ทำไมญี่ปุ่นถูกจัดอันดับให้มีระบบบำนาญแย่ที่สุดเหมือนไทยตามรายงานบลูมเบิร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604567

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

ทำไมญี่ปุ่นถูกจัดอันดับให้มีระบบบำนาญแย่ที่สุดเหมือนไทยตามรายงานบลูมเบิร์ก

อายุขัยที่เพิ่มขึ้นของชาวญี่ปุ่นส่งผลให้เงินบำเหน็จบำนาญไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานการจัดอันดับประเทศที่มีระบบบำเหน็จบำนาญดีที่สุดในโลก โดยใช้ข้อมูลจาก Melbourne Mercer Global Pensions Index ที่ศึกษาความพร้อมของระบบบำเหน็จบำนาญของ 37 ประเทศทั่วโลก พบว่าไทยเป็นประเทศที่มีระบบการเงินหลังเกษียณแย่ที่สุด โดยถูกจัดอยู่ในอันดับ D ซึ่งอยู่ท้ายสุดของตาราง คือยังมีบางจุดที่อ่อนแอหรือขาดตกบกพร่องที่ต้องได้รับการแก้ไข มิเช่นนั้นจะขาดประสิทธิภาพและความยั่งยืน

ที่น่าสนใจคือ ประเทศญี่ปุ่นที่เคยเข้าใจกันว่าน่าจะมีระบบสวัสดิการหลังวัยเกษียณที่มีประสิทธิภาพเป็นอันดับต้นๆ กลับถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระบบบำเหน็จบำนาญแย่ที่สุดเช่นเดียวกับไทย

ในรายงานนั้นญี่ปุ่นได้คะแนนทั้งความพอเพียงและความน่าเชื่อถือของกองทุนบำเหน็จบำนาญมากกว่าไทย ทว่าในด้านของความมั่นคงยั่งยืนของกองทุน ญี่ปุ่นกลับได้คะแนนน้อยกว่าไทย (ไทยได้ 38.8 คะแนน ญี่ปุ่นได้ 32.2 คะแนน)

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันก็เผชิญปัญหาประชากรลดลงเนื่องจากอัตราการเกิดต่ำลงๆ ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องทำงานเพื่อส่งเงินเข้าระบบสำหรับเลี้ยงดูคนวัยเกษียณที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น จนเกิดคำถามว่ากองทุนนี้จะแบกรับภาระต่อไปได้นานเท่าไร นำมาสู่ความกังวลทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่รับเงินบำนาญก็กลัวว่าจะถูกตัดลดเงิน ส่วนคนรุ่นใหม่ก็กลัวว่าถึงเมื่อถึงวันที่ตัวเองเกษียณแล้วกองทุนจะหมดเงินเสียก่อน

เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินการธนาคารของญี่ปุ่นเผยว่า คู่สามีภรรยาญี่ปุ่นวัยเกษียณต้องใช้เงินอย่างน้อย 20 ล้านเยน หรือราว 5.55 ล้านบาท หากมีอายุยืนถึง 95 ปี หรือ 30 ปีหลังจากเกษียณ โดยปัจจุบันญี่ปุ่นมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปถึง 25% ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 33% ภายในปี 2050 ส่งผลให้ภาระในการดูแลผู้สูงอายุของรัฐบาลซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 33% ของงบประมาณประจำปี จะเพิ่มเป็น 50% ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยมีความเป็นไปได้ที่กองทุนเงินบำเหน็จบำนาญของประเทศจะค่อยๆ ร่อยหรอลง

พูดง่ายๆ ก็คือ คนญี่ปุ่นอาจไม่มีเงินพอเลี้ยงชีพในบั้นปลาย เพราะเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐบาลงอกเงยไม่ทันอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งคือ คนเรามีอายุยืนกว่าเงินที่เตรียมไว้ใช้ในวัยเกษียณ โดยปัจจุบันนี้ชาวญี่ปุ่นมีเงินสำหรับใช้จ่ายในวัยเกษียณได้เพียง 4.5 ปีเท่านั้น เท่ากับว่าจะมีเงินใช้ถึงอายุ 69.5 ปี แต่พวกเขามีอายุขัยเฉลี่ย 81.25 ปีสำหรับผู้ชาย และ 87.32 ปีสำหรับผู้หญิง

ประเทศไทยของเราก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผ้สูงอายุ หากไม่เร่งดำเนินการวางแผนรองรับคงหนีไม่พ้นต้องเผชิญปัญหาเดียวกับญี่ปุ่น

ทรัมป์ห่วงบ่อน้ำมันในซีเรีย เล็งส่งทหารป้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604562

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 18:12 น.

