จีนปิดเพิ่มสองเมืองใหญ่ใน “เจ้อเจียง” สกัดโคโรนาลาม กระทบชาวบ้าน 9 ล้านคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613806

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 15:47 น.

จีนปิดเพิ่มสองเมืองใหญ่ใน "เจ้อเจียง" สกัดโคโรนาลาม กระทบชาวบ้าน 9 ล้านคน

จีนเข้มสกัดไวรัส ปิดเมืองอาลีบาบา “หางโจว-ไท่โจว” อนุญาต2วันออกจากบ้านไปซื้อของได้หนึ่งครั้ง

จีนเข้มสกัดไวรัส ปิดเมือง”หางโจว-ไท่โจว” อนุญาต2วันออกจากบ้านไปซื้อของได้หนึ่งครั้ง

ทางการจีนสั่งปิดเมืองขนาดใหญ่เพิ่มอีกสองเมืองในมณฑลเจ้อเจียง คือ3เขตของเมืองหางโจว และเมืองไท่โจว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส

ใน3 เขตของเมืองหางโจว หนึ่งในนั้นรวมถึงที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัทอาลีบาบา โดยมาตรการดังกล่าวจะอนุญาตให้มีผู้แทน 1 คนต่อครัวเรือน ออกไปซื้อของจำเป็นนอกบ้านได้ 2 วันครั้ง โดยพื้นที่ซึ่งตกอยู่ใต้คำสั่งดังกล่าวกระทบประชากรรวม 9 ล้านคน

นอกจากนี้ชาวเมืองทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน รวมถึงจะต้องติดบัตรประจำตัว และยินยอมให้เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจวันอุณหภูมิ

สำหรับมณฑลเจ้อเจียงอยู่ห่างจากเมืองอู่ฮั่นอันเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดราว 750 กิโลเมตร โดยขณะนี้ในเจ้อเจียง พบผู้ติดเชื้อแล้วถึง 829 ราย ถือเป็นมณฑลที่พบผู้ติดเชื้อสูงที่สุดของจีน นอกเหนือจากหูเป่ย์

มาเก๊าปิดบ่อนสองสัปดาห์ สกัดโคโรนาระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613785

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 13:48 น.

มาเก๊าปิดบ่อนสองสัปดาห์ สกัดโคโรนาระบาด

ทางการมาเก๊าตัดสินใจปิดกาสิโนทั้งหมด 2 สัปดาห์ หลังพบพนักงานติดเชื้อ

ทางการมาเก๊าตัดสินใจปิดกาสิโนทั้งหมด 2 สัปดาห์ หลังพบพนักงานติดเชื้อ

วันที่ 4 ก.พ. นายโฮลัตเส็ง ผู้ว่าเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ประกาศสั่งให้ผู้ประกอบการกาสิโนทุกแห่งหยุดทำการเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจาหที่มาดเก๊าพบผู้ติดเชื้อล่าสุดรายที่ 10 ซึ่งเป็นพนักงานหญิงของกาสิโนแห่งหนึ่ง

“นี่เป็นการตัดสินใจที่ยาก และเราต้องทำเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนมาเก๊า” นายโฮกล่าวกับผู้สื่อข่าว

คำสั่งปิดทำการบ่อนครั้งนี้ถือเป็นการสั่งปิดเป็นเวลานานที่สุด โดยครั้งก่อนหน้านี้มาเก๊าเคยสั่งปิดกาสิโนเป็นเวลา 33 ชั่วโมง เมื่อคราวพายุไต้ฝุ่งพัดถล่มในปี 2018

สัปดาห์ก่อนมีรายงานว่า ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในจีนแผ่นดินใหญ่ นักท่องเที่ยวในมาเก๊าลดลงมากถึงเกือบ 80% ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวควรเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวมาเก๊าคักคัก เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีน

ญี่ปุ่นกักเรือสำราญ ตรวจเข้มเชื้อโคโรนาผู้โดยสาร 3,700 ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613773

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 12:34 น.

ญี่ปุ่นกักเรือสำราญ ตรวจเข้มเชื้อโคโรนาผู้โดยสาร 3,700 ราย

นักท่องเที่ยวพร้อมลูกเรือ 3,700 ชีวิต ต้องติดอยู่บนเรือ Diamond Princess ที่ท่าเรือโยโกฮาม่า หลังพบคนฮ่องกงติดเชื้อโคโรนาไวรัส

รายงานระบุว่าญี่ปุ่นได้สั่งกักกันเรือ Diamond Princess ที่ท่าเรือโยโกฮาม่า หลังผลตรวจยืนยันว่าพบนักท่องเที่ยวชายชาวฮ่องกงวัย 80 ปี ติดเชิ้อไวรัสโคโรนา โดยสำหรับผู้โดยสารคนดังกล่าว มีประวัติแวะพักที่จีนเพียงไม่กี่ชัวโมงในวันที่ 10 ม.ค. กระทั่งบินจากฮ่องกงมายังโตเกียววันที่ 17 ม.ค.

