แอร์บัสแซงหน้าโบอิ้ง ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งผู้ผลิตเครื่องบินโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610635

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 12:25 น.

แอร์บัสแซงหน้าโบอิ้ง ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งผู้ผลิตเครื่องบินโลก

แอร์บัสยอดพุ่ง 7.9% ทำสถิติส่งมอบเครื่องบินมากสุดถึง 863 ลำ ก้าวเป็นเบอร์ 1 ด้านอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินแซงหน้าโบอิ้งของสหรัฐ

รอยเตอร์รายงานว่า Airbus ผู้ผลิตอากาศยานพาณิชย์สัญชาติยุโรปได้สร้างสถิติส่งมอบเครื่องบินสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากสิ้นสุดปี 2019 โดยพบว่ามียอดส่งมอบเครื่องบินโดยสารในทุกรุ่นมากถึง 863 ลำ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 7.9%

ยอดส่งมอบดังกล่าวส่งผลให้ Airbus กลายเป็นบริษัทด้านอุตสาหกรรมผลิตอากาศยานอันดับ 1 ของโลกแทนที่ Boeing แม้ว่าในปีที่ผ่านมา Airbus จะถูกบังคับจากปัญหาอุตสาหกรรมเพื่อลดเป้าการส่งมอบองปี 2019 ลง 2-3% ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่การปรับใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพเขึ้น ส่งผลให้กระทั่งสิ้นสุดปี 2019 ก้าวเข้าสู่ปี 2020 บริษัทได้ผลิตเครื่องบินได้ 863 ลำ เพิ่มขึ้น 7.9% จาก 800 ลำในปี 2018

อย่างไรก็ดี Airbus ยังไม่ยืนยันตัวเลขดังกล่าวเนื่องจากต้องมีการตรวจสอบอย่างชัดเจนก่อนจะสรุปผลได้

การก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของอุตสาหกรรมอากาศยานของโลก เป็นผลสืบเนื่องหลังจากที่ Boeing ยังคงติดหล่มปัญหาความปลอดภัยของเครื่องรุ่น 737 MAX จนทำบริษัทได้รับความเสียหายเป็นมูลค่าถึงกว่า 9 พันล้านดอลลาร์แล้ว และยังคงไม่ชัดเจนว่า Boeing จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

จาการ์ต้าโกลาหล เจอน้ำท่วมใหญ่รับปีใหม่ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610625

  • วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 11:01 น.

จาการ์ต้าโกลาหล เจอน้ำท่วมใหญ่รับปีใหม่ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ราย

กรุงจาการ์ต้าเจอน้ำท่วมฉับพลันร้ายแรงสุดรอบ 7 ปี ดินถล่ม ถนนหลายสายอัมพาต อพยพนับหมื่น เหตุจากฝนตกหนักคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ทางการอินโดนีเซียแถลงในวันนี้ (2 ม.ค.) ระบุว่า สืบเนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกอย่างหนักสะสมตั้งแต่ช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ทั่วกรุงจาการ์ต้า

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนในเขตเมืองไปแล้วกว่า 30,000 คน โดยตัวเลขนี้ยังไม่การอพยพประชาชนที่อาศัยในปริมณฑลของเมือง ถนนหลักของเมืองในหลายเส้นทางถูกปิดเนื่องจากระดับน้ำสูง รถไฟไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง และไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ น้ำท่วมรันเวย์ของสนามบินในประเทศมีการยกเลิกเที่ยวบินในประเทศบางเที่ยวบิน

โฆษกกระทรวงกิจการสังคมเผยกับรอยเตอร์ว่า ขณะนี้ตัวเลขอยู่เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 21 ราย แต่ทางโฆษกของหน่วยงานด้านภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่า กำลังรวบรวมข้อมูลที่ยีนยันตัวเลขอย่างชัดเจน

ในรายงานข่าวผู้เสียชีวิตพบว่ามี เหยื่่อน้ำท่วมรายหนึ่งเป็นเด็กอายุ 8 ขวบเสียชีวิตจากดินถล่ม และมีผู้สูงวัยวัย 82 ปีอีกราย

 

ขณะเหยื่อรายอื่นๆ เสียชีวิตจากการจมน้ำ ภาวะตัวเย็นเกิน และถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ภัยพิบัติน้ำท่วมนี้นับเป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรกงสุดของกรุงจาการต้า นับตั้งแต่เหตุน้ำท่วมปี 2013

กรุงจาการต้ามักได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นประจำ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูมรสุมของอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ประกอบกับสภาพผังเมืองที่ย้ำแย่และแออัด ส่งผลให้จาการ์ต้าเจอปัญหาน้ำท่วมและเมืองทรุดตัวหลายครั้ง

 

ตีแผ่เบื้องหลังการ์ดอวยพรปีใหม่ ที่แท้มาจากหยาดเหงื่อนักโทษในจีนที่ถูกใช้เยี่ยงทาส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610607

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 19:58 น.

