พบนักศึกษาฮ่องกงวัย 22 เสียชีวิตจากเหตุประท้วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605789

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 13:48 น.

พบนักศึกษาฮ่องกงวัย 22 เสียชีวิตจากเหตุประท้วง

ประท้วงฮ่องกงหวั่นรุนแรง หลังมีนักศึกษาวัย 22 ปี เสียชีวิตระหว่างเหตุตำรวจปราบผู้ชุมนุม

รอยเตอร์รายงานว่า นายโจว ซี ลก (Chow Tsz-lok) อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัย Hong Kong University of Science and Technology ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการตกจากชั้นสามลงมายังชั้นสองของอาคารจอดรถย่านซึง กวาน โอ ขณะเข้าร่วมการประท้วงและตำรวจได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตา เมื่อวันจันนทร์ (4 พ.ย.) ที่ผ่านมา

นายโจวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส กระทั่งทางโรงพยาบาลQueen Elizabeth Hospital ได้ยืนยันว่าเขาได้เสียชีวิตลงแล้วช่วงเช้าของวันนี้ (8 พ.ย.)

รอยเตอร์ระบุว่าการเสียชีวิตของนายโจว ซี ลก นับว่าเป็นนักศึกษารายแรกที่เสียชีวิตจากเหตุประท้วงอันยืดเยื้อของฮ่องกงมานานหลายเดือน อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าการเสียชีวิตการเสียชีวิตของนายโจว เกี่ยวข้องกับการประท้วงในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ แต่ทางฝ่ายผู้ประท้วงได้กล่าวโทษการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะที่แหล่งข่าวทางการแพทย์เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า แรงดันภายในกะโหลกศรีษะของนักศึกษาฮ่องกงรายนี้สูงกว่า 5 เท่าจากระดับปกติ จนแพทย์ต้องทำการผ่าตัดถึงสองครั้งเพื่อลดแรงดันภายในสมอง ส่วนผลการชันสูตรศพระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการตกจากที่สูง

นายโจวถูกพบด้วยสภาพหมดสติจมกองเลือดภายในลานจอดรถของอาคารใกล้เคียงกับที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา จากการที่พบว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนด้านบนอาคารขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่

ด้านมหาวิทยาลัยHong Kong University of Science and Technology ที่นายโจวศึกษาอยู่ได้มีการจัดพิธีไว้อาลัยระหว่างพิธีมอบปริญญาในวันนี้ เช่นเดียวกับบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในฮ่องกงแห่งอื่นๆได้นัดกันใส่หน้ากาก ‘V For Vendetta’ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลฮ่องกง

ทั้งนี้ คาดว่าการเสียชีวิตของโจวจะทำให้เกิดการประท้วงรอบใหม่และสร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชนฮ่องกงโดยเฉพาะกับกลุ่มนักศึกษาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางผู้ประท้วงมีกำหนดนัดรวมตัวประท้วงหลายจุดช่วงสุดสัปดาห์นี้ (8-11 พ.ย.)

ปู่ชาวฮาวายตกหลุมอุโมงค์ลาวาเสียชีวิต ขณะเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605772

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 12:21 น.

ปู่ชาวฮาวายตกหลุมอุโมงค์ลาวาเสียชีวิต ขณะเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน

ชายสูงวัยในรัฐฮาวายหล่นลงไปในอุโมงค์ลาวาลึก 7 เมตร ขณะเดินอยู่ในสวนหลังบ้านจนเสียชีวิต

ชายวัย 72 ปีบนเกาะฮาวายของสหรัฐถูกพบเป็นศพเสียชีวิตจากการที่หล่นลงไปในอุโมงค์ลาวา (lava tube) ความลึก 7 เมตร ขณะที่กำลังตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ภายในสวนหลังบ้านของตน

ตำรวจท้องถิ่นในเมืองไฮโลของเกาะฮาวาย พบร่างของผู้เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านว่าไม่พบเห็นเขามาหลายวันแล้ว กระทั่งพบเป็นศพดังกล่าว

