ไทม์ไลน์ “ไวรัสอู่ฮั่น” ระบาดถึงไหนแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612320

  • วันที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 14:14 น.

ไทม์ไลน์ "ไวรัสอู่ฮั่น" ระบาดถึงไหนแล้ว

จากแหล่งที่มาในตลาดค้าสัตว์ สู่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ที่ระบาดจากคนสู่คน

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. จงหนานซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจและหัวหน้าคณะกรรมการสุขภาพ ซึ่งทำการสอบสวนการระบาดไวรัสในเมืองอู่ฮั่น ยืนยันผ่านสื่อว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ที่พบในเมืองอู่ฮั่น ตอนกลางของประเทศ มีการระบาดจากคนสู่คนแล้ว รวมถึงพบผู้เสียชีวิตรายที่ 4 อีกทั้งยังคาดว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อในขณะนี้สูงเกิน 200 คนแล้ว

“ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น ไวรัสปอดอักเสบอู่ฮั่น ไวรัสอุ่ฮั่น”

เหล่านี้เป็นคำเรียกของโรคที่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่พบได้ตามหน้าการรายงานข่าวต่างๆ โรคดังกล่าวมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า 2019-nCoV หรือ Novel coronavirus 2019 โดยผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะมีไข้ ไอ หายใจลำบาก ปอดอักเสบ รวมทั้งท้องเสีย จนอาจนำไปสู่การเสียชีวิต

31 ธันวาคม 2019 องค์การอนามัยโลกได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการจากจีน ถึงการพบโรคปอดบวดรุนแรงในหลายกรณี ซึ่งเกิดในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากถึง 11 ล้านคน ทางตอนกลางของประเทศตั้งแต่ช่วงเดือนต้นธันวาคม

1 มกราคม 2020 ทางการจีนเริ่มกักตัวผู้ป่วย และเริ่มมีการสอบสวนเพื่อระบุแหล่งที่มาของโรค โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุถึงตลาดค้าอาหารทะเลแห่งหนึ่งในเมือง ที่อาจเป็นศูนย์กลางต้นกำเนิดของโรคระบาด โดยจีนสั่งปิดตลาดดังกล่าวแล้ว

9 มกราคม องค์การอนามัยโลกได้ประกาศพบการระบาดของไวรัสชนิดใหม่อย่างเป็นทางการโดยเกิดจากเชื้อไวรัสประเภทไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นไวรัสที่อยู่ในจำพวกเดียวกับโรคที่เกี่ยวข้องกับหวัดและปอดในหลากหลายโรค ตั้งแต่ไข้หวัดใหญ่ ไปจนถึงโรคร้ายแรงอย่างโรคซาร์ส ซึ่งเคยระบาดอย่างรุนแรงเมื่อ 17 ปีก่อน

ตลาดค้าปลาเมืองอู่ฮั่น แหล่งต้นกำเนิดการระบาด

เหยื่อรายแรก

วันทื่ 11 มกราคม สาธารณสุขจีนยืนยันว่า พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรก เป็นชายวัย 61 ปี

จากนั้น 13 มกราคม พบผู้ติดเชื้อนอกจีนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนวัย 74 ปี

15 มกราคม คณะกรรมการสาธารณสุขของจีน กล่าวว่า ยังไม่พบการระบาดระหว่างคนสู่คน แต่ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะระบาดจากคนสู่คน

16 มกราคม ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นชายวัย 30 ปี จากจังหวัดคานากาวะ ซึ่งพบประวัติเคยพำนักในเมืองอู่ฮั่นในช่วงต้นเดือนมกราคม

17 มกราคม พบเหยื่อรายที่สองเสียชีวิต เป็นชายชาวเมืองอู่ฮั่นวัย 69 ปี

ระบาดคนสู่คน

วันที่ 20 มกราคม พบผู้เสียชีวิตรายที่สาม พร้อมๆกับพบตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างกระโดดในหลักกว่าร้อยราย โดยพบผู้ติดเชื้อกระจายตามหัวเมืองใหญ่ของจีนตั้งแต่กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ ไปจนถึงนครเซินเจิ้นในทางตอนใต้ โดยพบการบันทึกตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 200 ราย

ในวันเดียวกันนี้เอง พบตัวเลขผู้ติดเชื้อในต่างประเทศเป็นชาติที่ 3 ที่เกาหลีใต้ โดยเป็นชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น รวมถึงเจ้าหน้าที่ทางการจีนได้ยอมรับผ่านสื่อว่า พบผู้ติดเชื้อ 2 รายในมณฑลกวางตุ้งของจีน ที่ติดเชื้อจากการติดต่อจากคนสู่คน

