สื่อเกาหลีใต้อ้าง คิมจองอึนประหารข้าราชการติดเชื้อCOVID-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614781

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 18:55 น.

สื่อเกาหลีใต้อ้าง คิมจองอึนประหารข้าราชการติดเชื้อCOVID-19

สื่อโสมใต้อ้างแหล่งข่าว เกาหลีเหนือปลิดชีพข้าราชการติดเชื้อโคโรนา เหตุเพราะแอบหนีจากศูนย์กักโรคไปโรงอาบน้ำสาธารณะ

หนังสือพิมพ์ Dong-a Ilbo ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์แก่อายุ 100 ปีของเกาหลีใต้ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือว่า ทางการเกาหลีเหนือได้ปลิดชีพข้าราชการคนหนึ่งซึ่งติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากการที่ฝ่าฝืนคำสั่งกักกันโรคไปโรงอาบน้ำสาธารณะ

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้แทนการค้าของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งมีประวัติเพิ่งเดินทางกลับจากจีน และถูกกักกันโรคเพื่อเฝ้าสังเกตอาการการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ตามคำสั่งของผู้นำสูงสุดคิมจองอึน

หลายแหล่งข่าว Dong-a Ilbo ระบุตรงกันว่า เกาหลีเหนือซึ่งได้ใช้มาตรเข้มงวดตามพรมแดน ห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศ รวมถึงสั่งกักตัวคนเกาหลีเหนือที่ติดต่อกับคนจีน และคนเกาหลีเหนือที่เพิ่งกลับจากจีน โดยเจ้าหน้าที่การค้ารายนี้ถูกกักตัวหลังเดินทางกลับจากจีนเมื่อต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แต่ถูกจับได้เมื่อแอบออกจากที่กักกันไปโรงอาบน้ำสาธารณะ จึงถูกปลิดชีพในทันที

ขณะเดียวกันแหล่งข่าวยังเผยว่า รัฐบาลเปียงยางได้สั่งเนรเทศเจ้าหน้าที่การค้าอีกราย ที่ปกปิดประวัติการเดินทาง ให้ไปใช้แรงงานยังฟาร์มห่างไกล

ทั้งนี้ กรณีการประหารชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐบาลเปียงยางนั้นพบรายงานข่าวในหลายครั้ง แต่ยากที่จะยืนยันได้

ที่มา : http://www.donga.com/

รัฐบาลปกปิดอะไรเกี่ยวกับ Seabourn Ovation หรือเปล่า? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614782

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 18:52 น.

รัฐบาลปกปิดอะไรเกี่ยวกับ Seabourn Ovation หรือเปล่า?

เปิดปากคำคนบนเรือ Seabourn Ovation หนังคนละม้วนกับรองโฆษกรัฐบาลไทย

แม้ทางการไทยจะปฏิเสธไม่ให้เรือสำราญ Westerdam เข้าทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบังใน จ. ชลบุรี แต่คนไทยโล่งใจได้ไม่นานก็ต้องตื่นมาพบกับข่าวที่น่าตกใจว่ามีเรือสำราญอีกหนึ่งลำคือ Seabourn Ovation เข้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว

เรือ Seabourn Ovation ออกจากฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมุ่งหน้ามายังฟิลิปปินส์ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เทียบท่า จึงเบี่ยงเส้นทางไปยังเวียดนาม และถูกปฏิเสธอีกเช่นกัน จึงต้องมุ่งลงใต้ผ่านสิงคโปร์โดยที่ไม่มีการเทียบท่า สุดท้ายมาจบที่การเทียบท่าที่ภูเก็ต ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผนการล่องเรือครั้งนี้ตั้งแต่แรก

เหตุใดไทยจึงอ้าแขนรับเรือสำราญลำนี้ ทั้งๆ ที่ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาเพื่อนบ้านเราซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายตามแผนการเดินทางยังไม่อนุญาตให้เทียบท่า และไทยเพิ่งปฏิเสธไม่ให้เรือ Westerdam ที่ออกเดินทางมาจากฮ่องกงวันเดียวกับ Seabourn Ovation เทียบท่า

เท่านั้นยังไม่พอ Seabourn Ovation ยังออกจากฮ่องกงวันเดียวกับเรือสำราญ Diamond Princess ซึ่งตอนนี้เทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือโยโกฮามาของญี่ปุ่นและพบนักท่องเที่ยวบนเรือนี้ติดเชื้อโคโรนาแล้วถึง 218 ราย

หมายความว่าเรือ Seabourn Ovation ก็มีความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อเช่นกัน แม้ตอนนี้จะยังไม่พบก็ตาม

