงานศาสนาที่มัสยิดที่มีคนไทยไปร่วมด้วย

นูร์ ฮิชัม อับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมอนามัยมาเลเซีย เตือนว่าหากชาวมาเลเซียยังไม่ใส่ใจกับมาตรการจำกัดการเดินทางของรัฐบาล อาจพบการระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าสำนามิ หลังจากมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในอาเซียน

“เรามีโอกาสน้อยมากที่จะตัดห่วงโซ่การติดเชื้อโคโรนาไวรัส เราต้องไม่ล้มเหลว” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

ขณะนี้มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อรวม 900 ราย (ติดเชื้อรายใหม่ ณ วันที่ 19 มี.ค. 110 ราย) ซึ่งมากที่สุดในประเทศอาเซียน โดยมีผู้ที่ไปร่วมงานศาสนาในมัสยิดแห่งหนึ่งติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 491 ราย หรือกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ทางการมาเลเซียมีคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านและจำกัดการเดินทางโดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมาไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ยกเว้นเฉพาะการเดินทางไปซื้อสิ่งของจำเป็น ไปพบแพทย์ หรือปฏิบัติหน้าที่ราชการ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ชาวมาเลเซียนับพันคนพากันไปเข้าคิวที่สถานีรถประจำทางเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมทั้งชาวมาเลเซียอีกจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปกลับสิงคโปร์เป็นประจำก็พากันข้ามพรมแดนไปสิงคโปร์ ขณะที่ถนนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่การจราจรมักจะหนาแน่นในช่วงวันธรรมดากลับโล่งทั้งที่เป็นวันพุธ

บังกลาเทศนับหมื่นจัดสวดมนต์ไล่โควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618159

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 14:49 น.

บังกลาเทศนับหมื่นจัดสวดมนต์ไล่โควิด

คนบังกลาเทศนับหมื่นไม่เชื่อทางการ รวมตัวสวดภาวนาไล่โควิด-19

เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเช้าตรู่ของวันพุธที่ผ่านมา ชาวบังกลาเทศนับหมื่นคน ไม่เชื่อฟังคำสั่งห้ามของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์ไวรัสระบาด จัดรวมตัวกันในสถานที่โล่งแห่งหนึ่งในเมืองไรปุระ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เพื่อร่วมกันสวดมนต์ขับไล่เชื้อโควิด-19 ให้พ้นจากประเทศ

โตตา มิอาห์ ผู้กำกับการตำรวจท้องถิ่น ระบุว่า มีชาวมุสลิมราว 10,000 คน รวมตัวกันเพื่อสวดบทที่เรียกว่า ‘Khatme Shifa’ จากคัมภีร์อัลกุรอาน เพื่อให้ประเทศพ้นภัยจากไวรัสโควิด ขณธที่ด้านองค์กรทางศาสนาซึ่งเป็นผู้จัดงาน อ้างว่ามีผู้เข้าร่วมพิธีสวดมากถึง 25,000 คน โดยผู้จัดไม่ได้รับอนุญาตจากทางการให้จัดกิจกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด

ภาพของชาวมุสลิมจำนวนมากที่รวมตัวประกอบกิจดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และได้รับเสียงตำหนิวิจารณ์อย่างรุนแรงจากชาวเน็ตในบังกลาเทศ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งเขียนว่า “ไม่อยากจะเชื่อว่าพวกเขาจัดงานนี้โดยไม่แจ้งกับตำรวจก่อน พวกเขาจะต้องรับผิดชอบหากเกิดอะไรขึ้นกับคนในชุมชนเดียวกัน”

ทั้งนี้ บังกลาเทศซึ่งมีประชากรทั้งสิ้น 168 ล้านคน แต่พบผู้ติดเชื้อโควิดเพียง 14 ราย เสียชีวิต 1 ราย แต่ทางการได้สั่งห้ามการรวมตัวของประชาชนจำนวนมากๆเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ สั่งปิดประเทศแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618143

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 12:53 น.