ทรัมป์ห่วงบ่อน้ำมันในซีเรีย เล็งส่งทหารป้อง

ทรัมป์เล็งส่งรถถัง-ทหารปกป้องแหล่งน้ำมันในซีเรียพ้นเงื้อมมือกลุ่มไอซิสรวมถึง “มือที่สาม” หลังตุรกีเคลื่อนทัพประชิด

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ระบุว่าเขาต้องการให้กองทัพสหรัฐซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างถอนกำลังออกจากซีเรียนั้น ให้คงกำลังบางส่วนไว้ในการปกป้องแหล่งน้ำมันทางตอนเหนือของซีเรียให้พ้นเงื้อมมือของกลุ่มไอซิสรวมถึง”มือที่สาม”

ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับที่ต่อมาทรัมป์ได้ทวิตข้อความที่บอกว่า เขาพูดคุยกับนาย Mazloum Abdi หัวหน้ากองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด พร้อมทั้งแนะนำว่าบางทีถึงเวลาแล้วที่นักรบเคิร์ดควรมุ่งหน้าไปยังแหล่งน้ำมันบริเวณ Deir el-Zour ที่ซึ่งผู้นำสหรัฐมองว่าหากควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้ จะทำให้กลุ่มไอเอสไม่สามารถกลับมามีอำนาจได้อีก

 

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ต่อมาทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า ทัพสหรัฐยังคงยึดมั่นในภารกิจเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กองทัพประชาธิปไตซีเรีย รวมถึงกองกำลังปกป้องตนเองชาวเคิร์ด นายมาร์ก เอสเปอร์ รมว.กลาโหมกล่าวว่า เป้าหมายหลักของทหารสหรัฐคือการเพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มไอซิสจะไม่สามารถควบคุมแหล่งน้ำมันซึ่งเป็นรายได้ของพวกเขาได้ หรือแม้แต่”มือที่สาม”โดยเฉพาะแหล่งน้ำมันบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย

หลังจากสหรัฐประกาศถอนทหารเป็นจำนวนกว่า 1,000 นายออกจากซีเรียเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้กองทัพตุรกีและรัสเซียมีความเคลื่อนไหวทันที โดยเฉพาะกองทัพตุรกีที่เข้าบุกบริเวณภาคเหนือของซีเรีย

ด้านสำนักข่าวนิวส์วีค ได้อ้างแหล่งข่าวในเพนตากอนระบุว่า แผนการส่งทหารส่วนหนึ่งเข้าปกป้องแหล่งน้ำมันนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากทำเนียบขาว โดยคาดว่าจะใช้ทหารติดอาวุธราวครึ่งกองพัน และรถถังเอบรามส์ 30 คัน เข้าไปยังภารตะวันออกของซีเรีย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังเคิร์ดอยู่แล้ว

เมื่อ “วัฒนธรรมบูลลี่” ฆ่าคน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604523

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 17:30 น.

PostToday Podcast:Deep Talk Ep.14 : วัฒนธรรมบูลลี่ ฆ่าคนทำงานเกาหลีจนถึงไอดอล

“Deep Talk ถอดรหัสสตาร์ทอัพ” Podcast ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กำลังไล่ล่าความสำเร็จทางธุรกิจ

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

แทนซาเนียจับ 4 แรงงานจีน ฐานทำงานช้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604547

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 16:07 น.

แทนซาเนียจับ 4 แรงงานจีน ฐานทำงานช้า

ทางการแทนซาเนียจับผู้รับเหมาชาวจีน 4 ราย เหตุทำโครงการของรัฐคืบหน้าช้า

ทางการแทนซาเนีย ได้เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาถึงการจับกุมผู้รับเหมาก่อสร้างชาวจีน 4 ราย เนื่องจากทำให้โครงการก่อสร้างของรัฐบาลล่าช้า รวมถึงระบุเหตุผลอีกว่าเพื่อให้เป็น”ตัวอย่าง”แก่ผู้รับเหมารายอื่นๆ

รายงานระบุว่าชาวจีน 4 รายนี้ แบ่งเป็นชาย 3 คนและหญิง 1 คน ทั้งหมดเป็นคนงานของบริษัทก่อสร้างสองแห่งที่รับประมูลงานของรัฐก่อสร้างคลองและปรับปรุงถนนในเมืองดาร์ เอส ซาลาม เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ

โครงการก่อสร้างและปรับปรุงทั้งสองนี้ส่งผลให้กระทบต่อการเดินทางและกระทบต่อธุรกิจของเมืองเนื่องจากต้องปิดเส้นทางเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

การจับกุมเป็นไปตามคำสั่งของผู้ว่าราชการภูมิภาคดาร์ เอส ซาลาม รวมถึงกล่าวว่าตั้งใจจะให้เป็น”ตัวอย่าง”กับผู้รับเหมารายอื่นๆ

นาย Abubakar Kunenge ผู้บริหารสำนักภูมิภาคดาร์ เอส ซาลาม กล่าว่า ทั้งสี่คนจะใช้เวลานอนกลางคืนในห้องขังที่โรงพักทุกคืน ก่อนจะออกไปคุมงานในช่วงกลางวัน และจะต้องทำแบบนี้เรื่อยไปจนกว่า นายPaul Makonda ผู้ว่าฯ จะพอใจในความคืบหน้าของการก่อสร้าง

“โครงการนี้เป็นสาธารณะประโยชน์ หากผู้รับเหมาคนใดไม่เคารพต่อสาธารณะ ก็ไม่ควรมีที่ยืนในเมืองแห่งนี้” Kunenge กล่าว

อย่างไรก็ดี ประเทศแทนซาเนียภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี John Magufuli ได้ชื่อว่ามักจะใช้วิธีบีบบังคับ หรือข่มขู่ผู้รับเหมาต่างชาติ ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนสัญญาการก่อสร้างต่างๆ ส่งผลให้ผู้รับเหมาหลายรายมองว่าไม่ยุติธรรม

หัวขโมยอุกอาจฉกเพชร 54 ล้าน กลางงานแสดงที่ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604536

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 14:17 น.

หัวขโมยอุกอาจฉกเพชร 54 ล้าน กลางงานแสดงที่ญี่ปุ่น

ตร.ญี่ปุ่นเร่งล่าตัวหัวขโมยเพชร 50 กะรัต ระหว่างจัดแสดงในงานโชว์

ตำรวจญี่ปุ่นเร่งล่าตัวคนร้ายที่โขมยเพชรน้ำหนัก 50 กะรัต มูลค่า 200 ล้านเยน หรือราว 54 ล้านบาทจากงานแสดงโชว์เครื่องประดับ Pacifico Yokohama ในเมืองโยโกฮาม่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า จากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ในงานโชว์ไดสังเกตเห็นผู้ต้องสงสัยเวลาราว 5 โมงเย็นของเมื่อวาน กระทั่งพบว่าเพชรได้หายไปและล็อกของตู้จัดแสดงถูกปลด จึงสันนิฐานว่าน่าจะเป็นหัวขโมยผู้ฉกเพชรดังกล่าว

ทั้งนี้ เพชรที่หายนั้นเป็นของบริษัทค้าเพชรแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งถูกขโมยไปเพียงเม็ดเดียว ส่วนอื่นๆยังคงไม่สูญหาย และบริษัทยังคงจัดแสดงเพชรต่อไปจนสิ้นสุดงาน

แฟ้มภาพ AFP 

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

ฮ่องกงขายที่จอดรถแพงสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604520

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 11:46 น.