จากนั้นเริ่มมีอาการไอวันที่ 19 ม.ค. กระทั่งวันต่อมาได้โดยสารเรือสำราญลำดังกล่าวกลับไปฮ่องกง และได้ขึ้นฝั่งที่ฮ่องกงในวันที่ 25 ม.ค. ขณะอยู่บนเรือชายรายนี้ก็คงมีอาการ แต่มาตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หลังขึ้นฝั่งที่ฮ่องกงแล้ว

“Diamond Princess” เดินทางออกจากฮ่องกงเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา และเทียบท่าที่เมืองโยโกฮามา ตั้งแต่คืนวันจันทร์(3ก.พ.)ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางการต้องสั่งกักเรือ พร้อมเข้าคัดกรองผู้โดยสาร 2,666 คน และลูกเรือ 1,045 คน เป็นเวลา 24 ชั่่วโมง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพบตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาแล้ว 20 คน หนึ่งในนั้นเป็นเคสการติดต่อระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นบางส่วนมาจากการที่ญี่ปุ่นจัดเครื่องบินพิเศษไปรับพลเมืองกลับจากอู่ฮั่นแล้ว 3 เที่ยวบิน

เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโคโรนาหลังกลับจากเที่ยวไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613754

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 11:22 น.

เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโคโรนาหลังกลับจากเที่ยวไทย

เกาหลีใต้เจอหญิงติดเชื้อโคโรนารายที่ 16 ของประเทศ หลังเดินทางกลับจากเที่ยวไทยเมื่อวันที่ 19 ม.ค.

สถานีโทรทัศน์ของเกาหลีใต้รายงานว่า พบหญิงวัย 42 ปี รายหนึ่งติดเชื้อไวรัสโคโรนา หลังเดินทางกลับมาจากท่องเที่ยวในประเทศไทย นับเป็นการติดเชื้อรายที่ 16 ของประเทศ

กรมควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีใต้ (KCDC) ยืนยันในวันนี้(4 ก.พ.) ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายที่ 16 ของประเทศโดยผู้ติดเชื้อล่าสุดนี้เป็นหญิงวัย 42 ปี มีประวัติเดินทางกลับจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 25 ม.ค. เมื่อเดินทางกลับบ้านเกิดเธอเริ่มมีอาการหนาวสั่น

รายงานระบุว่า อาการป่วยของผู้ติดเชื้อรายนี้ยังไม่ดีขึ้นแม้ว่าได้รับการรักษา ดังนั้น เธอจึงเข้ารับการตรวจร่างกาย ซึ่งผลปรากฏว่า ผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาออกมาเป็นบวก ซึ่งหมายถึงยืนยันการพบเชื้อ

ทั้งนี้ KCDC ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้กักตัวผู้ติดเชื้อรายนี้เอาไว้แล้ว เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมว่าผู้ติดเชื้อได้เดินทางไปที่ใดและพบปะผู้ใดบ้าง เพื่อดูว่าบุคคลเหล่านี้จะติดเชื้อด้วยหรือไม่

ที่มา : https://news.sbs.co.kr/

ติดเชื้ออู่ฮั่นเกิน 20,000 เสียชีวิตในจีนทะลุ 400 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613750

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 10:46 น.

ติดเชื้ออู่ฮั่นเกิน 20,000 เสียชีวิตในจีนทะลุ 400

คณะผู้นำจีนรับ “บกพร่อง-ยากลำบาก” ในสกัดไวรัส เล็งยกเครื่องการสาธารณสุขครั้งใหญ่ ส่วนฮ่องกงพบเสียชีวิตรายแรก

สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในวันนี้ (4 ก.พ.) พบว่า ในจีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ติดเชื้อตัวเลขที่ 20,471 ราย เสียชีวิตแล้ว 425 คน รักษาหายแล้ว 632 ราย

ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อในต่างประเทศที่ 159 ราย โดยล่าสุดพบว่าที่ฮ่องกง พบกรณีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาเป็นรายแรก และนับเป็นรายที่สองของโลกนอกแผ่นดินจีน

โดยผู้เสียชีวิตรายแรกของฮ่องกงเป็นชายวัน 39 ปี เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส กระทั่งเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งชายผู้นี้มีประวัติป่วยมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว และพบประวัติการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่นช่วงต้นมกราคมที่ผ่านมา นับเป็นการเสียชีวิตของไวรัสนอกจีนเป็นกรณีที่สอง จากกรณีแรกเป็นพบเสียชีวิตที่ฟิลิปปินส์ ทั้งฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 15 ราย

