ไต้หวันสั่งแบนคนจีนแผ่นดินใหญ่เข้าประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613922

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 15:57 น.

ไต้หวันสั่งแบนคนจีนแผ่นดินใหญ่เข้าประเทศ

ไต้หวันเข้ม ห้ามพลเมืองจีนจากทุกมณฑลเดินทางเข้าประเทศแล้ว

สื่อทางการของไต้หวันรายงานว่า ศูนย์ป้องกันโรคติดต่อของไต้หวันได้แถลงในวันนี้ ( 5 ก.พ.) จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีต้นกำเนิดในจีน ยังคงไม่มีแนวโน้มดีขึ้น อีกทั้งยังคงลุกลามไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลก

ทางการไต้หวันจึงตัดสินใจยกระดับการเตือนโรคระบาดเป็นระดับที่ 2 ส่งผลให้มีการห้ามพลเมืองจีนทั้งหมดจากทุกมณฑลเดินทางเข้าไต้หวันแล้ว

ส่วนผู้ที่มีประวัติไปจีน ฮ่องกง และมาเก๊า เมื่อกลับมาไต้หวัน ต้องถูกกักตัวเพื่อสังเกตอาการที่บ้านพักด้วยตัวเองเป็นเวลา 14 วัน

นอกจากนี้ไต้หวันยังยกระดับการเตือนการเดินทางไปฮ่องกง และมาเก๊า เป็นระดับ 2 ผู้ที่จะเดินทางไปฮ่องกงและมาเก๊า ต้องเสริมมาตรการป้องกันตนเองให้มากยิ่งขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังไต้หวันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศที่ 11 ราย

ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังเตรียมใช้มาตรการห้ามพลเมืองต่างชาติที่มีประวัติเดินทางไปจีนในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้า (14วัน) เดินทางเข้าประเทศด้วย โดยจะมีผลบังคับใช้วันศุกร์ที่ 7 ก.พ.เป็นต้นไป

ประธานผู้แทนฯสหรัฐ ฉีกสปีชทรัมป์กลางสภา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613904

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 14:26 น.

ประธานผู้แทนฯสหรัฐ ฉีกสปีชทรัมป์กลางสภา

แถลงนโยบายประจำปีคองเกรสเครียด ประธานสภาผู้แทนฯฉีกสปีชปธน.ทรัมป์ สมาชิกแดโมแครตวอล์กเอาท์ที่ประชุม

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตันดี.ซี. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาสหรัฐ (State of the Union) ซึ่งเป็นการแถลงนโยบายประจำปีที่ผู้นำสหรัฐต้องกระทำทุกปี แต่การแถลงประจำปีนี้นับว่ามีบรรยากาศคุกรุ่นกว่าครั้งไหน เนื่องจากอยู่ช่วงที่วุฒิสภากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการสอบสวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์

ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งได้ใช้เวลาในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อการแถลงสิ้นสุด นางแนนซี่ เปโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตได้ทำการฉีกสำเนาคำแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ในทันที ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ปธน.ทรัมป์ กำลังลงจากโพเดียมแถลง

ก่อนหน้านี้ที่การแถลงจะเริ่ม เมื่อปธน.ทรัมป์เดินขึ้นมาบนโพเดียม เขาได้ทำเมินไม่จับมือกับนางเปโลซี ซึ่งเธอได้ยื่นมือมาให้ทรัมป์หลังจากที่เขายื่นสำเนาคำแถลงต่อนางเปโลซี และนายไมค์ เพนซ์ รองปธน.ที่นั่งอยู่ด้านหลัง

ในระหว่างการแถลง นายบิล ปาสเครลล์ ส.ส.แดโมแครตจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้วอร์กเอาท์จากห้องประชุม โดยบอกว่าเขาทนฟังคำโกหกของผู้นำสหรัฐไม่ได้ โดยบอกว่าการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของชายผู้นี้ (ทรัมป์) ถือเป็นโศกนาฎกรรมของชาติ

ขณะที่ยังมีส.ส. รายอื่นจากแดโมแครตที่ประกาศก่อนหน้าว่าจะไม่เข้าร่วมรับฟังการแถลงของทรัมป์เช่นกัน

นอกจากนี้ ในการแถลงดังกล่าว เป็นธรรมเนียมทุกปีที่ทำเนียบขาวจะเชิญแขกของประธานาธิบดีร่วมรับฟังด้วย โดยในปีนี้ ทรัมป์ได้เชิญนายฮวน กุยโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาเข้าร่วม โดยระหว่างแถลงทรัมป์ได้กล่าวยกย่องกุยโด ว่าเป็นผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของเวเนซุเอลา

“อิมพีชเมนท์” 

อย่างไรก็ดี 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ประวัติศาสตร์สหรัฐจะจารึกชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐคนที่สาม ที่รอดจากการถูกลงมติถอดถอนของวุฒิสภา จากการที่สภาผู้แทนราษฏรสหรัฐได้ผลักดันวาระถอดถอนาทรัมป์เข้าสู่การไต่สวนของวุฒิสภาเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นักวิทย์ฯเตรียมตั้งชื่อ”ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่”อย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613894

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 13:28 น.

