พบรูปปั้นทหารในสุสานจิ๋นซีเพิ่มอีก 220 ตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610728

  • วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 14:39 น.

พบรูปปั้นทหารในสุสานจิ๋นซีเพิ่มอีก 220 ตัว

พิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวง หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ ประกาศว่านักโบราณคดีของจีนค้นพบรูปปั้นทหารดินเผาจิ๋นซีเพิ่มเติมอีก 220 ตัว รวมทั้งม้า รถม้า และอาวุธต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง ภายในโถงหมายเลข 1 ของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ระหว่างการขุดสำรวจรอบล่าสุด

การขุดสำรวจรอบล่าสุดนี้ซึ่งเป็นรอบที่ 3 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2009-2019 โดยทำการขุดค้นโถงหมายเลข 1 ซึ่งเป็นโถงใหญ่ที่สุดในบรรดาโถงทั้ง 4 ครอบคลุมพื้นที่การสำรวจ 400 ตารางเมตร โดยยังไม่ได้ขุดค้นพื้นที่ส่วนใหญ่ของโถงหมายเลข 1

ทหารดินเผาในสุสานแห่งนี้จะแบ่งเป็นระดับสูง ระดับกลาง ระดับล่าง และนักรบทั่วไป ซึ่งแบ่งแยกจากเครื่องประดับบนศีรษะ อาวุธ และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทว่าการค้นพบรูปปั้นทหารครั้งล่าสุดนี้พบว่า ทหารระดับล่างยังสามารถแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภท ทำให้นักโบราณคดีได้ข้อมูลการจัดกระบวนทัพในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้เพิ่มเติม

ผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจสอบรูปปั้นที่ขุดพบในโถง 1 ภาพ : พิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวง

นอกจากนี้ นักโบราณคดียังพบชิ้นส่วนของโล่ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นครั้งแรก โดยโล่นี้มีลักษณะเดียวกับโล่บนรถม้าหมายเลข 1 แต่มีขนาดใหญ่กว่า 2 เท่า รวมถึงดาบสำริดยาวและธนู รูปปั้นม้า 12 ตัว และรถม้า 2 คัน

ตามแผนของการขุดค้นนั้น นอกจากการดูแลรักษารูปปั้นโบราณเหล่านี้ตามปกติแล้ว ชิ้นส่วนที่สำคัญต่างๆ จะถูกส่งไปยังห้องวิจัยเพื่อทำการบูรณะซ่อมแซม นับจนถึงตอนนี้มีการบูรณะรูปปั้นทหารและม้าแล้วเสร็จกว่า 100 ชิ้น และอยู่ระหว่างซ่อมแซมอีกกว่า 20 ชิ้น

ทั้งนี้ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ตั้งอยู่ในเมืองซีอาน มณฑลส่านซีของจีน ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1974 และถือว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 สร้างขึ้นโดยจำลองการจัดกระบวนทัพของจิ๋นซีฮ่องเต้ ฮ่องเต้องค์แรกของจีน ด้วยความเชื่อว่ารูปปั้นเหล่านี้จะช่วยปกป้องจิ๋นซีฮ่องเต้หลังสิ้นพระชนม์

Louis Vuitton เล็งปิดสาขาแรกในฮ่องกง เซ่นประท้วงยืดเยื้อทำลูกค้าจีนหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610723

  • วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 13:21 น.

Louis Vuitton เล็งปิดสาขาแรกในฮ่องกง เซ่นประท้วงยืดเยื้อทำลูกค้าจีนหาย

แบรนด์หรู Louis Vuitton เตรียมปิดสาขาในห้างย่านคอสเวย์เบย์ หลังประท้วงยืดเยื้อทำลูกค้าหาย

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า แบรนด์หรู Louis Vuitton เตรียมปิดให้บริการสาขาแรกในห้าง Times Square shopping mall ศูนย์การค้าดังในย่านคอสเวย์เบย์ จากผลกระทบเหตุประท้วงอันยื้ดเยื้อมานานหลายเดือน