ด้านรัฐบาลปักกิ่ง ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้เรียกประชุมคณะรัฐบาลระดับสูง หรือ โปลิตบูโร โดยทีมผู้นำจีนได้ยอมรับว่ายังมีบกพร่องเรื่องการรับมือกับวิกฤต (Crisis Management) ที่ยังไม่ดีพอ อีกทั้งยังมีความยากลำบากในการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการยกเครื่องระบบบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ และระบบบสาธารณสุขทั้งประเทศ รวมถึงสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดในการปราบปรามตลาดค้าซากสัตว์ป่าและการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย

หยุดเชื่อทฤษฎีแหกตา สงครามชีวภาพถล่มอู่ฮั่นไม่มีจริง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613716

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 20:21 น.

หยุดเชื่อทฤษฎีแหกตา สงครามชีวภาพถล่มอู่ฮั่นไม่มีจริง

สิ่งที่ระบาดเร็วพอๆ กับไวรัสคือข่าวลือ รองลงมาคือข่าวปลอม และรองลงมาคือทฤษฎีสมคบคิด ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีทั้งสิ้น

สิ่งที่ระบาดเร็วพอๆ กับไวรัสคือข่าวลือ รองลงมาคือข่าวปลอม และรองลงมาคือทฤษฎีสมคบคิด ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีทั้งสิ้น

โดยเฉพาะทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นผลงานของบางประเทศที่ใช้โจมตีจีน ขณะเดียวกันก็มีอีกทฤษฎีสมคบคิดที่เชือว่าจีนปล่อยไวรัสที่ทำการตัดแต่งจากห้องทดลองออกมา ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งบใจหรือไม่ก็ตาม

ผู้เขียนอยากหัวเราะทฤษฎีสมคบคิดเหล่านี้ แต่ก็หัวเราะไม่ออกเพราะมีคนเชื่อจริงๆ จังๆ

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่าทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy theory) คืออะไร?

นิยามของมันอาจมีหลากหลาย แต่หากจะสรุปสั้นๆ ก็คือ นำข้อมูลต่างๆ ที่ยืนยันข้อเท็จจริงไม่ได้มาผสมรวมกันจนกลายเป็นความเชื่อชุดหนึ่ง ส่วนใหญ่เชื่อว่าเหตุการณ์หนึ่งมักจะไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดขึ้นเพราะมีคนบงการให้มันเกิดขึ้นมาเพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง

นักจิตวิทยาเตือนว่า คนที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดจะเป็นภัยต่อสุขภาพจิต และเชื่อมโยงกับโรคจิตหวาดระแวงและอาการไม่ยอมรับความจริง

ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับไวรัสอู่ฮั่นที่แพร่หลายที่สุดในช่วงแรกของการระบาด คือความเชื่อ (ผิดๆ) ที่ว่า ไวรัสตัวนี้คืออาวุธชีวภาพที่สหรัฐนำมาใช้โจมตีจีน

ถ้าเราสาวไปถึงแหล่งที่มาของทฤษฎีนี้จะพบว่าต้นตอเกือบทั้งหมดมาจากสื่อที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซีย เช่น

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 สื่อของรัฐบาลรัสเซีย RIA Novosti อ้างคำกล่าวของวลาดิมีร์ จิรินอฟสกี้ หัวหน้าพรรค LDPR ของรัสเซีย ว่า “โคโรนาไวรัสของจีนคือการโจมตีของสหรัฐ” เพราะสหรัฐกลัวว่าจะไม่สามารถเอาชนะจีนในทางเศรษฐกิจได้ และไข้หวัดนกก็เป็นการโจมตีด้วยจุดประสงค์เดียวกัน

วลาดิมีร์ จิรินอฟสกี้ คนนี้เป็นนักการเมืองฝ่ายต่อต้านประเทศตะวันตกตัวฉกาจ และเป็นนักชาตินิยมรัสเซียตัวยงถึงขนาดถูกตั้งแง่ว่าเป็นพวกเผด็จการฟาสชิสต์ แน่นอนเขาเป็นฝ่ายเดียวกับวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

หลังจากนั้นดูเหมือนว่าสื่อสายรัสเซียจะเล่นประเด็นนี้ไม่หยุด

วันที่ 25 มกราคม 2563 สถานีโทรทัศน์ 5 Kanal อ้างว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้วมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นเปิดห้องปฏิบัติการชีวภาพที่มีความปลอดภัยสูงซึ่งทำการวิจัยเชื้อที่อันตรายที่สุดในโลก มีความเป็นไปได้ที่ไวรัสจะหลุดจากห้องแล็บ แต่โอกาสที่เป็นไปได้มากกว่านั้นก็คือ ไวรัสนั้นมาจากภายนอก บริษัทอเมริกันเป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์จากไวรัส ประเทศสหรัฐเองก็จะได้รับประโยชน์ สหรัฐเป็นประเทศเดียวที่มีห้องปฏิบัติการทางชีวภาพ 400 แห่ง ไม่เพียงแต่ตั้งอยู่รอบๆ ในรัสเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรอบๆ จีนด้วย