นักวิทย์ฯเตรียมตั้งชื่อ"ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่"อย่างเป็นทางการเร็วๆนี้

เผยข้อกำหนด WHO หลังทีมนักวิทย์เตรียมตั้งชื่อ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” อย่างเป็นทางการ

สถานการณ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ซึ่งกำลังระบาดอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ เรามักจะเห็นคำเรียกไวรัสชนิดใหม่เหล่านี้ตามหน้าการรายงานข่าวในหลากหลายชื่อ อาทิ ไวรัสอู่ฮั่น ไวรัสโคโรนา หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

แต่จริงๆแล้วชื่อ (ชั่วคราว) ของไวรัสชนิดใหม่นี้คือ “2019-nCoV” มาจากปี 2019 ซึ่งเริ่มพบการระบาด รวมกับ n ที่แทนคำว่า Novel หรือ New และ CoV อันเป็นตัวย่อของไวรัสกลุ่มโคโรนา

จนถึงขณะนี้ (5 ก.พ.) แม้องค์การอนามัยโลก (WHO) จะประกาศให้การระบาดของ 2019-nCoV เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ WHO ยังไม่มีการประกาศชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ คณะกรรมการระหว่างประเทศด้านอนุกรมวิธานไวรัส (ICTV) กำลังหารือด่วนถึงเรื่องดังกล่าว โดยคาดว่า ICTV อาจมีการเผยชื่อของ 2019-nCoV อย่างเป็นทางการได้ในไม่กี่วันข้างหน้า

ด็อกเตอร์ คริสตัล วัตสัน แห่งสถาบัน Johns Hopkins Center for Health Security เผยกับบีบีซีว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับมาตรการกักกันและควบคุมโรค แต่การตั้งชื่อไวรัสอย่างเป็นทางการก็สำคัญไม่แพ้กัน

ด็อกเตอร์วัตสันกล่าวว่า “จะอันตรายมาก หากไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ เพราะการระบาดสร้างผลกระทบเชิงลบต่อประเทศต้นกำเนิด ซึ่งนำไปสู่การเกิดความรู้สึกต่อต้านชาวจีน”

ตามประกาศขององค์การอนามัยโลกเมื่อปี 2015 ได้ระบุถึงข้อกำหนดในการตั้งชื่อไวรัสชนิดใหม่ที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อคนสู่คนว่า ควรเลี่ยงการตั้งชื่อโดยใช้ สถานที่ตั้ง ชื่อบุคคล ชื่อสัตว์หรือชนิดของอาหาร หรือชื่อที่อ้างอิงถึงวัฒนธรรม อุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง

https://apps.who.int/

ด้วยเหตุนี้คำว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” ที่ปรากฎตามข่าว จะไม่ถูกนำมาตั้งชื่ออย่างเป็นทางการอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี บางครั้งชื่อของโรคอาจเป็นการผสมอักษรของอาการที่พบในผู้ป่วยเช่น โรคซาร์ส (SARS-CoV) ซึ่งย่อมาจาก Severe Acute Respiratory Syndrome (โรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน)

ทีมของ ICTV ซึ่งได้เริ่มต้นการหารือชื่อของไวรัสชนิดใหม่นี้ตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน เผยว่า ทางทีมเตรียมเปิดเผยชื่อของไวรัสอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่วันข้างหน้า

ญี่ปุ่นพบผู้โดยสารเรือสำราญติดโคโรนาอย่างน้อย 10 คน สั่งกักโรคคนบนเรือทันที 14 วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613872

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 10:44 น.