ตีแผ่เบื้องหลังการ์ดอวยพรปีใหม่ ที่แท้มาจากหยาดเหงื่อนักโทษในจีนที่ถูกใช้เยี่ยงทาส

เบื้องหน้าของการ์ดที่สวยงามที่เราส่งให้กันในเทศกาลปีใหม่ กลับมีเบื้องหลังที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อของนักโทษในเรือนจำของจีน

ประเด็นการบังคับใช้แรงงานนักโทษของจีนเยี่ยงทาสกลายเป็นที่สนใจไปทั่วโลกอีกครั้งหลังจาก ฟลอเรนซ์ วิดดี้คอมบ์ เด็กหญิงวัย 6 ขวบชาวอังกฤษ พบข้อความขอความช่วยเหลือในการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสที่ซื้อมาจากเทสโก้ ห้างค้าปลีกรายใหญ่ในอังกฤษ โดยการ์ดดังกล่าวถูกเขียนโดยผู้ต้องขังในเรือนจำของจีน

ข้อความในการ์ดที่ผลิตโดยบริษัท เจ้อเจียง หยุนก่วง พรินติ้ง ของจีนซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของเทสโก้ ระบุว่า “เราเป็นนักโทษชาวต่างชาติในเรือนจำชิงผู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ของจีน ถูกบังคับให้ทำงานโดยปราศจากความสมัครใจ ได้โปรดช่วยพวกเราและแจ้งเรื่องนี้ไปยังองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนด้วย”

เรื่องราวอื้อฉาวนี้ถูกตีแผ่ครั้งแรกโดยหนังสือพิมพ์ The Sunday Times ซึ่งรายงานว่า เจ้าของข้อความขอความช่วยเหลือยังขอร้องให้ผู้ที่พบข้อความดังกล่าวติดต่อไปยัง ปีเตอร์ ฮัมฟรีย์ ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษที่เคยถูกจำคุกที่เรือนจำแห่งเดียวกันนี้ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งพ่อของหนูน้อยคนนี้ได้ทำตามคำขอที่ว่า

ขณะที่ฮัมฟรีย์นอกจากจะเปิดโปงการใช้แรงงานทาสในเรือนจำกับ The Sunday Times แล้ว ยังติดต่อไปยังอดีตนักโทษในเรือนจำต้นทางซึ่งหลายคนยืนยันว่ามีการบังคับใช้แรงงานผู้ต้องขังต่างชาติจริง โดยหนึ่งในอดีตผู้ต้องขังเผยว่าเคยถูกบังคับให้บรรจุหีบห่อและติดป้ายสินค้าของเทสโก้อย่างน้อย 2 ปี ส่วนฮัมฟรีย์เองก็เคยเห็นป้ายสินค้าแบรนด์เนมช่วงที่ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำชิงผู่

ล่าสุด The Sunday Times รายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนักโทษชาวในจีเรียในเรือนจำของจีน เผยว่าเขากับเพื่อนนักโทษชาวในจีเรียอีกคนหนึ่งรวมกันเขียนข้อความขอความช่วยเหลือลักษณะนี้ 10 ฉบับ ก่อนที่หนูน้อยวัย 6 ขวบจะพบหนึ่งในนั้น

แม้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเทสโก้ บริษัทผู้ผลิต และทางการจีนจะยืนยันว่าไม่มีการใช้แรงงานผู้ต้องขังตามที่เป็นข่าว แต่กรณีล่าสุดนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวว่านักโทษในจีนแอบเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือใส่มาในสินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศตะวันตก

เมื่อปี 2012 จูลี คีธ จากรัฐโอเรกอนของสหรัฐ พบข้อความจากชุดอุปกรณ์แต่งตัวเทศกาลฮาโลวีนเขียนว่า “หากคุณซื้อสินค้าชิ้นนี้กรุณาส่งจดหมายนี้ไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชน คนนับพันที่ถูกรัฐบาลจีนลงโทษจะขอบคุณและจดจำคุณตลอดไป”

จดหมายที่ระบุพิกัดว่าเขียนจากหน่วยที่ 8 แผนก 2 ค่ายแรงงานหม่าซันเจียใกล้กับเมืองเสิ่นหยางในมณฑลเหลียวหนิงของจีนแผ่นนี้ยังเขียนต่ออีกว่า ผู้ต้องขังถูกบังคับให้ทำงานวันละ 15 ชั่วโมงทุกวัน มิฉะนั้นจะถูกทรมาน