วันที่ 27 มกราคม 2563 REN TV อ้างว่า การระบาดที่จีนดูเหมือนเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมา สื่อรายนี้อ้างว่า สหรัฐกำลังใช้เทคโนโลยีชีวภาพแบบใช้คู่ ซึ่งสามารถรักษาโรคก็ได้ และยังสามารถใช้โรคฆ่ามนุษย์ได้ บริษัทอเมริกันจะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ โดยกำลังพัฒนาโรคใหม่เพื่อผลกำไร ตัวอย่างของห้องปฏิบัติการของสหรัฐที่มีการพัฒนาโรคที่ร้ายแรงคือ Lugar Laboratory ในประเทศจอร์เจีย

Lugar Laboratory หรือ Lugar Research Center ในประเทศจอร์เจีย (ที่ตั้งอยู่ใกล้รัสเซีย) ถูกรัสเซียโจมตีมาตลอดว่าพัฒนาอาวุธชีวภาพเพื่อเล่นงานประเทศศัตรูของสหรัฐ

และเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 สื่อแท็บลอยด์ของรัสเซียสายโรปรัฐบาลปูติน  Komsomolskaya Pravda ตั้งข้อสังเกตว่า “โคโรนาไวรัสมุ่งเล่นงานเฉพาะชนชาติ” และอ้างว่า โคโรนาไวรัสที่จีนเป็นอาวุธทางพันธุกรรมที่ออกแบบมา โดยมีเป้าหมายเลานงานคนเชื้อชาติเอเชียโดยเฉพาะ การระบาดในจีนเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลสหรัฐที่ต้องการกำราบจีนให้อยู่ในกำมือ ที่เรายกตัวอย่างทฤษฎีสมคบคิดเหล่านี้ไม่ใช่จะโฆษณาให้เชื่อ แต่เพื่อให้เห็นลักษณะการประโคมความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับเหตุและผล

ไม่ต้องถึงกับใช้หลักการวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน เพียงแต่สามัญสำนึก เราก็คงจะนึกออกไม่ยากว่าหากสหรัฐใช้ไวรัสโคโรนามาถล่มจีน มีหรือที่สหรัฐจะรอดพ้นจากอาวุธของตัวเอง และเห็นได้ว่าผู้ติดเชื้อในสหรัฐนั้นมากขึ้นทุกวัน

หากมันเป็นอาวุธชีภาพจากสหรัฐจริง จีนเพียงแค่เปิดประเทศอ้าซ่าให้ประชาชนเดินทางไปสหรัฐเท่านั้น แต่นี่จีนเลือกที่จะปิดประเทศตัวเอง โดยที่สหรัฐยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากยกเลิกเที่ยวบินไปจีน

ในโลกที่ไร้พรมแดน การใช้อาวุธชีวภาพแบบเหมาเข่งแบบนี้มีแต่จะตายกันหมดโลก และคนที่ตั้งทฤษฎีนี้คงไม่ทราบว่าการใช้อาวุธชีวภาพจะต้องเล็งเป้าหมายที่ควบคุมได้ ไม่เช่นนั้น “ดาบนั้นจะคืนสนอง” เจ้าของอาวุธเสียเอง

นอกจากทฤษฎีสหรัฐใช้เชื้อโรคเล่นงานจีนแล้ว ยังมีทฤษฎีจีนทำเชื้อหลุดออกมาจากแล็บอีกด้วย

เช่น ดานี โชฮัม อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกองทัพอิสราเอลอ้างว่า สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นตั้งใจที่จะปล่อยไวรัสออกมาเอง เขาอ้างว่าสถาบันนี้เป็นเพียงสถาบันเดียวที่สามารถจัดการกับไวรัสที่ทำให้ถึงตายได้และยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโครงการสงครามชีวภาพของจีน

ดานี โชฮัม (Dany Shoham) เป็นผู้ที่ศึกษาโครงการอาวุธชีวภาพของจีน แต่เขากลับสันนิษฐานลอยๆ โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มว่าทำไมจีนจึงตั้งใจปล่อยไวรัสออกมา

เช่นเดียวกับทฤษฎีอาวุธชีวภาพของสหรัฐ การตั้งสมมติฐานว่าจีนปล่อยของออกมาเล่นตัวเองก็ไร้เหตุผลที่สุด เพราะคงไม่มีใครที่จะทดลองปล่อยไวรัสออกมาเพื่อบ่อนทำลายบ้านเมืองตัวเอง ในกรณีของจีนนั้นเศรษฐกิจก็อาการร่อแร่อยู่แล้วจากสงครามการค้า ยิ่งมาถูกโจมตีจากไวรัสเรายิ่งคาดหวังได้เลยว่า จีนอาการหนักแน่นอนในปีนี้