รายงานระบุว่า Louis Vuitton แบรนด์สินค้าหรูหราในเครือ LVMH มีแผนจะปิดทำการสาขาในห้าง Times Square shopping mall จากการที่ห้างปฏิเสธจะปรับลดค่าเช่าพื้นที่ของร้านค้าบนชั้นสอง ซึ่งถือเป็น prime floor ของห้างดังกล่าว

Louis Vuitton มีสาขาในฮ่องกงทั้งหมด 8 สาขา โดยก่อนหน้านี้ทางกลุ่ม LVMH ประกาศเปิดสาขาที่ 9 ภายในสนามบินนานาชาติฮ่องกงในปี 2021 แต่ต้องระงับแผนดังกล่าวไว้ก่อน

Louis Vuitton กลายเป็นแบรนด์หรูรายแรกที่ตอบสนองผลกระทบจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงอันยืดเยื้อนานกว่า 7 เดือน ซึ่งเหตุประท้วงส่งผลให้นักท่องเที่ยวในฮ่องกงบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งถือเป็นลูกค้าหลักของบรรดาแบรนด์หรูหลายเจ้าในฮ่องกง จากการที่มีรายงานว่าผู้ประท้วงฮ่องกงบางส่วนทำร้ายร่างกายชาวจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งธุรกิจในฮ่องกงที่เชื่อมโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่จะตกเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรง

นอกจาก Louis Vuitton ยอดขายของแบรนด์หรูรายอื่นๆอย่าง Gucci และ Salvatore Ferragamo ลดลงถึง 45% เช่นกันจากข้อมูลในไตรมาส 3 ของปี 2019 ขณะที่ยอดขายสินค้าของแบรนด์ในเครือ LVMH อย่าง Dior, Fendi, Celine และ Givenchy ก็ลดลง 25% จากช่วงเวลาเดียวกัน โดยยอดขายของสินค้าแบรนด์หรูหราในฮ่องกงส่วนใหญ่แล้วมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและจากจีนแผ่นดินใหญ่มากถึง 70% ของยอดขายทั้งหมด

ทั้งนี้ ฮ่องกงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่มีราคาอสังหาฯแพงที่สุดในโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการประท้วงทางการเมืองซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรดาผู้ให้เช่าอสังหาฯโดยตรง จากการที่บรรดาร้านค้าแบรนด์หรูหลายแห่งไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าเช่าอันแสนแพงได้ เนื่องจากลูกค้าหลักซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาเที่ยวยังฮ่องกงสืบเนื่องเพราะสถานการณ์ประท้วงที่ยังคงยืดเยื้อ ขณะที่ร้านแบรนด์หรูในย่านอื่นๆยังคงสามารถปรับตัวได้ เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่ค่าเช่าไม่สูงมากนัก ประกอบกับผู้ให้เช่าอสังหาฯบางแห่งมีนโยบายปรับลดค่าเช่าลง

รถไฟเยอรมนีลดค่าโดยสารทางไกล จูงใจคนใช้บริการขนส่งสาธารณะรับมือโลกร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610717

  • วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 12:16 น.

รถไฟเยอรมนีลดค่าโดยสารทางไกล จูงใจคนใช้บริการขนส่งสาธารณะรับมือโลกร้อน

รถไฟความเร็วสูงเยอรมนีลดค่าโดยสารเส้นทางไกลลง 10% เป็นครั้งแรกรอบ 17 ปี ดึงคนใช้บริการเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน

การรถไฟเยอรมัน Deutsche Bahn ประกาศปรับลดค่าโดยสารในเส้นทางไกลเป็นครั้งแรกในรอบ 17 อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดการปล่อยค่าคาร์บอนเพื่อรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศตามแผนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลนางแมร์เคิล

การปรับลดค่าโดยสารลงราว 10% จะมีผลกับรถไฟความเร็วสูง Intercity Express (ICE) ในทุกเส้นทางทั่วประเทศที่วิ่งไกลกว่า 50 กิโลเมตร นอกจากนี้การรถไฟเยอรมนียังปรับลดราคาพร้อมออกข้อเสนอพิเศษในการบริการเพิ่มเติมเช่นการขนส่งจักรยาน (transporting bicycles) เพื่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม

 

นโยบายของเยอรมนีนับว่าสวนทางกับประเทศอื่นๆในยุโรปอย่างเช่น ที่อังกฤษปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารรถไฟขึ้นราว 2.7% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา

Deutsche Bahn คาดว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยดึงดูดผู้คนเข้าใช้บริการขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นราว 5 ล้านคนต่อปี

อย่างไรก็ดี รถไฟของ Deutsche Bahn ที่ให้บริการในบางเส้นทางในระยะสั้น รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะในภูมิอย่างรถไฟ u-bahn และ s-bahn จะยังคงราคาเดิม ขณะที่รถไฟในบางเมืองอย่างเบอร์ลิน ฮัมบูรก์ และเบรเมน จะปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามต้นทุกและข้อตกลงปรับขึ้นราคาที่รัฐบาลเห็นชอบก่อนจะออกนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว

สหรัฐปลิดชีพนายพลผบ.กองกำลังอิหร่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610706

  • วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 11:02 น.

สหรัฐปลิดชีพนายพลผบ.กองกำลังอิหร่าน

เพนตากอนยัน นายพลกัสซิม โซเลมานี ผบ.เหล่าทัพผู้ทรงอิทธิพลเบอร์สองของอิหร่าน เสียชีวิตจากปฏิบัติการโดรนโจมตีทางอากาศ

สื่อของทางการอิหร่านรายงานข่าวที่ยืนยันว่า พลเอกกัสซิม โซเลมานี (Qassem Suleimani) ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ซึ่งเป็นกองกำลังสำคัญในสังกัดของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ได้เสียชึวิตแล้วจากเหตุโจมตีสนามบินแบกแดนในอิรัก

รายงานจากสื่อฝั่งอิหร่านระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงรุ่งสางของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น มีจรวดไม่ทราบฝ่ายสามลูก ยิงใส่รถยนต์สองคันที่กำลังวิ่งไปสนามบินนานาชาติแบกแดด เป็นเหตุนายพลกัสซิม และทหารอิรัก 5 รายเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นแขกของอิรักอีก 2 รายที่อยูในรถยนต์

นายพลกัสซิม กับ อายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ต่อมาด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้แถลงยืนยันว่า สหรัฐได้มีปฏิบัติการโดรนโจมตีทางอากาศเพื่อมุ่งหมายปลิดชีพนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่านที่สนามบินในกรุงแบกแดด ด้วยเหตุผลเพื่อปกป้องบุคคลากรของสหรัฐ

สหรัฐให้เหตุผลว่า “นายพลโซเลมานี กำลังวางแผนโจมตีสถานทูตสหรัฐหลายแห่ง รวมถึงกองกำลังทหารอเมริกันในอิรักและในภูมิภาค นายพลโซเลมานีและกองกำลังภายใต้การนำของเขามีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของทหารอเมริกันและพันธมิตรหลายร้อยนาย รวมถึงเหยื่อผู้บาดเจ็บอีกนับพันคน”

ขณะที่อิหร่านยังยืนยันด้วยว่า Abu Mahdi al-Muhandis ผู้นำกองทัพอิรักและรองผู้นำกลุ่มฮาชด์ชาบีซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน ก็เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ด้วย

สำหรับนายพลโซเลมานี เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญระดับท็อปของอิหร่านและเป็นผู้ทรงอิทธิพลเบอร์สองของกองทัพอิหร่าน เป็นรองจากอายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเหตุประชาชนในอิรัก รวมตัวประท้วงและทำลายด้านนอกของสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดด เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สหรัฐมีปฏิบัติโจมตีทางอากาศต่อที่มั่นในอิรักและซีเรียที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน และคาดว่าการปลิดชีพนายพลคนดังของอิหร่านรายนี้ จะยิ่งทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น

เบน สเติร์น กับโลกที่ไร้พลาสติก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610689

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 20:20 น.

