สิงคโปร์ยกระดับเฝ้าระวังโคโรนาไวรัสหลังพบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614181

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 19:09 น.

สิงคโปร์ยกระดับเฝ้าระวังโคโรนาไวรัสหลังพบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่ม 

ทางการสิงคโปร์ยกระดับการเฝ้าระวังเชื้อโคโรนาไวรัส หลังพบสัญญาณการติดเชื้อภายในประเทศ

กันกิมยง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์เผยว่า สิงคโปร์ยกระดับระบบการรับมือโรคระบาด (Dorscon) จาก “สีเหลือง” เป็น “สีส้ม” ซึ่งหมายความว่า โรคระบาดมีความรุนแรง ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย  แต่ยังไม่ถึงขั้นแพร่ระบาดในวงกว้างและยังสามารถควบคุมได้ โดยระบบนี้ “สีแดง” คือระดับสูงสุดที่เชื้อเกิดการแพร่ระบาดโดยไม่สามารถควบคุมได้

หลักปฏิบัติเมื่อยกระดับเป็นสีส้มคือ โรงเรียนต้องยุติการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมภายนอกโรงเรียนจนถึงปลายเดือน มี.ค. ขณะที่โรงพยาบาลต้องเฝ้าระวังจุดเข้าออกอย่างเข้มงวด รวมทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของทั้งผู้ป่วยและญาติ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขยังแนะนำให้ผู้จัดอีเว้นต์ใหญ่ๆ เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง เช่น ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ที่เข้าร่วมงาน ลงทะเบียนผู้เข้างาน และเพิ่มการทำความสะอาดจุดที่ประชาชนต้องสัมผัสจับต้องบ่อยขึ้น ส่วนนายจ้างต้องหมั่นตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานและเตรียมแผนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือแบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่มเล็กๆ

การยกระดับการเฝ้าระวังเชื้อโคโรนาไวรัสมีขึ้นหลังจากพบสัญญาณการติดเชื้อภายในประเทศ

สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อในประเทศรายแรกวานนี้ (6 ก.พ.) เป็นชายวัย 41 ปีที่ไม่เคยเดินทางไปประเทศจีนและไม่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อรายอื่นก่อนหน้านี้ ส่วนผู้ติดเชื้อในประเทศอีก 3 รายล่าสุดในวันนี้ (7 ก.พ.) มีทั้งชายวัย 53 ปีชาวสิงคโปร์ที่เคยเดินทางไปมาเลเซียซึ่งมีการระบาดเช่นกันเมื่อวันที่ 6,11 และ 17 ม.ค.

อีกรายหนึ่งเป็นครูหญิงชาวสิงคโปร์วัย 42 ปี และรายที่ 3 เป็นหญิงชาวสิงคโปร์วัย 39 ปีที่เดินทางไปมาเลเซียระหว่างวันที่ 22-29 ม.ค.

รัฐมนตรีสาธารณสุขสิงคโปร์ย้ำว่า สิงคโปร์ได้เตรียมการสำหรับการติดเชื้อในประเทศไว้แล้วและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

ไทยผงาดโลก เบอร์หนึ่งประเทศเหมาะเริ่มธุรกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614172

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 17:02 น.

ไทยผงาดโลก เบอร์หนึ่งประเทศเหมาะเริ่มธุรกิจ

“ไทย” เบอร์หนึ่งโลก 2 ปีซ้อน ประเทศเหมาะเริ่มธุรกิจประจำปี 2020

เว็บไซต์ usnews.com ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่เผยแพร่ข่าว ความเห็น และการจัดอันดับต่างๆที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลต่อชาวอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่เหมาะในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลกประจำปี 2020 (Best Countries to Start a Business) โดยพบว่า ประเทศไทย ยังคงรักษาอันดับ 1 ของประเทศที่เหมาะสมในการเริ่มต้นธุรกิจ

