เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681292

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

ห้างเซ็นทรัล ชวนเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์

กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสุดฮิตในช่วงหน้าร้อนนี้ เมื่อห้างเซ็นทรัล จัดแคมเปญสาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” ในคอนเซ็ปต์สุดครีเอท “ความสนุกบนเส้นทางแห่งสีสันที่ไม่มีวันสิ้นสุด” เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ด้วยสินค้าแฟชั่นเทรนด์ใหม่ล่าสุด พร้อมเนรมิตไฮไลต์สุดปังของปี กับการตกแต่งห้างด้วยสีสันตามวัน “7 สาขา 7 สีสัน” ที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ไม่ว่าจะเป็น ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, พระราม 2, ชิดลม, เวสต์เกต, ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เพื่อให้ได้ไปเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง พร้อมระดมทัพเสิร์ฟสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และอิ่มอร่อยไปกับเมนูคลายร้อนตลอดซัมเมอร์นี้ที่ห้างเซ็นทรัล ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยที่เคร่งครัดขั้นสูงสุด

Red Sunday ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์

เริ่มต้นความสนุกแรกกับจุดเช็กอินไฮไลต์สุดปัง วันอาทิตย์ “สีแดง” แลนด์มาร์กแห่งสีสันใจกลางกรุงเทพฯ ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ สะดุดทุกคู่สายตาด้วยด้วยสติ๊กเกอร์บอมม์สีแดงสุดชิคติดอยู่ทั่วทั้งหน้าห้างให้ได้แวะไปถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าไปในห้าง ก็ยังเต็มไปด้วยสีแดงแรงฤทธิ์ของโครงเสาสีแดง และพรมเรียกว่าเป็น ออลล์เรดดิสเพลย์ (All red display) จนต้องแวะโพสต์ถ่ายรูปลงโซเชียลอวดสีสันรับหน้าร้อน

Yellow Monday ห้างเซ็นทรัล บางนา

สดใสซาบซ่ากันต่อกับวันจันทร์ “สีเหลือง” ที่ห้างเซ็นทรัล บางนา กับการตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองสดใส สร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา เพิ่มความว้าวด้วยการตกแต่งบริเวณทางเดินยาวกลางห้างชั้น 1 ด้วย “Endless Long Dinner / Long Table” โต๊ะอาหารสุดเก๋ ชวนให้เพื่อนฝูงมาร่วมสังสรรค์ในวันพิเศษ และช้อปปิ้งไม่มีวันหยุด ด้วยสีเหลืองที่สื่อถึงแสงแดดสดใสในช่วงฤดูร้อน รอให้ทุกคนมาเช็คอิน

Pink Tuesday ห้างเซ็นทรัล พระราม 2

สายหวานห้ามพลาดกับ วันอังคาร “สีชมพู” ต้องมาเช็คอินที่ ห้างเซ็นทรัล พระราม 2 ที่มาในโทนสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง! ทั่วห้าง ติดตลกหักมุมไม่ให้เลี่ยนด้วยของตกแต่งที่ไม่เข้ากับความหวานแหวว แต่เป็นเอกลักษณ์ของถนนพระรามสอง ที่การจราจรแน่นขนัด แต่ซัมเมอร์นี้ห้างเซ็นทรัลจะขอเปลี่ยนบรรยากาศรถติด ให้กลายเป็นความสนุก ด้วยการยกสัญลักษณ์และสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น ป้ายจราจร รถบรรทุก แบริเออร์ กรวยยาง และสัญญาณไฟจราจร เป็นต้น จับมาย้อมเป็นสีชมพู

Green Wednesday ห้างเซ็นทรัล ชิดลม

เข้าสู่กลางสัปดาห์กับ วันพุธ “สีเขียว” ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งต้นไม้นานาพันธุ์ ที่จะมอบความสดชื่นช่วงซัมเมอร์ กับการยกต้นไม้จริงมาประดับภายในห้างเซ็นทรัล ชิดลม ผสมเข้ากับงานหวาย งานไม้ ให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย พร้อมดื่มด่ำกับไฮไลต์บริเวณโถงกลางห้าง ที่ตกแต่งเต็มพื้นที่ไปด้วยไม้ใบและไม้ประดับ เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางห้างเขียวกลางใจเมือง ให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งอย่างอารมณ์ดี นอกจากนี้ บริเวณหน้าห้างกลางสี่แยกชิดลม ยังโดดเด่นมีเอกลักษณ์กับไลต์บ็อกซ์ภาพถ่ายคุณผู้หญิง

เปรี้ยวจี๊ดจัดจ้าน ที่ใครเห็นเป็นต้องยกมือถือเก็บภาพเก๋ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นสีเขียว (Green Looks) อีกหนึ่งสีที่ฮอตที่สุดของซัมเมอร์นี้!

Orange Thursday ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต

แซ่บกันต่อที่ ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต กับ วันพฤหัสบดี “สีส้ม” สีแห่งความสนุกและการผจญภัย รวมถึงยังเป็นชื่อของผลไม้ “ส้ม” เพียงหนึ่งเดียวของสีในสัปดาห์ ต่อยอดกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์แสนเก๋ พร้อมขบวนพาเหรด “Orange Fruit Salad” ที่จับผลไม้นานาชนิดย้อมสีส้มสดใส ตกแต่งทั่วห้าง รวมทั้งยังมีเสาผลไม้สีส้ม เสมือนตัวแทนของซัมเมอร์และความสดใส

Blue Friday ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

สบายตาไปกับ วันศุกร์ “สีฟ้า” ฟิน..ไปกับบรรยากาศท้องฟ้าและท้องทะเล ที่ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ด้วยไฮไลต์เด็ด กับการยกเรือจำลอง อันเป็นซิกเนเจอร์ของ จ.สงขลา มาตั้งไว้ที่กลางโถงของห้างให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับกลิ่นอายแห่งเมืองใต้ พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษรับลมร้อน ด้วยการให้ทุกคนได้ขึ้นไปถ่ายรูปบนเรือชิคๆ เสมือนล่องทริปบนท้องทะเลใต้แบบทิพย์!

Purple Saturday ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์

ปิดท้ายกันที่ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ กับคอนเซ็ปต์ วันเสาร์ “สีม่วง” พบกับความโรแมนติกน่าค้นหาที่มาพร้อมลวดลายเรขาคณิตสุดโมเดิร์น โดยเนรมิต ให้กลายเป็นคาเฟ่แสนน่ารักรับช่วงซัมเมอร์ ที่บอกเลยว่าถูกใจคนรักสัตว์ เพราะสาขานี้ทุกท่านสามารถพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นกันแบบชิลล์ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบร้านกาแฟที่นั่งสบายๆ หยุดยาวนี้มาเที่ยวพร้อมเช็คอินเก๋ๆ

