ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นที่โปรตุเกส อาจถูกปรับเกือบหมื่นบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599914

  • วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 12:02 น.

ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นที่โปรตุเกส อาจถูกปรับเกือบหมื่นบาท

โปรตุเกสออกกม.เข้ม ปรับนักสูบทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นสูงสุด 8,000 บาท

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นวันแรกของการบังคับใช้กฎหมายจัดการขยะยาสูบ ที่รัฐบาลโปรตุเกสผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมุ่งบังคับไม่ได้นักสูบทิ้งก้นบุหรี่ ซิการ์ หรือยาสูบประเภทอื่นๆลงบนพื้น เนื่องจากถูกจัดเป็นขยะมูลฝอยที่ไม่สามารถทิ้งในที่สาธารณะได้

กฎหมายนี้จะมีโทษปรับระหว่าง 25-250 ยูโร หรือ 850 ถึงสูงสุดราว 8,500 บาท

ทั้งนี้ แม้จะมีการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นมา แต่กฎหมายดังกล่าวก็มีระยะเปลี่ยนผ่านจนถึงปี 2020 เพื่อให้นักสูบมีความคุ้นเคยกับกฎหมายใหม่นี้ ซึ่งรวมถึงอาจมีการเพิ่มโทษปรับให้สูงขึ้นอีก

กฎหมายฉบับใหม่นี้นอกจากจะปรับบรรดานักสูบแล้ว ยังรวมถึงบรรดาร้านอาหาร ร่วมถึงสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ต่างๆต้องมีอุปกรณ์สำหรับทิ้งก้นบุหรี่รองรับ เช่นเดียวกับโรงงานผลิตบุหรี่จะต้องเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ด้วย

ภาพ : AFP

น้องชายนายกฯอังกฤษลาออกจาก รมต. เหตุรับนโยบายเบร็กซิตของพี่ชายไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599910

  • วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 11:18 น.

น้องชายนายกฯอังกฤษลาออกจาก รมต. เหตุรับนโยบายเบร็กซิตของพี่ชายไม่ได้

โจ จอห์นสัน น้องชายนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไขก๊อกจากสมาชิกสภา และตำแหน่งรัฐมนตรี หลังมีจุดยืนเรื่องเบร็กซิตไม่ตรงกับพี่ชาย

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายโจ จอห์นสัน น้องชายของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ถึงการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาสามัญ โดยให้เหตุผลเรื่องการขัดกันของประโยชน์ชาติและความภักดีในครอบครัวจากประเด็นเบร็กซิตกับนายบอริส จอห์นสัน ผู้เป็นพี่ชาย

สำหรับนายจอห์นสันวัย 47 ปี เพิ่งเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ภายใต้รัฐบาลบอริส จอห์นสัน เมื่อเดือนกรกฎาคม

นายโจยังระบุอีกว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับหน้าที่เป็นส.ส.เขต Orpington ต่อเนื่องถึง 9 ปี รวมถึงยังเป็นส่วนหนึ่งในรัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมมาแล้ว 3 สมัย แต่ด้วยหลายสัปดาห์มาเขาเลือกไม่ถูกระหว่างความภักดีต่อครอบครัวกับผลประโยชน์ของชาติ จึงควรให้คนอื่นมารับหน้าที่รัฐมนตรีและ ส.ส.แทน

นายโจ เคยแสดงท่าที่สนับสนุนให้จัดการลงประชามติเบร็กซิตรอบใหม่

การลาออกของนายโจ จอห์นสัน ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สภาสามัญของอังกฤษ ลงมติคว่ำร่างเบร็กซิตแบบไม่มีข้อตกลงของนายกจอห์นสัน

รวมถึงในสภาขุนนางก็เตรียมผ่านร่างญัตติบล็อกกฎหมายเบร็กซิตในลักษณะโนดีลวันศุกร์นี้ด้วย

สัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ อาจเป็นปลาไหลยักษ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599905

  • วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 10:19 น.

สัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ อาจเป็นปลาไหลยักษ์

วิจัยเชื่อตำนานสัตว์ประหลาดเนสซี ในทะเลสาบล็อกเนสส์อาจเป็นแค่ปลาไหลขนาดยักษ์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานปีศาจเนสซี ในทะเลสาบล็อกเนสส์ของสก็อตแลนด์มาบ้าง ในตำนานว่าไว้ว่ามันมีลักษณะลำตัวยาวคล้ายกับไดโนเสาร์กินพืช แต่เรื่องดังกล่าวอาจมีความชัดเจนขึ้น

เมื่อศาสตราจารย์ นีล เคมเมลล์ จากมหาวิทยาลัย New Zealand University of Otago ได้ทำการศึกษาอย่างจริงจังจนเชื่อว่า ปีศาจเนสซีอาจไม่ใช่อสูรกายแต่อย่างใด มันอาจเป็นแค่ปลาไหลยักษ์เท่านั้น

ทีมงานของศ.เคมเมลล์ ได้ทำการตรวจสอบโดยใช้ดีเอ็นเอที่ปะปนอยู่ภายในทะเลสาบ กระทั่งพบว่ามีลักษณะ ดีเอ็นเอของปลาไหลจำนวนมาก

การใช้วิธีการการสุ่มตัวอย่าง eDNA นั้นได้รับการยอมรับอย่างดีในฐานะที่เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบสิ่งมีชีวิตในทะเลเช่นปลาวาฬและฉลาม จากการที่เมื่อสิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่เคลื่อนที่ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ มันจะทิ้งชิ้นส่วนเล็กๆจากร่างกายของพวกมันอาทิ เกล็ด ขน อุจาระ หรือปัสสาวะ

 

วิธีการดังกล่าวจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งนั้นๆได้

สำหรับตำนานสัตว์ประหลาดเนสซี มีการบันทึกเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงศตวรรษที่ 6 จากนั้นได้โด่งดังและกลายเป็นที่รู้จักในช่วงปี 1934 จากการที่มีผู้ถ่ายภาพสัตว์ประหลาด และได้กลายเป็นตำนานมาตลอด 60 ปี มีการนำเรื่องราวนี้ไปสร้างเป็นสารคดีรวมถึงภาพยนตร์มากแล้ว

แม้ที่ผ่านมาหลายฝ่ายจะพยายามทำการพิสูจน์ด้วยหลายวิธีหลายทฤษฎี แต่ก็ไม่อาจฟันธงได้ว่าแท้จริงแล้วสัตว์ประหลาดเนสซีคืออะไรกันแน่

Photo : Wiki Common / AFP

“สตาร์ทอัพอยู่กับป่า” บริษัทที่ทำเงินจากป่าแอมะซอนอย่างเป็นมิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599893

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 21:09 น.

PostToday Deep Talk ถอดรหัสสตาร์ทอัพ “สตาร์ทอัพอยู่กับป่า” บริษัทที่ทำเงินจากป่าแอมะซอนอย่างเป็นมิตร

เศรษฐีหนีโลก: ย้ายไปอยู่ดาวอังคารโครงการเพื่อทุกคน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599887

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 21:00 น.

เศรษฐีหนีโลก: ย้ายไปอยู่ดาวอังคารโครงการเพื่อทุกคน?

เมื่อโลกสลาย ทุกคนจะหนีไปอยู่ดาวอังคารตามที่ อีลอน มัสก์ บอกได้จริงหรือ

การประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก World Artificial Intelligence ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ของจีนเมื่อเร็วๆ นี้ ระหว่าง แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบากรุ๊ป กับอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา และธุรกิจอวกาศ สเปซเอ็กซ์ มีการดีเบตแลกเปลี่ยนทัศนะกันในหลายเรื่องตามที่โพสต์ทูเดย์เคยนำเสนอไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือการถกกันเรื่องพามนุษย์ไปดาวอังคาร

แจ็ก หม่า ตั้งคำถามถึงโครงการพามนุษย์ไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารของ อีลอน มัสก์ ว่าอาจจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล ซึ่งหากนำเงินเหล่านี้มาพัฒนาและฟื้นฟูโลกที่เราอยู่ให้ดีขึ้น เช่น การเก็บขยะพลาสติกออกจากมหาสมุทร อาจจะมีประโยชน์กับมนุษยชาติมากกว่า

สเปซเอ็กซ์ของ อีลอน มัสก์ ทดสอบจรวด Starhopper รุ่นต้นแบบที่จะใช้เดินทางไปยังดาวอังคาร บริเวณฐานปล่อยในเมืองโบกาชิกา รัฐเทกซัสของสหรัฐ REUTERS/Trevor Mahlmann

มัสก์มองว่าการไปสร้างชุมชนใหม่บนดาวอังคารคือแผนสำรองเพื่อให้อารยธรรมของมนุษย์คงอยู่ต่อไปหลังการล่มสลายของโลกใบนี้ แต่หากมองอีกแง่หนึ่งคงจะมีเฉพาะบรรดามหาเศรษฐีกระเป๋าหนักซึ่งไม่น่าจะเกิน 1% ของคนทั้งโลกเท่านั้นที่จะได้ขึ้นไปอยู่บนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ เพราะเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินเอื้อมสำหรับคนส่วนใหญ่

ผู้ก่อตั้งเทสลาเคยทวีตว่าค่าตั๋วไปดาวอังคารกับสเปซเอ็กซ์จะอยู่ที่ 500,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 1.53 ล้านบาทต่อคน ยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาอีก โครงการนี้จึงถูกมองว่าเป็น “โครงการหนีจากโลกของเหล่าคนรวย” เท่านั้น ส่วนคนจนก็จะถูกทิ้งให้อยู่กับปัญหาที่คนรวยก่อไว้บนโลกที่ทรุดโทรม

วงการบันเทิงฝั่งฮอลลีวูดหยิบยกปัญหานี้มาสร้างภาพยนตร์ไว้หลายเรื่อง อาทิ Elysium ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการแบ่งชนชั้นวรรณะของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2159 ที่โลกของเราเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยกองขยะและประชากรล้นโลก ซึ่งทั้งสองปัญหานี้เริ่มมองเห็นแล้วในปัจจุบัน จนเกิดปัญหาความวุ่นวายต่างๆ ตามมามากมาย ทำให้มนุษย์กลุ่มหนึ่งที่มีอันจะกิน ใช้เงินของพวกเขาหนีไปสร้างโลกใบใหม่ขึ้นในอวกาศ โดยอยู่ห่างจากโลกเดิมที่เราอาศัยอยู่ซึ่งเน่าเละไม่มากนัก

ฐานปฏิบัติการจำลองบนดาวอังคาร Mars Base 1 ในทะเลทรายโกบีของจีน Photo by WANG ZHAO / AFP

อีกเรื่องหนึ่งคือ Interstellar ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวในช่วงยุคปลายของโลกที่ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นลงตามวัฏจักรของจักรวาล มนุษย์ต้องเผชิญกับความยากแค้น ขาดแคลนอาหาร และต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่วนหนึ่งเกิดเพราะน้ำมือมนุษย์ จนไม่สามารถกอบกู้โลกขึ้นมาใหม่ได้ มนุษย์กลุ่มหนึ่งจึงต้องเดินทางสู่กาแล็กซี่เพื่อค้นหาดาวดวงใหม่ที่จะใช้เป็นบ้าน

อย่างไรก็ดี อย่างที่หลายคนทราบดีว่าสภาพบนดาวอังคารไม่เหมาะกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากผิวของดาวอังคารไม่มีน้ำ ดังนั้นแทนที่เราจะเสียเงินมหาศาลไปกับการปรับสภาพดาวให้เหมาะกับการอยู่อาศัย เราน่าจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาต่างๆ บนโลกที่มนุษย์สร้างขึ้นมาอย่างที่หม่าบอก  หรือสนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการที่จะช่วยทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นมากกว่า อย่างเช่น โครงการเก็บขยะออกจากมหาสมุทร The Ocean Cleanup ของ โบแยน สแลท หนุ่มนักประดิษฐ์ชาวดัตช์วัย 25 ปี ที่ต้องใช้เงินทุนในการวิจัยและพัฒนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วน รอน แกแรน อดีตนักบินอวกาศขององค์การนาซาที่เคยออกไปเดินสำรวจห้วงอวกาศถึง 4 ครั้ง  มองไกลไปถึงขั้นว่า มนุษย์ควรนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อขึ้นไปใช้ชีวิตบนดาวอังคารมาพัฒนาโลกที่เราอยู่ให้ดีขึ้น แกแรนยืนยันว่าเขายังสนับสนุนการสำรวจดาวดวงอื่น แต่เขาเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่มนุษย์จะย้ายจากโลกใบนี้ที่มีทุกอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทั้งน้ำ อากาศ ไปยังดาวอังคารที่ไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิต

หากมองอีกมุมหนึ่ง ต่อให้เรามีเงินสร้างอาณาจักรใหม่บนดาวดวงอื่น แต่ถ้ามนุษย์เรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยทำร้ายโลก ดาวดวงใหม่ก็ต้องพบจุดจบไม่ต่างจากโลกจนมนุษย์ต้องย้ายหนีอีกนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อถึงเวลานั้น มนุษย์คงถูกตราหน้าว่าเกิดมาเพื่อเป็นผู้ทำลายล้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กะเหรี่ยง ปู่คออี้ และความตายของบิลลี่ ที่ทำให้แก่งกระจานไม่อาจเป็นมรดกโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599882

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 18:32 น.

กะเหรี่ยง ปู่คออี้ และความตายของบิลลี่ ที่ทำให้แก่งกระจานไม่อาจเป็นมรดกโลก

เมื่อเดือนกรกฎาคม คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ตัดสินใจเลื่อนพิจารณาข้อเสนอของไทยที่จะผลักดันให้อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ โดยจะพิจารณากันอีกครั้งในปี 2563 สาเหตุที่เลื่อนออกไปก็เพราะปัญหาเดียว นั่นคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยาน

เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่แก่งกระจานที่โด่งดังที่สุด คือการไล่ที่ชาวกะเหรี่ยงที่บ้านบางกลอยบน อันเป็นสาเหตุของการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ เมื่อปี 2557

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แก่งกระจานถูกปัดตกไปจากที่ประชุมมรดกโลก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 ในการประชุมครั้งที่ 39 ได้มีการยกประเด็นเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวกะเหรี่ยงขึ้นมาตั้งคำถาม ซึ่งผู้ที่ตั้งคำถามคือข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNOHCHR) ทางคณะกรรมการมรดกโลกจึงขอให้ทางไทยอัพเดตข้อมูลเรื่องสถานะการอนุรักษ์

ต่อมาในการประชุมครั้งที่ 40 ปี 2559 ทางไทยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแก่งกระจาน แต่ทาง UNOHCHR ก็ยังยกประเด็นเรื่องชาวกะเหรี่ยงขึ้นมาตั้งคำถามอีก โดยเฉพาะการโยกย้ายถิ่นด้วยความสมัครใจ

ก่อนการประชุมครั้งที่ 43 ปี 2562 แก่งกระจานก็ยังถูกตั้งคำถามประเด็นเดิม นั่นคือการละเมิดสิทธิชาวกะเหรี่ยง ในเอกสารของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ระบุว่า “มีการอ้างถึงการโจมตีและการข่มขู่ครั้งใหม่ต่อชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโดย (เจ้าหน้าที่อุทยาน) ข้อกล่าวหาเหล่านึ้ถูกเอ่ยถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสนอชื่อครั้งใหม่ ซึ่งบ่งชี้อย่างชัดแจ้งถึงการขาดซึ่งการปรึกษาหารือกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบ และไม่ได้รับความสมัครใจอย่างเป็นอิสระและมีการแจ้งก่อนล่วงหน้า”

ทั้ง IUCN และ UNOHCHR ชี้ว่า หากยูเนสโกยกให้แก่งกระจานเป็นมรดกโลก ก็จะส่งผลกระทบต่อสิทธิในดินแดนและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนชาวกะเหรี่ยง

IUCN ยังระบุว่า ได้รับแจ้งโดยตรงจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบว่าไม่ได้รับรู้ หรือมีความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการของการเสนอชื่อเข้าชิงมรดกโลก จึงได้สรุปว่า แม้ทางการไทยจะมีความพยายามแก้ปัญหา แต่ยังไม่เพียงพอ และการละเมิดสิทธิ์ยังเป็นประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาทุกครั้งที่มีการเสนอชื่อแก่งกระจาน

จะเห็นได้ว่า ยูเนสโกและองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของผืนป่า ไม่ใช่ศัตรูของการอนุรักษ์ ดังเช่นในมติของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 39 แสดงความยินดี (Welcomes) ที่ทางการไทยตอบสนองข้อแนะนำของ IUCN และรับรู้ว่าตัวแทนของชุมชนชาวกะเหรี่ยงได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการจัดการผืนป่าแก่งกระจาน

มติของยูเนสโกระบุว่า การตอบรับของทางการไทยข้างต้นตามข้อแนะนำของ IUCN จะมีโอกาสให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนป่าผืนนี้ให้เป็นมรดกโลกในการประชุมครั้งที่ 40 ซึ่งปรากฎว่าก็ยังไม่ผ่าน

นอกจากนี้ ในปี 2562 รายงานของ IUCN ถึงกับระบุว่า ฝ่ายไทยเสนอชื่อแก่งกระจานเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2554 แต่ “ไม่ได้ระบุถึงชาวกะเหรี่ยงอันเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ท้องถิ่น ซึ่งอาศัยอยู่ในป่ามานานหลายร้อยปี ก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อนุรักษ์ในทศวรรษที่ 1980”

รายงานอ้างข้อมูลจากชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ว่า เจ้าหน้าที่อุทยานกล่าวหาว่าชาวกะเหรี่ยงบุกรุกป่าผืนใหม่ แต่ที่จริงแล้วเป็นการกสิกรรมหมุนเวียนตามวิถีชาวกะเหรี่ยง ที่จะหมุนเวียนแปลงเพาะปลูกเดิมทุกๆ 7 ปี นอกจากนี้ และพวกเขายังกังวลว่าเมื่อเป็นมรดกโลกแล้วจะไม่มีสิทธิใช้ประโยชน์จากพืชพันธุ์ในป่าตามวิถีดั้งเดิม

IUCN ได้ระบุการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวกะเหรี่ยงในป่าแก่งกระจานอย่างละเอียด รวมถึงกรณีเผาบ้านเรือนและยุ้งฉาง 98 หลังที่บ้านบางกลอยบน หนึ่งในนั้นคือบ้านของปู่คออี้ เมื่อปี 2554 รวมถึงการลอบสังหารทัศน์กมล โอบอ้อม หรืออาจารย์ป๊อด ผู้เคลื่อนไหวช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในปีเดียวกันนั้น จนกระทั่งในปี 2557 ก็ถึงคราวของบิลลี่ ที่ถูกสังหารเพราะความขัดแย้งเกี่ยวกับผืนป่าแก่งกระจาน

มาถึงตอนนี้เราต้องหันมาทบทวนแล้วว่า การเสนอป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกถึงกับต้องสังเวยชีวิตผู้คน และทำลายวิถีของชนดั้งเดิม (indigenous peoples) ไปถึงขนาดนี้เลยหรือ?

อันที่จริง ยูเนสโกก็มีนโยบายอยู่ร่วมกันของมรดกโลกกับชนดั้งเดิม เพราะมรดกโลกหลายแห่งเป็นบ้านของชนกลุ่มดั้งเดิมเช่นกัน จึงมีแนวทางปฏิบัติการ (Operational Guidelines) ไว้สำหรับให้ชนดั้งเดิมในพื้นถิ่นอยู่ในฐานะหุ้นส่วนและผู้มีสิทธิร่วม และต้องให้พวกเขามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่กับมรดกโลก

คำถามก็คือ การเสนอชื่ออุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้หรือไม่? หรือมองว่าคนกะเหรี่ยงเป็นผู้รุกรานป่า ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีแห่งป่า เพราะป่าไม่ได้เป็นแค่เขตสงวนของสัตว์และพืช แต่มนุษย์ที่มีภูมิปัญญาแห่งป่าเขา ก็เป็นส่วนหนึ่งของมันเช่นกัน

อ้างอิง

“Decision : 39 COM 8B.5 Kaeng Krachan Forest Complex, Thailand”. UNESCO. https://whc.unesco.org/en/decisions/6355/

“Decision : 40 COM 8B.11 Examination of nominations of natural properties to the World Heritage List”. UNESCO. https://whc.unesco.org/en/decisions/6821/

“IUCN World Heritage Evaluations 2019”. IUCN. https://whc.unesco.org/archive/2019/whc19-43com-inf8B2.Add-en.pdf

ภาพโดย ApichitJinakul / Bangkok Post

เจ้าหญิงชาร์ลอตต์เสด็จไปโรงเรียนวันแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599854

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 16:16 น.

เจ้าหญิงชาร์ลอตต์เสด็จไปโรงเรียนวันแรก

ชมภาพชุด เจ้าชายจอร์จควงเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ เข้าศึกษาในวันเปิดภาคเรียนวันแรก

สื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ เสด็จพร้อมด้วย ดัชเชสแคทเธอรีน แห่งเคมบริดจ์ พระชาย ทรงนำเจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ลออต์ วัย 4 พระชันษา เสด็จในวันเปิดภาคเรียนวันแรก ณ โรงเรียน Thomas Battersea ทางใต้ของกรุงลอนดอน

โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่เจ้าชายจอร์จ พระเชษฐา วัย 6 พระชันษาทรงศึกษาอยู่ก่อนแล้ว

รายงานระบุว่า เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงมีท่าทีเขิลอายเล็กน้อย ขณะเดินมาพร้อมกับพระบิดาและพระมารดา โดยทรงฉลองพระองค์ชุดเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียน เช่นเดียวกับพระเชษฐา ซึ่งทรงเข้าศึกษาในระดับเตรียมอนุบาลที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2017

 

 

 

 

ภาพ : AFP

รถไฟญี่ปุ่น ชนรถบรรทุก เจ็บกว่า 30 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599824

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 13:52 น.

รถไฟญี่ปุ่น ชนรถบรรทุก เจ็บกว่า 30 ราย

รถไฟฟ้าญี่ปุ่นชนกับรถบรรทุก จนตกราง ที่เมืองโยโกฮาม่า คาดเจ็บอย่างน้อย 35 ราย

สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงานว่า เมื่อเวลา 11.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงโตเกียว เกิดเหตุรถไฟฟ้าสาย Keikyu Line ในเมืองโยโกฮาม่า ชนเข้ากับรถบรรทุกขณะกำลังข้ามทางรถไฟ ส่งผลให้มีรายงานผู้บาดเจ็บ 32 ราย รวมถึงคนขับรถบรรทุกก็บาดเจ็บสาหัส

 

รายงานระบุว่า รถไฟขบวนดังกล่าวได้รับความเสียหายตกรางตั้งแต่หัวขบวน รวมถึงตู้โดยสารอีก 8 ตู้ได้รับความเสียหาย ส่วนรถบรรทุกเกิดไฟลุกท่วมทั้งคันแต่เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้แล้ว

หญิงผู้โดยสารมากับรถไฟดังกล่าวได้เผยว่า ตนได้ยินเสียดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จนคิดว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหว

ทางการต้องหยุดทำการเดินรถไฟที่วิ่งระหว่างสถานี Keikyu, Kawasaki และ Kamiooka แล้ว

“โดเรียน” ถล่มบาฮามาสยับเยิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599813

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 12:22 น.

"โดเรียน" ถล่มบาฮามาสยับเยิน

เฮอร์ริเคนโดเรียน ถล่มบาฮามาสเสียหายไม่เหลือชิ้นดี ชาวบ้านสังเวย 20 ศพ ส่วนพายุลดกำลังเป็นระดับ 3 จ่อขึ้นฝั่งสหรัฐ

สถานการณ์พายุเฮอร์ริเคนโดเรียนที่พัดถล่มหมู่เกาะบาฮามาสทางตะวันออกเฉียงใต้ของชายฝั่งรัฐฟลอริด้าของสหรัฐ ตั้งแต่ช่วงสองวันก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า เฮอร์ริเคนโดเรียนซึ่งพัดถล่มบาฮามาสด้วยความรุนแรงระดับ 5 ได้ทำลายบ้านเรือนของประชาชนเกินครี่งหนึ่งของทั้งเกาะได้รับความเสียหายอย่างหนัก

เบื้องต้นประเมินว่าประชาชนอย่างน้อย 70,000 ต้องได้รับความช่วยเหลือในทันที มีรายงานด้วยว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ราย

“ทุกอย่างเสียหายเกือบ 100%” ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งระบุตรงกันว่าบริเวณเกาะ Great Abaco ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะห่างไกลของหมู่เกาะบาฮามาสได้รับความเสียหายอย่างหนักที่สุด พายุได้ทำลายบ้านเรือน ร้านค้า โรงพยาบาลและสนามบินแทบไม่เหลือซาก

พายุเฮอร์ริเคนลูกดังกล่าวจะลดกำลังลงอยู่ที่เฮอร์ริเคนระดับ 3 แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับอันตราย ด้วยแรงลม185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปตามชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ โดยคาดว่าเฮอร์ริเคนโดเรียนจะขึ้นฝั่งถล่มยังรัฐนอร์ทและเซาท์แคโรไลน่าต่อไป

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้อนุมัติความช่วยเหลือในเบื้องต้นไปยังบาฮามาสแล้ว เช่นเดียวกับรัฐบาลอังกฤษโดยกระทรวงกลาโหมได้ส่งทหารพร้อมอุปกรณ์ยังชีพเข้าให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับค้นหาเหยื่อผู้เสียชีวิตต่อไป ซึ่งคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจะพุ่งสูงกว่านี้

เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี Hubert Minnis ของบาฮามาส ได้ระบุว่าในระหว่างแถลงข่าวว่า จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อใครก็ตามที่อาศัยความเดือดร้อนครั้งนี้ปล้นสะดมจากเหยื่อเฮอร์ริเคน

วิจารณ์ยับ ส.ส.เกาหลีใต้ ดูถูกผู้หญิง “ไม่ยอมมีลูกเพื่อชาติ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/599809

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 11:38 น.

วิจารณ์ยับ ส.ส.เกาหลีใต้ ดูถูกผู้หญิง "ไม่ยอมมีลูกเพื่อชาติ"

โซเชียลเกาหลีถล่ม ส.ส.ชายพรรคฝ่ายค้าน ตำหนินักวิชาการหญิง ไม่มีลูกเพื่อประเทศชาติ

เอเอฟพีรายงานว่า โซเชียลมีเดียในเกาหลีใต้แสดงความคิดเห็นวิจารณ์อย่างหนัก จากการที่นาย จอง คับ ยุน (Jeong Kab-yoon) ส.ส.พรรคเสรีภาพเกาหลี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้กล่าวเชิงดูถูกเหยียดหยามทางเพศ ต่อนางสาวโจ ซุง วุก (Joh Sung-wook) นักวิชาการด้านเศรษศาสตร์ ซึ่งเธอยังเป็นสาวโสดวัย 50 ปีที่ยังไม่มีลูก โดยระบุว่า “ผู้รู้ว่าคุณยังโสด และปัญหาใหญ่สุดของเกาหลีใต้ในขณะนี้คือไม่มีการให้กำเนิด .. คุณมีประวัติการทำงานที่ดีเยี่ยม แต่ขาดเพียงอย่างเดียวคือการทำหน้าที่เพื่อชาติ”

ส.ส. จอง กล่าวในระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการด้านการค้า ซึ่งนางโจ ได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็นประธานคณะกรรมาธิการดังกล่าว

รายงานระบุว่า นางสาวโจ นับเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อในตำแหน่งดังกล่าว ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆต่อคำพูดดูถูกเยียดหยามของ ส.ส.ชายผู้นี้ แต่ในขณะเดียวกับผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในเกาหลีใต้ได้วิพากษ์วิจารณ์นายจองอย่างแพร่หลาย โดยระบุว่านี่นับเป็นล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้หญิงอย่างรับไม่ได้

ทั้งนี้ สำหรับเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำ รวมถึงมีอัตราการหย่าร้างของคู่สมรสในกลุ่มคนหนุ่มสาวสูง ส่วนทางกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

แฟ้มภาพ : AFP