U.S.News ซึ่งได้ใช้รายงานของธนาคารโลกในการจัดอันดับ ระบุว่า ประเทศไทยยังคงรักษาอันดับหนึ่งของการจัดอันดับได้มาตั้งแต่ปี 2019 โดยการเริ่มต้นทำธุรกิจในไทย ใช้เวลาเพียง 6 วันกับ 5 ขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังมีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่่มีราคาถูกกว่าประเทศอื่นๆ

ส่วนประเทศอื่นๆที่ได้รับการจัดอันดับต่อจากไทยคือ มาเลเซีย (2) จีน (3) สิงคโปร์ (4) อินเดีย (5) และฟิลิปปินส์ (6)

ที่มา https://www.usnews.com/

จีนสอบด่วนปม”หมอหลี่เหวินเลี่ยง”ผู้เตือนโคโรนาไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614155

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 15:42 น.

จีนสอบด่วนปม"หมอหลี่เหวินเลี่ยง"ผู้เตือนโคโรนาไวรัส

ปักกิ่งสั่งสอบสวน กรณีหมอหลี่เหวินเลี่ยง ผู้เตือนไวรัสอู่ฮั่นระบาด ด้านโลกออนไลน์จีนเดือด เรียกร้องเสรีภาพในการพูด

คณกรรมาธิการที่ปรึกษาแห่งรัฐจีนได้ตัดสินใจส่งทีมสอบสวนพิเศษลงพื้นทื่ยังเมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์ อันเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนา เพื่อสอบสวนกรณีที่เกี่ยวกับนายแพทย์หลี่ เหวินเลี่ยง จักษุแพทย์ผู้เป็นหนึ่งใน 8 คนที่ออกมาเตือนเริ่มการระบาดของไวรัสชนิดใหม่ กระทั่งเขาล้มป่วยจากการติดเชื้อ และเสียชีวิตเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (6 ก.พ.)

ความคืบหน้านี้มีขึ้นหลังการเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ ที่รัฐบาลปักกิ่งได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

ด้านรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองอู่ฮั่น ได้ออกแถลงการณ์ยกย่องถึงความทุ่มเทของเขาในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัส พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของนายแพทย์หลี่

ขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลกลางอู่ฮั่น ได้มีผู้นำดอกไม้มาวางแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของนายแพทย์หลี่

การเสียชีวิตของหมอหลี่ส่งผลให้บรรดาชาวเน็ตในเว็บไซต์เว่ยป๋อ สื่อสังคมออนไลน์ของจีน ต่างแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาลอย่างเดือดดาล โดยมีการติดแฮชแท็กว่า “รัฐบาลอู่ฮั่นเป็นหนี้คำขอโทษต่อนายแพทย์หลี่” และ “เราต้องการเสรีภาพในการพูด”

ผู้ใช้งานเว่ยป๋อบางรายยกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในปี 1911 ที่เชื่อมโยงเมืองอู่ฮั่นเป็นจุดกำเนิดของการปฏิวัติที่โค้นล้มราชวงศ์ชิง

ขณะที่บางความคิดเห็นซึ่งถูกแชร์ไปเป็นจำนวนมากระบุว่า “หากพวกเขาลบ ฉันจะโพสต์อีกครั้ง ฉันไม่ยอมถูกริดรอนสิทธิในการพูด”

สหรัฐปลิดชีพผู้นำสูงสุดอัลกออิดะฮ์ในเยเมน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614144

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 14:39 น.

สหรัฐปลิดชีพผู้นำสูงสุดอัลกออิดะฮ์ในเยเมน

“กัสซิม อัล-ไรมี่” ผู้นำอัลกออิดะฮ์ในคาบสมุทรอาหรับ ถูกสหรัฐใช้ปฏิบัติโดรนสังหารเสียชีวิต

วันที่ 6 ม.ค. ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการสังหารนายกาซิม อัล-ไรมี ผู้ก่อตั้งและผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาระเบีย (AQAP) ในเยเมนสำเร็จแล้ว