ขณะที่ทางบริษัทเดินเรือ Seabourn Cruise Line ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกับเรือ Westerdam ก็ไม่ให้ความสำคัญกับการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

ข้อมูลจากเว็บไซต์ cruiselawnews.com ระบุว่า แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส แต่บริษัทเจ้าของเรือ Seabourn Ovation ยืนยันไม่ยอมเปลี่ยนเส้นทางที่เรือจะไปจอดเทียบท่า ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงท่าเรือในประเทศจีนด้วย

และไม่ยอมคืนเงินให้กับลูกค้าที่ต้องการยกเลิกการเดินทาง เพราะไม่อยากผ่านประเทศที่มีการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

แม้แต่พนักงานบนเรือ Seabourn Ovation ก็ยังหวั่นๆ กับการออกเดินทางครั้งนี้

cruiselawnews.com ระบุอีกว่า ลูกเรือซึ่งขอสงวนชื่อเผยว่า “คิดว่าบริษัทไม่มีแผนจะยกเลิกกำหนดการเดินเรือไปฮ่อวกงในวันที่ 1 และ 2 ก.พ.นี้ ที่แย่คือมันเป็นวันที่พวกเราต้องลงเรือ บริษัทคงคิดว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกค้าที่ติดเชื้อขึ้นเรือได้ แม้ว่าเชื้อมีระยะฟักตัว 10-14 วันก็ตาม หวังว่าบริษัทจะเปลี่ยนใจ เพราะมันเหมือนกับว่าเรากำลังจะไปปฏิบัติภารกิจฆ่าตัวตาย”

ลูกเรือรายนี้ยังเผยอีกว่า ทั้งบริษัท Seabourn Cruise Line และ Carnival Corporation บริษัทแม่ไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ใหม่ที่ใช้ตรวจคัดแยกผู้โดยสารที่อาจติดเชื้อโคโรนาไวรัส

มาถึงตรงนี้ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เราเห็นตัวอย่างจากเรือสำราญที่เทียบท่าที่ญี่ปุ่นมาแล้ว บวกกับความหละหลวมของบริษัทเดินเรือ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยังมั่นใจว่ามีมาตรการเข้มคุมเชื้อโคโรนาไวรัสได้อย่างปลอดภัย 100%

ขณะที่ข้อมูลจากรองโฆษกรัฐบาลที่ระบุว่า เรือ Seabourn Ovation มีเส้นทางเดินเรือปกติผ่านภูเก็ต ขัดแย้งกับข้อมูลที่โพสต์ทูเดย์พบคือ เรือมีแผนเดินทางออกจากฮ่องกง มายังฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ แต่ถูกปฏิเสธจึงต้องเปลี่ยนเส้นทาง

ไบรอัน บาดูรา ตัวแทนบริษัท Seabourn Cruise Line เผยว่า เรือมีแผนจะเทียบท่าที่ฟิลิปปินส์ แต่ฟิลิปปินส์ออกมาตรการห้ามเรือเทียบท่ากะทันหันจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางมายังไทย โดยได้จอดเทียบท่าที่แหลมฉบังและเกาะกูด

แต่ไม่มีข้อมูลว่าจะเปลี่ยนเส้นทางไปเทียบท่าที่ภูเก็ตด้วยตามที่รองโฆษกรัฐบาลชี้แจง

และตามกำหนดจะต้องไปจอดที่ท่าเรือสิงคโปร์ในวันที่ 14 ก.พ. โดยนักท่องเที่ยวจะไปเยือนไทย กัมพูชา และมาเลเซียจนถึงวันที่ 14 มี.ค.

หมายความว่าเรือจะต้องไปสิงคโปร์ ไม่ใช่เข้ามาที่ไทย แล้วจึงออกเดินทางจากสิงคโปร์ไปยังดูไบในวันที่ 14 มี.ค.

ส่วนที่เฟซบุ๊คของ National News Bureau of Thailand ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลระบุว่าเวียดนามอนุญาตให้เรือ Seabourn Ovation เทียบท่า ก็ไม่ตรงกับคำให้สัมภาษณ์ของ เดวิด ฟินช์ ผู้โดยสารเรือชาวแคนาดา

ฟินช์ เผยกับสำนักข่าว CTV News ของแคนาดาว่า Seabourn Ovation ออกเดินทางจากฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และถูกปฏิเสธไม่ให้เทียบท่าที่ฟิลิปปินส์ 2 ท่า และในเวียดนามอีก 1 ท่า และยังบอกอีกว่ามีการแวะรับผู้โดยสารที่ฮ่องกง