ญี่ปุ่นพบผู้โดยสารเรือสำราญติดโคโรนาอย่างน้อย 10 คน สั่งกักโรคคนบนเรือทันที 14 วัน

พบผู้โดยสาร “ไดมอนด์ ปรินเซส” ติดเชื้อโคโรนาอย่างน้อย 10 ราย ญี่ปุ่นสั่งกักโรคทุกคนบนเรือกว่า 3 พันคน 14 วัน

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นแถลงยืนยันในวันนี้ (5 ก.พ.) จากกรณีที่ญี่ปุ่นสั่งกักกันเรือสำราญ “ไดมอนด์ ปริสเซส” ไว้ที่ท่าเรือโยโกฮามาตั้งแต่เมื่อเย็นวันจันทร์ที่่ผ่านมา หลังพบว่ามีผู้โดยสารวัย 80 ปีชาวฮ่องกง ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาขณะเดินทางมากับเรือจากโตเกียว ไปขึ้นฝั่งที่ฮ่องกงแล้ว โดยเป็นการตรวจพบเชื้อหลังเดินถึงฮ่องกงแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ญี่ปุ่นกักเรือสำราญ ตรวจเข้มเชื้อโคโรนาผู้โดยสาร 3,700 ราย

ด้วยเหตุดังกล่าวส่งผลให้เมื่อเรือเดินทางกลับมายังญี่ปุ่น ทางการจึงต้องสั่งกักกันผู้โดยสารและลูกเรือรวม 3,700 รายเพื่อตราวจคัดกรองเชื้อ โดยจากผลการตรวจคนบนเรือพบว่า จำนวนนี้มีอย่างน้อย 10 รายที่ถูกระบุว่าตรวจพบเชื้อโคโรนา และคาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกระหว่างที่แพทย์ทำการตรวจร่างกายผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 3,000 คน

นายคัตสึโนบุ คาโตะ รมว.สาธารณสุขญี่ปุ่น ระบุในการแถลงข่าวว่า ผู้ติดเชื้อ 10 คน ถูกส่งเข้ารักษาตัวและดูแลใกล้ชิดจากแพทย์แล้ว ส่วนผู้โดยสารและลูกเรือที่เหลือทั้งหมดซึ่งจำนวนนี้รวมถึงพลเมืองต่างชาติ 56 ประเทศ จะต้องถูกกักตัวอยู่บนเรืออีกเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป

ขณะที่สถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาวันนี้ ( 5 ก.พ.) พบว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิต จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มเป็นอย่างน้อย 490 คนเฉพาะในจีน โดยตัวเลขเสียชีวิตนี้เพียงวันเดียวเพิ่มถึง 65 ราย

ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่รวม 24,324 คน อีก 18 ที่ฮ่องกง 10 คนในมาเก๊า หากรวมผู้ติดเชื้อทั่วโลกตัวเลขอยู่ที่ 24,537

เสียชีวิตรวม 492 ราย รักษาหายแล้ว 911

ไต้หวันแจงข้อเท็จจริงข่าวไข้หวัดหมูระบาดลดลงแล้ว เที่ยวได้ไม่ต้องกลัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613851

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 23:19 น.

ไต้หวันแจงข้อเท็จจริงข่าวไข้หวัดหมูระบาดลดลงแล้ว เที่ยวได้ไม่ต้องกลัว

ข้อเท็จจริงดังกล่าวกับกรมควบคุมโรคไต้หวัน มีรายละเอียดข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

เรื่องชาวไต้หวันติดเชื้อไข้หวัดหมู(Swine Flu) จนมีผู้เสียชีวิต 56 คน ซึ่งกำลังเป็นข่าวแพร่หลายในประเทศไทยนั้น หลังจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยได้สอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าวกับกรมควบคุมโรคไต้หวัน มีรายละเอียดข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

1. คำว่า“ไข้หวัดหมู” (Swine Flu) นั้นเป็นคำที่องค์การอนามัยโลกใช้เรียก“ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 (A/H1N1) ” ซึ่งมีการระบาดในปี 2009 ต่อมาองค์การอนามัยโลกได้เปลี่ยนชื่อ“ไข้หวัดหมู”ให้เป็น “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ” แท้จริงแล้ว “ไข้หวัดหมู” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับหมูแม้แต่น้อย

2. ข่าวของกรมควบคุมโรคไต้หวันในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2020 ได้รายงานว่าตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2019 ถึงวันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 ไต้หวันมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 จำนวน 56 คน ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว เมื่อพวกเขาเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้โรคประจำตัวมีอาการแย่ลงจนถึงแก่ความตาย กรมควบคุมโรคของไต้หวันจึงได้ระบุสาเหตุของการตายคือการเป็นไข้หวัดใหญ่

3. ไตรมาสที่แล้ว ทั่วโลกมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เป็นอย่างมาก ข้อมูลสถิติของกรมควบคุมโรคสหรัฐอเมริการะบุว่าไตรมาสที่แล้ว ที่สหรัฐอเมริกามีประชาชนจำนวน 19 ล้านคนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 10,000 คน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ระบาดทั่วโลกทุกปี เมื่อเปรียบเทียบการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในอเมริกาแล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในไต้หวันมีเพียง 56 คน ซึ่งถือว่าไม่รุนแรง และบรรเทาลงอย่างต่อเนื่อง

นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวไต้หวันได้อย่างมั่นใจ แต่ขอให้ท่านระลึกเสมอว่าหมั่นล้างมือ ไอจามต้องปิดปากและจมูกเพื่อให้ถูกสุขลักษณะ

ชมเต็มๆ ตา ภาพพื้นผิวดวงอาทิตย์ชัดที่สุดเท่าที่เคยถ่ายได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613847

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 22:03 น.

