พบเศียรพระโพธิสัตว์เขมรโบราณขนาดมหึมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603603

  • วันที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 15:11 น.

พบเศียรพระโพธิสัตว์เขมรโบราณขนาดมหึมา

นักโบราณคดีกัมพูชาของสำนักงานอัปสรา (Apsara National Authority) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลโบราณสถานนครวัดนครธม ได้ขุดค้นพบเศียรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่ปราสาทตาไน เมืองเสียมเรียบ ส่วนพระเศียรมีขนาดความสูงถึง 54 เซนติเมตร ซึ่งคาดว่าส่วนลำตัวที่ยังไม่พบน่าจะมีความสูงมากกว่านี้ประมาณ 4 – 5 เท่า หรือประมาณ 2 – 2.5 เมตร

เศียรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นศิลปะแบบบายน สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 – 13 ตรงกับรูปแบบสถาปัตยกรรมของปราสาทตาไน ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในยุคนั้นอาณาจักรเขมรโบราณ นับถือพุทธศาสนามหายาน และมีการสร้างรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรไว้หลายแห่ง รวมถึงปราสาทหินในเมืองไทย เช่นที่ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี ก็พบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรในยุคสมัยเดียวกัน

ทั้งนี้ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความกรุณาตามความเชื่อของพุทธศาสนามหายาน สัญลักษณ์ประจำองค์ที่เห็นได้ชัดคือ ที่ส่วนพระเศียรจะมีพระพุทธรูปประดับไว้ และพระพุทธรูปที่เห็นคือพระอมิตาภพุทธเจ้า ซึ่งพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเป็นบริวารประจำองค์

สำหรับปราสาทตาไน (Ta Nei) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าปราสาทตาเนย ตั้งอยู่ในเขตเมืองโบราณนครวัดนครธม ในเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ปราสาทแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก และยังปกคลุมด้วยผืนป่า มีผู้คนเดินทางไปชมน้อย จึงมีบรรยากาศที่ลึกลับชวนให้น่าค้นหา

ภาพจาก Apsara Authority

ภาพจาก Apsara Authority

ภาพจาก Apsara Authority

ภาพจาก Apsara Authority

แฉเมืองในญี่ปุ่นมีคำสั่งห้ามคนจรจัดเข้าศูนย์ลี้ภัยไต้ฝุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603592

  • วันที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 13:38 น.

แฉเมืองในญี่ปุ่นมีคำสั่งห้ามคนจรจัดเข้าศูนย์ลี้ภัยไต้ฝุ่น

สมาชิกเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กในญี่ปุ่นต่างแสดงความไม่พอใจ หลังจากที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @agile_2019 รายงานว่า ทางการท้องถิ่นแห่งหนึ่งไม่ยอมให้คนไร้บ้านเข้าพักในศูนย์ลี้ภัย ช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส

สมาชิกทวิตเตอร์รายนี้ระบุว่า “ [โปรดแชร์] เมื่อนายกเทศมนตรีเมืองไทโตะพูดกับผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามภัยพิบัติ กับปลัดเมืองกล่าวว่า ‘มีความเป็นไปได้ในที่จะแนะนำให้อพยพและเตรียมการอพยพต่อไป แต่สำนักงานได้ตัดสินใจว่าคนจรจัด (คนที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง) จะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่พักพิงของศูนย์การอพยพ’ นี่คือเรื่องจริง ศูนย์รับมือกับภัยพิบัติของเมืองไทโตะ กีดกันคนจรจัด”

กลุ่มต่อต้านการกระทำต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติในโตเกียว ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งระบุว่าศูนย์พักพิงในเมืองไทโตะต้องจัดลำดับความสำคัญให้กับสมาชิกในชุมชนก่อน และเมื่อถูกถามเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว พวกเขาบอกว่ามีศูนย์อพยพแยกต่างหาก อย่างไรก็ตามศูนย์อพยพหล่านั้นจะไม่ยอมรับคนไร้บ้านเช่นกัน ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่า คนจรจัดไม่มีที่ไปในช่วงที่พายุกำลังถล่มญี่ปุ่น

หลังจากมีการเปิดเผยเรื่องนี้ สมาชิกเครือข่ายโซเชียลฯ ต่างแสดงความเห็นอย่างดุเดือด โดยสำนักข่าว soranews24.com ได้รวบรวมความเห็นเหล่านี้มาเช่น

“ถ้าอย่างนั้น ก็เท่ากับพวกเขาบอกให้คนเหล่านั้น (คนจรจัด) ไปตายเพราะพวกเขาไม่มีที่อยู่อาศัย แย่มาก”

“แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีที่อยู่ พวกเขายังมีร่างกายและชีวิต พวกเขาก็มีสิทธิ์ภายใต้รัฐธรรมนูญ และในสถานการณ์เร่งด่วน เมืองมีภาระหน้าที่ในการใช้อำนาจของตนในการปกป้องพวกเขา”

“แม้ว่าพวกเขาสัญญาว่าจะปกป้อง ‘ทุกคน’ แต่ ‘ทุกคน’ ในที่นี้ไม่ได้รวมถึงคนที่เป็นภาระต่อสังคม”

“ฉันสงสัยว่าพวกเขาจะปฏิบัติต่อนักเดินทางและนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยวิธีเดียวกันหรือไม่? นโยบายของเมืองไทโตะ น่ากังขาจริง”

สหภาพยุโรปมีมติให้กระชับความสัมพันธ์กับไทยภายหลังการเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603565

  • วันที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 09:39 น.

สหภาพยุโรปมีมติให้กระชับความสัมพันธ์กับไทยภายหลังการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the EU) ได้รับทราบรายงานจากผู้แทนระดับสูงเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองภายในประเทศไทย หลังจากมีการเลือกตั้งขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ภายใต้บริบทนี้ และเมื่อพิจารณาถึงมติเดิมที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปได้ให้ความเห็นชอบไว้ในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560 คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปจึงพิจารณาว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วสำหรับสหภาพยุโรปที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทั้งนี้รวมถึงความสัมพันธ์ในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และประชาธิปไตยแบบพหุนิยม โดยการเตรียมพร้อมสำหรับการลงนามกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือกับประเทศไทยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากนี้ คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการเดินหน้ารื้อฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยอีกด้วย

นายกฯญี่ปุ่นสั่งดูแลผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นใกล้ชิด โดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603549

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 19:25 น.

นายกฯญี่ปุ่นสั่งดูแลผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นใกล้ชิด โดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ

นายกฯญี่ปุ่นสั่งครม.ดูแลเรื่องสาธารณูปโภค-อาหาร-น้ำ-สิ่งของจำเป็น แก่ผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นอย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น53ราย

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.62 ทางการญี่ปุ่นยังเดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่นฮากิบิสอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 53 ราย และ สูญหาย 16 ราย รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 100 คน

ไต้ฝุ่นฮากิบิสได้ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักและดินถล่มในหลายพื้นที่ทางตอนกลางและตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น

นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวในระหว่างการประชุมทีมช่วยเหลือว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่น โดยจะมีการตั้งทีมประสานงานของส่วนราชการเพื่อปรับปรุงที่พักพิง และช่วยเหลือผู้อพยพในการหาสถานที่พักพิง

นายอาเบะยังได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีดูแลเรื่องสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า และ น้ำประปา หลังจากที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่มีน้ำและไฟใช้ รวมถึงให้การดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนร้องขอจากทางการท้องถิ่น

ภาพ เอเอฟพี

เปิดแฟ้มมุมมองใหม่14 ตุลา เบื้องหลังสู้เพื่อเอกราชท่ามกลางภัยเสี่ยงต่ออธิปไตย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603547

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 19:13 น.

เปิดแฟ้มมุมมองใหม่14 ตุลา เบื้องหลังสู้เพื่อเอกราชท่ามกลางภัยเสี่ยงต่ออธิปไตย

อีกหนึ่งมุมมองต่อเหตุการณ์วันมหาวิปโยค จากหลักฐานของรัฐบาลสหรัฐ โดยกรกิจ ดิษฐาน

การเคลื่อนไหวของบวนการนักศึกษาและประชาชนที่นำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีหลายเป้าหมาย เป้าหมายที่เราทราบกันดีคือการขับไล่ “เผด็จการถนอม ประภาส ณรงค์” แต่อีกเป้าหมายหนึ่งซึ่งสำคัญพอๆ กันคือการขับไล่กองทัพสหรัฐออกไปจากประเทศไทย

ในเวลานั้นไทยเป็นพัธมิตรของสหรัฐในสงครามเวียดนาม เมื่อถึง พ.ศ.2516 มีฐานทัพอเมริกาในไทยถึง 12 แห่ง ในเดือนกันยายนมีทหารอเมริกันอยู่ในไทย 38,500 นาย การผนึกกำลังกันระหว่างไทยกับสหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา

กระแสต่อต้านกองทัพสหรัฐรุนแรงถึงขีดสุดในปี 2516 โดยมีการณรงค์เคลื่อนไหวของนักศึกษาที่เห็นว่าไทยถูกริดรอนเอกราชโดยสหรัฐ มีการใช้วาทกรรมการเมืองแบบฝ่ายซ้าย เช่น จักรพรรดินิยม มาใช้โจมตีสหรัฐที่ครอบงำไทยให้อยู่ในสถานะกึ่งเมืองขึ้นในสายตาของพวกฝ่ายซ้าย

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ขบวนการนักศึกษากำลังขับไล่สหรัฐออกไปจากไทย “รัฐบาลทรราชย์” ที่นักศึกษาขับไล่ไปพร้อมๆ กันนั้นก็เคลื่อนไหวเพื่อให้สหรัฐถอนทัพออกไปเช่นกัน

เรื่องที่เหนือความคาดหมายนี้เกิดขึ้น เพราะสถานการณ์ของกองทัพสหรัฐกำลังถอนตัวจากเวียดนาม และรัฐบาลสหรัฐถูกกดดันจากสภาคองเกรสให้ตัดงบประมาณด้านการสงคราม หากสหรัฐถอนกำลังทหารออกไปจากอินโดจีน จะทำให้ไทยถูกโดดเดี่ยว ต้องรับมือกับภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์เพียงลำพัง ไทยจึงต้องหาทางเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความเสี่ยงต่ออธิปไตยจากการรุกรานของคอมมิวนิสต์ด้วยวิธีการใหม่

จากเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2516 ริชาร์ด ที. เคนเนดี แห่งสภาความมั่นคงมีบันทึกช่วยจำไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเฮนรี คิสซิงเจอร์ เรื่องขอเพิ่มการช่วยเหลือทางการทหารให้ประเทศไทยเพิ่มเติม ทว่า มีปัญหาเรื่องสภาคองเกรสไม่สนับสนุนงบประมาณอีก กระนั้นกลับกลายเป็นว่าไทยไม่ต้องการความช่วยเหลือ เคนเนดียังได้รับโทรเลขยืนยันจาก อันเกอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเทพฯ ว่า “มีปฏิกริยาอย่างหนักหน่วงของฝ่ายไทยให้ตัดลงความช่วยเหลือด้านการทหารลง … อันเกอร์เห็นอย่างยิ่งกว่าเราจะต้องทำอะไรบางอย่าง”

ทางสหรัฐติดตามสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด และพบว่าฝ่ายไทยต้องการให้สหรัฐถอนทหารออกไป อย่างไรก็ตามโทรเลขของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2516 ระบุว่า บรรยากาศการเมืองในไทยค่อนข้างรุนแรง การลดกำลังทหารครั้งแรกไม่ได้ผล และควรจะลดกำลังทหารอีกเพื่อให้รัฐบาลไทยพอใจ และจะช่วยให้รัฐบาลไทยสามารถรับมือกับความไม่พอใจในประเทศ นั่นคือกระแสต่อต้านกองทัพสหรัฐ ดังนั้นสถานทูตมีข้อแนะนำมายังกระทรวงการต่างประเทศที่วอชิงตันว่า “วอชิงตันจะต้องพิจารณาอย่างจริงจังเรื่องถอนทหาร”

จากเอกสารบันทึกช่วยจำของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่องวันที่ 26 กันยายน 2516 หรือเพียง 18 วันก่อนที่เกิดเหตุการณ์วันมหาวิปโยค พลจัตวาชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศในขณะนั้น) ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ได้เดินทางไปยังนครนิวยอร์ก และหาหรือกับเฮนรี คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เกี่ยวกับกองทัพสหรัฐในไทย สถานการณ์ในเวียดนาม และกัมพูชา

คณะของฝ่ายไทยยังประกอบด้วยนายอานันท์ ปันยารชุน เอกอัครราชทูตไทยประจำวอชิงตันในขณะนั้น นายแผน วรรณเมธี อดีตอธิบดีกรมการเมือง และนายอาสา สารสิน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เนื้อหาส่วนของการเจรจาเพื่อถอนกำลังทหารมีดังนี้

ชาติชายสอบถามเกี่ยวกับการถอนกองกำลังของเราออกจากประเทศไทย

รัฐมนตรี (คิงซิงเจอร์): บอกผมทีว่าใครต้องการให้กองทัพออกไป? ทั้งประเทศไทยและสหรัฐคอยวิเคราะห์ท่าทีของกันและกัน และคาดเดาว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร จุดยืนของเราคือถ้ามันจะช่วยสถานการณ์ภายในประเทศไทย เรายินดีที่จะลดกำลังของเรา ถ้ามันจะช่วยไทยในด้านสถานการณ์ระหว่างประเทศเราจะคงทหารไว้ที่นั่น โปรดบอกสิ่งที่คุณต้องการ อย่าตัดสินใจบนพื้นฐานของการคาดเดาถึงสิ่งที่เราต้องการ

ชาติชาย: เราไม่ได้ขอถอนในขณะที่สถานการณ์ไม่แน่นอน หากไม่มีการถอนตัวของเวียดนามเหนือจากลาว สหรัฐก็ไม่ควรถอนตัวจากไทย คนไทยสงสัยว่าสหรัฐต้องการอยู่ต่อเองหรือไม่ หรือเป็นเพราะรัฐบาลไทยขอให้สหรัฐอยู่ต่อ (เช่นในกรณีหลังจะไม่เป็นปัญหา)

คิงซิงเจอร์: สหรัฐยินดีที่จะทำการปรับจำนวนกำลังพล จะมีแรงกดดันจากรัฐสภาให้ปรับลดลง แต่เราสามารถจัดการได้

อานันท์: เราต้องการให้ถอนกำลังทหารเล็กน้อยเหลือ 32,000 นาย

คิงซิงเจอร์: ตอนนี้กำลังพลเรามีอยู่เท่าไร?

อานันท์: ขณะนี้ทหารสหรัฐในประเทศไทยมีประมาณ 38,500 นาย

คิงซิงเจอร์: คุณต้องการให้เราลดกำลังพลเหลือ 32,000 นาย แล้วคุณต้องการให้เราถอนกองกำลังเชิงยุทธศาสตร์ออกมาบ้างหรือไม่?

ชาติชาย: ใช่ เราต้องการให้คุณกลับไปสู่ระดับก่อนการโจมตีเมื่อปี 2515 (pre-NVN offensive 1972) และถอนกองกำลังเชิงยุทธศาสตร์ของ rho ออกไป

ก่อนการโจมตีเมื่อปี 2515 (pre-NVN offensive 1972) หมายถึงการที่กองทัพเวียดนามเหนือบุกโจมตีเวียดนามใต้และสหรัฐอย่างหนักระหว่างเดือนมีนาคม – ตุลาคม 2515 ในศึกครั้งนั้นสหรัฐต้องระดมกำลังทางอากาศจากฐานทัพสหรัฐในไทยเข้าไปช่วยโจมตีเวียดนามเหนือ จึงมีการเพิ่มกำลังทหารอย่างมาก เช่น ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนถึง 13 พฤษภาคม มีการขนย้ายเครื่องบินรบ 176 F-4s และ Thunderchiefs F-105 12 จากฐานทัพอากาศในเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกามายังประเทศไทย

แม้ว่าการโจมตีเมื่อปี 2515 จะไม่มีใครแพ้ใครชนะ แต่ทำให้เวียดนามเหนือได้เปรียบมากขึ้นในการเจรจาหยุดยิง ในเดือนมกราคม 2516 เวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ และสหรัฐ ลงนามในข้อตกลงสันติภาพปารีส (Paris Peace Accords) ซึ่งสหรัฐตกลงที่จะถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากเวียดนาม

การถอนกำลังทหารสหรัฐจากเวียดนามถือเป็นสัญญาณอันตรายของไทย เพราะเท่ากับเปิดช่องให้ต้องรับมือกับภัยคอมมิวนิสต์อย่างเต็มที่โดยไม่มีอะไรมาเป็นแนวกันชนอีกแล้ว คำถามก็คือ แล้วทำไมรัฐบาลจอมพลถนอมที่เปิดทางให้สหรัฐเข้าตั้งฐานทัพตั้งแต่แรก ถึงต้องการให้สหรัฐถอนกำลังออกไปในช่วงเวลาคับขัน?

นั่นก็เพราะมีเงื่อนไขการเมืองระหว่างประเทศที่พลิกผัน ย้อนกลับไปในปี 2514 สหรัฐสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเยือนจีนและเปิดสัมพนธ์ทางการทูตกับจีน อันที่จริงแล้วก่อนหน้านั้น คิสซิงเจอร์ทำทีเดินทางมาที่เมืองไทยก่อนที่จะใช้โอกาสนั้นแอบเดินทางไปที่ปักกิ่งเพื่อเจรจาเปิดสัมพันธ์ทางการทูต

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ไทยจึงต้องหันมาใช้การทูตนำการทหารบ้าง นี่คือสาเหตุของการเจรจาให้สหรัฐถอนกำลังทหารออกไปทีละน้อย พร้อมกันนั้นไทยก็เริ่มเจรจากับเวียดนามเพื่อป้องกันไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้ากันหลังสหรัฐถอนทัพออกไป นายถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า นี่ไม่ใช่การแอนตี้อเมริกัน แต่เพราะสงครามสิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีเหตุที่กองทัพต่างชาติจะย้ายมาใช้แผ่นดินไทยเพื่อทำสงคราม แล้วทำให้ไทยเข้ายุ่งเกี่ยวกับสงครามโดยไม่ได้สมัครใจ

เราอาจวิเคราะห์ได้ว่า คิสซิงเจอร์อาจเข้าใจถึงกระแสต่อต้านอเมริกันในไทย จึงกล่าวว่า “ถ้ามันจะช่วยสถานการณ์ภายในประเทศไทย เรายินดีที่จะลดกำลังของเรา ถ้ามันจะช่วยไทยในด้านสถานการณ์ระหว่างประเทศเราจะเก็บทหารไว้ที่นั่น” แต่ดูเหมือนว่าไทยไม่ต้องการตัวช่วยทางการทหารจากสหรัฐ เพราะเลือกที่จะใช้วิธีทางการทูต และคงเห็นการถอนทหารสหรัฐ เป็นการส่งสัญญาณฉันมิตรไปยังเวียดนามด้วย

หลังจากการพบกันที่นิวยอร์ก อีก 18 วันต่อ พลังนักศึกษาและประชาชนก็โค่นล้มรัฐบาลจอมพลถนอมได้สำเร็จ โดยที่การเจรจาถอนกำลังทหารยังไม่เสร็จสิ้น ปัญหานี้จะยืดเยื้อต่อไปพร้อมกับบรรยากาศนิยมฝ่ายซ้ายที่เฟื่องฟู และกระแสต้านจักรวรรดินิยมที่รุนแรง แต่ในเวลาเดียวกันราวปี 2518 ฝ่ายขวาก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น เกิดการลอบสังหารแกนนำฝ่ายซ้ายและแกนนำแรงงานหลายคน

จนถึงปี 2519 ซึ่งเป็นปีที่เกิดการสังหารหมู่ที่ธรรมศาสตร์ในวันที่ 6 ตุลาคม ฝ่ายซ้ายถูกกำราบอย่างหนักหน่วง และทำให้การทูตฉันมิตรกับเวียดนามและโลกคอมมิวนิสต์ชะงักไประยะหนึ่ง ส่วนในปีเดียวกันนั้น กองทัพสหรัฐได้ถอนกำลังออกจากไทยไปเงียบๆ

ทิ้งให้ไทยเผชิญกับความผันผวนทางการเมืองต่อไป

 

อ้างอิง

Memorandum From Richard T. Kennedy of the National Security Council Staff to the President’s Assistant for National Security Affairs (Kissinger), Washington, March 7, 1973

Telegram 4623 From the Embassy in Thailand to the Department of State, March 22, 1973, 1236Z

Memorandum of Conversation, New York, September 26, 1973, 10 a.m.

สเปนใช้ไม้แข็ง ส่งแกนนำแบ่งแยกดินแดนนอนคุกถ้วนหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603535

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 17:24 น.

สเปนใช้ไม้แข็ง ส่งแกนนำแบ่งแยกดินแดนนอนคุกถ้วนหน้า

ศาลฎีกาในกรุงมาดริด ตัดสินให้ผู้แบ่งแยกดินแดนแคว้นคาตาลัน ที่พยายามแยกตัวออกจากสเปนในปี 2017 ได้รับโทษจำคุกสูงสุด 13 ปี นับเป็นคำตัดสินที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังขบวนการแบ่งแยกดินแดนคว้นคาตาลันว่ารัฐบาลสเปนจะไม่นิ่งเฉยกับการแยกตัว

