โตโยต้าเรียกรถคืนเกือบ7แสนคันในสหรัฐ หลังพบปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงมีปัญหา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612168

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 19:52 น.

โตโยต้าเรียกรถคืนเกือบ7แสนคันในสหรัฐ หลังพบปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงมีปัญหา

โตโยต้าประกาศเรียกคืนรถยนต์หลายรุ่นเกือบ 7 แสนคันในสหรัฐ หลังพบปัญหาปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โตโยต้าได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์เกือบ 700,000 คันในสหรัฐ เนื่องจากพบปัญหาในปั๊มเชื้อเพลิงที่อาจทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรถชนได้

รายงานข่าวระบุว่า โตโยต้าได้เรียกคืนรถยนต์รุ่น Lexus LS 500, LC 500, RC 350, RC 300, GS 350, IS 300, ES 350, LX 570, GX 460 และ RX 350 ที่ผลิตในปี 2561 และ 2562

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์รุ่น 4Runner, Camry, Highlander, Land Cruiser, Sequoia, Sienna, Tacoma, Tundra, Avalon และ Corolla ที่ผลิตในปี 2561 และ 2562

โตโยต้าระบุว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบปัญหาดังกล่าว ซึ่งหากพบทางแก้ไข ก็จะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบผ่านจดหมายในช่วงกลางเดือนมีนาคม

ภาพ เอเอฟพี

ความดุเดือดของเทศกาลปล้ำวัวที่อินเดีย สู้กันถึงตายเพื่อคว้าเงินรางวัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612165

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 19:37 น.

ความดุเดือดของเทศกาลปล้ำวัวที่อินเดีย สู้กันถึงตายเพื่อคว้าเงินรางวัล

ชาวบ้านในหมู่บ้านปาลาเมทู แถบชานเมืองมทุราย รัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของอินเดียเฉลิมฉลองเทศกาลการเก็บเกี่ยวพืชผล หรือเทศกาลโปงคัล ด้วยการจัดงานปล้ำวัวขึ้น

เทศกาลโปงคัล หรือไทโปงคัลเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดฤดูหนาวและการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน จักราศีย้ายมายังราศีมังกร หรือ “มกรสังกรานตะ” ในปี 2563 ตรงกับวันที่ 15 มกราคม

Photo by Arun SANKAR / AFP

เทศกาลโปงคัลมีกจิกรรมพิเศษมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “ชัลลิกัตตู” หรือการปล้ำวัว นิยมเล่นกันที่เมืองมทุราย, เมืองติรุจิระปัลลี และเมืองตันชาวูร โดยจะเล่นปล้ำกันในช่วงเที่ยงหรือช่วงเย็น วิธีการเล่นคือจะผูกเงินไว้ที่เขาวัว แล้วพวกหนุ่มๆ จะพยายามปล้ำวัวเพื่อหยิบเงินรางวัลนั้นมาให้ได้

การปล้ำสู้วัวกระทิงถูกจัดขึ้น ณ สถานที่ส่วนกลางในหมู่บ้าน ผู้คนจำนวนมากจะมารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานการต่อสู้ โดยจะทำลานตรงกลางกั้นด้วยรั้วสูงประมาณ 9.1 เมตร

Photo by Arun SANKAR / AFP

วัวที่นำมาปล้ำได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษสำหรับโอกาสนี้ และจะถูกนำมาเข้าสังเวียนต่อสู้ทีละตัว เมื่อเริ่มการปล้ำ เด็กหนุ่มของหมู่บ้านจะพยายามคว้าวัวที่เขาหรือคอหรือหางและยึดมันเอาไว้ให้มั่นที่สุด หากผู้ชายหนุ่มถูกวัวสลัดออกไปหรือบาดเจ็บสาหัสจะไม่มีการมอบรางวัลใดๆ แก่พวกเขา

Photo by Arun SANKAR / AFP

การปล้ำวัวมีความเสี่ยงมาก จนเกิดกรณีชายหนุ่มเสียชีวิต ศาลฎีกาของอินเดียมีคำสั่งให้หยุดเทศกาลนี้เพราะถือว่าไร้มนุษยธรรมเป็นอันตราย โดยผู้ยื่นคำร้องต่อศาลยังระบุว่าเทศกาลนี้ล้าหลังและละเมิดสิทธิสัตว์และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอินเดียในฐานะประเทศที่ทันสมัย

Photo by Arun SANKAR / AFP

อย่างไรก็ตาม คำสั่งให้หยุดเทศกาล ทำให้ชาวบ้านออกมาประท้วง จนกระทั่งรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐอนุญาตให้จัดการแข่งขันได้อีกโดยมีการจัดระเบียบและความปลอดภัย มีการจัดแพทย์ประจำสังเวียน และตั้งแนวรั้วป้องกันระหว่างผู้ปล้กและผู้ชมให้มั่นคงแน่นหนายิ่งขึ้น

Photo by Arun SANKAR / AFP

Photo by Arun SANKAR / AFP

Photo by Arun SANKAR / AFP

Photo by Arun SANKAR / AFP

“ปฏิกษัตริย์นิยม” คำเข้าใจยากในสถานการณ์ยุ่งยาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612162

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 19:05 น.