โพสต์ทูเดย์ยังพบจุดที่น่าสังเกตจากข้อมูลที่ National News Bureau of Thailand ระบุอีกว่า แพทย์บนเรือ Seabourn Ovation ไม่พบผู้โดยสารที่มีอาการต้องสงสัยจะว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส ขณะที่ไม่ระบุข้อมูลนี้ในฝั่งของเรือ Westerdam แต่ก่อนหน้านี้แพทย์บนเรือก็ยืนยันไม่พบผู้ต้องสงสัยเช่นเดียวกัน

ไม่ว่าทางการไทยจะมีเหตุผลหรือความมั่นใจอะไรในไฟเขียวให้เรือ Seabourn Ovation ที่มาจากฮ่องกงเข้าเทียบท่าที่ภูเก็ต

ขอให้ระลึกไว้ว่า ในเมื่อเรือ Diamond Princess ที่ออกมาจากฮ่องกงในวันเดียวกันยังพบผู้ติดเชื้อ ส่วนเรือ Westerdam กำลังส่งผู้ป่วยต้องสงสัย 20 รายไปตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยว่าจะติดเชื้อโคโรนาไวรัสหรือไม่ ก็ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้โดยสารบนเรือ Seabourn Ovation ติดเชื้อเช่นกัน

ค่าซ่อมนาฬิกา”บิ๊กเบน” บานปลายถึง 3 พันล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614766

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 17:38 น.

ค่าซ่อมนาฬิกา"บิ๊กเบน" บานปลายถึง 3 พันล้าน

พบความเสียหายของ “บิ๊กเบน” จากระเบิดนาซีสมัยสงครามโลก ค่าซ่อมบานปลายอีก 800 ล้านบาท

ทีมผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำการซ่อมแซมหอเอลิซาเบธทาวเวอร์ ประจำรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ หรือเป็นที่รู้จักในฐานะหอนาฬิกาบิ๊กเบน ได้เปิดเผยว่า พบความเสียหายของหอนาฬิกาอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ ในระหว่างที่กำลังทำการบูรณะครั้งใหญ่

รายงานระบุว่า หอนาฬิกาบิ๊กเบนซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยนั่งร้านคลุมทั้งทาวเวอร์ นับตั้งแต่กระบวนการซ่อมเริ่มต้นเมื่อปี 2017 เพื่อให้ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญซ่อมตกแต่งหินภายนอกตัวหอคอย แต่ทีมผู้ซ่อมกลับพบว่า บริเวณพื้นผิวด้านนอกของทาวเวอร์ที่เป็นหิน พบร่องรอยความเสียหายจากมลภาวะใยหิน (asbestos) จำนวนมาก

ด้วยปัญหาดังกล่าว ทีมผู้เชี่ยวชาญที่ทำการบูรณะ ได้แจงไปยังคณะกรรมาธิการสภาสามัญชนและสภาขุนนางอังกฤษได้รับแจ้งว่า การจะบูรณะหอนาฬิกาประจำรัฐสภาอายุ 177 ปี ความสูง 96 เมตรให้กลับมาสวยงามดังเดิมเสมือนปี 1856 นั้นต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีก 20 ล้านปอนด์ หรือราว 800 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการเวสต์มินสเตอร์ได้อนุมัติเงินบูรณะหอนาฬิกไปแล้ว 61 ล้านปอน์ด หากร่วมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ค่าซ่อมหอนาฬิกาอันเป็นสัญลักษณ์ของอังกฤษแห่งนี้จะสูงถึง 80 ล้านปอนด์ หรือกว่า 3,200 ล้านบาท

Ian Ailles เลขาธิการสภาสามัญ ยอมรับว่า การบูรณะบิ๊กเบนมีความซับซ้อนยุ่งยากกว่าที่คิด ความเสียหายหลายส่วนไม่อาจมองเห็นได้ กระทั่งมีการต่อนั่งร้านขึ้นไปแล้ว โดยปัญหาที่ผู้เชี่ยวชาญพบนอกจากความเสียหายของพื้นผิวที่เป็นแร่ใยหินแล้ว ยังพบปัญหาความเสียหายเชิงโครงสร้างที่เกิดจากแรงระเบิดของกองทัพนาซี สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งกองทัพอากาศลุวฟ์วัฟเฟ่ ของเยอรมนีทิ้งระเบิดหลายลูกถล่มกรุงลอนดอน

แรงระเบิดในครั้งนั้น แม้ตัวหอนาฬิกาจะไม่ได้รับความเสียหาย แต่หลังคาและหน้าปัดบางส่วนซ่อนความเสียหายไว้กระทั่งทีมบูรณะตรวจพบ

ทั้งนี้ ปัจจุบันหอนาฬิกาบิ๊กเบนไม่มีการลั่นระฆังเนื่องจากทางการได้นำระฆังลงมาบูรณะเช่นกัน โดยคาดว่ากระบวนการซ่อมทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ช่วงปลายปี 2021

File Photo : REUTERS

พบเว็บปลอมของธนาคารถูกใช้หลอกขโมยรหัสผ่านมากสุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614755

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 16:21 น.

