ทีวีรัสเซียพลาดแรง ระบุตำแหน่งผิดถึงสองประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598615

  • วันที่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 14:50 น.

ทีวีรัสเซียพลาดแรง ระบุตำแหน่งผิดถึงสองประเทศ

สถานีโทรทัศน์อาร์ทีแถลงขอโทษชาวนิวซีแลนด์ ระบุพิกัดผิดประเทศเป็นญี่ปุ่น

เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า สถานีโทรทัศน์ RT ของรัสเซียได้แถลงขอโทษต่อประชาชนชาวนิวซีแลนด์ หลังจากที่ทางสถานีนำเสนอรายงานข่าวแต่ทว่าเกิดความผิดพลาดทางกราฟฟิก ระบุว่าแผนที่ของเกาะนิวซีแลนด์คือประเทศญี่ปุ่น ส่วนด้านบนแผนที่ของประเทศปาปัวนิวกินี ถูกระบุว่าเป็นเกาหลีใต้

ความผิดพลาดครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค ที่ผ่านมาจากการที่สถานีโทรทัศน์อาร์ทีรายงานข่าวเกี่ยวกับว่าสหรัฐอาจติดตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธแห่งใหม่ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย แต่ทว่าด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของทั้งสามประเทศนี้อยู่ห่างจากกันจึงเกิดความผิดพลาดดังกล่าว

หลายครั้งที่ผ่านมานิวซีแลนด์มัก”ตกหล่น”จากการแสดงบนแผนที่โลกในหลายครั้งหลายกรณี ส่งผลให้นายรัฐมนตรีจาร์ซินดา อาร์เดินออกมาเรียกร้องในเรื่องดังกล่าวภายใต้แคมเปญการท่องเที่ยว

สำหรับประเด็นการติดตั้งขีปนาวุธในเอเชียของสหรัฐนั้นมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐถอนตัวจากข้อตกลง INF ซึ่งเคยลงนามร่วมกับโซเวียต โดยภายหลังที่สหรัฐถอนตัวออกจากประเด็นดังกล่าว สหรัฐได้เริ่่มการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางในทันที ส่งผลให้ทางรัสเซียได้วางแผนทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเช่นกัน

รัสเซียเปิดตัวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำแห่งแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598601

  • วันที่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 13:10 น.

รัสเซียเปิดตัวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำแห่งแรกของโลก

รัสเซียปล่อย”เชอร์โนบิลลอยน้ำ” เดินทางไกล 5 พันกิโลฯข้ามอาร์กติก ช่วยไซบีเรียผลิตไฟฟ้า

สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำที่มีชื่อว่า Akademik Lomonosov ซึ่งตั้งตามชื่อนักวิทยาศาสตร์คนดังของรัสเซีย ได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองเมอร์มานสค์ ทางฝั่งตะวันตกของประเทศแล้วเมื่อวานนี้ (23 ส.ค.)

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำดังกล่าวมีกำหนดเดินทางเป็นระยะทางไกลกว่า 5,000 กิโลเมตร โดยใช้เรือลากจูง 3 ลำ ข้ามอาร์กติกไปยังเขตปกครองตนเองชูคอตคา พื้นที่ห่างไกลทางฝั่งตะวันออกสุดของประเทศในแถบไซบีเรีย เพื่อช่วงผลิตกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวราว 2 ล้านคนให้มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งในพื้นที่แถบนั้นเป็นพื้นที่ห่างไกลที่ยากต่อการเข้าถึง สามารถเดินทางได้เพียงทางเรือหรือเครื่องบินเท่านั้น

รวมถึงเป้าหมายหนึ่งในการส่งโรงไฟฟ้าดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ก็เพื่อเพิ่มศักยภาพความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคดังกล่าวที่สูงขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบรรดาเหมืองแร่หลายแห่ง

สำหรับโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้รับฉายาจากสื่อหลายแห่งว่าเสมือนเป็น “เชอร์โนบิลลอยน้ำ” ซึ่งฟังดูไม่ค่อยเป็นมงคลสักเท่าไหร่ แต่ก็นับเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำแห่งแรกของโลก

 

Akademik Lomonosov ประกอบด้วยเตาปฏิกรณ์สองเครื่อง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 70 เมกะวัตต์ แต่ก็นับว่าน้อยมากหากเทียบกับกำลังไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลที่สามารถผลิตกำลังไฟได้สูงถึง 4,000 เมกกะวัตต์

อย่างไรก็ดี แม้จะมีความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่น้อยกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะอันตรายน้อยกว่า โดยบรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายแห่งได้ออกมาแสดงความกังวลว่า หากเกิดความผิดพลาดใดๆขึ้น อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในแถบอาร์กติกอย่างร้ายแรง

อนึ่ง สืบเนื่องจากช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานข่าวว่า รัสเซียได้ทดสอบขีปนาวุธติดหัวรบบริเวณฐานทดสอบใกล้กับเมืองเซเวรอดวินสก์ แต่เกิดผิดพลาด ส่งผลให้มีรายงานระดับรังสีพุ่งเป็นอันตรายเกินกว่ามาตรฐานถึง 16 เท่า แต่ทางรัฐบาลมอสโก ยังคงปิดเงียบไม่เป็นเผยรายละเอียดใดๆ ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวมีรายงานผู้เสียชีวิตด้วย

“ดาว”ทิ้งดิ่ง-ทองทะยาน หลังจีนเชือดสหรัฐขึ้นภาษีชุดใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598593

  • วันที่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 11:29 น.

"ดาว"ทิ้งดิ่ง-ทองทะยาน หลังจีนเชือดสหรัฐขึ้นภาษีชุดใหญ่

จีนขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐชุดใหญ่ 75,000 ล้านดอลลาร์ ทำหุ้นดาวโจนส์ทิ้งดิ่งกว่า600จุด ทรัมป์จ่อเก็บโต้อีกกว่า 2 แสนล้าน

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ทางการจีนได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ ถึงการตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐรอบใหม่เพิ่มอีก 5,078 รายงาน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรอาทิ ถั่วเหลือง ไก่แช่แข็ง น้ำผลไม้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประการ มูลค่ารวมถึง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราภาษีใหม่นี้เพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมที่ 5-10 % เริ่มใช้อัตราใหม่วันที่ 1 ก.ย.นี้ และ 15 ธ.ค.นี้

ท่าทีดังกล่าวของจีนส่งผลให้ปธน.ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างมากพร้อมระบุว่าสหรัฐเตรียมจะขึ้นภาษีตอบโต้จีนอีกล็อตใหญ่ถึง 250,000 ล้านดอลลาร์ จากสินค้าจีนเพิ่มเป็นอีก 5% ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพิ่มจากที่สหรัฐได้เก็บภาษีจากจีนไปแล้วก่อนหน้าที่ 3 แสนล้าน ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 ก.ย. นี้เช่นกัน ซึ่งตรงกับวันชาติจีนพอดี พร้อมทั้งประกาศให้บริษัททุกแห่งของสหรัฐที่มีฐานการผลิตหรือสาขาในจีน ย้ายกลับมาสหรัฐให้หมด

 

 

การตอบโต้กันไปมาของสหรัฐและจีน ส่งผลให้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (23ส.ค.)ร่วงลง 623.34 จุด เอสแอนด์พี 500 ลดลง 75.84 จุด และแนสแด็ก ลดลง 239.62 จุด

ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 29.10 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 1,537.60 ดอลลาร์/ออนซ์

เหตุที่หุ้นตลาดหุ้นสหรัฐร่วงระนาว นอกจากผลจากการเก็บภาษีโต้กันไปมาของสหรัฐกับจีนแล้ว บรรดานักลงทุนยังผิดหวังต่อคำแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ทีไม่ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง พร้อมทั้งยอมรับว่ การทำสงครามการค้า และปัจจัยอื่นๆ กำลังทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัวลงตลอดทั้งปีนี้

เดวิด คอช มหาเศรษฐีรวยอันดับ 11 ของโลก เสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598587

  • วันที่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 10:10 น.

เดวิด คอช มหาเศรษฐีรวยอันดับ 11 ของโลก เสียชีวิต

เขาผู้นี้เป็นเจ้าของกิจการ Koch Industries มีทรัพย์สินถึง 50,000 ล้านดอลลาร์

สื่อสหรัฐรายงานว่า นายเดวิด คอช (David Koch) หนึ่งในมหาเศรษฐีผู้รวยที่สุดของสหรัฐ และรวยที่สุดอันดับ 11 ของโลก ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ด้วยทรัพย์สินกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 79 ปี

สาเหตุการเสียชีวิตของเขานั้นไม่ได้รับการเปิดเผย แต่มีรายงานว่าเขาได้เสียชีวิตขณะพำนักอยู่ในบ้านพักที่เขตเซาท์แฮมตัน รัฐนิวยอร์ก พร้อมกับมีประวัติการรักษาตัวมาแล้วหลายครั้งรวมถึงการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

เดวิด คอช เป็นหนึ่งในสองพี่น้องตระกูลคอช มีพี่ชายคือนายชาลส์ คอช โดยสองพี่น้องตระกูลคอชเป็นเจ้าของกิจการ Koch Industries มีทรัพย์สินรวมกว่า 124,500 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นหนึ่งในบริษัทบริษัทเอกชน (private company) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐีมาแล้วจำนวน 3 รุ่น

พี่น้องคอช นับว่าเป็นหนึ่งในตระกูลที่มหาเศรษฐีของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บริจาคเงินรายใหญ่ให้กับพรรครีพับลิกกัน แต่แม้ว่าสองพี่น้องคอชจะเป็นผู้บริจาครรายใหญ่ให้กับรีพับลิกกัน แต่มีรายงานว่าทั้งสองไม่ได้บริจาคให้กับโดนัลด์ ทรัมป์คราวที่เขาลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2016

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1991 เขาอยู่ในเหตุการณ์ที่เครื่องบิน US Airways เที่ยวบิน 1493 ประสบเหตุชนกับเครื่องบินลำอื่น แต่เขาก็รอดชีวิตออกมาได้ นับตั้งแต่นั้นเดวิด คอช ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญที่บริจาคเงินก้อนใหญ่ให้กับองค์กรการกุศลต่างๆหลายแห่ง

Photo : AP

เผยสภาพซากเรือไททานิคถูกท้องทะเลกลืนกิน (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598578

  • วันที่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 20:06 น.

เผยสภาพซากเรือไททานิคถูกท้องทะเลกลืนกิน (คลิป)

ทีมนักดำน้ำลงสำรวจซากเรืออาร์เอ็มเอส ไททานิคเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี พบถูกแบคทีเรียกินโลหะค่อยๆ กลืนกินทีละน้อย

ทีมนักดำน้ำจาก Triton Submarines บริษัทออกแบบและผลิตเรือดำน้ำของสหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ และตัวแทนจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติดำน้ำลึกลงไป 4,000 เมตร ห่างจากชายฝั่งทางใต้ของเกาะนิวฟาวด์แลนด์ของแคนาดาไปราว 595 กิโลเมตร ไปยังจุดที่ซากเรือไททานิคซึ่งครั้งหนึ่งทุกคนเชื่อว่าเป็น “เรือที่ไม่มีวันจม” จมอยู่ใต้ทะเล เพื่อบันทึกภาพเรือก่อนจะนำมาผลิตสารคดีเผยแพร่

ทีมดำน้ำพบว่าซากเรือไททานิคค่อยๆ ถูกเกลือทะเลกรัดกร่อน ถูกแบคทีเรียกินโลหะกีดกิน และถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนโครงสร้างค่อยๆ สลายตัว

ทั้งนี้ เรือไททานิคชนภูเขาน้ำแข็งและจมลงในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือในปี 1912 ระหว่างล่องเรือจากเมืองเซาท์แธมตันของอังกฤษไปยังมหานครนิวยอร์กของสหรัฐ มีผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้นทั้งหมด 1,517 คน จากผู้โดยสารทั้งหมด 2,223 คน นับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางเรือครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

 

เจ้าชายวิลเลียมพาครอบครัว นั่งโลว์คอสแอร์ไลน์ไปสกอตแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598562

  • วันที่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 17:45 น.

เจ้าชายวิลเลียมพาครอบครัว นั่งโลว์คอสแอร์ไลน์ไปสกอตแลนด์

เจ้าชายวิลเลียมจูงพระโอรส-พระธิดา พร้อมพระชายา ขึ้นสายการบินโลว์คอสเที่ยวพักร้อน สังคมเทียบเจ้าชายแฮร์รี่พาดัชเชสเมแกนนั่งเจ็ตส่วนตัว

เมื่อวันพฤหัสบดี (22 ส.ค.) ที่ผ่านมา เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ เสด็จพร้อมด้วย แคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ และเจ้าชายลูอิส พร้อมพระพี่เลี้ยงและผู้ติดตาม ไปยังสนามบินนอริช มณฑลนอร์ฟอร์ก เพื่อประทับเครื่องบินของสายการบินฟลายบี (Flybe) ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสของอังกฤษ ไปยังเมืองอาเบอร์ดีน ในสกอตแลนด์

ภาพดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นขณะที่เจ้าชายทรงพาครอบครัวเดินทางด้วยสายการบินโลว์คอส และถูกเผยแพร่ไปตามบรรดาสื่อแท็บลอยด์ของอังกฤษหลายแห่ง พร้อมเปรียบเทียบกับเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกส์ ที่พาดัชเชสแมเกน เดินทางด้วยการเช่าเครื่องบินส่วนตัว 4 เที่ยวบิน เสด็จท่องเที่ยวพักผ่อนส่วนพระองค์ในหลายประเทศเป็นเวลา 11 วัน

รายงานระบุว่า การที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวนั้น นอกจากมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการนั่งสายการบินทั่วไปแล้ว ยังปล่อยไอเสียมากกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสาร

ขณะที่เครื่องบินขนาด 44 ที่นั่งของสายการบิน Flybe เส้นทางจากนอริชไปยังเมืองอาเบอร์ดีนนั้น ตกราคาที่นั่งละ 73 ปอนด์ (ราว 2,700) บาทเท่านั้น รวม 5 ที่นั่งคิดเป็นเงินราว 365 ปอนด์

 

อย่างไรก็ดี สื่อบางสำนักได้สอบถามไปยังพระราชวังเคนซิงตัน แต่ไม่ได้รับการเปิดเผยถึงราคาตั่วโดยสารของเจ้าชายวิลเลียมและครอบครัวแต่อย่างใด

ผู้โดยสารรายหนึ่งที่โดยสารเครื่องบินลำเดียวกับเจ้าชายวิลเลียมระบุว่า ครอบครัวของพระองค์ประทับบริเวณส่วนด้านหน้าของเครื่อง ขณะที่เจ้าชายวิลเลียมทรงไม่ต่างอะไรกับแฟมิลี่แมนโดยทั่วไปที่พาครอบครัวเดินทางไปพักร้อน ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าชายทรงพาครอบครัวโดยสารสายการบินโลว์คอส

ด้านสายการบิน Flybe ได้ระบุในคำแถลงการณ์ว่า ทางสายการบินมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้บริการดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์พร้อมครอบครัวอีกครั้ง คราวนี้เป็นการเดินทางระหว่างเมืองนอริชไปยังอาเบอร์ดีน”

ข้อวิจารณ์ต่อเจ้าชายแฮร์รี่ และดัชเชสเมแกนนั้น เริ่มเป็นที่จับตานับตั้งแต่ที่เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ พร้อมๆกับกระแสข่าวในทางลบเกี่ยวกับเธอ ร่วมถีงครั้งล่าสุดที่ทั้งเจ้าชายแฮร์รี่และเธอถูกวิจารณ์เรื่องการใช้เงินภาษีประชาชนในการปรับปรุงพระตำหนักฟลอร์กมอร์ เฮาส์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์

ยานอวกาศอินเดียเข้าวงโคจรดวงจันทร์ ส่งภาพแรกกลับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598548

  • วันที่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 16:18 น.

ยานอวกาศอินเดียเข้าวงโคจรดวงจันทร์ ส่งภาพแรกกลับโลก

จันทรายาน-2 ส่งภาพถ่ายแรกของดวงจันทร์ทักทายโลก ขณะเดินทางเข้าวงโคจร คาดลงจอด 7 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) ได้เปิดเผยภาพแรกของดวงจันทร์ที่ถูกถ่ายจากยาน (Chandrayaan-2) หรือ จันทรายาน-2 ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ของอินเดียขณะกำลังเคลื่อนที่เข้าวงโคจรของดวงจันทร์ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะส่งผลให้อินเดียกลายเป็นชาติที่ 4 ของโลก ที่สามารถส่งยานไปสำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จ ต่อจาก รัสเซีย สหรัฐและจีน

สำหรับจันทรายาน-2 ถูกปล่อยขึ้นจากฐานยิงของศูนย์อวกาศ Satish Dhawan space centre ในรัฐอานธรประเทศ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จากภาพที่เผยแพร่โดย ISROได้ระบุพิกัดของจุดลงจอดในภารกิจอพอลโล และ Mare Orientale บริเวณใกล้กับด้านไกลของดวงจันทร์ ภาพนี้ถูกถ่ายขึ้นในระหว่างงที่ยานกำลังเข้าสู่วงโคจรดวงจันทร์ห่างจากพื้นผิวที่ระยะ2,650 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 21 ส.ค.

ISRO ในขั้นตอนการส่งยานเข้าวงโคจรดวงจันทร์นั้นเป็นหนึ่งกระบวนการที่ซับซ้อนและท้าทายมาก เนื่องจากหากยานเคลื่อนที่เร็วเกินไป แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ไม่อาจจะดึงยานเข้าสู่วงโคจรและรักษาระดับในจุดลงจอดบนพื้นผิวได้ ยานก็จะเลยจากวงโคจรลอยออกไปในอวกาศ แต่หากยานมีความเร็วน้อยไปก็อาจถูกแรงโน้มถ่วงดึงจนกระแทกลงสู่ผิวดวงจันทร์

จันทรายานมีกำหนดปรับวิถีโคจรรอบดวงจันทร์อีกครั้งในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ โดยก่อนเข้าสู่กระบวนการสุดท้ายในการปล่อย Vikram lander ลงจอดยังพื้นผิวในวันที่ 7 ก.ย. นี้

ไซเตสขึ้นทะเบียนยีราฟเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598547

  • วันที่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 16:07 น.

ไซเตสขึ้นทะเบียนยีราฟเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์

ที่ประชุมสัตว์ป่าโลก หรือที่รู้จักในชื่อไซเตส (CITES)  ที่จัดขึ้นที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ มีมติขึ้นทะเบียนยีราฟเป็นสัตว์ป่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นครั้งแรก

การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการคุ้มครองยีราฟทั่วโลก โดยการซื้อขายชิ้นส่วนยีราฟทั้งเนื้อ หนัง กระดูก จะต้องได้รับอนุญาตและต้องไม่ใช่ชิ้นส่วนที่ได้มาจากการลักลอบล่าสัตว์ อีกทั้งประเทศผู้อนุญาตจะต้องตรวจสอบความสมดุลของประชากรยีราฟก่อนการอนุญาตให้ส่งออก ซึ่งจะส่งผลให้มีการเก็บข้อมูลการซื้อขายชิ้นส่วนยีราฟที่จะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ในอนาคต

แม้บางประเทศในแอฟริกันคัดค้านการขึ้นทะเบียนยีราฟ อาทิ แอฟริกาใต้ บอตสวานา และแทนซาเนีย ที่มีประชากรยีราฟเพิ่มขึ้น โดยอ้างว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่าการค้าขายชิ้นส่วนยีราฟเป็นสาเหตุของการลดจำนวน ทว่าในที่สุดที่ประชุมมีมติให้ขึ้นทะเบียน 106 ต่อ 21 เสียง

คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าประชากรยีราฟยังมีมากมาย ทว่า ไมนา ฟิลิป มูรูธิ จากมูลนิธิสัตว์ป่าแอฟริกัน เผยว่า ยีราฟกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจะสูญพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกาตะวันออก ตะวันตก และแอฟริกากลาง เนื่องจากประชากรลดลงถึง 40% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเพราะถิ่นที่อยู่อาศัยน้อยลง การถูกล่าเพื่อเอาเนื้อ การค้าขายชิ้นส่วนยีราฟ การล่าเพื่อความบันเทิง ตลอดจนความแห้งแล้งและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ที่ประชุม CITES ยังระบุอีกว่า ประชากรยีราฟในธรรมชาติเหลืออยู่ไม่กี่หมื่นตัว ซึ่งน้อยกว่าจำนวนช้างแอฟริกันเสียอีก

ในอดีตประชากรยีราฟเคยกระจายอยู่ทั่วแอฟริกาตะวันตก แต่ปัจจุบันเหลือยีราฟอยู่เพียง 425 ตัวในไนเจอร์ ด้วยเหตุนี้สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ (IUCN) จึงขึ้นทะเบียนให้ยีราฟสายพันธุ์ย่อย 7 จาก 9 สายพันธุ์อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ขณะที่ข้อมูลของสหรัฐระบุว่าการค้าขายชิ้นส่วนยีราฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2006-2015 สหรัฐนำเข้าชิ้นส่วนยีราฟกว่า 40,000 ชิ้น หรือเท่ากับยีราฟอย่างน้อย 3,751 ตัว ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โบลิเวียส่ง 747 Supertanker ช่วยดับไฟป่าแอมะซอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598535

  • วันที่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 15:15 น.

โบลิเวียส่ง 747 Supertanker ช่วยดับไฟป่าแอมะซอน

รัฐบาลโบลิเวียส่งเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 Supertanker พร้อมทหารสกัดไฟป่าแอมะซอน

นาย เอโบ โมราเลสประธานาธิบดีโบลิเวียได้ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ระบุว่า รัฐบาลได้ใช้บริการเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 747-400 ซุปเปอร์แทงเกอร์ ซึ่งเป็นเครื่องบินสำหรับภารกิจดับไฟที่มีสมรรถะในการบรรทุกมากที่สุดในโลก ทิ้งสารเคมีและน้ำดับเพลิงเพื่อสกัดไฟป่าแอมะซอนที่กำลังลุกลามอยู่ขึ้นวิกฤตในขณะนี้

 

ภารกิจของเครื่องบินลำนี้จะใช้สนามบินViru Viru ในโบลิเบีย เป็นฐานสนับสนุนภารกิจการดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดีมีรายงานว่าโบลิเวียได้ขอให้ใช้สนามบิน Corumba ในรัฐมาตูโกรสซูโดซูลของบราซิลเป็นอีกหนึ่งฐานสนับสนุน เนื่องจากอยู่ใกล้กับจุดดับไฟมากที่สุด แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการท้องถิ่นบราซิล เนื่องจากสนามบินมีรันเวย์ที่ไม่เหมาะสมกับเครื่องบินลำใหญ่

สำหรับโบอิ้ง 747 Supertanker เป็นเครื่องบินรุ่นพิเศษที่สามารถบรรทุกของเหลวหรือสารเคมีในการดับไฟได้มากถึง 19,200 แกลลอน สามารถปล่อยน้ำลงพื้นที่ความสูงในระดับที่ 400-800 ฟุต ครอบคลุมพื้นที่ได้ราว 5 กิโลเมตร

รัฐบาลโบลิเวียเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเช่าเครื่องบินอยู่ที่ 800,000 ดอลลาร์ และแต่ละเที่ยวบินมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 16,000 ดอลลาร์ โดยเครื่องบินจะปฏิบัติภารกิจต่อไปจนกว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าแอมะซอนในโบลิเวียได้

ทั้งนี้ โบลิเวียเป็นหนึ่งในประเทศแถบอเมริกาใต้ที่มีผืนป่าแอมะซอนปกคลุม และกำลังประสบปัญหาไฟป่าลุกลามจากบราซิล ส่งผลให้รัฐบาลโบลิเวียได้กำหนดพื้นที่ภัยพิบัติในภูมิภาค Chiquitania ของรัฐซาตาครูซ ซึ่งมีพรมแดนติดกับบราซิล ประเมินว่ามีพื้นที่ป่าเสียหายจากไฟป่าครั้งนี้ไปแล้วถึง 471,000 เฮกตาร์

ก่อนหน้านี้ทางโบลิเวียได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 800 นาย ตำรวจ 250 นาย และนักผจญเพลิงอีก 60 คนจากรัฐใกล้เคียงเข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าทางการจะเสริมกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มอีก700 นาย

Photo : Facebook/Global SuperTanker

อินโดฯบล็อกเน็ต-เพิ่มกำลังคุมปาปัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/598524

  • วันที่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 14:12 น.

อินโดฯบล็อกเน็ต-เพิ่มกำลังคุมปาปัว

อินโดฯบล็อกอินเตอร์เน็ต พร้อมเสริมกำลังพันนายคุมม็อบปาปัว ลุกฮือเอกราช

จากเหตุการณ์ความประท้วงรุนแรงในจังหวัดปาปัวตะวันตก อันสืบเนื่องจากการที่ประชาชนในพื้นที่ไม่พอใจต่อทางการอินโดนีเซียจับกุมนักศึกษาชาวปาปวนที่ศึกษาอยู่ในเมืองสุราบายาจำนวน 43 คน จากการที่พบว่าเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมานักศึกษาเหล่านี้ทำลายธงชาติอินโดนีเซียในช่วงที่กำลังฉลองวันชาติ

 

การจับกุมนักศึกษาดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนชาวปาปวนในจังหวัดปาปัว ก่อเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่่ผ่านมา ด้วยการจุดไฟเผาทำลายสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมถึงตลาดและเรือนจำ จนส่งผลให้เจ้าหน้าที่มีการใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม

ด้วยเหตุปะทะรุนแรงดังกล่าวทำให้ทางกระทรวงสื่อสารของอินโดนีเซียบล็อกการเข้าถึงข้อมูลอินเตอร์เน็ตในพื้นที่จังหวัดปาปัว เพื่อป้องการเผยแพร่ข้อมูลปลุกระดมการประท้วง อีกทั้งทางการยังมีการส่งเจ้าหน้าที่อีก 1,000 นายเข้าไปในพื้นที่เพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อย

 

ทั้งนี้ สำหรับจังหวัดปาปัวและปาปัวตะวันตก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกสุดของอินโดนีเซีย มีพรมแดนร่วมกับประเทศปาปัวนิวกินี เป็นพื้นที่ซึ่งมีความต่างทางเชื้อชาติและศาสนาอย่างสิ้นเชิงจากส่วนอื่นๆของอินโดฯ

ประชากรในปาปัวและปาปัวตะวันตกส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงเป็นพื้นที่ห่างไกลที่มีความยากจนมากที่สุดหากเทียบกับส่วนอื่นๆของอินโดฯ สำหรับปาปัวตะวันตกเคยตกเป็นอาณานิคมเนเธอร์แลนด์มาก่อน ก่อนที่อินโดนีเซียจะเข้าปกครอง ที่ผ่านมามีขบวนการเรียกร้องเอกราชอยู่บ่อยครั้ง