หากประเทศใดก็ตามจะเล่นงานจีน ก็เล่นงานด้วยสงครามการค้าอย่างสหรัฐก็เพียงพอแล้ว

แต่ทฤษฎีพวกนี้ตายยาก หลังจากที่ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลราชวิถีเปิดเผยความสำเร็จการใช้สูตรยารักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์โดยใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่และเอชไอวี ก็มีชาวเน็ตบางคนชี้ว่า “นี่ไงล่ะ ยารักษาเอชไอวีใช้กับไวรัสนี้ได้ แสดงว่ามันต้องมีการตัดต่อพันธุกรรมไวรัสผสมกับเชื้อเอชไอวี”

ความเชื่อนี้น่าจะเริ่มมาจากรายงานการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์อินเดียที่อ้างว่า มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งตัดแต่งพันธุกรรมไวรัสโดยนำยีนของเชื้อเอชไอวีมาใส่ในโคโรนาไวรัส ทำให้เชื้อนี้สามารถใช้ยาต้านเอชไอวีรักษาได้

แต่ทันทีที่เผยแพร่ในแพล็ตฟอร์ม bioRxiv เมื่อวันที่ 31 มกราคม รายงานดังกล่าวก็ถูกโจมตีจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกว่ามีข้อบกพร่อง และที่จริงแล้วความคล้ายคลึงของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กับเอชไอวีนั้นมีเล็กน้อยมาก และยังไม่ใช่ไวรัสที่พิเศษ เพราะ 96% ของ sequence เข้ากันกับโคโรนาไวรัสจากค้างคาว

จนกระทั่ง bioRxiv ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวารสารทางชีววิทยา ต้องถอดรายงานชิ้นนี้ออกไป ที่สำคัญคือรายงานนี้เป็น “non-peer-reviewed” คือไม่ใช่งานวิชาการอย่างเต็มรูปแบบที่จะเปิดโอกาสให้นักวิชาการคนอื่นแย้งได้ตามหลักวิชาการ

สื่อก็มีบทบทสำคัญในการสร้างความเชื่อผิดๆ นี้ โดยใช้การจับแพะชนแกะข้อมูลต่างๆ เอามายำแล้วสร้างเรื่องราวขึ้นมาให้ผู้อ่านรู้สึกตื่นเต้น

ทฤษฎีพวกนี้ไม่ใช่ข่าวปลอมเพราะมันเป็นทฤษฎี ดังนั้นจึงยากที่จะเอาผิดในฐานะข้อมูลอันเป็นเท็จ แม้แต่ในจีนตำรวจพยายามเอาผิดกับฟอรั่มที่พูดคุยเรื่องข่าวลือ/สมมติฐานเกี่ยวกับไวรัส แต่ศาลสูงของจีนแนะตำรวจว่าไม่ควรใช้มาตรการรุนแรงกับผู้ที่พูดคุยเกี่ยวกับข่าวลือ เพราะศาลเห็นว่าหากประชาชนเชื่อข่าวลือบางข่าวเกี่ยวกับความน่ากลัวของไวรัส ก็อาจจะป้องกันตัวได้ดีกว่านี้

ทั้งนี้ จึงขึ้นกับวิจารณญาณของผู้อ่านทั้งหลายว่าจะเชื่อของปลอม หรือจะเชื่อของจริง

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

เจ้าหน้าที่แพทย์ฮ่องกงนัดหยุดงานกดดันรัฐบาลให้ปิดชายแดนจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613694

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 16:11 น.

เจ้าหน้าที่แพทย์ฮ่องกงนัดหยุดงานกดดันรัฐบาลให้ปิดชายแดนจีน

ขณะเดียวกัน มีประชาชนราว 100 คนได้รวมตัวกันในใจกลางย่านการเงินของฮ่องกง เพื่อสนับสนุนสหภาพแรงงานด้านสุขภาพ

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หลายร้อยคนออกมาประท้วงในฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปิดชายแดนกับจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเรียกร้องให้ผ่อนคลายแรงกดดันต่อบุคคลากรด้านสาธารณสุขที่ยืดเยื้อมานาน

พันธมิตรพนักงานโรงพยาบาล (HAEA) ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 18,000 คนกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่แพทย์ 2,400 คน เข้าร่วมการประท้วง แม้ว่ารัฐบาลจะเรียกร้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์นัดหยุดงานประท้วงก็ตาม