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องหย่อนตัวลงในอุโมงค์ที่มีความกว้างราว 60 ซม.เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมา ตำรวจบอกว่า เขาบังเอิญเดินไปเหยียบในพื้นดินที่อ่อนนุ่มจนตกลงไปในอุโมงค์ร่างกระแทกเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ทั้งนี้รัฐฮาวายเป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่น ซึ่งตามข้อมูลของสำนักธรณีวิทยาสหรัฐระบุว่า อุโมงค์ลาวา หรือ (lava tube) คือทางไหลของลาวาในชั้นใต้ดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เมื่อลาวาไหลลงสู่มหาสมุทรมันเย็นตัวลง จึงเกิดลักษณะเป็นอุโมงค์ดังกล่าว ซึ่งในเขตฮาวายเคาท์ตี้ บนเกาะใหญ่ของรัฐฮาวายนั้นพบถ้ำและอุโมงค์ลาวาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหลายแห่ง บางแห่งมีความยาวเกือบ 40 ไมล์

แฟ้มภาพ : ตัวอย่างอุโมงค์ลาวา / ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

สาวฝรั่งเศสถูกแคนาดาปฏิเสธให้สัญชาติ บอกเธอมีทักษะ”ภาษาฝรั่งเศส”ไม่ดีพอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605760

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

สาวฝรั่งเศสถูกแคนาดาปฏิเสธให้สัญชาติ บอกเธอมีทักษะ"ภาษาฝรั่งเศส"ไม่ดีพอ

นักศึกษาสาวฝรั่งเศสถูกรัฐควิเบกของแคนาดา ปฏิเสธให้สัญชาติ เหตุเพราะเธอใช้ภาษาอังกฤษในวิทยานิพนธ์

สื่อท้องถิ่นแคนาดารายงานว่า Emilie Dubois สาวนักศึกษาปริญญาเอกชาวฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาเรียนยังมหาวิทยาลัยในรัฐควิเบก ถูกทางการแคนาดาปฏิเสธให้สัญชาติแก่เธอ จากการที่บางส่วนของวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเธอนั้นมีบางส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษ เธอจึงถูกตัดสินว่าเธอไม่ได้แสดงทักษะด้านภาษาฝรั่งเศสที่ดีพอที่จะเข้าเกณฑ์ได้รับสัญชาติ ทั้งๆที่เธอเกิดและโตในประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาแม่ของเธอโดยกำเนิด

นางสาว Dubois เดินทางมารัฐควิเบกเมื่อปี 2012 กระทั่งเธอเรียนจบปริญญาเอกด้านชีววิทยาที่มหาวิทยาลัยซึ่งมีการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาฝรั่งเศส

เมื่อจบการศึกษาเธอตัดสินใจขอสถานะผู้พำนักฐาวร เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นควิเบกมองว่าเธอยังไม่มีทักษะด้านภาษาฝรั่งเศสที่ดีพอ เพราะบางส่วนในวิทยานิพนธ์ของเธอมีการใช้ภาษาอังกฤษ

“ในจดหมายที่รัฐบาลควิเบกแจ้งบอกว่าฉันยังไม่สามารถพิสูจน์ถึงความสามารถทางภาษาฝรั่งเศสได้เพียงพอ เพราะในวิทยานิพนธ์ถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ”

นางสาว Dubois สำสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกที่ Universite Laval ในเดือนมกราคม 2018 กล่าวว่าหนึ่งในห้าบทของวิทยานิพนธ์ที่เธอเขียนเกี่ยวกับชีววิทยาของเซลล์และโมเลกุลเป็นภาษาอังกฤษเพราะเป็นบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์

ซึ่งนั่นส่งผลให้รัฐบาลท้องถิ่นควิเบกสามารถใช้อ้างได้ว่าระดับทักษะทางภาษาของเธอไม่เพียงพอที่จะได้รับการรับรองสถานะ permanent resident

ภายใต้ Quebec experience program ซึ่งมีขึ้นในปี 2010 ได้อนุญาตให้นักศึกษาหรือบุคคลต่างชาติสามารถขอรับสถานะถิ่นพำนักฐาวรได้หากเข้าข่ายตามกฎเกณฑ์ของรัฐ

“ฉันติดต่อพวกเขา และฉันไม่เข้าใจจริงๆ ฉันเป็นคนฝรั่งเศส ฉันใช้ภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่กำเนิด .. ดังนั้นมันจึงทั้งน่าขำและแปลกใจที่ฉันไม่ผ่านเกณฑ์โดยอ้างว่าใช้ภาษาฝรั่งเศสไม่ได้”