ฮ่องกงขายที่จอดรถแพงสุดในโลก

เศรษฐีฮ่องกงขาย”ที่จอดรถ” 1 ช่องราคาเกือบ 30 ล้านบาท ตกตารางฟุตละกว่า 2 แสน

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. เซาท์ไช่น่ามอร์นิ่งโพสต์ได้รายงานข่าวน่าสนใจที่ระบุว่า นายจอห์นนี่ เฉิง ซุนอี (Johnny Cheung Shun-yee) นักธุรกิจคนดังของฮ่องกงได้ประกาศขายที่จอดรถเพียงหนึ่งช่องขนาด12.5 ตารางเมตร ด้วยราคาสูงถึง 7.6 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือเกือบ 30 ล้านบาท (ตกตารางฟุตละกว่า 217,000 บาท) ส่งผลให้กลายเป็นการซื้อขายที่จอดรถที่แพงที่สุดในโลก

รายงานระบุว่าที่จอดรถแพงระดับโลกนี้อยู่บนอาคารThe Center ในย่านเซ็นทรัล ซึ่งเป็นย่านธุรกิจการเงินที่สำคัญของฮ่องกง ราคาดังกล่าวนับว่าสูงกว่าราคาบ้านโดยเฉลี่ยในฮ่องกงมากถึง 3 เท่า

นายจอห์นนี่ซึ่งมีเพนท์เฮาส์อยู่ในอาคารแห่งนี้เผยว่า ก่อนหน้านี้เขาได้ตัดสินใจขายที่จอดรถ 4 ช่องให้กับผู้อาศัยรายอื่นในตึกเดียวกัน ก่อนจะตัดสินใจขายที่จอดช่องสุดท้ายเพียงเพราะผู้ซื้อ”ต้องการที่จอดรถเพิ่ม” แต่ไม่ได้ระบุว่าชื่อของผู้ซื้อดังกล่าวเป็นใคร

ที่จอดรถราคา 7.6 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง นับว่ามากกว่ารายได้โดยเฉลี่ยรายปีของคนฮ่องกงมากถึง 30 เท่า และเป็นราคาเทียบเท่าคอนโดมิเนียมเพียง 1 ห้องนอนในย่านเซ็นทรัลเท่านั้นก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคมนายจอห์นนี่ เพิ่งขายที่จอดรถขนาดสองช่องในชั้นใต้ดินของอาคารด้วยราคารวมกันถึง 12.7 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 48 ล้านบาทมาแล้วเช่นกัน

ข่าวนี้ได้สะท้อนช่องว่างทางชนชั้นระหว่างคนรวยคนจนในฮ่องกงได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางกระแสการประท้วงในฮ่องกงยังคงดำเนินต่อไปยืดเยื้อนานหลายเดือน คนฮ่องกงหลายคนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองในเมืองที่มีค่าครองชีพสูงระดับโลกแห่งนี้

Photo : SCMP

รมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่นไขก๊อก เหตุถูกแฉแจกเงินประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604512

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 10:31 น.

รมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่นไขก๊อก เหตุถูกแฉแจกเงินประชาชน

รมว.การค้าญี่ปุ่นลาออกหลังรับตำแหน่งเพียงเดือนเดียว เพราะถูกสื่อแฉแจกเงิน-สิ่งของให้ประชาชนในเขตฐานเสียงของตน

เจแปนไทม์รายงานว่า วันนี้ (25 ต.ค.) นายอิซชู ซึงาวาระ (Isshu Sugawara) รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นได้แถลงประกาศลาออกจากคณะรัฐมนตรี โดยได้นายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะได้รับทราบและอนุมัติการลาออกของเขาแล้ว หลังจากนายอิซชูเพิ่งเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

นายอิซชูเผยว่าเขาขอใช้โอกาสนี้ขอโทษต่อประชาชนทุกคน จากความผิดพลาดที่เขาได้กระทำลงไป โดยหลังจากการลาออกของนายอิซชู

เรื่องอื้อฉาวของนายอิซชูเริ่มขึ้นเมื่อนิตยสารแท็บลอยด์รายสัปดาห์ Shukan Bunshun ออกมาตีพิมพ์รายงานที่ระบุว่านายอิซชูได้ละเมิด”กฎหมายการเลือกตั้ง”ด้วยการสั่งให้คนของตนนำสิ่งของกำนัลอาทิ เมลอนราคาแพง รวมถึงเงิน”ช่วยเหลือ”จำนวน 20,000 เยน (ราว 5,500 บาท) ให้แก่งานศพของสมาชิกในครอบครัวในฐานเสียงของตน