เบน สเติร์น กับโลกที่ไร้พลาสติก

กระแสนิยมตอนนี้ไม่มีอะไรแรงเท่ากับการประกาศอิสรภาพของมนุษย์จากการเป็นทาสถุงพลาสติก ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างประเมินค่ามิได้ต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และทำให้มนุษย์เข้าใกล้กับยุคมิคสัญญีของภาวะโลกร้อนเข้าไปทุกที

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในที่ที่ใช้ถุงพลาสติกมากที่สุด เป็น “ชื่อเสีย” ที่คนไทยไม่อยากได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงเริ่มมาตรการงดใช้ถุงพลาสติกแบบหูหิ้วและใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ภาคเอกชนก็หันมากระตุ้นให้ลูกค้าเลิกขอถุงพลาสติกด้วยการแลกส่วนลดต่างๆ นานา

อย่างไรก็ตาม การจะลดถุงและบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้ จะต้องมีการริเริ่มนวัตกรรมด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าความเคยชินทำให้คนเลิกใช้พลาสติกกันลำบาก หากมีอะไรที่คล้ายพลาสติกแต่ย่อยสลายง่าย และมีราคาไม่แพงนักก็คงจะดี

ผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติกมีใช้กันแพร่หลายมานานแล้ว แต่มีสินค้าแบรนด์หนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งเป็นพิเศษ เพราะมันเกิดจากความคิดของคนหนุ่มอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น

เขาคือ เบนจามิน สเติร์น ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร NOHBO

เส้นทางนักธุรกิจสีเขียวของ สเติร์น หนุ่มอเมริกันจากรัฐฟลอริดา เริ่มจากการที่เขาได้ชมสารคดีเกี่ยวกับความเสียหายที่ขวดพลาสติกมีต่อสภาพแวดล้อม จนเกิดไอเดียที่จะทำบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ด้วยน้ำ โดยเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุแชมพู ครีมนวดผม สบู่เหลว และของใช้อื่นๆ สำหรับทำความสะอาดร่างกาย เพื่อที่จะลดปริมาณการใช้พลาสติกลง

ก่อนหน้านี้ สเติร์น เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านธุรกิจตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นมัธยมต้น โดยใช้เงินของขวัญที่ได้ตอนที่เขาบรรลุวุฒิภาวะตามขนบชาวยิว (พิธีบาร์มิตซวาห์) ตอนอายุ 13 นำมาซื้อกาแฟในราคาขายส่ง จากนั้นนำเมล็ดกาแฟคุณภาพดีมาขายให้กับเพื่อนบ้าน แต่เงินที่ได้เขานำไปบริจาคโครงการช่วยเหลือทหารผ่านศึก

จะเห็นได้ว่า หนุ่มคนนี้มีแววเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ยังเด็กและเป็นนักธุรกิจที่สนใจสังคมมากกว่าผลกำไรเสียด้วย

อีก 6 เดือนต่อมาในปี 2016 เขาพาแนวคิดขวดพลาสติกย่อยสลายได้ภายใต้แบรนด์ NOHBO ไปปรากฏตัวในรายการ Sharks Tank และแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แชมพูที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนถูกใจนักลงทุน

ถึงขนาดที่ โรเบิร์ต เฮอร์ยาเวช นักธุรกิจชาวแคนาดาบอกว่า NOHBO อาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในรายการนี้

ด้วยคำชื่นชมจากมืออาชีพถึงขนาดนี้ ทำให้ สเติร์น ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนชื่อดังชาวฟลอริดา นั่นคือ มาร์ก คิวบัน ทำให้บริษัท NOHBO กลายเป็นจริงขึ้นมาได้

ตอนนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสตาร์ทอัพของหนุ่มน้อยมีอยู่ 3-4 โปรเจกต์แล้ว แต่ที่เด่นที่สุดคือ “ขวดพลาสติก” ใส่แชมพู

“ขวดพลาสติก” ที่ย่อยสลายไปพร้อมกับแชมพูหรือครีมนวด เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างชื่อให้กับ สเติร์น มากที่สุด