อย่างไรก็ดี กรณีของเธอได้รับการตอบรัฐจากรัฐมนตรีของรัฐบาลท้องถิ่นควิเบกแล้วที่บอกว่า เรื่องนี้ดูจะไม่สมเหตุสมผล และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากรณีของเธออย่างถี่ถ้วน

ทั้งนี้ ประเทศแคนาดามีการใช้ภาษาราชการสองภาษาคืออังกฤษและฝรั่งเศส โดยเฉพาะรัฐควิเบกและในแถบตะวันออกของประเทศมีการใช้ภาษาฝรั่งเศสมากที่สุด อีกทั้งแคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรใช้ภาษาฝรั่งเศสมากที่สุดนอกเหนือจากประเทศฝรั่งเศส

หวั่นจีนอาจก่อสงครามเบี่ยงความสนใจปัญหาเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605727

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 20:17 น.

หวั่นจีนอาจก่อสงครามเบี่ยงความสนใจปัญหาเศรษฐกิจ

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ โจเซฟ วู รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวันให้ ตั้งข้อสังเกตว่า จีนอาจใช้ความขัดแย้งทางทหารกับไต้หวัน เพื่อเบี่ยงเบนแรงกดดันภายในประเทศหากเศรษฐกิจชะลอตัว ในช่วงที่เกิดสงครามการค้ากับสหรัฐ เพราะปัญหาอาจเศรษฐกิจอาจสั่นคลอนความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

“หากผู้นำระดับสูง (ของจีน) เห็นว่าความมั่นคงภายในกลายเป็นปัญหาร้ายแรง หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจกลายเป็นปัญหาร้ายแรง นั่นคือสถานการณ์ที่เราต้องระวังให้มาก” วู กล่าว “เราต้องเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้น … นั่นคือความขัดแย้งทางทหาร”

แม้ว่าเศรษฐกิจของจีนจะยังคงเติบโต แต่ก็คาดว่าจะชะลอตัวลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปีในปีนี้ซึ่งเป็นการตอกย้ำความท้าทายที่หนักหน่วงสำหรับรัฐบาลจีนในการเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรักษาอัตราการเติบโตเพื่อรักษาความชอบธรรมทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์

วู กล่าวว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศจีนนั้น “ถือว่าโอเค” ในขณะนี้ แต่เขาเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ คอยจับตาปัจจัยที่อาจปัญหาเช่นการว่างงานและความไม่พอใจของประชาชนในวงกว้าง

“ไม่แน่ว่าสีจิ้นผิงเองก็อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม หสกไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้” วู กล่าวถึงประธานาธิบดีจีน “นี่เป็นปัจจัยที่อาจทำให้ผู้นำจีนตัดสินใจดำเนินการนอกประเทศ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในประเทศ”

วู ยังกล่าวว่า ท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในทางการทหารของจีนในภูมิภาค ได้กลายเป็นสาเหตุความตึงเครียด ซึ่งมีผลกระทบต่อหลายประเทศ และเขาย้ำว่าไต้หวันพยายามเท่าที่จะทำได้เพื่อรักษาสันติภาพระหว่างแผ่นดินใหญ่กับไต้หวัน

“เราหวังอย่างยิ่งว่าไต้หวันและจีนจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข แต่เราก็เห็นว่ามีปัญหาที่เกิดจากจีน และเราจะพยายามจัดการกับมัน”

 

Photo by Nicolas ASFOURI / AFP

Deep Talk Ep.16 เหตุเกิดจากความโลภ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605729

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 19:44 น.

PostToday Podcast:Deep Talk Ep.16 กรณีศึกษาแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจรวยเร็วล้มง่าย

“Deep Talk ถอดรหัสสตาร์ทอัพ” Podcast ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กำลังไล่ล่าความสำเร็จทางธุรกิจ

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

หญิงตกงานเพราะชูนิ้วกลางให้ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งท้องถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605714

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 17:13 น.

