เสร็จสิ้นภารกิจ 392 วัน! คริสตินา คอช นักบินอวกาศหญิงนาซา เดินทางกลับโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614046

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 16:09 น.

เสร็จสิ้นภารกิจ 392 วัน! คริสตินา คอช นักบินอวกาศหญิงนาซา เดินทางกลับโลก

Christina Koch ผู้สร้างสถิติเป็นนักบินอวกาศหญิง ทำภารกิจบน ISS นานสุดถึง 329 วัน เดินทางกลับโลก

คริสตินา คอช (Christina Koch) นักบินอวกาศสังกัดองค์การนาซาของสหรัฐ วัย41ปี ผู้ซึ่งสร้างสถิติเป็นนักบินอวกาศหญิงที่ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) นานที่สุดถึง 329 วัน มีกำหนดเสร็จสิ้นภารกิจพร้อมเตรียมเดินทางกลับโลกแล้วในวันนี้ (6 ก.พ.)

สถิติของคอช เพิ่งแซงหน้าเพื่อนนักบินหญิงอีกรายคือ เพกกี วิทสัน ซึ่งเคยสร้างสถิติเป็นนักบินอวกาศหญิงที่ปฏิบัติหน้าที่บนอวกาศนานสุด 288 วัน

รายงานระบุว่า คอชพร้อมเพื่อนนักบินอวกาศอีก 2 คนจากสังกัดศูนย์อวกาศยุโรป และรอสคอสมอสของรัสเซีย จะโดยสารแคปซูลของยานโซยุซซึ่งคาดว่ายานจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกและจอดใกล้กับเขตเจซกาสกัน ของประเทศคาซัคสถาน

สำหรับคอช เธอเริ่มต้นภารกิจที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2019 โดยเธอทำหน้าที่เป็นนักวิจัยด้านไบโอชีวภาพในสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งงานของเธอเป็นประโยชน์ในการปูทางไปสู่ภารกิจของนาซาในอนาคตที่จะการเดินทางไปยังดวงจันทร์ภายใต้โครงการอาร์ทิมิสและดาวอังคาร

ตลองทั้งภารกิจนาน 329 วัน คอชได้โคจรรอบโลกทั้งหมด 5,248 ครั้ง รวมถึงทำภารกิจเดินอวกาศนอกสถานี ISS ถึง 6 ครั้ง รวมเวลาทั้งสิ้น 42 ชั่วโมง 15 นาที

ทั้งนี้ สำหรับเจ้าของสถิติมนุษย์ที่ปฏิบัติงานบนสถานีอวกาศนานที่สุดยังคงเป็นของนักบินอวกาศชาวรัสเซียคือ Valeri Polyakov อดีตนักบินอวกาศผู้ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเมียร์ นานถึง 437 วัน 18 ชั่วโมง

หมอหนุ่มจีนหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหลังสู้โคโรนาไวรัสในแนวหน้า 10 วันติด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614039

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 14:58 น.

หมอหนุ่มจีนหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหลังสู้โคโรนาไวรัสในแนวหน้า 10 วันติด

หมอหนุ่มชาวจีนเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหลังออกไปรักษาโคโรนาไวรัสอยู่ในแนวหน้าต่อเนื่อง 10 วัน

ซ่งอิงเจี๋ย หมอหนุ่มชาวจีนวัย 27 ปี เป็นหัวหน้าทีมแพทย์ประจำคลินิกท้องถิ่นในมณฑลหูหนานซึ่งอยู่ติดกับมณฑลหูเป่ย โดยรับหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารที่สัญจรผ่านไปมาในจุดตรวจและทำงานต่อเนื่องไม่ได้หยุดพักท่ามกลางอากาศหนาวเย็นตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

โซเชียลมีเดียของทางการเมืองเหิงหยางระบุว่าซ่งอิงเจี๋ยเสียชีวิตในช่วงเช้ามืดของวันอังคารที่ผ่านมาหลังกลับไปยังหอพัก

การเสียชีวิตของซ่งอิงเจี๋ยเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงชื่นชมทีมแพทย์จีนทั่วประเทศที่เสียสละทำงานช่วยเหลือประชาชนทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

จีนเล็งเลื่อนเปิดประชุมสภาแห่งชาติ หวั่นคณะรัฐบาลติดโคโรนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614023

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 12:58 น.