“ขวดพลาสติก” ที่ว่านี้ คือแคปซูลที่คล้ายกับเจลลี่บรรจุแชมพูหรือครีมนวด เมื่อจะใช้ก็แค่นำแคปซูลวางบนมือแล้วปล่อยให้น้ำย่อยสลายฟิล์มที่เหมือนเจลลี่ด้านนอกให้ละลาย แล้วจึงใช้งานได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นสารแปลกปลอม เพราะพัฒนาขึ้นจากวัสดุที่ปลอดภัยขนาดที่กินแล้วยังไม่เป็นอะไร

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เรียกว่า Shampoo Drop ถือเป็นสินค้า “ซิกเนเจอร์” ของ สเติร์น และ NOHBO แถมยังเป็นมิตรกับ “เนเจอร์” อีกด้วย

แต่เขาไม่หยุดอยู่แค่นี้ ในปีหน้าจะมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ทยอยออกมาให้ใช้กันตามลำดับ โดยมีเป้าหมายที่แสนจะน่ารัก นั่นคือ “ทะนุถนอมเรือนร่างของคุณให้เท่าเทียมกับโลกของเรา”

แน่นอนว่า ด้วยวัยแค่นี้กับความสำเร็จขนาดนี้และเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ ทำให้ สเติร์น ได้รับการยกย่องอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นการได้รับรางวัลผู้ประกอบการรุ่นเยาว์จากผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ได้รับเชิญไปกล่าวปาฐกถาที่สถาบัน MIT ม.เยล และยังมีสื่อชั้นนำรายงานข่าวเกี่ยวกับเขามากมาย

 

 

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับถุงพลาสติก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610688

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 19:50 น.

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับถุงพลาสติก

การรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในบ้านเราเข้าสู่วันที่ 2 แล้ว ซึ่งคนไทยตื่นตัวให้ความสนใจด้วยการเตรียมถุงผ้ามาจับจ่ายใช้สอยกันด้วยความเต็มใจ

โพสต์ทูเดย์รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการลดการใช้ถุงพลาสติกที่น่าสนใจจากทั่วโลกมาเล่าสู่กันฟังดังนี้

1.ถุงพลาสติกเคยได้ชื่อว่าเป็นสินค้าที่มีการใช้สอยมากที่สุดในโลก แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ชาวโลกแบนมากที่สุด หากนับจนถึงวันที่ 1 ส.ค. 2019 ประเทศต่างๆ 72 ประเทศห้ามใช้ถุงพลาสติก อาทิ ออสเตรีย เบลเยียม จีน ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ รวมทั้งประเทศไทย ขณะที่อีก 35 ประเทศมีการคิดเงินค่าถุงพลาสติก นอกจากนี้ ยังมีบางเมืองหรือบางรัฐห้ามใช้หรือคิดเงินเพิ่ม

2.ช่วงไม่กี่ปีมานี้ทั่วโลกให้ความสนใจกับผลกระทบของขยะพลาสติกกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มก่อการร้าย เมื่อปี 2018 กลุ่มอัลชาบับ ซึ่งมีฐานที่มั่นในโซมาเลียและเป็นสมุนของกลุ่มอัลกออิดะห์ ได้ประกาศห้ามใช้ถุงพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในพื้นที่ที่ทางกลุ่มยึดครอง โดยให้เหตุผลว่าเป็นอันตรายกับชีวิตมนุษย์และสัตว์

3.บังกลาเทศเป็นประเทศแรกในโลกที่ห้ามใช้ถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในปี 2002 หลังพบขยะถุงพลาสติกจำนวนมากอุดตันท่อระบายน้ำในช่วงน้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศ

4.ประเทศเคนยามีโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎห้ามใช้ถุงพลาสติกรุนแรงที่สุดในโลก คือผู้ผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย รวมทั้งผู้ใช้อาจถูกปรับสูงถึง 38,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1,146,042 บาท หรือจำคุก 4 ปี

5.ในประเทศเดนมาร์กซึ่งบังคับใช้กฎหมายคิดค่าถุงพลาสติกตั้งแต่ปี 1993 หรือ 27 ปีที่แล้ว ใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ยคนละ 4 ใบต่อปี