ชมเต็มๆ ตา ภาพพื้นผิวดวงอาทิตย์ชัดที่สุดเท่าที่เคยถ่ายได้

เราสามารถเห็นการระเบิดของแก๊ซบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ที่มีขนาดเล็กเพียง 30 กม. ได้เป็นครั้งแรก

หอดูดาวสุริยะแห่งชาติ หรือ National Solar Observatory (NSO) เผยแพร่ภาพซึ่งถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ Daniel K. Inouye Solar Telescope แสดงภาพความละเอียดสูงสุดของพื้นผิวดวงอาทิตย์เท่าที่เคยที่เคยถ่ายมากันมาได้

ในภาพนี้ถ่ายที่ระยะ 789nm เราสามารถเห็นการระเบิดของแก๊ซบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ที่มีขนาดเล็กเพียง 30 กม. ได้เป็นครั้งแรกเท่าที่ที่เคยมีมา เพราะตาปกติแล้วกล้องไม่สามารถซูมพื้นผิวขนาดมโหฬารของดวงอาทิตย์ได้ขนาดนี้

ในภาพแสดงรูปแบบของแก๊สที่กำลังระเบิดอย่างปั่นป่วนครอบคลุมไปทั่วทั้งดวงอาทิตย์ แต่โครงสร้างคล้ายเซลล์ที่เห็นในภาพที่จริงแล้วมีขนาดประมาณเท่ากับรัฐเท็กซัส เป็นการเคลื่อนตัวถ่ายเทความร้อนจากด้านในของดวงอาทิตย์ไปยังพื้นผิวอย่างรุนแรง

ในภาพจะเห็นพลาสมาที่ร้อนจัดตรงศูนย์ของการระเบิดสว่างวาบขึ้นมา เมื่อเย็นลงแล้วจะจมลงใต้พื้นผิวเป็นร่องมืด ในร่องมืดเหล่านี้เราสามารถเห็นการระเบิดเล็กๆ ของสนามแม่เหล็กที่สว่างเป็นประกาย

คาดว่าจุดสว่างเหล่านี้จะส่งพลังงานไปสู่ชั้นบรรยากาศรอบนอกของชั้นบรรยากาศสุริยะที่เรียกว่าโคโรนา จุดสว่างเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุหลักที่ว่าทำไมโคโรน่าของดวงอาทิตย์จึงมีอุณหภูมิสูงกว่าล้านองศาเซลเซียส

ภาพถ่ายโดย HO / NSO / NSF / AURA / AFP

ตายเยอะกว่าโคโรนา โรคระบาดที่สหรัฐไม่อยากให้โลกรู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613849

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 21:12 น.

ตายเยอะกว่าโคโรนา โรคระบาดที่สหรัฐไม่อยากให้โลกรู้

ในขณะที่ชาวโลกกำลังตื่นตระหนกกับโคโรนาไวรัสจากจีน โรคระบาดร้ายแรงโรคหนึ่งที่กำลังระบาดในสหรัฐกลับไม่มีการพูดถึง

ในขณะที่ทั่วโลกพุ่งความสนใจไปที่การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสซึ่งมีต้นตอมาจากประเทศจีน โรคไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐที่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 19 ล้านคน ในจำนวนนี้ต้องเข้าโรงพยาบาล 180,000 คน คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปถึง 10,000 คน และมีแนวโน้มจะกลายเป็นโรคระบาดที่อันตรายที่สุดในรอบทศวรรษ กลับไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แม้แต่ชาวอเมริกันเองก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีความเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากกว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) โรคไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่ปัญหาของสหรัฐประเทศเดียวเท่านั้น ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลราว 3-5 ล้านคนต่อปี และเสียชีวิตมากถึง 650,000 คนต่อปี

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) ระบุว่าปีนี้โรคไข้หวัดใหญ่มาเยือนสหรัฐเร็วกว่าปกติ คือเริ่มระบาดมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว และอาจอยู่ไปจนถึงเดือน พ.ค.นี้ ทั้งที่ปกติจะระบาดในช่วงปีใหม่  และขณะนี้ได้แพร่ระบาดไปทั่วทุกรัฐแล้ว

ไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คน และมีอาการไข้และไอเหมือนกับเชื้อโคโรนาไวรัส แต่ที่ต่างกันคือ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัส ขณะที่ไข้หวัดใหญ่คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วราว 10,000 คนนับตั้งแต่ระบาด โดยสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐ คาดว่าไข้หวัดใหญ่ฤดูกาล 2019-2020 อาจจะร้ายแรงเท่ากับฤดูกาล 2017-2018 ซึ่งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี

นอกจากนี้ ไข้หวัดใหญ่ฤดูกาลนี้ยังทำสถิติคร่าชีวิตเด็กอเมริกันถึง 68 คน นับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมาเมื่อ 17 ปีที่แล้ว เนื่องจากเชื้อที่ระบาดปีนี้เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บีที่เด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกัน

ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐลงความเห็นตรงกันว่าสำหรับชาวอเมริกันแล้ว ไข้หวัดใหญ่น่ากลัวกว่าเชื้อโคโรนาไวรัส

เชื้อไข้หวัดไหญ่รับมือได้ยาก เนื่องจากเชื้อไวรัสเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกปี บางครั้งเชื้อมีความรุนแรงกว่าการระบาดครั้งที่ผ่านๆ มา ส่งผลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อและความรุนแรงของอาการ

เมลิสซา โนแลน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิทยาลัยสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนาเผยว่า บางครั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ก็เกิดการกลายพันธุ์กลายเป็นเชื้อชนิดใหม่ที่ร่างกายมนุษย์ไม่เคยเจอมาก่อน

อย่างไรก็ดี แม้ไข้หวัดใหญ่จะร้ายแรงกว่าเชื้อโคโรนาไวรัส แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ และน่าจะรวมทั้งผู้คนทั่วโลก กลับไม่ค่อยให้ความสำคัญหรือตื่นตัวกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่

ในขณะที่ชาวโลกตื่นตัวกับเชื้อโคโรนา ไม่ว่าจะเป็นการสั่งกักตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเพื่อดูอาการ การยกเลิกเที่ยวบินไปยังเมืองอู่ฮั่น แต่กลับไม่มีการต่อแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ เช่นที่ผู้คนในเอเชียหลายประเทศตอนนี้ทำนับตั้งแต่มีการรายงานข่าวการติดเชื้อโคโรนาไวรัส

จริงอยู่ว่าหลังเชื้อไข้หวัดใหญ่ระบาด บางโรงรียนในสหรัฐมีการยกเลิกชั้นเรียน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังใช้ชีวิตกันตามปกติทั้งๆ ที่ภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่อาจร้ายแรงไม่ต่างจากเชื้อโคโรนาไวรัส อาทิ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ กระตุ้นหอบหืด และหัวใจวาย

มาร์โก ซาวอย ประธานภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชนของคณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเทมเปิลเผยถึงสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับโคโรนาไวรัสมากกว่าไข้หวัดใหญ่เพราะเชื่อว่าหน่วยงานทางการแพทย์ควบคุมเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

ขณะที่โคโรนาไวรัสที่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่นของจีนเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มนุษย์ยังไม่คุ้นเคย ยังไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาด ความอันตรายร้ายแรง การควบคุม จะผลิตวัคซีนป้องกันได้เมื่อไร

หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ ความไม่รู้ทำให้เกิดความกลัว

ทั้งนี้ แม้ทางการสหรัฐจะเตรียมวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ถึง 173 ล้านโดส ซึ่งเกินความต้องการสำหรับชาวอเมริกันทั่วประเทศ แต่จากข้อมูลของ CDC กลับพบว่าในช่วงฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ระบาดเมื่อปี 2018-2019 ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเพียง 45.3% และเด็ก 62.6% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีน

ผลการวิจัยโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐเมื่อปี 2017 พบว่า ชาวอเมริกันส่วนหนึ่งไม่ยอมฉีดวัคซีน เนื่องจากเชื่อว่าวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ หรือกังวลว่าฉีดแล้วจะไม่ปลอดภัย แม้จะมีผลการวิจัยจาก CDC ยืนยันว่าวัคซีนสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 60%

แม้ว่าสหรัฐจะมีความพร้อมและความสามารถในการรับมือโรคระบาดเป็นอันดับหนึ่งของโลก (ไทย อันดับ 6) จากการจัดทำดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพโลก ซึ่งจัดทำโดย The Economist Intelligence Unit ของนิตยสาร The Economist ร่วมกับทีมนักวิจัยโครงการ Nuclear Threat Initiative มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์

ทว่าระบบสาธารณสุขของสหรัฐกลับอยู่ในอันดับท้ายๆ เมื่อเทียบกับประเทศร่ำรวยด้วยกัน แม้ว่าในปี 2016 อัตราการทำประกันสุขภาพของชาวอเมริกันจะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ชาวอเมริกันที่เข้าไม่ถึงประกันสุขภาพกลับมีจำนวนมากกว่าเมื่อเทียบกับประเทศร่ำรวยอื่นๆ

ข้อมูลของ CDC พบว่ายังมีชาวอเมริกัน 4.8% ไม่ได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่จำเป็นเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง

ข้อเท็จจริงข้างต้นอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ไข้หวัดใหญ่แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ และมีอัตราการติดเชื้อเสียเสียชีวิตค่อนข้างสูง

โสเภณีจีนขายไม่ออกต้องปลอมเป็นญี่ปุ่น ลูกค้ากลัวติดไวรัสไม่ยอมซื้อบริการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613843

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 19:56 น.

โสเภณีจีนขายไม่ออกต้องปลอมเป็นญี่ปุ่น ลูกค้ากลัวติดไวรัสไม่ยอมซื้อบริการ

หญิงให้บริการชาวจีนคนอื่นๆ ยังต้องปลอมสัญชาติเป็นคนเกาหลี คนญี่ปุ่น หรือคนเอเชียชาติอื่นๆ

หญิงขายบริการชาวจีนให้สัมภาษณ์กับสื่อของนิวซีแลนด์ New Zealand Herald ว่า ตอนนี้เธอต้องปลอมสัญชาติตัวเองจากจีนมาเป็นคนเอเชียชาติอื่นๆ เมื่อต้องลงโฆษณาขายบริการออนไลน์ หลังการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์มใหม่

นอกจากนี้เธอยังต้องลดอัตราค่าบริการลงจาก 180 เหรียญนิวซีแลนด์ เหลือเพียง 90 เหรียญ เนื่องจากธุรกิจดิ่งลงฮวบฉาบถึง 50% ในเวลาชั่วข้ามคืน

นอกจากนี้ หญิงให้บริการชาวจีนคนอื่นๆ ยังต้องปลอมสัญชาติเป็นคนเกาหลี คนญี่ปุ่น หรือคนเอเชียชาติอื่นๆ เพื่ออำพรางตัวเอง ในข่วงเวลาที่ลูกค้ากังวลใจกับการติดต่อคนจีน

อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการทางเพศเชื้อสายจีนหลายคนไม่ใช่คนจีนที่มาจากประเทศจีน แต่เป็นคนเชื้อสายจีนที่เกิดในนิวซีแลนด์ แต่กลับถูกรังเกียจไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ตามกฎหมายของนิวซีแลนด์ พลเมืองของนิวซีแลนด์เท่านั้นที่สามารถให้บริการทางเพศอย่างถูกกฎหมายได้

อย่างไรก็ตาม มีผู้ค้าบริการทางเพศผิดกฎหมายเช่นกัน และแม้ว่าจะไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่ทราบกันว่าผู้ให้บริการทางเพศชาวจีนเป็นชาวต่างชาติที่ทำงานในอุตสาหกรรมทางเพศอย่างผิดกฎหมายจำนวนมากที่สุดในนิวซีแลนด์

เดม แคเธอรีน ฮีลี แห่งสมาคมโสเภณีนิวซีแลนด์ (New Zealand Prostitutes Collective) กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอย่างมากต่อผู้ใหบริการทางเพศ โดยเธอบอกว่า มีความกังวลทั้งความสามารถของผู้คนในการหลีกเลี่ยงไวรัส และการเอาตัวรอดจากปัญหาทางการเงิน

อนามัยโลกย้ำไวรัสอู่ฮั่นยังไม่ลามทั่ว ไม่ถึงขั้น Pandemic #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613835

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 19:01 น.

อนามัยโลกย้ำไวรัสอู่ฮั่นยังไม่ลามทั่ว ไม่ถึงขั้น Pandemic

Pandemic แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า โรคระบาดทั่ว เป็นการระบาดที่ขยายวงกว้างในระดับโลกหรือกระจายไปทั่วทวีป

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซิลวี บริองด์ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกยังคงยืนยันว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่ถือป็น “pandemic” เป็นการย้ำจุดยืนเดิมก่อนหน้านี้ว่าการระบาดยังถือเป็นภาวะฉุกเฉินของโลก

“ในปัจจุบันเราไม่ได้อยู่ในการระบาดทั่ว เราอยู่ในขั้นตอนการระบาดของไวรัสโคโรนาที่มีจุดโฟกัสหลายจุด หลายและเราพยายามที่จะยุติการระบาดในแต่ละจุดโฟกัสเหล่าอย่างเป็นทางการ” บริองด์

Pandemic แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า โรคระบาดทั่ว เป็นการระบาดที่ขยายวงกว้างในระดับโลกหรือกระจายไปทั่วทวีป