จีนเล็งเลื่อนเปิดประชุมสภาแห่งชาติ หวั่นคณะรัฐบาลติดโคโรนา

จีนอาจเลื่อนเปิดสมัยประชุมสภาประชาชน ซึ่งมีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ถึง 3,000 เข้าร่วม เนื่องจากสถานการณ์โคโรนาไวรัส

รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในทางการจีนว่า รัฐบาลปักกิ่งอาจเลื่อนการพิจารณาเปิดสมัยประชุมสภาประชาชน (National People Congress) ซึ่งเป็นการประชุมขนาดใหญ่ของจีนที่จะมีขึ้นช่วงเดือนมีนาคม โดยสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ถึง 3,000 คนเข้าร่วมที่กรุงปักกิ่ง สืบเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

การเลื่อนประชุมดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกของจีน นับตั้งแต่ที่จีนกำหนดให้เดือนมีนาคม เริ่มเปิดสมัยประชุมสภาประชาชนในปี 1995

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากจะประกอบด้วยสมาชิก 2,980 คนแล้ว ยังรวมถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะรัฐบาลปักกิ่ง และบุคคลสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอีกหลายคนเข้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่การระบาดของโคโรนาไวรัส จีนได้สั่งขยายวันหยุดจากช่วงเทศกาลตรุษจีน ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลออกไป โดยข้าราชการในกรุงปักกิ่งเพิ่งได้รับคำสั่งให้กลับมาทำงานตามปกติเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ จีนยังได้สั่งเลื่อนซัมมิตสำคัญ อาทิ China Development Forum ซึ่งมักจะจัดขึ้นในปลายเดือนมีนาคม และงานกว่างโจวเทรดแฟร์ สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสเช่นกัน

ทรัมป์รอด วุฒิสภาโหวตพ้นผิดการถอดถอนจากตำแหน่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614006

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 10:32 น.

ทรัมป์รอด วุฒิสภาโหวตพ้นผิดการถอดถอนจากตำแหน่ง

ปธน.ทรัมป์รอดแล้ว! วุฒิสภาไม่รับรองอิมพีชเมนต์ ให้พ้นผิดทุกข้อกล่าวหา

วานนี้ (5 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตันดี.ซี. วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติโหวตกรณีที่สภาผู้แทนราษฏรสหรัฐได้ส่งญัตติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้าสู่การพิจารณาของส.ว. ใน 2 ข้อกล่าวหาคือ ใช้อำนาจโดยมิชอบ และขัดขวางการทำงานของสภาคองเกรส จากกรณีที่ปธน.ทรัมป์พยายามใช้อำนาจในฐานะผู้นำสหรัฐ เข้าแทรกแซงกิจการภายในของยูเครน เพื่อเอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

วุฒิสภาลงมติด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 ปฏิเสธข้อกล่าวหาใช้อำนาจในทางมิชอบ

และอีก 53 ต่อ 47 ปฏิเสธข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส พร้อมประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดใน 2 ข้อกล่าวหา

กระบวนการดังกล่าว ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นผู้นำสหรัฐคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่ถูกส่งญัตติเข้ากระบวนการถอดถอน ซึ่งการจะถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐได้จะต้องใช้คะแนนเสียงจากส.ว.อย่างน้อย 2 ใน 3 จึงจะมีผลถอดถอนได้

ทั้งนี้ ยังไม่เคยมีผู้นำสหรัฐคนใดในประวัติศาสตร์ที่ถูกถอดถอนด้วยกระบวนการดังกล่าว โดยกรณีของปธน.ริชาร์ด นิกสัน นั้นเป็นการลาออกก่อนที่สภาจะลงมติ

อย่างไรก็ดี มีส.ว.สหรัฐอยู่หนึ่งรายคือนาย มิตต์ รอมนีย์ จากรัฐยูทาห์ เป็นรีพับลิกันคนเดียวที่โหวตให้ทรัมป์มีความผิดในข้อกล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

การพ้นข้อกล่าวหาทั้งสอง ส่งผลให้ทรัมป์ใส่เกียร์เดินหน้าหาเสียงในศึกการเลือกตั้งช่วงปลายปี 2020 นี้ทันที

ความกลัว “ภัยจากคนผิวเหลือง” ยังหลอกหลอนโลกตะวันตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613954

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 21:27 น.