“(เรา)หวังว่าการนัดหยุดงานครั้งนี้ก็พื่อทำให้รัฐบาลตอบสนองต่อข้อเรียกร้องทั้ง 5 ของเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ การหยุดการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในฮ่องกง” นายแพทย์เทรซี่ ปุย กล่าว ซึ่งตัวเขาเข้าประท้วงกับเพื่อนร่วมงาน และร่วมลงนามสนับสนุนเจตนารมณ์ของ HAEA

Photo by Anthony WALLACE / AFP

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลก็คือ ให้ปิดชายแดนกับแผ่นดินใหญ่, อำนวยความสะดวกในการจัดจำหน่ายหน้ากากให้ กับประชาชน, สร้างความเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่การแพทย์แนวหน้ามีอุปกรณ์และการป้องกันที่เพียงพอ, จัดหาสถานที่กักตัวผู้ป่วยอย่างเพียงพอ และรับประกันว่าจะไม่มีลงโทษกับบุคลากรทางการแพทย์ที่นัดหยุดงาน

ขณะเดียวกัน มีประชาชนราว 100 คนได้รวมตัวกันในใจกลางย่านการเงินของฮ่องกง เพื่อสนับสนุนสหภาพแรงงานด้านสุขภาพ โดยมีป้ายบอกว่า “ปิดพรมแดน ควบคุมโรคระบาด”

Photo by Anthony WALLACE / AFP

ทั้งนี้ ชาวฮ่องกงที่ตื่นตระหนกพากันกว้านอาหารและสิ่งของจำเป็นจนแทบจะหมดชั้นวางของในซูเปอร์ มาร์เก็ต จากข้อมูลของทางการ อาหารที่จำหน่ายในฮ่องกงนำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ถึงประมาณ 90%

หลั่มหวายิน เจ้าของร้านขายของเล่น วัย 45 ปีกล่าวกับสำนักข่าว Reuters ว่าการปิดพรมแดนจะทำให้ความกังวลเกี่ยวกับสินค้าขาดตลาดยิ่งรุนแรงขึ้น

“ผู้คนจะเริ่มรีบซื้อเสบียงก่อนที่จะมีการปิดพรมแดนอย่างเต็มที่” หลั่ม กล่าว “มันจะแย่กว่านี้ถ้าปิดอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหาร ผู้คนจะรีบซื้อน้ำมัน เกลือ และข้าว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหน้ากากอนามัย”

ทั้งนี้ ฮ่องกงมีผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 15 รายที่ยืนยันแล้ว

Photo by Anthony WALLACE / AFP

ไม่ทันถึงไทยแน่ เผยชาวคูเวตก็นิยมกินตั๊กแตนราคาขีดละหลายร้อย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613665

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 14:32 น.

ไม่ทันถึงไทยแน่ เผยชาวคูเวตก็นิยมกินตั๊กแตนราคาขีดละหลายร้อย

บางคนถึงกับตุนไว้ในปีหน้า ด้วยความกลัวว่าจะไม่มีตั๊กแตนในฤดูกาลหน้า

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ตั๊กแตนถือว่าเป็นอาหารอันโอชะของหลายๆ คนในคูเวต บางคนชอบอบ บางคนชอบแบบตากแห้ง และตั๊กแตนมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหนือความคาดหมาย แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่ติดใจมันก็ตาม

“ฉันชอบรสชาติของพวกมัน มันเป็นหนึ่งในความทรงจำในวัยเด็กของฉัน และทำให้ฉันนึกถึงปู่ย่าตายายและพ่อของฉัน” มูดี อัล มิฟตาห์ นักข่าววัย 64 ปีผู้เขียนคอลัมน์หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ กล่าว

Photo by YASSER AL-ZAYYAT / AFP

มิฟตาห์รอฤดูหนาวทุกปีเพื่อตุนตั๊กแตน โดยจะปรุงมันด้วยตัวเอง ด้วยความชอบรสสัมผัสที่กรุบกรอบของตั๊กแตน

เมื่อปรุงพวกมัน เธอวางถุงแมลงลงในน้ำเดือดทำให้พวกมันสุกจนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว และห้องครัวของเธอมีกลิ่นหอมคล้ายกับเนื้อแกะตุ๋น

หลังจากเดือดปุดๆ ครึ่งชั่วโมง ตั๊กแตนก็พร้อมที่จะกิน แต่จะนำไปอบเพิ่มเติมให้กรุบกรอบ หรือตากแห้งเพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับรสชาติของพวกมันได้ตลอดทั้งปี

แต่คนใกล้ตัวของส่วนใหญ่มิฟตาห์หยุดกินตั๊กแตนมานานแล้ว

การบริโภคตั๊กแตนลดน้อยลงไปทั่วสังคมคูเวต โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ซึ่งหลายคนรู้สึกสะอิดสะเอียนกับการกินพวกมัน