อีกคำที่ใช้กันบ่อยในตอนนี้คือ Epidemic ซึ่งแปลว่าโรคระบาด โดยที่ยังระบาดในวงแคบ แม้จะกระจายไปยังประเทศอื่นๆ ก็ตาม

การระบาดที่รองลงมาคือ Outbreak หมายถึงการระบาดอย่างรวดเร็วเฉพาะพื้นที่และเวลาใดเวลาหนึ่ง เป็นการระบาดในวงแคบที่สุด

สถานการณ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อยู่ในขั้นของ Outbreak เหลื่อมกับ Epidemic มีการใช้คำทั้งสองคำสลับกันโดยสื่อและหน่วยงานด้านสาธารณสุข ลักษณะของการระบาดมีจุดการระบาดหลายจุด แต่ละจุดยังไม่กระจายตัวรวดเร็วจนครอบคลุมทั้งทวีป ดังนั้นจึงไม่เข้าข่าย Pandemic

หากโรคระบาดครั้งนี้จำกัดวงเฉพาะที่อู่ฮั่นโดยไม่กระจายออกไปที่ไหน ก็สามารถเรียกว่าเป็น Outbreak ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกบอกว่า แม้จะมีการติดต่ออย่างรวดเร็วในมณฑลหูเป่ย แต่กรณีที่พบนอกมณฑลเป็นเพียงการรั่วไหล (spillover cases) เป็นการติดต่อเป็นจุดๆ แต่ละจุดกระจายตัวห่างกัน

มีภาษาอังกฤษหลายคำที่เราควรจะรู้ในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อความเข้าใจสถานการณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าหญิงเกาหลีติดเชื้อจากไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613819

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 17:06 น.

ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าหญิงเกาหลีติดเชื้อจากไทย

ถ้าเป็นไปได้เราควรคาดหวังว่ามันไม่ใช่การระบาดจากไทย และควรจะตั้งสมมติฐานเอาไว้ด้วยว่าหญิงชาวเกาหลีคนนี้อาจติดเชื้อในเกาหลีเอง

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของเกาหลีใต้ (KCDC) เปิดเผยว่า หญิงชาวเกาหลีใต้วัย 42 ปีติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยหญิงคนนี้เดินทางกลับจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 มกราคม และแสดงอาการอีก 7 วันต่อมา และได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์

เมื่อข่าวออกมาตอนแรกนั้น ประโยคที่ว่า “เพิ่งกลับมาจากไทย” ถูกเน้นเป็นพิเศษ เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่หญิงคนนี้จะเดินทางไปจีน ทางเกาหลีก็ไม่ตอบ

ในเวลาต่อมาฝ่ายเกาหลีจึงบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสจากประเทศไทยหรือไม่ จ็องอึนคย็อง (Jeong Eun-kyeong) ผู้อำนวยการของ KCDC บอกว่า “เราจำเป็นต้องวิจัยเพิ่มเติมผ่านการสำรวจทางระบาดวิทยา”

การสำรวจทางระบาดวิทยา (Epidemiological survey) เป็นงานที่ต้องใช้เวลา ระหว่างนี้ฝ่ายไทยควรทำความเข้าใจกับชาวโลกว่าการติดเชื้อครั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าติดจากไทย ติดจากในเกาหลีเอง หรือว่าไปติดจากที่อื่นมาแล้วผ่านไทยกลับไปแสดงอาการที่เกาหลี

มีกรณีที่ประเทศลาว ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนแวะเข้ามาเที่ยวแล้วกลับไป กว่าทางการลาวจะรู้ว่ามีเชื้อไวรัสก็ผ่านมาแล้วตั้งหลายวัน

ที่เกาหลีเองมีกรณีผู้ป่วยถึง 5 รายที่ติดเชื้อจากคนสู่คนในประเทศตัวเอง ส่วนไทยในระหว่างที่กำลังเขียนบทความนี้ (4 กุมภาพันธ์) พบผู้ติดเชื้อในไทยเพิ่มจาก 1 รายเป็น 5 รายเท่ากับเกาหลีใต้ โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ 2 รายล่าสุดในไทย ติดเชื้อหลังจากกลับจากประเทศญี่ปุ่น แต่ก็สรุปไม่ได้เช่นกันว่าติดจากที่ญี่ปุ่นหรือไม่

ทำไมเราจึงต้องซีเรียสเรื่องสถานที่ติดเชื้อ?

