สองลูกแพนด้าเกิดใหม่ในสวนสัตว์เยอรมนี ได้รับโหวตชื่อ “Hong”และ “Kong”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600024

  • วันที่ 07 ก.ย. 2562 เวลา 18:11 น.

สองลูกแพนด้าเกิดใหม่ในสวนสัตว์เยอรมนี ได้รับโหวตชื่อ "Hong"และ "Kong"

ลูกแพนด้าสองตัวที่เกิดใหม่ในสวนสัตว์กรุงเบอร์ลิน คนเยอรมันโหวตชื่อ “Hong”และ “Kong”มากที่สุด แถมมีชื่อ”โจชัว หว่อง”ด้วย

บีบีซีรายงานว่า ลูกแพนด้าสองตัวที่เกิดใหม่ในสวนสัตว์กรุงเบอร์ลินได้รับโหวตให้ชื่อว่า “Hong”กับ “Kong”มากที่สุด โดยแพนด้าสองตัวนี้ให้กำเนิดโดย Meng Meng แม่แพนด้าจากศูนย์วิจัยของจีนที่ให้สวนสัตว์เบอร์ลินยืมชั่วคราว

หนังสือพิมพ์ Der Tagesspiegel สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีจึงเปิดให้ประชาชนโหวตว่าจะตั้งชื่อลูกแพนด้าเกิดใหม่ทั้งสองว่าอย่างไร

นอกจากชื่อ”Hong”และ “Kong”แล้วผู้คนยังโหวตให้ใช้ชื่อโจชัว หว่อง และแอ็กเนส โชว์ สองนักกิจกรรมคนดังด้วย

ด้านสื่อแทบลอยด์อย่าง Bild ก็แสดงท่าทีสนับสนุนให้ตั้งชื่อแพนด้าทั้งสองตามเสียงโหวต เพราะเท่ากับเป็นการสะท้อนเชิงสัญลักษณ์ต่อการประท้วงในฮ่องกงตลอด 14 สัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี การเปิดโหวตชื่อครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสัตว์แต่อย่างใด เพราะอาจนำไปสู่ประเด็นข้อขัดแย้งระหว่างประเทศได้ อีกทั้งลูกแพนด้าทั้งสองนี้ทางสวนสัตว์เบอร์ลินยังต้องส่งคือให้กับศูนย์วิจัยจีนภายใน 2-4 ปีข้างหน้า

การตั้งชื่อลูกแพนด้าครั้งนี้ มีขึ้นพร้อมๆกับที่นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 2 วัน เพื่อหารือในประเด็นการค้าและสถาการณ์ในฮ่องกงกับรัฐบาลปักกิ่ง

ยอดเหยื่อเฮอร์ริเคนโดเรียน ถล่มบาฮามาสพุ่ง 43 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600013

  • วันที่ 07 ก.ย. 2562 เวลา 16:20 น.

ยอดเหยื่อเฮอร์ริเคนโดเรียน ถล่มบาฮามาสพุ่ง 43 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตจากเฮอร์เคนโดเรียนพัดถล่มบาฮามาสเพิ่ม 43 ราย คาดตัวเลขจะสูงขึ้นหลายเท่า

เอเอฟพีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮอร์ริเคนพัดถล่มหมู่เกาะบาฮามาสขณะนี้อยู่ที่อย่างน้อย 43 รายแล้ว ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าถึงซากปรักหักพังตามพื้นที่ห่างไกลต่างๆของเกาะได้

ชาวบ้านกว่า 260 คนในหมู่เกาะอะบาโค ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลของบาฮามาสที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด ได้เดินทางมาถึงกรุงแนสซอ เมืองหลวง หลังจากต้องใช้เวลาเดินทางด้วยการนั่งเรือที่รัฐบาลจัดให้นานกว่า 7 ชั่วโมงจากเกาะอะบาโคมายังกรุงแนสซอเพื่อลี้ภัยชั่วคราว

ชาวบ้านหลายคนรอฟังข่าวคนในครอบครัวว่าจะยังคงมีชีวิตอยู่ เช่นเดียวกับไดแอน ฟอร์บส์ ซึ่งเธอไม่รู้ชะตากรรมของลูกชายทั้งสองของเธอมาตั้งแต่วันอังคารแล้ว โดยตอนนี้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์พักพิงที่รัฐบาลจัดให้ร่วมกับชาวบ้านคนอื่นๆอีก 200 คน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ฮิวเบิร์ต มินนิส ของบาฮามาสได้ยืนยันตัวเลขของผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ 43 ราย โดยในจำนวนนี้ถึง 35 รายเป็นผู้เสียชีวิตจากเกาะอะบาโค และอีก 8 บนเกาะแกรนด์บาฮามาส

เฮอร์ริเคนโดเรียนได้พัดเข้าถล่มบาฮามาสด้วยสถานะพายุระดับ 4 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสร้างความเสียหายให้กับบาฮามาสเป็นบริเวณกว้าง สิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือนประชาชน ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี

 

ส่วนเฮอร์ริเคนโดเรียนขณะนี้ได้ขึ้นฝั่งที่แหลม Hatteras ในรัฐนอร์ทแคโรไลน่าแล้ว ด้วยสถานะพายุระดับ 1 ด้วยกำลังลมแรง 150 กม./ชม. และคาดว่าจะส่งผลให้เกิดคลื่นซัดชายฝั่ง น้ำท่วมฉับพลัน และลมกรรโชกแรงหลายพื้นที่ทั่วทั้งรัฐฝั่งตะวันออกตั้งแต่ฟลอริด้าไปจนถึงเวอร์จิเนีย

ลบครหาฟุ่มเฟือย เจ้าชายแฮร์รี่-ดัชเชสเมแกน จะโดยสารเครื่องบินพาณิชย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600009

  • วันที่ 07 ก.ย. 2562 เวลา 15:02 น.

ลบครหาฟุ่มเฟือย เจ้าชายแฮร์รี่-ดัชเชสเมแกน จะโดยสารเครื่องบินพาณิชย์

เจ้าชายแฮร์รี่-ดัชเชสเมแกน พร้อมโอรสน้อย จะเยือนแอฟริกาด้วยสายการบินพาณิชย์ หลังเกิดข้อครหาฟุ่มเฟือยนั่งเจ็ทส่วนตัว

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาครอบครัวของเจ้าชายแฮร์รี่ ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เชิงเปรียบเทียบกับเจ้าชายวิลเลียม จากการที่เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงพาดัชเชสเมแกน และพระโอรสน้อยอาร์ชี่ เดินทางพักผ่อนหลายประเทศในยุโรปด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ

ต่างจากเจ้าชายวิลเลียม ผู้เป็นพระเชษฐาที่ทรงพาครอบครัวเดินทางพักผ่อนด้วยการโดยสารเครื่องบินพาณิชย์ ส่งผลให้ในครั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รี่ซึ่งทรงมีกำหนดการเสด็จเยือนหลายประเทศในแอฟริการะหว่างวันที่ 23 ก.ย. ถึง 2 ต.ค. นี้ พระองค์จะทรงใช้บริการสายการบินพาณิชย์แทน

แหล่งข่าวภายในสำนักพระราชวังเผยกับซีเอ็นเอ็นว่าดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ มีกำหนดการเยือนประเทศแองโกลา มาลาวี และบอตสวานา ช่วงปลายเดือนนี้ โดยมุ่งสนับสนุนการทำงานระดับชุมชนในการยกระดับด้านสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม

ก่อนหน้านี้มีภาพที่ถูกถ่ายขึ้นขณะที่เจ้าชายวิลเลียมทรงพาครอบครัวเดินทางด้วยสายการบินโลว์คอส และถูกเผยแพร่ไปตามบรรดาสื่อแท็บลอยด์ของอังกฤษหลายแห่ง พร้อมเปรียบเทียบกับเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกส์ ที่พาดัชเชสแมเกน เดินทางด้วยการเช่าเครื่องบินส่วนตัว 4 เที่ยวบิน เสด็จท่องเที่ยวพักผ่อนส่วนพระองค์ในหลายประเทศเป็นเวลา 11 วัน

รายงานระบุว่า การที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวนั้น นอกจากมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการนั่งสายการบินทั่วไปแล้ว ยังปล่อยไอเสียมากกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสาร

อย่างไรก็ดี สำหรับภารกิจเยือนแอฟริกาครั้งนี้ นับเป็นการเยือนประเทศแถบแอฟริกาเป็นครั้งแรกของดัชเชสเมแกน ซึ่้งแหล่งข่าวระบุกับซีเอ็นเอ็นว่า เธอตั้งตาคอย หวังจะได้เรียนรู้และได้รับแรงบันดาลใจจากผู้หญิงแอฟริกันในหลากหลายสาขาทั้งภาคธุรกิจ ภาคสังคม และนักวิชาการ

การเดินทางไปแองโกลาสำหรับเจ้าชายแฮร์รี่นั้นนับว่ามีความหมายต่อพระองค์มาก เนื่องจากทรงต่อยอดงานการกุศลจากเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาที่เคยบุกเบิกไว้ในปี 1997

ภรรยามูกาเบ ส่อถูกยึดทรัพย์ หลังไร้เงาสามี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599992

  • วันที่ 07 ก.ย. 2562 เวลา 13:02 น.

ภรรยามูกาเบ ส่อถูกยึดทรัพย์ หลังไร้เงาสามี

เกรซ มูกาเบ และลูกๆอาจถูกสอบคอรัปชั่น หลังโรเบิร์ต มูกาเบ ผู้เป็นสามีเสียชีวิต

เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.) นายโรเบิร์ต มูกาเบ อดีตผู้นำเผด็จการของซิมบับเวได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 95 ปี หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในประเทศสิงคโปร์ ด้วยโรคร้ายที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นโรคใด

โรเบิร์ต มูกาเบ เป็นประธานาธิบดีผู้ครองอำนาจในซิมบับเวมานานถึง 37 ปี นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 หลังจากที่ซิมบับเวได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร

โรเบิร์ต มูกาเบได้ชื่อว่าเป็นทั้งฮีโร่ผู้ปลดแอกประเทศจากการปกครองของคนผิวขาว แต่ในอีกทางหนึ่งโดยเฉพาะช่วงปลายอำนาจ ภาพลักษณ์ของเขาไม่ต่างจากผู้นำเผด็จการโดยทั่วไป

หลังการเสียชีวิตของโรเบิร์ต มูกาเบ ส่งผลให้หลายฝ่ายจับตามองไปยังนางเกรซ มูกาเบ ผู้เป็นภรรยา วัย 54 และลูกชายอีกสองคน เนื่องจากสมัยที่โรเบิร์ต มูกาเบ ยังมีชีวิตอยู่ภาพลักษณ์ของนางเกรซ ไม่ต่างอะไรกับสตรีที่อยู่เบื้องหลังคอยชักใยผู้เป็นสามีซึ่งแทบจะไม่มีแรงเดิน

บทบาทของนางเกรซเริ่มเด่นชัดมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงปี 2017 จากการที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเธอถูกวางตัวให้เป็นทายาทสืบทอดอำนาจทางการเมืองจากผู้เป็นสามี แต่ภายหลังในปีเดียวกับฝ่ายทหารที่นำโดยเอ็มเมอร์สัน อึมนังกาวา ซึ่งเคยถูกปลดจากรองประธานาธิบดี ได้นำกำลังทหารบีบให้โรเบิร์ต มูกาเบ ต้องลงจากอำนาจ

ภาพลักษณ์ของนางเกรซ แทบไม่ต่างอะไรจากนาง “อีเมลดา มาร์กอส” โดยเธอได้รับฉายาว่า “กุชชีเกรซ” จากการที่อาศัยเงาของผู้เป็นสามี ใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย ขณะที่ประชาชนเกือบค่อนประเทศยังยากจน

เกรซ มูกาเบ แต่งงงานกับโรเบิร์ต มูกาเบ ในปี 1996 ด้วยพิธีฉลองแต่งงานอย่างหรูหรา หลังจากนั้นก็มีลูกชาย 2 คน ซึ่งลูกชายทั้งสองของเธอนั้นก็มีไลฟ์สไตล์ไม่ต่างจากหนุ่มเจ้าสำราญโดยทั่วไป

มีรายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาเธอใช้จ่ายและใช้ชีวิตอย่างหรูหรา เธอเดินทางไปช็อปปิ้งตามร้านแบรนด์ดังในยุโรป ท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อและเศรษฐกิจของประเทศครั้งนึงมีรายงานว่าเธอใช้จ่ายเงินไปมากถึง 120,000 ดอลลาร์ (ราว 3.6 ล้านบาท) การช็อปปิ้งที่ปารีสในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน

ปี 2014 เธอได้รับการจับตามองว่าจะเป็นทายาททางการเมืองต่อจากผู้เป็นสามี จากการที่เข้าเป็นหนึ่งในคณะบริหารของพรรค ZANU-PF ซึ่งเป็นพรรคการเมืองหลักของประเทศ นางเกรซไม่เคยปรากฎข้อมูลด้านการศึกษาของเธอมาก่อน กระทั่งจู่ๆในปีเดียวกันเธอได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยซิมบับเว

นับตั้งแต่ปี 2017 หลังจากโรเบิร์ต มูกาเบ ถูกบีบให้ลงจากอำนาจ ประธานาธิบดีอึมนังกาวา ได้ตั้งคณะกรรมาธิการสอบทุจริตต่อบุคคลใกล้ชิดมูกาเบ ซึ่งหลังจากไร้เงาผู้เป็นสามีแล้ว เธออาจถูกขอให้อธิบายถึงแหล่งที่มาทรัพย์สินต่างๆของเธอและลูกๆ

อินเดียส่อความน้ำเหลว ส่งยานลงผิวดวงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599983

  • วันที่ 07 ก.ย. 2562 เวลา 11:02 น.

อินเดียส่อความน้ำเหลว ส่งยานลงผิวดวงจันทร์

อินเดียขาดการติดต่อ “จันทรายาน 2” ขณะที่ยานเตรียมตัวลงจอดผิวดวงจันทร์ ส่อวืดชาติที่ 4 ของโลกที่ส่งยานไปดวงจันทร์สำเร็จ

ศูนย์อวกาศของอินเดียยังไม่สามารถติดต่อกับ จันทรายาน 2 ได้นับตั้งแต่ช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ซึ่งยานลำดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์

ตามแผนแล้วอินเดียคาดหวังจะเป็นชาติที่ 4 ของโลกต่อจากสหรัฐ รัสเซียและจีน ที่ส่งยานขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จ ตามกำหนดนั้นยานลำดังกล่าวซึ่งยานลงจอดบนดวงจันทร์ที่ชื่อวิกรัม มีกำหนดลงจอดบนผิวดวงจันทร์เวลาราว 03.00 น. ของคืนที่ผ่านมา แต่จู่ๆสัญญาณก็ขาดหาย

ด้านประธานองค์การอวกาศของอินเดีย หรือ ISRO ยอมรับว่า ทางศูนย์ควบคุมที่เมืองบังกาลอร์ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับยานอวกาศได้ เขาเผยว่าในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการลงจอด ยานอยู่ในสภาพปกติ และเคลื่อนเข้าสู่วิถีโคจรตามแผนช่วง 2.1 กิโลเมตรสุดท้ายของด้านใต้ดวงจันทร์ แต่ยานก็ขาดการติดต่อ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังรู้สึกผิดหวังกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่