อีกทั้ง สำนักงานของนายซูกาวาระยังได้ส่งดอกไม้จันทน์ให้กับผู้เสียชีวิตในครอบครัวของผู้สนับสนุนอีกหลายครั้งในปีนี้

ตามกฎหมายการเลือกตั้งของญี่ปุ่นระบุว่า ห้ามนักการเมืองรับหรือมอบสิ่งของหรือเงินให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเลือกตั้งหรือไม่ก็ตามโดยมีโทษปรับสูงสุด 500,000 เยน

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่นายอิชซูจะเข้ารับตำแหน่งรมว.เศรษฐกิจ เขาได้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาหารือเพื่อยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากการลาออก นายกอาเบะได้ทาบทามให้นายฮิโรชิ คาจิยามะรับตำแหน่งแทน

เปิดหลักสูตรการศึกษา ที่ฝรั่งเศสเขาสอนกันยังไงบ้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604481

  • วันที่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

เปิดหลักสูตรการศึกษา ที่ฝรั่งเศสเขาสอนกันยังไงบ้าง

การศึกษาของฝรั่งเศสจะไม่เน้นการจัดลำดับที่ แต่จะสอนให้นักเรียนคิดวิเคราะห์มีข้อสนับสนุนข้อคัดค้านในการเขียนตอบข้อสอบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จากกรณีที่เป็นประเด็นร้อนไปทั่วเมืองของหนุ่มแว่นหัวร้อนด่ากราดและดูถูกคนขับรถกระบะคู่กรณีว่าเป็นคนชั้นต่ำ และอ้างว่าไปเรียนต่างประเทศมาเป็นสิบปี ทำให้โลกอินเทอร์เน็ตช่วยกันสืบค้นประวัติของหนุ่มแว่นหัวร้อนและพบว่าเคยศึกษาที่ ISEE Business School ของฝรั่งเศส และพ่อเผยว่าไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ 6 ขวบ เพิ่งกลับไทยได้ราว 1 ปี

โพสต์ทูเดย์หยิบยกข้อมูลระบบการเรียนการสอนของฝรั่งเศสมาอธิบายคร่าวๆ  เพื่อทำความเข้าใจภูมิหลังด้านการศึกษาของหนุ่มหัวร้อนรายนี้

ระบบการศึกษาเป็นระบบที่แตกต่างจากการศึกษาของไทยและประเทศตะวันตกอื่นๆ เนื่องจากชาวฝรั่งเศสจะให้ความสำคัญกับการศึกษา และฝากความหวังให้โรงเรียนเป็นสถานที่บ่มเพาะความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติ การศึกษาในโรงเรียนของรัฐตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนจนถึงมัธยมปลายเป็นแบบให้เปล่า ไม่เสียค่าเล่าเรียน โรงเรียนเป็นผู้จัดหาหนังสือเรียนให้ยืมใช้ตลอดการศึกษา

นอกจากนี้ ยังใช้ระบบภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยในการเลือกเข้าโรงเรียน เมื่อเด็กจบชั้นอนุบาล โรงเรียนจะส่งตัวต่อให้โรงเรียนประถมศึกษาในเขตเดียวกัน โดยเป็นแบบนี้เป็นทอดๆ จนกระทั่งจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนั้นจึงไม่มีการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียน ด้วยหลักการที่ว่าเด็กทุกคนไม่ว่าสัญชาติใดล้วนมีโอกาสเท่าเทียมกันทางการศึกษา

1.การศึกษาก่อนวัยเรียน อายุ 3-5 ปี

ระดับนี้ไม่ถือเป็นการศึกษาภาคบังคับ การสอนในระดับนี้มุ่งเน้นให้เด็กรู้จักช่วยเหลือตนเอง การพัฒนาทักษะทางภาษา และการเข้าสังคม อาทิ การออกกำลังกาย วาดภาพระบายสี ปั้นดินน้ำมัน การทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน โดยใช้การประเมินผลด้วยระดับความสามารถ เช่น ดี ดีมาก พอใช้ แทนการสอบจัดลำดับในชั้นเรียน