PostToday Podcast:The Expert Ep.22 “ปฏิกษัตริย์นิยม” คำเข้าใจยากในสถานการณ์ยุ่งยาก

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ปลาวาฬทะยานฟ้า เครื่องบินน่าเอ็นดูBelugaXLให้บริการแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612155

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 17:18 น.

ปลาวาฬทะยานฟ้า เครื่องบินน่าเอ็นดูBelugaXLให้บริการแล้ว

บริษัทแอร์บัส (Airbus) ให้เปิดใบริการเครื่องบินรุ่น BelugaXL ที่มีหน้าตาเหมือนวาฬเบลูก้าแล้วเป็นลำแรก โดยเริ่มทะยานฟ้าไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม แต่เพิ่มจะมีรายงานข่าวในสัปดาห์นี้

BelugaXL เป็นเครื่องบินขนส่ง มีความยาว 63 เมตรกว้าง 8 เมตร สมรรถนะการขนส่งเพิ่มขึ้นถึง 30% รับน้ำหนักได้ 51 ตัน ถือเป็นเครื่องบินขนส่งที่มีห้องคาร์โก้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะเปิดส่วนหัวเพื่อนำสินค้าที่จะขนส่งขนถ่ายเข้ามา และบินได้ไกลถึง 4,000 กิโลเมตร

จุดเด่นของมันคือการออกแบบหัวเครื่องให้ดูคล้ายกับวาฬเบลูก้าหรือวาฬขาว มีการวาดรูปตาที่บ้องแบ๊ว และรูปปากเหมือนการ์ตูนที่ส่วนเปิดตรงหัวเครื่อง ดีไซน์ได้ครับการโหวตโดยพนักงานของแอร์บัสถึง 40% ด้วยความที่มันดูเหมือนวาฬ ถึงได้ชื่อเล่นว่า “the flying whale”

แต่มันไม่ใช่เครื่องรุ่นแรกที่มีหน้าตาแบบนี้ เพราะแอร์บัสมีเครื่องบินรุ่นแอร์บัส เบลูกา (Airbus A300-600ST ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1995 แต่ BelugaXL มีขนาดใหญ่กว่า และเป็นหนึ่งในเครื่องบินโดยสารและขนส่งรุ่นยักษ์ของบริษัทแอร์บัสและโบอิ้งที่จะทะยอยกันออกมาให้บริการ

ผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นอาจถึง1,700 คน มีโอกาสไวรัสแพร่กระจายมากกว่าที่เปิดเผย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612131

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 13:02 น.

ผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นอาจถึง1,700 คน มีโอกาสไวรัสแพร่กระจายมากกว่าที่เปิดเผย

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของแต่ละปีจะมีคนจีนเดินทางมาเที่ยวในไทยประเทศไทยหลายล้านคน แม้ว่าจะเกิดสงครามการค้าและเศรษฐกิจที่ซบเซาลง แต่ก็ยังจะมีคนจีนหลักล้านเดินทางเข้ามาในไทยอยู่ดี

หากเป็นสถานการณ์ปกติย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีที่เม็ดเงินจาการท่องเที่ยวและการจับจ่ายจะหมุนเวียนในไทยมากมาย แต่ในเวลานี้สถานการณ์ไม่ปกติ เพราะมีการระบาดของไวรัสคล้ายซาร์สในประเทศจีน และตรวจพบชาวจีนที่ป่วยด้วยไวรัสคล้ายซาร์สในไทยแล้ว

ล่าสุด สหรัฐประกาศจะเริ่มทำการคัดกรองเที่ยวบินที่มาจากอู่ฮั่น ที่สนามบินซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ JFK ของยครนิวยอร์ก ซึ่งทั้งคู่ได้มีเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่น และจะดำเนินการคัดกรองที่สนามบินลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีเที่ยวบินเชื่อมต่อจากอู่ฮั่นหลายเที่ยวบิน

ในส่วนของประเทศไทย ประกาศว่าจะทำการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ตแล้วและในไม่ช้าก็จะดำเนินการแบบเดียวกันที่จังหวัดกระบี่

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้อาจตอบรับสถานการณ์ได้ไม่เพียงพอ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จีนจะแจ้งตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยไม่ตรงกับความเป็นจริง และอาจมีผู้ติดเชื้อเดินทางปะปนเข้ามา