หญิงตกงานเพราะชูนิ้วกลางให้ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งท้องถิ่น

จูลี่ บริกส์แมน สาวมะกันผู้เคยตกเป็นข่าวโพสต์รูปชูนิ้วกลางให้ขบวนรถทรัมป์ ล่าสุดเธอชนะการเลือกตั้งเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อ 28 ต.ค. 2017 นางจูลี่ย์ บริกส์แมน (Juli Briskman) คุณแม่ลูกสองชาวรัฐเวอร์จิเนียได้โพสต์ภาพของตนเองขณะกำลังขี่จักรยานพร้อมชูนิ้วกลางให้กับขบวนรถของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แล่นผ่านในเส้นทางเดียวกับเธอไปยังสนามกอล์ฟของเขาเอง

ภาพดังกล่าวเป็นเหตุให้ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน เธอถูกไล่ออกจากงาน ซึ่งบริษัทที่เธอถูกไล่ออกนั้นเป็นบริษัทด้านสื่อสารการตลาดที่รับเหมางานจากรัฐบาลกลางและกองทัพสหรัฐฯ

เธอได้ยื่นฟ้องศาลให้ดำเนินดคีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม กระทั่งสามารถเรียกชดเชยค่าเสียหายได้สำเร็จ

ไม่เพียงแค่นั้น นางบริกส์แมนวัย 52 ปัจจุบันเธอกลายเป็นนักการเมืองท้องถิ่นเต็มตัว จากการลงสมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นในรัฐเวอร์จิเนียสังกัดพรรคเดโมแครต จนสามารถเอาชนะนักการเมืองคู่แข่งพรรครีพับลิกกัน เข้าไปนั่งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นเขตลูดูน เคาน์ตี้ (Loudoun County)ได้สำเร็จ ซึ่งเขตดังกล่าวเป็นเขตเดียวกับที่ตั้งของสนามกอล์ฟของธุรกิจตระกูลทรัมป์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ชอบใช้เวลาว่างหลังงานในทำเนียบขาวมาเล่นกอล์ฟยังสนามแห่งนี้ด้วย

ความสำเร็จของนางบริกส์แมนนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จของพรรคเดโมแครตในพื้นที่รัฐเวอร์จิเนียด้วยเช่นกัน เนื่องจากการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา นายราลฟ์ นอร์ทแฮม ผู้สมัครจากเดโมแครตได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐ ซึ่งในหลายครั้งที่ผ่านมาเวอร์จิเนียได้ชื่อว่าเป็นรัฐฐานเสียงของรีพับลิกกัน

เบื้องลึกเขมรขบถ คิดใช้ไทยเคลื่อนไหวล้มฮุน เซน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605675

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 17:13 น.

เบื้องลึกเขมรขบถ คิดใช้ไทยเคลื่อนไหวล้มฮุน เซน

บทวิเคราะห์สถานการณ์ระทึกโดย กรกิจ ดิษฐาน

หลังเสร็จสิ้นการประชุมอาเซียนซัมมิต อาเซียนก็เกิดเรื่องวุ่นแทบจะในทันที เรื่องแรกคือเหตุสังหารหมู่ 15 ศพที่ภาคใต้ของไทย ตามด้วยความพยายามของฝ่ายค้านกัมพูชาที่จะกลับประเทศ ซึ่งก็วุ่นมาถึงไทยอีก เพราะต้องการจะอาศัยแผ่นดินไทยมาปักหลักก่อนเข้ากัมพูชาเพื่อการเคลื่อนไหวต่อต้าน ฮุน เซนในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นวันที่กัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส จนทำให้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยต้องยืนยันว่าจะไม่ให้เข้ามา

ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ว่าคือ สม รังสี ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส

สม รังสี เป็นฝ่ายค้านมืออาชีพที่เป็นคู่ฟัดคู่เหวี่ยงกับรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ฮุน เซนจนต้องลี้ภัยมาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดในปี 2016 หลังถูกดำเนินคดีในข้อหากล่าวหาฮุน เซนว่าอยู่เบื้องหลังการสังหารนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และต้องอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสนับแต่นั้น ถึงแม้จะอยู่ต่างแดนแต่สม รังสี ยังไม่สิ้นบารมีในฐานะแกนนำฝ่าย

หลังจากที่สม รังสีเผ่นไปแล้ว กัมพูชาเหลือพรรคการเมืองฝ่ายค้านหลักคือพรรคสงเคราะห์ชาติ หัวหน้าพรรคคือ กึม สุขา แต่ในปี 2017 รัฐบาลกล่าวหาว่า กึมผู้แกนนำพรรคฝ่ายค้านว่ามีการกระทำอันเป็นขบถโดยร่วมมือกับสหรัฐเพื่อโค่นล้มรัฐบาลฮุน เซ็น นอกจากนี้ยังอ้างว่ากึม สุขา ปลุกระดมประชาชนให้ประท้วงรัฐบาลโดยกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้งในปี 2013

เมื่อศาลตัดสินว่าข้อกล่าวหาของรัฐบาลมีมูล ฮุน เซนจึงกวาดล้างพรรคสงเคราะห์ชาติ กึม สุขาถูกจับขังคุกแล้วปล่อยตัวมาถูกควบคุมตัวในบ้านพัก ส่วนจนสมาชิกถูกจับและลี้ภัยไปต่างประเทศมากมาย หนึ่งในนั้นมีชื่อว่า มูร สุขฮวา

ในปี 2018 พวกฝ่ายค้านพลัดถิ่นจึงรวมตัวกันจัดตั้งขบวนการสงเคราะห์ชาติ (Cambodia National Rescue Movement) โดยมีสม รังสี เป็นประธาน แต่รัฐบาลกัมพูชาระบุว่าขบวนการนี้เป็น “ผู้ก่อการร้าย”

ขบวนการสงเคราะห์ชาติร่ำๆ จะกลับมาเคลื่อนไหวที่กัมพูชาอยู่พักใหญ่แล้ว จนกระทั่งสบโอกาสหลังการประชุมอาเซียนซัมมิตจึงเริ่มทะยอยกันออกมาเตรียมเข้ากัมพูชาจากไทย

กรณีนี้ยังทำให้มาเลเซียก็ต้องวุ่นวายกับไทยด้วยทั้งเรื่องปัญหาภาคใต้และเรื่องกัมพูชา เพราะมีสมาชิกฝ่ายค้านกัมพูชา 2 คนที่พยายามขอลี้ภัย เกิดอยากจะกลับประเทศขึ้นมาพร้อมๆ กับสม รังสีเสียอย่างนั้น แถมยังคิดที่จะมาตั้งต้นที่ไทยก่อนด้วย ทางการมาเลเซียจึงทำการควบคุมตัวสมาชิกฝ่ายค้านกัมพูชาทั้ง 2 คนไปเมื่อวันจันทร์ และเตรียมที่จะส่งตัวกลับประเทศแต่ดีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงหมาดไทยมาเลเซียถอนคำร้องไปก่อน

แต่หมดเรื่อง 2 รายนี้ไปแล้ว ยังมีแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาอีกรายซึ่งอยู่ที่อินโดนีเซีย ชื่อว่า มูร สุขฮัว จู่ๆ ก็อยากจะกลับบ้านเกิดเเหมือนกัน โดยระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิตที่กรุงเทพ มูร สุขฮัวเดินทางเข้ามายังประเทศไทยแต่ถูกส่งตัวกลับ แต่ต่อมาเดินทางเข้าไปยังอินโดนีเซีย หลังจากนั้นไม่กี่วันก็เดินทางจากอินโดนีเซียมายังมาเลเซีย แต่ทันทีที่มาถึงก็ถูกรวบตัวไว้อีกราย หลังจากที่เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำอินโดนีเซียได้ร้องขอให้จับกุมเธอในฐานที่เป็นอาชญากรผู้หลบหนีการจับกุม

คำถามก็คือคนเหล่านี้กำลังคิดทำอะไรถึงได้เคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน จนลำบากทั้งไทยและมาเลซีย?

ก่อนจะมาถึงมาเลเซีย มูร สุขฮัวตั้งโต๊ะแถลงข่าวบอกว่า “เราพร้อมที่จะเสี่ยงชีวิต จะกลับไปกัมพูชาแบบมือเปล่า กลับบ้านเกิดเพื่อประชาธิปไตยในกัมพูชา ไม่ใช่การปฏิวัติ ไม่ใช่การก่อรัฐประหาร”

การที่มูร สุขฮัวเอ่ยคำว่า “การปฏิวัติ รัฐประหาร” ไม่ใช่การเอ่ยลอยๆ เพรามีกระแสข่าวลอยมาว่าอาจจะมีการก่อรัฐประหารในกัมพูชาเป็นข่าวที่มีมูลความจริง หรือข่าวปล่อยจากรัฐบาลหรือไม่นั้นยังยากที่จะยืนยัน

การกวาดล้างเครือข่ายก่อรัฐประหารมีมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมล่าสุดฝ่ายค้านถูกจับไปแล้ว 48 คนถูกสอบปากคำอีก 160 คน ด้าน สอ แข็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่ามีความชอบธรรมในการกวาดล้างเพราะ “สนับสนุนสม รังสีที่พยายามโค่นล้มรัฐบาลเป็นสิ่งที่ผิด” และคนพวกนี้ “ล้ำเส้น”