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ สั่งปิดประเทศแล้ว

ออสเตรเลีย – นิวซีแลนด์ ปิดประเทศแล้ว ห้ามผู้ไม่ใช่พลเมืองเดินทางเข้า

วันนี้ 19 มีนาคม นายกรัฐมนตรีสก็อต มอร์ริสัน ของออสเตรเลียแถลงว่า ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (20 มีนาคม) ออสเตรเลียจะห้ามผู้ไม่ใช่พลเมืองและพีอาร์ทั้งหมดเข้าประเทศ โดยจะมีเพียงพลเมืองออสเตรเลีย ผู้อยู่อาศัยถาวรในออสเตรเลีย และสมาชิกครอบครัวโดยตรงของคนเหล่านี้เท่านั้น ที่จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศได้ แต่ต้องเข้ารับกักตัวเอง 14 วัน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

“เราเชื่อว่า จำเป็นที่จะต้องออกมาตรการเข้มงวดขึ้น เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่า ตอนนี้ เราจะไม่อนุญาตให้ทุกคนเข้าประเทศอีกต่อไป นอกเสียจากว่าจะเป็นพลเมือง หรือผู้อยู่อาศัยถาวร (พีอาร์) และสมาชิกครอบครัวโดยตรงของคนเหล่านั้น โดยคำสั่งห้ามนี้ จะมีผลกับคำสั่งการห้ามเดินทางที่เราออกมาตรการมาก่อนหน้านี้ด้วย” ตอนหนึ่งในคำแถลงของนายกมอร์ริสัน

สำหรับออสเตรเลีย มีผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อแล้วที่ 565 ราย ร้อยละ80% ป็นประชาชนที่เพิ่งเดินทางไปต่างประเทศกลับมา และผู้ที่ได้พบปะใกล้ชิดกับบุคคลเหล่านั้น

ด้านนายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ จาร์ซินดา อาร์เดิร์น แถลงข่าวในวันนี้เช่นกันว่า จะใช้มาตรการห้ามพลเมืองต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ โดยจะมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้เป็นต้นไป (24.00น) โดยพลเมืองนิวซีแลนด์ และผู้ได้สิทธิพำนักถาวร (พีอาร์) จะยังคงมีสิทธิในการเดินทางเข้าประเทศได้อยู่ แต่ทุกคนต้องเข้ามาตรการกักตัวเอง 14 วัน

อาร์เดิร์นกล่าวว่า แม้นิวซีแลนด์จะห้ามพลเมืองต่างชาติเดินทางเข้าประเทศด้วยการระงับมาตรการห้ามผ่านแดน แต่การขนส่งสินค้าผ่านเครื่องบินคาร์โก้ และเรือขนสินค้าจะยังคงเป็นไปตามปกติ พร้อมย้ำต่อประชาชนว่าจะยังคงมีสินค้าสำหรับการอุปโภค บริโภคอย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกแห่กักตุนสินค้า

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์พบผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 28 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต

แฟ้มภาพ : AFP

จีนไม่เจอคนติดโควิดรายใหม่แล้ว ส่วนอิตาลีวันเดียวตายเยอะสุดกว่าทุกประเทศ 475 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618137

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 11:52 น.

จีนไม่เจอคนติดโควิดรายใหม่แล้ว ส่วนอิตาลีวันเดียวตายเยอะสุดกว่าทุกประเทศ 475 คน

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการระบาดของโคโรนาไวรัส จีนไม่เจอคนท้องถิ่นติดเชื้อเพิ่ม มีเพียงผู้ติดเชื้อจากต่างชาติ

คณะกรรมาธิการสาธารณสุขจีนจีนรายงานวันนี้ (19 มีนาคม) ว่ารอบ 24 ชั่วโมงของเมื่อวานนี้ จีนไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ที่เกิดจากการแพร่ระบาดระหว่างพลเมืองกันเองในประเทศแล้ว เช่นเดียวกับในเมืองอู่ฮั่น อันเป็นศูนย์กลางแพร่ระบาดของไวรัส ก็ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเช่นกัน