ความกลัว "ภัยจากคนผิวเหลือง" ยังหลอกหลอนโลกตะวันตก

จอร์จ สไตเนอร์ นักวิจารณ์วรรณกรรมชาวฝรั่งเศส-อเมริกันบอกว่านิสัยเหยียดเชื้อชาติซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน

จอร์จ สไตเนอร์ (George Steiner) นักวิจารณ์วรรณกรรมชาวฝรั่งเศส-อเมริกันผู้เป็นพหูสูต (ซึ่งเพิ่งจากไปในวันที่ 3 กุมภาพันธ์) เคยบอกว่า

“มันง่ายมากที่จะนั่งอยู่ในบ้านแล้วพูดว่า ‘การเหยียดเชื้อชาติเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก’ แต่ลองถามผมแบบเดียวกันถ้าเกิดครอบครัวจาเมกาย้ายมาอยู่ข้างๆ บ้านพร้อมกับลูกหกคน พากันเล่นเร็กเก้และเพลงร็อคตลอดทั้งวัน หรือไม่ก็มีนายหน้าอสังหาฯ มาที่บ้านของผมแล้วบอกผมว่าเพราะครอบครัวชาวจาเมกาย้ายมาอยู่ข้างๆ มูลค่าของทรัพย์สินของผมเลยตกลงต่ำเตี้ยเรี่ยกดิน แล้วค่อยถามผมแล้วกัน!”

ที่เปรียบเทียบกับชาวจาเมกาก็เพราะชาวจาเมกาส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำเมื่อคนผิวดำย้ายเข้ามาอยู่ในย่านของคนผิวขาว มักทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำลง วิธีการนี้เรียกว่า Blockbusting

ก่อนทศวรรษที่ 80 พวกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐจะใช้วิธี Blockbusting เพื่อโน้มน้าวให้บ้านผิวขาวขายบ้านในราคาต่ำ โดยอ้างว่าจะมีชนเชื้อชาติกลุ่มน้อยจะย้ายเข้ามาในย่านนั้น ทำให้คนผิวขาวกลัวแล้วยอมขายบ้านทิ้งไป จากนั้นนายหน้าจะขายบ้านหลังเดียวกันในราคาที่สูงกว่าให้ครอบครัวผิวดำที่เริ่มมีกินมีใช้และต้องการหนีออกจากย่านชุมชนแออัดของชนกลุ่มน้อย

นี่คือการเหยียดเชื้อชาติที่มองไม่เห็นกับตา แต่มองเห็นผ่านตัวเลขการลงทุน

สไตเนอร์อยากจะบอกว่า การที่เราพูดเรื่องเหยียดเชื้อชาตินั้นมันง่าย จนกว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เข้ากับตัวเอง

ทีนี้ลองเปลี่ยนจากชาวจาเมกามาเป็นชาวจีน ชาวอู่ฮั่น หรือชาวหูเป่ยบ้าง เปลี่ยนจากการเล่นเพลงเร็กเก้ทั้งวันทั้งคืน มาเป็นความกลัวไวรัสโคโรนา มันคงให้ความรู้สึกคล้ายๆ กัน คือไม่อยากจะต้อนรับสักเท่าไร

George Steiner Photo by Bertrand GUAY / AFP

ผู้เขียนไม่อยากจะบอกว่าสไตเนอร์เหยียดเชื้อชาติ เพราะเชื่อเขามองโลกแบบตรงไปตรงมาอย่างที่เขาพูดว่า มนุษย์เรามีความเหยียดเชื้อชาติด้วยกันทุกคน แต่ห่อหุ้มมันเอาไว้ตื้นๆ (ด้วยมโนสำนึก) หากมีอะไรนิดหน่อยมาสะกิด ความเหยียดมันก็จะเผยตัวออกมา

ในตอนนี้คือไวรัสที่เป็นตัวสะกิดให้มโนสำนึกบางๆ ที่หุ้มอาการเหยียดเชื้อชาติ ขาดผึงแล้วเผยตัวออกมาทั่วโลก

แน่นอนว่า มนุษย์ก็มีสิทธิ์ที่จะกลัว และเราไม่ควรจะต่อว่าคนกลัวตายเพราะ “มันง่ายมากที่จะนั่งอยู่ในบ้านแล้วพูดว่า ‘การเหยียดเชื้อชาติเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก'” เมื่อใดก็ตามที่เราออกจากบ้านแล้วเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน เราจะเข้าใจว่าทำไมการเลือกปฏิบัติจึงเกิดขึ้น

แต่นอกจากความกลัวตามสัญชาติญาณแล้ว มนุษย์ยังมีความภาคภูมิใจในความเป็นสัตว์สังคมที่มีเหตุมีผล ความกลัวและเหตุผลจึงมักขัดแย้งกันอยู่เสมอ บางคนปล่อยให้ความกลัวเอาชนะ แต่บางคนยึดในเหตุผลไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม

คนทั้ง 2 ประเภทนี้ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด ความถูกผิดนั้นบางทีขึ้นกับสถานการณ์และมีมิติที่ซับซ้อนมาก สไตเนอร์เองก็ยังเคยบอกว่าการเหยียดเชื้อชาตินั้นมีระดับชั้นของมัน

เช่น เราจะเหยียดเพราะความกลัวตายเพราะติดเชื้อ เยียดเพราะเห็นว่าเชื้อชาตินั้นต่ำทรามกว่า หรือเหยียดเพราะจองหองในเชื้อชาติตัวเอง

ในอาการเหยียดเพราะความกลัวตายเพราะติดเชื้อไวรัส ยังสามารถแบ่งออกได้อีกเป็นการเหยียดเพราะจำเป็นตามสถานการณ์ (ปกติไม่เคยคิดที่จะรังเกียจ) และเหยียยดเพราะไม่ชอบเป็นทุนเดิมแต่มีเหตุผลให้เหยียดอย่างชอบธรรม

หากเราใช้มาตรฐานสิทธิมนุษยชนมาวัดแล้ว ไม่ว่าการเหยียดแบบไหนก็ตามมันก็เหยียดเหมือนกันทั้งสิ้น แต่มาตรฐานสากลแบบนี้มีแค่มิติเดียว มันไม่มองไปที่ความจำเป็นเรื่องอื่นๆ ของชีวิต เหมือนที่สไตเนอร์บอกว่า “ลองเจอกับตัวเองดูบ้างสิ”

การกีดกันเชื้อชาติโดยอ้างว่ากลัวตายอาจจะพอเข้าใจได้ แต่การเหยียดเชื้อชาติโดยอ้างความจำเป็นจากภัยคุกคามนั้นมันนำไปสู่การเหยียดที่ถึงขั้นเอาชีวิตกันได้เหมือนกัน

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับสไตเนอร์ก็คือ เขายังเคยเป็นบรรณาธิการหนังสือชุดว่าด้วยแนวคิดฝ่ายขวา หนึ่งในนั้นคือหนังสือรวมงานเขียนของโชเซฟ อาร์ตูร์ เดอ กอบิโน (Joseph Arthur de Gobineau) ชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคนที่ทำให้แนวคิดเหยียดเชื้อชาติ (Racism) เป็นระบบขึ้นมา

โฆษณาชวนเชื่อในยุโรปให้ต่อต้านภัยคุกคามจากคนผิวเหลือ หรือคนเอเชีย

กอบิโนเป็นพวกคลั่งลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ ถึงกับบอกว่า “คนขาวนั้นโดยเนื้อแท้แล้วผูกขาดความงาม ภูมิปัญญา และความเข็งแกร่ง” คนผิวเหลืองมีหน้าตาและปัญญาระดับกลางๆ