อดีตรองประธานาธิบดีแคว้นคาตาลัน โอริออล ฮุนเกรัส ได้รับโทษหนักที่สุดคือ 13 ปี ในขณะที่นักเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนอีก 8 คนรับโทษจำคุก 9 – 12 ปีลดหลั่นกันไป ส่วนคาร์ล ปุยเดอมองต์ ผู้นำในการเคลื่อนไหวยังคงลี้ภัยในกรุงบรัสเซลส์ หลังจากหนีจากสเปนเมื่อ 2 ปีก่อน

ศาลตัดสินว่า ฮุนเกรัสมีความผิดในข้อหาปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจปกครอง และยังให้เงินงบประมาณของรัฐในทางที่ผิด โดยเขาเป็นแกนนำจัดการลงประชามติที่ผิดกฎหมายเพื่อแยกดินแดนแคว้นคาตาลัน และหลังจากนั้นยังเป็นแกนนำการชุมนุมประทม้วงนานนับเดือนแล้วตามมาด้วยการประกาศเอกราชที่ผิดกฎหมาย แต่เขาหลุดจากข้อหาเป็นกบฏ

สำนักข่าว La Vanguardia รายงานว่าในบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นเมืองหลวงคาตาลัน มีผู้ประท้วงตัดชุมนุมปิดเส้นทางสัญจรที่สำคัญหลายแห่ง คาดว่าจะมีผู้ประท้วงเพิ่มเติมอีก

ทั้งนี้ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนแคว้นคาตาลันเคลื่อนไหวอย่างหนักเมื่อปี 2017 โดยแกนนำคาร์ล ปุยเดอมองต์ และคณะซึ่งขณะนี้รับโทษจำคุกไปแล้วนั้น ได้จัดการลงประชามติแยกตัวโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลกลาง และยังประกาศเอกราชจากสเปน ทำให้รัฐบาลสเปนใช้ไม้แข็งด้วยการปลดผู้บริหารคาตาลันที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และริบอำนาจการปกครองตนเองของแคว้นเป็นการชั่วคราว ทำให้คาร์ล ปุยเดอมองต์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีของแคว้นต้องหนีจากประเทศ ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ไม่ได้หลบหนีจึงถูกดำเนินคดีดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซแห่งสเปนกล่าวไว้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า เขายังสามารถระงับอำนาจการปกครองตนเองของแคว้นคาตาลันได้ทุกเมื่อหากมีความจำเป็น

พบซากไดโนเสาร์ในไทยสมบูรณ์แบบที่สุดในอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603531

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 16:15 น.

พบซากไดโนเสาร์ในไทยสมบูรณ์แบบที่สุดในอาเซียน

นักวิจัยของไทยนำโดย ดร. ดวงสุดา โชคเฉลิมวงศ์ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะ เปิดเผยรายงานการค้นพบชิ้นส่วนของไดโนเสาร์พันธุ์ Siamraptor suwati ซึ่งเป็นซากกลุ่มคาร์คาร์โรดอนโทซอร์ เทโรพอด (carcharodontosaurian theropod) หรือไดโนเสาร์สะโพกกิ้งก่าที่สมบูรณ์ที่สุดที่เคยพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเภทและอายุเดียวกัน

ไดโนเสาร์พันธุ์นี้พบที่บ้านสะพานหิน จ. นครราชสีมา บนในเขตดินแดงซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ใช้เป็นเพาะปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง แต่เมื่อ 113 ล้านปีก่อน พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงและมีไดโดเสาร์กินเนื้อที่มีฟันแหลมคมเหมือนฉลามอาศัยอยู่

ทีมวิจัยพบว่า Siamraptor suwati มีโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา อาจทำให้มันหายใจได้ถี่ขึ้น สตีฟ บรูแซตต์ นักบรรพชีวินวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเอดิบะระ ซึ่งศึกษาสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์กล่าวกับ National Geographic Society กล่าวว่า ด้วยโครงสร้างที่เบา อาจทำให้พวกมันเป็นไดโนเสาร์ที่ว่องไวและดุร้าย

บรูแซตต์ ยังชี้ว่า นี่คือการค้นพบไดโนเสาร์ไทยที่สำคัญที่สุดเท่าที่เคยพบกันมา Siamraptor suwati เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มคาร์คาร์โรดอนโทซอร์ (carcharodontosaurs) ซึ่งเป็นพันธุ์ล่าเนื้อที่ดุร้ายและเคยเป็นเจ้าโลกมาก่อนการเกิดขึ้นของกลุ่มไทแรนโนซอร์ (tyrannosaurs) เช่น T. rex เมื่อกลุ่มคาร์คาร์โรดอนโทซอร์เริ่มลดลง กลุ่มไทแรนโนซอร์ก็เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น และเป็นนักล่าที่น่าเกรงขามในเวลาต่อมา

ภาพจาก https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0222489

สื่อนอกชี้ปัจจัยเศรษฐกิจไทยดีผิดเวลา เจอปัญหาเหมือนประเทศรวยแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603517

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 13:06 น.