2.ระดับประถมศึกษา อายุ 6-10 ปี

เป็นก้าวแรกของการศึกษาภาคบังคับ โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ชั้นเตรียมประถมศึกษา (CP), ชั้นประถมศึกษาต้นปีที่ 1 (CE1), ชั้นประถมศึกษาต้นปีที่ 2  (CE2), ชั้นประถมศึกษากลางปีที่ 1 (CM1), ชั้นประถมศึกษากลางปีที่ 2 (CM2) วิชาที่สอนในระดับประถมแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง 2) คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3) พลศึกษา ศิลปะ ดนตรี โดยเน้นที่การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน รวมทั้งยังมีคอร์สพิเศษที่เรียกว่า discovery class หรือการศึกษานอกห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลาราว 1-3 สัปดาห์กับสิ่งแวดล้อมใหม่ โดยจะวัดผลในรูปของการบ้าน แบบทดสอบ การตอบคำถามในชั้นเรียน ไม่มีการจัดลำดับที่

3.ระดับมัธยมศึกษา อายุ 11-18 ปี แบ่งเป็น 2 ระดับ

3.1 มัธยมต้น (collège) อายุ 11-14 ปี ระดับนี้แบ่งออกเป็น 4 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 6, ชั้น 5 , ชั้น 4 และชั้น 3 ระดับชั้นนี้เริ่มเน้นวิชาเฉพาะเพิ่มเติมจากระดับประถมศึกษา ได้แก่ เคมี ชีววิทยาและธรณีวิทยา เทคโนโลยี โดยจะมีครูเฉพาะของแต่ละวิชา หลังจากระดับนี้จะแล้วระบบของฝรั่งเศสจะแยกเป็นสายสามัญและสายอาชีพ หลักสูตรนี้จึงกำหนดให้นักเรียนชั้น 3 ทุกคนต้องฝึกงานเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อทำความรู้จักกับอาชีพต่างๆ และต้องทำรายงานการฝึกงานทั้งข้อเขียนและสอบปากเปล่า ในระดับนี้การวัดผลด้วยการสอบเก็บคะแนนตลอดปี มีคะแนนการมีส่วนร่วมอภิปรายในชั้น  เมื่อสิ้นปีชั้น 3 จะมีการสอบรับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น (Brevet)  ซึ่งข้อสอบส่วนหนึ่งเป็นข้อสอบกลางทั่วประเทศ  ใบคะแนนผลการเรียนจะระบุคะแนนที่ได้ในแต่ละวิชาและคะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชาของนักเรียน พร้อมความเห็นของครูผู้สอนแต่ละวิชา คะแนนสูงสุดของชั้น และคะแนนเฉลี่ยของชั้นในวิชานั้นๆ เพื่อให้เห็นว่านักเรียนจัดอยู่ในกลุ่มใด แต่จะไม่มีการจัดลำดับที่

3.2  มัธยมปลาย  อายุ 15-18 ปี แยกเป็น 2 สาย คือ สายสามัญและเทคโนโลยี และสายวิชาชีพ โดยทั้ง 2 สายแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ

  • ชั้น 2 (Seconde) ในสายสามัญและเทคโนโลยี  นักเรียนทุกคนเรียนวิชาพื้นฐาน
  • ชั้น 1 (Première) ในสายสามัญและเทคโนโลยี นักเรียนเข้าสู่สายวิชาเฉพาะ เช่น สายสามัญวิทยาศาสตร์ สายสามัญเศรษฐศาสตร์และสังคม สายสามัญภาษาและวรรณคดี สายเทคโนโลยีบริหารจัดการ สายเทคโนโลยีออกแบบศิลปะ
  • ชั้นปลาย (Terminale)   เมื่อสิ้นปีการศึกษา เด็กต้องเข้าสอบรับประกาศนียบัตร Baccalauréat สายสามัญและเทคโนโลยี หรือ สายวิชาชีพ ซึ่งเป็นการสอบทั่วประเทศใช้ข้อสอบกลาง เป็นการสอบที่เปิดสิทธิให้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

ทั้งนี้ ในสายวิชาชีพ หลังจบชั้นชั้น 1 นักเรียนสามารถสอบรับประกาศนียบัตรวิชาชีพ Certificat d’Aptitude Professionnelle (CAP)  หรือ Brevet d’Etudes Professionnel (BEP) และเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