อาลี ซาอัดด ชายหนุ่มในวัย 20 ปี รู้สึกสะอิดสะเอียนเมื่อพูดถึงการกินพวกมัน เขาบอกว่า “ผมไม่เคยคิดที่จะกินตั๊กแตน” เขาบอก “ทำไมผมจะต้องกินแมลง ในเมื่อเรามีเนื้อแดงและขาวทุกชนิด”

ตั๊กแตนมีการบริโภคในหลายส่วนของโลกและเป็นอาหารหลักของบางพื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าตั๊กแตนเป็นแหล่งโปรตีนที่ยอดเยี่ยมและประหยัดพลังงานด้วย

Photo by YASSER AL-ZAYYAT / AFP

ในคูเวตการรับประทานตั๊กแตนยังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุ

การจัดส่งตั๊กแตนล็อตแรกจะนำเข้าจากซาอุดิอาระเบีย มาถึงตลาดในเดือนมกราคม โดยวางขายในถุงสีแดงสดน้ำหนัก 250 กรัม

ตั๊กแตนถือเป็นอาหารชั้นเลิศ โดยจะวางไว้ข้างเห็ดทรัฟเฟิลทะเลทรายสีขาว อันเป็นอาหารอันโอชะตามแบบชาวคูเวตในช่วงฤดูหนาว ที่ตลาดอัลไร ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองคูเวต

Photo by YASSER AL-ZAYYAT / AFP

อาบู โมฮัมเหม็ด อายุ 63 ปีมาจากเมืองอาห์วาซ ในอิหร่านและปกติจะขายปลาที่ตลาด แต่เมื่อถึงฤดูกาลเขาจะกลายเป็นคนขายขายตั๊กแตนและเห็ดทรัฟเฟิล

“ตั๊กแตนถูกจับในตอนกลางคืนช่วงฤดูหนาว (ถ้าพวกมันไม่ได้บินเข้ามา) เราจะนำเข้าจากซาอุดิอาระเบีย” เขากล่าว

เขาอธิบายว่าตั๊กแตนรสชาติ “เหมือนกุ้ง” และบรรยายด้วยความรู้สึกตื่นเต้นว่าพวกมัน “เนื้ออร่อยมาก โดยเฉพาะตัวเมียที่เต็มไปด้วยไข่”

ตัวเมียที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรียกว่า “el-Mekn” ในภาษาอาหรับสำเนียงคูเวต ในขณะที่ตัวผู้ที่มีขนาดเล็กกว่าเรียกว่า “Asfour”

Photo by YASSER AL-ZAYYAT / AFP

อาบู โมฮัมเหม็ด กล่าวว่าเขาขายตั๊กแตนถุงได้วันละเกือบโหลในแต่ละวัน แต่ละถุงราคา 3 – 5 ดินาร์คูเวต (307 – 512 บาทต่อถุง)

“ผมขายตั๊กแตนถุงได้มากกว่า 500 ใบช่วงฤดูตั๊กแตน ซึ่งอยู่ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน” เขากล่าว

โมฮัมเหม็ด อัล อาวาดี ชาวคูเวตอายุ 70 ปี ส่งตั๊กแตนให้กับผู้ค้าปลีกเป็นเวลาหลายปีและเก็บแมลงแห้งในกระเป๋าของเขาเอาไว้กินเล่นอยู่ตลอด

อาวาดีได้ฉายาว่า “ราชาแห่งตลาด” เขาแสดงวิธีการกินตั๊กแตนให้ดู และบอกว่า “มันเป็นอาหารที่ดีที่สุด ผมอิ่มแล้วไม่ต้องกินอาหารกลางอีกแล้ววันนี้” เขากล่าว “ยิ่งแห้งเท่าไรยิ่งดี พ่อของผมมักจะมีของไว้ในกระเป๋าเสมอ”

Photo by YASSER AL-ZAYYAT / AFP

เจ้าหน้าที่ได้พยายามอย่างไร้ผลที่จะห้ามการบริโภคตั๊กแตน เพราะกลัวว่าอาจมีการปนเปื้อน

ตั๊กแตนสามารถทวีคูณอย่างรวดเร็วและก่อตัวเป็นฝูงซึ่งทำลายพืชผล ทำให้บางประเทศจัดการกับพวกมันด้วยยาฆ่าแมลง

ผู้สื่อข่าวยังไปสัมภาษณ์ อาเดล ทาริจี ซึ่งกำลังวางถุงกระสอบสีดำสองใบไว้ข้างรถของเขาและลูกค้าที่กำลังรอคอย ลากมันมาข้างๆ เพื่อตรวจสอบผลผลิตและต่อรองราคา

Photo by YASSER AL-ZAYYAT / AFP

ทาริจี ซึ่งขายตั๊กแตนตั้งแต่อายุ 18 ปีกล่าวว่าแม้จะมีการตอบโต้จากบางคน เขาก็ยังได้เห็นความสนใจจากผู้ซื้อที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

ทาริจี บอกว่าลูกค้ากลุ่มนี้ยินดีจ่ายราคาที่สูงขึ้น เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในประโยชน์ของการรับประทานผลิตภัณฑ์ “ออร์แกนิก”

บางคนถึงกับตุนไว้ในปีหน้า ด้วยความกลัวว่าจะไม่มีตั๊กแตนในฤดูกาลหน้า

แปลจาก Locusts boiled, baked or dried? Kuwait serves up a swarm

‘ไปรษณีย์ไทย’ เลี่ยงไวรัสโคโรนา ยกเลิกขนส่งสิ่งของไปมณฑลหูเป่ย ไม่มีกำหนด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613661

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 13:23 น.

