737แม็กซ์พบปัญหาใหม่ในถังเชื้อเพลิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615322

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 18:24 น.

737แม็กซ์พบปัญหาใหม่ในถังเชื้อเพลิง

โบอิ้ง737MAX เจอปัญหาไม่รู้จบ คราวนี้พบเศษตะกอนในถังเชื้อเพลิง เชื่อไม่กระทบความปลอดภัย

ปัญหาความปลอดภัยของเครื่องโบอิ้งร 737 MAX ดูเหมือนจะยังไม่เห็นแสงสว่างทื่ปลายอุโมงค์เนื่องจากจนถึงตอนนี้ ยังคงไม่ชัดเจนว่าโบอิ้งจะแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยและเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารได้อย่างไร แต่ดูเหมือนโบอิ้งจะเจอเข้ากับปัญหาใหม่ จากการที่วัตถุเป็นเศษตะกอนภายในถังเชื้อเพลิงของเครื่องรุ่นดังกล่าวที่จอดค้างสต็อกอยู่ในโรงงานโบอิ้ง จากคำสั่งห้ามบินที่ระงับการให้บริการเครื่อง737แม็กซ์มาตั้งแต่เดือนมีนาคม2019

โบอิ้งเผยว่า เศษตะกอนที่พบในถังเชื้อเพลิงบริเวณปีกของเครื่องนี้เรียกว่า “Foreign Object Debris” (FOD) เป็นศัพท์เทคนิคของเศษซากหรือสิ่งของใดๆ ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องบินซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้

หัวหน้าฝ่ายพัฒนาของ 737 เผยว่า การพบปัญหาล่าสุดนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่ทางโบอิ้งได้เริ่มดำเนินการสืบหาต้นต่อเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว เชื่อว่าไม่กระทบกับความปลอดภัยโดยรวม และจะไม่กระทบแผนของโบอิ้งที่เตรียมให้เครื่องรุ่นนี้กลับมาบริการอีกครั้งภายในปีนี้

อย่างไรก็ดี โบอิ้งยังไม่สามารถสรุปผลได้ว่าปัญหาพบตะกอนในถังเชื้อเพลิงนี้เกิดจากอะไร อีกทั้งการพบเศษตะกอนดังกล่าวถึงเป็นประเด็นใหม่ที่โบอิ้งต้องแก้ไข นอกจากปัญหาใหญ่คือเรื่องระบบซอฟต์แวร์และเซนเซอร์ของเครื่องที่เป็นเหตุทำให้ 737 แม็กซ์ตกถึงสองครั้ง

จีนเผยเชื้อ Covid-19 ติดง่ายแต่ตายยาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615314

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 16:52 น.

จีนเผยเชื้อ Covid-19 ติดง่ายแต่ตายยาก

จีนเผยวิจัยพบ 80% ของผู้ติดโควิด-19 อาการไม่รุนแรง แต่คนแก่เกิน 80 ปีเสี่ยงตายสูง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (CCDC) เผยงานวิจัยเกี่ยวกับไวรัสCovid-19 จากการศึกษาผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 44,000 คน ซึ่งนับเป็นการศึกษาผู้ป่วยโรคปอดอู่ฮั่นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ที่ไวรัสCovid-19 เริ่มระบาด

รายงานของCCDCจีนที่เผยแพร่ผ่านวารสารด้านระบาดวิทยาของจีน ระบุว่า จากข้อมูลของผู้ติดเชื้อกว่า 44,000 คนทั่วประเทศจากข้อมูลผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 11 ก.พ. พบว่าร้อยละ 80.9% ของผู้ติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรง ขณะที่ร้อยละ 13.8% อาการรุนแรง และเพียง 4.7% ที่มีอาการขั้นวิกฤต

จากตัวเลขนี้ แม้อัตราการเสียชีวิตจะต่ำ แต่รายงานของจีนระบุว่า ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อโควิด-19 โดยผู้สูงอายุมีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 14.8

ขณะเดียวกันอายุต่ำกว่า 9 ปี ยังไม่พบการเสียชีวิตเลย แม้ว่าจะพบรายงานเด็กแรกเกิดติดเชื้อ 2 รายก็ตาม