ถือเป็นครั้งแรกของจีนที่ไม่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ นับตั้งแต่เริ่มพบการระบาดช่วงปลายปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี แม้จะไม่พบพลเมืองจีนติดเชื้อเพิ่ม แต่ในรอบ 24 จีนพบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 34 ราย ทั้งหมดล้วนเป็นพลเมืองต่างชาติ จำนวนนี้21พบที่กรุงปักกิ่งมากที่สุด ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 8 ราย ทั้งหมดอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ส่งผลให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งจีนอยู่ที่ 3,245 ราย

แม้อู่ฮั่นสถานการณ์ระบาดจะทยอยดีขึ้น แต่ทางการยังคงมาตรการเตือนภัยระดับสูงสุด พร้อมยังใช้มาตรการจำกัดการเดินทางอย่างเข้มงวด แต่ในส่วนอื่นๆของมณฑลหูเป่ย์เริ่มผ่อนคลายกฎการเดินทางแล้ว

ตรงข้ามกับสถานการณ์ในอิตาลีที่พบว่ารอบ 24 ชั่วโมงของวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม) มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 475 ราย เสียชีวิตรวมแล้วกว่า 3,000 คน นับว่าเป็นยอดการเสียชีวิตที่พุ่งเยอะสุดกว่าทุกประเทศในโลก ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อทะยานไม่หยุดถึง 35,713 ราย รักษาหายที่ 4,025 คน

https://www.scmp.com/

แรงงานไทยกลับไปสิงคโปร์ ตรวจเจอโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618121

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 10:20 น.

แรงงานไทยกลับไปสิงคโปร์ ตรวจเจอโควิด

สิงคโปร์เจอคนติดโควิดวันเดียวรวด 47 หนึ่งในนั้นเป็นแรงงานที่กลับจากไทยไปสิงคโปร์

แชลแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แถลงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 47 ราย ส่งผลให้ตัวเลขสะสมทั้งประเทศอยู่ที่ 313 ราย จำนวนนี้รักษาหายจากโรงพยาบาลแล้ว 117 ราย

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 47 คนนี้ พบว่ามากถึง 33 คนเป็นชาวต่างชาติ โดยหนึ่งในมีแรงงานหญิงไทยวัย 42 ปี รวมอยู่ด้วย

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์เผยว่า แรงงานไทยท่านนี้เป็นผู้ติดเชื้อคนที่ 285 ของสิงคโปร์ มีใบอนุญาตทำงานในสิงคโปร์อย่างถูกกฎหมาย ยืนยันผลการติดเชื้อในวันที่ 17 มีนาคม ถูกระบุประวัติเดินทางว่ากลับจากประเทศไทย จัดเป็นกรณีผู้ติดเชื้อแบบ Imported 

อย่างไรก็ดี รายงานไม่ได้ระบุว่ากรณีของแรงหญิงไทยท่านนี้ เดินทางเข้า-ออกจากประเทศไทยเมื่อใด

สำหรับผู้ติดเชื้อกรณีอื่นๆที่พบ มีทั้งเป็นพลเมืองสิงคโปร์ที่กลับจากต่างประเทศ นักท่องเที่ยว แรงงานต่างชาติในสิงคโปร์ และชาวสิงคโปร์ที่ติดเชื้อจากการร่วมประกอบพิธีทางศาสนา

CNA Singapore

สายฉีดก้นคือความหวังของโลกตะวันตก ไม่ต้องตุนทิชชูกันอีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618101

วันที่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 22:00 น.

สายฉีดก้นคือความหวังของโลกตะวันตก ไม่ต้องตุนทิชชูกันอีก

ภาวะขาดแคลนกระดาษชำระทำให้ชาวอเมริกันที่ไม่นิมยมใช้สายชำระเปลี่ยนใจหันมาใช้กันคึกคัก

การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสทำให้ผู้คนบางประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย สหรัฐ กักตุนกระดาษชำระจนแทบไม่เหลือสินค้าบนชั้นวาง  ชาวอเมริกันเริ่มปรับตัวหันมาใช้สายชำระแทน

เจสัน โอชาลโว ซีอีโอบริษัท Tushy ที่จำหน่ายอุปกรณ์สุขภัณฑ์เผยกับสำนักข่าว New York Post ว่า เมื่อช่วงต้นเดือนยอดขายสายชำระเพิ่มขึ้น 2 เท่า แล้วขยับเป็น 3 เท่า จนถึงตอนนี้เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าแล้ว

เช่นเดียวกับฝารองนั่งชักโครกแบบฉีดน้ำ (แบบที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้) ของแบรนด์ Brondell ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น 300% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวว่าชาวออสเตรเลียพากันกักตุนกระดาษชำระจนถึงขั้นลงไม้ลงมือแย่งชิงกัน

ด้านสำนักข่าว TMZ รายงานว่า ฝารองนั่งชักโครกอัจฉริยะแบบฉีดน้ำ ทำยอดขายได้ 250,000 เหรียญสหรัฐ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังวางจำหน่ายในเว็บไซต์ Amazon นอกจากนี้คำว่าสายชำระยังติดอันดับท็อป 10 คำที่มีการค้นหามากที่สุดใน Amazon ด้วย

แม้ว่าสายชำระจะเป็นที่นิยมในประเทศแถบเอเชียและยุโรป หลายประเทศในยุโรปถึงกับออกกฎหมายให้มีการติดตั้งสายชำระในห้องน้ำทุกห้องที่มีชักโครก แต่กลับไม่เป็นที่นิยมสำหรับชาวอเมริกันที่ชอบใช้กระดาษชำระมากกว่า

ส่วนเหตุผลที่ชาวอเมริกันไม่มีสายชำระในห้องน้ำนั้น มีผู้เข้ามาตอบไว้ในเว็บไซต์ Quora อาทิ เอ็ดวิน ฟรีเดล บอกว่า เพราะสายชำระในสหรัฐหายาก และชาวอเมริกันก็ไม่รู้ว่าต้องใช้อย่างไร

ไมค์ ไอส์เลอร์ ระบุว่า คนอเมริกันไม่รู้วิธีใช้สายชำระ นอกจากนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ในสหรัฐ แม้แต่ในเขตร้อนอย่างภาคใต้ น้ำยังอุณหภูมิเพียง 7 องศาเซลเซียส ไม่ชวนใช้เลย

แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ได้ทดลองใช้สายชำระแล้วติดใจ อย่างเจ้าของบัญชี Ghost_of_Hicks ในชุมชนออนไลน์ Reddit ที่บอกว่า ตอนแรกผมก็หัวเราะเยาะตอนที่ภรรยาแนะนำให้ใช้สายชำระ แต่หลังจากได้ลองก็ติดใจและขาดไม่ได้

ส่วน hikenessblobster บอกว่า เรามีแบบที่เป็นฝารองนั่งแบบฉีด แม้ว่าจริงๆ แล้วเราจะซื้อมาแบบมึนๆ แต่เราชอบมากและกำลังจะเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ที่เจ๋งกว่าเดิม

นอกจากนี้ ในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาดและผู้คนต้องกักตุนอาหารสำหรับกรณีฉุกเฉิน การเปลี่ยนจากกระดาษชำระมาเป็นสายชำระยังช่วยประหยัดพื้นที่ได้อีกด้วย

ยิปราน มาเลค หนุ่มบอสตันวัย 27 ปี บอกว่า “เพื่อนร่วมห้องของผมกับแฟนสาวกลับมาที่ห้องพร้อมกับกล่องกระดาษชำระ 3 กล่องใหญ่ๆ ซึ่งมันกินพื้นที่เยอะมาก แทนที่ผมจะใช้พื้นที่ตรงนั้นเก็บอาหารจำเป็นอย่างอื่น ผมก็เลยคิดว่าแม้โคโรนาไวรัสจะไม่ระบาด สายชำระจะช่วยประหยัดได้ทั้งพื้นที่และเงิน”

การปิดเมืองจะเอาชนะโรคระบาดได้ บทเรียนจากวิกฤตไข้หวัดสเปน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618086

วันที่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 20:29 น.