ต่อมาปลายเดือนตุลาคม ฮุน มาเนต บุตรชายของ ฮุน เซน ในฐานะรองผู้บัญชาการกองทัพบกเรียกร้องให้กองทัพปกป้องรัฐบาลที่ชอบธรรม รวมตัวกันต่อต้านนักการเมืองที่กระตุ้นให้เกิดสงครามกลางเมืองและก่อเหตุวุ่นวาย

ล่าสุด กัมพูชากระจายกำลังทหาร 20,000 เพื่อตอบรับกับความเคลื่อนไหวของพวกฝ่ายค้านพลัดถิ่น โดยเฉพาะแถบชายแดนไทยซึ่งคนเหล่านี้ต้องการจะใช้เป็นช่องทางเข้ามาเคลื่อนไหว

ฝ่ายค้านที่แตกเป็นเสี่ยงๆ แถมไม่มีแผ่นดินจะอยู่จะมีกำลังวังชาที่ไหนไปก่อรัฐประหาร? คำถามนี้ต้องย้อนกลับไปที่ข้อกล่าวหาของคนในรัฐบาลฮุน เซนที่บอกว่า แกนนำพรรคฝ่ายค้านพรรคสงเคราะห์ชาตินั้นมีอเมริกาอยู่เบื้องหลัง อ้างว่ามีคลิปวิดิโอตั้งแต่เมื่อปี 1993 ซึ่งกึม สุขาสมคบคิดกับสหรัฐเพื่อโค่นล้มฮุนเซน

ส่วน มูร สุขฮัวแกนนำพรรคก็ถือ 2 สัญชาติคือกัมพูชา-อเมริกัน โดยมีสามีเป็นชาวอเมริกัน (และลือกันว่าเธอพูดภาษาเขมรไม่ได้เสียแล้ว เพาะอยู่ที่สหรัฐนานหลายปี) แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากรัฐบาลฮุน เซนจะยกเรื่องนี้มากกล่าวหาก็ย่อมได้ เหมือนที่เขาทำกับกึม สุขา มาแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัฐบาลฮุน เซน น่าจับตาว่าจะออกหัวหรือก้อย เพราะล่าสุดสหรัฐเพิ่งจะส่งเอกอัครราชทูตคนใหม่มารับตำแหน่ง และท่านทูตยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา โดยจะ “ไม่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรัฐบาลด้วยวิธีการรุนแรงหรือไม่เป็นประชาธิปไตย” ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาตอบรับท่าทีนี้อย่างดียิ่ง

แต่อีกด้านหนึ่ง ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศก็มีปัจจัยไม่ดีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีสนิทสนมกับจีนของฮุน เซน และข่าวลือเรื่องการปล่อยท่าเรือเมืองสีหนุวิลล์ให้จีนใช้เป็นท่าเรือรบ

นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่าน กฎหมายประชาธิปไตยกัมพูชา (Cambodia Democracy Act of 2019) มีเป้าหมายเพื่อเล่นงานคนในรัฐบาลกัมพูชาที่มีพฤติกรรมขัดขวางประชาธิปไตยและเล่นงานฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม หากมีผลบังคับใช้ รัฐบาลฮุน เซนตั้งแต่คณะรัฐมนตรีไปจนถึงคนในกองทัพจะถูกสหรัฐคว่ำบาตรเอาได้

กฎหมายตัวนี้คือแบบเดียวกับที่สหรัฐเพิ่งจะผ่านออกมาเพื่อเล่นงานเจ้าหน้าที่ฮ่องกงกงและจีน เพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางอุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบอเมริกัน

เกาหลีใต้ลดจำนวนทหารเกณฑ์ มุ่งสร้างกองทัพยุคใหม่เน้นใช้เทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605699

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 15:40 น.