อีก 2 ปีต่อมา แคเรน วิซินสกา จากไอร์แลนด์เหนือ พบข้อความที่มาจากเรือนจำในมณฑลหูเป่ยซ่อนอยู่ในกางเกงที่ซื้อจากร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่น ไพรมาร์ก (Primark) ระบุว่า “งานของพวกเราในเรือนจำคือผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับส่งออก พวกเราทำงานวันละ 15 ชั่วโมง ส่วนอาหารที่พวกเรากินแย่ยิ่งกว่าอาหารหมูอาหารหมาเสียอีก”

ข้อความทำนองเดียวกันนี้ยังถูกพบในการ์ดวันคริสต์มาสเมื่อปี 2017

อันที่จริงการใช้แรงงานผู้ต้องขังไม่ถือว่าละเมิดกฎขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) แต่ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของนักโทษ และสภาพของการทำงาน รวมถึงค่าตอบแทนต้องเทียบได้กับการทำงานของบุคคลทั่วไปที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน

ส่วนกฎหมายของจีนกำหนดให้การใช้แรงงานเป็นส่วนหนึ่งของการรับโทษ และส่วนใหญ่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง

ทว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนภายนอกจะรู้ว่ากฎหมายข้อบังคับต่างๆ ถูกปฏิบัติตามมากน้อยเพียงใด ดังที่องค์กรส่งเสริมสิทธิแรงงาน Ethical Trading Initiative ระบุว่าบริษัทต่างๆ มักจะถูก “หลอกลวง” ให้เชื่อว่าการใช้แรงงานผู้ต้องขังเป็นไปตามมาตรฐานของ ILO

ขณะที่บริษัทชื่อดังหลายแห่ง อาทิ H&M, 3M, C&A รวมทั้งเทสโก้ที่จำหน่ายการ์ดที่มีข้อความขอความช่วยเหลือในกรณีล่าสุด ล้วนมีข้อห้ามชัดเจนว่าไม่ให้ซัพพลายเออร์บังคับใช้แรงงาน ไม่ใช้แรงงานผู้ต้องขัง หรือแรงงานผิดกฎหมาย หากพบฝ่าฝืนจะยกเลิกสัญญาทันที และยังมีการสุ่มตรวจโรงงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อย่างไรก็ดี ฮัมฟรีย์ เคยระบุไว้ในบทความเรื่อง Chinese prisoners allegedly made products for H&M and C&A (ดูเหมือนว่านักโทษจีนจะผลิตสินค้าให้กับ H&M และ C&A) เมื่อปีที่แล้วว่า หากมีการใช้แรงงานผู้ต้องขังจริง บริษัทเหล่านี้อาจจะไม่รู้ตัว เนื่องจากบริษัทต่างๆ จะใช้วิธีทำสัญญากับโรงงานโรงงานหนึ่งให้ผลิตสินค้า แต่หลังจากนั้นโรงงานอาจไปว่าจ้างโรงงานอื่นอีกทอดหนึ่ง

ดังนั้น แม้จะสุ่มตรวจโรงงานก็จะไม่พบการบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมาย เพราะบริษัทตรวจเฉพาะโรงงานที่ตัวเองทำสัญญาด้วยเท่านั้น ไม่มีทางรู้เลยว่าบริษัทที่ทำสัญญาช่วงมีสภาพการทำงานอย่างไร

ในบทความนี้ยังระบุอีกว่า มีรายงานว่าบริษัทสิ่งทอของจีนบางแห่งว่าจ้างโรงงานในเกาหลีเหนือให้ผลิตสินค้า แล้วติดป้าย “Made in China” รวมทั้งมีการว่าจ้างแรงงานผู้ต้องขังในจีนด้วย เพราะมีค่าแรงต่ำ

ควันไฟป่าออสเตรเลียลามไกลถึงนิวซีแลนด์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610598

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 18:31 น.

ควันไฟป่าออสเตรเลียลามไกลถึงนิวซีแลนด์

หมอกควันจากไฟป่าในออสเตรเลีย ลอยไกลกว่า 2 พันกิโลฯ ปกคลุมเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ทำท้องฟ้าเปลี่ยนสีส้ม

เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า ชาวนิวซีแลนด์บริเวณเกาะใต้ ตื่นเช้ารับวันแรกของปี 2020 ท่ามกลางท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีส้ม อันเป็นผลกระทบจากปัญหาไฟป่าในออสเตรเลีย โดยรายงานระบุว่า ช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 2019 ในวันส่งท้ายปีเก่าที่เมือง Queenstown บริเวณทางใต้ของประเทศท้องฟ้ายังคงสดใสเห็นยอดของภูเขาในบริเวณโดยรอบอย่างชัดเจน แต่เมื่อผ่านเข้าสู่ศักราชใหม่ในวันที่ 1 ม.ค. 2020 ท้องฟ้าของเมืองปกคลุมไปด้วยหมอกควันที่ลอยเป็นระยะทางไกลกว่า 2,000 กิโลเมตรจากออสเตรเลีย