ในเวลานี้ได้เข้าสู่ช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนาของชาวจีนเพื่อกลับไปฉลองเทศกาลตรุษจีน จึงเกิดความกลัวว่าไวรัสจะแพร่ขยายออกไปก่อนวันหยุดตรุษจีน เพราะชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะเดินทางไปทั่วประเทศ หรือเยี่ยมสมาชิกในครอบครัวย้ายไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ยังไม่รวมช่วงพักผ่อน ดังนั้นเชื้ออาจจะแพร่กระจายจากอู่ฮั่นไปยังที่อื่นได้ง่ายในช่วสงเวลานี้

ช่วงเดินทางและพักผ่อนก่อนและหลังเทศกาลตรุศจีน เรียกว่า “ชุนหยุน” กินเวลา 15 วันก่อนเทศกาล และ 15 วันหลังเทศกาล เมื่อรวมกับวันเฉลิมฉลองแล้วจะกินเวลาถึง 40 วัน ช่วงนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นช่วง 40 วันอันตราย ที่ไวรัสอาจแพร่กระจายได้มากที่สุด

เฉพาะการเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดและสะดวกที่สุด ปีที่แล้วมีคนจีนเดินทางในประเทศช่วงตรุษจีนโดยรถไฟ 406 ล้านคน ในปีนี้คาดว่าจะมีถึง 440 ล้านคน

ที่น่ากังวลคือ มีนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าตัวเลขที่แท้จริงของการระบาดของไวรัสคล้ายซาร์สในประเทศจีนอาจสูงกว่ารายงานอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่ในประเทศจีนกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 2 รายและมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 45 รายโดยมีการระบาดที่ศูนย์กลางตลาดอาหารทะเลในใจกลางเมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากร 11 ล้านคน เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ

แพทย์คนหนึ่งจากองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจหากมี “การติดต่อจากคนสู่คนในวงจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ครอบครัวที่มีการติดต่อใกล้ชิดกัน ส่วนทางการจีนก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้เรื่องนี้เช่นกัน

แต่บทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์โดยนักวิทยาศาสตร์ที่มีศูนย์วิเคราะห์โรคติดเชื้อทั่วโลก MRC ที่ Imperial College ในลอนดอนกล่าวว่าจำนวนผู้ป่วยในอู่ฮั่นน่าจะอยู่ราวๆ 1,700 คน

นักวิจัยกล่าวว่า จากการประเมินของพวกเขาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่ามีรายงานกรณีติดเชื้อในต่างประเทศ โดยพบ 2 ราย ในประเทศไทยและอีกหนึ่งในญี่ปุ่น

นักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์ MRC ซึ่งให้คำแนะนำแก่องค์กรต่างๆ รวมถึงองค์การอนามัยโลก กล่าวว่าพวกเขาประมาณว่าน่าจะมีคนติดเชื้อ “1,723 คน” ในอู่ฮั่นจากการประเมินล่าสุดจนถึงวันที่ 12 มกราคม

ศาสตราจารย์นีล เฟอร์กูสันหนึ่งในผู้เขียนรายงานบอกสำนักข่าว BBC ว่า “การที่อู่ฮั่นที่ส่งออกผู้ป่วย 3 กรณีไปยังประเทศอื่นๆ หมายความว่าจะต้องมีอีกหลายกรณีมากกว่าที่ได้รับรายงาน”

“ผมรู้สึกกังวลมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” เขากล่าวแต่ก็กล่าวเช่นกันว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นตกใจ

ศาสตราจารย์นีล เฟอร์กูสัน แนะว่าผู้คนควรพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์อย่างมีนัยสำคัญให้มากขึ้น และไม่น่าเป็นไปได้ที่การสัมผัสกับสัตว์จะเป็นแหล่งของการติดเชื้อเพียงอย่างเดียว

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอู่ฮั่นกล่าวว่าชายวัย 69 ปีเสียชีวิตเมื่อวันพุธจากไสรัสดังกล่าว ซึ่งหลังจากมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว การสนทนาออนไลน์ในประเทศจีน เริ่มพูดถึงกันเรื่องความรุนแรงของการระบาดที่อู่ฮั่น และรัฐบาลอาจซ่อนข้อมูลที่แท้จริงไม่ให้จากประชาชนได้รับรู้

หลายคนบ่นเรื่องการเซ็นเซอร์โพสต์ออนไลน์ ขณะที่คนอื่นเปรียบเทียบกับปี 2003 ตอนที่รัฐบาลจีนถูกองค์การอนามัยโลกตำหนิเรื่องแจ้งจำนวนผู้ป่วยโรคซาร์สต่ำกว่าจำนวนที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ใช้เครือข่าย Weibo รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องแปลกที่มีรายงานพบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นในต่างประเทศคือญี่ปุ่นและไทย แต่ในประเทศจีนกลับไม่มีการติดเชื้อใดๆ นอกอู่ฮั่น พร้อมชี้ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์

เฟซบุ๊คขอโทษ แปลชื่อสีจิ้นผิงเป็นคำหยาบสกปรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612123

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 11:28 น.