'ไปรษณีย์ไทย' เลี่ยงไวรัสโคโรนา ยกเลิกขนส่งสิ่งของไปมณฑลหูเป่ย ไม่มีกำหนด

“ไปรษณีย์ไทย” ระงับการให้บริการคูเรียร์โพสต์ – บริการโลจิสโพสต์ระหว่างประเทศไปยังปลายทางเมืองอู่ฮั่น และเมืองอื่นๆ ในมณฑลหูเป่ย เป็นการชั่วคราว หลังเชื้อไวรัสโคโรนาแพร่ระบาด ประสานทางการไปรษณีย์จีนเพื่อวางแนวทางป้องกัน

นายกาหลง ทรัพย์สอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฏิบัติการ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ไปรษณีย์ไทย ขอระงับการให้บริการคูเรียร์โพสต์ (Courier Post) และบริการโลจิสโพสต์ระหว่างประเทศ (Logispost World) ไปยังปลายทางเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) และเมืองอื่น ๆ ในมณฑลหูเป่ย (Hubei) สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการยังคงสามารถฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศอื่นๆ ได้ตามปกติ แต่อาจเกิดความล่าช้าในการนำจ่าย และอาจไม่มีการลงนามรับสิ่งของสำหรับบริการที่ต้องมีหลักฐานในการนำจ่าย เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโคโรนาไวรัส

สำหรับมาตรการด้านอาชีวอนามัยในส่วนของไปรษณีย์ขาเข้าระหว่างประเทศที่มีต้นทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังเกิดการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อโคโรนาไวรัส ว่า ไปรษณีย์ไทย มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ประสานกับการไปรษณีย์จีนเพื่อวางแนวทางป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัส ซึ่งการไปรษณีย์จีนได้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ และถุงไปรษณีย์ที่ส่งออกไปยังปลายทางต่างประเทศ ในส่วนของสายการบินที่ทำการลำเลียงสิ่งของมายังประเทศไทยนั้น ได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคภายในห้องผู้โดยสารและห้องบรรทุกสัมภาระสินค้าบนอากาศยาน รวมไปถึงถุงไปรษณีย์

ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ไปรษณีย์ไทยได้กำชับให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนรักษาความสะอาดโดยการสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง และใช้เจลล้างมือเพื่อป้องกันเชื้อโรคตลอดการทำงานอีกด้วย

จีนพบไวรัสติดอยู่ที่ลูกบิดประตูบ้านผู้ติดเชื้อที่กว่างโจว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613638

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 12:27 น.

จีนพบไวรัสติดอยู่ที่ลูกบิดประตูบ้านผู้ติดเชื้อที่กว่างโจว

การระบาดรูปแบบใหม่ ไวรัสปนเปื้อนอยู่ที่ลูกบิดประตูบ้าน เมื่อคนไข้จับลูกบิดจึงติดเชื้อ

การระบาดรูปแบบใหม่ ไวรัสปนเปื้อนอยู่ที่ลูกบิดประตูบ้าน เมื่อคนไข้จับลูกบิดจึงติดเชื้อ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกว่างโจว (กว่างโจว จี้คง จงซิน) รายงานว่าจากการวินิจฉัยลูกบิดประตูบ้านของผู้ป่วยที่ตรวจพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พบว่าที่ลูกบิดมีเชื้อไวรัสปนเปื้อนอยู่ นับเป็นครั้งแรกที่กว่างโจวพบไวรัสในสภาพแวดล้อมภายนอก

จากการค้นพบครั้งนี้ หน่วยงานจึงกระตุ้นให้ประชาชนให้ความสำคัญกับสุขอนามัยของมือมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามีของใช้ประจำวันในบ้านหลายชิ้นอาจเป็นสื่อกลางในการส่งไวรัสทางอ้อม เช่น หน้าจอโทรศัพท์มือถือ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ก๊อกน้ำ เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องทำความสะอาดทุกวัน

ผู้เชี่ยวชาญในจีนได้แนะนำวิธีการทำความสะอาดเอาไว้ว่า ให้ทำความสะอาดหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยแอลกอฮอล์ 75%