ประการแรก หากหญิงเกาหลีติดเชื้อระหว่างเที่ยวไทยจริง คนไทยก็มีเหตุผลที่จะต้องระวังตัวกันมากขึ้น และรัฐบาลจะต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น

ประการที่สอง เพื่อเป็นการทำแผนที่การติดเชื้อที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อแกะรอยและควบคุมการระบาด

ประการที่สาม หากไทยเป็นแหล่งกระจายเชื้อจริง อาจส่งผลต่อความชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและนักลงทุน ประเทศเรายังพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงมาก ความน่าเชื่อถือเรื่องความปลอดภัยจึงจำเป็นที่สุด

ก่อนหน้าที่เกาหลีใต้จะประกาศโครมครามว่าประชาชนของเขาติดเชื้อหลังจากมาเที่ยวไทย ประเทศเราสามารถกู้ความเชื่อมั่นมาได้ ด้วยผลงานอันเยี่ยมยอดของคณะแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีที่ค้นพบสูตรใหม่ที่ใช้รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น

คล้อยหลังมา 2 วันก็มีข่าวด้านลบทันที เหมือนเทวดาฟ้าดินจะไม่ให้โอกาสคนไทยได้ดีใจกันนานข้ามสัปดาห์

หญิงเกาหลีติดเชื้อจากไทยหรือไม่ยังไม่ใครบอกได้

สิ่งที่ต้องคำนึงในเวลานี้คือระยะฟักตัวของไวรัส ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะไวรัสต้องฟักตัวกัน 14 วันทุกราย องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ระยะฟักตัวอยู่ที่ 2 – 10 วัน คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีน (NHC) บอกว่าอยู่ที่ระหว่าง 10 – 14 วัน สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) ประมาณการณ์ว่าอยู่ที่ 2 – 14 วัน

และที่สำคัญเราต้องแยกระยะฟักตัวออกจากการกักกันตัว 14 วัน เพราะยังไม่ทันกักตัวครบกำหนดโรคก็สามารถแสดงอาการได้แล้ว ยังไม่นับข้อเท็จจริงที่ว่าไวรัสสามารถติดต่อกันได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ

หญิงชาวเกาหลีเดินทางกลับจากไทยวันที่ 19 มกราคม แสดงอาการวันที่ 25 มกราคม และถูกประกาศว่าติดเชื้อวันที่ 4 กุมภาพันธ์

ระหว่างวันที่ 19 – 25 มกราคม หรือ 7 วันที่เธออยู่ในเกาหลีใต้ จึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อจากคนที่นั่นได้เช่นกัน

ฝ่ายไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรคบอกว่า “เรามีโอกาสในระดับค่อนข้างต่ำในการสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อโรคนี้ขณะที่อยู่ในเมืองไทย”

แต่สื่อบางแห่งพาดหัวข่าวไปเรียบร้อยแล้วว่าชาวเกาหลีคนนี้อาจจะติดจากคนจีนในไทย

ไม่รู้ไปเอาข้อมูลมาจากไหน เพราะทางเกาหลีใต้ยังไม่เผยข้อมูลออกมามากกว่าที่เราทราบกัน

สำนักข่าวทงอา (Dong-a Ilbo) ของเกาหลีใต้ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ป่วยคนที่ 16 มีเส้นทางการติดเชื้อที่มากกว่าผู้ป่วยรายอื่น คืออาจสัมผัสกับผู้ติดเชื้อในไทย อาจติดเชื้อที่สนามบิน (ที่ไหนก็ได้) หรืออาจติดเชื้อในเกาหลีเอง

สื่อเกาหลีใต้แนะว่าบางทีอาจจะต้องควบคุมการเข้าประเทศจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดนอกเหนือจากจีน แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกาหลีใต้เองยังบอกว่า “ยังต้องหารือกันในประเด็นนี้กันต่อไป”

แน่ล่ะ เพราะในเกาหลีเองก็มีผู้ติดเชื้อในแผ่นดินตัวเองถึง 5 คน มากกกว่าที่ติดเชื้อจากประเทศ 3 หลายเท่าตัว

ในฐานะคนไทย ถ้าเป็นไปได้เราควรคาดหวังว่ามันไม่ใช่การระบาดจากไทย และควรจะตั้งสมมติฐานเอาไว้ด้วยว่าหญิงชาวเกาหลีคนนี้อาจติดเชื้อในเกาหลีเอง ไม่ใช่แค่ตั้งแง่ว่าติดจากไทยแล้วแน่นอน

หน้าที่ของรัฐบาลคือการให้ข้อมูลให้มากที่สุด เปิดเผยมากที่สุด เพราะรัฐบาลไม่อาจป้องกันประชาชนทุกคนไม่ให้ติดเชื้อได้ แต่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง จะทำให้ประชาชนปกป้องตัวเองได้

และหน้าที่ที่สำคัญของรัฐบาลที่ไม่แพ้กัน คือการปกป้องความน่าเชื่อถือของประเทศในช่วงเวลาคับขัน

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน