“รากเหง้าปัญหาปัตตานี” ย้อนประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง 110ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605964

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 19:50 น.

The Expert Ep.12 รากเหง้าปัญหาปัตตานี สำรวจประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง 110 ปี

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

แมวหน้าเอ๋อมาจากไหน ทำไมถึงเล่นกันจนรกโลกโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605961

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 19:05 น.

แมวหน้าเอ๋อมาจากไหน ทำไมถึงเล่นกันจนรกโลกโซเชียล

เจ้าแมวหน้าเอ๋อตัวนี้ถูกเล่นเป็นมีม (Meme) มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2019 โดยตอนแรกมันถูกโพสต์เป็นภาพเดี่ยวๆ ก่อนในเว็บไซต์ Tumblr เมื่อปี 2018 พร้อมแคปชั่นว่า “he no like vegetals” (เขาไม่ชอบผัก) ปรากฎว่าได้ไลค์ไปถึง 120,000 ไลค์

แต่เท่านั้นยังไม่พอ ในปี 2019 มีคนขี้เล่นนำภาพของแมวเซ็งผักมาประกบภาพแคปหน้าจอจากรายการเรียลิตี้โชว์ The Real Housewives of Beverly Hills ตอนที่สมาชิกในรายการชื่อ เทย์เลอร์ อาร์มตรอง กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อนำภาพของเทย์เลอร์กับแมวหน้าเอ๋อมาประกบกัน กลายเป็นส่วนผสมของมีมที่ฮิตระเบิด หลังจากเดือนพฤาภาคม 2019 เป็นต้นมามันถูกแชร์และใช้เล่นมุกต่างๆ จนนับไม่หวาดไม่ไหว

ถือเป็นมีมยอดนิยมที่สุดของปีนี้ จนกระทั่งมันฮิตในเมืองไทย ซึ่งแม้จะช้ากว่าแต่ก็ยังถือว่าตามเทรนด์ได้ทันกับชาวโซเชียลที่อื่นๆ

หากมีใครสงสัยว่า แมวหน้าเอ๋อตัวนี้มีตัวตนหรือไม่ ตอบว่ามันมีตัวตนจริงๆ เจ้าของของมันคือมิแรนดา สติลลาบาเวอร์ เป็นชาวแคนาดาในมณฑลออตตาวา แมวตัวนี้มีชื่อ สมัดจ์ (Smudge) อายุ 6 ปี เป็นแมวจรจัดที่ถูกเจ้าของคนนี้อุปการะ

ตอนนี้เจ้าสมัดจ์มีแฟนคลับในอินสตาแกรมถึง 1.1 ล้านผู้ติดตามในชื่อแอคเคาท์ smudge_lord ซึ่งเจ้าของก็ยังเล่นมุกแมวเกลียดผักอยู่จนถึงตอนนี้ แต่เจ้าสมัดจ์ก็ยังมีลีลาเอ๋อๆ แบบอื่นๆ อีกมากมาย

จักรพรรดิญี่ปุ่นเลียบพระนครให้ประชาชนชื่นชมพระบารมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605937

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 14:56 น.

จักรพรรดิญี่ปุ่นเลียบพระนครให้ประชาชนชื่นชมพระบารมี

ประชาชนชาวญี่ปุ่นหลายหมื่นคน ร่วมโบกธงรับเสด็จสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ตลอด 2 เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนต์พระที่นั่งไปตามท้องถนนของกรุงโตเกียว เพื่อเฉลิมฉลองง่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้เลื่อนจากกำหนดการณ์เดิมวันที่ 22 ตุลาคม เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นประสบกับภัยพายุไต้ฝุ่นไต้ฝุ่นฮากิบิส

ประชาชนจำนวนหนึ่งมารอเฝ้าชมพระบารมีโดยนอนพักริมถนนกันข้ามคืน หลายคนให้สัมภาษณ์ว่าเฝ้ารอชมขบวนเสด็จในครั้งนี้เพราะเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต

โดยขบวนเสด็จมีระยะทางทั้งสิ้น 5 กิโลเมตรโดยเริ่มที่พระราชวังหลวงกรุงโตเกียวไปยังพระราชวังอากาซากะ ใช้เวลา 30 นาที โดยสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีทรงปรากฎพระองค์ในฉลองพระองค์แบบตะวันตก ประทับในรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน

รัฐบาลญี่ปุ่นมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยใช้ักำลังตำรวจหลายพันนาย ตั้งจุดตรวจ 40 จุด ห้ามเซลฟี ห้ามนำขวดน้ำ และแผ่นป้าย หรือห้ามร้องตะโกน ส่วนประชาชนที่อาศัยในอาคารสูงตามขบวนเสด็จ ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าห้ามมองลงมาข้างล่าง

ชมภาพประวัติศาสตร์

Photo by Behrouz MEHRI / AFP

Photo by Behrouz MEHRI / AFP

Photo by Behrouz MEHRI / AFP

Photo by Behrouz MEHRI / AFP

Photo by Behrouz MEHRI / AFP

Photo by Behrouz MEHRI / AFP

Photo by Behrouz MEHRI / AFP

รวมพลังชาตินิยมจีน ไม่ซื้อสินค้าอเมริกันวันคนโสด 11/11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605927

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 13:38 น.

รวมพลังชาตินิยมจีน ไม่ซื้อสินค้าอเมริกันวันคนโสด 11/11

วันที่ 11 เดือน 11 ของทุกปีคือวันคนโสด (Singles’ Day) ในประเทศจีน และเป็นวันที่จะมีการช็อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์กันอย่างบ้าระห่ำ โดยที่บริษัทอีคอมเมิร์ซใหญ่ๆ เช่น Alibaba ซึ่งเป็นเจ้าของไอเดียการฉลองวันคนโสด จะมีแคมเปญลดแลกแจกแถมและบริการครบครัน ทำให้วันนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้านและเป็นโอกาสรวยของผู้ผลิตสินค้าคตั้งแต่แบรนด์บ้านๆ ไปจนถึงแบรนด์ระดับโลก

เมื่อปีที่แล้ว Alibaba กวาดเงินจากวันคนโสดสูงถึงเกือบ 3.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราเติบโตถึง 27% จากปีก่อน เมื่อดูจากสถิติจะพบว่าตัวเลขโตเกือบทุกปี โดยเรายกสถิติมาให้ดูกันชัดๆ ว่ามหกรรมนี้คือโอกาสทำเงินทำทองอย่างแท้จริงในเมืองจีน

ปี 2017 มีเม็ดเงิน 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตถึง +39% จากปีก่อน

ปี 2016 มีเม็ดเงิน 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตถึง +32% จากปีก่อน

ปี 2015 มีเม็ดเงิน 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตถึง +60% จากปีก่อน

ปี 2014 มีเม็ดเงิน 9.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตถึง +63% จากปีก่อน

ปี 2013 มีเม็ดเงิน 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตถึง +83% จากปีก่อน

และก่อนหน้าปี 2013 ตังเลขโตหลักร้อยหรือหลักพันเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เช่น ปี 2012 โตถึง 267% ปี 2011 โตถึง 456% และปี 2010 โตถึง 1,700% เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นมหกรรมช็อปปิ้งวันคนโสดเมื่อปี 2009

ถึงจะเป็นโอกาสรวย แต่ในปีนี้มีแบรนด์ที่จะ “ซวย” คือสินค้าจากสหรัฐจะถูกกระแสชาตินิยมจีน/ต่อต้านอเมริกันเล่นงานอย่างรุนแรงในวัน 11/11 เนื่องจากผลพวงจากสงครามการค้า ยังไม่นับความรู้สึกที่จีนถูกคุกคามจากวิกฤตในฮ่องกง ซึ่งคนจีนหลายคนมองว่าชาติตะวันตกพยายามใช้โอกาสนี้แทรกแซงจีน

จากการสำรวจความเห็นชาวจีน 2,000 คนโดย AlixPartners บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดในสหรัฐพบว่า 78% บอกว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงสินค้าแบรนด์อเมริกัน และจะหันมาซื้อสินค้าแบรนด์จีน โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะความรู้สึกรักชาติ

ในปีนี้ครบรอบ 10 ปีของวันคนโสดพอดี และ Alibaba จัดแคมเปญใหญ่โดยเชิญนักร้องชื่อดังชาวอเมริกันมาขึ้นเวทีเพื่อฉลองและโปรโมตงานนี้ที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมด้วยดารานักร้องชาวจีนและญี่ปุ่น ถือเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่ชาวจีนพยายามหลีกเลี่ยงแบรนด์สหรัฐ แต่เจ้าของกลับเชิญนักร้องที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐมาเป็นตัวชูโรง

มันไม่ใช่แค่ปูแต่คือสถานะ ทำไมญี่ปุ่นถึงซื้อปูหิมะราคา1.4ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605923

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 12:33 น.

มันไม่ใช่แค่ปูแต่คือสถานะ ทำไมญี่ปุ่นถึงซื้อปูหิมะราคา1.4ล้าน

ปูหิมะที่จับได้ในจังหวัดทตโตะริตะวันตกของญี่ปุ่น กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก หลังจากทำราคาประมูลถึง 5 ล้านเยน (46,000 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1.4 ล้านบาท) ท่ามกลางเสียงกังขาว่าทำไมปูถึงแพงขนาดซื้อบ้านธรรมดาๆ ได้ถึง 1 หลัง

ปูตัวนี้เป็นปูหิมะอิซึกิชิโบชิ (แปลว่า ดาวห้าดวงฉายแสง) เกรดพรีเยี่ยมสูงสุด และหายากที่สุด น้ำหนัก 1.24 กิโลกรัม ความยาวลำตัวทั้งกระดองขนาด 14.6 ซม. ถูกจับหลังจากฤดูจับปลาเริ่มขึ้นในภูมิภาคตอนเที่ยงคืนของวันอังคาร และถูกขายในการประมูลครั้งแรกของฤดูกาลในเมืองทตโตะริ

ผู้ชนะการประมูลคือ เท็ตซึจิ ฮามาชิตะ ประธานผู้ค้าส่งอาหารทะเลท้องถิ่น Kanemasa Hamashita Shoten โดยเมื่อปีที่แล้วบริษัทเดียวกันนี้ ประมูลปูหิมะเป็นเงิน 2 ล้านเยน (หรือ 18,000 เหรียญสหรัฐ) โดยราคาประมูลดังกล่าวได้รับการยอมรับจาก Guinness World Records ว่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ราคาในปีนี้ยิ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว

ปูหิมะอิซึกิชิโบชิตัวนี้จะถูกขายให้กับร้านอาหารในย่านช็อปปิ้งกินซ่าของโตเกียว โดยปูหิมะอิซึกิชิโบชินิยมกินแบบสดๆ หรือซาชิมิเพื่อให้ได้รสชาติของท้องทะเล หรืออาจนพไปกินแบบหม้อไฟ หรือนาเบะ

ปูหิมะในญี่ปุ่นเรียกว่า ซุไวงะนิ ตัวผู้เรียกว่า มัตสึบะ  ตัวเมียเรียกว่า โอยะงะนิ แต่พันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากคือ “เบนิซุไวงะนิ” ซึ่งแปลว่า “รสชาติแห่งฤดูใบไม้ผลิ” นิยมกินกันใมฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว แต่ท้ังหมดนี้ประเภทที่แพงที่สุดและเป็นที่ต้องการมการของบรรดาคนกระเป๋าหนักมากที่สุด คืออิซึกิชิโบชิ

ก่อนหน้าที่จะมีการประมูลปูที่แพงที่สุดในโลกที่จังหวัดทตโตะริ การประมูลครั้งแรกของฤดูกาลจัดขึ้นที่เมืองชินอนเซน จังหวัดเฮียงโงะ ทางตะวันตกของญี่ปุ่นเมื่อวันพุธที่ผ่านมามีการเสนอราคาประมูล 3 ล้านเยนสำหรับปูหิมะที่มีน้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม

สาเหตุที่ปูหิมะที่จังได้ในจังหวัดทตโตะริมีราคาแพงมากเนื่องจากเป็นตัวแรกที่จับได้ในฤดูกาลจับปู และเป็นสัญลัษณ์แสดงสถานะความมั่งมีของผู้ซื้อคนแรกด้วย

อีกสาเหตุที่มันมีราคาแพงคือ ปริมาณความต้องการปูหิมะในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมากนับตั้งแต่ปี 2017 ทำให้ราคาของปูหิมะตัวที่แพงที่สุดในแต่ละปี เพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดด โดยเมื่อปี 2018 อยู่ที่ 18,000 เหรียญสหรัฐ

เนื่องจากมีดีมานด์มากขึ้น จังหวัดทตโตะริจึงริเริ่มกฎเข้มงวดมาใช้ในการตรวจวัดขนาดและปริมาณของปูที่สามารถจับได้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคมปีที่แล้ว หลังจากที่ปริมาณการจับปูครั้งล่าสุดเกือบจะเกินกว่าจำนวนที่อนุญาตตลอดฤดูการประมง เพราะภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกทำให้ที่จังหวัดทตโตะริกลายเป็นแหล่งจับปูหิมะชั้นนำ และจับได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อป้องกันการจับปูมากเกินไป ผู้ประกอบการประมงจะมีวันหยุดในฤดูกาลนี้มากขึ้นและหลีกเลี่ยงการจับปูขนาดเล็ก

วิตามินอีอะซิเตทตัวการคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าปอดพัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605891

  • วันที่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 19:00 น.

วิตามินอีอะซิเตทตัวการคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าปอดพัง

ทางการสหรัฐประกาศพบสารเคมีสำคัญที่น่าจะทำให้ชาวอเมริกันล้มป่วยด้วยโรคปอดถึงกว่า 2,000 ราย เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 40 รายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) เผยว่า วิตามินอีอะซิเตทที่พบในบุหรี่ไฟฟ้าอาจเป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรงที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปอย่างน้อย 40 ราย และเจ็บป่วยอีก 2,051 รายนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อสองเดือนก่อนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของนิวยอร์กคาดว่าวิตามินอีอะซิเตทน่าจะเป็นสาเหตุของอาการป่วย หลังจากพบสารชนิดดังกล่าวในตัวอย่างบุหรี่ไฟฟ้าที่ผู้ป่วยใช้ ซึ่งในบางตัวอย่างนั้นมีวิตามินอีอะซิเตทประกอบอยู่ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเกินครึ่ง นอกจากนี้ ห้องทดลองในรัฐอื่นยังพบสารชนิดเดียวกันนี้ด้วย ทว่าในขณะนั้นยังไม่มีการฟันธงว่าอาการปอดอักเสบเกิดจากวิตามินอีอะซิเตท

ล่าสุด หลังจากการตรวจวิเคราะห์ของเหลวในปอดของผู้ป่วย 29 ราย รวมทั้ง 2 รายที่เสียชีวิตแล้วใน 10 รัฐทั่วสหรัฐ พบวิตามินอีอะซิเตทในปอดผู้ป่วยทุกราย พบสาร THC ซึ่งเป็นสารสกัดจากใบกัญชาในผู้ป่วย 23 ราย และพบนิโคติน 16 ราย จึงได้ข้อสรุปว่าวิตามินอีอะซิเตทเป็นตัวการสำคัญที่สร้างความเสียหายกับปอดของผู้ป่วย

อย่างไรก็ดี CDC ระบุว่าทางการยังต้องตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดถี่ถ้วนต่อไป เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างโรคปอดกับวิตามินอีอะซิเตทอย่างเป็นทางการ และอาจจะมีสารเคมีในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่า 1 ชนิดที่เป็นตัวการของอาการป่วยที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ วิตามินอีอะซิเตทถูกนำมาใช้เป็นสารเพิ่มความเข้มข้นของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จำหน่ายในตลาดมืด และแม้จะมีการนำวิตามินชนิดนี้มาใช้ในวงการความงามทั้งในรูปแบบยาเม็ดและใช้ทาลงบนผิวหนังโดยไม่มีอันตราย แต่การสูดละอองวิตามินอีอะซิเตทเข้าปอดเป็นอันตรายมาก เนื่องจากวิตามินอะอะซิเตทมีความเหนียวคล้ายกับน้ำผึ้ง จึงเข้าไปติดอยู่ในเนื้อเยื่อปอด

***ในภาพคือ เจฟฟรีย์ มานซานาเรส วัย 33 ปีเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งมหาวิทยาลัยยูทาห์จากอาการปอดติดเชื้อเนื่องจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า

‘สม รังสี’ ได้ไปต่อ มาเลย์ต้อนรับเชิญเยือนสภาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605894

  • วันที่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 18:03 น.

'สม รังสี' ได้ไปต่อ มาเลย์ต้อนรับเชิญเยือนสภาฯ

นายสม รังสี ได้รับอนุญาตให้เข้ามาเลเซียแล้ว ด้านเขมรลั่นจะจัดการทันทีหากพบตัวที่กัมพูชา

นายสม รังสี เดินทางถึงสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์แล้ว ด้วยเที่ยวบินจากรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ในเที่ยวบินของคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้จะผิดจากแผนการเดิมก่อนหน้าที่นายสมและพวกมีแผนเดินทางออกจากกรุงปารีสมายังกรุงเทพมหานครด้วยเที่ยวบินของการบินไทย แต่ไม่สามารถเช็คอินที่เคาท์เตอร์การบินไทยในสนามบินชาลส์ เดอ โกลได้

เมื่อเดินทางมาถึงกัวลาลัมเปอร์ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซียได้เชิญตัวนายสมไปพูดคุยสักครู่ จากนั้นพบว่านายสมได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามายังมาเลเซียได้

นายสมได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเดินทางถึงมาเลเซียว่า เขาได้รับเชิญให้เข้าเยี่ยมชมรัฐสภามาเลเซียเป็นการส่วนตัว โดยหลังจากนี้เขาจะใช้เวลาอยู่ที่มาเลเซียราว “สองสามวัน” ก่อนจะตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามนายสมว่าการกลับมาครั้งนี้ เขามีแผนที่จะเดินทางกลับกัมพูชาผ่านทางประเทศไทยหรือไม่ นายสมตอบว่า “ผมยังพูดอะไรไม่ได้ในตอนนี้ .. ผมแค่ต้องการกลับประเทศบ้านเกิด” นายสมกล่าวต่อสื่อ แม้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะเดินทางกลับอย่างไร

นายสมยังกล่าวถึงผู้สนับสนุนเขาอีกว่า ให้มีความหวังอยู่เสมอ ขณะนี้พวกเขากำลังเดินมาในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว ประชาธิปไตยกำลังจะเบ่งบานทั้งในมาเลเซียและในกัมพูชา

ด้านนายเฟย์ สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงว่า หากนายสม รังสี เดินทางกลับถึงกัมพูชา เขาจะต้องถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีทันที และหากเข้ากลับมาสร้างความวุ่นวายในกัมพูชาเราจะกำจัดเขา

ศาลอินเดียตัดสิน “มัสยิดเมืองอโยธยา”บ้านเกิดพระราม เป็นของฮินดู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605890

  • วันที่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 17:26 น.

ศาลอินเดียตัดสิน "มัสยิดเมืองอโยธยา"บ้านเกิดพระราม เป็นของฮินดู

ศาลสูงอินเดียตัดสินเอกฉันท์จัดสรรพื้นที่พิพาท “มัสยิดบาบรี” ในเมืองอโยธยา ให้ชาวฮินดูสร้างวัดพระราม ส่วนชาวมุสลิมจะได้พื้นที่อีกแห่งสร้างมัสยิด

วันนี้ (9 พ.ย.) ศาลฎีกาอินเดียมีคำพิพากษาตัดสินให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์”มัสยิดบาบรี” สถานที่สำคัญทางศาสนาอันเป็นข้อพิพาทมายาวนานนับศตวรรษในเมืองอโยธยา รัฐอุตตระประเทศทางเหนือของอินเดีย ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของชาวฮินดู

รายงานระบุว่า คำพิพากษครั้งประวัติศาสตร์ของศาลสูงอินเดียครั้งนี้ ได้จัดสรรให้พื้นที่ขนาด 2.77 เอเคอร์ หรือขนาดราวสองสนามฟุตบอล บริเวณมัสยิดบาบรีอันเก่าแก่ซึ่งชาวฮินดูมีความเชื่อว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระราม ให้ชาวฮินดูสามารถสร้างวิหารพระรามในพื้นที่ดังกล่าวได้ โดยต้องมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อกำกับดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะและต้องอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลกลางนิวเดลี

ขณะเดียวกันศาลสูงอินเดียยังมีคำพิพากษาให้จัดสรรพื้นที่ราว 5 เอเคอร์ที่อยู่ห่างจากบริเวณของชาวฮินดูเพื่อก่อสร้างมัสยิด

 

Frederick M. Asher / britannica

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มัสยิดบาบรี ตามความเชื่อของชาวฮินดูว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ประสูติของพระราม หนึ่งในเทพที่พวกเขานับถือ ชาวฮินดูได้อ้างว่ามีการรื้อถอนโบสถ์พระรามมาสร้างมัสยิดบาบรีเมื่อปี 1728 ตามคำสั่งของพระเจ้าบาบูร์หรือบาบาร์แห่งราชวงศ์โมกุล

ในช่วงนั้นความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดูและมุสลิมยังไม่บานปลาย แต่เริ่มมาเป็นประเด็นหลังอินได้รับเอกราชแล้วในปี 1949 ชาวฮินดูได้นำเทวรูปของพระลักษม์ พระราม และนางสีดาเข้าไปไว้ในมัสยิด

ต่อมาปี 1986 ศาลอินเดียตัดสินอนุญาตให้ชาวฮินดูเข้าไปสักการะเทวรูปในพื้นที่มัสยิดได้

กลุ่มฮินดูขวาจัดต้องการให้มีการสร้างโบสถ์พระรามในพื้นที่มัสยิด โดยมีพรรคการเมืองกลุ่มชาตินิยมฮินดูได้ใช้ประเด็นดังกล่าวในการหาเสียงกับชาวฮินดู จากนั้นในปี 1992 เกิดความตึงเครียดระหว่างสองศาสนา จากการที่ชาวอินดูสุดโต่งบุกเข้าทำลายมัสยิดของชาวมุสลิม การทำลายครั้งนั้นกระทบต่อมุสลิมทั้งโลก มีการประท้วงของชาวมุสลิมจนเกิดการปะทะกับชาวฮินดูในหลายเมืองของอินเดีย ทั้งนิวเดลี กัลกัตตา และบอมเบย์ จนมีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 2,000 คน

นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งฝ่ายมุสลิมและฮินดูต่างต่อสู้กันทางกฎหมายในข้อฟ้องร้องเกี่ยวกับศาสนสถานแห่งนื้ในหลายคดี แต่ประเด็นสำคัญที่สุดคือต่างฝ่ายต่างต้องการสร้างศาสนสถานขึ้นในบริเวณพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ดี คำพิพากษาของศาลอินเดียอาจมองได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายฮินดูมากกว่า โดยเฉพาะส่งผลด้านบวกโดยตรงต่อพรรคภารติยะ ชนตะ ( บีเจพี )ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมฮินดู ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ผู้ซึ่งเพิ่งชนะเลือกตั้งสมัยที่สองเมื่อกลางปีที่ผ่านมาแบบถล่มทลาย แต่คำตัดสินดังกล่าวของศาลส่งผลให้หลายฝ่ายจับตามองว่าจะเกิดความรุนแรงในพื้นที่พิพาทแห่งนี้ขึ้นอีกครั้งดังเช่นเมื่อปี 1992 หรือไม่ โดยทางการอินเดียได้ส่งเจ้าหน้าที่นับพันนายเข้าคุมสถานการณ์ในเมืองอโยธยาระดับสูงสุด

นักวิเคราะห์ต่างชาติชี้ไทยได้ประโยชน์จากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605880

  • วันที่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 17:00 น.