พบเว็บปลอมของธนาคารถูกใช้หลอกขโมยรหัสผ่านมากสุด

ผลวิเคราะห์จาก Vade Secure พบเว็บไซต์ปลอมของธนาคารถูกใช้หลอกขโมยรหัสผ่านมากสุด พบคนร้ายจะส่งอีเมลหลอกในวันพฤหัสบดี-ศุกร์มากสุดในสัปดาห์

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) รายงานว่า บริษัท Vade Secure เผยแพร่รายงานผลการวิเคราะห์เว็บไซต์ฟิชชิ่ง (phishing) ซึ่งเป็นการสร้างหน้าเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกขโมยรหัสผ่าน โดยการวิเคราะห์นี้ใช้ข้อมูลจาก URL ของหน้าฟิชชิ่งแยกตามประเภทของบริการที่ถูกแอบอ้าง และวันเวลาที่มีการส่งอีเมลเพื่อโจมตี สถิตินี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจาก 76 ประเทศทั่วโลก เฉพาะหน้าฟิชชิ่งที่พบในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2562

จากรายงานพบว่าเว็บไซต์ฟิชชิ่งของบริการด้านการเงินมีมากที่สุด (40%) ตามมาด้วยฟิชชิ่งของบริการคลาวด์ (24%) และโซเชียลมีเดีย (21%) โดยแบรนด์ที่ถูกนำมาใช้หลอกลวงมากที่สุดคือ PayPal เฉลี่ยมีการสร้างหน้าฟิชชิ่งของ PayPal ขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 124 URL ต่อวัน ในส่วนของบริการคลาวด์ส่วนใหญ่เป็นการหลอกขโมยรหัสผ่าน Office 365 (นับรวมหน้าฟิชชิ่ง OneDrive กับ SharePoint ด้วย)

อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือเมื่อนำสถิติจำนวน URL หน้าฟิชชิ่งที่พบมาพล็อตเป็นตารางตามวันในสัปดาห์ พบว่าปริมาณการส่งอีเมลฟิชชิ่งในช่วงวันทำงาน โดยเฉพาะวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นั้นมีเป็นจำนวนมาก ในขณะที่วันเสาร์อาทิตย์นั้นพบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามยังไม่มีการวิเคราะห์ว่าเหตุใดผู้ประสงค์ร้ายถึงเลือกลงมือในช่วงปลายสัปดาห์เป็นหลัก

ทั้งนี้ ทาง Vade Secure ได้จัดเรียงลำดับแบรนด์ที่ถูกสร้างหน้าฟิชชิ่งมากที่สุด โดยพบว่าหลายบริการที่นิยมใช้ในประเทศไทยอย่าง PayPal, Facebook, Microsoft, Netflix, Apple, Dropbox ติดใน 25 อันดับด้วย ผู้ใช้งานบริการเหล่านี้ รวมถึงใช้บริการธนาคารออนไลน์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนคลิกลิงก์หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ใดๆ โดยควรพิจารณา URL ของเว็บไซต์ ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากและไม่ซ้ำกับบริการอื่น รวมถึงเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัยร่วมด้วย

CDCสหรัฐพลาด ส่งชุดตรวจเชื้อCOVID-19 ผิดไปทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614750

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 15:57 น.

CDCสหรัฐพลาด ส่งชุดตรวจเชื้อCOVID-19 ผิดไปทั่วประเทศ

หน่วยกักกันโรคสหรัฐพลาด ส่งชุดตรวจคัดกรองเชื้อโคโรนา ที่ไม่ได้คุณภาพไปแล็บหลายแห่งทั่วประเทศ

สื่อสหรัฐหลายแห่งรายงานตรงกันว่า ชุดเครื่องมือสำหรับตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสCOVID-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทางหน่วยกักกันโรคสหรัฐ (CDC) ส่งไปยังห้องแล็บต่างๆในหลายรัฐทั่วประเทศ อาจไม่สามารถระบุผลตรวจที่ถูกต้องได้

รายงานระบุว่า CDC สหรัฐเริ่มทยอยส่งชุดเครื่องมือตรวจคัดกรองเชื้อดังกล่าวจำนวน 200 ชุด ไปยังหน่วยงานภายใต้สังกัด CDC และห้องแล็บในเครือข่ายทั้วประเทศตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อให้ในแต่ละท้องถิ่นสามารถใช้คัดกรองเชื้อได้อย่างรวดเร็ว