สำนักพยากรณ์อากาศแห่งชาติออสเตรเลียเผยว่า ความรุนแรงจากไฟป่าในออสเตรเลียได้ก่อให้เกิดหมอกควันปกคลุมในหลายพื้นที่ของออสเตรเลียรวมถึงนครซิดนีย์ กระทั่งกลุ่มควันได้ถูกกระแสลมพัดหอบมาปกคลุมถึงนิวซีแลนด์ ซึ่งนี่นับเป็นครั้งที่ 4 ของฤดูร้อนในปีนี้แล้วที่นิวซีแลนด์ได้รับผลกระทบจากควันไฟป่าดังกล่าว

https://twitter.com/gemmampaynter/status/1212147788093390848

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเผชิญปัญหาไฟป่าอย่างหนักหน่วงนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นจนมา โดยล่าสุดพบว่าช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ เจอไฟป่าอย่างรุนแรงจนเผาไหม้บ้านเรือนประชาชนไปแล้วนับร้อยหลัง โดยช่วง 24 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 30-31 ธ.ค.ของปีก่อน อุณหภูมิที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ประกอบกับลมแรง ทำให้ไฟป่าเพิ่มขึ้นอีกกว่า 200 จุด ทั่วทั้งรัฐวิกตอเรีย โดยมีรายงานด้วยว่าที่เมืองMallacoota ผู้คนต้องหนีออกจากบ้านเรือนไปยังพื้นที่ชายหาด เนื่องจากไฟป่าได้ลุกลามเข้ามายังเขตที่พักอาศัยของประชาชน

 

Photo: Jason Thompson

ม็อบฮ่องกงนับหมื่นคิกออฟประท้วงรับวันปีใหม่ 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610585

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 16:22 น.

ม็อบฮ่องกงนับหมื่นคิกออฟประท้วงรับวันปีใหม่ 2020

ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงหลายหมื่นรวมตัวประท้วงรัฐบาลต่อเนื่องรับปีใหม่

แม้จะเป็นวันแรกของการเข้าสู่ศักราชใหม่ 1 มกราคม แต่ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงยังคงเดินหน้าต่อสู้ประท้วงกับรัฐบาลต่อไปแม้จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ก็ตาม โดยรายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่นคนทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้มีอายุ พร้อมใจกันใส่เสื้อสีดำ นัดรวมตัวกันบริเวณสวนสาธารณะ Victoria Park ต่อเนื่องยาวไปจนถึงย่านCauseway Bay ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและย่านธุรกิจชื่อดัง

การรวมตัวครั้งนี้นับเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งแรกของปี 2020 นับตั้งแต่ที่ฮ่องกงเผชิญความไม่สงบทางการเมืองมานานกว่า 7 เดือน

คืนก่อนหน้านี้ในช่วงหลังการเคาท์ดาวน์เข้าสู่ศักราชใหม่เพียงไม่กี่นาที มีรายงานผู้ชุมนุมบางส่วนที่รวมตัวในเขตมงก๊กได้จุดไฟเผาเครื่องกีดขวาง ก่อนที่ตำรวจจะใช้แก๊สน้ำตาพร้อมกระสุนยางเข้าระงับเหตุเป็นรอบแรกของปี 2020 ที่บริเวณย่านการค้าหลายแห่ง ขณะที่ผู้ประท้วงหัวรุนแรงบางกลุ่มได้ตอบโต้เจ้าหน้าที่ด้วยระเบิดเพลิง

 

แกนนำกลุ่ม Civil Human Rights Front ซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาลในวันนี้ (1 ม.ค.) กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความต้องการของเราในปี 2019 ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล เราจึงต้องดำเนินการเรียกร้องต่อไปในปี 2020″

ขณะที่ผู้ชุมนุมรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ถึงการรวมตัวประท้วงในวันปีใหม่ว่า “เป็นการยากที่จะกล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่” เพราะคนฮ่องกงไม่มีความสุข”

 

“หากไม่สามารถบรรลุข้อเรียกร้องทั้งห้าได้ รวมถึงตำรวจต้องรับผิดชอบต่อความโหดเหี้ยมของพวกเขา เราจึงยังไม่มีวันปีใหม่ที่แท้จริง” เขากล่าวถึงการผลักดันให้เกิดการเรียกร้องจากรัฐบาลจากประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ รวมถึงการนิรโทษกรรมแก่ประชาชนกว่า 6,500 คนที่ถูกจับกุมและเรียกร้องการสอบสวนอย่างเป็นธรรมจากการกระทำของตำรวจปราบจลาจล