เฟซบุ๊คขอโทษ แปลชื่อสีจิ้นผิงเป็นคำหยาบสกปรก

เฟซบุ๊ค (Facebook) มีแถลงการณ์ขอโทษระบบแปลอัตโนมัติแปลชื่อ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนจากพม่าเป็นคำหยาบคายในภาษาอังกฤษ

กรณีนี้เกิดขึ้นระหว่างที่สีจิ้นผิงเดินทางเยือนเมียนมาและพบปะกับอองซานซูจี ผู้นำเมียนมา ต่อมาอองซานวูจีได้เขียนถึงการพบปะกันไว้ที่ในหน้าเพจเฟซบุ๊คอย่างเป็นทางการของนาง

แต่เมื่อโพสต์พม่าแปลเป็นภาษาอังกฤษบน ชื่อของสีจิ้นผิงก็ถูกแปลเป็นคำว่า “Mr. Shithole”

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าปัญหานี้ค้างอยู่ในระบบนานแค่ไหน แต่ฟังก์ชั่นการแปลของ Google ไม่ได้แสดงข้อผิดพลาดเดียวกัน

ด้าน แอนดี้ สโตน โฆษกของ Facebook มีแถลงการณ์ขอโทษว่า “เราแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้การแปลที่ไม่ถูกต้องจากภาษาพม่าเป็นภาษาอังกฤษบน Facebook แล้ว สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นและเรากำลังดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก”โฆษกของ Facebookอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อระบบของ Facebook พบคำที่ไม่มีคำแปล มันจะทำการเดาและแทนที่ด้วยคำที่มีพยางค์คล้ายกันห ลังจากใช้การทดสอบ Facebook พบว่าคำพม่าหลายคำที่ขึ้นต้นด้วย “xi” และ “ shi” ก็แปลเป็นคำหยาบคายในภาษาอังกฤษ

เคเนธ หว่อง อาจารย์สอนภาษาพม่าที่ University of California, Berkeley กล่าวว่าเมื่อเขาเห็นคำแปลเป็นครั้งแรกเขาคิดว่ามีคนตั้งใจทำให้เกิดปัญหากับสีจิ้นผิง แต่หลังจาการตรวจสอบโพสต์ต้นฉบับพม่าอย่างละเอียด หว่องกล่าวว่าพบช่องโหว่ที่ทำให้ระบบผิดพลาด หว่องกล่าวว่าชื่อของสีจิ้นผิง นั้นคล้ายกับคำว่า “chi kyin phyin” (ออกเสียงคร่าวๆ ว่า “ชี จิน ผิน”) ในภาษาพม่า ซึ่งแปลว่า “รูอุจจาระที่ก้น”

ทั้งนี้ คำว่า Shithole ในภาษาอังกฤษเมื่อแปลเอาความหมายโดยตรง จะหมายถึงรูปล่อยอุจจาระ แต่ความหมายทางอ้อมหมายถึงสถานที่โสโครกอย่างที่สุด

“เจ้าชายแฮร์รี่” สละฐานันดรศักดิ์ “เจ้าฟ้า” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612108

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 02:40 น.

"เจ้าชายแฮร์รี่" สละฐานันดรศักดิ์ "เจ้าฟ้า"

วังอังกฤษประกาศ เจ้าชายแฮร์รี่-ดัชเชสเมแกน สละฐานันดรศักดิ์ พร้อมไม่รับเงินอุดหนุนราชวงศ์

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์ ประกาศถึงการสละฐานันดรศักดิ์ ของเจ้าชายแฮร์รี่ และดัชเชสเมแกน โดยจะไม่ใช้คำนำหน้าว่า His Royal Highness (HRH) หรือ”เจ้าฟ้า” นำหน้าพระนามอีกต่อไป รวมถึงจะไม่ได้รับรับเงินอุดหนุนของราชวงศ์ และทั้งสองจะไม่เสด็จปฏิบัติพระกรณียกิจเป็นผู้แทนพระองค์ฯสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

แถลงการณ์ระบุว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะนำเงินส่วนตัวจำนวน 2.4 ล้านปอนด์ จ่ายเพื่อชดใช้คืนเงินภาษีที่ถูกใช้ปรับปรุงตำหนัก Frogmore Cottage ใกล้กับปราสาทวินเซอร์ไปก่อนหน้านั้น โดยตำหนัก Frogmore Cottage จะยังคงเป็นบ้านสำหรับครอบครัวดยุกและดัชเชสต่อไปเมื่อทั้งสองพำนักในอังกฤษ