แต่ทว่าห้องแล็บหลายแห่งรายงานกลับมาว่า แม้พวกเขาดำเนินการตามขั้นตอนการตรวจแล้ว แต่ชุดเครื่องมือดังกล่าวไม่สามารถสรุปผลการตรวจเชื้อได้ว่าเป็นบวกหรือลบ

Nancy Messonnier เจ้าหน้าที่อาวุโสของ CDC เผยว่า ปัญหาอาจของความผิดพลาดนี้อาจอยู่ที่น้ำยาเคมีชนิดหนึ่งที่ใช้ในการตรวจ ซึ่งทางCDCได้เร่งผลิตน้ำยาเคมีที่ใช้สำหรับตรวจล็อตใหม่แล้ว

ทั้งนี้ CDC ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าในชุดตรวจจำนวน 200 ชุดที่ส่งไปยังรัฐต่างๆทั่วประเทศนั้น มีกี่ชุดที่ไม่สามารถตรวจได้มาตรฐาน โดยที่รัฐรัฐอิลลินอยส์ผลลัพธ์การตรวจของเครื่องมือถูกต้องไม่มีปัญหา แต่ที่หลายหน่วยงานในรัฐแคลิฟอร์เนีย และจอร์เจีย ระบุว่าเครื่องมือดังกล่าวไม่สามารถระบุผลอย่างชัดเจนได้ และกำลังรออุปกรณ์ชุดใหม่จากCDC อย่างไรก็ดี หน่วยงานในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งมีการรับผู้อพยพสหรัฐจากอู่ฮั่น ได้ใช้เครื่องมือของแล็บเอกชนและในหน่วยงานอื่นๆของท้องถิ่นในการตรวจคัดกรองแทน ซึ่งมีความแม่นย้ำไม่แพ้กัน

อนึ่ง ขณะนี้สหรัฐพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารวมแล้ว 14 ราย

Photo : File/Reuters

เรือ”เวสเตอร์ดาม”เทียบท่ากัมพูชาแล้ว ยอดคนไทยบนเรือ21คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614717

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 14:10 น.

เรือ"เวสเตอร์ดาม"เทียบท่ากัมพูชาแล้ว ยอดคนไทยบนเรือ21คน

กรมเจ้าท่าเผยเรือสำราญ “เวสเตอร์ดาม” ล่องเข้าเทียบท่ากัมพูชาแล้ว สรุปยอดคนไทยบนเรือ 21 คน ทางการกัมพูชาจัดทีมแพทย์ตรวจคัดกรอง

เมื่อน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการติดตามเรือโดยสารเวสเตอร์ดาม ซึ่งเดินทางไปยังประเทศกัมพูชานั้น กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้รายงานขั้นตอนในประเทศกัมพูชา มีดังนี้

1.ให้เรือทิ้งสมอรอจนครบระยะเวลาเฝ้าระวัง 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2563

2.จัดทีมแพทย์ไปตรวจสุขภาพผู้โดยสารและลูกเรือก่อนจะพิจารณาอนุญาตให้ลงจากเรือ

3.จัดให้สายการบินรับมารับผู้โดยสารเดินทางไปยังสนามบินโดยตรงและยกเว้นวีซ่าทุกคน

4.เมื่อผู้โดยสารขึ้นหมด เรือจะทำความสะอาด ก่อนออกเดินทางไปเมืองท่าต่อไปในวันที่ 17 ก.พ.2563

“ส่วนยอดผู้โดยสารภายในเรือมีจำนวน 1,455 คน และลูกเรืออีก 802 คน รวมทั้งหมด 2,257 คน โดยพบวาบนเรือมีคนไทยเป็นผู้โดยสาร 2 คน โดยเป็นหญิง 2 คน ขณะที่ลูกเรือคนไทยมีทั้งหมด 19 คน เป็นชาย 13 คน หญิง 6 คน รวมคนไทยบนเรือ 21 คน ที่ผ่านมาเรือโดยสารเวสเตอร์ดามออกเดินทางจากเกาะฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2563 โดยไปแวะเมืองเกาชุง ประเทศไต้หวัน ก่อนเดินทางออกจากไต้หวัน วันที่ 4 ก.พ.2563 ซึ่งขณะนี้เรือเวสเตอร์ดามได้เทียบท่าที่กัมพูชาแล้วเมื่อเวลา 07.00 น.”น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ภาพ เอเอฟพี

เวียดนามปิดชุมชนใกล้เมืองหลวง หลังพบติดโคโรนา 6 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614716

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 14:03 น.