เกาหลีใต้ลดจำนวนทหารเกณฑ์ มุ่งสร้างกองทัพยุคใหม่เน้นใช้เทคโนโลยี

เกาหลีใต้เล็งลดจำนวนพลทหารลงนับแสนใน 3 ปีข้างหน้า เหตุอัตราการเกิดลด-ปรับตัวรับมือสงครามยุคใหม่

ทางการเกาหลีใต้ตัดสินใจวางแผนปรับลดจำนวนกำลังพลทหารเกณฑ์ลงให้เหลือประมาณ 5 แสนนายภายในปี 2022 และหันไปมุ่งเน้นการสร้างกองทัพที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเตรียมรับกับสงครามรูปแบบใหม่ในอนาคตแทน อีกทั้งเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรในประเทศจากอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงและการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

นายฮง นัม-คี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้กล่าว “เราต้องการมุ่งเน้นการจัดโครงสร้างของกองทัพใหม่ด้วยการมุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีทันสมัยให้มากขึ้น อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต”

แผนการปรับโครงสร้างกองทัพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดตัวเลขกำลังพลในกองทัพให้เหลือประมาณ 500,000 นาย ภายในปี 2022 โดยปัจจุบันที่เกาหลีใต้มีตัวเลขทหารในกองทัพกว่า 579,000 นาย ลดลงเพียงเล็กน้อยจากปี 2018 ซึ่งมีพลทหารถึง 599,000 นาย

เพื่อชดเชยจำนวนกำลังพลที่ลดลงนั้น ทางรัฐบาลวางแผนจะขยายการสร้างกองทัพด้วยการใช้เทคโนโลยีทางทหารยุคใหม่อาทิ โดรนโจมตี ดาวเทียมสอดแนม และเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับแทนซึ่งก็เป็นไปตามบริบทของกองทัพหลายประเทศทั่วโลกเริ่มปรับตัวกันไปก่อนหน้าแล้ว

ทางการเกาหลีใต้คาด่าจำนวนชายเกาหลีที่สามารถสมัครเข้าเป็นทหารเกณฑ์จะลดลงเหลือ 225,000 นายในปี 2025 และจะลดลงเรื่อยๆเหลือ 161,000 คนภายในปี 2038 หากเทียบกับก่อนหน้าในปี 2016 ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 360,000 นาย

สอดคล้องกับการคาดคะเนของสำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้ที่ประเมินว่า พลเมืองชาวเกาหลีใต้จะลดลลงเหลือ 39 ล้านคนในปี 2067 จากปัจจุบันที่เกาหลีใต้มีประชากรราว 51 ล้านคน

นอกจากนี้ทางการเกาหลีใต้ยังระบุอีกว่า รัฐบาลจะทบทวนนโยบายเกณฑ์ทหารใหม่ เพื่อให้ชาวเกาหลีใต้ที่เปลี่ยนสัญชาติสามารถเข้าข่ายผู้ที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร จากปัจจุบันที่ชาวเกาหลีใต้ที่เปลี่ยนสัญชาตินั้นไม่สามารถเข้ารับราชการทหารได้

ควีนเอลิซาเบธจะไม่ซื้อฉลองพระองค์ที่ทำจากขนสัตว์อีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605676

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 14:16 น.

ควีนเอลิซาเบธจะไม่ซื้อฉลองพระองค์ที่ทำขนสัตว์อีก

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงตัดสินพระทัยไม่ซื้อหรือตัดฉลองพระองค์ชุดใหม่ที่ทำจากขนสัตว์

สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ทรงตัดสินพระทัยเลิกซื้อ หรือตัดฉลองพระองค์ชุดใหม่ที่ทำจากขนสัตว์อย่างถาวร

การตัดสินพระทัยดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะทรงละทิ้งฉลองพระองค์ชุดเก่าที่ทำจากขนสัตว์ “สมเด็จราชินีจะยังคงใช้ฉลองพระองค์เดิมที่มีอยู่แล้วต่อไป .. ส่วนฉลองพระองค์ชุดใหม่ที่ออกแบบขึ้นจะใช้ขนสัตว์เทียมแทน” โฆษกของสำนักพระราชวังกล่าว

Angela Kelly ดีไซน์เนอร์และผู้ช่วยด้านฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีระบุว่า หากสมเด็จพระราชินีจะทรงสเสด็จไปยังพื้นที่อากาศหนาวเย็น นับตั้งแต่ปี 2019 จะทรงใช้ฉลองพระองค์ที่ทำจากขนสัตว์เทียมแทนดังเช่นเสื้อคลุมขนมิงค์ที่ทรงเคยใช้คราวเสด็จฯประเทศสโลวาเกียในปี 2008 จะถูกแทนที่ด้วยขนมิงค์เทียม