ในแถลงการระบุถึงพระดำรัสของสมเด็จพระราชินีว่า “หลังจากการหารือเป็นเวลานานหลายเดือน ข้าพเจ้า รู้สึกยินดีที่พระราชวงศ์พบทางออกที่สร้างสรรค์ ในการสนับสนุนพระราชนัดดา และครอบครัวซัสเซกส์ .. แฮร์รี่ เมแกน และอาร์ชี่ จะยังคงเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่รักของข้าพเจ้าเสมอ”

“ข้าพเจ้าตระหนักถึงความท้าทายที่พวกเขาประสบมา อันเป็นผลจากความเข้มงวดต่างๆตลอดสองปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าสนับสนุนความปรารถนาของพวกเขาสำหรับการมีชีวิตอิสระมากขึ้น”

“ข้าพเจ้าอยากจะขอบคุณพวกเขาสำหรับการทุ่มเททำงานเพื่อ ประเทศชาติและเครือจักรภพ ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เมแกนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว”

สำหรับคำแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังอังกฤษ ระบุว่า ทั้งเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน จะไม่มีบทบาทในการปฏิบัติพระกรณียกิจแทนพระองค์ หรือในนามสมาชิกพระราชวงศ์ รวมถึงพระกรณียกิจทางทหาร แต่ทั้งสองจะยังคงเป็นผู้อุปถัมภ์องค์กรการกุศลต่างๆในนามส่วนตัว

อย่างไรก็ดี ตามคำแถลงไม่ได้ระบุถึงการถวายความอารักขาแก่ทั้งสองว่าจะเป็นไปในลักษณะใด เมื่อทั้งสองประกาศสละฐานันดรศักดิ์แล้ว โดยข้อตกลงทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้เป็นต้นไป

ศึกน้ำลายผู้นำอิหร่าน-สหรัฐ หลังเตหะรานยอมรับยิงพลาดทำบินยูเครนตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612100

  • วันที่ 18 ม.ค. 2563 เวลา 19:01 น.

ศึกน้ำลายผู้นำอิหร่าน-สหรัฐ หลังเตหะรานยอมรับยิงพลาดทำบินยูเครนตก

ผู้นำอิหร่านเตือน อย่าให้ศัตรูใช้เหตุเครื่องบินตกเบี่ยงประเด็นที่นายพลโซเลมานีถูกสังหาร ส่วนทรัมป์จวกผู้นำอิหร่านให้ระวังปาก

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้กล่าวในระหว่างการเทศนาต่อผู้สนับสนุนในกรุงเตหะราน โดยระบุถึงเหตุที่อิหร่านเผลอยิงเครื่องบินยูเครนตก จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 176 และเป็นพลเมืองอิหร่านมากถึง 82 คน ว่าเหตุเครื่องบินตกถือเป็นเรื่องข่มขืนที่เผาไหม้หัวใจคนทั้งชาติ แต่บางคนพยายามใช้เหตุการณ์นี้มาบดบังการลอบสังหารพลตรีกัสซิม โซเลมานี ผู้เป็นนำกองกำลังหน่วยรบพิเศษของอิหร่าน

อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ยังกล่าวอีกว่า บรรดาศัตรูของอิหร่านพยายามหาประโยชน์จากเหตุเครื่องบินตก ซึ่งยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของกองทัพอิหร่าน แต่มีศัตรูของชาติพยายามนำเรื่องนี้มาโฆษณาชวนเชื่อเพื่อต่อต้านกองทัพและรัฐบาลอิหร่าน

คำเทศนาของอยาตอลเลาะห์อิหร่านยังได้ตอบโต้สหรัฐว่า อิหร่านสามารถตบหน้าชาติมหาอำนาจที่หยิ่งยะโสก้าวร้าวอย่างสหรัฐได้ ดังเช่นที่เห็นจากการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐในอิรัก การนี้ผู้นำอิหร่านยังได้เรียกประธานาธิบดีทรัมป์ และนายไมค์ ปอมเปโอว่า เป็นตัวตลกที่ชอบพูดจาโกหกที่ว่าสหรัฐจะอยู่เคียงข้างประชาชนอิหร่าน

 

คำพูดของผู้นำสูงสุดอิหร่านมีขึ้นหลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านได้ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการถึงความผิดพลาดที่ยิงเครื่องบินยูเครตตก ส่งผลให้ต่อมา ประชาชนนับหมื่นทั้งในกรุงเตหะราน และอีกหลายเมือง ออกมาเดินขบวนประท้วงรัฐบาลอิหร่าน พร้อมตะโกนขับไล่อยาตอลเลาะห์คาเมเนอี ให้ออกจากตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่าน

การประท้วงช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความเป็นภาษาฟาร์ซี โดยมีใจความสำคัญเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านอย่าทำร้ายผู้ประท้วงที่ออกมาแสดงความไม่พอใจโศกนาฎกรรมเครื่องบิน พร้อมระบุว่าสหรัฐอยู่เคียงข้างประชาชนชาวอิหร่าน

ทั้งนี้ หลังคำเทศนาอย่างดุเดือดของอยาตอลเลาะห์อิหร่าน ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความจวกผู้นำอิหร่านว่า “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่ได้เป็นผู้นำสูงสุดอย่างที่ใครๆเขาเรียกกัน ทั้งยังพูดจาน่ารังเกียจ เกี่ยวกับสหรัฐและยุโรป ขอเตือนว่าผู้นำสูงสุดอิหร่านควรระวังคำพูดไว้บ้าง เพราะเศรษฐกิจอิหร่านกำลังพังพินาศ ประชาชนอิหร่านกำลังยากลำบาก”

สี-ซูจี ลงนามเมกะโปรเจกต์ ฟื้นโครงสร้างพื้นฐานเมียนมา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612090

  • วันที่ 18 ม.ค. 2563 เวลา 16:46 น.

สี-ซูจี ลงนามเมกะโปรเจกต์ ฟื้นโครงสร้างพื้นฐานเมียนมา

จีน-เมียนมา ลงนามMOU 33 ฉบับ เมียนมาได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนจีนได้สยายปีกการค้าเส้นทางสายไหมออกสู่มหาสมุทรอินเดีย

วันที่18 ม.ค. ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน และนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจจำนวน 33 ฉบับกับทางการจีน โดยประเด็นสำคัญของทุกฉบับล้วนเป็นไปตามยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งทาง เพื่อสร้างการเชื่อมโยงทางการค้าตามแนวคิด “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21”

กรอบความร่วมมือที่จีนลงนามร่วมกับเมียนมา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา หรือ China Myanmar Economic Corridor (CMEC) ซึ่งเป็นการเชื่อมโครงข่ายการค้าของจีนในแถบตะวันตกไปสู่มหาสมุทรอินเดีย ตามแผนเส้นทางสายไหมของจีน

โครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่จีนจะลงทุนในเมียนมาตามข้อตกลง MOU ล้วนเป็นไปตามที่มีการรายงานไปก่อนหน้านี้ อาทิ การร่วมทุนก่อสร้าง และสัมปทานท่าเรือน้ำลึกเจาะพยูในรัฐยะไข่ มูลค่า1.3 พันล้านดอลลาร์ แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเจาะพยูโดยรอบบริเวณท่าเรือ ซึ่งจะช่วยให้สยายปีกโครงข่ายการค้าจากบริเวณมณฑลยูนาน ผ่านทางเมียนมา เพื่อออกสู่มหาสมุทรอินเดีย

โครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมเมียนมา-ยูนาน จากเมืองมูเซะ ในรัฐฉาน ผ่านเมืองมัณฑะเลย์ ข้ามเมียนมาทั้งประเทศ ไปสิ้นสุดยังชายฝั่งตะวันตกของเมียนมาเพื่อออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ไปจนถึงแผนการปรับปรุงและขยายเขตปริมณฑลของนครย่างกุ้ง

อย่างไรก็ดี ตามMOUที่จีนลงนามกับเมียนมานี้ ไม่ได้กล่าวถึงโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตโสน ในรัฐคะฉิ่น มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ถึง 6,000 เมกะวัตต์ บริเวณต้นแม่น้ำอิรวดี ด้วยเงินทุนจีน ซึ่งโครงการดังกล่าวถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2011 เนื่องจากข้อกังวลด้านผลกระทบทางระบบนิเวศ

ด้านนาย Richard Horsey นักวิเคราะห์จาก International Crisis Group ซึ่งจับตามองการลงนามครั้งนี้จากเมียนมา มองว่า แม้จะดูเป็นตัวเลขการลงทุนของทุนจีนขนาดใหญ่ แต่เมียนมาค่อนข้างระมัดระวังติดกับดักหนี้จีนพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลพรรคNLDของนางซูจีมีกำหนดถึงช่วงเลือกตั้งทั่วไปเดือนมีนาคมปี 2021

อย่างไรก็ดี ชาวเมียนมาจำนวนหนึ่งเตรียมชุมนุมด้านหน้าสถานทูตจีนในเมืองย่างกุ้งในวันนี้ เพื่อประท้วงต่อการที่จีนเข้าฉกฉวยประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของเมียนมา รวมถึงการสร้างเขื่อนในรัฐคะฉิ่น แม้โครงการจะระงับไปแล้ว

เช่นเดียวกับที่มีนักธุรกิจเมียนมารายหนึ่งกล่าวว่า เมียนมาไม่มีเครื่องมือในการประเมินโครงการของจีนว่าสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศหรือไม่ หรือจะก่อเกิดประโยชน์ต่อชุมชนในท้องถิ่นหรือไม่

เหมือนตบหน้าชาวจีน สาวโพสต์อวดขับรถยนต์เข้าพระราชวังต้องห้าม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612082

  • วันที่ 18 ม.ค. 2563 เวลา 15:18 น.