แถลงของทำเนียบขาวระบุว่า ทัพสหรัฐที่ปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายในเยเมน ได้ประสบความสำเร็จในการสังหารนายพล กัสซิม อัล-ไรมี่ ผู้ก่อตั้งและผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาระเบีย (AQAP) และนายอัยมัน อัล-ซาวาฮิรี รองผู้บัญชากลุ่มอัลกออิดะห์” จากปฏิบัติการโดรนโจมตีเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐได้ใช้โดรนเข้าถล่มอาคารที่เชื่อว่าเป็นฐานซ่อนตัวของกลุ่มอัลกออิดะห์

ด้านนิวยอร์กไทมส์อ้างแหล่งข่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ CIA ในการชี้เป้า ก่อนปธน.จะสั่งใช้ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าว

สำหรับ อัล-ไรมี่ เป็นหนึ่งใน 4 ผู้ก่อตั้งกลุ่มAQAP ซึ่งเป็นพันธมิตรในเครือข่ายของกลุ่มอัลกออิดะห์ มุ่งก่อการร้ายในนามของอัลกออิดะห์ที่เยเมนและคาบสมุทรอาหรับ

ใครคือ Li Wenliang หมอจีนผู้เตือนภัยไวรัสโคโรนาคนแรกๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614124

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 12:44 น.

ใครคือ Li Wenliang หมอจีนผู้เตือนภัยไวรัสโคโรนาคนแรกๆ

จักษุแพทย์ผู้นี้ เป็นหนึ่งในแปดคนที่ออกมาเตือนถึงการระบาดของไวรัสโคโรนาช่วงแรกๆ แต่กลับถูกจีนเอาผิดฐานแชร์ข้อมูลเท็จ

คืนวันพฤหัสบดี 6 ก.พ. ที่ผ่านมา บัญชีเว่ยป๋อ ของโรงพยาบาล Wuhan Central Hospital และทวิตเตอร์ขอสำนักข่าว Global Time ของทางการจีนรายงานว่า นายแพทย์ Li Wenliang ผู้ซึ่งออกมาเตือนถึงการระบาดของไวรัสโคโรนาช่วงแรกๆ ซึ่งตนเองเข้ารักษาตัวจากการติดเชื้อดังกล่าว ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อเวลา 02.58 น.

การเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ ส่งผลให้ผู้ใช้งานเว่ยป๋อ สื่อโซเชียลมีเดียของจีนเต็มไปด้วยการแสดงความคิดเห็นทั้งแสดงความเสียใจของการจากไปของนายแพทย์วัยเพียง34ปี และแสดงความโกธรเคืองต่อทางการจีน ที่สั่งเอาผิดเขาฐานแชร์ข้อมูลเท็จ

สำหรับนายแพทย์หลี่ วัย34 ปี เป็นจักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาล Wuhan Central Hospital โดยเรื่องราวการเปิดเผยของนพ.หลี่ เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมปี 2019 จากการที่เขาพบคนไข้ซึ่งป่วยด้วยการติดเชื้อลักษณะคล้ายกับโรคซาร์สถึง 7 ราย

กระทั่งวันที่ 30 ธ.ค. นพ.หลี่ได้ส่งข้อความเตือนเพื่อนหมอด้วยกันในแชทกรุ๊ปเกี่ยวกับ “โรคลึกลับ” รวมถึงแนะนำให้พวกเขาสวมชุดป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ทั้งเขาได้เผยแพร่ข้อมูลการพบการติดเชื้อที่มีลักษณะ”คล้ายโรคซาร์ส”ลงในเว่อป๋อบัญชีส่วนตัว

https://twitter.com/globaltimesnews/status/1225510304886468608

สี่วันต่อมา ตำรวจในท้องถิ่นบุกไปที่บ้านนพ.หลี่ พร้อมด้วยคนอื่นๆอีก 7 ราย เพื่อสอบสวนฐานแชร์ข้อมูลเท็จอันก่อให้เกิดความสับสนต่อสังคมและสาธารณะ โดยสั่งให้นพ.หลี่พร้อมกับพวกลงนามว่าจะไม่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวอีก

วันที่ 10 ม.ค. นพ.หลี่โพสต์ข้อความลงเว่ยป๋อว่า เริ่มมีอาการไอ วันต่อมามีไข้สูง และอีกสองวันจากนั้นเขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล กระทั่งวันที่ 30 ม.ค. ผลการตรวจยืนยันชัดว่าเขาติดเชื้อไวรัสโคโรนา