 

รายงานล่าสุดของรอยเตอร์ระบุว่า เมื่อเวลา 17.13 น ตำรวจฮ่องกงได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนในเขตหว่านไจ๋ ซึ่งผู้ชุมนุมที่ออกมาเดินขบวนในวันนี้มีที่เป็นครอบครัวที่มีเด็กรวมอยู่ด้วย เหตุดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประท้วงที่เป็นกลุ่มแนวหน้าเข้าตอบโต้ทันที

 

 

 

 

 

 

ผู้ประท้วงอิรักบุกโจมตีหน้าสถานทูตสหรัฐในแบกแดด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610581

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 15:35 น.

ผู้ประท้วงอิรักบุกโจมตีหน้าสถานทูตสหรัฐในแบกแดด

สถานทูตสหรัฐในแบกแดดยิงแก๊สน้ำตาสกัดม็อบอิรักพยายามบุกสถานทูต เหตุไม่พอใจทัพสหรัฐโจมตีกลุ่มกาตาอิบ เฮสบอลเลาะห์

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้ประท้วงชาวอิรักขนาดใหญ่สนับสนุนกลุ่มกาตาอิบ เฮสบอลเลาะห์ รวมถึงกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลอิรัก ได้รวมตัวประท้วงแสดงความไม่พอใจด้านหน้าสถานทูตอิรักในกรุงแบกแดด เพื่อแสดงไม่พอใจที่กองทัพสหรัฐได้สังหารสมาชิกกาตาอิบ เฮสบอลเลาะห์ 25 รายที่ล้วนเป็นฝ่ายสนับสนุนอิหร่าน

สถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดตั้งอยู่ในเขตกรีนโซน ซึ่งเป็นโซนปลอดภัยของกรุงแบกแดด โดยเหตุดังกล่าวสืบเนื่องจากที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทัพสหรัฐได้เข้าโจมตีฐานที่มั่น 5 แห่งของกลุ่มกาตาอิบ เฮสบอลเลาะห์ ทั้งในซีเรียและในอิรัก เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มกาตาอิบ เฮสบอลเลาะห์ ปะทะกองกำลังพันธมิตรในอิรักภายใต้การนำโดยสหรัฐ

สำหรับกลุ่มกาตาอิบ เฮสบอลเลาะห์ เป็นกองกำลังติดอาวุธชาวชีอะฮ์ในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนโดยอิหร่าน มีสมาชิกกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งในซีเรียและอิรัก แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน

การร่วมตัวประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐส่งผลให้จุดตรวจการณ์บริเวณทางเข้าออกสถานทูตถูกเผา ผู้ประท้วงยึดรถบัสประจำสถานทูตสองคัน มีรายงานการปะทะกันระหว่างฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสถานทูตจนเป็นเหตุให้ผู้ประท้วงบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางและแก๊สน้ำตา

การชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงได้ปิดทางเข้าออกสถานทูตสหรัฐ แต่ทางด้านกระทรวงต่างประเทศได้ทำการอพยพเอกอัครราชทูตสหรัฐและเจ้าหน้าที่ออกจากสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดแล้วเพื่อความปลอดภัย โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่บางส่วนรักษาการเพื่อความปลอดภัยอยู่ภายใน

 

เหตุดังกล่าวส่งผลให้รมว.กลาโหมสหรัฐได้ทวีตในช่วงคืนวันอังคารที่ผ่านมาว่า ทหารประมาณ 750 ราย จะถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคดังกล่าวทันทีในเวลาไม่กี่วันข้างหน้า

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้ชักใยการโจมตีสถานทูต พร้อมขู่ว่าอิหร่านจะต้องชดใช้ต่อเหตุโจมตีสถานทูตสหรัฐในแบกแดด

ด้านนายกรัฐมนตรีอับเดล มาห์ดี ออกแถลงการณ์ประท้วงสหรัฐถึงปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 25 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน เพราะถือเป็นการกระทำที่ละเมิดอธิปไตยของอิรัก เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากอิรัก แม้มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

 

เน็ตไอดอลจีนขายแบบมือโปร ไม่ได้โชว์แค่หน้าตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610569

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 13:58 น.

PostToday Podcast:Deep Talk Ep.22เน็ตไอดอลจีนขายแบบมือโปร ไม่ได้โชว์แค่หน้าตา

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ประมวลภาพความอลังการพลุปีใหม่ทั่วโลกคืนส่งท้ายสู่ปี 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610562

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 12:35 น.