 

 

สำหรับจันทรายาน2 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ 22 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนอกจากอินเดียจะตั้งเป้าเป็นชาติที่ 4 ของโลกที่ส่งยานไปดวงจันทร์สำเร็จแล้ว ยังตั้งเป้าเป็นชาติแรกที่สำรวจขั้วด้านใต้ของดวงจันทร์ซึ่งเชื่อว่ามีน้ำแข็งอยู่ด้วย

หญิงอินเดียวัย 74 ให้กำเนิดลูกแฝด นับเป็นคุณแม่อายุมากสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599981

  • วันที่ 07 ก.ย. 2562 เวลา 10:02 น.

หญิงอินเดียวัย 74 ให้กำเนิดลูกแฝด นับเป็นคุณแม่อายุมากสุดในโลก

หญิงอินเดียวัย 74 ปี ตั้งท้อง-คลอดลูกแฝด แม้ผ่านวัยทองมาแล้วถึง 25 ปี

เดอะการ์เดียนรายงานวา นาง Mangayamma Yaramati วัย 74 ปี พร้อมกับสามี Sitarama Rajarao วัย 82 ปีจากรัฐอานธรประเทศ ได้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่มีอายุมากที่สุดในโลก จากการที่ให้กำเนิดลูกแฝดสาวเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าทั้งสองคนแต่งงานอยู่กินกันมานานถึง 57 ปีและยังไม่เคยมีทายาท ทั้งสองพยายามมีลูกตลอดแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งนาง Yaramati เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่อกว่า 25 ปีที่แล้ว ทั้งสองจึงหมดหวังที่จะมีลูกอีก

 

แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ทั้งสองเริ่มมีความหวังอีกครั้ง ด้วยการทำวิธีปฏิสนธินอกร่างกาย หรือเด็กหลอดแก้ว (IVF – In Vitro Fertilisation)ด้วยน้ำเชื้อของสามี โดยอาศัยความร่วมมือของคลีนิกเจริญพันธุ์แห่งหนึ่งในรัฐ ซึ่งออกค่าใช่จ่ายให้ทั้งสองคนแบบฟรีๆ

กระทั่งเดือนมกราคมที่ผ่านมา นาง Yaramati ค้นพบว่าตนเองตั้งครรภ์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 เดือนนั้น เธออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จนถึงวันคลอด ซึ่งเธอใช้วิธีผ่าคลอด แล้วสามีภรรยาคู่นี้ก็ได้ทายาทเป็นแฝดหญิงตามความตั้งใจ

ทั้งนาง Yaramati และลูกแฝดของเธอปลอดภัยและแข็งแรงดี และขณะนี้เธอกำลังพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งเธอไม่เคยมีประวัติโรคประจำตัวอย่างความดัน หรือ เบาหวานใดๆมาก่อนด้วย แต่อย่างไรก็ดี ด้วยวัยขนาดนี้เธอไม่อาจจะสามารถให้นมลูกทั้งสองได้ ซึ่งแพทย์ได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว

ทั้งนี้ เมื่อปี 2016 ก็เคยมีกรณีหญิงอินเดียวัย 72 ปี ให้กำเนิดบุตรชายด้วยทำเด็กหลอดแก้วมาแล้วเช่นกัน

ที่มา : https://www.theguardian.com/world

 PHOTO AGENCY / SWNS

ทั้งตื่นตาและอันตราย วินาทีก้อนน้ำแข็งแตกตัวจากธารน้ำแข็ง (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599891

  • วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

ทั้งตื่นตาและอันตราย วินาทีก้อนน้ำแข็งแตกตัวจากธารน้ำแข็ง (คลิป)

ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่แตกตัวออกจากธารน้ำแข็ง Apusiajik ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของกรีนแลนด์ โดยปกติแล้วการแตกตัวของก้อนน้ำแข็งจะเกิดขึ้นเมื่อธารน้ำแข็งขยายตัว และมักจะเกิดเสียงดังตามมา นอกจากจะเป็นความสวยงามจากธรรมชาติแล้ว การตกกระทบน้ำของก้อนน้ำแข็งอาจก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมรุนแรงในรัศมีหลายกิโลเมตร จนอาจทำให้เรือขนาดเล็กคว่ำได้

Photo by Jonathan NACKSTRAND / AFP

Photo by Jonathan NACKSTRAND / AFP

Photo by Jonathan NACKSTRAND / AFP

ด้านล่างนี้เป็นคลิปวิดีโอการแตกตัวของก้อนน้ำแข็งจากธารน้ำแข็ง Breiðamerkurjökull ในประเทศไอซ์แลนด์ ที่บันทึกโดย สตีเฟน แมนท์เลอร์ ไกด์ท้องถิ่น

ส่วนอีกคลิปหนึ่งเป็นเหตุการณ์จากที่เดียวกันซึ่งถ่ายจากมุมสูงโดยใช้โดรน บันทึกโดยบริษัทนำเที่ยว Háfjall

คุก 58 ปี อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งฮอนดูรัส ใช้เงินหลวงซื้อเครื่องเพชร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599959

  • วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 17:27 น.

คุก 58 ปี อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งฮอนดูรัส ใช้เงินหลวงซื้อเครื่องเพชร

ศาลฮอนดูรัสสั่งจำคุก 58 ปี อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง ใช้เงินหลวงซื้อเครื่องประดับ-จ่ายค่าเทอมลูก

บีบีซีรายงานว่านาง Rosa Elena Bonilla อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของฮอนดูรัส ถูกศาลชั้นต้นว่ามีความผิดในการยักยอกเงิน $779,000 (ราว 23 ล้านบาท) จากเงินกองทุนสาธารณะกุศล และเงินบริจาคเพื่อการกุศลจากต่างชาติเป็นเวลา 4 ปี ในระหว่างที่นาย Porfirio Lobo สามีของเธออยู่ในอำนาจ

อัยการระบุว่า เธอใช้เงินจากกองทุนดังกล่าวในการซื้ออัญมณีและจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนของลูกๆ

ด้านทนายความของเธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่านาง Bonilla บริสุทธิ์และเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

สำหรับนาง Bonilla ถูกจับเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 หลังการสืบสวนพบว่ามีเงินจากกองทุนสาธารณะบางส่วนหลายไป ซึ่งกองทุนนี้ตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้เด็กฮอนดูรัสที่ยากจน

ผู้ช่วยส่วนตัวของเธอก็ถูกตัดสินจำคุก 48 ปีในข้อหาฉ้อโกงเช่นกัน โดยขณะนี้ทั้ง Bonilla และสามีของเธอก็กำลังถูกพิจารณาในชั้นศาลเช่นกัน

แมร์เคิลเยือนจีน นั่งเคารพเพลงชาติ หวั่นตัวสั่นขณะออกงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599941

  • วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 15:49 น.

แมร์เคิลเยือนจีน นั่งเคารพเพลงชาติ หวั่นตัวสั่นขณะออกงาน

นายกเยอรมนี นั่งเก้าอี้เคารพเพลงชาติขณะเยือนจีน เลี่ยงถูกจับภาพอาการตัวสั่น

นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการในวันนี้ (6 ก.ย) เป็นวันแรก โดยมีนายหลี่ เคอเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนให้การต้อนรับที่ด้านหน้าอาคารศาลามหาประชาคม

ในการนี้นางแมร์เคิลได้เดินทางมายังศาลามหาประชาคมจีนด้วยรถยนต์แบรนด์ Hongqi ซึ่งเป็นรถยนต์สัญชาติจีน เพื่อทำพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศตามธรรมเนียม แต่ทว่าในระหว่างนั้นทางการจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพได้จัดเก้าอี้ไว้สำหรับนางแมร์เคิลโดยเฉพาะ เพื่อให้นางแมร์เคิลนั่งเคารพเพลงชาติเยอรมนี และเพลงชาติจีน ก่อนเริ่มพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ท่ามกลางอุณภูมิในกรุงปักกิ่งราว 30 องศาเซลเซียส

ก่อนหน้านี้นางแมร์เคิลได้มีอาการตัวสั่นอย่างผิดปกติต่อหน้าสื่อในระหว่างออกงานมาแล้วหลายครั้ง ส่งผลให้เธอต้องเลี่ยงการถูกจับภาพตั่วสั่นด้วยการนั่งเก้าอี้ในระหว่างทำพิธีต้อนรับผู้นำรัฐบาลแทน โดยครั้งล่าสุดนางแมร์เคิลได้นั่งเก้าอี้เคารพเพลงชาติและตรวจแถวทหารเพื่อต้อนรับนายกรัฐมนตรีหญิงของเดนมาร์กที่เยือนกรุงเบอร์ลินมาแล้ว

ทั้งนี้ นางแมร์เคิล วัย 65 ปี เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีตั้งแต่ปี 2005 และไม่เคยมีประวัติเจ็บป่วยร้ายแรงมาก่อน กระทั่งปรากฎภาพเธอตัวสั่นขณะออกงานหลายครั้ง ส่งผลให้เกิดกระแสข่าวลือว่าเธอกำลังป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน แม้ว่าจะไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากทำเนียบนายกเยอรมนี รวมถึงตัวเธอก็เคยเผยหลายครั้งว่าเธอยังคงสบายดี

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โรเบิร์ต มูกาเบ” จากวีรบุรุษผู้กอบกู้เอกราชสู่ผู้นำเผด็จการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599924

  • วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 14:01 น.

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ "โรเบิร์ต มูกาเบ" จากวีรบุรุษผู้กอบกู้เอกราชสู่ผู้นำเผด็จการ

โรเบิร์ต มูกาเบ อดีตผู้นำเผด็จการซิมบับเว เสียชีวิตด้วยวัย 95 ปี

ประธานาธิบดี เอ็มเมอร์สัน อึมนังกากวา ผู้นำซิมบับเว ได้ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ระบุว่า นายโรเบิร์ต มูกาเบ อดีตผู้นำได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 95 ปี ที่โรงพยาบาลในประเทศสิงคโปร์

รายงานระบุว่า นายมูกาเบเสียชีวิตลงท่ามกลางครอบครัวของเขารวมถึงภรรยาของเขา นางเกรซ มูกาเบ โดยไม่ได้ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเขาป่วยเป็นโรคใด แต่เชื่อว่านายมูกาเบเข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่เดือนเมษายนของปีที่แล้ว จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนมีรายงานว่าเขาไม่สามารถเดินได้อีก

ในปี 2017 นายมูกาเบได้ถูกกองทัพบีบให้ลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากที่เขาครองอำนาจมายาวนานถึง 37 ปี นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 หลังจากที่ซิมบับเวได้รับอิสรภาพจากสหราชอาณาจักร

 

นายมูกาเบ นับเป็นเป็นหนึ่งในผู้นำเผด็จการระดับโลกที่มีเรื่องอื้อฉาวมากที่สุดคนหนึ่ง โดยในช่วงแรกเขาได้รับสมญานาม “วีรบุรุษ” จากการที่เป็นแกนนำให้ซิมบับเวได้เอกราช แต่หลังจากนั้นนายมูกาเบไม่ต่างจากผู้นำเผด็จที่ใช้ความกลัวกดขี่ประชาชน โพสต์ทูเดย์ขอนำเสนอ 10 เรื่องราวสุดฉาวของอดีตผู้นำรายนี้