หมอหลี่ เผยเรื่องราวของตนผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาอาจติดเชื้อจากคนไข้ในระหว่างทำการผ่าตัดต่อหิน ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดการระบาดขึ้นแล้ว

หลังเกิดการระบาด ทางการท้องถิ่นได้กล่าวขอโทษนายแพทย์หลี่แล้วพร้อมกับคนอื่นๆ จากการดำเนินการสอบสวนเอาผิดฐานแชร์ข้อมูลเท็จ ขณะที่ชาวเน็ตในโซเชียลมีเดียจีนต่างแสดงความโกรธเคืองต่อรัฐบาลที่ไม่ยอมรับการแพร่ระบาดของโรคในช่วงแรก ทั้งยังรับมือกับวิกฤตการระบาดที่ไม่ดีพอ ด้วยการติด# “รัฐบาลอู่ฮั่นเป็นหนี้คำขอโทษดร.หลี่” และ “เราต้องการเสรีภาพในการพูด”

สื่อจีนเผยประวัติของแพทย์ผู้เสียสละรายนี้ว่า เป็นจักษุแพทย์ที่มีชื่อเสียงของมณฑลอู่ฮั่น และยังเป็นทั้งพ่อและสามีของภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ขณะที่บิดามารดาของหมอหลี่ถูกระบุว่าติดเชื้อโคโรนาเช่นกัน

ด้านโกลบอลไทม์ สื่อจีนได้เผยบทสัมภาษณ์หัวหน้าศูนย์ควบคุมโรคจีน (CCDC) ว่า ชาวอู่ฮั่นทั้ง8รายที่ออกมาเปิดเผยการระบาดเป็นกลุ่มแรกควรได้รับการยกย่อง พวกเขาฉลาดที่รับรู้ถึงการระบาดก่อนคนอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดี การตัดสินว่าโรคระบาดได้เกิดขึ้นแล้วนั้น ต้องอาศัยการสนับสนุนจากหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์

เรือสำราญญี่ปุ่นติดโคโรนาเพิ่ม 41 ราย กักผดส. 3,700 คนห้ามขึ้นฝั่ง 14 วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614111

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 10:43 น.

เรือสำราญญี่ปุ่นติดโคโรนาเพิ่ม 41 ราย กักผดส. 3,700 คนห้ามขึ้นฝั่ง 14 วัน

ญี่ปุ่นพบผู้โดยสารเรือไดมอนด์ ปรินเซส ติดโคโรนาเพิ่มรวด 41 ราย รวมแล้วพบจำนวนผู้ติดเชื้อในเรือเป็น 61 คน

ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่บนเรือไดมอนปริสเซส ซึ่งจอดทอดสมออยู่ที่ท่าเรือโยโกฮามา เพิ่มทีเดียวถึง 41 ราย โดยตามรายงานระบุว่า ญี่ปุ่นซึ่งทยอยตรวจคัดกรองผู้โดยสารและลูกเรือรวม 3,700 คน ตั้งแต่วัน5 ก.พ.ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อ 10 คนแรก

เป็นเหตุให้ญี่ปุ่นสั่งกักทุกคนบนเรือทันที 14 วัน ต่อมาในที่ 6 ก.พ. ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 10 ราย และล่าสุดวันที่7 ก.พ. ตัวเลขผู้ติดเชื้อบนเรือเพิ่มรวดเดียวเป็น 41 ราย รวมแล้วพบคนบนเรือติดเชื้อ 61 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยอายุระหว่าง 60-70 ปี และได้ทำการแยกผู้ป่วยลงจากเรือไปรักษายังโรงพยาบาลแล้ว

ญี่ปุ่นได้ทยอยตรวจร่างกายและผู้โดยสารบนเรือไปแล้วเพียง 273 ราย เท่านั้น จากจำนวนคนบนเรือทั้งหมด 3,700 คน ซึ่งรวมถึงพลเมืองต่างชาติ 56 ประเทศ