การปิดเมืองจะเอาชนะโรคระบาดได้ บทเรียนจากวิกฤตไข้หวัดสเปน

การกระบาดที่ฆ่ามนุษยชาติไปถึง 50 – 100 ล้านคนเอาชีวิตชาวเมืองเซนต์หลุยส์ไม่ถึง700คนเพราะการปิดเมืองทันท่วงที

ในปี 1918 ไข้หวัดใหญ่สเปนลุกลามไปทั่วโลกและกำลังเล่นงานหลายพื้นที่ของสหรัฐ เมืองแรกๆ ที่ไม่ได้ตระหนักถึงภัยนี้เลย คือฟิลาเดลเฟียที่ยังคงจัดเดินขบวนโปรโมทพันธบัตรสงครามเพื่อหาทุนสนับสนุนการรบเนื่องจากในเวลานั้นยังเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในเมืองฟิลาเดลเฟียทราบดีว่าหากปล่อยให้เดินพาเรดกันต่อไปจะต้องกลายเป็นหายนะแน่ๆ หนึ่งในนั้นคือ ดร. โฮเวิร์ด แอนเดอร์ส ที่พยายามขอให้นักข่าวเขียนเตือนภยันตรายจากการปล่อยให้จัดขบวนพาเรด และยังแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รัฐบาลให้ระงับอีเว้นต์นี้เพื่อปกป้องชาวเมือง

ความพยายามของดร. โฮเวิร์ด แอนเดอร์สไร้ผล ไม่มีหนักสือพิมพ์ฉบับไหนลงข่าวให้เขา ส่วน ดร. วิลเมอร์ ครูเซน ผู้อำนวยการกรมสาธารณสุขและการกุศลของฟิลาเดลเฟียไม่ยอมรับว่าไข้หวัดใหญ่สเปนเป็นภัยคุกคามต่อเมืองและไม่ยอมเตรียมเวชภัณฑ์ไว้

เพราะงานนี้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ หมอตัวเล็กๆ ไม่มีอำนาจจะห้ามผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้ ดังนั้นงานนี้จึงเดินหน้าต่อไปโดยมีผู้มาร่วมงานถึง 200,000 คน

ในเวลา 24 ชั่วโมงมีผู้แสดงอาการ 118 คน อีก 2 วันต่อมา ดร. วิลเมอร์ ครูเซน จึงตาสว่างในที่สุดแล้วประกาศว่าไข้หวัดสเปนบุกเมืองแล้ว แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะอีก 1 วันหลังจากนั้นเตียงในโรงพยาบาลทั้ง 31 แห่งของเมืองเต็มจนหมด

ปรากฎว่าฟิลาเดลเฟียมีผู้ติดเชื้อถึงครึ่งล้านคน เสียชีวิตไปถึง 16,000 คนในเวลาเพียง 6 เดือนฝังศพกันไม่ทันจนต้องใช้การฝังแบบรวมโดยไม่มีโลงพอที่จะใส่ศพ และทำให้การเดินพาเรดครั้งนี้มีคนตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

ถึงจะหยุดเดินพาเรดแต่ยังไม่พอ เพราะต้องปิดเมืองด้วย ในเวลานั้นฟิลาเดลเฟียเป็นเมืองใหญ่ของสหรัฐจึงมีประชากรหนาแน่น การสัญจรจอแจ บวกกับรัฐบาลที่เลินเล่อทำให้โรคระบาดเล่นงานได้ง่าย

นอกจากนี้ เพราะความเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 สหรัฐเพิ่งจะส่งทหารเข้าร่วมรบในยุโรปที่กำลังวุ่นวายกับสงครามและยังเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ผลก็คือแทนที่ทหารอเมริกันจะเสียชีวิตในการรบ กลับต้องมาตายเพราะไข้หวัดสเปนถึง 53,000 คนหรือตายมากกว่ารบในสมรภูมิเสียอีก

ในเมืองบอสตันเพราะไม่ปิดเมืองแต่เนิ่นๆ ทำให้มีผู้ติดเชื้อตายไป 3,700 คนในเวลา 6 เดือน สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงอีกเมื่อโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์ติดเชื้อไป 800 คนทำให้มีคนรับสายโทรศัพท์จำนวนจำกัดส่งผลต่อสายด่วนที่โทรแจ้งอาการป่วย

นักวิทยาศาสตร์ในยุคของเราคาดการณ์ว่าไข้หวัดใหญ่สเปนไม่ได้มาจากสเปน แต่เกิดที่จีนจากนั้นมากลายพันธุ์ที่สหรัฐในแถบๆ ใกล้กับเมืองบอสตัน จากนั้นแพร่กระจายไปทั่วยุโรปโดยเฉพาะในช่วงที่ทหารอเมริกันไปรบที่นั่น

ในเดือนสิงหาคม 1918 มีรายงานพบผู้ติดเชื้อที่ท่าเรือในบอสตัน 300 รายหลังจากนั้นสถานการณ์ก็แย่ลงเรื่อยๆ ในเบื้องต้นทางการมีคำสั่งห้ามหญิงสาวจูบกลาสีเรือที่เป็นแฟนหนุ่ม เพื่อป้องกันการติดเชื้อแต่นั่นยังไม่พอ จนวันที่ 23 กันยายนหนังสือพิมพ์ Boston Daily Globe รายงานว่าโรงพยาบาลรับไม่ไหวแล้ว วันต่อมาทางการบอสตันจึงมีคำสั่งปิดสถานบันเทิงทั้งหมด และสั่งห้ามชุมนุมในที่สาธารณะ โรงเรียนหลายแห่งสั่งปิดเองรวมถึงโบสถ์

แต่การปิดเมืองของบอสตันเป็นไปเพราะสถานการณ์บังคับเมื่อทุกอย่างสายเกินการณ์แล้ว นี่จึงเป็นตัวอย่างของการรับมือที่ไม่ทันท่วงที ส่วนฟิลาเดลเฟียที่รู้ทั้งรู้ว่าการระเบิดเกิดขึ้นก็ยังประมาทจนมีคนตายนับหมื่น เมืองเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการปิดเมืองไม่ทันและไม่อยากจะปิดเมือง

แต่มีตัวอย่างของการปิดเมืองที่ทันการณ์นั่นคือเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี

กรรมาธิการสาธารณสุขของเซนต์หลุยส์ในเวลานั้นคือ ดร. แม็กซ์ ซี. สตาร์กคอฟฟ์ ซึ่งได้ข่าวการระบาดที่บอสตันตั้งแต่สิงหาคมปี 1918 เขาก็เตรียมการรับมือที่เซนต์หลุยส์ในทันที เบื้องต้นเขาพิมพ์บทความให้ความรู้ประชาชน แนะให้เลี่ยงคนป่วย ที่ชุมชน เลิกดื่มของมึนเมา แนะให้สูดอากาศบริสุทธิ์ และเสนอว่าควรจะกักตัวผู้ป่วย แต่ยังไม่ได้ประกาศมาตรการนี้

ในเดือนตุลาคม 1918 โรคระบาดมาถึงรัฐมิสซูรีในที่สุด สตาร์กคอฟฟ์จึงขอให้สภาเมืองมอบอำนาจพิเศษให้เขาพื่อควบคุมโรค แต่นายกเทศมนตรีไม่เห็นชอบ จนกระทั่งพบการระบาดที่เซนต์หลุยส์ในวันที่ 7 ตุลาคมถึง 115 คนและยังมีทหารติดเชื้ออีกนับพันในพื้นที่ใกล้เคียง สภาเมืองและนายกเทศมนตรีจึงให้อำนาจสตาร์กคอฟฟ์อย่างเด็ดขาดแบบไม่เคยมีมาก่อน

ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของฟิลาเดลเฟียไม่สามารถต้านทานอำนาจฝ่ายการเมืองได้ กรรมาธิการสาธารณสุขของเซนต์หลุยส์กดดันฝ่ายการเมืองได้และฝ่ายการเมืองก็ไม่ดึงดัน ด้วยอำนาจที่มีเขาจึงสั่งปิดโรงเรียน ห้องสมุด ศาล สนามเด็กเล่น โรงหนัง ผับบาร์ สถานที่แข่งขันกีฬาทั้งหมด จำกัดการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ รวมถึงสั่งปิดโบสถ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมือง และสั่งห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะเกิน 20 คน

ในเวลานั้นสถานบันเทิงเป็นแหล่งชุมนุมของประชาชนและเป็นธุรกิจที่เงินสะพัด โดยเฉพาะโรงหลังเป็นธุรกิจที่มีรายได้มากที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ แต่เพราะมันเป็นจุดเสี่ยงเมืองต่างๆ จึงมักสั่งปิดโรงหนังก่อนเป็นอันดับแรก เช่น บอสตัน ที่เซนต์หลุยส์เช่นกัน

แต่เพราะมันเป็นธุรกิจทำเงินมหาศาล เจ้าของโรงหนังจึงประท้วงมาตรการปิดเมือง อย่างไรก็ตาม การประท้วงนี้ไม่มีผลเพราะสตาร์กคอฟฟ์ไม่ยอมอ่อนข้อให้

แม้แต่ตอนที่นายกเทศมนตรีของร้องให้สตาร์กคอฟฟ์ผ่อนผันการชุมนุมในที่สาธารณะเขาก็ไม่ยอมให้

จนกระทั่งในวันที่ 11 พฤศจิกายนการระบาดเริ่มซาลงเพราะมาตรการปิดเมือง กอปรกับสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงพอดีแม้ว่าร้านรวงต่างๆ ยังปิดบริการแต่ประชาชนกล้าออกมาฉลองวันสิ้นสุดสงคราม สตาร์กคอฟฟ์จึงยอมผ่อนผันในมีการชุมนุมแต่ยังสั่งให้มีการเว้นระยะห่างในระดับหนึ่ง

ปรากฎว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาอีกเพราะ “เปิดเมือง” เร็วเกินไป แถมโรงเรียนยังเปิดอีกครั้งในเวลาไล่ๆ กันทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก สตาร์กคอฟฟ์จึงสั่งปิดในทันที การระบาดพีคและเริ่มซาลงในเดือนธันวาคม กว่าสตาร์กคอฟฟ์จะยอมให้เปิดโรงเรียนอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม 1919

เซนต์หลุยส์ มีประชากรถึง 800,000 เป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมและชุมทางใจกลางประเทศคล้ายๆ กับเมืองอู่ฮั่น แต่เพราะมาตรการปิดเมืองที่ทันท่วงทีทำให้มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สเปนไม่ถึง 700 คน ต่ำที่สุดเมืองหนึ่งของสหรัฐ

ความสำเร็จนี้ต้องขอบคุณการมองการณ์ไกลของสตาร์กคอฟฟ์ เขามีคุณูปการที่คนในยุคของเราสามารถเรียนรู้ได้ คือ

1. เมื่อการระบาดเริ่มขึ้น เขาให้ความรู้ประชาชนในทันที เพื่อเตรียมประชาชนให้พร้อมก่อนโรคจะมาถึง

2. เมื่อการระบาดมาถึงเขาเสนอให้ปิดเมืองทันทีโดยไม่ยอมอ่อนข้อให้ภาคธุรกิจและฝ่ายการเมือง

3. ระหว่างการระบาดเขาเป็นผู้แนะให้ประชาชนอยู่ห่างๆ กัน หรือที่ทุกวันนี้เรียกว่า Social distancing โดยเซนต์หลุยส์ใช้แนวทางนี้นานกว่าเมืองอื่นๆ ทำให้การระบาดน้อยมากจนไม่เกินระดับที่ทีมแพทย์แบกรับไหว