และล่าสุดในวันนี้ (21 ม.ค.) พบผู้ติดเชื้อเสียชีวิตเป็นรายที่ 4 เป็นชายสูงอายุ วัย 89 ปี

ไม่เพียงแค่ตัวเลขผู้เสียชีวิต ขณะนี้พบเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของเมืองอู่ฮั่น 15 ราย พบการติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว

มาเลย์ส่งขยะพลาสติก 3 พันตัน กลับต้นทาง 13 ประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612295

  • วันที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 11:25 น.

มาเลย์ส่งขยะพลาสติก 3 พันตัน กลับต้นทาง 13 ประเทศ

“มาเลเซียไม่ใช่ถังขยะโลก เราจะไม่จ่ายค่าส่งขยะกลับ ประเทศต้นทางต้องรับผิดชอบเอง”

เมื่อวานนี้ ( 20 ม.ค.) นางเยา บี หยิน รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของมาเลเซีย แถลงว่า ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซียได้ทำการส่งขยะพลาสติกรวมถึงขยะอื่นๆจำนวน 150 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือคิดเป็นปริมาณ 3,737 ตัน กลับไปยังประเทศต้นทางทั้ง 13 ประเทศทั่วโลก

ในจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่เต็มไปด้วยขยะผิดกฎหมายนี้ มากถึง 43 ตู้ ถูกส่งกลับฝรั่งเศส, 42 ตู้ กลับอังกฤษ, 17 ตู้กลับสหรัฐ และ 11 ตู้กลับไปยังแคนาดา ส่วนที่เหลือมีทั้ง ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และจีน

นางหยิน กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ต้องการให้มาเลเซียเป็นถังขยะของโลกก็ฝันไปเถอะ รัฐบาลได้ทำการจัดส่งขยะเหล่านี้กลับต้นทาง ซึ่งล้วนเป็นประเทศร่ำรวยและทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น รัฐบาลมาเลย์ไม่เสียเงินค่าดำเนินการส่งขยะกลับแม้แต่สตางค์เดียว เพราะบริษัทขนส่งที่รับผิดชอบการนำเข้าขยะเหล่านี้จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งกลับทั้งหมด หรือไปเรียกเก็บเอาจากรัฐบาลในประเทศต้นทาง มาเลเซียมีจุดยืนในเรื่องนี้อย่างชัดเจน”

นอกจากนี้ รมว.สิ่งแวดล้อมมาเลย์ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลเตรียมส่งตู้คอนเทนเนอร์ขยะอีกจำนวน 110 ตู้ กลับประเทศต้นทางในอนาคต ซึ่งจำนวนนี้กว่า 60 ตู้พบว่ามาจากสหรัฐ

มาเลเซียเป็นหนึ่งในอีกหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เผชิญกับการนำเข้าขยะพลาสติกอย่างผิดกฎหมาย โดยนับตั้งแต่ช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา มาเลเซียนับว่าเข้มงวดและจริงจังต่อการจัดการปัญหาขยะพลาสติกผิดกฎหมายในหลายช่องทาง ทั้งการเข้มงวดผ่านท่าเรือ รวมถึงสั่งปิดโรงงานรีไซเคิลขยะพลาสติกผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 200 โรงงาน

แฟ้มภาพ AFP

พบเหยื่อไวรัสอู่ฮั่นตายรายที่ 4 จีนยันระบาด”คนสู่คน”แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612288

  • วันที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 10:14 น.

พบเหยื่อไวรัสอู่ฮั่นตายรายที่ 4 จีนยันระบาด"คนสู่คน"แล้ว

จีนยันยันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ติดต่อระหว่างคนสู่คนแล้ว พบผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ด้าน WHO หารือฉุกเฉิน

ทางการจีนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พบในเมืองอู่ฮั่นของจีน พบการระบาดจากคนสู่คนแล้ว ขณะเดียวกันทางการยังประกาศในวันนี้ (21 ม.ค.) ว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อดังกล่าวเป็นรายที่ 4 แล้ว

คำประกาศยืนยันการแพร่ระบาดส่งผลให้ทางการหวั่นว่า ไวรัสชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงไปทั่วโลก เฉกเช่นกับการระบาดของโรคซาร์สเมื่อ 17 ปีก่อน ซึ่งครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 800 คน

ขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อนี้อาจยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนจะเดินทางทางเที่ยวไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับผู้ติดเชื้อรายที่ 4 เป็นชายสูงอายุ วัย 89 ปี มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง เริ่มมีอาการผิดปกติตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 5 วันต่อมา กระทั้งพบว่ามีอาการผิดปกติด้านระบบทางเดินหายใจ และเสียชีวิตในวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา

จงหนานซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจและหัวหน้าคณะกรรมการสุขภาพ ซึ่งทำการสอบสวนการระบาดกล่าวผ่าน CCTV ของทางการจีนว่า “จนถึงตอนนี้เรายืนยันได้แล้วว่าพบการแพร่ระบาดของเชื้อจากคนสู่คน”

ส่วนจำนวนล่าสุดของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสเพิ่มเป็น 218 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อในมณฑลแถบตะวันออกของจีน ตั้งแต่ปักกิ่งไปจนถึงมณฑลกวางตุ้ง ส่วนประเทศที่ยืนยันพบผู้ป่วยแล้วคือ เกาหลีใต้ ประเทศไทย และญี่ปุ่น ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นของจีน

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) มีกำหนดประชุมฉุกเฉินในวันพุธที่ 22 ม.ค. นี้ เพื่อประเมินสถานการณ์พร้อมเตรียมตัดสินว่าจะประกาศให้ สถานการณ์โรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ชนิดนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่

จีนยืนยันแล้วไวรัสอู่ฮั่นติดจากคนสู่คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612264

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 23:30 น.

จีนยืนยันแล้วไวรัสอู่ฮั่นติดจากคนสู่คน

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนยืนยันว่าไวรัสอู่ฮั่นสามารถติดต่อได้จากคนสู่คน และล่าสุดจำนวนผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นเป็น 218 คน

จงหนานซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจและหัวหน้าคณะกรรมการสุขภาพ ซึ่งทำการสอบสวนการระบาด ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อ 2 รายในมณฑลกวางตุ้งของจีนเกิดขึ้นจากการติดต่อจากคนสู่คน

“ในตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า เราสามารถยืนยันว่ามีปรากฏการณ์การแพร่เชื้อจากคนสู่มนุษย์” จงหนานซาน กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CCTV

จงหนานซาน ยังกล่าวได้ว่าผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นสามารถติดเชื้อโรคนี้ได้โดยไม่ต้องเดินทางมายังอู่ฮั่น นื่องจากผู้ป่วยที่กวางตุ้ง 2 คนติดเชื้อจากญาติที่เดินทางมายังอู่ฮั่น และในจำนวนผู้ติดเชื้อ 218 ราย มีอยู่ 95 กรณีที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองอู่ฮั่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่แหล่งที่มาของไวรัสอาจมาจากสัตว์ และการติดเชื้อระหว่างมนุษย์กับมนุษย์อาจเกิดขึ้นได้ในวงจำกัดโดยการสัมผัสใกล้ชิด

เผากันทั่วจากกัมพูชามาถึงไทย ภาพถ่ายดาวเทียมเผยจุดแดงทั้งแผ่นดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612245

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 18:25 น.

เผากันทั่วจากกัมพูชามาถึงไทย ภาพถ่ายดาวเทียมเผยจุดแดงทั้งแผ่นดิน

ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากระบบข้อมูลเกี่ยวกับไฟสำหรับการจัดการทรัพยากร (FIRMS) ขององค์การนาซ่า พบว่ามีการเผาไร่และเผาป่าอย่างหนักในพื้นที่ของประเทศไทยและทางตอนเหนือของกัมพูชา

จากการเปรีบเทียบข้อมูลในช่วง 7 วันก่อนหน้านี้ จนถึงช่วง 24 ชั่วโมงก่อนถึงวันที่ 20 มกราคม และข้อมูลวันที่ 20 มกราคม พบว่าทางเหนือของกัมพูชา ภาคกลาง และภาคเหนือของไทยมีการเผาไร่และเผาป่าอย่างหนัก

ทั้งนี้ การเผาไร่ เผานา และเผาป่ามีส่วนทำให้เกิดฝุ่นควัน PM2.5 เช่นกัน กรณีร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นคือไฟป่าของออสเตรเลียที่มีการก่อให้เกิดฝุ่นควันละเอียดปกคลุมในวงกว้างและเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก

เมื่อเทียบกับข้อมูลฝุ่นควันแบบเรียลไทม์ของเว็บไซต์ AirVisual พบว่าพื้นที่ที่มีมลภาวะฝุ่นควันสูงสอดคล้องกับพื้นที่ที่มีการเผาไร่และเผาป่าสูงในประเทศไทยและกัมพูชา โดยกระแสลมจากกัมพูชาพัดเข้ามาในเขตประเทศไทย

การเผาไร่นาช่วง 7 วัน จากระบบข้อมูลไฟไหม้สำหรับการจัดการทรัพยากร (FIRMS)

การเผาไร่นาในช่วง 24 ชั่วโมง ระบบข้อมูลไฟไหม้สำหรับการจัดการทรัพยากร (FIRMS)

การเผาไร่นาในช่วงวันที่ 20 มกราคม ระบบข้อมูลไฟไหม้สำหรับการจัดการทรัพยากร (FIRMS)

เปรียบเทียบกับการเคลื่อนที่ของลมและมลภาวะ จากเว็บไซต์ AirVisual

ภาพทรงพลัง เด็กหญิงวิ่งเข้าหากำแพงพายุฝุ่นเผชิญหน้าพลังธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612235

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 17:24 น.

ภาพทรงพลัง เด็กหญิงวิ่งเข้าหากำแพงพายุฝุ่นเผชิญหน้าพลังธรรมชาติ

ภาพพลังของธรรมชาติในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่กำแพงฝุ่นจากพายุกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในเมืองมัลเกนกัดเจอรี่ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยมีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้าหากำแพงพายุขนาดมหึมา เป็นภาพที่ทำให้เกิดความรู้สึกทึ่งในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างดี

โดยขณะนี้พายุฝุ่นกำลังส่งผลกระทบหลายพื้นที่ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ทางตะวันตกของออสเตรเลีย เนื่องจากภัยแล้งยาวนาน ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2020 โดย Marcia Macmillan และมอบให้กับสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ 20 มกราคม

ทั้งนี้ พื้นที่แห้งแล้งในชนบทของออสเตรเลียได้รับผลกระทบจากพายุฝุ่น และเสี่ยงที่จะเคลื่อนผ่านเมืองที่มีประชากรหนาแน่น รวมถึงซิดนีย์ นับเป็นสภาพอากาศสุดขั้วระลอกล่าสุดที่คุกคามประเทศออสเตรเลียในช่วงฤดูร้อนปีนี้ นอกจากพายุฝุ่นแล้ว บางพื้นที่ยังเกิดลูกเห็บตกหนัก เช่นที่กรุงแคนเบอร์รามีลูกเห็บขนาดลูกคริกเก็ต สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์และอาคารบ้านเรือน

ภาพถ่ายโดย Courtesy of Marcia Macmillan / AFP

ภาพถ่ายโดย Courtesy of Marcia Macmillan / AFP

จีนชัดเจน ประกาศกำหนดการเลิกใช้ถุงพลาสติกทั้งประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612214

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 14:50 น.

จีนชัดเจน ประกาศกำหนดการเลิกใช้ถุงพลาสติกทั้งประเทศ

จีนชัดเจน ประกาศกำหนดเลิกใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ทั้งถุงและอุปกรณ์เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร เริ่มต้นตั้งแต่ปีนี้ ตั้งเป้าสัมฤทธิ์ผลในปี 2568

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติและกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมจีน ประกาศนโยบายใหม่โดยจะห้ามใช้ถุงพลาสติกในเมืองใหญ่ๆ ของจีนภายในสิ้นปี 2563 และในปี 2565 จะห้ามใช้ถุงพลาสติกเมืองระดับรองลงมาและตามอำเภอต่างๆ ส่วนตามตลาดขายสดจะได้รับการยกเว้นจนถึงปี 2568

นอกจากนี้ อุปกรณ์พลาสติกจากร้านอาหารที่ซื้อกลับบ้านและแพคเกจจัดส่งที่ทำจากพลาสติกก็จะถูกห้ามใช้เช่นกัน

ภายในสิ้นปี 2563 จะมีคำสั่งให้อุตสาหกรรมอาหารยุติการใช้หลอดแบบใช้ครั้งเดียว และภายในปี 2568 อุตสาหกรรมร้านอาหารในเขตอำเภอและเมืองต่างๆ ทั่วประเทศจีนจะต้องลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวลง 30%