1. โรเบิร์ต มูกาเบ เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1924 ในครอบครัวที่มีบิดาเป็นช่างไม้ เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1924 ในครอบครัวที่มีบิดาเป็นช่างไม้ ซึ่งต่อมาบิดาได้ละทิ้งครอบครัว เช่นเดียวกับแม่ของเขาก็ไปมีครอบครัวใหม่ ต่อมานายมูกาเบถูกรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมซึ่งพ่อเลี้ยงของเขาเป็นคนเคร่งศาสนา ส่งผลให้มูกาเบ ถูกส่งไปเรียนยังโรงเรียนคริสต์คณะเยซูอิด

2. ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของประชาธิปไตยของชาวแอฟริกัน จากการที่เข้าร่วมเป็นหนึ่งในแกนนำปลดแอกโรดีเซีย (ชื่อเดิมของประเทศซิมบับเว)

3. เขาเคยถูกจำคุกถึง 10 ปี ในปี 1964 จากการที่พยายามต่อต้านรัฐบาลคนผิวขาวที่ปกครองโรดีเซีย รวมถึงใช้การโจมตีแบบกองโจรนายเอียน สมิธ อดีตนายรัฐมนตรีโรดีเซีย

4. ปี 1980 มูกาเบเป็นหนึ่งในแกนนำพรรค ZANU-PF ชนะเลือกตั้งจนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีซิมบับเวคนแรกนับตั้งแต่ได้รับการประกาศเอกราช จนต่อมาในปี 1987 เขาชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี จากนั้นก็ได้แก้รัฐธรรมนูญให้ประเทศปกครองด้วยระบอบประธานาธิบดีเต็มอำนาจ

 

5. มูกาเบเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1981 แต่ก็ไม่ได้รับรางวัลดังกล่าว

6. ในปี 2000 โรเบิร์ต มูกาเบ ถูกล็อตเตอร์รี่เงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์ซิมบับเว หรือราว 76,000 บาท จากล็อตเตอร์รี่ที่ออกโดยธนาคารของรัฐ ซึ่งในเวลานั้นได้สร้างความแปลกใจให้กับคนทั้งประเทศ เนื่องจากคณะกรรมการรางวัลล็อตเตอร์รี่หลายคนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับเขา

7. เขาเคยรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวินจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ในปี 1994 จากการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างซิมบับเวกับสหราชอาณาจักร แต่ภายหลังในปี 2008 ก็ถูกริบเครื่องราชฯดังกล่าว

8. ช่วงแรกของการครองอำนาจของมูกาเบ เขาได้ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวผิวสีในซิมบับเว อาทิ การเพิ่มค่าจ้าง แจกจ่ายอาหาร วางรากฐานบริการสาธารณะต่างๆ แต่ก็มีเหตุปะทะกันระหว่างชนกลุ่มน้อยผิวขาวอยู่เรื่อยๆ กระทั่งคนผิวขาวพากันอพยพออกจากประเทศ ส่งผลให้ช่วงปลายทศวรรษ 1990 ความไม่สงบแพร่กระจายไปทั้งประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง ภาวะเงินเฟ้อสูง ครั้งนีงนายมูกาเบประกาศขึ้นเงินเดือนในคณะรัฐบาลของตนเอง ส่งผลให้เริ่มเกิดกระแสความไม่พอใจในรัฐบาลมูกาเบ

9. นายมูกาเบใช้ภรรยาเป็นร่างทรงทางการเมือง จากการที่ช่วงปี 2013 ความนิยมในตัวมูกาเบลดลง ประกอบกับใช้กำลังในการเขาปราบปรามฝ่ายตรงข้าม นางเกรซ มูกาเบ ภรรยาคนที่สองของเขาถูกมองว่าจะเป็นผู้สืบทอดทางการเมืองของเขาที่ขณะนั้นเขาอายุ 89 ปีแล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกคณะทหารทำรัฐประหารบีบให้มูกาเบต้องลงจากอำนาจในที่สุด