ขนสัตว์ถือเป็นวัสดุสำหรับเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกสถานะของราชวงศ์และชนชั้นสูงมานาน ดังเช่นเสื้อคลุมฉลองพระองค์ที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรือคราวเสด็จเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งทางสำนักพระราชวังแจงว่าสมเด็จพระราชินีจะยังทรงใช้เสื้อคลุมฉลองพระองค์จากขนสัตว์จริงในเฉพาะพิธีการสำคัญๆต่อไปเช่นเดิม

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชินีเองก็ทรงโปรดฉลองพระองค์ที่ทำจากขนสัตว์มานานแล้ว การตัดสินพระทัยดังกล่าวของพระองค์ได้รับเสียงชื่นชมจากบรรดากลุ่มอนุรักษ์สัตว์หลายแห่ง อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เนื่องจากปัจจุบันชาวอังกฤษส่วนใหญ่ไม่นิยมการใช้เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์จริงอีกแล้ว

ก่อนหน้านี้บรรดาแบรนด์สินค้าหรูหราชั้นนำอย่าง Prada, Versace และ Coach ต่างออกมาประกาศหยุดผลิตสินค้าที่ใช้ขนสัตว์จริงแล้วเช่นกัน

นักวิทย์พบเชื้อ HIV สายพันธุ์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/605655

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 11:51 น.

นักวิทย์พบเชื้อ HIV สายพันธุ์ใหม่

ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเชื้อ HIV สายพันธุ์ใหม่เป็นครั้งแรกรอบเกือบ 20 ปี

ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก Abbott Laboratories ร่วมกับนักวิทย์ฯจากมหาวิทยาลัยมิสซูรี (University of Missouri-Kansas City) ได้เปิดเผยผลการวิจัยผ่านนิตยสาร Journal of Acquired Immune Deficiency Syndromes ถึงการค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 19 ปี นับตั้งแต่ปี 2000

เชื้อชนิดใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า HIV-1 Group M, subtype L เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเชื้อเอชไอวี-1 กรุ๊ปเอ็มซึ่งเป็นตระกูลย่อยของเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันที่พบการระบาดทั่วโลกอยู่ในขณะนี้เชื้อเอชไอวีก็มีลักษณะเช่นเดียวกับเชื้อไวรัส คือมีหลายสายพันธุ์หลายประเภท อีกทั้งมีความสามารถในการกลายพันธุ์ เอชไอวีชนิดใหม่ของกรุ๊ปเอ็มนี้ นับว่าเป็นการค้นพบการกลายพันธุ์ของเชื้อครั้งแรกตั้งแต่ที่มีการแบ่งจำแนกชนิดย่อยของเชื้่อเอชไอวีขึ้นในปี 2000

แอ๊บบอตได้ทำการรวบรวมตัวอย่างเลือดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกรวมถึงประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยหาทางป้องกันติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก โดยตัวอย่างเลือดนี่พบเชื้อชนิดใหม่นี้ แล็ปของแอ็บบอตต์ได้รับตัวอย่างมากตั้งแต่ปี 2001 แล้ว แต่ด้วยเทคโนโลยีการหาลำดับดีเอ็นเอใหม่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเพิ่งยืนยันเชื้อสายพันธุ์ใหม่

โดยทั่วไปแล้วเอชไอวีมีสองประเภทหลักคือ HIV-1 ซึ่งพบมากที่สุด และ HIV-2 ซึ่งสำหรับเชื้อกลุ่ม M มีเชื้อ HIV-1 อย่างน้อยเก้าชนิดที่แตกต่างทางพันธุกรรม คือเชื้อ A, B, C, D, F, G, H, J และ K ตามรายงานระบุว่า สำหรับ HIV-1 group M subtype L นับเป็นกรณีที่หายากมากและสามารถตรวจคัดกรองได้โดยระบบของแอ๊บบอตเท่านั้น

อย่างไรก็ดี Dr. Anthony Fauci ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันยาและกระบวนการรักษาเอชไอวีมีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้วครอบคลุมเชื้อหลายสายพันธุ์ แต่การค้นพบดังกล่าวจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้ว่าเชื้อเอชไอวีก็มีวิวัฒนาการเช่นเดียวกับเชื้อโรคอื่นๆ ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนายารักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ไม่มีเหตุผลที่จะตื่นตระหนกหรือต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้” Dr.Fauci กล่าว

FilePhoto :  Faroq Naeem/AFP