ส่วนปกครองท้องถิ่นบางภูมิภาคและเอกชนบางภาคส่วน จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งห้ามการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกเช่นกัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าภูมิภาคใดบ้างที่อยู่ในข่ายนี้

จีนยังห้ามการนำเข้าขยะพลาสติกทั้งหมด และห้ามใช้ขยะพลาสติกทางการแพทย์นำมาผลิตพลาสติกอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งห้ามผลิตและการขายถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 0.025 มม. เช่นเดียวกับฟิล์มพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 0.01 มม. สำหรับใช้ในการเกษตร

ในเวลานี้ ประเทศจีนกำลังเพิ่มอัตราการรีไซเคิลและกำลังสร้างพื้นฐานการใช้ทรัพยากรอย่างครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น ตามนโยบายทำสงครามกับขยะ

ลามไปใหญ่ เกาหลีใต้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612202

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 13:25 น.

ลามไปใหญ่ เกาหลีใต้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) ยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรกในเกาหลีใต้

การระบาดไปถึงเกาหลีใต้ครั้งนี้มีขึ้นไล่เลี่ยกับที่จีนประกาศว่าพบการระบาดใหม่อีก 139 รายในเวลาแค่ 2 วันช่วงสุดสัปดาห์ และพบผู้ติดเชื้อในเมืองอื่นๆ ของจีนด้วย ยิ่งทวีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคในวงกว้าง

KCDC เผยว่าผู้ติดเชื้อคือหญิงชาวจีนวัย 35 ปีที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น โดยเธอไปโรงพยาบาลในอู่ฮั่นในวันเสาร์หลังจากมีอาการของโรคหวัดและได้รับยาตามใบสั่งแพทย์ ก่อนที่จะบินมาลงที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม แล้วถูกกักบริเวณไว้

เกาหลีใต้ยืนยันว่าหญิงจีนรายนี้ติดเชื้อเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม ตอนนี้มีอาการคงที่ และได้รับรักษาในหน่วยกักกันโรคของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง

ผู้หญิงรายนี้บอกกับทางการเกาหลีใต้ว่าเธอไม่ได้ไปที่ตลาดในอู่ฮั่น ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการระบาดไวรัสโคโรนาตัวใหม่ และไม่ได้สัมผัสกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในอู่ฮั่นด้วย

จองอึนคยอง ผู้อำนวยการ KCDC เผยว่า หญิงรายนี้เดินทางมาเพื่อเที่ยวกรุงโซลในช่วงวันหยุดตรุษจีน และตอนนี้เกาหลีใต้ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อแกะรอยความเคลื่อนไหวของเธอบนเครื่องบิน และผู้ที่อาจติดต่อกับเธอ รวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

แต่ผู้ติดเชื้อรายนี้ถูกกักตัวไว้ก่อนที่สนามบิน จึงยังไม่มีการติดต่อกับคนท้องถิ่นในเกาหลีใต้

รัฐเก็บภาษีไม่เป็นธรรม เอื้อมหาเศรษฐี2,153คนรวยกว่าคนทั้งโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612193

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 11:18 น.

รัฐเก็บภาษีไม่เป็นธรรม เอื้อมหาเศรษฐี2,153คนรวยกว่าคนทั้งโลก

คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 1% ของประชากรโลก รวยกว่าคนทั้งโลกรวมกันถึง 2 เท่า โดยองค์กรอ็อกแฟม (Oxfam) เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจนี้

องค์กรอ็อกแฟมระบุในรายงานที่ตีพิมพ์ก่อนการประชุมประจำปีของ World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า รัฐบาลต่างๆ เก็บภาษีคนรวยและบริษัทต่างๆ ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก ทำให้มีงบประมาณไม่เพียงพอมาใช้ในสวัสดิการสาธารณะ

ในเวลานี้ มหาเศรษฐี 2,153 คน รวยมากกว่าประชากรโลก 4,600 ล้านคนแล้ว และตอนนี้ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจอยู่นอกเหนือการควบคุมแล้ว

รายงานชื่อ ‘Time to Care’ ของอ็อกแฟม ยังเน้นถึงความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจที่มีต่อเพศหญิงและเด็กผู้หญิง โดยผู้หญิงมีโอกาสทางเศรษฐกิจน้อยลง

“เศรษฐกิจที่ล่มสลายของเราอยู่ อัดฉีดเงินเข้ากระเป๋ามหาเศรษฐีและธุรกิจขนาดใหญ่บนความเสียหายของคนธรรมดาสามัญทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่าควรมีเศรษฐีพันล้านหรือเปล่า” ” อมิตาา เบหาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอ็อกแฟม สาขาประเทศอินเดีย กล่าว