ประมวลภาพความอลังการพลุปีใหม่ทั่วโลกคืนส่งท้ายสู่ปี 2020

จากซิดนีย์ สู่ดูไบ และปารีส ชมความสวยงามของภาพดอกไม้ไฟต้อนรับศักราชใหม่ 2020

โพสต์ทูเดย์รวบรวมภาพบรรยากาศการจุดพลุเฉลิมฉลองเพื่อเข้าสู่ศักราชใหม่ในปี ค.ศ. 2020 หรือพุทธศักราช 2563 ให้ผู้อ่านได้ชม โดยครั้งนี้พบว่าบางเมืองที่เคยเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการชมพลุเคาท์ดาวน์ของโลก โชว์ดอกไม้ไฟไม่อลังการเทียบเท่ากับหลายๆปีที่ผ่านมา

 

NZ Herald

โอ็คแลนด์

ที่เมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์นับว่าเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกๆของโลกที่เข้าสู่ศักราชใหม่ โดยที่หอคอยสกายทาวเวอร์อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็มีการจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองเช่นทุกปี แม้ว่าปี 2019 ที่ผ่านมานิวซีแลนด์จะเจอเหตุการณ์รุนแรงสองครั้งคือ เหตุบุกกราดยิงมัสยิดไครสต์เชิร์ช วันที่ 15 มีนาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 51 ราย กับเหตุภูเขาไฟเกาะไวท์ระเบิดในเดือนธันวาคม ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต 19 ราย

 

 

ซิดนีย์

ที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ แม้จะเกิดเหตุไฟป่าอย่างรุนแรง จนเกิดปัญหาฝุ่นควันปกคลุมหลายพื้นที่ของเมือง จนทางการต้องสั่งห้ามประชาชนจุดพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ แต่ที่สะพานฮาร์เบอร์ ของอ่าวซิดนีย์ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการชมดอกไม้ไฟปีใหม่ของโลก ก็ยังคงมีการจุดพลุเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เช่นที่ผ่านมาทุกปี

 

 

ฮ่องกง

ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมา เขตบริหารพิเศษฮ่องกงเผชิญการประท้วงทางการเมืองอันยืดเยื้อ จึงส่งผลให้ในคืนส่งท้ายปีใหม่ บรรยากาศการจุดพลุเฉลิมฉลองเงียบเหงากว่าทุกปี โดยมีการโชว์จุดพลุเฉลิมฉลองที่ยอดตึกบริเวณอ่าววิคตอเรียเพียงบางส่วนไม่อลังการเหมือนกับปีก่อนๆ โดยเน้นการโชว์เลเซอร์แสงสีแทนการจุดพลุ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจอย่างเข้มงวด

 

 

ดูไบ

ไฮไลท์การจุดพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) อยู่ที่การจุดพลุของตึกสูงที่สุดในโลก “เบิร์จ คาลิฟา” โดยปีนี้ยูเออีสร้างสถิติโลกในการจุดพลุส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถึง 2 รายการซ้อน คือ การจุดพลุจากโดรนกลางอากาศ จำนวนมากถึง 173 ลำ และการแสดงน้ำตกพลุไฟ ที่มีการจุดพลุอย่างต่อเนื่องยาวที่สุดในโลก

 

มอสโก

กรุงมอสโกของรัสเซีย ก็มีการจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ที่บริเวณจตุรัสแดง ท่ามกลางอุณหภูมิในเดือนธันวาคมที่อบอุ่นมากกว่าทุกปี โดยในปีนี้ชาวมอสโกเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยอุณภูมิไม่ถึงติดลบ และยังคงไม่มีหิมะตก

 

เบอร์ลิน

ผู้คนนับหมื่นคนรวมตัวกันที่หน้าประตูบราเดนบูร์กในกรุงเบอร์ลิน เพื่อชมความงามของการจุดพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ แตกต่างกับเมืองอื่นๆอย่างนครมิวนิกและฮัมบูร์กที่ทางการสั่งห้ามจุดพลุดอกไม้ไฟจากความกังวลเกี่ยวกับอันตรายจากสิ่งแวดล้อมและอันตรายจากดอกไม้ไฟ โดยผลจากสถาบันวิจัยฟอร์ซาพบว่า 59% ของชาวเยอรมันจะสนับสนุนการห้ามการจุดพลุดอกไม้ไฟในใจกลางเมืองขณะที่ 37% คัดค้าน

 

 

ปารีส

กรุงปารีสของฝรั่งเศสถือเป็นแลนมาร์กไฮไลท์การชมความงามของดอกไม้ไฟ โดยทั้งชาวปารีสและนักท่องเที่ยวต่างรวมตัวกันเพื่อชมความงามของการจุดดอกไม้ไฟและดวงไฟที่ประดับประดาตามถนนชองเอลิเซ่ โดยจุดยอดนิยมนอกเหนือจากบริเวณหอไอเฟลแล้ว คือบริเวณถนนชองเอลิเซ่ที่จะมองเห็นการโชว์แสงสีบริเวณประตูชัย Arc de Triomphe