ระดับนี้ประเมินผลการเรียนเช่นเดียวกับระดับมัธยมต้น

4.ระดับอุดมศึกษา

มหาวิทยาลัยของรัฐจะเปิดรับนักเรียนที่ได้รับประกาศนียบัตร Baccalauréat ทุกคนโดยไม่มีการสอบคัดเลือก ยกเว้นในสายเฉพาะทาง เช่น แพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ เศรษฐศาสตร์ และนักกฎหมาย

5.ระดับวิชาชีพชั้นสูง (Grandes Écoles)

เป็นการศึกษาชั้นนำในระดับหัวกะทิของฝรั่งเศสที่มุ่งสร้างบุคลากรชั้นนำทางด้านวิชาการและวิชาชีพ โดยต้องผ่านการสอบเข้าอย่างเข้มงวด ปัจจุบันเปิดสอนใน 4 กลุ่มวิชา คือ วิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์, วิศวกรรมและเทคโนโลยี, การจัดการและบริหารธุรกิจ, กลุ่มวิชาชีพอื่น เช่น สถาปัตยกรรม ศิลปะ สัตวแพทย์ โดยเน้นการสร้างพื้นฐานความรู้ทางวิชาการที่มั่นคงในสาขาวิชาชีพ ใช้เวลาศึกษา 3 ปี และจะได้รับปริญญาบัตรเทียบเท่าระดับปริญญาโท

ที่มาข้อมูล : สำนักงาน ก.พ., วิกิพีเดีย : Education in France

อังกฤษเผยศพปริศนา 39 ร่างซุกคอนเทนเนอร์เป็นชาวจีนทั้งหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604466

  • วันที่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 17:31 น.

อังกฤษเผยศพปริศนา 39 ร่างซุกคอนเทนเนอร์เป็นชาวจีนทั้งหมด

เผยแล้ว 39 ศพที่พบท้ายรถบรรทุกในอังกฤษเป็น “คนจีน” ทั้งหมด ตำรวจสอบเข้มคนขับ

สื่ออังกฤษรายงานว่า จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (23 ต.ค.) มีรายงานพบศพปริศนาจำนวน 39 ร่าง ถูกซุกอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ท้ายรถบรรทุกคันหนึ่งบริเวณเขตนิคมอุตสาหกรรมใกล้เมือง Grays ทางตะวันออกของกรุงลอนดอนนั้น จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 39 ร่างนั้นแบ่งเป็นเพศหญิง 8 ราย ชาย 31 ในจำนวนนี้ 1 รายเป็นวัยรุ่น ทั้งหมดเป็นสัญชาติจีน

วันนี้ตำรวจท้องถิ่นเอสเซกส์เผยว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวมีต้นทางจากบัลแกเรีย และเดินทางเข้าสู่อังกฤษโดยเรือเฟอร์รี่จากเบลเยี่ยมผ่านทางแคว้นเวลส์ โดยภายหลังมีการเปิดเผยชื่อของคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวว่าคือนาย มอริส โรบินสัน วัย 25 ปี สัญชาติไอริช ซึ่งขณะนี้ถูกทางตำรวจควบคุมตัวสอบปากคำในข้อสันนิฐานเอี่ยวคดีฆาตกรรมแล้ว

ตำรวจยังเผยอีกว่าในตู้คอนเทนเนอร์ที่พบศพนั้นมีสภาพเป็นตู้สำหรับแช่แข็งสินค้า แต่ยังคงไม่ชัดเจนว่าศพทั้งหมดถูกแช่แข็งมาแต่แรกแล้วหรือไม่ รวมถึงยังไม่ทราบเวลาและสาเหตุการเสียชีวิตของทั้ง 39 รายส่วนสถานทูตจีนในกรุงลอนดอนยังไม่ออกแถลงการณ์ใดๆต่อเรื่องดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ในปี 2000 มีการพบร่างผู้เสียชีวิตของผู้อพยพชาวจีนจำนวน 58 รายซุกในรถบรรทุกสินค้าดัตช์บริเวณทางเรือเมืองโดเวอร์ ครั้งนั้นมีผู้รอดชีวิต 2ราย

สเปนทำลายสัญลักษณ์สุดท้ายเผด็จการฟรังโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604454

  • วันที่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 15:56 น.