แม้ไวรัสโควิด-19 จะติดต่อได้ง่ายกว่าซาร์สและเมอร์ส แต่มีอัตราการเสียชีวิตน้อยมาก CCDC จีนเผยอีกว่า นอกจากปัจจัยด้านอายุแล้ว ผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงที่สุด ตามด้วยโรคเบาหวาน ความดัน และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง

นอกจากผู้ป่วยแล้ว บรรดาบุคลากรทางการแพทย์ก็มีความเสี่ยงติดเชื้อสูงเช่นกัน จากการทำงานใกล้ชิดร่วมกับผู้ป่วย โดยจีนเผยว่าขณะนี้พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อแล้วถึง 1,716 คน เสียชีวิตแล้ว 6 คน โดยเจ้าหน้าที่แพทย์คนล่าสุดที่เสียชีวิตคือ ดร. หลิว ชิหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหวู่ชาง ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเสียชีวิตเพราะติดเชื้อจากการช่วยรักษาผู้ป่วย

อย่างไรก็ดี แม้จะมีรายงานวิจัยในข้างต้น แต่ทว่าเมื่อวันที่ 18 ก.พ. สื่อจีนเผยว่าที่โรงพยาบาลเหล่ยเซินซาน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามในเมืองอู่ฮั่นสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนา แพทย์จีนได้ได้ส่งผู้ป่วยติดเชื้อCovid-19 ที่เป็นหญิงชราวัย 83 ปีกลับบ้าน ถือเป็นผู้ป่วยชุดแรกที่รักษาหายจนออกจากโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ นับตั้งแต่โรงพยาบาลเปิดใช้งานเมื่อต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

อนึ่ง ทางการจีนได้เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อในแผ่นดินใหญ่ที่ 74,185 ราย เสียชีวิตแล้ว 2,004 คนรักษาหาย 14,376 และอีก 11,977 อาการยังน่าเป็นห่วง

ชายซิดนีย์เคราะห์ร้าย ลมแรงพัดถังแก๊สกระแทกเสียชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615292

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 14:33 น.

 ชายซิดนีย์เคราะห์ร้าย ลมแรงพัดถังแก๊สกระแทกเสียชีวิต

ลมแรง 120 กม./ชม. หอบถังแก๊ส 9 กิโลฯ คร่าชีวิตชายขณะเดินในย่านกลางนครซิดนีย์

ช่วงคืนวันที่ 18 ก.พ. ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 19 ก.พ. หลายพื้นที่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย เผชิญกับพายุลมแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บที่กระหน่ำตกลงมา จนส่งผลให้บ้านเรือนในหลายเขตเกือบ 50,000 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ และระบบขนส่งสาธารณะต้องหยุดให้บริการ

ลมแรงจัดระดับไม่น้อยกว่า 100 กม./ชม. ได้พักโค่นต้นไม่ทั่วพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนิวเซาท์เวลส์ ทำลายรถยนต์และกีดขวาเส้นทางรถไฟในเขตในพิมเบิล และทอร์นลีห์ ขณะที่สำนักพยากรณ์อาการของนิวเซาท์เวลลส์เผยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เกิดเหตุฟ้าผ่าราว 60,000 ครั้งในเขตพื้นที่ ภูมิภาคซิดนีย์ ไปจนถึงพื้นที่เขตบลูเมาท์เทนส์ และชายฝั่งทะเลตอนกลาง

ด้วยสภาพอากาศเลวร้ายดังกล่าว ตำรวจในนครซิดนีย์ได้รับรายงานว่า พบชายวัย 37 ปี เสียชีวิตจากการถูกถังแก๊สกระทบเข้าบริเวณไหล่จนหมดสติและเสียชีวิต

รายงานระบุว่า ช่วงคืนที่ผ่านมาระหว่างที่ชายผู้นี้เดินไปตามถนนแฮร์ริงตันอิน ในย่านเดอะร็อคใจกลางนครซิดนีย์เพื่อกลับบ้าน ประมาณ 23.00 น ได้ถูกถังแก๊สขนาด 9 กิโลกรัม ซึ่งเชื่อว่าถูกกระแสลมความแรง 120 กม. / ชม. พัดปลิวจากอพาร์เมนต์ใกล้เคียง กระแทกบริเวณไหล่จนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล หลังผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงพยายามช่วยยื้อชีวิตและเรียกรถพยาบาล

อย่างไรก็ดี ตำรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าถังแก๊สที่ถูกลมพัดปลิวมาจากที่ใด โดยสารวัตร David El-Badawi

9news.com.au

Photo : Severe Weather Australia

https://www.9news.com.au/

หญิงไทยอเมริกันถูกเหยียดเชื้อชาติเพราะไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615291

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 14:27 น.

หญิงไทยอเมริกันถูกเหยียดเชื้อชาติเพราะไวรัส

เธอบอกกับสำนักข่าว NBC ว่า “ฉันไม่ได้เป็นคนจีนด้วยซ้ำ … เขาโจมตีฉันจริงๆ เพราะคงคิดว่าฉันคงดูคล้ายกับคนจีน”

หญิงชาวอเมริกันเชื้อสายไทยวัย 44 ปี Tanny Jiraprapasuke อัดคลิปวิดิโอขณะที่ชายคนหนึ่งซึ่งขึ้นรถขนส่งสาธารณะพร้อมกับเธอ พูดจาด้วยอาการโกรธเคืองต่อชาวเอเชียเกี่ยวกับการรระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

Tanny Jiraprapasuke เป็นคนเชื้อสายไทยในสหรัฐ ซึ่งเกิดและเติบโตที่ลอสแองเจลิส เล่าว่าในขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้านกับเพื่อนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้ชายคนดังกล่าวพูดตะโกนบนรถไฟ ตอนแรก Tanny ไม่ได้สนใจเขา อย่างไรก็ตามเธอเริ่มกังวลเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ชายดังกล่าวกำลังพูดถึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการระบาดของไวรัส

ในเวลานั้นเริ่มมีกระแสการเหยียดคนเอเชียในหลายประเทศ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นคนจีน และเข้าใจผิดว่าคนจีนทุกคนคือพาหะนำโรค ทำให้ร้านอาหารจีนหลายแห่งในสหรัฐแทบไม่มีลูกค้า

ในคลิปวิดีโอที่ Tanny บันทึกเหตุการณ์ไว้ จะได้ยินเสียงของชายคนดังกล่าวตะโกนหยาบคายกล่าวโทษจีนว่าเป็นแหล่งที่มาของไวรัส Tanny รู้สึกถูกคุกคามเพราะเป็นคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียเพียงคนเดียวบนรถไฟ

เธอบอกว่ารู้สึกโดดเดี่ยวในเวลานั้น และบอกกับสำนักข่าว NBC ว่า “ฉันไม่ได้เป็นคนจีนด้วยซ้ำ … เขาโจมตีฉันจริงๆ เพราะคงคิดว่าฉันคงดูคล้ายกับคนจีน”

ในโพสต์เฟซบุคเธอบอกว่า “เมื่อคืนฉันอยู่ใน (รถไฟ) สายสีทอง กำลังจะกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน เขาเริ่มโวยวายเกี่ยวกับโคโรนาไวรัส ฉันไม่สนใจเพราะคิดว่าเขาเมา จนฉันสังเกตเห็นว่าเขาพุ่งเป้าไปที่ฉัน ฉันรู้สึกถูกล้อม กลัว และตกใจ ฉันต้องเก็บท่าทีและหลีกเลี่ยงการสบตา คลิปนี้เป็นนาทีท้ายๆ ของการโวยวาย … สิ่งที่ไม่เห็นคือ 10 นาทีแรกที่เขาโวยวาย นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของฉัน #JeNeSuisPasUnVirus #IamNotAVirus

Tanny บอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เธอรู้สึกว่าชุมชนของเธอ คือชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียกำลังถูกโจมตี

Tanny Jiraprapasuke แชร์วิดีโอบน Facebook โดยหวังว่ามันจะสร้างความตระหนักรู้และหยุดการใช้ไวรัสมาเพื่อปลุกระดมผู้คน เธอบอกว่าไม่ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตำรวจ

WHO ยกย่องสิงคโปร์ รับมือCovid-19 ดีเยี่ยม ประเทศอื่นควรทำตาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615278

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 12:14 น.

WHO ยกย่องสิงคโปร์ รับมือCovid-19 ดีเยี่ยม ประเทศอื่นควรทำตาม

ผอ.อนามัยโลกชูสิงคโปร์ ต้นแบบรับมือCovid-19 ที่หลายประเทศควรดูไว้เป็นตัวอย่าง

องค์การอนามัยได้ระบุในการแถลงที่สำนักงานใหญ่ในนครเจนีวาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. โดยยกย่องมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสCovid-19 ของประเทศสิงคโปร์ว่าเป็นสิ่งที่หลายประเทศควรศึกษาไว้เป็นตัวอย่าง

นายTedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ได้กล่าวกับนาย Gan Kim Yong รมว.สาธารณสุขของสิงคโปร์ว่า WHO รู้สึกประทับใจต่อมาตรการต่างๆที่รัฐบาลสิงคโปร์ใช้รับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว

“สิงคโปร์ได้ทำทุกอย่าง รวมถึงทดสอบผู้ป่วยทุกกรณีที่มีอาการเจ็บป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่และโรคปอดบวม จนถึงขณะนี้แม้สิงคโปร์จะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อหลายราย แต่ก็ยังไม่พบการแพร่เชื้อในระดับชุมชน”

“สิ่งที่เราอยากเห็นคือมาตรการด้านสาธารณสุขเชิงประจักษ์ที่ให้ความเคารพต่ออเสรีภาพส่วนบุคคลและสิทธิมนุษยชน แต่ด้วยสถานการเช่นนี้บางครั้งมันก็เป็นเรื่องยาก .. กลยุทธ์และยุทธวิธีในประเทศจีนอันเป็นประเทศต้นกำเนิดการระบาดเป็นวิธีที่ถูกต้อง และรวมถึงประเทศนอกแหล่งระบาดอย่างสิงคโปร์ก็มีแนวทางเชิงกลยุทธ์และยุทธวิธีที่ถูกต้องเช่นกัน”

คำกล่าวของผอ.อนามัยโลก มีขึ้นหลังจากที่ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รบ.สิงคโปร์ได้ใช้หลายมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส รวมถึงการที่นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง ได้ใช้วิธีสื่อสารที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน บรรเทาความตื่นตระหนดของประชาชนเป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากคำแถลงการณ์ 3 ภาษา ผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมาของนายลี รวมถึงอธิบายขั้นตอนทุกอย่างในการรับมือกับโรคระบาด พร้อมให้คำมั่นว่าชาวสิงคโปร์จำนวนกว่า 5 ล้านคนจะมีสินค้าอุปโภค บริโภคเพียงพอแม้อยู่ในช่วงโรคระบาด โดยไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้า หลังก่อนหน้าที่นายลีแถลง เกิดปรากฎการณ์ประชาชนแห่กักตุนสินค้าจนเกลี้ยงแผง

Covid-19 คร่าชีวิตเกิน 2,000 คน ฮ่องกงพบตายรายที่สอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615268

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 10:45 น.

Covid-19 คร่าชีวิตเกิน 2,000 คน ฮ่องกงพบตายรายที่สอง

ฮ่องกงพบผู้เสียชีวิตจากโคโรนารายที่สอง ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่วันเดียวตายเพิ่ม 136 ราย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสCovid-19 จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18 ก.พ. พบว่า ในจีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1,749 ราย รวมแล้วทั้งจีนมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 74,185 คน จำนวนนี้รักษาหาย 14,376 ราย อีก 11,977 คน อาการยังน่าเป็นห่วง

ขณะที่ยอดเสียชีวิตได้เพิ่มสูงเกิน 2,004 ราย โดยเพียงวันเดียวพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 136 คน

ด้านฮ่องกงซึ่งพบผู้ติดเชื้อแล้วถึง 62 รายนั้น ล่าสุดมีผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่สอง เป็นชายสูงวัยอายุ 70 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว โดยผู้เสียชีวิตรายนี้เคยมีประวัติเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับฮ่องกง การพบจำนวนผู้ติดเชื้อในช่วงแรกนั้น เป็นการพบผู้ติดเชื้อที่เคยมีประวัติเดินทางไปจีน ทว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการพบผู้ติดเชื้อที่ไม่มีประวัติเดินทางไปจีน ส่งผลให้ทางการสั่งงดการจัดกิจกรรมสาธารณะหลายรายการ อนุญาตให้ข้าราชการทำงานที่บ้านได้ รวมถึงขอให้อย่าออกนอกเคหะสถานโดยไม่จำเป็น

รอดแล้ว! ผู้โดยสารออกจากเรือ Diamond Princess หลังกักกันครบ14วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615260

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 09:20 น.

รอดแล้ว! ผู้โดยสารออกจากเรือ Diamond Princess หลังกักกันครบ14วัน

เจ้าหน้าที่บอกว่าอาจใช้เวลาถึง 3 วันกว่าจะอพยพผู้โดยสารลงจากเรือได้ทั้งหมด

ผู้โดยสารออกจากเรือสำราญ Diamond Princess ที่ท่าเรือโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่นหลังจากการกักกัน 14 วัน ผู้โดยสารที่ได้ผลทดสอบออกมาเป็นลบไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และไม่แสดงอาการ จะเริ่มออกจากเรือสำราญในวันพุธ

หลังจากเริ่มปฏิบัติการอพยพลูกเรือ คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 500 คนขึ้นฝั่งในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าอาจใช้เวลาถึง 3 วันกว่าจะอพยพผู้โดยสารลงจากเรือได้ทั้งหมด เพราะต้องรอการประมวลผลการตรวจสอลบการติดเชื้อ

Diamond Princess เป็นเรือที่ดำเนินการโดยบริษัท Carnival Corp ถูกกักกันตั้งแต่เดินทางมาถึงโยโกฮาม่าเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นก็ตรวจพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง รวมแล้วถึง 540 ราย จากลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมด 3,700 ราย ทำให้ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดรองจากจีน

ในสัปดาห์นี้บางประเทศเริ่มอพยพพลเมืองตนออกจากเรือ เช่น ออสเตรเลียและสหรัฐ ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจากปฏิบัติการอพยพพลเมืองกลับประเทศ 14 คน

ญี่ปุ่นยังไม่รอด ผู้เชี่ยวชาญเชื่อเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพราะไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615229

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 08:33 น.

ญี่ปุ่นยังไม่รอด ผู้เชี่ยวชาญเชื่อเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพราะไวรัส

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีจากโรคระบาดคือนักท่องเที่ยวจีนจำนวนนับแสนหยุดเดินทางมายังญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นกำลังตกอยู่ในภาวะถดถอยเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว หลังจากที่เศรษฐกิจบอบช้ำมาพอสมควรแล้วจากการที่รัฐบาลขึ้นภาษีการขาย

สำนักข่าว Bloomberg ทำการสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ พบว่า 9 ใน 14 คนเห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะหดตัวอีกครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ต่อเนื่องจากหดตัวที่หนักที่สุดในรอบกว่า 5 ปีจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา

การคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่นลดลงอย่างรวดเร็วที่ 0.25% ในไตรมาสนี้

แนวโน้มที่จะเกิดภาวะถดถอยอาจสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ต้องพิจารณาเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง เพียงไม่กี่เดือนหลังจากรัฐบาลเพิ่งจะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการเติบโต

นักเศรษฐศาสตร์ยังมองว่าการระบาดของไวรัสจะสกัดไม่ให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในไตรมาสนี้แถมยังจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวไปในทางตรงกันข้าม ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีจากโรคระบาดคือนักท่องเที่ยวจีนจำนวนนับแสนหยุดเดินทางมายังญี่ปุ่น ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนเป็นแหล่งรายได้จากการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด

การระบาดยังอาจจะลดการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น เนื่องจากประชาชนหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหลังจากรายงานการติดเชื้อในเมืองใหญ่ที่สุดบางเมืองของญี่ปุ่น

ผู้ส่งออกของญี่ปุ่นซึ่งได้รับผลกระทบจากความต้องการทั่วโลกที่ซบเซาลงเป็นเวลานาน อาจได้รับผลกระทบหนักขึ้นเนื่องจากการระบาดของโรค เพราะการระบาดภายในประเทศในประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทำให้การผลิตและอุปสงค์ต้องหยุดชะงัก

จีนเผยผู้ป่วยวัย60ปีขึ้นไปเสี่ยงตายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19มากสุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615244

วันที่ 18 ก.พ. 2563 เวลา 21:53 น.