ปักหมุดเช็คอินถ่ายรูป 7 สาขา 7 สีสันกันไปแล้ว ห้ามพลาด! มาช้อปปิ้งแบบคัลเลอร์ฟูลเพิ่มความสนุกให้กับซัมเมอร์นี้กันต่อกับสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย พร้อมชวนมาลิ้มลองเมนูอร่อยๆคลายร้อนที่ LOFTER (ลอฟท์เตอร์) ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม สุดยอดแหล่งรวมร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังอายุมากกว่า 30 ปี ทั่วไทย ที่ถูกปากฟู้ดเลิฟเวอร์กว่า 30 ร้าน ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการกินอาหารผ่านโซนต่างๆ ตั้งแต่ร้านอาหารระดับ Local Legend ไปจนถึงอาหารจานเดียว ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารทอด ของว่าง ของหวานท้องถิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย และพิเศษสุดกับ “Yummy Summer” เสิร์ฟดีลรับซัมเมอร์กับเมนูของหวานคลายร้อนกว่า 20 เมนู ที่นำผลไม้ยอดฮิตหน้าร้อนอย่างมะยงชิด, มะม่วง และแตงโม มาครีเอทเป็นเมนูสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงทรีโอ้, มะยงชิดม้าฮ่อ, มะยงชิดมิลค์เชค, มะยงชิด – ยูซุ ซอร์เบท, กินรีซอร์เบท, ไอศกรีมกะทิอกร่องทวาย ที่รอให้คุณได้มาลิ้มลอง พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว เพียงรับประทานอาหารครบ 200 บาท รับ 1 แสตมป์ และสะสมแสตมป์ตามที่กำหนดเพื่อแลกของพรีเมี่ยมสุดแสนน่ารัก (จำนวนจำกัด) พร้อมกิจกรรมสุดปังถ่ายรูปฟรี ที่ Photo Booth เพียงลูกค้ารับประทานอาหารครบ 200 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 65 – 30 เม.ย. 65 ที่ LOFTER ชั้น 7 เซ็นทรัลชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2793 7070 หรือ LINE: @happylofter

ไปช้อปมันส์ เช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูล พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์ กับ “CENTRAL ENDLESS SUMMER” ตั้งแต่วันนี้ – 28 เม.ย. 65 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central App, Central Chat & Shop, Call & Shop Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือที่ Facebook Fanpage หลักของห้างเซ็นทรัล ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681168

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 07:40 น.ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

เซ็นทรัล ชลบุรี ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก ในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” เริ่ม 29 เม.ย. – 5 พ.ค.นี้

กินเที่ยวช้อปงานเดียวได้ครบ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา จัดงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” โปรโมทของดีประจำจังหวัด นำเสนอเสน่ห์แห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลิตผลทางการเกษตร สินค้าแปรรูป สินค้าหัตถกรรมของดีของจังหวัด พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัด มาดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงินสะพัด กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สะท้อนบทบาทการเป็น Place maker ที่ต้องการเป็นมากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย และเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริงภายใต้วิสัยทัศน์องค์กร Imagining better futures for all

เตรียมอิ่มอร่อยกับของดีของเด็ด และของใช้ต่างๆที่ขึ้นชื่อมากมายของจังหวัดชลบุรีที่รวมมาไว้ในที่เดียว ภายในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” ละลานตากับบูธจำหน่ายสินค้าและอาหารเลิศรสกว่า 30 บูธ อาทิ ร้านเกี๊ยวบางทราย อร่อยเน้นเต็มคำกับเกี๊ยวทรงเครื่อง ต้นตำรับบางทรายเจ้าแรกของจังหวัด, ร้านแกละไอศครีม เจ้าดังเมืองชล ไอศครีมรวมมิตรกะทิสดขึ้นชื่อ อัดแน่นด้วยลอดช่องตัวโต ขนุนเนื้อแน่น ในเนื้อไอศครีม หอมหวานอร่อย, ขนมกุยช่ายเจ๊ผ่อง (เกาะขนุน) ของดีเมืองชล แป้งบาง ไส้แน่น น้ำจิ้มรสเด็ด, ขนมจีนน้ำยาปูเนื้อแน่นสุดฟิน จากร้านเชฟ เอริน, เต้าหู้ฟูกับข้าวแช่ จากร้าน Down to The Earth

ต่อด้วยช้อปสินค้าของดีเมืองชลบุรี อาทิ จักสานชุมชนหลากหลายสไตล์จากพนัสนิคม และแฟชั่นฮิตช่วงซัมเมอร์อย่างสินค้าผ้ามัดย้อม จากร้านครามฮัก เป็นต้น เพลิดเพลินกับการตกแต่งงานอย่างสวยงามสไตล์ตุรกี สีสันสดใสเพิ่มอารมณ์ในการช้อปปิ้งมากยิ่งขึ้น พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2565 ลานกิจกรรม ชั้น 1 (ทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ) และกิจกรรมสุดพิเศษ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2565 ร่วม Workshop เมนูเค้กข้าวหลาม กับเชฟบีม ภวินวัชร์ จาก Top Chef Thailand เจ้าชายขนมหวานคนแรกของประเทศไทย โดยได้เน้นย้ำคุมเข้มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยของทุกคนตลอดงาน

อัพเดทกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ที่เรานำมามอบให้คนชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้ที่ Facebook: Central Chonburi

ชวนสร้าง Summer inspiration เมื่อเซ็นทรัลเปลี่ยนศูนย์การค้าเป็น Art Exhibition

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680958

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.ชวนสร้าง Summer inspiration เมื่อเซ็นทรัลเปลี่ยนศูนย์การค้าเป็น Art Exhibition

‘Blooming Summer 2022’ ชวนสัมผัสงานศิลป์ในโลกแห่งจินตนาการของสวนดอกไม้หน้าร้อน ฝีมือ 3 อาร์ติสไทย นำโดย ปรางค์-วิภาลักษณ์, ปอม-ชาน ธัชมาพรรณ และ สกุล อินทกุล เปลี่ยนศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศให้เป็น Art Exhibition เริ่มแล้ววันนี้ – 31 พ.ค. 65

เข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ที่ร้อนระอุแล้ว หลายคนคงมองหาสถานที่สำหรับพักผ่อน เพื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศของความสดชื่นเบิกบานคลายร้อนได้อย่างเต็มที่ เซ็นทรัลพัฒนา ขอชวนคนไทยออกมาใช้ชีวิตในช่วงหน้าร้อนนี้อย่างมีความสุข ด้วยการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็น Space แห่งการใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อน สร้าง Summer inspiration ด้วยไฮไลท์อีเว้นท์ที่สนุกครบตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่สร้างความสุขให้คนไทยทุกปี ด้วยการตกแต่งพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลผสานงานศิลปะจากฝีมือ 3 อาร์ติสดังของไทยที่มี Identity ที่แตกต่าง มาร่วมดีไซน์ให้พื้นที่ศูนย์การค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การออกมาใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อนของทุกคนที่ออกมาทานอาหารนอกบ้าน เดินช้อปปิ้ง และเช็คอินถ่ายรูปกับ Instagrammable spot ในบรรยากาศสวนดอกไม้สุดตระการตา สะท้อนวิสัยทัศน์องค์กรในการเป็น Imagining better futures for all ตอกย้ำความเป็น Place maker ที่ต้องการเป็นมากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กซัมเมอร์ดีที่สุดของทุกคน

เซ็นทรัลเวิลด์ ใน Concept “The Blooming House” โดย ปราง วิภาลักษณ์ ศิริพลานนท์ Graphic designer และ illustrator

ผู้หยิบรูปทรงเลขาคณิต และมาต่อเติมเป็นโครงสร้างสารพัดนึกที่ได้แรงบันดาลใจจากการคาแรคเตอร์ของเซ็นทรัลเวิลด์ที่เป็นเดสติเนชั่นใจกลางเมืองที่รวมไลฟ์สไตล์หลากหลายของผู้คนทุกรูปแบบ สะท้อนสีสันของการใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างชัดเจน เปรียบเสมือน Greenhouse (กระจกโรงเรือน) โดยหยิบยกเอาดอกไม้มาเป็นองค์ประกอบในรูปทรงต่างๆ เพื่อให้ผู้คนสามารถสัมผัสบรรยากาศของสวนดอกไม้ที่เป็นโรงเรือนใหญ่ แบ่งเป็น 4 จุดแลนด์มาร์ค ที่จะมาสร้างความแปลกใหม่ อาทิ

· Sky walk โซน GROOVE ทางเข้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสกับดอกไม้นานาชนิดที่มีลูกเล่น ซึ่งส่วนตัวเป็นคนสนุกและชอบการจัดระบบเลเยอร์ในโปรแกรม เพราะมันช่วยให้เราเห็นมิติของภาพมากขึ้นและสามารถมองทะลุข้ามผ่านได้จริง

· Central court Inspired มาจากบาลานซ์ซิ่งโมบาย ที่ดูไม่สมดุล แต่เราสามารถทำให้สมดุลได้ ด้วยตำแหน่งการวางอาจไม่ตรงกัน แต่ถ้ามองรวมๆแล้วมันบาลานซ์กันได้ทุกมุม เช่น เดินขึ้นบันไดเลื่อนแล้วสามารถมองเห็นดอกไม้ที่บานแล้ว ถ้ามองจากข้างบน ก็จะเห็นความเปน Blooming summer ในห้องโถงกลาง Greenhouse

· Becon3 หยิบยกดอกไม้หลากหลายชนิดตามจินตนาการ มาผสมผสานกันในรูปแบบกราฟฟิก เช่น ดอกโคลัมไบน์ หมายถึง ความสำเร็จ , ดอกแองเจลิก้า จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ , ดอกโครคัส หมายถึง การปรับเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น , ดอกเยลโลทิวลิป เป็นตัวแทนของคนที่มีรอยยิ้มที่สดใส มาช่วยเพิ่มความสดใส เบ่งบาน ทำให้บรรยากาศของคนกรุงเทพนั้นกลับมาสีสันอีกครั้ง

· Window display บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการดีไซด์แบบให้มีขนาดใหญ่พิเศษกว่าปกติ จุดประสงค์เพื่อ ให้ผู้คนสามารถถ่ายรูปได้ให้เหมือนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศในสวนจริงอีกด้วย

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ใน Concept “FlowerVerse ” โดย ปอม-ชาน ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง Illustrator สาวอาร์ตคนเก่ง ที่ค้นพบตัวตนและความสุขจากการขีดเขียนวาดลายเส้นจนมีผลงานระดับโลกมากมาย ครั้งนี้เธอเชิญชวนให้ทุกคนมาหลบแดดคลายร้อนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ กับเมืองดอกไม้หน้าร้อนแห่งจินตนาการ เป็น Hybrid ที่เพิ่มความแปลกใหม่และตื่นตาตื่นใจ โดยผสมผสานระหว่างดอกไม้หลากหลายชนิด กับโลกเสมือนจริง กลายเป็นดอกไม้พรรณใหม่ เปิดโลกซัมเมอร์ในจิตนาการที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ถ่ายทอดการเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่หากใครเข้ามาที่เมืองดอกไม้ยักษ์นี้ก็จะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใส และสนุกไปกับเหล่าคาแร็คเตอร์สุดน่ารัก ตัวแทนแห่งความสุขในเมืองไม่ว่าจะคุณผีเสื้อแองเจลลิก้า ที่คอยผสมเกสรให้ดอกไม้แต่ละดอกออกมาน่ารัก, คุณแมลงเต่าทองโกลด์โทเทิล และ คุณโซเดียร์ ที่คอยดูและเอ็นเตอร์เทนเหล่าดอกไม้ สร้างเสียงเพลงให้เมืองสดใส รวมถึงคุณพิกซี่ แมวน้อยจอมซนที่ค่อยวิ่งเล่นจุดแสงให้เมืองสว่างสดใส และกับคุณมิยาซาว่า กระต่ายรักษาความปลอดภัยที่คอยดูแลทุกคนในที่แห่งนี้

โดยผลงานดอกไม้ที่ออกแบบจะเป็น Oversize เหนือจริง และให้ผู้คนสามาถเข้าถึงและ interact โดยใช้รูปทรงของแจกัน ที่มีรูปทรงโมเดิร์น ให้คนสามารถเดินเข้าไป ถ่ายรูป นั่งพักผ่อนได้

เซ็นทรัลวิลเลจ และเซ็นทรัลภูเก็ต ใน ‘Concept The Vertical Lotus Ponds’ โดย สกุล อินทกุล นักจัดดอกไม้ผู้มีชื่อเสียงระดับสากล ที่หลงใหลในศิลปะและความงามของดอกไม้ไทย ชวนทุกคนมาดื่มด่ำศิลปะอัตลักษณ์ร่วมสมัย โดยการนำดอกบัวที่เป็นสัญลักษณ์ของความงดงาม ความบริสุทธิ์ และความเจริญทางสติปัญญา ซึ่งเป็นตัวแทนของการ Enlightenment (การตื่นรู้เบิกบาน) เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาผสานในรูปแบบ Contemporary installation art ด้วยแรงบันดาลใจที่ผสมผสานความ Traditional ของดอกไม้ไทยเข้ากับความร่วมสมัย โดยนำเครื่องแขวนอุบะมาใช้เป็นองค์ประกอบในการดีไซน์ และได้ปรับมุมมองให้เป็นแบบ Vertical เพื่อเกิดทัศนวิสัยน์ใหม่ ไฮไลท์ในครั้งนี้คือ

· สายน้ำ เปรียบเสมือนสภาวะแวดล้อมที่สะพรั่ง น้ำ ดินอุดมสมบูรณ์ เพื่อเอื้อต่อการกินดีอยู่ดี ความสมบูรณ์ของแผ่นดิน

· ดอกบัว สระบัว ใบบัว สัญลักษณ์แทนความเจริญ เห็นพร้อมด้วยปัญญาและจิตวิญญาณ แห่งความมีปัญญา ทำให้สังคมไทยขับเคลื่อนได้อย่างมีความ เมตตาธรรม เอื้ออาธรต่อกัน วัฒนาสถาพรอย่างทุกวันนี้

· งานประดิษฐวัฒนธรรมดอกไม้สดของไทย ตนเองได้นำดอกไม้มาดีไซน์แบบร่วมสมัย ซึ่งทำให้เห็นถึง วัฒนธรรมการประดิษฐ์ดอกไม้สด ที่มีความละเอียด ประณีตของชนชาติไทย อันมีเอกลักษณ์ในหนึ่งเดียวของโลก โดยสกุลได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับงานนี้ คืออยากให้เป็นแรงบันดาลใจกับเยาวชน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของกับงานศิลปะร่วมสมัยชิ้นนี้

ตามมามาร่วมสัมผัสโลกแห่งจินตนาการของสวนดอกไม้หน้าร้อน “Blooming summer 2022” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 35 สาขา ทั่วประเทศ ตอกย้ำแลนด์มาร์กซัมเมอร์ที่ดีที่สุด ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 พ.ค. 2565

‘โรคต้อกระจก’ ดวงตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/681090

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 10:10 น.'โรคต้อกระจก' ดวงตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ

ต้อกระจก (Cataract) คืออะไร? ส่องอาการเบื้องต้นที่เป็นสัญญาณของโรค พร้อมอัพเดทวิธีการรักษาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขสายตา

ทำความรู้จักโรคต้อกระจก ตามัวในผู้สูงอายุ

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตามัว หรือเห็นแสงแตกกระจายในขณะขับรถ ถึงแม้จะใส่แว่นหรือคอนเทคเลนส์ก็ไม่หาย คุณอาจมีภาวะต้อกระจก ที่เกิดจากภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตา พบมากในผู้สูงอายุ และยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิด ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการผ่าตัดทำให้สายตากลับมาดีเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม โรคต้อกระจก ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกคน ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดในรายที่เลนส์แก้วตาขุ่น มัว เป็นฝ้า บดบังการมองเห็น ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เพราะฉะนั้นหากแพทย์แนะนำให้รับการผ่าตัดต้อกระจก ก็ควรรีบเข้ารับการรักษา เพราะหากปล่อยไว้นาน ตาจะมัวลงจนถึงขั้นมองไม่เห็น และต้อกระจกจะแข็งมาก ทำให้การผ่าตัดยากและต้องเปิดแผลใหญ่ขึ้น

พญ.ชุณหกาญจน์ เพ็ชรพันธ์ศรี จักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขสายตา ศูนย์ตา โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องประสบปัญหาโรคต้อกระจก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มักมีสาเหตุมาจากการเสื่อมไปตามวัย ซึ่งพบได้มากในปัจจุบัน พร้อมอธิบายถึงวิธีการสังเกตความผิดปกติไปจนถึงขั้นตอนเข้ารับการรักษา

อาการเบื้องต้น

• ตามัว มองเห็นไม่ชัด แม้จะเปลี่ยนแว่นสายตาก็ไม่ชัด

• มองเห็นภาพเป็นเงาซ้อน

• มองเห็นแสงไฟกระจายแตกเป็นแฉก

• มองเห็นสีต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากเดิม

• มีฝ้าขาว บริเวณกลางรูม่านตา

อาการเหล่านี้ คือสัญญาณของโรคต้อกระจก สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วเปลี่ยนใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน โดยเลนส์แก้วตาเทียมเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้เป็นการถาวร ไม่มีวันหมดอายุ ดังนั้น เรามาทำความรู้จักโรคต้อกระจกกันเถอะ

ต้อกระจก (Cataract) คืออะไร

“โรคต้อกระจก” คือ ภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตา เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนสูงอายุ เกิดจากการเสื่อมไปตามวัย โดยพบว่าครึ่งหนึ่งของคนอายุ 60 ปี จะเป็นต้อกระจก

สาเหตุ

· เกิดจากภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตาที่เสื่อมไปตามวัย เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนสูงอายุ

· เกิดได้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิด สาเหตุอาจเกิดจากพันธุกรรม การติดเชื้อบางชนิด หรือบางรายเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ

· เกิดจากผลแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ เช่น ต้อหิน ม่านตาอักเสบ และเบาหวาน

· เกิดจากการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์

· เกิดจากอุบัติเหตุ ที่ได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตา

การรักษา

ในปัจจุบันยังไม่มียารับประทาน หรือยาหยอดตาที่ใช้ป้องกัน และรักษาต้อกระจกให้หายได้ แต่การรักษาต้อกระจกทำได้โดยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ โดยเลนส์แก้วตาเทียมเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้เป็นการถาวร ไม่มีวันหมดอายุ หรือไม่ต้องคอยเปลี่ยนใหม่เมื่อเวลาผ่านไป เลนส์แก้วตาเทียมมีหลายชนิดที่เหมาะสมในคนไข้แต่ละราย และมีความปลอดภัยสูง

การผ่าตัดต้อกระจกมี 2 ประเภท ได้แก่

1. การผ่าแผลเล็กหรือการสลายต้อกระจก (Phacoemulsification) การผ่าตัดวิธีนี้ จักษุแพทย์จะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงมาทำให้เนื้อเลนส์แก้วตาสลายเป็นชิ้นเล็กและดูดออก จากนั้นใช้เครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กสอดผ่านแผลผ่าตัดเข้าไปในลูกตา ทำให้มีแผลผ่าตัดเพียง 3 มิลลิเมตร ผู้ป่วยจึงหายเร็วขึ้น สายตาชัดเร็วขึ้น ระยะพักฟื้นสั้นลง และกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น

2. การผ่าแผลใหญ่หรือการผ่าต้อกระจก (Extracapsular Cataract Extraction หรือ ECCE) การผ่าตัดวิธีนี้มีการเปิดแผลใหญ่กว่า 10 มิลลิเมตร เพื่อคีบเอาเลนส์ออกมาทั้งชิ้น ทำให้ดวงตามีการกระทบกระเทือนมากกว่า ต้องพักฟื้นนานกว่า แต่ทั้งสองวิธีสามารถใช้เลนส์เทียมเข้าทดแทนเลนส์เดิมที่ผ่าออกมาได้

หากไม่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อปล่อยให้ต้อกระจกสุกเต็มที่ (Mature Cataract) จะทำให้เลนส์ตาแข็งตัวมาก จนกระทั่งไม่สามารถใช้เทคนิคการผ่าแผลเล็กหรือการสลายต้อกระจกได้ จะต้องทำการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่แทน ถ้าต้อกระจกสุกเต็มที่จนกระทั่งถุงหุ้มเลนส์แตก อาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงของดวงตาได้ และถ้ารักษาไม่ทัน อาจทำให้ตาบอดได้เช่นกัน

การเลือกใช้เลนส์แก้วตาเทียม

1. เลนส์มาตรฐานระยะเดียว (Monofocal IOL) เป็นเลนส์ที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการมองไกล ทำให้ผู้ป่วยมองไกลได้ชัดขึ้น แต่ในเวลามองใกล้ เช่น อ่านหนังสือ อาจต้องใส่แว่นมองใกล้เพิ่ม

2. เลนส์หลายระยะ (Multifocal IOL) ใช้ดูได้ทั้งระยะใกล้ และระยะไกล

3. เลนส์แก้ไขสายตาเอียง (Toric IOL) ในผู้ป่วยที่มีสายตาเอียงอยู่แล้วก่อนผ่าตัด เพื่อทำให้สายตาเอียงลดน้อยลง

รู้จัก ‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่พิสูจน์แล้วว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681009

วันที่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 10:25 น.รู้จัก ‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่พิสูจน์แล้วว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’

‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ วิศวกรขุดเจาะหญิงสุดแกร่งของเชฟรอน ฉีกกรอบความคิดสู่ความท้าทายในอาชีพสาขา STEM โอกาสที่ผู้หญิงก็ทำได้

คุณมูน “เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร”

ในวันที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างเชื่อว่านวัตกรรม เทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นทุกวัน เราเดินหน้าไปสู่ความเท่าเทียม เปิดรับ แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น เราทุกคนมีโอกาสและทางเลือกที่หลากหลายในการใช้ชีวิต แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงโอกาสนั้นได้อย่างเท่าเทียมกัน

จากข้อมูลขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา สำนักงานภาคพื้นเอเชีย (USAID) แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีบทบาทไม่มากนัก โอกาสในการเลือกอาชีพของพวกเธอมีข้อจำกัดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม โอกาสทางการศึกษาน้อยกว่าเด็กชาย ขาดการแนะแนวและให้ความรู้ด้านวิชาชีพว่าผู้หญิงก็สามารถยืนหยัดในแวดวงนี้ได้ ขาดผู้หญิงต้นแบบให้ยึดถือและเดินรอยตาม รวมทั้งขาดความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวในระดับภูมิภาค

ยิ่งหากมองลึกไปที่อาชีพสาขา STEM สายงานที่ต้องใช้องค์ความรู้และจุดเด่นโดยรวมของศาสตร์ 4 สาขาวิชาไม่ว่าจะ Science (วิทยาศาสตร์) Technology (เทคโนโลยี) Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) และ Mathematics (คณิตศาสตร์) เข้าไว้ด้วยกัน ไม่แปลกเลยหากความซับซ้อน ข้อจำกัดของพละกำลังหรือความคล่องตัว จะชวนให้ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดและตีกรอบทางความคิดว่า STEM เป็นสาขาอาชีพที่ผู้หญิงเติบโตได้ยาก ทำให้ผู้หญิงในอาชีพสาขานี้มีจำนวนน้อย จากรายงานฉบับหนึ่งของ The World Economic Forum ระบุว่า เมื่อเทียบกับแวดวงสาธารณสุข การศึกษา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร หรือกฎหมาย ผู้หญิงจะได้รับการว่าจ้างงานและมีพื้นที่ในอาชีพมากกว่ากลุ่มอาชีพ STEM อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์ ไอที สายการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน และเหมืองแร่ หรือในกลุ่มวิศวกรรมปิโตรเลียม มีผู้หญิงคิดเป็นเพียงราว 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ปัญหาภาวะความเหลื่อมล้ำทางเพศนี้ ไม่ได้ส่งผลแค่ในเชิงอัตลักษณ์หรือตัวตนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะนำไปสู่ระบบเศรษฐศาสตร์ที่ขาดประสิทธิภาพ รวมถึงชะลอการพัฒนาและเติบโต ในทางตรงกันข้าม ความเท่าเทียมทางเพศนั้นสามารถเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจโลกได้มากถึง 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไม่เพียงเพิ่มพูนชื่อเสียง แต่ยังแสดงถึงความเป็นผู้นำขององค์กรและเป็นตัวอย่างให้แก่คนรุ่นใหม่ รวมทั้งดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

เชฟรอน ในฐานะหนึ่งในบริษัทพลังงานระดับโลกที่เชื่อในความสามารถและศักยภาพของผู้หญิง อีกทั้งสนับสนุนให้ผู้หญิงรับหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรในตำแหน่งสำคัญมาโดยตลอด วันนี้เราจึงจะพาคุณมารู้จัก คุณมูน “เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร” ผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการขุดเจาะหลุม (Wells Manager) ของบริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่ทำการขุดเจาะเพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและจัดหาพลังงานให้กับประเทศสำเร็จจำนวนหลายร้อยหลุมในแต่ละปี ทำลายสถิติการจัดการแท่นขุดเจาะที่เร็วที่สุดในโลก และเป็นตัวแทนวิศวกรหญิงในประเทศไทยที่ได้รับเกียรติเข้าร่วมพูดคุยในงาน USAID E4SEA ภายใต้หัวข้อ Girls and STEM for a Sustainable Energy Sector in Southeast Asia ตอกย้ำศักยภาพและความเป็นผู้นำของผู้หญิงในอาชีพสาขา ‘STEM’ ได้อย่างเด่นชัด

เพราะเชื่อว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนของครอบครัว แม้คุณพ่อหรือคุณแม่จะไม่เคยทำงานสาย STEM มาก่อน แต่พวกเขาก็ไม่เคยปิดกั้นหรือมีความเชื่อในค่านิยมแบบเดิมๆ ที่ว่า เด็กผู้ชายมีจุดแข็งด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากกว่า ในขณะที่เด็กผู้หญิงมีจุดแข็งด้านการใช้ภาษา ซึ่งค่านิยมเหล่านี้อาจจะส่งผลให้เด็กผู้หญิงให้ความสนใจในการเรียนรู้ด้าน STEM น้อยลงได้

ยิ่งไปกว่านั้น คุณครูมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยผลักดันความสนใจในการเรียนรู้ด้าน STEM เธอเล่าว่า “สมัยประถมศึกษาไม่ได้ชอบวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ แต่พอย้ายมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาได้เจอคุณครูที่ทำให้วิชาเลขเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเรียบง่าย จึงเกิดเป็นความชื่นชอบในวิชานี้ จากที่ไม่ได้โดดเด่นด้านคณิตศาสตร์ ก็ทำได้ดีขึ้น”

นอกจากคุณครูซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการศึกษา ทั้งในแง่การต่อยอด การสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้กับนักเรียนหญิงแล้ว เธอยังมีพี่สาว ผู้ทำงานในอาชีพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็น Role Model หรือ ต้นแบบที่มีส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์จริงและสร้างแรงบันดาลใจ โดยพาคุณมูนไปพบเจอประสบการณ์ที่ดีและน่าตื่นเต้นต่างๆ เช่น การเยี่ยมชมเครื่องจักรในโรงงานกระดาษ

“เรายืนอยู่หน้าเครื่องพวกนั้น แล้วจินตนาการว่าตัวเองสามารถซ่อมเครื่องพวกนี้ แก้ปัญหาให้มันทำงานได้แบบสดๆ ทันเวลาตอนนั้นเลย สำหรับเรามันน่าตื่นเต้นมาก เป็นเรื่องสำคัญที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้มีโอกาสได้เห็นสิ่งต่างๆ และจับต้องความฝันได้แบบเป็นรูปธรรม ทำให้เห็นว่าเรารู้ว่าเราอยากทำอะไรในชีวิต ในอนาคตของเรา” คุณมูนกล่าวในงาน USAID E4SEA

จนกระทั่งความฝันเป็นจริง เธอได้เข้าทำงานกับทางบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และเติบโตในสายนี้ จนได้รับการโปรโมทเป็นหนึ่งในผู้บริหารของ บริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ซึ่งที่เชฟรอน มีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้คุณค่าด้านความหลากหลายภายในองค์กร (Diversity and Inclusion) พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการทำงานในแวดวงพลังงานให้กับผู้หญิงผ่านระบบขั้นตอนการทำงานและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนให้เกิดความพร้อมและความสบายใจ แม้เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นและทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทำให้งานดำเนินอย่างราบรื่นและเกิดเป็นผลสำเร็จร่วมกัน “ถึงแม้วันนี้เราไม่ได้ทำงานในโรงงาน แต่เราได้ทำงานกับทางเชฟรอน เป็นงานที่เน้นการลงพื้นที่ เรายังเป็นคนเดิมที่มีความสุขกับการทำให้เครื่องจักรทำงาน เราอยากตัดสินใจ ช่วยแก้ปัญหาในหน้างาน และทำให้งานเดินต่อไปได้ สิ่งเหล่านี้เป็นจริงได้เพราะการสนับสนุนผู้หญิงให้มีโอกาสเข้าถึงงานในสาย STEM นั่นเอง”

เด็กส่วนใหญ่มักไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เพราะคิดว่าเป็นวิชาที่ยาก การจูงใจให้เด็กทุกคนรวมถึงเด็กผู้หญิงมาสนใจเรียนวิชาที่ก้าวไปสู่วิชาชีพสาขา ‘STEM’ นั้นจึงต้องเริ่มจากห้องเรียนที่สนุก ครูจึงมีบทบาทสำคัญที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ แก้โจทย์ปัญหาที่เชื่อมโยงกับโลกภายนอก สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอยากเรียนและก้าวหน้าในอาชีพที่ต้องใช้ทักษะทางด้าน STEM

โดย ดร. เกศรา อมรวุฒิวร  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO – STEM-ED) ได้กล่าวในงาน USAID E4SEA ถึงโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ซึ่งร่วมมือกับทางบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ว่าเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนด้าน STEM โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของครูผู้สอนให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (inquiry-based approach) ใช้โครงงานเป็นฐาน (project-based approach) และส่งเสริมการเรียนรู้ STEM ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้กับเยาวชน ผ่านการพัฒนาครูที่เน้นการลงมือปฏิบัติ ผลของโครงการทำให้คุณครูที่เข้าร่วมโครงการ 100% สามารถเชื่อมโยงคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวัน โดย 72% ของครูผู้สอนสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ได้ส่งผลให้เด็กนักเรียน 92% ตั้งใจเรียนและทำงานที่ครูมอบหมายให้และยังสะท้อนว่าได้เรียนรู้แนวคิดหลักทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากแผนการสอนที่ครูออกแบบมาอย่างดี นักเรียนถึง 90% ใส่ใจและสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากขึ้น และที่สำคัญนักเรียนหญิงที่เข้าร่วมโครงการมีสัดส่วนที่สนใจเรียนต่อในสาขา STEM สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ นับเป็นอีกความมุ่งมั่นที่พยายามทำเพื่อให้ผู้หญิงมีโอกาสและความมั่นใจมุ่งสู่อนาคตสาย STEM มากขึ้น

กิจกรรมในโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต 

ทั้งหมดนี้เราจะเห็นว่า ‘ผู้หญิง’ ก็สามารถเข้ามามีบทบาท เติบโต และประสบความสำเร็จในอาชีพสาขา ‘STEM’ ได้ เพียงได้รับการส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เชื่อมั่นในศักยภาพ พัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ สั่งสมประสบการณ์ที่ได้รับพร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดมุ่งสู่ความท้าทายในความสามารถ และกล้าที่จะแสดงออกอย่างมั่นใจให้โลกรับรู้ว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’ 

เชฟรอนประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม พัฒนาคน พัฒนาการศึกษาในกลุ่มอาชีพสาขา ‘STEM’ ให้ผู้หญิงทุกคนได้มาพิสูจน์ความสามารถที่มีและเติบโตในอาชีพสาขา ‘STEM’ ไปด้วยกัน

ชวนช้อปหนักมาก! คิง เพาเวอร์ เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680955

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 15:12 น.ชวนช้อปหนักมาก! คิง เพาเวอร์ เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง

ต้อนรับการกลับมาเดินทางอีกครั้งกับ คิง เพาเวอร์ ด้วยแนวคิด ‘ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย’ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในสนามบินเพื่อนักเดินทาง ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม นี้ ที่ คิง เพาเวอร์

คิง เพาเวอร์ อัดแคมเปญเพื่อนักเดินทาง เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง ที่ คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และภูเก็ต พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับบริการ KING POWER CLICK & COLLECT บริการช้อปสินค้าดิวตี้ฟรีในระบบออนไลน์ เพื่อต้อนรับการกลับมาเดินทางอีกครั้งกับ ด้วยแนวคิด ‘ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย’ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในสนามบินเพื่อนักเดินทาง ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคมนี้ ที่คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ,ดอนเมือง และภูเก็ต สมาชิกคิง เพาเวอร์ รับคูปองส่วนลด 30% 1 ใบ สำหรับซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น เมื่อสมัครสมาชิก Scarlet  และเติม E-Purse มูลค่า 6,000 บาท หรือ สมัครสมาชิก Onyx และเติม E-Purse มูลค่า  60,000 บาท รวมถึงรับส่วนลด 20% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ

พร้อมรับสิทธิเมื่อช้อปสินค้าดิวตี้ ฟรี ผ่านระบบออนไลน์กับบริการ KING POWER CLICK & COLLECT ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน นี้ มอบส่วนลดสูงสุด 25%  เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป เฉพาะการสั่งซื้อสินค้า Duty Free ที่ร่วมรายการ และเฉพาะการสั่งซื้อสินค้า Duty Free สำหรับเที่ยวบินขาออก (Departure flight) และเที่ยวบินขาเข้า (Arrival Flight) เพียงใส่รหัสส่วนลด “DFS25” สามารถใช้ได้ที่ www.kingpower.com และ แอปพลิเคชัน KING POWER ซึ่งสามารถช้อปได้สะดวก รวดเร็ว จากที่ไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก  สามารถช้อปปิ้งได้จนถึง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

พิเศษ ! ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขอเชิญนักเดินทางสัมผัสประสบการณ์ ‘ดิวตี้ ฟรี เวิล์ดคลาส ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น’ กับแฟลกซ์ชิพสโตร์ระดับลักชัวรี่แบรนด์ชั้นนำมากกว่า 20  แบรนด์ระดับโลก พร้อม แฟลกซ์ชิพสโตร์เครื่องสำอาง น้ำหอม แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ ชาแนล (Chanel), เอสเคทู (SKII), ลังโคม (Lancôme), เอสเต้ ลอเดอร์ (ESTÉE LAUDER) และ ดิออร์ (DIOR) ในโซน World Beauty และสินค้าคุณภาพมากมายเพื่อนักเดินทาง ตลอดจนการใช้บริการห้อง The Atlas Club และ King Power Space ภายใต้มาตรการสุขอนามัยระดับสากล ซึ่งสมาชิกคิง เพาเวอร์ โดยสามารถตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้บริการล่วงหน้าที่ http://member.kingpower.com

‘1905 Heritage Corner’ ชุบชีวิตตึกเก่าเป็น Small Luxury Guesthouse สุดคลาสสิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681004

วันที่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 11:35 น.‘1905 Heritage Corner’ ชุบชีวิตตึกเก่าเป็น Small Luxury Guesthouse สุดคลาสสิก

ชวนย้อนวันวานผ่านการพักผ่อนที่ ‘1905 Heritage Corner’ จากอาคารหลังเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 สู่ Luxury Guesthouse ที่น่าค้นหาสไตล์โคโลเนียลใจกลางเมืองเก่าย่านแพร่งภูธร

โดย : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์เช็กอิน 1905 Heritage Corner เยือนถิ่นเก่าที่หยิบมาเล่าใหม่ได้ไม่รู้จบในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ พักผ่อนย้อนอดีตในอาคารอายุหลักร้อยปียุครัตนโกสินทร์ ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 บนถนนแพร่งภูธร อีกหนึ่งที่พักที่อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์รอบกรุง อาทิ พระบรมมหาราชวัง, พระอารามหลวง, ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตลอดจนโบราณสถานและร้านรวงของอร่อยชื่อดังมากมาย

สำหรับ 1905 Heritage Corner เป็น Luxury Guesthouse ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในอาคารตึกแถวสไตล์โคโลเนียล หากย้อนกลับไป อาคารหลังนี้เคยเป็นโรงน้ำชา หนึ่งในแหล่งพบปะสังสรรค์ของผู้คนในชุมชนยุคก่อน ก่อนมาเป็นโรงงานทำฟันปลอมแห่งแรกของประเทศไทย  จนท้ายสุดในปัจจุบันก็ผันตัวผ่านการรีโนเวทให้เป็น Luxury Guesthouse โดยยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบจีน-โปรตุเกส เพื่อความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลผสาน Contemporary สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความคลาสสิก และเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานในทุกอณู

เปิดประตูเข้าสู่อาคาร บริเวณชั้นล่างเป็นรีเซปชั่น ห้องอาหาร และมุมอ่านหนังสือ ชั้นบนเป็นห้องพักที่มีทั้งหมดเพียง 3 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีความเหมือนและความต่างเฉพาะตัว จากท้องเรื่องที่จำลองการเดินทางของพ่อค้าชาวจีนที่ล่องเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลมาฝั่งเมือไทย จึงเป็นที่มาของสถาปัตยกรรมแบบ Sino-Siamese ที่เป็นแนวการตกแต่งภายในห้องพัก แต่ละส่วนของห้องล้วนมีที่มาเพื่อเล่าเรื่องถึงการอพยพถิ่นฐานของคนจีนโดยทางเรือสำเภา

ห้อง Chinese Settle ห้องที่ตกแต่งให้รู้สึกว่าได้พักอยู่ในเรือ บรรยากาศในห้อง ทุกห้องจะจำลองให้เหมือนกำลังเดินทาง โดยเรือสำเภา

Colonial Room สื่อถึงยุคสมัยที่ไทยรับเอาอิทธิพลตะวันตกเข้ามา เครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องจึงดีไซน์ตามแบบโคโลเนียล 

Tea Room เป็นห้องขนาดเล็ก เล่าถึงชีวิตประจำวันของพ่อค้าที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย มีกลิ่นอายความเป็นจีนอย่างชัดเจน ทุกห้องมีกาน้ำชาไว้ให้จิบคละเคล้าบรรยากาศ

ซึ่งหลังจากค่ำคืนอันแสนสุข รุ่งเช้าทุกคนจะได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารเช้าที่ 1905 Heritage Corner บรรจงตระเตรียมไว้เป็นอย่างดีที่โต๊ะอาหาร ประกอบด้วยอาหารไทย อาหารฝรั่ง ที่หมุนเวียนกันไปในแต่ละช่วงเวลาและโอกาส นอกจากนี้ ยังมีชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทยไว้คอยบริการ

ตามมาสัมผัสบรรยากาศแห่งความทรงจำในวันวาน ผ่านสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยในอาคารเก่าร้อยปีที่ถูกแปลงโฉมเป็น Luxury Guesthouse สุดคลาสสิกได้ที่ 1905 Heritage Corner ถนนแพร่งภูธร ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 090-9893107 หรือ 081-8747577 ดูรายละเอียดได้ที่ www.1905heritagecorner.com และ Facebook : 1905 Heritage Corner

จัดเต็มแบบจุกๆ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียมมื้อสายวันอาทิตย์ @อูโนมาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680963

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 16:13 น.จัดเต็มแบบจุกๆ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียมมื้อสายวันอาทิตย์ @อูโนมาส

เพลิดเพลินเกินต้านที่ห้องอาหารอูโนมาส ครั้งนี้ชวนจัดเต็มแบบจุกๆ ในมื้อสายวันอาทิตย์ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม

อิ่มเอมความอร่อยในวันครอบครัว ทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน ให้คุณและครอบครัวได้เพลิดเพลิน ดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่สวยงามของวิวมหานครใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเพิ่มอรรถรสความอร่อยกับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2565 และ 5 มิถุนายน 2565

ที่นี่ทุกคนจะได้ดื่มด่ำพร้อมสัมผัสกลิ่นอายสไตล์สเปนกับมื้อสายวันอาทิตย์ เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่เสิร์ฟแบบไม่จำกัด ครบครันด้วยมุมอาหารไฮไลท์ที่ยกให้เป็นที่หนึ่งกับเหล่าบรรดาซีฟู้ดคุณภาพพรีเมียมสดใหม่จัดเรียงรายบนน้ำแข็งเป็นการเรียกน้ำย่อย อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์สด ไข่ปลาคาเวียร์ ทานพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพื่อเพิ่มอรรถรส รวมถึง หลากหลายเมนู ทาปาส แฮมนานาชนิด มาให้คุณได้เลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารสเปนตามสั่งที่คัดสรรเมนูอาหารจานเด่นหลากหลายเมนูจนนับไม่ถ้วนมาให้ได้ลิ้มลอง โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากสเปน นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ พร้อมเสิร์ฟร้อนให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกันถึงโต๊ะ มอบประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด ปิดท้ายด้วยอรรถรสจัดเต็มกับเมนูของหวานละลานตาอีกมากมายที่สายของหวานไม่ควรพลาด

มาสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปน พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น ในราคาเพียง 3,955 บาท++ ต่อท่าน เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ จี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แชมเปญของโลก รวมถึงไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ แบบไม่อั้น (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ)

บุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น. ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่

โทร. 0-2100-6255

อีเมล diningcgcw@chr.co.th

เว็บไซต์ www.unomasbangkok.com

เฟสบุ๊ก UNO MAS

อินสตาแกรม Unomas_Bangkok

เหงื่อออกเป็นเลือด โรคที่พบน้อย รักษาให้หายขาดได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680927

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 11:15 น.เหงื่อออกเป็นเลือด โรคที่พบน้อย รักษาให้หายขาดได้

ไขข้อข้องใจ ‘ภาวะเหงื่อออกเป็นเลือด’ พร้อมแนะวิธีดูแลโรคอื่นๆ ที่เกิดจากเหงื่อในช่วงอากาศร้อน โดยเฉพาะผดและสิวที่พบมากสุด

จากกระแสข่าวพบเด็กหญิง 7 ขวบมีเลือดออกตา จมูก และผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากโรคภาวะเหงื่อออกเป็นเลือด (Hematohidrosis) หรือที่เรียกว่า ภาวะที่มีเลือดออกจากผิวหนังปกติที่ไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ ซึ่งสามารถพบเลือดออกได้ตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น หนังศีรษะ ฝ่ามือ หลังมือ หน้าผาก ใบหน้า ซอกพับ หรือดวงตา เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่มักสร้างความตื่นตกใจและความเครียดต่อผู้ที่เป็นและผู้ที่พบเห็น 

เรื่องนี้ ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ รศ.พญ.รัตนาวลัย นิติยารมย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย อธิบายว่า สาเหตุของการเกิดภาวะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่อาจพบสัมพันธ์กับภาวะความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่น โรคประจำตัวที่เป็นโรคเรื้อรังบางชนิด การออกกำลังกายอย่างหนัก การมีประจำเดือนผิดปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับภาวะทางจิตใจ เช่น ความเครียด หรือภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรง รวมถึงยังมีความเชื่อเกี่ยวกับภาวะเหงื่อออกเป็นเลือดกับความเชื่อทางศาสนา

ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา กล่าวว่า ผู้ที่มีอาการเหงื่อออกเป็นเลือดบางรายจะมีอาการเจ็บหรือปวดแสบบริเวณที่จะมีเลือดออกนำมาก่อน บางรายอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมในขณะที่มีอาการ เลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดแดงสด หรือน้ำสีแดงจาง อาจมีกลิ่นคาวเลือด ปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน และสามารถหยุดได้เองในเวลาไม่นาน

ผู้ที่มีภาวะนี้มักจะมีปัญหาทางจิตใจและอารมณ์ เช่น ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือบุคลิกภาพผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนหรือภายหลังจากการเกิดอาการเหงื่อออกเป็นเลือด โดยส่วนใหญ่ผุ้ที่มีภาวะนี้จะตรวจไม่พบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายหรือการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการใด ๆ

ทั้งนี้ การรักษาภาวะนี้ขึ้นกับสาเหตุ หากในรายที่ตรวจไม่พบสาเหตุใด ๆ การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการและการรักษาปัญหาทางจิตใจควบคู่กันไป ไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งอาจมีอาการหลายเดือนจนถึงหลายปี แล้วอาการเหล่านี้มักหายไปได้เอง

นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ ระบุ Hematidrosis เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก อาการผู้ป่วยคือจะมีเลือดออกบริเวณผิวหนัง และเยื่อบุอวัยวะอื่นๆ ซึ่งเลือดจะไหลออกเป็นพักๆ สำหรับโรคเหงื่อออกเป็นเลือด เกิดจากเส้นเลือดฝอยรอบๆ บริเวณต่อมเหงื่อ เกิดความเปราะบาง เกิดการปริแตก และมีเลือดไหลออกมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และส่วนมากจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย สำหรับในเพศหญิงจะอยู่ในช่วงอายุก่อนจะมีประจำเดือน พบมากระหว่างอายุประมาณ 11-14 ปี อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้

สำหรับในช่วงอากาศร้อน จะพบว่าร่างกายมีเหงื่อออกจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรักแร้ ซึ่งการที่มีเหงื่อออกนั้น เกิดจากความร้อนหรืออารมณ์และจิตใจที่ถูกกระตุ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติหรือเรียกว่า “ภาวะหลั่งเหงื่อมากหรือภาวะเหงื่อท่วม” เป็นภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ มีสาเหตุ ที่พบได้บ่อย คือ โรคอ้วนเพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่หนาขึ้นจะส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี จึงต้องเพิ่มการระบายความร้อนออกทางเหงื่อ การขาดฮอร์โมนเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือนหรือภาวะวัยทอง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวานที่มีความผิดปกติในการใช้พลังงานและการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อต่างๆ การติดเชื้อโรคที่ส่งผลให้เกิดอาการไข้เรื้อรัง เช่น โรคมาลาเรีย และวัณโรค โรคหัวใจวายเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานเพิ่มในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายให้เพียงพอ ความร้อนในร่างกายจึงสูงขึ้น ซึ่งต้องกำจัดออกโดยการเพิ่มภาวะเหงื่อออก นอกนี้ยังมีสาเหตุจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาพาราเซตามอล หรือยาที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน ยาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรคเบาหวาน ยาด้านจิตเวช โรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งในโรคมะเร็งอาการเหงื่อออกมากผิดปกติทั่วตัวมักเกิดในช่วงกลางคืน

โรคที่เกิดจากเหงื่อที่พบบ่อยจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ได้แก่

ผด เป็นโรคที่พบบ่อยในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเกิดจากการอุดกั้นที่ชั้นนอกสุดของผิวหนัง ทำให้เหงื่อไม่สามารถไหลซึมออกมาได้ จะเกิดเป็นตุ่มพองน้ำใสๆ เล็กๆ ตื้นๆ โดยมากจะเป็นบริเวณที่ถูกแดดหรือถูกความร้อนซึ่งมักเรียกว่าผดแดด ถ้ามีเหงื่อออกมากก็จะยิ่งเป็นมากขึ้นและจะยุบหายไปเมื่อไม่มีเหงื่อออก

รังแค เกิดจากการทำงานที่มากขึ้นของต่อมไขมัน มีลักษณะเป็นสะเก็ดบางๆ หรือขุยละเอียดอ่อนบนหนังศีรษะ พบมากในวัยหนุ่มสาวและจะน้อยลงในวัยชรา

สิว เกิดจากการขับถ่ายไขมันออกมาผิดปกติขึ้นอยู่กับวัย ส่วนมากพบในวัยหนุ่มสาว และเกิดจากความเครียดทางจิตใจ สภาวะแวดล้อม ซึ่งรวมทั้งอากาศร้อน การเสียดสี สารเคมีในเครื่องสำอาง การรับประทานยา และพันธุกรรม ส่วนใหญ่บริเวณใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอก และหัวไหล่ มากน้อยตามลำดับ 

การป้องกันเกิดโรคต่างจากเหงื่อ คือ การรักษาสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดโรคอ้วน ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน หวาน และเค็ม เพิ่ม ผัก และผลไม้ ที่สำคัญคือควรรักษาและควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค ที่เกิดจากเหงื่อ เพื่อส่งผลดีคุณภาพชีวิต

SABINA Exclusive for Pomelo คอลเลคชั่นสุดพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680872

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 14:35 น.SABINA Exclusive for Pomelo คอลเลคชั่นสุดพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก

SABINA แบรนด์ชุดชั้นในสัญชาติไทย จับมือ Pomelo เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก เดินหน้าผลิตสินค้ากลุ่มยั่งยืน ตอกย้ำเทรนด์รักสิ่งแวดล้อม

เฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) SABINA แบรนด์ชุดชั้นในสัญชาติไทย ผนึกความร่วมมือกับ Pomelo แพลตฟอร์มแฟชั่นอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอคอลเลคชั่น “Sabina Exclusive for Pomelo” คอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Pomelo และ SABINA ที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงและนำเสนอสไตล์ที่อินเทรนด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อสาวๆ #PomeloGirls และแฟน ๆ ของแบรนด์ SABINA

นางสาวพิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เปิดเผยว่า ในฐานะที่ซาบีน่าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมชุดชั้นใน เราอยากจะเป็นก้าวเล็กๆที่สำคัญในการต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อม เราจึงเดินหน้าผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราได้ผนึกความร่วมมือกับ Pomelo ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าที่ปัจจุบันเริ่มมีความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น

สำหรับการริเริ่มผลิตเสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระหว่าง SABINA กับ Pomelo จะครอบคลุมสินค้าทั้งหมด 8 ไอเท็ม ในราคาเริ่มต้นที่ 490 บาท ทั้งชุดนอน ชุดลำลองที่สวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน แตกต่างจากเสื้อผ้าสไตล์รักษ์โลกอื่น ๆ รวมถึงกางเกงขาสั้นสุดชิค เสื้อครอป และชุดชั้นในที่โดดเด่นด้วยลวดลายปักดอกเดซี่ที่สวยเก๋ไม่เหมือนใคร และดีเทลลายฉลุที่มาพร้อมกับโทนสีพาสเทลหวาน ๆ สามารถสวมใส่และแมชท์ได้หลากหลายลุค

“ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญพิเศษของเราในการผลิตชุดชั้นในที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SABINA ได้ริเริ่มผลิตชุดชั้นในจากการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกๆขั้นตอน โดยความพิเศษในคอลเลคชั่นนี้ เราตั้งใจนำ ‘ขวดน้ำพลาสติก’ มาเปลี่ยนให้เป็น ‘ฟองน้ำสำหรับเสื้อชั้นใน’  เพื่อเปลี่ยนจาก ‘วัสดุเหลือใช้’ ให้กลาย เป็น ‘วัสดุใหม่’ ที่พร้อมใช้งานอีกครั้ง พร้อมกับผสมผสานการเลือกใช้ผ้าคอตตอนออร์แกนิคและเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% และวัสดุอื่น ๆ เพื่อลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ที่เกิดจากการผลิตไอเท็มแฟชั่นให้ได้มากกว่าเดิม” นางสาวพิชชา กล่าว

เดวิด โจว ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) และ ผู้ร่วมก่อตั้ง Pomelo Fashion ได้กล่าวว่า “เพื่อต่อยอดจุดยืนของ Pomelo ในการเป็นเป็นแพลตฟอร์มแฟชั่นอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเรา กว่า 9 ปี Pomelo ได้ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย เพื่อสร้างสรรค์สไตล์พิเศษที่สวยตรงใจ และผลักดันให้แฟชั่นเป็นมิตรต่อโลกนั้นก้าวหน้าไปพร้อมกัน ภายใต้การดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิด ‘Down to Earth’ ภายในสิ้นปี 2565 สินค้าใหม่ของแบรนด์ Pomelo กว่า 40% จะทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อโลก เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ที่ร่วมสร้างสรรค์กับ Sabina ในวันคุ้มครองโลก เพื่อเป็นทางเลือกของแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อโลก และตอกย้ำในความเชื่อมั่นของแฟชั่นที่ยั่งยืน”

คอลเลคชั่น Sabina Exclusive for Pomelo พร้อมให้ช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ pomelofashion.com ผ่านแอปฯ Pomelo ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย และที่หน้าร้าน Sabina ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2565 เป็นต้นไป