เหมือนตบหน้าชาวจีน สาวโพสต์อวดขับรถยนต์เข้าพระราชวังต้องห้าม

ตอนนี้ที่เมืองจีนกำลังมีประเด็นร้อนให้ถกเถียงกัน เมื่อมีภาพที่ผู้หญิง 2 คนขับรถเข้าไปในเขตพระราชฐานของพระราชวังต้องห้าม ทั้งๆ ที่มีกฎชัดเจนว่าไม่ให้ขับรถเข้าพื้นที่ และวันเกิดเรื่องยังเป็นวันที่ทางพิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการ

เฟซบุ๊คเพจ Kornkit Disthan ของนักวิชาการชื่อดัง เขียนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “เรื่องใหญ่ที่เมืองจีน มีคนจับได้ว่าผู้หญิงชื่อแอ็คเคาท์ว่า ???LL ขับรถเข้าไปในเขตพระราชฐานของพระราชวังต้องห้าม

ในภาพนี้เธอขับรถเข้าไปถึงลานหน้าประตูไท่เหอเหมิน ซึ่งเป็นประตูทางเข้าลานพระที่นั่งไท่เหอเตี้ยน ถ่ายไว้ในวันจันทร์ซึ่งวังกู้กงปิดให้บริการ

ตามปกติกู้กงห้ามนำรถเข้าไป แม้จะมีลานจอดรถให้พนักงาน แต่ไม่มีใครกล้าหาญขับไปถึงพระราชฐานชั้นหน้าอย่างนี้ เพราะเป็นโบราณสถานที่เปราะบาง พื้นของกู้กงนั้นปูด้วยอิฐที่แม้จะมีการซ่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่มันก็ยังเปราะบางอยู่ดี

ผู้อำนวยพิพิธภัณฑ์กู้กงคนที่แล้วเคยลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมให้นำรถยนต์เข้ามาเด็ดขาด

แลถ้าใครเคยดูสารคดีติดตามชีวิตพนักงานในวังจะรู้ว่าพนักงานที่นี่จะไม่ขับรถเข้ามา แต่จะขี่จักรยานเข้าไปเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตอนที่เอ็มมานูเอล มาครง เดินทางเยือนกู้กงก็ต้องเดินเข้าไป ส่วนทรัมป์นั่งรถเข้าไปถึงจุดหนึ่งก็ต้องเดินเหมือนกัน

ครั้งสุดท้ายที่รถยนต์เข้าไปถึงวังหลวงชั้นในๆ แบบนี้ได้ คือตอนที่หยวนซื่อข่ายถวายรถเบนซ์ให้พระนางซูสีไทเฮา เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1901

แต่วันนี้เรามีซูสีเทาไทเฮากลับชาติมาเกิด ขับเบนซ์เข้าไปในวังแล้วถ่ายภาพด้วยความภาคภูมิใจ

แต่คนจีนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง

ไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหน เมื่อขับรถเข้ามาก็ต้องจอดไว้ที่จอดไม่ใช่ขับมากลางวังแบบนี้ มันแสดงให้เห็นว่าเธอเส้นใหญ่ และไม่เห็นแก่กฎหมายบ้านเมือง

ประเด็นก็คือเธอเป็นใคร ใหญ่แค่ไหนถึงกล้าขับรถเข้าวังหลวงได้?

มีคนสันนิษฐานมากมายเธออาจเป็น “ลูกหลาน” ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์รุ่นใหญ่ ซึ่งก็คือพวกระดับผู้บริหารประเทศ บางคนดูทะเบียนแล้วคาดว่าน่าจะเกี่ยวกับคนในกองทัพ แต่เรื่องนี้ไม่ยืนยัน ให้ฟังหูไว้หู

เรื่องพื้นเพของผู้หญิงคนนี้ยังไม่ทราบ แต่คนจีนคาดเดาไว้แล้วว่าต้อง “ใหญ่” และการที่พวกลูกท่านหลานเธอทำแบบนี้เท่ากับไม่เห็นหัวประชาชน

อย่าลืมว่ากู้กงอยู่ข้างๆ ทำเนียบจงหนานไห่ ศูนย์กลางปกครองประเทศของจีน แต่ยังเกิดเรื่อง “คอร์รัปชั่น” ต่อหน้าต่อตาแบบนี้ได้ แล้วไหนจะมีข้อมูลว่าเธอขับรถเข้ามาจากประตูซีหัวเหมิน ซึ่งเป็นประตูที่ติดกับจงหนานไห่

อดนึกไม่ได้ว่าถ้าลองกล้าขับรถเข้ามาในเขตพระราชฐาน เธอคนนี้ (หรือคนอื่นที่ใหญ่แบบเดียว) จะไม่กล้าทำเรื่องที่เลวร้ายกว่านี้หรือ?