 

 

 

ลอนดอน

กรุงลอนดอนของอังกฤษแม้หอนาฬิกาบิ๊กเบนจะยังคงปิดซ่อมแซมครั้งใหญ่ ระฆังบนหอนาฬิกาบิ๊กเบนได้ดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณการเข้าสู่ศักราชใหม่ พลุดอกไม้ไฟนับพันๆลูกได้ถูจุดขึ้นตลอดแนวแม่น้ำเทมส์บริเวณอาคารรัฐสภาจนถึงลอนดอนอายอย่างตระการตา

Photo : AFP

ฮ่องกงเคาท์ดาวน์รับปีใหม่ด้วยแก๊สน้ำตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610550

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 10:54 น.

ฮ่องกงเคาท์ดาวน์รับปีใหม่ด้วยแก๊สน้ำตา

ม็อบฮ่องกงปะทะตำรวจต้อนรับศักราชใหม่หลายพื้นที่เพียงไม่กี่นาทีหลังเข้าสู่ปี 2020 คาดเตรียมนัดเดินขบวนชุมนุมใหญ่หลังปีใหม่

เอเอฟพีรายงานว่า ในคืนเคาท์ดาวน์เข้าสู่ศักราชใหม่ในปี 2020 ที่ฮ่องกง ปีนี้เต็มไปด้วยความเงียบเหงากว่าหลายๆปีที่ผ่านมา อันเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุความรุนแรงทางการเมือง โดยเมื่อช่วงคืนวันส่งท้ายปีเก่าหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2020 เพียงไม่กี่นาที เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่

 

รายงานระบุว่า ผู้ชุมนุมบางส่วนที่รวมตัวในเขตมงก๊กได้จุดไฟเผาเครื่องกีดขวาง ก่อนที่ตำรวจจะใช้แก๊สน้ำตาพร้อมกระสุนยางเข้าระงับเหตุเป็นรอบแรกของปี 2020 ที่บริเวณย่านการค้าหลายแห่ง ขณะที่ผู้ประท้วงหัวรุนแรงบางกลุ่มได้ตอบโต้เจ้าหน้าที่ด้วยระเบิดเพลิง

เช่นเดียวกับเพียงไม่กี่นาทีสุดท้ายของปี 2019 มีรายงานตำรวจใช้ปืนฉีดน้ำเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดรวมตัวบริเวณใกล้ย่าน Prince Edward เพื่อจุดเทียนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

มีรายงานว่าในช่วงเย็นของวันปีใหม่นี้ คาดหมายว่ากลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงจะนัดรวมพลเดินขบวนใหญ่เป็นนัดแรกของปี 2020

อ้างระบบศาลไม่ยุติธรรม อดีตซีอีโอนิสสันหนีคดีจากญี่ปุ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610515

  • วันที่ 31 ธ.ค. 2562 เวลา 14:13 น.

อ้างระบบศาลไม่ยุติธรรม อดีตซีอีโอนิสสันหนีคดีจากญี่ปุ่น

คาร์ลอส กอสน์ อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทนิสสัน ได้หลบหนีจากประเทศญี่ปุ่นไปยังเลบานอน โดยอ้างว่าเพื่อหนีความอยุติธรรมในญี่ปุ่นระหว่างที่ตัวเขาได้รับการประกันตัวเพื่อรอการพิจารณาคดีมีพฤติกรรมที่มิชอบทางการเงิน

ในแถลงการณ์กอสน์ วัย 65 ปีกล่าวว่าเขาจะ “ไม่ยอมถูกจับเป็นตัวประกันโดยระบบความยุติธรรมญี่ปุ่นอีกต่อไป ซึ่งเป็นระบบที่ตีความไว้ก่อนว่าจำเลยกระทำความผิด และมีการเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน”

เขายังกล่าวว่า “ผมไม่ได้หลบหนีความยุติธรรม ผมหลบหนีความอยุติธรรมและการกดขี่ข่มเหงทางการเมือง” และย้ำว่าเขาจะติดต่อกับสื่ออย่างเป็นอิสระมากขึ้นในสัปดาห์หน้า

ขณะนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ากอสน์เดินทางออกจากญี่ปุ่นได้อย่างไร เนื่องจากเงื่อนไขการประกันตัวทำให้เขาไม่สามารถออกจากประเทศญี่ปุ่น โดยเขาถูกกักตัวไว้ได้ตั้งแต่การจับกุมอย่างกระทันหันในเดือนพฤศจิกายน 2018 เป็นกรณีที่ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลกธุรกิจ

แม้แต่ทนายความของเขา คือ จุนอิจิโร ฮิโรนากะ ก็ไม่ทราบเรื่องที่ลูกความหลบหนีไป และยืนยันว่าหนังสือเดินทางของกอสน์จยังอยู่กับทีมทนายความ และยังไม่ทราบว่าจะติดต่อกับเขาอย่างไร

อย่างไรก็ตาม สื่อเลบานอนรายงานว่า กอสน์เดินทางออกจากญี่ปุ่นโดยเครื่องบินส่วนตัวจากตุรกีถึงเลบานอนซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของพ่อแม่ของเขา และเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กที่ประเทศนี้ นอกจากนี้ ชาวลเบานอนยังมองกอสน์เป็นเสมือนตัวแทนความสำเร็จของชาวเลบานอนอพยพ และต่างรู้สึกช้อคที่เขาถูกทารงการญี่ปุ่นจับกุม

ที่ผ่านมากอสน์และทนายของเขาเแสดงความกังวลว่าจะไม่ได้รับการไต่สวนคดีอย่างเป็นธรรมในญี่ปุ่น และได้เรียกร้องให้มีการยกฟ้อง เนื่องจากสำนักงายอัยการญี่ปุ่นละเลยขั้นตอนในการดำเนินคดี

การหลบหนีจากญี่ปุ่นอย่างกะทันหันของกอสน์นั้นน่าทึ่งพอๆ กับตอนที่เขาถูกจับกุมกลางสนามบินโตเกียว

เมื่อวันที่ 19 เดือนพฤศจิกายน ปี 2018 อัยการญี่ปุ่นบุกจับกอสน์คาเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของเขาและนำตัวไปที่เรือนจำในโตเกียวและต้องอยู่มากกว่า 100 วันในสภาพที่คับแค้นเหมือนอยู่กันคนละโลกกับวิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือของเขาในฐานะผุ้บริหารบริษัทยานยนต์ชั้นนำของโลก

ในที่สุดเขาก็ถูกประกันตัวออกมาจากเรือนจำในเดือนมกราคม 2019 โดยวันที่ออกมานั้นเขาอำพรางตัวอยู่ในชุดคนงานพร้อมหน้ากากและหมวกปิดยังเพื่อหลอกสื่อโลกที่ตั้งท่ารออยู่ด้านนอก

จากนั้นเช้าวันหนึ่งในเดือนเมษายน 2019 เขาก็ถูกจับกุมอีกครั้งหนึ่งด้วยความผิดอีกกระทงหนึ่ง เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะครบกำหนดจัดงานแถลงข่าว

ก่อนหน้านี้ เขาปล่อยวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้าซึ่งเขกล่าวหาว่า “ถูกแทงข้างหลัง” โดยผู้บริหารระดับสูงของนิสสันที่ “สมรู้ร่วมคิดกัน”

ต่อมาในเดือนนั้นเขาได้รับการปล่อยตัวหลังจากประกันตัวอีกครั้ง คราวนี้เขาออกมาในชุดสูทธุรกิจ และหลังจากนั้นเขาอยู่ที่โตเกียวมาตลอดเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการ “ต่อสู้” ในคดีความ

สำหรับกระทงแรกนั้น เขาถูกกล่าวหาว่า รายงานรายระหว่างปี 2010 – 2018 ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง พยายามปกปิดจำนวนเงินที่เขาได้รับการชดเชยจากบริษัท และไม่ประกาศเรื่องนี้กับผู้ถือหุ้นให้ทราบ

นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่าโอนเงินจำนวนหลายล้านจากกองทุนนิสสันไปยังตัวแทนจำหน่ายในประเทศโอมาน ซึ่งคาดว่ากอสน์จะได้รับเงิน 5 ล้านเหรียญสหรัญไปใช้จ่ายส่วนตัว

เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างต่อเนื่องโดยบอกว่าเป็น “แผน” ของผู้บริหารนิสสันที่จะกำจัดเขาเพราะพวกเขากลัวว่ากอสน์จะพานิสสัน ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นไปอยู่ใกล้ชิดกับเรโนลต์ให้มากขึ้น โดยกอสน์เป็นผู้ผนึกกำลังพันธมิตร 3 ฝ่ายคือนิสสัน มิตซูบิชิมอเตอร์สและเรโนลต์

หลังจากถูกดำเนินคดี กอสน์สูญเสียอาณาจักรธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสร้างขึ้นมาจนได้รับการยกย่องไปทั่วโลก เขาถูกไล่ออกจากนิสสันและมิตซูบิชิมอเตอร์ส และเขาลาออกจากเรโนลต์ในท้ายที่สุด