สื่อนอกชี้ปัจจัยเศรษฐกิจไทยดีผิดเวลา เจอปัญหาเหมือนประเทศรวยแล้ว

ทัศนะจาก Daniel Moss คอลัมนิสต์ของสำนักข่าว Bloomberg แนะว่าไทยควรผ่อนท่าทีลงบ้างในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังย่ำแย่ เพราะในเวลานี้สกุลเงินมีความแข็งแกร่งมากและดุลบัญชีเดินสะพัดมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง ดังนั้นจึงมีเงื่อนไขให้ใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัวได้สบายๆ เช่นการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยกลับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยอย่างเสียไม่ได้ในเดือนสิงหาคม ตรงกันข้ามกับประเทศอื่นๆ ที่กำลังผ่อนคลายนโยบายการเงินไม่เพียงแต่ในเอเชีย แต่รวมถึงตลาดเกิดใหม่ และตลาดที่พัฒนาแล้วทั่วโลก

Moss ชี้ว่า ในระดับหนึ่งความมีเสถียรภาพนั้นน่าชื่นชม เพราะประเทศไทยเป็นโดมิโนตัวแรกในวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียระหว่างปี 2540 – 2541 ทำให้เกิดการล่มสลายของค่าเงินบาท แต่ประเทศไทยมีท่าทีระแวดระวังเกินไป แม้แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งเคยช่วยประเทศไทยในยามวิกฤตเมื่อปี 2540 ยังแนะว่าไทยสามารถคลายได้สักเล็กน้อยก็ยังดี

ทั้งนี้ รายงานของ IMF เมื่อกลางสัปดาห์นี้ ชื่นชมการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็น 1.5% ซึ่งถือว่าเหนือความคาดหมายเพราะเพิ่งจะลดไปเมื่อเดือนสิงหาคม แต่ผู้กำกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศบางรายเห็นว่ามีช่องทางให้ลดดอกเบี้ยลงอีก

IMF ยังต้องการให้ภาครัฐใช้งบประมาณมากขึ้น แทนที่จะกักตุนเงินสำรองไว้อย่างเดียว กรรมการของ IMF หลายคนเห็นว่า สถานะของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งมากเกินพอสำหรับพื้นฐานเศรษฐกิจระยะกลาง

เห็นได้ชัดว่า IMF ต้องการอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าลง เพราะเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในปีนี้ ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เทียบกับอันดับที่ 2 ในเอเชียคือรูเปียห์ของอินโดนีเซีที่แข็งค่ากว่า 1% เล็กน้อย ความยืดหยุ่นของค่าเงินบาทนั้นเกิดจากบัญชีกระแสรายวันในระดับที่สูง และความยับยั้งชั่งใจทางการเงินที่สูงเช่นกัน ซึ่ง IMF กลับเห็นว่าเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข

Moss บอกว่าหากเป็นเมื่อ 20 ปีก่อน ค่าเงินที่แข็งขึ้นคงจะเป็นเรื่องยอดเยี่ยม แต่ทุกวันนี้การแข็งค่าของเงินบาทเป็นตัวปัญหามากมาย ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศพัฒนาแล้วทั้งสิ้น เช่นอัตราเงินเฟ้อแทบไม่มี ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% จากปีก่อนหน้าในเดือนกันยายน ผลผลิตต่ำและค่าแรงสูงเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยกำลังจะเป็นสังคมผู้สูงอายุคล้ายคลึงกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ การว่างงานอยู่ในระดับต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอัตราการเกิดต่ำทำให้กำลังแรงงานหดตัว