แล้วยังมีประเด็นเรื่องการรักษาความปลอดภัย แบบนี้ รปภ. ของกู้กงเห็นเป็นลูกคนใหญ่คนโตก็ปล่อยให้เข้ามาเล่นกันง่ายๆ ต่อไปจะรักษาสมบัติชาติ/สมบัติโลกได้อย่างไร?

ส่วนเวยปั๋วของพิพิธภัณฑ์กู้กงก็มี Crisis management ที่แย่มาก แค่บอกยอมรับว่าเกิดเรื่องนี้และในอนาคตจะกวดขันให้มากขึ้น

บอกแค่นี้เหมือนปัดรำคาญ คนก็ยิ่งโกรธ พาลให้เชื่อว่าช่วยปกป้องพวกเส้นใหญ่

ส่วนเวยปั๋วก็กดโพสต์เรื่องนี้จนมันตกเทรนดิ้งทั้งๆ ที่คนกดไลค์กันเป็นล้าน เรื่องนี้มีใบสั่งแน่นอน

ตอนนี้คนจีนโกรธเคืองกันมาก บางคนบอกว่าตอนกรณีฮ่องกงกับไต้หวันว่าโกรธแล้ว เรื่องขับรถเข้ามาในกู้กงทำให้พวกเขาโกรธยิ่งกว่า ขนาดที่ว่าบางคนบอกว่าความรู้สึกรักชาติตอนฉลองสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปีกลาย ตอนนี้มันหายไปแล้ว

หนังสือพิมพ์เหรินหมินรื่อเป้าบอกว่า ผู้คนรู้สึกโกรธเคืองที่กู้กงถูกหยามหมิ่น แต่เราบอกได้เหมือนกันว่า กู้กงถูกหมิ่น ก็เท่ากับคนจีนถูกหมิ่นด้วย”

นอกจากนี้เพจดังแล้ว หนังสือพิมพ์ซิงเต่ารื่อเป้าของฮ่องกง ยังรายนงานว่า เจ้าของงบัญชีทวิตเตอร์ ???LL มีชื่อจริงว่า เกาลู่ ซึ่งเป็นหลานสาวของเหอฉางกง สมาชิกคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน

และเธอยังระบุในทวิตเตอร์ดังกล่าวว่าเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินแอร์ไชน่า ทว่าภายหลังทางสายการบินชี้แจงว่าเธอลกออกจากบริษัทเมื่อหลายปีก่อน

ขณะที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Beijing News รายงานว่าผู้หญิงที่ขับรถเข้าไปในเขตพระราชวังต้องห้ามอ้างว่าเธอได้รับเชิญจากทางพิพิธภัณฑ์ให้ไปร่วมงาน

ทั้งนี้ พระราชวังต้องห้าม หรือพระราชวังกู้กง เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีนที่เคยใช้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิในช่วงปี 1420-1912 และยังเป็นแหล่งรวบรวมศิลปะและโบราณวัตถุในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง

พระราชวังกู้กงยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกและเป็นพื้นที่ที่มีการดูแลเฝ้ายามอย่างแน่นหนาที่สุดแห่งหนึ่ง

เมื่อปี 2013 ช่านจี้เสียง ผู้อำนายการพิพิธภัณฑ์ ออกกฎห้ามนำรถยนต์เข้าไปในพระราชวังต้องห้าม โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ และทั้งพระราชวังบักกิงแฮมของอังกฤษและพระราชวังแวร์ซายของฝรั่งเศสต่างก็ห้ามนำรถยนต์เข้าเช่นกัน

ขณะที่รัฐบาลจีนจะออกกฎในการปกป้องพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมอย่างเข้มงวด และเคยขึ้นบัญชีดำคนที่ทำลายสถานที่สำคัญๆ มาแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นเหตุการณ์ล่าสุดนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการฝ่าฝืนระเบียบของพระราชวังต้องห้าม เมื่อปี 2015 เคยมีภาพการถ่ายแบบโป๊เปลือยบริเวณนอกพระราชวังหลุดออกมาจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างมาแล้ว

ครั้งนั้น หนังสือพิมพ์ China Daily รายงานว่าผู้หญิงที่อยู่ในภาพอาจถูกควบคุมตัว

และหลังจากดราม่าของ ???LL ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจีนได้นำภาพออกมาตีแผ่ว่าเคยมีรถยนต์หรู อาทิ Lamborghini และ Bentley เข้ามาถ่ายภาพภายในพระราชวังเช่นเดียวกับกรณีล่าสุด และมักจะมีการอิทธิพลอ้างสิทธิพิเศษเพื่อฝ่าฝืนข้อห้ามของพิพิธภัณฑ์ให้เห็นบ่อยครั้ง