ทั้งนี้ สำหรับเรือไดมอนด์ ปริสเซส ยังคงอยู่ภายใต้คำสั่งกักกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น เป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา โดยยังห้ามคนบนเรือจำนวน 3,700 คน ขึ้นฝั่ง และเรือได้รับคำสั่งให้จอดทอดสมอที่ท่าเรือโยโกฮาม่า โดยหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่นได้ส่งเรือเล็กเข้ารักษาการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับมีการส่งเสบียงอาหารให้กับคนบนเรือ ซึ่งมาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลให้ผู้คนบนเรือประสบปัญหาขาดแคลนยา ของใช้ส่วนตัว และเริ่มสะท้อนความรู้สึกว่าไม่ต่างจากการติดคุกอยู่กลางทะเล

สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อบนเรือทั้งหมด 61 คน ส่งผลให้ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั้งประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนอย่างน้อย 80 รายแล้ว ถือเป็นประเทศที่พบการติดเชื้อมากที่สุดนอกจีนแผ่นดินใหญ่

ในวิกฤต คนไทยต้องการผู้นำที่ให้ความหวังประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614079

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 20:34 น.

ในวิกฤต คนไทยต้องการผู้นำที่ให้ความหวังประชาชน

ทักษะการสื่อสารของผู้นำประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ส่งสารไปยังประชาชนได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังเป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

คนไทยหลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “น้ำท่วมก็ไปเลี้ยงปลา” “มะนาวแพงก็แพงมาทั้งชาติแล้ว ก็หน้าแล้งไง…ต่อไปนี้ไปปลูกกินเอง ปลูกคนละกระถาง ปัดโถ่ ช่วยตัวเองบ้างสิ” และถ้อยคำในทำนองนี้อีกมากมายที่ออกมาจากปากผู้นำประเทศอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แม้กระทั่งในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤตอย่างฝุ่นควันขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ปกคลุมท้องฟ้าทั่วประเทศ หรือช่วงที่โคโรนาไวรัสระบาด ก็ยังไม่วายมีคำพูดที่คนไทยฟังแล้วรู้สึกว่ามันน่าน้อยใจนัก

ในช่วงเวลาที่เชื้อไวรัสโคโรนากำลังระบาดอยู่แบบนี้ ทักษะการสื่อสารของผู้นำประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ส่งสารไปยังประชาชนได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังเป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ทว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่เชื้อโคโรนาระบาด ผู้นำของไทยกลับไม่สามารถแสดงศักยภาพด้านการสื่อสารเพื่อรับมือกับการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

การให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์โคโรนาไวรัสแต่ละครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าท่านแสดงความคิดเห็นโดยไม่ได้รับทราบข้อมูลล่าสุดของสถานการ์หรืออย่างไร หรือเพราะความผิดพลาดจากการสื่อสาร

ครั้งแรกที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์คือการให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีคนไทยที่ติดอยู่ในเมืองอู่ฮั่นแสดงความจำนงว่าจะเดินทางกลับประเทศไทย

ทั้งๆ ที่ขณะนั้นนักศึกษาไทยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าอาหารเริ่มขาดแคลนและแจ้งไปยังสถานทูตแล้วว่าจะกลับไทย และคนไทยทั่วประเทศก็รับทราบข่าวสารนี้จากทั้งผ่านทีวีและโซเชียลมีเดีย แต่เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่าไม่มีใครต้องการกลับบ้าน

หรือในกรณีที่หน้ากากอนามัยกำลังขาดแคลน หนำซ้ำราคายังพุ่งไปหลายเท่าตัวจากภาวะปกติ พล.อ.ประยุทธ์ก็ให้สัมภาษณ์โดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ว่าสินค้ายังมีพอเพียง แต่จากที่คนไทยประสบมาเหมือนกันก็คือ ไม่ว่าจะซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ ไปตามหากี่ร้านๆ ก็กลับออกมามือเปล่า

