สงกรานต์วิถีใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680444

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 13:15 น.สงกรานต์วิถีใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สุดอลังการ! สงกรานต์วิถีใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม ผนึกกำลังพันธมิตร เปิดงาน “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ สืบสานมรดกไทย รื่นเริงเถลิงศกใหม่

แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม ร่วมสืบสานประเพณีและมรดกไทยอันงดงาม เนรมิตความอลังการจัดงานสงกรานต์วิถีใหม่ โดยผนึกกำลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร, หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดงาน “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ ภายใต้แนวคิด สืบสานมรดกไทย รื่นเริงเถลิงศกใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมกันทำพิธีเปิดงานด้วยการสรงน้ำพระพุทธรูปผ่านรางพญานาค (ฮางฮด) ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของการสรงน้ำพระในประเพณีสงกรานต์อันเก่าแก่ของภาคอีสาน ณ บริเวณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณี งานสงกรานต์อันล้ำค่าของไทย และเชื่อมต่อวัฒนธรรมอันดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยวิถีใหม่ พร้อมตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแลนด์มาร์กจุดหมายปลายทางสำคัญของชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยจัดงานภายใต้มาตรการ Covid-Free Setting เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ยกระดับความสะอาดตามมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA Plus

พบกับไฮไลท์สุดงดงามตระการตากับการแสดงชุด “สงกรานต์มงคล เถลิงศกใหม่” ขบวนแห่นางสงกรานต์เฉิดฉายเอกลักษณ์ความเป็นไทยต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ไทย ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีนางเอกคนดัง ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ แปลงโฉมเป็น ‘นางกิริณีเทวี’ แต่งตัวเต็มยศใหญ่ด้วยเครื่องภูษาภรณ์ และเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ครบสำรับตามอย่างโบราณ ทรงผ้าจีบหน้าด้วยผ้ายกทองเยียรบับ ทรงกรองศอตาดทองปักตรึงทองประดับ อัญมณี ทรงพาหุรัด ทับทรวง ปั้นเหน่ง สายสังวาล เครื่องทองกร ครบชุดด้วยทองลงยาประดับพลอยมรกต สุดวิจิตรงดงามและ หาชมได้ยาก มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท ออกแบบสร้างสรรค์โดย อ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน

พร้อมกันนี้ร่วมสืบสานประเพณีอันล้ำค่าแต่งกายชุดไทยเที่ยวงานสงกรานต์แบบวิถีใหม่ โดยในปีนี้ไอคอนสยาม ได้จัดเตรียมกิจกรรมมากมายเพื่อมอบประสบการณ์และความประทับใจให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวตลอดเทศกาลสงกรานต์นี้ กราบสักการะองค์พระพุทธเมตตาจากประเทศอินเดีย เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย ตื่นตาตื่นใจไปกับการท่องดินแดนพุทธภูมิ แหล่งกำเนิดพุทธศาสนาแบบสุดล้ำไปกับ Virtual Tour และสำหรับวันที่ 13-15 ซึ่งเป็นวันมหาสงกรานต์ พบกับไฮไลท์กิจกรรมของวัน อาทิ

13 เมษายน 2565 ลานมหาสงกรานต์ สำราญใจ ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์และเนื่องใน วันผู้สูงอายุพบกับกิจกรรม DIY “ดอกลำดวน” ดอกไม้สัญลักษณ์ของผู้สูงอายุชาวไทย เพื่อให้บุตรหลานได้นำไปมอบให้ผู้สูงอายุในครอบครัว โดยเริ่มกิจกรรม เวลา 11.00-19.00 น. รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Workshop 100 ท่านเท่านั้น

14 เมษายน 2565 ไอคอนสยาม ร่วมส่งเสริมความรักในครอบครัวด้วยกิจกรรมสุดชิคเพียงวันเดียว โดยชวนทุกคนมาย้อนวันวานถ่ายรูปตู้สติกเกอร์ แบบครอบครัวสุขสันต์ เป็นที่ระลึกฟรี เริ่มกิจกรรม เวลา 11.00 -20.00 น. จำนวน 300 รูป (หรือจนกว่าของจะหมด)

15 เมษายน 2565 “วันเถลิงศก” ที่ตามความเชื่อถือว่าเป็นวันเริ่มจุลศักราชใหม่ เนื่องในวันมหาสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทยตามแบบสมัยโบราณนั่นเอง ไอคอนสยาม ชวนทำบุญต้อนรับปีใหม่ไทย พร้อมรับน้ำมนต์ 100 ปี จากหลวงพ่อโดพรหมรังษี วัดระฆัง เพื่อความเป็นสิริมงคล (จำนวนจำกัด)

นอกจากกิจกรรมไฮไลต์ในวันมหาสงกรานต์แล้ว ไอคอนสยามยังเนรมิตพื้นที่ภายในไอคอนสยามให้เป็นบรรยากาศสไตล์งานวัดแบบไทยๆ ประกอบด้วย

1. ลานมงคล เถลิงศกใหม่ (ลานทำบุญ) ณ รัษฏา ฮอลล์ ชั้น 1 กราบสักการะและถวายดอกบัวเป็นพุทธบูชากับ องค์พระพุทธเมตตา (จำลอง) ขนาดหน้าตัก 12 นิ้ว ทำพิธีพุทธาภิเษกหน้าองค์พระพุทธเมตตา พระประธานที่ประดิษฐานในพระมหาเจดีย์พุทธคยาเมืองคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เพิ่มพลังบุญด้วยการ “ทำบุญเหรียญใส่บาตร” เป็นบุญสั่งสมทรัพย์ให้ไม่ขาดมือ พร้อมท่องโลกดิจิทัลแบบ Virtual Tour ไปกับนิทรรศการ “ท่องแดนพุทธภูมิ จักรวาลมนฤมิต” ชมภาพ 4 สังเวชนียสถาน พุทธสถานสำคัญอันเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

2. ลานมหาสงกรานต์ สำราญใจ (ลานบันเทิงแบบไทย) เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M เวทีแห่งความรื่นเริงบันเทิงใจแบบงานวัดไทย ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์กับการแสดงรำวงย้อนยุค พร้อมด้วยการแสดง 4 ภาค สนุกไปกับซุ้มเกมงานวัด ความบันเทิงแบบไทย และอิ่มอร่อยไปกับขนมหลากหลายชนิด พร้อมเพลิดเพลินกิจกรรมเวิร์กชอป การทำเครื่องหอม อาทิ การทำบุหงาแห้งและสด แป้งพวงกุหลาบ น้ำปรุง และน้ำอบ

3. “สุขสยาม สายน้ำ ยาม ฟ้าใส” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G เชิญชวนพุทธศาสนิกชนมาร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปประจำ 4 ภาค พร้อมสัมผัสอาหารคลายร้อน สดชื่นช่วงสงกรานต์ อาทิ ข้าวแช่ตำรับชาวมอญ, ม้าฮ่อ, แตงโมปลาแห้ง, ข้าวเหนียวมะม่วง, ลอดช่องสิงคโปร์, น้ำสมุนไพร, เฉาก๊วยนมสด, ยำส้มโอ, พลาดไม่ได้! ในวันเสาร์ที่ 9 เม.ย. 2565 เวลา 14.00 น.เชิญร่วมพิธีสะหลีล้านนา สืบชะตาหลวง โดยศูนย์สืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล และในวันที่ 12-15 เม.ย. 2565 เวลา 14.00 น. ชมขบวนแห่พระพุทธรูป ประจำภาค ทั้ง 4 ภาค รอบเมืองสุขสยาม

4. ลานสายนที ศรีสงกรานต์ (ลานวัฒนธรรม เทศกาลสงกรานต์) ณ ริเวอร์ พาร์ค ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมสืบสานการละเล่นว่าวอันเป็นมรดกและประเพณีไทย ภายใต้กิจกรรม “ICONSIAM Summer Kite Playground 2022” เนรมิต ริเวอร์ พาร์ค ให้เป็นลานเล่นว่าวขนาดใหญ่ จัดเต็มกิจกรรมการแสดงว่าวทุกสัปดาห์ พร้อมชวนชมนิทรรศการเล่าขานตำนานว่าวไทย 4 ภาค ตื่นตาตื่นใจกับขบวนพาเหรดว่าวแฟนซียักษ์ ว่าวนานาชาติ ว่าวหมึกยักษ์ติดไฟ LED ยาวที่สุดในไทย ร่วมลุ้นและเชียร์การแข่งขันบินว่าวศึกเจ้าเวหาจุฬา-ปักเป้า และสนุกกับลานอนุรักษ์สืบสาน ประดิษฐ์ว่าวด้วยตนเอง พร้อมเรียนรู้เทคนิคการบินว่าวจากผู้เชี่ยวชาญแชมป์การเล่นว่าว ระหว่างวันที่ 7 – 24 เมษายน ศกนี้

นอกจากนี้ยังได้จัดแคมเปญ “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ โปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 17 เมษายน 2565 ช็อปครบ 15,000 บาท หรือสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp ช็อปเพียง 12,000 บาท ขึ้นไป รับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าภายในไอคอนสยามในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ครบ 3,000 บาท สามารถแลกรับ “ใบโพธิ์มงคล” จากต้นศรีมหาโพธิ์ ประเทศอินเดีย (จำนวนจำกัด) ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1

ทั้งนี้ ไอคอนสยาม เป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคนที่จะมาร่วมงานจึงเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยขั้นสูงสุด ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามแนวทางจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยจากโรคระบาดตามมาตรฐาน SHA PLUS และมาตรการเว้นระยะห่างส่วนบุคคล DMHTTA โดยจัดจุดตรวจวัดอุณหภูมิ จุดบริการแอลกอฮอล์ มีพนักงานทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ พนักงานได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และพนักงานต้องทำแบบคัดกรองโรคทุกสัปดาห์ตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการเข้ารับการตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และแสดงผลเป็นลบ (Negative) เท่านั้น พร้อมเน้นย้ำให้ทุกท่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไอคอนสยามเข้มข้นตามแนวปฏิบัติ COVID Free Setting เป็นไปตามมาตรการตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดอย่างเคร่งครัด

ไอคอนสยาม ขอเชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแต่งกายชุดไทยมาร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีไทยในงาน “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ ระหว่างวันที่ 8-17 เม.ย. ศกนี้ ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ http://www.iconsiam.com

Azabu Sabo พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680440

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 12:50 น.Azabu Sabo พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่น

ไอศกรีมฮอกไกโดเจลาโตญี่ปุ่น “Azabu Sabo” (อาซาบุ ซาโบะ) เสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่น อร่อยเข้มข้น เนียน แน่น หนึบ ในรูปดับเบิลโคนตั้งยอด เจ้าเดียวในประเทศไทย

สิ้นสุดการรอคอย! สำหรับสาวกญี่ปุ่นที่อยากสัมผัสกลิ่นอายดอกซากุระ วันนี้ไม่ต้องบินไปไกล “Azabu Sabo” (อาซาบุ ซาโบะ) แบรนด์ไอศกรีมเจลาโตนมฮอกไกโด ยกประสบการณ์ญี่ปุ่นมาให้ชิมความอร่อยเข้มข้น พร้อมเปิดสาขาใหม่ล่าสุด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 Japan zone (โซน Isetan เดิม) นำทัพโดย คุณณิณี -อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ กรรมการบริษัท เจ เอ โอ อามายะ (ไทยแลนด์) จำกัด ยกประสบการณ์ความอร่อยแบบฉบับญี่ปุ่นมาไว้ที่ไทยให้คนไทยหายคิดถึง โดยเน้นสร้างแบรนด์ระดับโลกภายใต้คอนเซ็ปต์ “Experience the peak of Japanese Gelato” เสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขา เจลาโตญี่ปุ่น เพื่อให้ Japan Gelato Lover ได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับไอศกรีมเจลาโตโฮมเมด ผลิตจากนมฮอกไกโดเข้มข้น แสนอร่อย และคงเอกลักษณ์ความเป็นที่หนึ่งเฉพาะ Azabu Sabo เท่านั้นกับ ดับเบิ้ลโคนสี่เหลี่ยมที่มีไอศกรีมตั้งยอดแบบ เข้มข้น เหนียว แน่น หนึบ

คุณณิณี – อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ กล่าวว่า “รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์หาคนเปรียบได้ยาก ที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง คือ ไอศกรีมกรีนที สูตรซิกเนเจอร์ (กรีนที สูตร2) ตั้งยอดคู่กับ ไอศกรีมรสนมฮอกไกโด เนื้อไอศกรีมเจลาโตที่มีเนื้อสัมผัส เนียน แน่น หนึบ จนสามารถตั้งยอดได้ เสิร์ฟพร้อมโคนที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ตัวโคน ไม่ใช้น้ำตาล แต่เป็นหญ้าหวานทดแทนความหวานเพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งโคนของ Azabu Sabo จะมีความพิเศษสามารถรองรับการละลายที่จะทำให้คุณไม่สะดุดความอร่อยระหว่างทานไอศกรีม ไม่ละลายเหนียวเลอะมือ เพิ่มความอร่อยฟินได้ยาวนาน เสิร์ฟในรูปแบบดับเบิ้ลโคนทรงสี่เหลี่ยม ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีหนึ่งเดียวในประเทศไทย ส่วนรสชาติไอศกรีมเจลาโต มีให้เลือกหลากหลายถึง 50 รสชาติ ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาให้ลิ้มลอง โดยทุกรสชาติผ่านการคิดค้น มุ่งมั่นพัฒนาโดยใช้นมฮอกไกโดแท้จากญี่ปุ่น ซึ่งทุกรสชาติคงคอนเซ็ปต์ Less Chemical คือ ไม่แต่งสี ไม่เติมกลิ่น โดยสีและกลิ่นของไอศกรีมจะมาจากวัตถุดิบธรรมชาติเป็นหลัก ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพยุคนี้”

เพื่อเป็นการฉลองสาขาใหม่ล่าสุด Azabu Sabo ได้รังสรรค์ครีเอทรสชาติไอศกรีมน้องใหม่เป็น Special Seasonal Flavor ตรงกับช่วง เทศกาลฮานามิ (Hanami) หรือ เทศกาลชมดอกซากุระ ในฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ รสซากุระ (Sakura) ที่จะเสิร์ฟความสดชื่น หอม หวาน ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์กลิ่นอายและรสซากุระ ที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น! ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 นอกจากนั้น มีรสชาติใหม่เฉพาะสาขานี้เท่านั้น คือ Sea salt Greentea (ซีซอลท์ กรีนที) และ ไอศกรีมโมนากะ (Monaka) ขนมที่ทำจากแป้งโมจิ ที่บรรจงนำมาทำให้เป็นแผ่นบาง ย่างจนกรอบคล้ายเวเฟอร์ ประกบกับไอศกรีม 3 รสชาติ ที่เป็นซิกเนเจอร์เฉพาะ Azabu Sabo ได้แก่ กรีนที, ซีซอลท์ กรีนที และ นมฮอกไกโด อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง และไม่พลาดความอร่อยที่ลงตัวเช่นกัน

ถ้าพูดถึงความเป็นญี่ปุ่น ก็ต้องยกนิ้วให้ถึงความปราณีต ละเมียดละมุนละมัย ที่ Azabu Sabo ภูมิใจพิถีพิถันใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน พนักงานทุกคนจะสามารถตักไอศกรีมให้ตั้งยอดขึ้นโคนได้เป็นซิกเนเจอร์ ของแบรนด์ โดยต้องผ่านการอบรมมากกว่า 1,000 ชั่วโมง หลักสูตรจากเซนเซญี่ปุ่นโดยตรง พนักงานทุกคนต้องเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะการนวดเนื้อไอศกรีมให้แน่น เนื้อนุ่มเนียน และวิธีการใช้อุปกรณ์ไม้พายพิเศษที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเท่านั้น เพื่อบรรจงปั้นเนื้อไอศกรีมให้ตั้งยอดสวยงาม เปรียบเสมือนการถ่ายทอดงานศิลปะชิ้นเอก เป็น ‘ศิลปินตั้งยอด’ ที่เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดยูนิฟอร์มของพนักงานที่มีกลิ่นอายคอนเซ็ปต์การออกแบบดีไซน์ให้ดูมีความเป็นศิลปิน และกลิ่นความเป็น Artisan จากการตีความว่าไอศกรีม Azabu Sabo เป็นเหมือนงานศิลปะพร้อมบรรจงสร้างผลงานชิ้นเอกให้ทุกไอศกรีมโคน ก่อนส่งต่อให้ลูกค้ามีความสุขร่วมกันอีกด้วย

นอกจาก ไอศกรีมเจลาโตแล้ว อีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19ที่ผ่านมาคือ เมนูยอดฮิตตลอดกาล ‘Hokkaido Snow Drink’ ที่ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ชื่นชอบ! ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง บิงซู สเลอบี้ และไอศกรีม เอาใจด้วยราคาโปรโมชั่นคลายร้อนตลอดซัมเมอร์นี้ เพียงแก้วละ 100 บาท เท่านั้น มอบความฟินส่งประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่นถึงหน้าบ้าน

ลูกค้าสามารถสั่งซื้อตามช่องทาง Delivery ได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางคอลเซ็นเตอร์ Azabu Sabo โทร. 06-1628-9826, Grab Food, LINE MAN, Robinhood หรือสอบถามรายละเอียดได้ทาง LINE OA: @azabusaboth และ Facebook: AzabuSabo Thailand อีกด้วย Azabu Sabo (อาซาบุ ซาโบะ) ไอศกรีมเจลาต้ฮอกไกโด พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโต้ญี่ปุ่น ทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่

สาขาห้าง Siam Takashimaya (Iconsiam) ชั้น 1

สาขา Central Ladprao ชั้น G

สาขาใหม่ล่าสุด Central World ชั้น 3 Janpan zone

ภัทรา ฉลองครบรอบ 40 ปี เปิดตัว “สยาม คอลเลคชั่น” จากความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสู่ศิลปะบนจานอาหารระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679953

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 16:40 น.ภัทรา ฉลองครบรอบ 40 ปี เปิดตัว “สยาม คอลเลคชั่น” จากความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสู่ศิลปะบนจานอาหารระดับโลก

ภัทรา เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “SIAM Collection” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 40 โดยชุดจานชาม “สยาม คอลเลคชั่น” นี้ เกิดจากความต้องการของภัทรา ที่จะนำความวิจิตรงดงามของศิลปะวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก

ด้วยความมีชื่อเสียงของอาหารไทย อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ในเรื่องรสชาติ ความประณีตและละเอียดอ่อน อาหารไทยจึงได้รับเกียรติให้เสิร์ฟในห้องอาหารและโรงแรมระดับโลกหลายแห่ง การมีภาชนะเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับอาหารไทยจึงเหมาะสมที่สุด

นายเรย์มอนด์ ฮาน รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ภัทรา พอร์ซเลน จำกัด กล่าวถึงสยาม คอลเลคชั่นว่า “เอกลักษณ์ของความเป็นไทยคือเสน่ห์ที่ไม่มีที่ใดเหมือน เมื่อเราก้าวเข้ามาในประเทศนี้เราจะสัมผัสได้ถึงความโดดเด่น ผมคิดว่าคนต่างชาติทุกคนจะต้องประทับใจและหลงใหลในวัฒนธรรมและศิลปะแห่งความเป็นไทยเช่นกัน อันเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจของคนไทย ผมจึงอยากให้คนทั่วโลกมีโอกาสได้พบเห็นความงดงามนี้ได้เช่นกัน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม นั่นคือจุดเริ่มต้นของคอลเลคชั่น สยาม” 

“เมื่อใดก็ตามที่มีการพูดถึงประเทศไทย แทบจะในทันที เราจะนึกถึงอาหารไทย ความมีน้ำใจของคนไทย และความมีเอกลักษณ์อันน่าประทับใจของประเทศนี้ ผมคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่เราจะยกระดับความเป็นไทยและอาหารไทย ไปพร้อม ๆ กับเชฟคนไทยและร้านอาหารไทยไปทั่วทุกมุมโลก”

“สยาม คอลเลคชั่น” จะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยต่อไปอีกหลายสิบปี เป็นความรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทยที่ภัทรามุ่งหวังจะเป็นเจ้าของร่วมกับคนไทยทุกคน ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา หรือสิงค์โปร์ คุณก็จะสามารถสัมผัสความเป็นไทยนี้ได้”

ด้วยความตั้งใจที่จะสานต่อสยาม คอลเลคชั่นให้เป็นชุดจานชามของไทยอันทรงเอกลักษณ์ ซีรี่ย์แรกของสยามคอลเลคชั่น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานฝีมือการร้อยพวงมาลัย และการประดิษฐ์งานฝีมือจากดอกไม้สด ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในพิธีการในราชสำนัก ตลอดจนการนำมาใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

“เราได้นำเอาเส้นสายและสีสันของดอกไม้ที่ใช้ในงานฝีมือมาเป็นองค์ประกอบหลักของซีรีส์นี้ ทำให้ลวดลายต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นล้วนต้องใช้ความประณีตและพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการร่างแบบ การทำตัวอย่าง จนกลายมาเป็นชิ้นงานที่เราภูมิใจเป็นอย่างมาก” เรย์มอนด์ กล่าวเสริม

เพื่อให้ชุดจานชาม “สยาม คอลเลคชั่น” มีความโดดเด่นมากขึ้น โลโก้ของ “สยาม” จึงถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โดยนำตัวอักษรสันสกฤตมาเขียนเป็นลายกนก และใช้สีแดงชาด ซึ่งเป็นสีมงคล”

ภัทรายังมุ่งหวังให้ สยามคอลเลคชั่นเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นว่าภัทราสามารถนำมรดกแห่งความเป็นไทยมาผสมผสานกับเทคโนโลยีการผลิตอันเป็นเลิศจนเกิดเป็นภาชนะบนโต๊ะอาหารคุณภาพสูงระดับสากล

“ที่ภัทรา เรามีพนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบและการผลิต การยศาสตร์ งานศิลปะ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จำเป็นสำหรับการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์โบนไชน่าและพอร์ซเลนคุณภาพสูงสุด เราต้องการให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นถึงความงดงามของไทยจากภาชนะบนโต๊ะอาหารชิ้นเอกนี้”

การเปิดตัวสยามคอลเลคชั่นนี้ เป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจของภัทราและเรามองเห็นว่าจะเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยต่อไปอีกหลายสิบปี ตกทอดไปจากรุ่นสู่รุ่นด้วยเช่นกัน

สำหรับซีรีส์แรกของสยาม คอลเลคชั่นนี้ พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ +662 651 5625 หรือเยี่ยมชมคอลเลคชั่นได้ที่ www.patraporcelain.com

How to ดูแลผิวอย่างไร ก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680108

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 10:10 น.How to ดูแลผิวอย่างไร ก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

เพราะผิวสวยเป็นเรื่องสำคัญ THANN ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเทคนิคการดูแลผิวช่วงก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

แสงแดดและความร้อนช่วงนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การดูแลผิวทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายจึงเป็นเรื่องที่ห้ามละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ออกกำลังกายกลางแจ้งยิ่งต้องให้การดูแล เพราะนอกจากรังสียูวีในแสงแดดแล้ว ยังมีคราบเหงื่อและความมันที่ยังสามารถก่อให้เกิดปัญหาผิว อาทิ การอุดตันรูขุมขน สิว ผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงได้เชิญแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) และชำนาญการด้านผิวพรรณความงาม แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล เผยเทคนิคการดูแลผิวช่วงก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวรักการออกกำลังกาย มาร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งตามแบบฉบับของตนเอง

แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำเคล็ดลับดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งว่า “การทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องสัมผัสแสงแดดเป็นระยะเวลานาน สามารถก่อให้เกิดปัญหาผิวพรรณได้ เพราะในแสงแดดประกอบไปด้วยแสงและรังสีหลายชนิดทั้งที่สามารถมองเห็น และไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ชนิดที่สามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของเราได้ คือ “รังสีอัลตราไวโอเลต” (Ultraviolet) หรือ “รังสียูวี” (UV) หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมก็จะมีประโยชน์ในการกระตุ้นให้ร่างกายของเราผลิตวิตามินดี และสามารถใช้ในการรักษาโรค อาทิ ด่างขาว สะเก็ดเงิน และโรคกระดูกอ่อนในเด็ก แต่หากได้รับรังสียูวีเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อผิวของเราได้ รังสียูวีที่เป็นอันตรายกับผิวมี 2 ชนิด คือ

รังสียูวีเอ (UVA) เรียกอีกอย่างว่า “ยูวีเอจจิ้ง” (UV Aging) ทำให้เกิดปัญหาผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) เกิดริ้วรอยเล็กๆ ไปจนถึงริ้วรอยล่องลึก นอกจากนี้ยังทำให้ผิวแห้งกร้านและขาดน้ำ รังสียูวีเอจะไปกระตุ้นกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานินทำให้ผิวเกิดความหมองคล้ำ การก่อตัวของอนุมูลอิสระในผิวหนัง ทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น

รังสียูวีบี (UVB) หรือ ยูวีเบิร์นนิ่ง (UV Burning) จะมีความเข้มข้นของแสงมากกว่ายูวีเอ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้แดด ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ สำหรับอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) เกิดจากผิวได้รับรังสียูวีบีในปริมาณมากจนทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกถูกทำลาย ในผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดผิวหนังลอก เป็นแผลพุพอง และรู้สึกเจ็บปวด อีกทั้งเซลล์ผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะไวต่อรังสียูวีและบอบบางกว่าเซลล์ผิวเดิม ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะมีเพียงผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนังที่โดนแสงแดดและค่อย ๆ หายเป็นปกติใน 2-3 วัน ทั้งนี้การมีผิวไหม้จากแดดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

ดังนั้น หากไม่ต้องการให้รังสียูวีทำร้ายผิวของเรา ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะระหว่างเวลา 10.00 – 16.00 น. เพราะเป็นช่วงที่รังสียูวีมีความแรงที่สุด รวมถึงควรสวมเสื้อผ้าปิดผิวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยทั่วไปแล้วเสื้อผ้าที่ทอเนื้อแน่นและมีสีเข้มจะสามารถกันแดดได้มากกว่าเสื้อผ้าเนื้อบางๆ เมื่อต้องทำกิจกรรมต่างๆ กลางแจ้งควรสวมหมวก แว่นตา ชุดออกกำลังกายแบบแขนยาว ขายาว ปลอกแขน และปลอกขา ซึ่งควรมีค่า UPF (Ultraviolet Protection Factor) อย่างน้อย 40 ขึ้นไป และควรทาผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำทุกวัน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ชีวิตประจําวันของแต่ละคน หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีเหงื่อออกมาก หรือกิจกรรมทางน้ำอย่าง ว่ายน้ำ เล่นเซิร์ฟ ดำน้ำ ขี่เจ็ทสกี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำมากเป็นพิเศษ (Very water resistant)

นอกจากนี้ เรายังสามารถพิจารณาปัจจัยหลักในการปกป้องผิวจากรังสียูวีแต่ละประเภทได้จากค่า SPF (Sun Protection Factor) คือ ค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVB เป็นค่าระยะเวลาที่ผิวสามารถทนต่อแสงแดดได้โดยที่ผิวเราไม่ไหม้ (Sunburn) คำนวณจากระยะเวลาที่ผิวทนต่อแสงแดดได้คูณกับค่าของ SPF ตัวอย่างเช่น คนเอเชียผิวขาวทั่วๆ ไปสามารถโดนแสงแดด 20 นาทีก่อนที่ผิวจะเริ่มอักเสบแสบแดง การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF30 จะช่วยให้ผิวเราจะสามารถทนต่อแสงแดดได้นานขึ้นคิดเป็น 20 นาที x ค่า SPF30 = 600 นาที หรือ 10 ชั่วโมง

ส่วนค่า PA (Protection grade of UVA) คือค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องรังสี UVA เป็นค่าที่สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางประเทศญี่ปุ่น (Japan Cosmetic Industry Association, JCIA) กำหนดขึ้นเพื่อแสดงถึงความสามารถในการป้องกันอาการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสี UVA โดยใช้เครื่องหมายบวก (+) ในการแสดงระดับของประสิทธิภาพ ปัจจุบันค่า PA++++ ถือว่าเป็นค่าที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

ปกติแล้วผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดทั่วไปๆ จะมีเพียงคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเดียว ทำให้ต้องใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดอื่น แต่ในปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดได้มีบทบาทสำคัญในการดูแลผิวพรรณของเรามากขึ้น โดยนำคุณสมบัติในการบำรุงผิวที่ได้จากสารสกัดธรรมชาติมาใช้ ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น”

ทางด้านเซเลบริตี้สาวสวยต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งตามแบบฉบับของตนเองเริ่มที่สาวสังคม หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เผยว่า “ปอนด์ชอบไปทะเลมาก ซัมเมอร์นี้ก็ไม่พลาดที่จะมีทริปไปเที่ยวทะเล รอบนี้ก็แพลนไว้ว่าจะไปล่องเรือ ดำน้ำ กับเพื่อนๆ ที่เกาะสมุย กิจกรรมที่ชอบมากและกำลังมุ่งมั่นในตอนนี้ คือ การเรียนดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ แต่แน่นอนว่ากิจกรรมเหล่านี้เราต้องเจอแสงแดดที่ร้อนแรงมากๆ แต่ปอนด์ก็มีตัวช่วยดีๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือครีมกันแดดแบบกันน้ำอย่าง เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ +++ ที่สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้เป็นอย่างดี โดยเราจะทาก่อนออกแดด และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หลังทำกิจกรรมก็จะพักตัวให้เย็น อาบน้ำชำระร่างกาย และล้างใบหน้าให้สะอาดด้วย เฟเชียล คลีนเซอร์ เพียงเท่านี้ก็จะหมดกังวลกับแสงแดด และสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างสนุกสนาน”

ถัดมาที่เวิร์กกิ้งวูแมน จันทมน แย้มพันธุ์ เล่าว่า “หน้าร้อนทั้งทีก็พลาดไม่ได้ที่จะไปเที่ยวทะเล ซึ่งสถานที่ที่ชอบมากก็คงจะเป็นทะเลภาคใต้ของเรา เมื่อตอนต้นปีได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเลกระบี่แล้วประทับใจมากเดือนหน้าเลยมีแพลนว่าจะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง โดยกิจกรรมกลางแจ้งที่ชอบทำเวลาไปทะเลก็จะเป็นการพายแพดเดิ้ลบอร์ด ได้ใช้ทักษะการทรงตัว ได้ใช้สมาธิ คล้ายๆ กับการเล่นเซิร์ฟสเก็ตที่เล่นอยู่เป็นประจำ แต่ก่อนทำกิจกรรมก็ต้องปกป้องผิวจากแสงแดดที่ร้อนแรงโดยจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับกิจกรรมนั้นๆ อย่างถ้าไปทะเลแดดแรงมากก็จะเลือกทาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติที่ช่วยกันน้ำกันเหงื่ออย่างเวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ +++ หรือหากเป็นช่วงเล่นเซิร์ฟสเก็ตอยู่ที่บ้านก็จะเลือกออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ เพราะเนื้อครีมบางเบาไม่หนักมากเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน หลังทำกิจกรรมก็ต้องล้างเหงื่อ ล้างหน้าให้สะอาด ทาครีมบำรุงที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อลดความร้อนและช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ไม่แห้งกร้าน”

ปิดท้ายที่สาวรักสุขภาพ ณภศศิ สุรวรรณ กล่าวว่า “หน้าร้อนนี้ไม่พลาดที่จะไปหัวหินกับครอบครัว เพราะอยากไปรับลมทะเล ใส่ชุดว่ายน้ำ ทำกิจกรรมริมชายหาด และขับเจ็ทสกี แต่ด้วยอากาศที่ร้อนก็ต้องเตรียมชุด เตรียมอุปกรณ์กันแดด ทั้งหมวก แว่นตา และที่ขาดไม่ได้เลยก็เป็น เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ +++ ที่ต้องมีติดกระเป๋าไปทุกที่ เวลาทำกิจกรรมจะได้ไม่ต้องคอยกังวลว่าผิวจะคล้ำเสียจากแสงแดด และสามารถโชว์ผิวได้อย่างเต็มที่ โดยจะบีบกันแดดปริมาณ 2 ข้อนิ้ว ทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หากวันไหนที่ไปวิ่งออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมในวันธรรมดาก็จะเลือกใช้ ออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ หากเราไม่ได้ทาครีมกันแดดผิวก็จะแห้งแดง เกิดอาการแสบร้อน และลอกได้ จึงไม่ควรลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกไปทำกิจกรรมเพื่อปกป้องผิวให้สวยสุขภาพดีอยู่เสมอ”

ดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งกับผลิตภัณฑ์จาก ‘ธัญ’ (THANN) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

Travel The World with Nespresso x Le Du ท่องมหานครแห่งกาแฟผ่านไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680149

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 11:58 น.Travel The World with Nespresso x Le Du ท่องมหานครแห่งกาแฟผ่านไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Nespresso จับมือ Le Du ร้านมิชลินระดับเอเชีย มอบประสบการณ์พาท่องมหานครแห่งกาแฟ ผ่านไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียม เนสเพรสโซ (Nespresso) มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีที่สุดอยู่เสมอ ล่าสุดได้ร่วมกับ ร้านอาหารฤดู (Le Du) เจ้าของรางวัลมิชลิน 1 ดาว และได้รับการจัดอันดับให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย ลำดับที่ 4 จากการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants ปีล่าสุด จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟอีเว้นท์ Travel The World with Nespresso x Le Du  เปิดมิติใหม่แห่งการนำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของแต่ละเมืองมาผสานกับศาสตร์แห่งการทำอาหารไทยโมเดิร์น ให้คอกาแฟได้รื่นรมย์กับศิลปะการปรุงอาหารระดับ Fine Dining พร้อมออกสำรวจเดินทางไปยังมหานครกาแฟที่จะติดตรึงในความทรงจำสุดพิเศษ ณ ร้านอาหาร Le Du 

ในการนำเสนอประสบการณ์เมนูอาหารผสานกาแฟสุดพิเศษในครั้งนี้ได้ เชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟมิชลินเจ้าของร้านอาหาร Le Du มาร่วมเนรมิตคอร์สดินเนอร์สุดพิเศษ Nespresso x Le Du inspired by Chef Ton ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟเอสเพรสโซ 3 รสชาติใหม่ล่าสุดจาก 3 เมืองเจ้าของวัฒนธรรมแสนโดดเด่นอย่างปารีส, ริโอ เดอ จาเนโร และอิสตันบูล ในกลุ่ม World Explorations แต่งแต้มสีสันแห่งรสชาติอาหารไทยอันเป็นแนวทางของเชฟ โดยภายในคอร์ส เชฟได้มอบความเอ็กซ์คลูซิฟให้ 2 เมนู ด้วยการจับคู่อาหารและกาแฟ อีกทั้งยังผสมผสานรสชาติกาแฟอันโดดเด่นเพื่อดึงรสชาติเฉพาะตัวของวัตถุดิบในแต่ละจานให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น

เริ่มต้นการเดินทางจากดินแดนที่มีอัตลักษณ์ทางอาหารที่โดดเด่นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง เซ็ต AMUSE – BOUCHE อาหารทานเล่นของไทยรสชาติเบา เพื่อเริ่มต้นมื้ออาหาร แล้วจึงไล่ระดับรสชาติในอาหารจานต่อๆ ไป ด้วย 4 เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน Le Du ที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่มาอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะสร้างความ เซอร์ไพรส์ด้วยการพาลัดฟ้าท่อง 3 มหานครกาแฟกับ 2 เมนูสุดเอ็กซ์คลูซิฟ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟ เอสเพรสโซในกลุ่ม World Explorations

ยกระดับความสเปเชียลของการเดินทางด้วยการแลนดิ้งสู่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีที่มีรากฐานวัฒนธรรมของการดื่มกาแฟที่เก่าแก่ ด้วยเมนู AGED DUCK / KALE / GREEN CURRY อาหารจานหลักที่เชฟตั้งใจรังสรรค์โดยใช้กาแฟเอสเพรสโซรสชาติ World Explorations Istanbul Espresso โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมกรุ่นจากกระบวนการคั่วสุดพิถีพิถัน มาเป็นส่วนผสมในการรมควันเนื้อเป็ดแสนนุ่ม จับคู่กับซอส Puree หน่อไม้ฝรั่งย่างเนื้อเนียน เพิ่มกิมมิกความเป็นไทยดั้งเดิมด้วยรสสัมผัสจากซอสแกงเขียวหวาน เผยอาหารจานโปรดแบบ East meets West ที่เชฟเล่าว่าเมื่อความเข้มข้นของกาแฟจากเนสเพรสโซมาผสมผสานกับรสชาติความเผ็ดของอาหารไทยแท้ จะช่วยชูส่วนประกอบแต่ละชนิดในจานให้โดดเด่น แต่ไม่แย่งซีนจนกลบรสชาติของกันและกันจนเกินไป เรียกว่าเป็นการเพิ่มความสมดุลให้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ

ปิดท้ายด้วยการปรับโหมดลิ้นตะลอนทัวร์ไปต่อยังปารีส เมืองคาเฟ่สุดชิค ควบคู่ไปกับดินแดนแห่งสีสันอย่าง ริโอ เดอ จาเนโร ด้วยเมนูอาหารหวานรสชาติสุดแปลกใหม่ มาพร้อมกลิ่นที่หอมอบอวลเมื่อยกออกเสิร์ฟ นำเสนอในชื่อ MARINE PLUM / YOUNG GINER เป็นไอศกรีมผลไม้ไทยแต่งแต้มรสชาติด้วย Puree ที่มาพร้อมความหอมจากกาแฟเอสเพรสโซรสชาติ World Explorations Paris Espresso และเฉาก๊วย  ตกแต่งด้วยรากบัว เพิ่มอรรถรสเมื่อลิ้มลองคู่กับกาแฟ World Explorations Rio De Janeiro Espresso ที่สุดแสนเข้มข้น ช่วยเบรกความหวานด้วยกาแฟพร้อมปิดท้ายการเดินทางสุดแสนน่าจดจำการันตีความเอ็กซ์คลูซีฟที่มีแค่คอร์ส Nespresso x Le Du inspired by Chef Ton เท่านั้น

ทั้งนี้ เนสเพรสโซยังเตรียมกิจกรรมสุดพิเศษให้กับคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้ลุ้นรับสิทธิ์สัมผัสประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซิฟระดับมิชลินที่ร้านอาหาร Le Du จำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง เมื่อซื้อแคปซูลกาแฟในกลุ่ม World Explorations แพ็ค 10 และเล่มเกมตอบคำถาม ตั้งแต่วันที่ 6 – 30 เมษายน 2565 นี้ สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้บนเฟสบุ๊กของเนสเพรสโซ

นอกจากนี้ ลูกค้าของ Le Du และแฟน ๆ เนสเพรสโซ ยังสามารถลิ้มลองเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน รวมถึง 2 เมนูสุดพิเศษ Nespresso x Le Du inspired by Chef Ton ที่เชฟต้นตั้งใจรังสรรค์โดยใช้กาแฟ World Explorations 3 รสชาติใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2565 ในราคา 3,590++ บาท / คน เท่านั้น สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 092-919-9969

เตรียมแพ็คกระเป๋าเที่ยวทิพย์ผ่านวัฒนธรรมกาแฟสามเมืองได้ง่ายๆ กับแคปซูลกาแฟเอสเพรสโซ World Explorations 3 รสชาติใหม่ ในราคาแคปซูลละ 24 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นไป ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/ และเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM   

#NespressoWorldExplorations

#NespressoxLeDu

#NespressoTH

The Perfect 4 รวม 4 ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด @แมริออท สุรวงศ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680131

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 10:32 น.The Perfect 4 รวม 4 ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด @แมริออท สุรวงศ์

โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ฉลองครบรอบ 4 ปีกับแพคเกจ “The Perfect 4” ที่ให้คุณได้สัมผัสกับ 4 ประสบการณ์ที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ตลอดเดือนเมษายนนี้

จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการเข้าพักในห้องเรสสิเดนเชียล สวีท 1 ห้องนอน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน และผ่อนคลายระหว่างวันกับสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ พร้อมวิวกรุงเทพฯแบบพาโนราม่า และดื่มดำบรรยากาศในยามค่ำคืนบน เย่า รูฟท็อป บาร์ รูฟท็อปบาร์สไตล์โมเดิร์นไชนีสบนชั้นสูงสุดของโรงแรม

และอิ่มอร่อยไปกับ Sunset Dim Sum ที่ประกอบไปด้วยติ่มซำ 3 เข่งพร้อมเครื่องดื่ม 1 ขวด พร้อมเพลิดเพลินไปกับวิวกรุงเทพฯ สุดตระการตา อีกทั้งยังเข้าใช้บริการที่เอ็ม คลับ คลับเลานจ์หรู บนชั้น 31เพื่อให้การเข้าพักสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งหมดนี้รวมในแพ็คเกจเดียว

ห้องพักราคาเริ่มต้นเพียง 8,100++ บาทต่อคืน สามารถสำรองห้องพักได้ที่ www.bangkokmarriottsurawongse.com (ใส่โค้ด : P91) , Direct booking link : marriott  สำรองห้องพักและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565

ชวนชมนิทรรศการ Take Your Seat Together ฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตแคนาดา-ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680106

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 09:30 น.ชวนชมนิทรรศการ Take Your Seat Together ฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตแคนาดา-ไทย

สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ร่วมกับไอคอนสยาม เชิญชมนิทรรศการภาพ “Take Your Seat Together: ถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศแคนาดาและไทยผ่านมุมมองของคนไกลที่มาชวนไปด้วยกัน” ณ ICONLUXE Pop Up Space ชั้น 1 ไอคอนสยาม

สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย  ร่วมกับ ไอคอนสยาม และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์  โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ  ฟูจิ ฟิลม์ ปรินท์ไลฟ์  สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์  ไฟลท์เซ็นเตอร์  มูลนิธิเส้นทางธรรมชาติแห่งแคนาดา  สมาคมภูมิศาสตร์แห่งแคนาดา  และกระทรวงการต่างประเทศ จัดนิทรรศการ  “Take Your Seat Together ถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศแคนาดาและไทยผ่านมุมมองของคนไกลที่มาชวนไปด้วยกัน” เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตของประเทศแคนาดาและประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน แม้ว่าความห่างทางภูมิศาสตร์และความแตกต่างทางสภาพภูมิอากาศจะแยกสองประเทศห่างจากกัน แต่หลายสิ่งที่อยู่ในค่านิยม ทัศนคติ และจิตวิญญาณของผู้คนได้เชื่อมโยงไว้ด้วยกัน  อีกทั้งเพื่อต้อนรับบรรยากาศของความสุขความสนุกในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยที่กำลังจะมาถึงนี้  โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2565 ณ ICONLUXE Pop Up Space ชั้น 1 ไอคอนสยาม

สำหรับนิทรรศการ Take Your Seat Together ไปด้วยกัน นี้  เป็นผลงานการถ่ายภาพของช่างภาพสองพ่อลูกชาวแคนาดาที่เดินทางถ่ายภาพผลงานมาแล้วทั่วโลก  แรนดี้ แวนเดอร์สตาร์เรน ในฐานะช่างภาพหลักผู้ที่ริเริ่มการเล่าเรื่องราวทั่วโลกผ่านภาพชุด “Take Your Seat” และลูกชายของเขา สเปนเซอร์ แวนเดอร์สตาร์เรน  ในฐานะช่างภาพรองและผู้กำกับงานดิจิทัลของนิทรรศการครั้งนี้  ภาพถ่ายทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงการถ่ายทอดเรื่องราวมุมมองต่างๆ จากสถานที่ที่ทั้งสองได้เดินทางไป โดยใช้สัญลักษณ์เก้าอี้สีแดงตั้งเด่นอยู่ภายในภาพ  

นิทรรศการ Take Your Seat Together ไปด้วยกัน  แสดงให้เห็นถึงความงามที่แท้จริงและมีเอกลักษณ์ รวมทั้งความเหมือนของประเทศไทยและแคนาดา โดยมีการนำภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่สะท้อนความพิเศษและความหลากหลายของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในประเทศแคนาดา ถ่ายทอดผ่านมุมมองของเก้าอี้ผู้กำกับสีแดง ที่เชิญให้ทุกคนไปนั่งอยู่ท่ามกลางภาพ และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรื่นเริงและความรับผิดชอบที่จะรักษาโลก ตัวเรา และดูแลกันและกัน และเพิ่มคำบรรยายที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางศิลปะ

สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมชมความงามผ่านภาพถ่ายอันน่าจดจำของสองช่างภาพชื่อดังจากประเทศแคนาดา  ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565  ณ ICONLUXE Pop Up Space ชั้น 1 ไอคอนสยาม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและตัวอย่างภาพ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.takeyourseattogether.com

เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา @เลเจนด์ สยาม พัทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680103

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 19:11 น.เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา @เลเจนด์ สยาม พัทยา

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ในภาคตะวันออก “เลเจนด์ สยาม พัทยา” ปรับโฉมใหม่ สู่เมืองท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ “เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา” เมษาฮาเฮ ทุ่มจัดคอนเสิร์ตเปิดมิติใหม่ “เมืองต้นไม้มหัศจรรย์ พืชสีเขียวแห่งอารยะสยาม”

เต็มอิ่มกับกิจกรรมความสนุกสุดยิ่งใหญ่ตลอดเดือนเมษายน เมื่อ เลเจนด์สยาม พัทยา จัดงานต้อนรับเดือนแห่งความสุขของคนไทย พร้อมปรับโฉมใหม่สู่เมืองท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ “เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา” ประกาศเปิดตัวเป็น “เมืองต้นไม้มหัศจรรย์ พืชสีเขียวแห่งอารยะสยาม” ดินแดนแห่งพืซมหัศจรรย์ กัญชง กัญชา ที่มาเติมเต็มให้เลเจนด์สยามฯ สร้างตำนานใหม่ให้เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในภาคตะวันออกที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

คุณศิริญา เทพเจริญ กรรมการบริหารบริษัท NUSA – CSR ผู้สร้างเลเจนด์สยาม พัทยา กล่าวว่า ”เนื่องจากโลกเรามีความเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยเฉพาะยิ่งมีสถานะการโควิด ระบาด ก็เป็นตัวเร่งตัวหนึ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ที่โดนผลกระทบหนักที่สุดภาคส่วนหนึ่ง เราเลยคิดว่า เลเจนด์สยามแต่เดิม อยู่ด้วยการท่องเที่ยว จึงเจอผลกระทบหนักเช่นกัน เราจึงมีนโยบายปรับ เลเจนด์สยามพัทยาโฉมใหม่ ไม่ให้อิงเรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว และเรามองว่าตอนนี้เรื่องสุขภาพกำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงและเหมาะสมกับโลกยุคนี้มากๆ เลเจนด์สยาม จึงปรับโฉมไปสู่ “ดินแดนแห่งพืชมหัศจรรย์” นั่นก็คือ กัญชง กัญชา โดยที่นี่จะเป็นทั้งแหล่งวิจัย ปลูก และสกัดสาร CBD ที่จะนำไปใช้ทางการแพทย์ เลเจนด์สยาม นอกจากจะเต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวมากมาย ทั้งโซนงานวัด บ้านแม่นาค โซนรักดอกให้มาถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ เรายังพร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเที่ยวชมแปลงกัญชาที่เราปลูกไปแล้วหลายไร่ ทั้ง Indoor และ Out door ชมพิพิธภัณฑ์กัญชา เข้ามาเพื่อศึกษาและชอปปิ้งผลิตภัณฑ์กัญชาที่มีครบ เราเป็นตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ นอกจากนี้เรายังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของต้นกัญชาโดยที่ไม่ต้องปลูกเอง เราจึงทำโครงการ “ต้นไม้ทองคำ” เปิดให้มาร่วมลงทุนกับเราเพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมาย โดยผู้สนใจเข้าไปดูรายละเอียดและจองได้ที่ http://www.nusacsr.com และสำหรับ เลเจนด์สยาม โฉมใหม่นี้ เรามั่นใจว่า คุณจะได้ครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ” 

เลเจนด์สยาม พัทยา ประกาศพร้อมเปิดตำนานการท่องเที่ยวอีกครั้ง ทุ่มงบจัดอีเวนท์สุดอลังการ เฉลิมฉลองสร้างสุขให้คนไทย หวังสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายให้ภาคการท่องเที่ยว ในทุกวัน ศุกร์-เสาร์ ตลอดเดือนเมษายน ประกาศกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเลเจนด์สยาม พัทยา พร้อมเดินหน้าจัดงานฉลองเมษา 2022 อย่างยิ่งใหญ่ ยกขบวนศิลปินชื่อดังมากมายประชันเปิดคอนเสิร์ต ด้วยโปรดักชั่นขนาดใหญ่ทั้งแสงสีเสียงแบบจัดเต็ม ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 อย่างเข้มงวด พร้อมระดมมหกรรมทุกความสนุก สุดอึ้ง สุดทึ่ง สุดเฟี้ยว สุดอร่อย มารวมไว้ใน เลเจนด์สยาม พัทยา มากมาก เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์

สำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับการเดินทางไปชิลๆ ชิคๆ รับความคูลแบบสุดพิเศษในช่วงกลางปีเพื่อคลายร้อน ต้องไม่ควรพลาดกับ “มหัศจรรย์ FUN FEST” ที่ เลเจนด์ สยาม พัทยา ที่จัดยิ่งใหญ่อลังการกว่าทุกปี จัดเต็มความสนุกตลอดทั้งเดือนเมษายน พร้อมปรับเวลาการเข้าชม เลเจนด์ สยาม ใหม่ จากที่เคยเปิดตั้งแต่เวลา 10.30 – 19.30 น.ปรับช่วงเวลาเปิดเป็น 12.00 – 21.00 น. ซึ่งความพิเศษความสนุกของงานเปิด “เมืองต้นไม้มหัศจรรย์” ตลอดเดือนเมษายนนี้ท่านจะได้พบกับ

  • ชมบอลลูนยักษ์ ลอยเด่นเต็มฟ้า
  • ตื่นตากับว่าวถุงลมแฟนซี รูปปลาทะเล ขนาดยักษ์ ลอยวิบวับไปมาสวยงามสุดบรรยาย
  • เที่ยวชมไร่กัญชา Out door และ In door มหัศจรรย์กับทุ่งสีเขียวขจีเต็มทุ่งแบบสุดฟิน
  • ชมพิพิธภัณฑ์กัญชา ความมหัศจรรย์ที่คุณไม่คาดคิดว่าจะมีแบบนี้ในเมืองไทย
  • ชมและแชะในโซน “รักดอก” ความมหัศจรรย์บนภาพถ่ายท่ามกลางดอกไม้นับพันที่คุณจะแชร์ได้อีกนานแสนนาน
  • เที่ยวเล่นในโซนงานวัด ก่อกองทราย ฉลองเดือนแห่งความสุขในเทศกาลสงกรานต์
  • ตื่นตะลึงกับความงามของสามการประกวด หนูน้อยสงกรานต์ / สาวงามสงกรานต์ (สาวประเภท 2 และ นางสงกรานต์
  • ระทึกกับ “บ้านแม่นาค” ความน่ากลัว สุดระทึกที่ติดอันดับความน่ากลัว 1 ใน 5 ของเอเชีย
  • ตะลุยชิม ชอป ชิล เอร็ดอร่อยกับ Food Truck และร้านอาหารที่เข็นเมนูกัญชามากมาย มาสร้างความสุขให้ลูกค้า

นอกจากนี้ เลเจนด์ สยาม ยังทุ่มงบขนศิลปินชื่อดังมากมายมาโชว์แบบจัดเต็มให้ดูกันแบบฟรีๆ! ในเดือนเมษายน โดยอัดแน่นความสนุกทุกวันศุกร์-เสาร์ ที่มาในธีมสุดจี๊ด อาทิ มหัศจรรย์ลูกทุ่ง

  • วันที่ 11 เมษายน 2565 ใบเตย อาร์สยาม
  • วันที่ 12 เมษายน 2565 เป๊กกี้ ศรีธัญญา

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.033-073-333 หรือ FB : Legend Siam งานนี้ขอบอกเลยว่า ใครร้อน ใครล้า ใครมองหาความสนุก ตรงมาที่ เลเจนด์สยาม พัทยา มีครบทุกองศาความเพลิดเพลินที่คุณจะต้องจดจำไปอีกนาน

อาหารคีโต (Keto diet) ลองกินเพื่อลดน้ำหนักตัวจะดีไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680144

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 11:45 น.อาหารคีโต (Keto diet) ลองกินเพื่อลดน้ำหนักตัวจะดีไหม

โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fdrwinaidahlan%2Fposts%2F2773625626278730&show_text=true&width=500

ถามกันอยู่บ่อยว่า “อาหารคีโต” เป็นไง ควรลองไหม อาหารคีโตคืออาหารโลว์คาร์บ (Low carb diet) กลุ่มหนึ่งเน้นการใช้ไขมันทดแทนน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรต ใช้โปรตีนน้อย ผักผลไม้น้อยเนื่องจากในผักผลไม้มีน้ำตาลและแป้งอยู่จำนวนไม่น้อย เว้นแต่ผักผลไม้บางชนิดรวมทั้งนัท (Nuts) ก่อนจะเล่าเรื่องอาหารคีโต ขอเกริ่นเรื่องอาหารโลว์คาร์บสักหน่อย สูตรอาหารโลว์คาร์บที่ดังที่สุดในอดีตคือ “แอตกินส์” (Atkin’s diet) อาหารคีโตจึงแทบไม่ต่างจากอาหารแอตกินส์ระยะแรกเลย

เมื่อครั้งที่สูตรแอตกินส์ระยะแรกเริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทย ผู้ที่แปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทยคือผมเอง เป็นผลให้เข้าใจหัวใจการทำงานของอาหารกลุ่มนี้ดีพอควร หลักการคือลดคาร์โบไฮเดรตให้ต่ำที่สุดโดยใช้ไขมันทดแทนเพื่อปรับร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองให้หันไปใช้คีโตนบอดีส์ (Ketone bodies) เป็นแหล่งพลังงานแทนน้ำตาล เป็นผลให้ออกอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวจึงลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเห็นผลในระยะสั้น แต่ระยะยาวกลับเป็นปัญหา ภายหลังจึงปรับเป็นสูตรอาหารแอตกินส์ระยะสองที่คล้ายสูตรอาหารโลว์คาร์บอื่นๆ ไม่ว่าสูตรเซาท์บีช (Southbeach diet) และพาเลโอ (Paleo diet) นั่นคือ นั่นคือหันมาใช้โปรตีนมากขึ้น

สูตรอาหารคีโตเน้นการทำให้ตับสร้างคีโตนบอดีส์จากไขมัน ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นไม่ง่าย เพิ่มโปรตีนในอาหารไปนิดเดียว กลไกการสร้างคีโตนบอดีส์ในตับก็สะดุดลงแล้ว การบริโภคคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก ไขมันสูงจึงต้องใช้เวลานานหลายวัน ผักผลไม้หลายชนิดให้แป้งและน้ำตาลจำนวนหนึ่ง การได้รับผักผลไม้โดยรวมต่ำทำให้เสี่ยงต่อการขาดใยอาหารและไฟโตนิวเทรียนท์ การได้รับโปรตีนต่ำเสี่ยงต่อกลไกอันเป็นปกติของร่างกาย การได้รับไขมันสูง เสี่ยงต่อภาวะคอเลสเตอรอลสูงในเลือดเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแดงแข็งก่อปัญหาโรคหัวใจและโรคสมอง การขาดน้ำตาลสร้างปัญหาต่อการทำงานของสมอง สรุปคือไม่แนะนำให้ใช้สูตรอาหารคีโตในระยะยาว หากบริโภคเป็นมื้อคีโต (Keto meal) เป็นครั้งเป็นคราวคงไม่เป็นปัญหาแต่คงหวังเรื่องการลดน้ำหนักตัวไม่ได้

แล้วจะแนะนำอย่างไร หากประสงค์จะใช้สูตรอาหารคีโตเป็นครั้งเป็นคราว เช่นที่เป็นกระแสกันอยู่ ก็ใช้ไปเถอะไม่ได้ห้าม เพียงขอให้เข้าใจผลดีผลเสีย โดยยังแนะนำให้เสริมโปรตีน เสริมผักผลไม้ ไม่อยากให้ขาด หากต้องการลดน้ำหนักตัวให้เป็นเรื่องเป็นราว แนะนำให้ลดน้ำตาลและพลังงานมากกว่าเลือกลดเฉพาะคาร์โบไฮเดรตทั้งกลุ่ม สุดท้ายสิ่งที่ทำให้การลดน้ำหนักตัวได้ผลคือลดอาหารให้พลังงานที่ได้รับต่อวันลง ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูง สรุปคือลดอาหารให้พลังงานลง ออกกำลังกายมากขึ้น นี่คือสูตรสำเร็จที่จิรัง จำกันง่ายๆอย่างนั้นก็เพียงพอแล้ว

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #อาหารคีโต, #ลดน้ำหนักตัว

ที่มา : Dr.Winai Dahlan

3 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ ลดเสี่ยงท้องยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680104

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 07:10 น.3 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ ลดเสี่ยงท้องยาก

ปรับรูปแบบการกินตามหลักโภชนาการช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก และพักผ่อนให้เพียงพอ 3 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ ลดเสี่ยงท้องยาก

ฮอร์โมน (Hormone) คือสารเคมีที่ถูกสร้างขึ้นจากกลุ่มเซลล์ในต่อมไร้ท่อ (Edocrine Gland) แล้วส่งไปตามกระแสเลือด ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อกระตุ้น หรือยับยั้งกระบวนการต่างๆ ในเซลล์ หรืออวัยวะเป้าหมาย (target cells หรือ target organs) ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการต่างๆในร่างกาย ได้แก่  ช่วยในการเจริญเติบโต  การอยากอาหาร  การย่อยอาหาร  การนอนหลับ  รอบเดือน  อุณหภูมิของร่างกาย  อารมณ์ และ พฤติกรรมการเข้าสังคม ระบบภูมิคุ้มกัน กลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย รวมไปถึงการทำงานของระบบสืบพันธุ์ สำหรับการ “การตั้งครรภ์” นั้น ฮอร์โมนเพศไม่สมดุลจะส่งผลต่อ  ประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่  ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ ไข่ไม่ตก ไข่ด้อยคุณภาพ รังไข่เสื่อมก่อนวัย  ผนังมดลูกไม่หนาตัวพร้อมรับการฝังตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องยากนั่นเอง

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์และผู้ก่อตั้งเพจ BabyandMom ให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก โดย บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า จากการศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับผู้มีบุตรยากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รวบรวมวิธีการปรับสมดุลฮอร์โมนที่สามารถทำได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ยา ทำได้ด้วยตัวเอง เพียงฝึกปฏิบัติและ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูแลตัวเองหลักๆ 3 ประการ ได้แก่ 1.ปรับรูปแบบการกิน ตามหลักโภชนาการช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน 2 .ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก 3. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ปรับรูปแบบการกินตามหลักโภชนาการช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน

การกินอาหารส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมน การทานอาหารที่ทำให้ร่างกายอักเสบยิ่งทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล  อยากมีสุขภาพดีต้องทานอาหารดีๆ อาหารช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนได้ หากกินแต่อาหารไขมันสูง น้ำตาล ของหวาน แอลกอฮออล์ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องประจำเดือนต้องหันมาทานอาหารที่ช่วยบำรุงเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน  ได้แก่ 

เพิ่มโปรตีน 

มีการศึกษาจาก Harvard School of Public health พบว่า การทานโปรตีนจากสัตว์อาจมีฮอร์โมนเร่งเนื้อแดงตกค้างและมีไขมันสูงทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงมีบุตรยากถึง 39%  ดังนั้นควรเลือกทานโปรตีนสัตว์ที่มีแหล่งโปรตีนชั้นดี และไม่ติดมัน เช่น ไข่ เนื้อปลา อกไก่ หรือ นมแพะ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยหนึ่งชื่อว่า Protein intake and ovulatory infertility ของ Harvard School of Public Health ที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of obstetrics and gynocology เมื่อปี 2008  ศึกษาพบว่าผู้หญิงที่เปลี่ยนการรับประทานโปรตีนจากสัตว์มาเป็นโปรตีนจากพืช ช่วยลดความเสี่ยงจากการมีบุตรยาก เนื่องจากปัญหาไข่ไม่ตกได้ถึง 50%  โดยโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ได้แก่ ถั่วเหลือง อัลมอนด์ งาดำ ควินัว เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

ลดคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรต

เมื่อร่างกายรับคาร์โบไฮเดรตมากเกินความจำเป็น ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในรูปแบบกลูโคสและกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกาย เสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ยากทั้งสิ้น จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อปี 2017 ศึกษาพบว่าการทานอาหารแบบลดคาร์บประเภท Refined Carb ลง ช่วยลดระดับอินซูลิน ส่งผลต่อฮอร์โมนที่สมดุล วงจรการตกไข่เป็นปกติขึ้น ทำให้มีอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2012 ศึกษาพบว่า การทานอาหารแบบเพิ่มโปรตีนและลดคาร์บลง ส่งผลให้ลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้ มีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นจาก16.6% เป็น 83% เลยทีเดียว

ดังนั้น ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หรือ คาร์โบไฮเดรตที่ไม่ขัดสี (Complex Carb) ได้แก่ ข้าวกล้อง ควินัว และธัญพืชที่ช่วยเสริมภาวะเจริญพันธ์ (Fertility) เช่น อัลมอนด์ แฟล็กซีด และลูกเดือย งาดำ เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

งดหวาน 

น้ำตาล ทำลายเซลล์ไข่ของผู้หญิง เนื่องจากน้ำตาลจากอาหารแปรรูป เช่น น้ำหวาน ขนมเค้ก ชานม ชาเย็น นมข้น สารพัดรูปแบบ เป็นน้ำตาลขัดขาว (refined sugar) เมื่อทานเข้าไปแล้วร่างกายจะย่อยทันทีส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเฉียบพลัน และกระตุ้น “การหลั่งอินซูลิน” ซึ่งเป็นสาเหตุในการเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS หากเกิดภาวะดื้ออินซูลิน (insulin resistance) จะส่งผลให้ไข่ไม่ตกเรื้อรัง ไข่ใบเล็กด้อยคุณภาพ

โดยมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Panminerva Medica เมื่อปี 2019  รายงานผลการศึกษาว่าผู้หญิงที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน (BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25) ส่งผลให้ไข่ไม่ตก ประจำเดือนมาไม่ปกติ เซลล์ไข่ด้อยคุณภาพ ฮอร์โมนไม่สมดุล  โดยในกระบวนรักษาภาวะมีบุตรยากจะมีอัตราความสำเร็จต่ำกว่ากลุ่มที่น้ำหนักปกติ  ยิ่งถ้าค่า BMI ในระดับ 30 จะเสี่ยงต่อการแท้งบุตรมากขึ้นด้วย ในขณะที่น้ำตาลจากธรรมชาติที่ได้จาก ผัก ผลไม้ อินทผลัม น้ำผึ้งชันโรง หรือ นม มีสารอาหารและกากใยไฟเบอร์ ช่วยให้ระบบ เมแทบอลิซึม (Metabolism) ทำงานอย่างช้าๆ ส่งผลให้ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดทันที ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม และยังให้วิตามินและแร่ธาตุ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย

ทานกรดไขมันดี

ร่างกายต้องใช้ ไขมันดี (High Density Lipoprotein : HDL) ในการผลิตฮอร์โมนเพศ มีความจำเป็นอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง หากร่างกายไม่ได้รับไขมันดีอย่างเพียงพอร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศได้น้อยลง ส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่า การรับประทานโอเมก้า 3 ช่วยให้ฮอร์โมนสมดุล การตกไข่เป็นปกติ และยังช่วยให้ไข่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวสำคัญในการทำให้มดลูกหนาตัวเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้หญิงที่ต้องใช้กระบวนการทางการแพทย์ในการทำเด็กหลอดแก้ว การได้รับโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ล่วงหน้าส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์อีกด้วย โดยไขมันดี (HDL) พบในปลาทะเล น้ำมันปลา (Fish Oil) อะโวคาโด ธัญพืชจำพวก งาดำ แฟล็กซีด และอัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย เป็นต้น

เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) มีประโยชน์ต่อภาวะเจริญพันธุ์ เนื่องจากการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปขัดขวางการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ รวมถึงเซลล์ไข่ด้วย โดยอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม มะนาว มะกรูด ผักผลไม้ เช่น ผักเคล ผักโขม กะหล่ำม่วง มะเขือเทศ บีทรูท แครอท ทับทิม ธัญพืช เช่น ถั่วต่างๆ งาดำ ควินัว แฟล็กซีด

มีรายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Food Sciences and Nutrition เมื่อปี ค.ศ. 2009 ศึกษาพบว่า ในมะกรูดสดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ในกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)   ชื่อว่า เควอซิทิน(Quercetin) สูงสุดในกลุ่มของพืชผลไม้รสเปรี้ยวเป็นแอนตี้ออกซิแดนซ์ชั้นดีที่หาได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Ovarian Research ปี 2020 ศึกษาพบว่าสาร “เควอซิทีน” ช่วยลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย และช่วยเสริมการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และ เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญในการสืบพันธุ์ รอบเดือน และการตั้งครรภ์

2. ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก

ในผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง หรือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผิดเพี้ยน ทำให้รังไข่ทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประจำเดือนไม่มาตามปกติ ไข่ไม่ตก สำหรับเคสที่อ้วน หรือ น้ำหนักเกิน มีข้อมูลทางการแพทย์เปิดเผยว่าคนอ้วนจะมีปัญหาเรื่องการตกไข่และการมีประจำเดือน ทำให้ท้องยากกว่าคนน้ำหนักตัวปกติ ถึง 2 เท่า! ตามหลักของการวัดค่าดรรชนีมวลกายมาตรฐานคนเอเชียแล้วเกณฑ์ปกติจะอยู่ที่ 18.5-22.9 สูตรคำนวนคือ “Body Mass Index หรือ BMI  = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)/ส่วนสูง(เมตร)x ส่วนสูง (เมตร)” ถ้าค่า BMI น้อยกว่า 18.5 ถือว่าผอมไป  แต่หากค่า BMI มากกว่า 24.9 ถือว่าอ้วน

กรณีที่ผอมไปหรือลีนเกินไป หรือผู้ที่ออกกำลังอย่างหนัก และมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายที่ต่ำเกินไปจะส่งผลให้ท้องยาก เพราะมีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน ซึ่งผู้หญิงต้องมีไขมันดีเป็นสารตั้งต้นของการสร้างฮอร์โมนเพศ นายแพทย์โรเบิร์ต จาก Corado for Reproductive Medicine เผยว่า ผู้หญิงที่สุขภาพดีและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่า ควรมีค่า body fat ไม่ต่ำกว่า 17-19%  

3. พักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายเครียด

การนอนไม่เพียงพอก่อให้เกิดความเครียดสะสม ส่งผลให้ฮอร์โมนความเครียด หรือ ที่เรียกว่า “คอร์ติซอล” ถูกหลั่งออกมามากเกินไป และไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Sleep Medicine Report เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่าทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย สมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้หลับ หรือ ตื่น เช่น ฮอร์โมนเมลาโทนิน และ คอติซอล เป็นสมองส่วนที่กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพศด้วย ดังนั้นฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่ในผู้หญิง และ ฮอร์โมนที่ควบคุมการผลิตสเปิร์มในผู้ชายจึงมีความสัมพันธ์กับคุณภาพของการนอนหลับด้วยนอกจากนี้แล้วในผู้หญิงการนอนไม่เพียงพอยังส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมน Luteinizing Hormone (LH) ที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่จะมีการตกไข่ หากฮอร์โมน LH ผิดปกติ ส่งผลต่อการตกไข่และรอบเดือนที่ไม่ปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากนั่นเอง

ส่วนในผู้ชายนั้น มีงานวิจัยของ Boston University School of Public Health เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่าการนอนที่เพียงพอนั้นควรนอนหลับ 7-8 ชม.ต่อวัน ผู้ชายที่นอนน้อยกว่า 6 ชม.หรือ นอนมากกว่า 9 ชม.ต่อวัน ส่งผลต่อโอกาสในการทำให้คู่ของตนเองตั้งครรภ์ลดลง 42% ในแต่ละรอบเดือน

ดังนั้น การปรับสมดุลฮอร์โมน ต้องเริ่มต้นจากการหันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ หันมาออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก พยายามผ่อนคลายจัดการกับความเครียด นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อฮอร์โมนกลับมาสมดุล การทำงานของระบบสืบพันธุ์ปกติ ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊กเพจ เว็บไซต์ หรือ ไลน์แอดภายใต้ชื่อเดียวกัน BabyandMom.co.th ครูก้อย นัชชา กล่าวสรุป