เวียดนามปิดชุมชนใกล้เมืองหลวง หลังพบติดโคโรนา 6 คน

เวียดนามเอาอย่างจีน ปิดหมู่บ้านใกล้ฮานอยนาน 20 วัน เหตุพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวม 6 คน นับเป็นเมืองแรกนอกจีนที่ถูกปิดเพราะไวรัส

ทางการเวียดนามสั่งปิดชุมชนในเขต Son Loi ซึ่งมีประชากรราว 10,600 คน ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงฮานอยเป็นเวลา 20 วัน เพื่อกักกันโรค จากการที่วันนี้ (13 ก.พ.) ได้รับการยืนยันว่าพบการติดเชื้อไวรัสCOVID-19 จากคนชุนชน 6 ราย

เขต Son Loi ตั้งอยู่ห่างจากรุงฮานอยไปทางเหนือ 40 กิโลเมตร นับเป็นเมืองในต่างแดนแห่งแรกนอกจีนที่ถูกปิดเมืองจากโรคระบาดไวรัสดังกล่าว

รายงานระบุว่า คำสั่งปิดชุมชนจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเป็นเวลา20 วันเพื่อกักกัน คัดกรอง และแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน

VnExpress/Dinh Nguyen

สำหรับเขต Son Loi เป็นภูมิภาคเกษตรกรรมที่ประกอบด้วยหลายหมู่บ้าน โดยก่อนหน้านี้ก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามเผยว่า พบคนในเขตดังกล่าวห้าคนติดเชื้อ COVID-19 กระทั่งพบรายที่ 6 ในวันนี้จึงนำไปสู่คำสั่งปิดชุมชนเฉกเช่นในจีนแผ่นดินใหญ่

นอกจากนี้ทางการมีจัดเจ้าหน้าที่ใส่ชุดป้องกันเชื้อ การตั้งจุดตรวจในหลายพื้นที่รอบชุมชนเพื่อคัดกรองผู้คนที่ผ่านไปมา โดยพบว่าผู้คนส่วนใหญ่ในเขตดังกล่าว ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีการติดเชื้อได้อย่างไร

เด้งฟ้าผ่า จีนปลดสองเลขาฯมณฑลหูเป่ย์และเมืองอู่ฮั่น เซ่นบกพร่องรับมือไวรัสCOVID-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614702

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 12:16 น.

เด้งฟ้าผ่า จีนปลดสองเลขาฯมณฑลหูเป่ย์และเมืองอู่ฮั่น เซ่นบกพร่องรับมือไวรัสCOVID-19

จีนสั่งปลดสองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำหูเป่ย์และเลขาฯพรรคประจำอู่ฮั่น หลังคนตายจากไวรัสเพียงวันเดียวถึง 200 คน ติดเชื้อทั่วจีนเกือบ 6 หมื่น

สำนักข่าว People’s Daily China ของทางการจีนรายงานว่า ที่ประชุมกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนตัดสินใจปลดนาย เจียง เฉาเลี่ยง พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมณฑลหูเป่ย์ และนายนายหม่า กั๋วเฉียง พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ อันเป็นเมืองศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสCOVID-19

ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนนายเจียงคือ นายอิง หยง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่วนผู้ที่ได้เลื่อนขั้นแทนนายหม่า คือ นายหวัง จงหลิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองจี่หนาน เมืองเอกของมณฑลซานตง ให้มารับตำแหน่งแทน โดยคำสั่งเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทั้งสองให้มีผลทันที

ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อในจีนสะสมรวมกว่า 59,539 คน รักษาหาย 5,680 คน

‘ฮุนเซน’เผยเหตุผลที่เปิดท่าเรือเขมรรับ”Westderdam”เข้าจอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614681

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 10:41 น.

'ฮุนเซน'เผยเหตุผลที่เปิดท่าเรือเขมรรับ"Westderdam"เข้าจอด

Westerdam เทียบท่าสีหนุวิลล์แล้ว กัมพูชาเข้มคัดกรองCovid-19 ยังไม่ให้ผู้โดยสารกลับบ้านจนกว่าผลตรวจจะออก

เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) จากกรณีที่บริษัท Holland America Line เจ้าของเรือMS Westerdam ซึ่งได้ถูกปฏิเสธการเข้าจอดเทียบท่าในหลายประเทศ เนื่องจากหวั่นวิตกว่าอาจมีผู้โดยสารบนเรือติดเชื้อไวรัสโคโรนา จนต้องรอนแรมกลางทะเลนานนับสัปดาห์ ได้ทวีตข้อความระบุว่า เรือเวสต์เตอร์ดัมจะเปลี่ยนทิศทางไม่เข้าเทียบท่าไทยแล้ว แต่จะเดินทางไปเทียบท่ายังท่าเรือกัมปงโสม หรือ สีหนุวิลล์แทน โดยเรือมีกำหนดถึงท่าเรือของกัมพูชาในเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ โดยเรือจะจอดเทียบท่าของกัมพูชาเป็นเวลาหลายวัน .. บริษัทได้รับการอนุมัติและขอขอบคุณทางการกัมพูชาที่ให้การสนับสนุน