สเปนทำลายสัญลักษณ์สุดท้ายเผด็จการฟรังโก

สเปนย้ายศพเผด็จการฟรังโกพ้นอนุสรณ์สถานทหารแล้ว ทำลายสิ้นสัญลักษณ์ผู้นำเผด็จการ

สำนักข่าว EL PAIS ของสเปนรายงานว่า ทางการได้เริ่มทำการรื้อหลุมฝังร่างของนายพลฟรานซิสโก ฟรั่งโก อดีตผู้นำเผด็จการทหารผู้เคยปกครองสเปนมายาวนาน 36 ปี ขึ้นมาจากอนุสรณ์สถาน Valley of the Fallen นอกกรุงมาดริดในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับฝังร่างทหารผ่านศึกและมีสัญลักษณ์รูปสลักกางเขนขนาดใหญ่ที่ฟรั่งโกสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์

การขุดหลุมฝังร่างของนายพลฟรั่งโกครั้งนี้ จะทำการย้ายจาก Valley of the Fallen ไปยังฝังสุสาน El Pardo-Mingorrubio โดยจะฝังร่างของฟรั่งโกเคียงข้างหลุมฝังศพของ Carmen Polo ภรรยาของเขา

 

Valley of the Fallen

 

รายงานระบุว่า ในระหว่างที่การดำเนินขุดนั้นที่บริเวณด้านนอกทางเข้าสุสานได้มีคณะผู้แทนจากกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง และพรรคการเมืองหลายกลุ่มนำพวงหลีดมาเคารพศพฟรังโก

กระบวนการขนย้ายจะเริ่มด้วยการเปิดแผ่นหินอ่อนน้ำหนัก 1,500 กิโลฯที่ปิดอยู่ด้านบนของหลุมฝังศพ จากนั้นจะนำร่างของฟรังโกเดินทางไปโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเลี่ยงความวุ่นวายระหว่างทางจากกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายขวาจัดที่ยังคงเชิดชูฟรังโกอยู่ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าสุสานอย่างเข้มงวด

Pedro Sanchez

แนวคิดการย้ายสุสานอดีตผู้นำเผด็จการครั้งนี้เริ่มจากที่นายกรัฐมนตรี เปรโด ซานเชส จากพรรคสังคมนิยม(PSOE) ได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ดำริให้มีการทำลายสัญลักษณ์ของเผด็จจากยุคสงครามกลางเมืองซึ่งนายพลฟรังโก้เป็นผู้นำกลุ่มขวาจัดที่เคยใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองจนมีผู้เสียชีวิตไปมากหลายหมื่นคน

การย้ายหลุมฝังศพฟรังโกได้รับการเห็นชอบในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อเดือนกันยายนปี 2018 แต่ทว่าถูกครอบครัวตระกูลฟรังโกยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้ระงับคำสั่งดังกล่าว เรื่องได้ถูกตัดสินโดยศาลฎีกาสเปนอนุมัติให้รัฐบาลสามารถย้ายสุสานฟรังโก้พ้นอนุสรณ์สถาน Valley of the Fallen ได้ในที่สุด

 

นายพลฟรังโก กับเจ้าชายฆวน การ์โลส (พระยศในขณะนั้น)

 

ทั้งนี้ ในปี 1969 นายพลฟรังโก้ได้กำหนดให้สถาปนาระบอบกษัตริย์ขึ้นมาใหม่โดยมีการแต่งตั้ง “เจ้าชายฆวน การ์โลส” ขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากเข้า ซึ่งต่อมาคือสมเด็จพระราชาธิบดีฆวนการ์โลสแห่งสเปน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าสเปนจะสิ้นสุดยุคเผด็จการฟรังโกมานานแล้ว อีกทั้งสเปนแทบไม่หลงเหลือร่องรอยความเป็นเผด็จการอีกต่อไป แต่ทว่าปัจจุบันความแตกร้าวทางการเมืองสเปนก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะในประเด็นแคว้นคาตาลัน รวมถึงตั้งแต่ที่พรรค PSOE ชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากคะแนนเสียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของงสภา ประกอบความไม่ลงรอยกันระหว่างพรรคการเมืองกลุ่มซ้ายด้วยกัน