แนวคิดกอบิโนนำไปสู่การเชื่อว่าคนขาวยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นอารยะ (พวกอารยัน) และเป็นรากฐานให้แนวคิดของพวกนาซี

หลังจากนี้คงไม่ต้องบอกว่าเพราะความเชื่อผิดๆ แบบนี้ทำให้มีคนตายไปกี่ล้านคน

แต่กอบิโนไม่ได้หยุดแค่นั้น เขายังวิพากษ์วัฒนธรรมจีนและคนเอเชียด้วยสายตาที่ชิงชังโดยเชื่อว่า พวกอารยันต่างหากที่ช่วยสร้างอารยธรรมจีน แต่กลับบอกว่าวัฒนธรรมจีนนั้นแย่ไปเสียทั้งหมดเทียบอะไรกับตะวันตกไม่ได้เลย และยังเชื่ออีกว่าอารยธรรมตะวันตกจะต้องถูกจีนคุกคาม ในไม่ช้าพวกคนจีนจะเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด และทำลายโลกตะวันตก

นี่คือความคิดจากร้อยกว่าปีที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้โลกตะวันตกก็ยังมองจีนด้วยสายตาหวาดระแวงกลัวว่า “ภัยคนผิวเหลือง” (Yellow Peril) จะทำลายโลกของพวกเขา แต่จีนก็ยังไม่เห็นจะทำลายโลกตะวันตกเสียที มีแต่จะขนเงินไปให้

ในช่วงที่ไวรัสโรโคนาสายพันธุ์ใหม่กำลังระบาด ความเกลียดชังคนจีนและคนเอเชียรุนแรงขึ้นมากในฝรั่งเศส เหมือนกับว่าผีของกอบิโนถูกปลุกขึ้นมาหลอกหลอนอีกครั้ง

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

จบที่นี่! อนามัยโลกตอบทุกความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโคโรนาไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613920

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 20:01 น.

จบที่นี่! อนามัยโลกตอบทุกความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโคโรนาไวรัส

องค์การอนามัยโลก (WHO) ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโคโรนาไวรัส

Q: สั่งของออนไลน์จากจีนปลอดภัยหรือไม่

A: ปลอดภัย การรับพัสดุที่ส่งมาจากประเทศจีนไม่มีความเสี่ยงติดเชื้อโคโรนาไวรัส จากข้อมูลก่อนหน้านี้เชื้อโคโรนาไวรัสไม่สามารถมีชีวิตรอดได้นานบนพื้นผิว อาทิ จดหมาย กล่องพัสดุ เป็นต้น

Q: สัตว์เลี้ยงแพร่เชื้อโคโรนาไวรัสได้หรือไม่

A: ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่าสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัข แมว ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ดี การป้องกันไว้ก่อนด้วยการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลังจากสัมผัสสัตว์เลี้ยง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียทั่วไป เช่น อีโคไล ซัลโมเนลลา ที่สามารถติดจากสัตว์เลี้ยงสู่คนได้

Q: วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบใช้กับโคโรนาไวรัสได้หรือไม่

A: ไม่ได้ วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ ไม่ว่าจะเป็น pneumococcal vaccine หรือ Haemophilus influenza type B vaccine ไม่สามารถป้องกันโคโรนาไวรัส โคโรนาไวรัสถือเป็นเชื้อใหม่และแตกต่างจากไวรัสอื่นๆ จึงต้องผลิตวัคซีนขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยขณะนี้นักวิจัยกำลังพัฒนาวัคซีนต่อต้านเชื้อโคโรนาไวรัส 2019-nCov

อย่างไรก็ดี แม้ว่าวัคซีนเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัส 2019-nCov แต่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ เพื่อปกป้องสุขภาพในเบื้องต้น

Q: การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วยป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสหรือไม่

A: ไม่ ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำช่วยไม่ให้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส เพียงแต่มีหลักฐานอย่างจำกัดว่าการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวจากโรคหวัดได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ดี การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ

Q: การใช้น้ำยาบ้วนปากกลั้วคอป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสได้หรือไม่