จีนเผยผู้ป่วยวัย60ปีขึ้นไปเสี่ยงตายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19มากสุด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนเผยผลศึกษาพบ กลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุ60ปีขึ้นไปเสี่ยงเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19มากสุด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (CDC) รายงานว่า ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 81% มีอาการไม่รุนแรง ขณะที่ 13.8% มีอาการรุนแรง ส่วน 4.7% มีอาการวิกฤต โดยผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตราว 49% ได้เสียชีวิต

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ขณะที่ผู้ป่วยที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปเสียชีวิตราว 14.8%

ผลการศึกษาพบว่า อัตราการเสียชีวิตโดยรวมจากการติดเชื้อไวรัสอยู่ที่ระดับ 2.3%

ภาพ เอเอฟพี

โลกกำลังสูญเสียความมั่นใจในการรับมือโคโรนาไวรัสของไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615241

วันที่ 18 ก.พ. 2563 เวลา 21:13 น.

โลกกำลังสูญเสียความมั่นใจในการรับมือโคโรนาไวรัสของไทย

วิจัยฮาร์วาร์ดชี้ ไทยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เมื่อพิจารณาจากการเดินทางทางอากาศ

ในขณะที่คนไทยยังภาคภูมิใจกับการได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพเป็นอันดับที่ 6 และเป็นอันดับ 1 ในประเทศเอเชียด้วยกัน และได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดมากที่สุด แต่สายตาชาวโลกกลับไม่ค่อยเชื่อมั่นในการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส หรือ Covid-19 ของทางการไทย

ขณะนี้หลายประเทศออกมาตรการเกี่ยวกับไทย อาทิ เกาหลีใต้สั่งให้พลเมืองงดเดินทางมาไทย ไต้หวันเตือนให้พลเมืองที่เดินทางมาไทยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย รวมทั้งตรวจเข้มนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาไทยภายใน 14 วันก่อนที่จะเดินทางเข้าไต้หวัน ส่วนอิสราเอลประกาศให้กักตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากไทยอยู่ที่บ้าน 14 วัน หลังเดินทางถึงอิสราเอล

ประเทศเหล่านี้ไม่สนใจว่าไทยจะมีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดอันดับที่เท่าไร แต่มองความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในประเทศไทย ซึ่งก็มีผลวิจัยออกมาแล้วว่า ไทยเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดมากที่สุด เพราะเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาจำนวนมาก

หลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยตอนนี้น้อยกว่าประเทศอื่น แถมยังรักษาหายไปแล้วหลายคน

แต่เราต้องไม่ลืมว่าจนถึงตอนนี้ทางการไทยยังเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนไม่หยุดนับตั้งแต่มีการระบาด

เป็นไปได้หรือไม่ว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในไทยมากกว่าตัวเลขที่เปิดเผยออกมา

จากการประเมินของ มาร์ค ลิปซิตช์ ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่าไทยมีผู้ติดเชื้อน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เมื่อพิจารณาจากการเดินทางทางอากาศ

นอกจากไทยแล้ว การประเมินนี้ยังระบุว่าให้อินโดนีเซียและกัมพูชา น่าสงสัยว่ามีผู้ติดเชื้อน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเช่นเดียวกับไทย

แต่ความมั่นคงด้านสุขภาพของอินโดนีเซียอยู่ในอันดับที่ 30 ส่วนกัมพูชาอยู่ที่ 89 ห่างจากไทยแบบไม่เห็นฝุ่น