6.ผลการศึกษาของ American Economis Journal: Economic Policy เมื่อปี 2018 พบว่า การเก็บเงินค่าถุงพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง 5 เซ็นต์ต่อใบ หรือราว 1.50 บาท ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้ 40% และจากข้อมูลล่าสุดเมื่อปีที่แล้วพบว่า การเก็บภาษีถุงพลาสติก ทำให้การใช้ถุงพลาสติกในเดนมาร์กลดลง 66%, กว่า 90% ในไอร์แลนด์, 74-90% ในแอฟริกาใต้ เบลเยียม ฮ่องกง วอชิงตันดีซีสหราชอาณาจักร และโปรตุเกส และ 50% ในจีนและบอตสวานา

7.พลาสติกต้องใช้เวลาย่อยสลายระหว่าง 10-100 ปี ทว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งกังวลว่าถุงพลาสติกเหล่านี้อาจไม่ได้ย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่ค่อยๆ แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ เมื่อถูกแสงแดด โดยถุงพลาสติกใช้แล้วทิ้งส่วนใหญ่ผลิตจากพอลิเอทิลีนซึ่งจุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยสลายได้ ทำให้ไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ สุดท้ายพลาสติกชิ้นเล็กๆ เหล่านี้ก็จะเข้าไปอยู่ในท้องของสัตว์ทะเลและในทุกๆ ชั้นของห่วงโซ่อาหาร รวมทั้งมนุษย์

ไต้หวันเตือนพลเมืองฉีดวัคซีนโรคหัดก่อนมาไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610674

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 17:43 น.

ไต้หวันเตือนพลเมืองฉีดวัคซีนโรคหัดก่อนมาไทย

สาธารณสุขไต้หวันแนะพลเมืองเมืองควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดก่อนมาไทย หลังพบผู้ป่วยโรคหัดติดเชื้อหลังกลับจากเที่ยวในไทย

สื่อท้องถิ่นไต้หวันรายงานว่า กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันเผยว่า พบสตรีรายหนึ่งวัย 30 ปี อาศัยในเขตซินจู๋ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ของปีที่ผ่านมา โดยจากผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์โดยละเอียดแล้วพบว่าเธอมีอาการป่วยด้วยโรคหัด

รายงานระบุว่า สตรีวัย 30 รายนี้ เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยช่วงระหว่างวันที่ 5-12 ธ.ค. ปี2019 ที่ผ่านมา และหลังเดินทางกลับมายังไต้หวันโดยอาการเริ่มขึ้นในวันที่ 17 ธ.ค. มีอาการเป็นไข้ ไซนัสอักเสบ เมื่อพบแพทย์ที่คลินิก ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไซนัสอักเสบ ต่อมาวันที่ 20 ธ.ค. เธอเริ่มปรากฏอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ จนกระทั่งวันที่ 23 ธ.ค. ใบหน้า ลำตัวและแขนขามีผื่นแดงขึ้น แพทย์จึงสงสัยว่าเป็นโรคหัด เธอจึงเดินทางไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลก่อนจะได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นโรคหัด

ขณะนี้ทางการไต้หวันได้กักบริเวณผู้ป่วยรายดังกล่าว รวมถึงผู้ร่วมทริปเดินทางมายังประเทศไทยอีก 3 ราย แต่ยังไม่ปรากฎอาการเข้าข่ายโรคดังกล่าว

นอกจากนี้หน่วยควบคุมโรคไต้หวันยังติดตามอาการของประชาชนจำนวน 338 คนที่อาจติดต่อสัมผัสกับผู้ป่วยหญิงรายนี้เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด จำนวนนี้รวมถึงผู้เข้ารับการตรวจรักษาในสถานพยาบาลเดียวกับเธอถึง 234 คน

อีกทั้งรวมถึงประชาชนบางส่วนที่เคยเข้าไปซื้อของยังห้างซูเปอร์มาร์เก็ต PX Mart สาขาจู๋เป่ยอ้ายโข่ว เมืองซินจู๋ เมื่อเวลา 12.00-12.10 น. ของวันที่ 21 ธ.ค. ซึ่งเป็นสาขาและช่วงเวลาเดียวกับที่สาวผู้ป่วยหัดรายนี้ได้เข้าไปซื้อของยังห้างดังกล่าว