เรื่องดังกล่าวทางด้าน สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ได้เผยผ่านสื่อว่า เหตุผลที่กัมพูชาเปิดรับเรือสำราญที่หลายประเทศไม่รับนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม

นายกฮุนเซนกล่าวว่า “สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงงานด้านมนุษยธรรมอันมุ่งมั่นและโดดเด่นของกัมพูชาที่จะดูแลชาติอื่นๆ หากคนอื่นไม่ยอมรับ .. กัมพูชาจะรับเอง”

ไม่เพียงแค่นั้น นายกฮุนเซน ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า กัมพูชายังได้เตรียมผ้าทอมือไว้ให้เป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารบนเรือด้วย โดยปฏิบัติการรับเรือWesterdam เข้าจอดครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจด้านมนุษยธรรมที่กัมพูชาไม่เลือกปฏิบัติต่อคนต่างเชื้อชาติ

ด้าน Kheang Phearom โฆษกของจังหวัดพระสีหนุ เผยกับสื่อว่า เรือเวสต์เตอร์ดัม ซึ่งมีผู้โดยสาร 1,455 คนกับลูกเรือ 802 คน เดินทางมาถึงท่าเรือเมืองสีหนุวิลล์แล้วในช่วงเช้าวันนี้ โดยจะการคัดกรองโรคตามขึ้นตอนต่อไป โดยมีผู้โดยสารราว 500 คนที่ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับประเทศเอง

ส่วนที่เหลือบริษัทเจ้าของเรือได้เตรียมเครื่องบินเช่าเหมาลำรองรับเพื่อส่งกลับประเทศแล้ว โดยบริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด พร้อมคืนเงินค่าล่องเรือแก่ผู้โดยสารด้วย

ด้านสำนักข่าวขแมร์ไทม์ได้เผยว่า ทางการกัมพูชาได้เตรียมมาตรการคัดกรองโรคกับผู้โดยสารบนเรือแล้ว โดยได้เตรียมเก็บตัวอย่างเลือดและสารคัดหลั่งของผู้โดยสารบางส่วนที่เข้าข่ายต้องสงสัย ขณะที่ผู้โดยสารที่มีอาการป่วยจะได้รับการตรวจอย่างละเอียด

“ก่อนที่ผลแล็บจะออก ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนจำนวน 2,257 จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปสนามบิน หรือออกจากขอบเขตของท่าเรือ”

“อย่างไรก็ดี ตอนนี้เราไม่มีเหตุผลที่จะสรุปว่ามีผู้ใดติดเชื้อ การตัดสินใจเพื่อให้เรือเข้าจอดอยู่บนพื้นฐานด้านมนุษธรรม เนื่องจากผู้โดยสารและลูกเรือต้องรอนแรมกลางทะเลมานานนับสัปดาห์แล้ว” แหล่งข่าวขแมร์ไทม์ระบุ

https://www.khmertimeskh.com/

เรือที่ใครก็ไม่รับ แต่ทำไม “ฮุน เซน” อ้าแขนรับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614643

วันที่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 20:51 น.

เรือที่ใครก็ไม่รับ แต่ทำไม "ฮุน เซน" อ้าแขนรับ

ทำไมผู้นำประเทศที่ไม่ยอมให้ประชาชนกลับประเทศ จึงอ้าแขนรับเรือที่ประเทศแล้วประเทศเล่าปฏิเสธไม่ให้เข้ามา?

แม้ว่าเรือ Westerdam จะได้ท่าเทียบในที่สุดและไม่ใช่ประเทศไทยอย่างที่หลายคนกังวล แต่ยังมีบางคำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

คำถามแรก เรือลำนี้บอกว่าได้รับการอนุมัติให้เทียบท่าที่แหลมฉบัง และเดินทางมุ่งมายังไทยในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากชาวไทยอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยมีทั้งเสียงคัดค้านและความเห็นใจผู้คนบนเรือ

แต่รุ่งขึ้นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทยกลับบอกว่า ไม่อนุญาตให้เรือเข้ามา

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์เรือก็ยังมุ่งหน้าเข้าอ่าวไทย และยังเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ โดยมีเรือรบหลวงเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชตามประกบ พร้อมกับที่มีกระแสข่าวว่าเรือกำลังมุ่งหน้ามาไทย ซึ่งอาจจะเป็นฐานทัพเรือแห่งหนึ่งในไทยตามข้อมูลที่ผู้โดยสารบนเรือเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์

แต่เมื่อเรือเดินทางเข้ามาในอ่าวไทยแนวเดียวกับเกาะช้าง จังหวัดตราด เรือก็เปลี่ยนเส้นทางหันหลังกลับแล้วล่องลงมาทางใต้ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็น 14.5 น็อต หลังจากมีข่าวเรือได้สถานที่เทียบท่าแน่นอนแล้ว นั่นคือเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา

ทำไมต้องเป็นสีหนุวิลล์?