A: ไม่ได้ ไม่มีหลักฐานว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากช่วยป้องกันการติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แม้ว่าน้ำยาบ้วนปากบางยี่ห้อจะสามารถขจัดจุลินทรีย์บางชนิดในน้ำลายได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้

Q: การรับประทานกระเทียมช่วยป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้หรือไม่

A: กระเทียมคืออาหารที่มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อจุลชีพบางชนิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการรับประทานกระเทียมช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

Q: การทาน้ำมันงาช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เข้าสู่ร่างกายใช่หรือไม่

A: ไม่ใช่ น้ำมันงาไม่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัส แต่มีสารเคมีบางชนิดที่สามารถฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัสบนพื้นผิวได้ เช่น ยาฆ่าเชื้อโรคที่มีคลอรีนหรือสารฟอกขาวเป็นส่วนประกอบ แอลกอฮอล์ 75% กรดเปอร์อะซิติก และคลอโรฟอร์ม

Q: เชื้อโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบกับผู้สูงอายุเท่านั้น หรือคนที่อายุน้อยก็มีความเสี่ยงด้วย

A: ทุกวัยสามารถติดเชื้อโคโรนาไวรัสได้ แต่ผู้สูงอายุหรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด เบาหวาน หัวใจ มีความเสี่ยงติดเชื้อโคโรนาไวรัสได้มากกว่าคนกลุ่มอื่น องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ประชากรทุกวัยป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัส เช่น หมั่นล้างมืออย่างถูกวิธี สวมหน้ากากอนามัย ปิดปากขณะไอหรือจาม

Q: ยาปฏิชีวนะป้องกันหรือรักษาเชื้อโคโรนาไวรัสได้หรือไม่

A: ไม่ได้ เพราะยาปฏิชีวนะใช้รักษาเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่ควบคุมถึงเชื้อไวรัส แต่เชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นเชื้อไวรัส ดังนั้นยาปฏิชีวนะจึงไม่เหมาะกับการรักษา อย่างไรก็ดี หากผู้ติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล อาจได้รับยาปฏิชีวนะร่วมด้วย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าผู้ป่วยอาจติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

Q: มียาใดป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อโคโรนาโดยเฉพาะหรือไม่

A: ปัจจุบันยังไม่มียารักษาหรือป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ดี ผู้ที่ติดเชื้อต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมเพื่อรักษาอาการ ส่วนผู้ที่มีอาการรุนแรงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้วิธีการรักษายังอยู่ในขั้นตอนการค้นคว้า และจะนำมาวิจัยทางคลินิกต่อไป

พบทารกจีนอายุ 30 ชั่วโมงติดเชื้อโคโรนาไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613963

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 19:00 น.

พบทารกจีนอายุ 30 ชั่วโมงติดเชื้อโคโรนาไวรัส 

หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสอาจแพร่เชื้อให้กับทารกในครรภ์

สำนักข่าว CCTV ของจีนรายงานว่า แพทย์ประจำโรงพยาบาลเด็กในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยของจีน พบทารกติดเชื้อโคโรนาไวรัสหลังเพิ่งลืมตาดูโลกเพียง 30 ชั่วโมง โดยมารดาของทารกรายดังกล่าวเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่แล้ว

ทีมแพทย์เผยว่าขณะนี้ทารกที่ติดเชื้อมีสัญญาณชีพปกติ

ขณะที่ เจิงหลิงคง แพทย์อาวุโสจากแผนกกุมารเวชเผยว่า การติดเชื้อของทารกรายนี้เป็นสัญญาณชี้ว่าทีมแพทย์ควรให้ความสำคัญกับวิธีการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส พร้อมทั้งแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ

ธนาคารโลกลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกหลังไวรัสโคโรนาระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613940

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 17:23 น.

ธนาคารโลกลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกหลังไวรัสโคโรนาระบาด

ธนาคารโลกเตรียมปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ส่งผลต่อการทำการค้าทั่วโลก

เมื่อเดือนที่แล้วธนาคารโลกเพิ่งประเมินว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัว หลังจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐผ่อนคลายลงเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 2.5% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 2.4%

ทว่า เดวิด มัลพาส ประธานธนาคารโลกเผยว่า การปิดพรมแดนและกิจกรรมทางธุรกิจจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจจะถูกปรับลดลงอย่างน้อยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และจะแถลงตัวเลขคาดการณ์ครั้งใหม่เร็วๆ นี้

โดยปกติแล้ว สินค้าจากจีนส่วนใหญ่จะถูกขนส่งผ่านเครื่องบินพาณิชย์เพื่อกระจายไปทั่วโลก แต่ในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาด หลายประเทศสั่งยุติเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากจีน ขณะที่บางประเทศยังสั่งปิดพรมแดน ทำให้กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการดำเนินธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากจีน

ความเห็นของประธานธนาคารโลกสอดคล้องกับ เจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ ที่มองว่าการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสจะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

เกาหลีใต้พบลูกสาวติดเชื้อโคโรนาจากแม่ที่กลับจากเที่ยวไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613931

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 16:51 น.

เกาหลีใต้พบลูกสาวติดเชื้อโคโรนาจากแม่ที่กลับจากเที่ยวไทย

เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโคโรนาเพิ่มเป็น 18 ราย หนึ่งในนั้นคือลูกสาวของหญิงวัย 42 ที่พบเชื้อหลังกลับจากเที่ยวไทย

กรมควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีใต้ (KCDC) แถลงในวันนี้ ( 5ก.พ.) ว่า พบผู้ติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 2 ราย ส่งผลให้เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโคโรนาแล้วทั้งสิ้น 18 ราย

KCDC ระบุว่า ผู้ติดเชื้อสองรายที่พบใหม่ หนึ่งในนั้นเป็นหญิงวัย 21 ปี ซึ่งผู้ติดเชื้อรายที่ 18 และเป็นลูกสาวของหญิงวัย 42 ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 16 ที่มีประวัติเดินทางกลับมาจากเที่ยวในไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโคโรนาหลังกลับจากเที่ยวไทย

ขณะที่ผู้ติดเชื้ออีกรายเป็นชายวัย 38 ปี ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 17 คาดว่าจะติดเชื้อขณะเดินทางไปร่วมประชุมกับชาวจีนที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 18-24 ม.ค. โดยคาดว่าเป็นการประชุมเดียวกันกับที่ทำให้ชาวมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเมื่อวานนี้ กรณีของผู้ติดเชื้อรายที่ 17 นี้ นับเป็นกรณีการติดจากคนสู่คนรายที่สามของเกาหลีใต้ ที่ไม่มีประวัติเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น

ที่มา : http://www.koreaherald.com/

“ยูเอ็น”กังวลไวรัสโคโรนาทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ-ตีตราผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะเชื้อชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613928

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 16:26 น.

"ยูเอ็น"กังวลไวรัสโคโรนาทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ-ตีตราผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะเชื้อชาติ

เลขาฯยูเอ็นแสดงความกังวลต่การเลือกปฏิบัติต่อ กลุ่มคนบางกลุ่ม จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เรียกร้องนานาชาติให้การสนับสนุนจีนอย่างเต็มที่

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเลือกปฎิบัติต่อกลุ่มคนบางกลุ่ม อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

“สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัวทำให้เกิดมุมมองที่มีแนวโน้มว่าจะมีการเลือกปฏิบัติ มีแนวโน้มที่จะละเมิดสิทธิมนุษยชน และมีแนวโน้มที่จะตีตราผู้บริสุทธ์เพียงเพราะเชื้อชาติของพวกเขา” นายกูเตอร์เรสกล่าว

เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ยังเรียกร้องให้นานาชาติแสดงความเป็นปึกแผ่น ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่กับจีนในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการตีตราผู้บริสุทธิ์ที่อาจตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์นี้

นายกูเตอร์เรส กล่าวว่า จีนได้ระดมทรัพยากรและขีดความสามารถมหาศาลเพื่อรับมือกับโรคระบาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง UN ให้การยอมรับอย่างเต็มที่ นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้พยายามอย่างแข็งขันในการสนับสนุนจีน และประเทศอื่นที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

ภาพ เอเอฟพี