นักวิเคราะห์ต่างชาติชี้ไทยได้ประโยชน์จากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ

ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสองชาติยักษ์ใหญ่ที่ทำเอาหลายประเทศได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน นักวิเคราะห์ต่างชาติกลับมองว่าไทยคือประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุด

ไคลฟ์ แม็คดอนเนลล์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เผยในรายการ Street Signs ทางช่อง CNBC ว่า ไทยคือประเทศที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่ยังยืดเยื้อ “เราได้เห็นหลายบริษัท โดยเฉพาะบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นพยายามย้ายฐานการผลิตจากจีนออกไปยังประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สหรัฐและจีนต่างตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าของฝ่ายตรงข้ามตอบโต้กันไปมาหลายครั้ง ทำให้บริษัทที่ผลิตสินค้าในจีนต่างมองหาฐานการผลิตอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษี ทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากความปั่นป่วนของห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นจากสงครามการค้านี้

“สงครามการค้าได้ยกระดับความสำคัญของไทยในฐานะที่เป็นฐานการผลิตสินค้าของญี่ปุ่น อาทิ ชิ้นส่วนรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกไปยังสหรัฐ ญี่ปุ่นคือผู้ลงทุนต่างชาติโดยตรงรายใหญ่ที่สุดของไทย” แม็คดอนเนลล์กล่าว

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์รายนี้ยังเผยอีกว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่ายิ่งทำให้ไทยได้รับประโยชน์สูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้วประมาณ 6% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์

แม็คดอนเนลล์อธิบายต่อว่า การส่งออกของไทยเริ่มฟื้นตัวจากภาวะชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว และทุนสำรองระหว่างประเทศในปีนี้เพิ่มขึ้น 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 220,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลดีต่อค่าเงินบาท เช่นเดียวกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ลดลงก่อนหน้านี้ เนื่องจากเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวจีนล่มที่ จ.ภูเก็ต จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุครั้งใหญ่ของประเทศ

เมื่อถูกถามว่าการแข็งตัวของค่าเงินบาทจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกของไทยหรือไม่ เพราะในช่วงเวลาเดียวกันค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงอย่างมาก แม็คดอนเนลล์มองว่าสถานการณ์นี้เป็นความท้าทายสำหรับไทย

แม็คดอนเนลล์ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเงินบาทเป็นสกุลเงินที่ผันผวนมาก บรรดาผู้ส่งออกต้องรับมือกับความผันผวนของค่าเงินมาตลอด และมองว่าผู้ส่งออกเหล่านี้ล้วนมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการต้นทุนพอสมควรอยู่แล้ว

ขณะที่หากมองในแง่ภูมิภาค เวียดนามมักจะถูกมองว่าเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ ทว่าจากข้อมูลทั้งหมดพบว่าเวียดนามยังไม่สามารถสู้กับศักยภาพด้านการผลิตของจีน

‘สม รังสี’ โผล่สนามบินมาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605884

  • วันที่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 15:39 น.

'สม รังสี' โผล่สนามบินมาเลเซีย

แกนนำฝ่ายค้านเขมร “สม รังสี” เดินทางถึงกัวลาลัมเปอร์

รอยเตอร์รายงานอ้างจากแหล่งข่าวว่า นายสม รังสี แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2015 ได้เดินทางถึงยังสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์แล้วในช่วงบ่ายของวันนี้ (9 พ.ย.) หลังจากที่ก่อนหน้านี้สม รังสี ไม่สามารถเช็คอินเพื่อโดยสารสายการบินไทยจากกรุงปารีส มายังกรุงเทพมหานครตามกำหนดการเดิมได้

แหล่งข่าวรอยเตอร์ระบุว่า นายสม รังสี เมื่อเดินทางถึงยังสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชิญตัวนายสมไปพูดคุยในทันที

การเดินทางมาถึงของผู้นำพรรคฝ่ายค้านเขมรที่มาเลเซียในวันนี้ เป็นช่วงเดียวกับการเฉลิมฉลองวันชาติของกัมพูชา ซึ่งหลายฝ่ายกำลังจับตาว่านายสมกำลังคิดปลุกระดมฝ่ายค้านเพื่อโค้นล้มอำนาจรัฐบาลฮุนเซน

ก่อนหน้านี้นายสม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า เขากำลังเดินทางออกจากปารีส ไปยัง”จุดหมายปลายทางแห่งหนึ่งในเอเชีย” เพื่อเดินหน้าทำตามคำมั่นกลับยังบ้านเกิดที่กัมพูชา

แฟ้มภาพ AFP