อย่างไรก็ดี ลิปซิตช์ชี้แจงว่า งานวิจัยชิ้นนี้ไม่มีเจตนาเจะหมายหัวประเทศใดประเทศหนึ่ง และแม้แต่สิงคโปร์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขดีที่สุดประเทศหนึ่งและเคยรับมือกับโรคซาร์สมาแล้วยังเกิดความผิดพลาดในการตรวจสอบการติดเชื้อ Covid-19 บางเคส

กรณีอินโดนีเซีย แม้รัฐบาลจะยืนยันหนักแน่นว่ายังไม่พบการติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศ แต่ประชาคมโลกกลับไม่เชื่อมั่น เหตุผลหนึ่งคือ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้งไทยล้วนพบการติดเชื้อแล้วหลายราย

แต่ละปีอินโดนีเซียรับนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศราว 2 ล้านคน ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่บาหลี และจนถึงสัปดาห์ที่แล้วสถานกงสุลจีนในบาหลีเผยว่ายังมีชาวจีนอีก 5,000 คนติดค้างอยู่ที่บาหลี ในจำนวนนี้เป็นชาวเมืองอู่ฮั่น 200 คน

แล้วจะเป็นไปได้หรือที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะไม่พาเชื้อ Covid-19 เข้ามาด้วย เพราะเดินทางออกมากันตั้งแต่ช่วงที่เชื้อเริ่มระบาด

คำถามนี้ลิปซิตช์สรุปตอบไว้ในผลสรุปของการประเมินว่า จากการวิเคราะห์ทางสถิติ เชื้อ Covid-19 เดินทางมาถึงอินโดนีเซียเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อจากที่อื่นเข้ามา (imported case) ส่วนใหญ่ล้วนมีประวัติการเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งชี้ว่าปริมาณการเดินทางทางอากาศมีส่วนสำคัญที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายนอกจีน

นอกจากนี้ ลิปซตช์ยังตั้งสมมติฐานว่าที่อินโดนีเซียไม่มีรายงานการติดเชื้อสืบเนื่องมาจาก มีเคสของ imported case ที่หลุดรอดไป โดยอ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ Sydney Morning Herald ของออสเตรเลียที่ระบุว่า อินโดนีเซียเพิ่งจะมีชุดทดสอบการติดเชื้อ Covid-19 เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นเหตุผลสนับสนุนสมมติฐานนี้

แม้แต่ ยูซุฟ คาลลา ประธานกาชาดอินโดนีเซียยังเอ่ยว่า สิงคโปร์ที่มีการตรวจเข้มยังพบการติดเชื้อ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าเชื้อโคโรนาไวรัสแพร่มาถึงอินโดนีเซียแล้ว แต่ชาวฮินโดนีเซียอาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาหรือไข้เลือดออก

ทว่า เตราวาน อากุส พุตรานโต รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียยังเชื่อมั่นว่าที่อินโดนีเซียไม่พบการติดเชื้อก็เพราะ “ พระเจ้า เพราะเราสวดมนตร์” ซึ่งคำอธิบายนี้ก็ยิ่งสร้างความฉงนให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินโดนีเซียเคยล้มเหลวในการรับมือกับโรคไข้หวัดนก (H5N1) จนองค์การอนามัยโลกต้องยื่นมือเข้ามาช่วย

สำหรับประเทศไทย นับตั้งแต่เชื้อ Covid-19 ระบาด รัฐบาลไทยไม่เคยห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศและยืนกรานไม่ยกเลิกการออก visa on arrival เพื่อจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวจีน เพราะห่วงความสัมพันธ์กับจีนและจะกระทบการท่องเที่ยว

ขณะที่ประเทศอื่นต่างยกระดับเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวจีน  อาทิ สิงคโปร์ ห้ามนักท่องเที่ยวที่ถือพาสปอร์ตจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยเดินทางไปจีน สหรัฐห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ห้ามนักท่องเที่ยวจากมณฑลหูเป่ยที่เป็นจุดศูนย์กลางการระบาด

ช่องโหว่นี้หรือเปล่าที่ทำให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่นในศักยภาพการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ของไทยจนพากันหนีหายไป