การเมืองของไทยก็ล้าสมัยเช่นกัน ทหารได้เข้ายึดครองสองครั้งตั้งแต่ปี 2549 เพราะความบาดหมางกับนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรและพรรคพวกของเขา การเลือกตั้งที่ล่าช้ามานานในเดือนมีนาคมเปิดทางให้ผู้นำรัฐประหาร ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมานั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง Moss ชี้ว่าเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคของการเมืองที่ครอบงำโดยกองทัพ ซึ่งเกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทิ้งการเมืองแบบนี้ไว้ข้างหลังไปหมดแล้ว

การเติบโตโดยรวมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ถึงแม้ว่าแต่ละประเทศอาจได้รับการลงทุนมากขึ้นเนื่องมีการย้ายฐานการผลิตและส่งออก ซึ่งประเทศไทยอาจได้รับประโยชน์เช่นกัน แต่ IMF ชี้ว่า บริษัทบางแห่งพยายามที่จะย้ายจากประเทศไทย ไปยังประเทศที่ถูกกว่า เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า

โดยรวมแล้ว ประเทศไทยต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยควรใช้ช่วงเวลานี้เน้นการลงทุนภาครัฐ และปรับให้อัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับศูนย์ ตอนนี้ ในบางจุด ประเทศไทยมีสภาพคล้ายเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ดังนั้จึงต้องใช้นโยบายการเงินและการคลังที่คล้ายกับประเทศพัฒนาแล้ว

รัฐบาลฮ่องกงประณามม็อบทำร้ายตำรวจ-คุกคามประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603500

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 10:12 น.

รัฐบาลฮ่องกงประณามม็อบทำร้ายตำรวจ-คุกคามประชาชน

โฆษกรัฐบาลฮ่องกงประณามม็อบใส่หน้ากากก่อจลาจลทำร้ายตำรวจ-คุกคามความปลอดภัยของประชาชน ทำลายร้านค้า สิ่งของสาธารณะ

โฆษกรัฐบาลฮ่องกงได้ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มผู้ชุมนุมที่สวมหน้ากากและก่อเหตุรุนแรงในหลายพื้นที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยแถลงการณ์ระบุว่า เหตุรุนแรงได้ทวีความดุเดือดขึ้นในหลายพื้นที่ กลุ่มผู้ประท้วงได้พุ่งเป้าการโจมตีและทำร้ายร่างกายไปยังตำรวจ อีกทั้งยังคุกคามความปลอดภัยของประชาชน และบ่อนทำลายความมั่นคงในสังคม

รายงานข่าวระบุว่า การประท้วงในหลายพื้นที่ของฮ่องกงเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจลซึ่งสวมหน้ากากได้ขว้างปาก้อนอิฐไปยังตำรวจ รวมทั้งระเบิดเชื้อเพลิงที่ถูกขว้างไปยังรถตำรวจ โดยสถานีตำรวจที่หม่งก๊กเพียงสถานีเดียวถูกโยนระเบิดเชื้อเพลิงใส่ถึง 20 ครั้ง

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ทำร้ายประชาชน กีดขวางเส้นทางจราจร และทำลายร้านค้า ตู้เอทีเอ็ม ไฟจราจร สถานีรถไฟใต้ดิน อาคารสำนักงานรัฐบาล

ภาพ เอเอฟพี

ญี่ปุ่นเผยยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นฮากิบิสอยู่ที่35ราย สูญหาย 20

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603498

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 09:26 น.

ญี่ปุ่นเผยยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นฮากิบิสอยู่ที่35ราย สูญหาย 20

ญี่ปุ่นยังเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นฮากิบิสต่อเนื่อง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 35 ราย สูญหาย 20

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการญี่ปุ่นยังเดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 35 ราย และ สูญหาย 20 ราย

รายงานข่าวระบุว่า กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นกว่า 27,000 นาย ได้กระจายกำลังไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั้งนากาโน่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนติดค้างอยู่ถึง360 ราย หลังจากที่เขื่อนกั้นแม่น้ำชิกุมะพังทลายลง

ด้าน กระทรวงที่ดินได้ประกาศเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ระดับน้ำจะสูงถึง 5 เมตร หลังจากที่ได้มีการยืนยันเรื่องการพังทลายของเขื่อนกั้นแม่น้ำ โดยคาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น

ขณะที่ขบวนรถไฟหัวกระสุนของบริษัท อีสต์ เจแปน เรลเวย์ ที่จอดอยู่ที่สถานีจอดใกล้กับสถานีนากาโน่ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค และบ้านเรือนต่างๆถูกกระแสน้ำท่วมที่เต็มไปด้วยโคลนพัดท่วม

ภาพ เอเอฟพี