สาธารณสุขไต้หวันกล่าวว่า ช่วงปลายฤดูหนาวจนถึงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาที่มีอุบัติการณ์ของโรคหัดสูง โดยพบว่าจำนวนผู้ป่วยโรคหัดในประเทศเพื่อนบ้านเป็นส่วนใหญ่คืออินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีนแผ่นดินใหญ่ และไทย

โดยในปี 2019 ที่ผ่านมาไต้หวันพบผู้ป่วยโรคหัดแล้ว 139 ราย จำนวนนี้ 82 รายติดเชื้อในประเทศ อีก 57 รายติดเชื้อจากต่างประเทศแบ่งออกเป็นติดเชื้อหัดมาจากเวียดนามมากที่สุด 18 ราย รองลงมาติดจากไทย 16 ราย ฟิลิปปินส์ 8 ราย โดยเป็นการติดเชื้อหลังเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด 31 ราย ส่วนที่เหลือคือติดเชื้อจากการเดินทางไปเยี่ยมญาติและติดต่อธุรกิจ

สำนักควบคุมโรคไต้หวันเผยอีกว่า แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคหัดในประเทศเพื่อนบ้านของไต้หวันจะลดลง แต่ยังคงพบการแพร่ระบาดของในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2019 จนถึงวันที่ 21 ธ.ค. ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหัดหรือต้องสงสัยเป็นโรคหัดกว่า 6,300 คน สูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ 21 รายเสียชีวิตพบมากสุดที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี โดยทางกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันเตือนว่า หากพลเมืองไต้หวันที่มีแผนเดินทางมายังประเทศไทย ควรได้รับการฉัดวัคซีนป้องกันโรคหัดล่วงหน้าก่อนการเดินทางราว 2-4 สัปดาห์

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าระหว่าง สถิติผู้ป่วยโรคหัดในไทยระหว่าง1 ม.ค.-25 ธ.ค.ปี 2019 มีรายงานผู้ป่วยโรคหัดแล้ว 3,477 คน ผู้ป่วยเสียชีวิต 25 คน

ที่มา/ภาพ : https://udn.com/news/

https://news.ltn.com.tw/news

Taiwan radio international

วัฒนธรรม”ด่ากราด” เราจะจัดการกับนักเลงออนไลน์อย่างไร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610660

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 15:32 น.

PostToday Podcast:The Expert Ep.19 วัฒนธรรม”ด่ากราด” เราจะจัดการกับนักเลงออนไลน์อย่างไร

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ไต้หวันเสียผู้นำเหล่าทัพจากเหตุฮ.แบล็กฮอว์กตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610655

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 14:54 น.

ไต้หวันเสียผู้นำเหล่าทัพจากเหตุฮ.แบล็กฮอว์กตก

เฮลิคอปเตอร์ไต้หวันตก นายพลและนายทหารระดับสูง 8 นายเสียชีวิต รวมถึงผบ.ทหารสูงสุด

สื่อท้องถิ่นไต้หวันรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-60M Black Hawk ของกองทัพบกไต้หวัน ประสบเหตุตกที่บริเวณเทือกเขาในตำบลอู่ไหลเขตนิวไทเป ทางทิศใต้ของกรุงไทเป ช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (2 ม.ค.)

 

Taiwan National Fire Agency

รายงานระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวบินขึ้นจากฐานทัพอากาศซงชานพร้อมคนบนเครื่องทั้งหมด 13 นาย เมื่อเวลา 07.50 น. มุ่งหน้าไปยังเขต Yilan’s Dong’ao ด้วยภารกิจความมั่นคง กระทั่งเวลา 08.00 น. ฮ.ลำดังกล่าวขาดการติดต่อ โดยพบว่าประสบเหตุตกในบริเวณเทือกเขาในตำบนอู่ไหล

ทีมค้นหาและกู้ภัยได้ใช้เฮลิคอปเตอร์รุดไปยังที่เกิดเหตุทันทีซึ่งอยู่ท่ามกลางป่าบนเทือกเขาสูง โดยพบซากของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พร้อมร่างผู้เสียชีวิต 8 ราย