จากข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ในทศวรรษที่ผ่านมา คนที่รวยที่สุดในโลกทั้ง 3 คน มีทรัพย์สินรวมเป็นเงินทั้งหมด 231,000 ล้านเหรียญเหรียญสหรัฐ

โดยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกลำดับที่ 5 มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อในปีที่แล้ว โดยมีกำไรสุทธิประมาณ 6,000 ล้านเหรียญ ส่วนเจฟฟ์ เบซอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ Amazon.com Inc ยังคงเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ด้วยทรัพย์สินมูลค่าสุทธิ 116,000 ล้านดอลลาร์

ความมั่งคั่งรวมกันของมหาเศรษฐี 20 อันดับแรกนั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 672,000 ล้านเหรียญ เป็น 1.3 ล้านล้านเหรียญตั้งแต่ปี 2555

อ็อกแฟมตั้งสถานการณ์สมมติว่า หากคนธรรมดาคนหนึ่ง สามารถออมเงินได้วันละ 10,000 เหรียญต่อวัน และออมมาตั้งแต่ยุคที่อียิปต์เริ่มสร้างพีระมิดหรือหลายพันปีก่อนจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่สามารถรวยได้เท่ากับทรัพย์สินโดยเฉลี่ยของมหาเศรษฐีห้าอันดับแรกของโลก

จีนพบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นวันเดียว139 รายระบาดไปเมืองต่างๆ แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612182

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 09:02 น.

จีนพบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นวันเดียว139 รายระบาดไปเมืองต่างๆ แล้ว

จีนยืนยันผู้ป่วยโรคปอดอักเสบไวรัสอู่ฮั่นรายใหม่ 139 รายในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากไวรัสแพร่ระบาดไปยังเมืองอื่นๆ

เจ้าหน้าที่ของจีนรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 ว่าพบผู้ป่วยใหม่ถึง 139 รายในช่วงสุดสัปดาห์รวมถึงผู้เสียชีวิตรายที่สาม

คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพของเขตต้าซิงในเมืองหลวงปักกิ่งกล่าวว่าได้ยืนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสชนิดใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่นแล้ว 2 รายในขณะที่คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพของมณฑลกวางตุ้งยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ในเซินเจิ้น

นับเป็นครั้งแรกที่มีการพบผู้ป่วยในเมืองต่างๆ ในประเทศจีนนอกเมืองอู่ฮั่น ในช่วงที่ชาวจีนกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงตรุษจีนในปลายสัปดาห์นี้ โดยจะมีชาวจีนหลายร้อยล้านเดินทางในประเทศและต่างประเทศ

ในส่วนของอู่ฮั่น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติอู่ฮั่นกล่าวในแถลงการณ์ว่ามีการค้นพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นใหม่อีก 136 รายในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สรุปแล้วช่วงค่ำวันอาทิตย์ มีรายงานผู้ติดเชื้อทั้งหมด 198 รายในอู่ฮั่น รวมถึงผู้เสียชีวิต 3 ราย มีอยู่170 รายยังคงได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในขณะที่ 25 คนได้รับการรักษาแล้ว แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมของยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด

นอกประเทศจีนมีรายงานผู้ป่วย 2 รายในประเทศไทยและอีก 1 รายที่ญี่ปุ่น ซึ่งผู้ติดเชื้อทั้ง 3 คนมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจากอู่ฮั่นหรือมาที่เมืองเมื่อเร็วๆ นี้

สรุปแล้ว มีผู้ป่วยทั้งหมด ทั้งที่อู่ฮั่น ปักกิ่ง เซินเจิ้น ไทย และญี่ปุ่น รวมแล้วเกิน 200 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางการปักกิ่งกล่าวจะเพิ่มความพยายามในการยับยั้งการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น ในขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลกกำลังทำงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

ไวรัสตัวใหม่นี้เป็นของตระกูลเดียวกันของโคโรนาไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (SARS) ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 800 คนทั่วโลกในช่วงการระบาดของโรคในปี 2002/03

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าไวรัสตัวใหม่อาจไม่ร้ายแรงเท่ากับโรคซาร์ส แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมันมากนัก รวมถึงที่มาของมัน และโอกาสที่ไวรัสจะติดต่อระหว่างมนุษย์ได้ง่ายเพียงใด