4. การปิดเมืองและการอยู่ห่างๆ จะได้ผลแน่นอนจะต้องรอให้แน่ใจเสียก่อน ประสบการณ์ของเซนต์หลุยส์บอกกับเราว่าหากเลิกปิดเมืองเร็วเกินไป โรคระบาดจะเข้ามาถล่มทันที

สิ่งที่สตาร์กคอฟฟ์ริเริ่มไว้เมื่อ 100 ปีก่อน ทุกวันนี้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

ภาพประกอบ – ทีมขนย้ายผู้ป่วยในเซนต์หลุยส์เตรียมพร้อมรับการระบาดเมื่อ 1918 ภาพจาก Library of Congress 

อนามัยโลกเตือนป่วยโควิด อย่าใช้ยาไอบิวโพรเฟนอาการจะหนักขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618097

วันที่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 19:26 น.

อนามัยโลกเตือนป่วยโควิด อย่าใช้ยาไอบิวโพรเฟนอาการจะหนักขึ้น

องค์การอนามัยโลก WHO แนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการ Covid-19 หลีกเลี่ยงการรับประทานยาไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) ซึ่งเป็นยาลดไข้และลดอาการอักเสบ เพราะอาจทำให้อาการ Covid-19 รุนแรงขึ้น

คริสเตียน ลินด์ไมเยอร์ โฆษกองค์การอนามัยโลก เผยว่าขณะนี้องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้พาราเซตามอลแทนไอบิวโพรเฟน

ขณะที่ โอลิวิเยร์ เวฮาน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ทวีตข้อความเตือนให้หลีกเลี่ยงยาไอบิวโพรเฟนหลังจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet ตั้งสมมติฐานว่าเอนไซม์ในยาต้านการอักเสบ อาทิ ไอบิวโพรเฟน อาจเสริมฤทธิ์ของเชื้อโคโรนาไวรัส ส่งผลให้อาการติดเชื้อรุนแรงขึ้น

ญี่ปุ่นแจกเงินสดให้ประชาชนบรรเทาผลกระทบจากไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618094

วันที่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 19:15 น.

ญี่ปุ่นแจกเงินสดให้ประชาชนบรรเทาผลกระทบจากไวรัส

แม้แต่ญี่ปุ่นก็ยังต้องงัดมาตรการแจกเงินประชาชนเพราะการใช้จ่ายผู้บริโภคลดลง

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวเผยกับสำนักข่าว Kyodo ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นและพรรคร่วมรัฐบาลกำลังพิจารณาให้เงินแก่ประชาชนเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายส่วนบุคคลที่ซบเซาลงเพราะระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

แหล่งข่าวเผยว่าเจ้าหน้าที่และผู้ร่างกฎหมายกำลังศึกษาความเป็นที่จะแจกเงินสดมากวก่า 12,000 เยน (ราว 3,619 บาท) ต่อคนซึ่งเป็นจำนวนเงินเท่ากับที่รัฐบาลมอบให้กับคนญี่ปุ่นทุกคนในปี 2552 เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการเงินโลกหลังจากการล่มสลายของสถาบันการเงินชั้นนำในสหรัฐ

เงินสดที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการฉุกเฉินทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะผลักดันออกมาในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้

รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งประกอบด้วยพรรคเสรีประชาธิปไตยและพรรคโคเมโตจะจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รัฐบาลจะให้เงินแก่ประชาชนทุกคนหรือให้จำนวนจำกัดเฉพาะครอบครัวที่มีลูกและครอบครัวที่มีรายได้น้อย

พรรคร่วมรัฐบาลจะตัดสินใจหลังจากพิจารณาความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในการประชุมที่จะเริ่มต้นในวันพฤหัสบดีนี้

การระบาดของไวรัสทำให้หลายคนในญี่ปุ่นงดการออกไปข้างนอกและทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าลดลงอย่างมากซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศและทำให้ภาคการท่องเที่ยวกระทบอย่างหนัก