ขณะที่ไทยมีความพร้อมมากที่สุดอันดับที่ 6 ของโลกในการรับมือกับโรคระบาด จากดัชนี Global Health Security (GHS) แต่กัมพูชามีศักยภาพอันที่ 89 ของโลกจากทั้งหมด 117 ประเทศที่ทำการสำรวจ

เรียกว่าอยู่อันดับท้ายๆ เลยทีเดียว

แต่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ดูเหมือนจะมีความมั่นใจเกินร้อยว่ารับมือกับการระบาดได้ ความมั่นใจนี้มีเครื่องรับประกันด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อแค่ 1 รายในกัมพูชา และ 1 รายที่ว่านั้นก็รักษาหายแล้วด้วย

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ฮุน เซน แสดงความมั่นใจอีกครั้งโดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า โรคที่แท้จริงคือความกลัว ไม่ใช่โคโรนาไวรัส และยัง “ดุ” ผู้สื่อข่าวด้วยว่า “นายกฯ ยังไม่สวมหน้ากากเลย แล้วคุณจะสวมทำไมกัน?”

ฮุน เซน ยังเดินทางไปจีนเพื่อให้กำลังใจจีนต่อสู้กับการระบาด ทั้งยังแสดงความจำนงค์ที่จะเดินทาไงปอู่ฮั่นด้วย ดีที่ทางการจีนเบรคไว้ทัน

ฮุน เซนยังบอกว่าจะไม่สั่งห้ามนักท่องเที่ยวจีนมายังกัมพูชา ที่เหนือไปกว่านั้น ขณะที่ประเทศต่างๆ พยายามอพยพประชาชนของตัวเองกลับ ฮุน เซน ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่อพยพชาวกัมพูชากลับประเทศโดยบอกว่า “เราจะให้ (ชาวกัมพูชา) อยู่ที่นั่นเพื่อร่วมแบ่งปันความสุขและทุกข์ (ของชาวจีน) และช่วยพวกเขาแก้ไขสถานการณ์นี้”

ฮุน เซน อาจจะรักจีนแต่คงกลัวสูญเสียผลประโยชน์จากจีนมากกว่า เพราะเขาบอกเองว่า การอพยพพวกเขากลับมา อาจจะเป็นการยุติโอกาสสำหรับชาวกัมพูชาที่จะศึกษาที่นั่น จีนจะหยุดให้ทุนการศึกษา”

หากวิเคราะห์ตามนี้ ผู้นำกัมพูชายอมเสียสละประชาชนตัวเอง เพื่อไม่ให้จีนเคือง เพราะหากจีนเคือง กัมพูชาจะเสียโอกาส และโอกาสที่ฮุน เซนน่าจะปรารถนาที่สุดคือ “เงิน”

ปี 2561 จีนลงทุนในจีนถึง 3,594 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นประเทศที่ลงทุนโดยตรงมากที่สุดในกัมพูชา คิดเป็นสัดส่วนของ FDI ทั้งหมด 43% หรือเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

และในปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 2 ล้านคนมาเที่ยวกัมพูชา เพิ่มขึ้นถึง 24% และคาดว่าภายในปี 2566 การค้าทวิภาคีของจีนและกัมพูชาจะมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ผู้ป่วยที่พบในกัมพูชาเป็นชาวจีนอยู่ที่สีหนุวิลล์

ในตอนนี้หากใครไปเยือนสีหนุวิล์อาจอุทานเบาๆ ว่า “นี่คือเมืองจีนหรือเปล่า?” เพราะเต็มไปด้วยชาวจีนและการลงทุนจากจีน

แล้วทำไมผู้นำประเทศที่ไม่ยอมให้ประชาชนกลับประเทศ (เพราะอาจกลัวการตอบโต้จากจีน) จึงอ้าแขนรับเรือที่ประเทศแล้วประเทศเล่าปฏิเสธไม่ให้เข้ามา?

คำตอบนั้นอาจอยู่ในเนื้อหาตอนท้ายๆ ของบทวิเคราะห์นี้แล้ว