Chief of the General Staff Shen Yi-ming. (CNA photo)

จำนวนนี้รวมนายทหารระดับสูงของกองทัพคือ พลอากาศเอก Shen Yi-ming ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและอดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศ, พลตรี Hung Hung-chun รองหัวหน้าเสนาธิการทหารบกและหน่วยข่าวกรองภายใต้กระทรวงกลาโหม, พลตรี Yu Chin-wen รองอธิบดีสำนักงานการเมืองและสงคราม และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพหลายนาย

ขณะที่นายทหาร 5 นายรอดชีวิต โดยทางกองทัพเตรียมตรวจสอบหาสาเหตุการตกต่อไป

เหตุการณ์นี้มีขึ้นในระหว่างที่ไต้หวันกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11 มกราคมนี้ โดยจากผลสำรวจพบว่า นางสาวไช่อิงเหวิ่น ผู้นำไต้หวันคนปัจจุบันจากพรรค DPP มีคะแนนนำเหนือผู้สมัครอีกสองรายจากพรรคก๊กมินตั๋งและพรรค People First และคาดว่าเธอจะได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้นำไต้หวันอีกสมัย

ที่มา : https://www.taiwannews.com.tw/en/news/3848890

Photo : Taiwan National Fire Agency

ผู้นำเม็กซิโกรับ เจ้าพ่อค้ายา “เอลชาโป” เคยทรงอิทธิพลเทียบเท่า “ประธานาธิบดี” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610645

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 14:01 น.

ผู้นำเม็กซิโกรับ เจ้าพ่อค้ายา "เอลชาโป" เคยทรงอิทธิพลเทียบเท่า "ประธานาธิบดี"

ประธานาธิบดีเม็กซิโกแถลงรับ ครั้งหนึ่งที่เจ้าพ่อค้ายา”เอลชาโป”เรืองอำนาจ เคยทรงอิทธิพลไม่ต่างจากผู้นำประเทศ

นาย อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวในตอนหนึ่งของการแถลงสุนทรพจน์วันปีใหม่ โดยระบุว่า ยุคแห่งอาชญากรรมยาเสพติดของนายโจคิม กุซแมน หรือฉายา เอลชาโป เจ้าพ่อค้ายาคนดังแห่งเม็กซิโกสุดสุดลงแล้ว

นายโอบราดอร์ ยอมรับว่า หลายปีก่อนหน้านี้ที่นายเอลชาโปยังไม่ถูกทางการสหรัฐจับกุม เขามีอำนาจมากพอๆกับประธานาธิบดีของประเทศนี้

ผู้นำเม็กซิโกรับ เจ้าพ่อค้ายา "เอลชาโป" เคยทรงอิทธิพลเทียบเท่า "ประธานาธิบดี"อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์

นับตั้งแต่ที่นายโอบราดอร์ ได้รับเลือกขึ้นเป็นประธานาธิบดีเม็กซิโก ในปี 2018 เขาได้ประกาศนโยบายจริงจัง จัดการกับปัญหาอาชญากรรมยาเสพติดซึ่งเป็นรากฐานของปัญหาคอรัปชั่นในประเทศ

“หลายครั้งที่นายกุซแมน มีอำนาจหรืออิธิพลมากกว่าประธานาธิบดีในขณะนั้นเสียอีก .. นั่นจึงเป็นการยากที่จะลงโทษผู้ก่ออาชญากรรม และตอนนี้ประวัติศาสตร์ได้ถูกจารึกแล้ว” ผู้นำเม็กซิโกกล่าว

เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา นายกุซแมนถูกทางการสหรัฐจับกุม ก่อนถูกตัดสินจำคุกยังเรือนจำความมั่นคงสูงที่รัฐโคโลราโด ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะไม่มีวันหนีรอดออกมาจากคุกได้อีก หลังก่อนหน้านี้นายกุซแมนเคยถูกตัดสินจำคุกในเม็กซิโกถึงสองครั้ง แต่ก็สามารถหลบหนีออกมาได้ทุกครั้ง

แฟ้มภาพ : AFP