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังเคยบอกคนไทยว่าใครที่ช่วยเหลือตัวเองได้ ก็ช่วยเหลือตัวเองบ้าง ถ้ามีสตางค์ก็ช่วยซื้อกันเองบ้าง แต่ภาพที่ผู้เขียนเห็นคือตอนนี้คนไทยกำลังช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้เจลล้างมือ ไม่มีใครงอมืองอเท้ารอให้รัฐบาลแจกหน้ากากอนามัย

สิ่งที่คนไทยต้องการให้นายกฯ ช่วยจริงๆ คือควบคุมราคาหน้ากากอนามัยและดูแลไม่ให้สินค้าขาดตลาดเท่านั้น

ปัญหานี้นอกจากจะสะท้อนการขาดทักษะในการสื่อสารแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาที่สามารถคาดการณ์ได้ไม่อยาก ในเมื่อเกิดเชื้อไวรัสโคโรนาระบาด ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือจะเป็นที่ต้องการและมีราคาสูงตามกฎอุปสงค์อุปทาน

แทนที่รัฐบาลจะเข้ามาจัดการปัญหาที่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าและป้องกันแก้ไขได้ กลับบอกย้ำแต่ว่าหน้ากากอนามัยยังมีเพียงพอ และขอความร่วมมือไม่ให้ผู้ค้ากักตุนและขึ้นราคาสินค้า ในขณะที่รัฐบาลไต้หวันอกประกาศจำกัดการซื้อและลดราคาเหลือชิ้นละ 6 เหรียญไต้หวัน หรือ 6.21 บาท

กลับมาที่ทักษะการพูดของผู้นำ การแสดงความคิดเห็นในหลายประเด็นของ พล.อ.ประยุทธ์ มักจะให้ความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจประชาชน เต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่เป็นประโยชน์

หลายคนถึงกับเปรียบเทียบการตอบคำถามของ พล.อ.ประยุทธ์กับผู้นำประเทศอื่น เช่น นายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง ของสิงคโปร์ ที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในประเทศได้อย่างคล่องแคล่ว เต็มไปด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ไม่แสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับผู้สื่อข่าว

นายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางไปเยี่ยมศูนย์โรคติดต่อแห่งชาติ (NCID) ที่รักษาผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า สิงคโปร์สามารถตรวจพบผู้ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงเฝ้าระวังต่อไป เพราะการแพร่ระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดในเร็วๆ นี้

“ผมคิดว่ารัฐบาลมีแผนรับมือ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และประชาชนก็มีความตื่นตัว รัฐบาลกำลังทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ขณะที่ประชาชนก็ต้องรักษาอนามัย เช่น การล้างมือ ไม่จับใบหน้าโดยไม่จำเป็น เพราะเชื้อโรคอาจเข้าสู่ร่างกาย”

นอกจากนี้ ยังมีตำนานเล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่งสมัยที่ฝรั่งเศสประสบภาวะข้าวยากหมากแพง พระนางมารี อองตัวเน็ตเคยตรัสว่า “ถ้าไม่มีขนมปังก็ไปกินเค้กสิ” แม้ว่าภายหลังประโยคนี้จะได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็เป็นตัวอย่างถึงวิธีการพูดของผู้นำได้

ท่ามกลางวิกฤตอย่างฝุ่น PM 2.5 และการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส ประชาชนชาวไทยต้องการทั้งความชัดเจนของข้อมูลว่ารัฐบาลมีมาตรการรับมือปัญหาเหล่านี้อย่างไร และความหวังว่าเราจะผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

ไม่ใช่ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองแล้ว ยังต้องถูกผู้นำตำหนิว่างอมืองอเท้าไม่ช่วยเหลือตัวเอง หวังพึ่งแต่รัฐบาล

จีนแถลงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง และ น้ำใจจากคนไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614074

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 19:37 น.

จีนแถลงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง และ น้ำใจจากคนไทย

“จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” สถานทูตจีนออกแถลงการณ์ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง และสมเด็จพระราชินีที่ทรงห่วงใยและพระราชทานเวชภัณฑ์ รวมทั้งน้ำใจจากชาวไทย

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่แถลงการณ์เรื่อง การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่โดยโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ความว่า

ในระหว่างการต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในช่วงฤดูหนาวนี้ ประชาชนจีนได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือที่ล้ำค่าจากวงการต่าง ๆ ของประเทศไทย รู้สึกอบอุ่นใจอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยไปยังฯพณฯสีจิ้นผิงประธานาธิบดีของจีนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีพระราชทานเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อาทิเช่นหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง เสื้อกาวน์กันน้ำและยารักษาโรคให้กับฝ่ายจีน ฝ่ายจีนเราซาบซึ้งใจอย่างยิ่งและขอขอบพระคุณยิ่ง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีได้ส่งสารให้กำลังใจถึงฯพณฯหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ฯพณฯชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งสารแสดงความห่วงใยถึงฯพณฯลี่ จ้านซู ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลและส.ส.หลายท่านให้กำลังใจสนับสนุนให้ประชาชนจีนผ่านพ้นวิกฤตนี้ผ่านช่องทางการส่งสาร โทรศัพท์ วิดีโอและการแสดงออกในลักษณะต่างๆเป็นต้นทั้งยังแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าและส่งความปรารถนาดีให้ประชาชนจีนเพื่อประสบชัยชนะในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสฯนี้

พี่น้องชาวไทยจากทุกแวดวงอาชีพต่างก็แสดงออกถึงน้ำใจในการช่วยเหลือชาวจีนด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของต่างๆ นายกประยุทธ์ จันทร์โอชาและประชาชนชาวไทยโพสต์คลิปวิดีโอ ทำป้ายสโลแกนเพื่อให้กำลังใจแก่ประเทศจีน พร้อมทั้งให้กำลังใจชาวอู่ฮั่น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจและความรู้สึกที่ลึกซึ้งให้ชาวจีน ประชาชนชาวจีนจะไม่ลืมพี่น้องชาวไทยที่ให้ความช่วยเหลือในยามคับขันอย่างทันท่วงที ความรู้สึกรักใคร่และมิตรภาพที่ลึกซึ้งของฝ่ายไทยในยามทุกข์ยากนั้นได้อธิบายอย่างชัดเจนถึง “การลงเรือลำเดียวกัน” ระหว่างจีนกับไทย สองประเทศจะร่วมมือกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์ จะร่วมเฝ้าสังเกตการณ์และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สมดังคำกล่าวที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

ในการรับมือกับการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครั้งนี้ ฝ่ายจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการประสานงานกับฝ่ายไทย โดยมีการติดต่อประสานงานกับรัฐบาลไทยตลอดจนสถานทูตและสถานกงสุลไทยประจำประเทศจีนอย่างใกล้ชิด ดูแลและให้ความช่วยเหลือชาวไทยที่พำนักอยู่ในประเทศจีน จัดการแก้ไขปัญหาตามข้อกังวลของพี่น้องชาวไทย ภายใต้ความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำออกเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น เพื่อรับคนไทย138 คนที่พำนักอยู่ในจีนกลับไทย ในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวจีนที่อยู่ในประเทศไทยก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากฝ่ายไทย เมื่อไม่นานมานี้ ฯพณฯ อนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมผู้ป่วยติดเชื้อชาวจีนด้วยตนเองภายใต้การเยียวยารักษาและการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพของฝ่ายไทย ผู้ป่วยชาวจีน6รายได้รับการรักษาจนหายและกลับประเทศได้แล้ว

หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องของไทยยังดำเนินการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนหูเป่ยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หน่วยงานด้านการต่างประเทศ การสาธารณสุข รวมไปถึงการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศมีการสื่อสารอย่างใกล้ชิด ร่วมกันเสริมสร้างการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด เพื่อลดผลกระทบต่อความร่วมมือทั้งสองประเทศ

ในปัจจุบัน การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครั้งนี้สามารถป้องกัน ควบคุมและรักษาได้ รัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสฯ และได้รับผลเป็นเชิงบวก แม้ว่ามีผู้ติดเชื้อมีจำนวนค่อนข้างสูง แต่มีอัตราการตายจากการติดเชื้อที่ค่อนข้างต่ำมีเพียงแค่2%เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าอัตราการตายจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 และโรคระบาดอื่นๆอย่างมาก

ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกินจำนวนผู้เสียชีวิต ภายใต้การนำที่แข็งแกร่งของรัฐบาลจีน การทำงานร่วมกันของชาวจีน และการสนับสนุนจากประชาคมโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ประเทศจีนมีความมั่นใจ ความสามารถและเชื่อมั่นในศักยภาพที่จะประสบชัยชนะจากการต่อสู้กับโรคระบาดในครั้งนี้ได้ ฝ่ายจีนจะยึดมั่นในหลักการการเปิดกว้างและความโปร่งใส ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยต่อไป ฝ่ายจีนหวังว่าจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายไทยเพื่อเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากต่าง ๆ ร่วมกันต้อนรับวันพรุ่งนี้ที่สดใส

พลังรักของแม่ คุณยายวัย90 รอในโรงพยาบาล5วันให้ลูกชายได้มีเตียงรักษา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614069

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 19:03 น.

พลังรักของแม่ คุณยายวัย90 รอในโรงพยาบาล5วันให้ลูกชายได้มีเตียงรักษา

ทุกๆ วันท่านจะเขียนข้อความส่งไปให้ลูกชายบอกว่า “เอาชีวิตรอดให้ได้นะลูก”

คุณยายอายุ 90 ปี นั่งรอนอนรออยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่นนานถึง 5 วันเพียงลำพัง เพื่อรอให้ลุกชายวัย 65 ปี ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้เตียงนอน จนในที่สุดวันที่ 5 ลูกชายของคุณยายก็ได้เข้าวอร์ดเพื่อรับการรักษาในที่สุด

อย่างไรก็ตาม อายุเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่คือ 68 ปี ดังนั้นผู้ป่วยชายรายนี้อาจต้องพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาตัวเองให้หายกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

แต่คุณยายก็ยังไม่ยอมไปไหน แม้ว่าตัวท่านเองก็เสี่ยงที่จะติดเชื้อ และหากติดเชื้อก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ ทุกๆ วันท่านจะเขียนข้อความส่งไปให้ลูกชายบอกว่า “เอาชีวิตรอดให้ได้นะลูก” แสดงให้เห็นถึงความรักของแม่ที่ยิ่งใหญ่ไร้ขีดจำกัด

จดหมายที่คุณยายเขียนมีข้อความดังนี้

“ลูกเอ๋ย อดทนหน่อยนะ เอาชนะโรคให้ได้ ให้ความร่วมมือกับการรักษาของหมอ เครื่องช่วยหายใจอาจจะไม่สบาย แต่ขอให้ทนเอาหน่อย แม่ลืมเอาเงินมา แต่คุณหมอให้เงินมา 500 หยวน ลูกวานให้คนไปซื้อของกินของใช้มาให้หน่อย”

ภาพถ่ายและเรื่องนี้เผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์กเวยปั๋วของจีน แอคเคาท์ชื่อ Tanyihua และมีผู้เข้ามากดไลค์ถึง 9.8 หมื่นไลค์ แชร์ไปปแล้วเกือบ 20,000 ครั้ง

รถไฟความเร็วสูงอิตาลีตกราง พนง.ชีวิต 2 ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614056

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 17:27 น.

รถไฟความเร็วสูงอิตาลีตกราง พนง.ชีวิต 2 ราย

รถไฟความเร็วสูงอิตาลีตกรางนอกเมืองมิลาน ผู้โดยสารเจ็บ 27 คน เคราะห์ดีไม่มีสาหัส

ช่วงเช้าตรู่วันที่ 6 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่นของอิตาลี เกิดเหตุรถไฟความเร็วสูง Frecciarossa ตกรางนอกเมืองมิลานทางเหนือของประเทศ ส่งผลให้พนักงานรถไฟ 2 ราย รวมถึงคนขับเสียชีวิต และมีผู้โดยสารอย่างน้อย 27 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

อุบัติเหตุที่เกิดส่งผลให้ขบวนรถไฟทั้งหมดที่วิ่งในเส้นทางมิลาน-โบโลญญาต้องหยุดให้บริการ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวน