Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679610

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 11:01 น.Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี

3 เซเลบสายช้อป ชวนเปิดประสบการณ์ช้อปสุดคุ้ม กับซิกเนเจอร์แคมเปญเพื่อนักช้อปตัวจริง ที่งาน Central Midnight Sale ในคอนเซ็ปต์ “GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี”

เปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่รับซัมเมอร์ ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ปล่อยซิกเนเจอร์แคมเปญ “Central Midnight Sale” งานเซลที่ดีที่สุดของเมืองไทยที่ครองใจนักช้อปไทยมายาวนานกว่า 33 ปี โดยครั้งนี้กลับมาทวีความสนุกให้วงการรีเทลและแฟชั่นประเทศไทย ด้วยการต่อยอดคอนเซ็ปต์สุดเก๋จากครั้งก่อน ในคอนเซ็ปต์ใหม่ “Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” #NewArrival ต้อนรับลูกค้าช่วงซัมเมอร์ ด้วยสินค้าแบรนด์ สุดฮอตทั้งไทยและต่างประเทศ ครบครันทุกหมวดหมู่ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลดทั้งห้าง! สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50% พร้อมบริการและสิทธิพิเศษที่ดีและคุ้มที่สุด เริ่มแล้ววันนี้ – 5 เมษายน 2565 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “งาน Central Midnight Sale เป็นซิกเนเจอร์แคมเปญสำคัญของห้างเซ็นทรัล ที่นักช้อปรอคอยในทุกไตรมาส เพราะมีกิมมิคและกิจกรรมสนุกๆ ให้ลูกค้าได้ตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง และครั้งล่าสุด! ได้ยกระดับความสนุก ด้วยการต่อยอดคอนเซ็ปต์สุดเก๋จากครั้งก่อน ในคอนเซ็ปต์ “GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” รวมสินค้า New Arrival กับกิมมิคสนุกๆ ที่แก้ปมการช้อปปิ้งให้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป ด้วยการเปลี่ยนชื่อสินค้าให้รู้สึกว่ายังไม่เคยมี เช่น Sky Heels – รองเท้าส้นสูง, Goodnight Bag – หมอน และแม้คุณจะมี Sky Heels แล้ว แต่มีได้อีกเพราะชิ้นนี้เป็น New Arrival ซึ่งมาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50% และสิทธิพิเศษและความคุ้มค่าอีกมากมาย เราพร้อมสร้างสีสันปลุกมู้ดการช้อปปิ้งในช่วงไฮซีซั่นให้กลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น และหวังว่าแคมเปญนี้จะสร้างความสุขและความประทับใจให้นักช้อปได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเคย”

และเพื่อต้อนรับบรรยากาศการช้อปปิ้งในช่วงซัมเมอร์ ห้างเซ็นทรัลได้ชวนเซเลบสายช้อปอย่าง เมลนีย์ อยู่วิทยา, ศิลป์ศุภา อภิรักษ์ทานนท์ และ พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ มาร่วมช้อปเพลินๆ กับสินค้าคอลเลกชั่นใหม่สุดฮอตจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ครบครันทุกหมวดหมู่ ลดทั้งห้าง ทุกชั้น ทุกแผนก 

เริ่มที่ คุณเมย์ – เมลนีย์ อยู่วิทยา เผยว่า “พอโตขึ้นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเมย์ เริ่มสนุกกับการอยู่บ้านเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเอง เซ็นทรัลมิดไนท์เซลรอบนี้เลยตั้งใจมาช้อปอุปกรณ์ของใช้ภายในบ้านโดยเฉพาะเครื่องครัวค่ะ โดยจะเน้นที่ดีไซน์สวยคลาสสิกเข้ากับการตกแต่งบ้าน และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับตัวเรา ซึ่งก่อนมาช้อปเมย์แอบทำการบ้าน เลือกดูสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มาก่อน ซึ่งก็มีหลาย      แบรนด์ดังที่ร่วมโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 50% แถมยังมีส่วนลดเพิ่มเมื่อใช้คะแนนจากเดอะวันอีกด้วย เรียกว่า      มิดไนท์เซลเป็นแคมเปญที่ทำให้เราสนุกกับการช้อป ซื้อของได้คุ้มขึ้น จนเมย์อดใจไม่ไหวจริงๆ ค่ะ (ยิ้ม)”

ด้านคุณพีซ – ศิลป์ศุภา อภิรักษ์ทานนท์ ดีไซเนอร์สาวตัวแทนเวิร์กกิ้งวูแมนสายแฟฯ กล่าวว่า “ส่วนตัวพีซเป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้ว และด้วยความที่เราเป็นดีไซน์เนอร์จึงต้องอัพเดตเทรนด์แฟชั่นอยู่ตลอด แต่จะมีทริคการช้อปโดยเน้นเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลที่ใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน จริงๆ แล้วตั้งแต่เด็กจะมาช้อปที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมทุกอาทิตย์ เพราะว่าอยู่ใกล้บ้าน แต่ที่สำคัญมีสินค้าแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย ยิ่งเป็นช่วงจัดงานเซ็นทรัลมิดไนท์เซลบอกเลยว่าไม่เคยพลาด เพราะคอลเลกชั่นใหม่ ร่วมโปรโมชั่นลดคุ้มสุดๆ อย่างวันนี้ พีซมาช้อปชุดว่ายน้ำค่ะ เพราะเป็นคนชอบไปทะเลมากๆ จะต้องมีชุดว่ายน้ำสำรองไว้สำหรับทุกทริป เรียกว่าเป็นแฟชั่นไอเท็มรับซัมเมอร์ที่ต้องมี! ซึ่งใครที่กำลังมองหาไอเท็มใหม่ๆ อัพลุคเก๋ไว้ถ่ายรูปลงโซเชียลแซบๆ แคมเปญนี้ห้ามพลาดเลยค่ะ”

ปิดท้ายด้วย คุณแป้ง – พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เซเลบริตี้สาวสวยที่ชื่นชอบการดูแลตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัลว่า “แป้งช้อปประจำที่ห้างเซ็นทรัลอยู่แล้ว เพราะมีหลายแบรนด์ที่เราชอบ มีคอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่อินเทรนด์ทันสมัย ซึ่งซัมเมอร์นี้ไอเท็มที่อยากแนะนำให้ทุกคนมี คือเดรสสั้นเข้ารูปค่ะ แป้งเดินห้างบ่อยค่ะเพราะชอบออกมาเดินช้อปด้วยตัวเอง จะได้เลือกได้ลองสินค้าอย่างเต็มที่ ทั้งสินค้าแฟชั่น สกินแคร์ เครื่องสำอาง ส่วนตัวจะชอบแต่งหน้าแนวเอิร์ธโทนรู้สึกว่าเข้ากับทุกสถานการณ์ค่ะ แต่จะแอบแพ้ทางกับรองเท้า หากออกคอลเลกชั่นใหม่จะรีบซื้อเลย แต่ดีที่ช้อปที่งานนี้ทำให้ไม่รู้สึกผิด เพราะเขาจัดในธีม ‘#GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี’ ทำให้มีแล้วมีได้อีก เพราะเรียกชื่อไม่เหมือนกัน ”

พบไฮไลต์เด็ดกับกิจกรรม และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ ไม่ว่าจะมา ช้อปหน้าร้าน ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือช้อปผ่านทางแพลตฟอร์มออมนิชาแนล ดังนี้ Central App, เว็บไซต์ http://www.central.co.th, Central Chat & Shop, Central Call & Shop, Personal Shopper On Demand โทร. 1425 หรือช้อปผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และอินบ็อกซ์เพจหลักของห้างที่ คลิก https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore/ อาทิ

–              สินค้าแบรนด์ชั้นนำสุดฮอต ลดทั้งห้าง! ทุกชั้น ทุกแผนก! สินค้าคอลเลกชั่นใหม่ (New Arrival) ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50%

–              ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 34%

–              รับคูปองแทนเงินสด หรือ E-Coupon และเครดิตเงินคืนสูงสุด 21% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

–              รับคูปองส่วนลด 150 บาท  เมื่อแลกคะแนน The1 1,000 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชั่นเดอะวัน        

–              ลูกค้าเอไอเอส ใช้ 100 พอยต์ แลกรับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 100 บาท (จำนวนจำกัด 5,000 สิทธิ์ตลอดรายการ)

–              ลูกค้า Mastercard รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 1,000 บาท เมื่อช้อป 20,000 บาทขึ้นไปต่อเซล สลิป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน / จำนวน 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)

–              ลูกค้า Dolfin รับคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน) และเมื่อช้อปครบทุก 25 บาท รับคะแนน The 1 point X2

–              รับสิทธิพิเศษเพิ่มจากบัตรเครดิตชั้นนำ

พลาดไม่ได้! กับ “Midnight Market” รวบรวมไอเท็มสุดฮอตภายในห้างมาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปในที่เดียว เป็น One Stop Shopping Point ด้วยบรรยากาศสุดชิคตอบโจทย์ลูกค้าให้ช้อปสะดวก พบกันที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ ชิดลม, ลาดพร้าว, เซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์, ปิ่นเกล้า, บางนา, อีสต์วิลล์ และเวสต์เกต

มาช้อปมันส์ ที่งาน Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” #New Arrival ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2565 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ พร้อมแฮชแท็กร่วมสนุกกันได้ที่  #CentralMidnightSale #GuiltyFreeFestival   #CentralDepartmentStore

ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย กับโฉมใหม่ คิง เพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679597

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 09:44 น.ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย กับโฉมใหม่ คิง เพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ

เผยโฉมใหม่ ‘คิง เพาเวอร์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ’ ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย สร้างปรากฏการณ์ Duty Free World Class Shopping Destination

ขานรับนโยบายฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คิง เพาเวอร์ ประกาศความพร้อม ‘คิง เพาเวอร์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ’ โฉมใหม่ โชว์ศักยภาพการบริหารธุรกิจดิวตี้ ฟรี และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยาน ผนึกกำลังลักชัวรี่แบรนด์ สร้างปรากฏการณ์ ‘ดิวตี้ ฟรี เวิล์ดคลาส ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น’ เสริมภาพลักษณ์ความเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคของสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเผยโฉมใหม่ ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย วันที่ 1 เมษายน นี้

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวถึง ความพร้อมในการ ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่นเดียวกับธุรกิจท่องเที่ยวภาคเอกชนอื่นๆ ในเดือนเมษายน นี้ ว่า “ในฐานะที่ คิง เพาเวอร์ เป็นผู้บริหารร้านค้าดิวตี้ ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ของสนามบินสุวรรณภูมิในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค ในวันที่ 1 เมษายน นี้ ‘คิง เพาเวอร์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ’ มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออก ด้วยโฉมใหม่ของพื้นที่ภายในสนามบิน รองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเป้าหมาย ตามพันธกิจการปรับปรุงตกแต่งร้านค้า โดยหัวใจสำคัญคือการเป็น World Junction ที่ประกอบด้วย World Fashion, World Beauty และ World Duty Free เพื่อสร้างปรากฏการณ์ ‘ดิวตี้ ฟรี เวิล์ดคลาส ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น’ (Duty Free World Class Shopping Destination) เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค ตอกย้ำภาพลักษณ์สนามบินที่มีความครบครันของแฟล็กชิพ สโตร์ของแบรนด์เนมระดับโลก มีความสมบูรณ์ในระดับสากล

ช้อปแบรนด์แฟชั่นระดับตำนาน

โดยล่าสุด คิง เพาเวอร์ ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์แฟชั่นปารีสระดับตำนาน ‘หลุยส์ วิตตอง’ (Louis Vuitton) ในการร่วมพลิกโฉมหน้าใหม่แห่งประวัติศาสตร์ ด้วยการเปิดแฟล็กชิพสโตร์ภายในสนามบินที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์การเดินทางครั้งใหม่ กับ ‘กุชชี่’ (Gucci) แบรนด์แฟชั่นระดับตำนานสัญชาติอิตาลี ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยี LED video wall display มาสร้างสีสันให้ ‘กุชชี่’ ด้วยการเป็น LED Boutique ในสนามบินครั้งแรกของเอเชีย รวมถึงแฟลกซ์ชิพสโตร์ระดับลักชัวรี่แบรนด์ชั้นนำอีกมากกว่า 20 แบรนด์ระดับโลก ได้แก่ คาร์เทียร์ (Cartier), ชาแนล (Chanel), แอร์เมส (Hermes), เฟอร์รากาโม (Ferragamo), โบเตก้า เวเนต้า (Bottega Veneta), แซงต์ โลรองต์ (Saint Laurent), Balenciaga (บาเลนเซียกา), เซลีน (CELINE), โลเอเว่ (LOEWE) และริโมวา (Rimowa) เป็นต้น ซึ่งร่วมกันผนึกกำลังเพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็น World Junction ของ World Fashion ที่มีแบรนด์ระดับโลกครบทุกแบรนด์

สำหรับพื้นที่ในโซน World Beauty ในการปรับปรุงตกแต่งร้านค้าครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก 5 แบรนด์ ชั้นนำ ได้แก่ ชาแนล (Chanel), เอสเคทู (SKII), ลังโคม (Lancôme), เอสเต้ ลอเดอร์ (ESTÉE LAUDER) และ ดิออร์ (DIOR) เปิดแฟล็กชิพสโตร์เครื่องสำอางและน้ำหอม หนุนความเป็น Beauty Gate Way ระดับลักชัวรี่ นอกจากนี้ ยังปรับปรุงในส่วนของพื้นที่ World Duty Free ซึ่งรวบรวมสินค้ายอดนิยมของนักเดินทาง ได้แก่ สุรา, ขนมและของฝากที่ระลึกทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าอัตลักษณ์ไทยพื้นบ้านที่ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนเศรษฐกิจชุมชน

ในส่วนของการอำนวยความสะดวกระหว่างเดินทาง ได้ทำการปรับปรุง The Atlas Club และ King Power Space สำหรับให้บริการสมาชิก คิง เพาเวอร์ ภายใต้มาตรการสุขอนามัยระดับสากล แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายแก่นักเดินทาง ซึ่งสมาชิกฯ สามารถตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้บริการล่วงหน้าที่ http://member.kingpower.com

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงในส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้มีความพร้อม สามารถรองรับการให้บริการนักท่องเที่ยวในระหว่างเดินทาง ด้วยร้านอาหารชั้นนำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาด้านการให้ ‘บริการ’ ใหม่ในสนามบิน เรียกว่าบริการ KING POWER CLICK & COLLECT ผ่านระบบออนไลน์มาช่วยตอบโจทย์การท่องเที่ยวและการช้อปปิ้งยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว จากที่ไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมงสามารถให้บริการได้เหนือชั้นไม่แพ้ ดิวตี้ ฟรี อื่นๆ ในแถบภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ช่วยอำนวยความสะดวกในการช้อปปิ้งสินค้า ดิวตี้ ฟรี กับ คิง เพาเวอร์ ในระบบออนไลน์ และรับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก สามารถช้อปปิ้งได้จนถึง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง และมีการเพิ่มแบรนด์ดังที่มากกว่าเดิม รวมถึงสินค้า Travel-Exclusive โดยจากการเปิดให้บริการมาแล้ว 3 เดือน บริการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยกลุ่มสินค้ายอดนิยม ได้แก่ เครื่องสำอางและน้ำหอม

ทั้งนี้ การปรับปรุงร้านค้าภายใน คิง เพาเวอร์ ณ สุวรรณภูมิ จะเป็นการต้อนรับการเดินทางเข้า-ออกครั้งใหม่ระหว่างประเทศของนักเดินทางทั่วโลก โดยจะเห็นภาพการเปิดรับนักท่องเที่ยวของแต่ละประเทศชัดเจนขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน นี้ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเสนอ Magnet ใหม่ของ ดิวตี้ ฟรี ระดับเวิล์ดคลาส และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ครอบคลุมการให้บริการสำหรับการเดินทาง เป็น World Junction ใหม่ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ในการเป็นศูนย์กลาง การบินระดับภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์

The Body Shop เพิ่มนิยามความงามบทใหม่ พร้อมแชร์ทิปส์การใช้สกินแคร์จากนักจิตวิทยาผิวหนัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/679599

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 10:45 น.The Body Shop เพิ่มนิยามความงามบทใหม่ พร้อมแชร์ทิปส์การใช้สกินแคร์จากนักจิตวิทยาผิวหนัง

ความยืดหยุ่นจากภายในสู่สุขภาพผิวที่ดีที่สุด นักจิตวิทยาผิวหนัง ดร.เอเลีย อาห์เมด เผยทิปส์การใช้สกินแคร์เพื่อการปกป้องผิวและส่งเสริมสุขภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก

The Body Shop เพิ่มนิยามความงามบทใหม่กับ “Edelweiss” ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าทุกขั้นตอน ที่ให้คุณรู้สึกถึงการฟื้นบำรุงผิวหน้าอย่างล้ำลึก เพื่อผิวสุขภาพดี แข็งแรง และเรียบเนียน ด้วยสารสกัดธรรมชาติของดอก Edelweiss ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเรตินอล ถึง 46% จาก Drops of Youth สู่ Edelweiss ปรากฏการณ์ใหม่ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ยอดนิยมที่มอบประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับข้อเท็จจริงที่ผิวและจิตใจนั้นเชื่อมโยงต่อกัน การศึกษาทางจิตวิทยาผิวหนังพบการเชื่อมโยงกันระหว่างผิวและสุขภาพจิต ซึ่งส่วนสำคัญนั้นก็คือ ความเครียดทางจิตใจส่งผลต่อสุขภาพผิว (และในทางกลับกันผิวก็ส่งผลต่อสุขภาพจิตเช่นกัน) นี่คือเหตุผลที่ The Body Shop ได้ร่วมงานกับนักจิตวิทยาผิวหนัง ดร.เอเลีย อาห์เมด เพื่อทำความเข้าใจถึงหลักการส่งเสริมสุขภาพผิวจากภายใน เช่นเดียวกับดอกอะเดลไวส์นั่นเอง

ดร.เอเลีย เล่าว่า บอกไม่ถูกเลยว่าดีใจแค่ไหนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับ The Body Shop  หนึ่งในแบรนด์ความงามเพียงไม่กี่แบรนด์ที่เคารพในความเชื่อมโยงของผิวพรรณและจิตใจ โดยการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัยนั้นสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยความกลัวและความกังวลใจซึ่งพบมากในผู้หญิง เราจึงต้องเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับผู้คนต่างๆ เพราะสกินแคร์ไม่อาจลดทอนความกลัวของเราได้ แต่ควรจะช่วยส่งเสริมให้รู้สึกมั่นใจขึ้น

ทิปส์เด็ดจาก ดร.เอเลีย อาห์เมด คือการปกป้องผิวและส่งเสริมสุขภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก :

1.   ส่งเสริมความแข็งแกร่งจากภายในในทุกๆ วัน

เมื่อรู้สึกเครียด ร่างกายจะหลั่งสารคอร์ติซอล ซึ่งความเครียดคือตัวการสำคัญที่ทำให้กระบวนการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินลดลงอันส่งผลต่อปราการปกป้องผิว หากปราศจากปราการโดยธรรมชาตินี้ได้ ผิวจะสูญเสียอิลาสตินและความกระชับได้อย่างรวดเร็ว และยังทำให้แผลหายช้าลง และใช้เวลาการซ่อมแซมผิวมากขึ้น  แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย แต่ดอกอะเดลไวส์กลับยังคงเติบโตงอกงาม การบริหารความเครียดอย่างสร้างสรรค์และพัฒนาความแข็งแกร่งจากภายในจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องผิวในทุกๆ วัน

2.   นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

เมื่อพักผ่อนไม่พอ ร่างกายของคุณจะตีความเดียวกันกับความเครียด ส่งผลให้เกิดการอักเสบระคายเคือง และทำให้ผิวอ่อนแอ ช่วงเวลากลางคืนคือช่วงที่คอร์ติซอล ฮอร์โมนความเครียดลดต่ำลงโดยธรรมชาติ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะต่อการฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายหลังจากที่ถูกทำร้ายมาตลอดทั้งวัน ให้ความสำคัญกับการนอนหลับและหลับอย่างมีคุณภาพเป็นประจำ รวมถึงปิดอุปกรณ์ใดๆ ที่อาจรบกวนระหว่างการนอนหลับ เพื่อปลอบโยนจิตใจให้สงบและฝึกเข้านอนเป็นเวลาจนติดเป็นนิสัย เชื่อเถอะว่าผิวจะเปลี่ยนไปมากจริงๆ

3.   รักตัวเองหรือไม่ ดูได้จากผิ

ผู้คนมักจะชอบใจร้ายกับตัวเองเสมอเวลาพูดถึงภาพลักษณ์ รวมถึงการไม่พูดกับตัวเองด้วยคำพูดในแง่ลบซึ่งเป็นตัวการสำคัญของความเครียด ส่งผลให้การผลิตคอลลาเจนลดลง การดึงโปรตีนมาใช้ที่ข้อต่อ และปริมาณอิลาสตินก็ลดลงด้วยเช่นกัน ทำให้ผิวอ่อนแอได้ง่าย

ปลุกการท่องเที่ยวรับซัมเมอร์ ด้วยมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679608

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 10:50 น.ปลุกการท่องเที่ยวรับซัมเมอร์ ด้วยมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปี

เริ่มแล้ว! เซ็นทรัลพัฒนา เปิดมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปีที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ภูเก็ต เดินหน้าปลุกภาคท่องเที่ยวฟื้นทั่วประเทศรับซัมเมอร์ รวมโปรโมชั่นที่พักระดับหรู 5 ดาว และแพ็คเกจท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ

เซ็นทรัลพัฒนา เปิดมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปีที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ภูเก็ต เดินหน้าปลุกภาคท่องเที่ยวฟื้นทั่วประเทศรับซัมเมอร์ สร้าง Tourism Multiplier ท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบข้ามภูมิภาค (Cross-region) ด้วย 2 งานมหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ Dream Vacations & Travel Fair 2022 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ (วันนี้ – 5 เม.ย.65) และงาน Central Phuket Hotel Fair 2022 (วันนี้ – 3 เม.ย.65) รวมโปรโมชั่นที่พักระดับหรู 5 ดาว และแพ็คเกจท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ อาทิ เรือยอร์ช รถเช่า บัตรรับประทานอาหาร และสปาสุดหรู ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมรับสิทธ์ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ จากโรงแรมที่ร่วมรายการ พร้อมจัดเต็มเดินหน้าแคมเปญ “Blooming Summer 2022” ทุ่ม 200 ล้านบาท สร้าง Summer inspiration ด้วยไฮไลท์อีเว้นท์สนุกทุกรูปแบบ เปลี่ยนศูนย์การค้าให้เป็นอาร์ตแกลเลอรี่สวนดอกไม้สุดตระการตา พร้อมโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ Cash back สูงสุด 40% หรือ ผ่อน 0% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และงาน ‘Thailand’s Songkran Fest 2022 สงกรานต์ไทยเบิกบานสุข ทุกสาขาทั่วประเทศ

โดยครั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ผนึกกำลังผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวทุกแขนง ขานรับนโยบายรัฐ ปลุกภาคท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวทั่วประเทศรับซัมเมอร์ สร้าง Tourism Multiplier ท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ นำโดยงาน ‘Dream Vacations & Travel Fair 2022’ งานท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จที่สุดใจกลางเมือง ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และงาน Central Phuket Hotel Fair 2022 ที่จัดขึ้น ณ เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศอย่างภูเก็ต ภายในงาน รวมข้อเสนอที่ดีที่สุดพร้อมส่วนลดมากมายจากโรงแรมรีสอร์ตหรูทั่วประเทศ และแพ็คเกจท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ อาทิ เรือยอร์ช รถเช่า บัตรรับประทานอาหาร และสปาสุดหรู ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมรับสิทธ์ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ จากโรงแรมที่ร่วมรายการ  สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ และช่วยขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวทั้งระบบ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบข้ามภูมิภาค (Cross-region) เพื่อกระจายรายได้ทั่วประเทศ สอดรับกับมาตรการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาครัฐ มั่นใจ สถานการณ์ในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาสที่สอง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ที่ผู้คนเดินทางกลับบ้านใช้ชีวิตกับครอบครัว ออกไปเที่ยวและทานอาหารนอกบ้าน ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยคึกคัก สร้างเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในประเทศมากยิ่งขึ้น

Special deal สายเที่ยวห้ามพลาด! 2 มหกรรมท่องเที่ยวแห่งปี ณ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ภูเก็ต

·      Dream Vacations & Travel Fair 2022 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มแล้ววันนี้ – 5 เม.ย.65 ชั้น 1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

มหกรรมงานท่องเที่ยวทั่วไทยใจกลางเมือง รวมโรงแรม รีสอร์ตสุดหรูระดับ 5 ดาว เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก และ Wellness Destination กว่า 80 โรงแรมทั่วประเทศ อาทิ Centara hotels & resorts, Hyatt Thailand , Sala hospitality group,  Roukh Kiri Khaoyai, Minor Hotels, Thann Wellness, Cape & Kantary hotels, The Ritz-Calton, Koh Samui, Villa Mahabhirom, S hotels and Resorts, Four Seasons Resorts Thailand, Mercure Samui Chaweng Beach Tana, Pullman Phuket Panwa beach, Novotel Phuket Kamala Beach, Movenpick Resort Khao Yai, Movenpick Asara Resort & Spa Hua Hin, SO/ Sofitel Hua Hin, Cape Dara Resort Pattaya, Panpuri Wellness, The Athenee Hotel, A Luxury Collection Hotel, Bangkok, Trisara Phuket,  Praya Palazzo Bangkok, W Koh Samui, My Beach Phuket and Deva Phuket Resorts & Villas, The Standard, Hua Hin, Love Andaman, Mason, Renaissance Phuket Resort & Spa, Intercontinental Koh Samui Resort และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมโปรฯ Special Deal ลดสูงสุด 70% และโปรโมชั่นจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ พร้อมรับสิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน จากโรงแรมที่ร่วมรายการภายในงาน

·      Central Phuket Hotel Fair 2022 รวมโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวกว่า 50 โรงแรม

อาทิ  SALA Phuket Mai Khao Beach, The Naka Phuket, Hyatt Regency Phuket Resort, Samsam Yaonoi Andaman Magic and Art Villas, Avani+ Khao Lak Resort, The Nai Harn, The Racha, Maikhao Dream Villa Resort & Spa, Centara Boutique Collection, COSI Krabi Ao Nang Beach, dusitD2 Ao Nang Krabi, Blue Tree Phuket, HOMA Phuket Town, Wyndham Vacation Resorts Thailand, Twinpalms Hotels & Resorts, Renaissance Phuket Resort & Spa และอีกมากมาย   เสริมทัพด้วยบริษัทยอร์ชนำเที่ยว สวนน้ำ คาบาเร่ต์โชว์ ครบจบในงานเดียว พร้อมโปรฯ ลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันนี้ – 3 เมษายน 2565 ชั้น 1 ฝั่งฟลอเรสต้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต

พร้อมกันนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้ทุ่มงบ 200 ล้านบาท ในแคมเปญ ‘Blooming Summer 2022’ เบิกบานความสุข สนุกรับซัมเมอร์ ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 31 พ.ค. 2565 ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กซัมเมอร์ที่ดีที่สุดของทุกคน ชูกลยุทธ์การเป็น Experience Curator ผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ เนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศให้กลายเป็นสวนดอกไม้สุดตระการตา จากผลงานของ 3 ศิลปินไทยชื่อดังระดับโลก พร้อมการมอบประสบการณ์ Digital experience ร่วมกับ AIS 5G Present Blooming Verse Virtual Runway Show ครั้งแรกกับการชมแฟชั่นแบบ Front Row ในโลกเสมือนผ่าน VR Technology พลาดไม่ได้กับกิจกรรมความสนุก พร้อมโปรโมชั่นมากมาย และ พิเศษรับ Cash back จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 40% และลุ้นรางวัลที่พักสุดหรู รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท กับแคมเปญ “ช้อปแลกเที่ยว” ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2022 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  

CANITT คอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ความงดงามของทิวทัศน์ตลอดเส้นทางโร้ดทริป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679508

วันที่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 11:30 น.CANITT คอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ความงดงามของทิวทัศน์ตลอดเส้นทางโร้ดทริป

สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งสไตล์นิวโบฮีเมียนไปกับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู “คานิท” (CANITT) ในคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ที่ชื่อว่า “เวย์ เอาต์ เวสต์” (WAY OUT WEST) แรงบันดาลใจจากความงดงามของทิวทัศน์ที่ได้พบเจอตลอดเส้นทางโร้ดทริปอันแสนพิเศษ พร้อมเคล็ดลับการแต่งตัวสำหรับท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน

สนุกกับการเดินทางครั้งใหม่ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู “คานิท” (CANITT) ที่ล่าสุด ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ ได้พาสาวๆ ออกเดินทางท่องโลกกว้างไปโร้ดทริปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และได้หยิบยกเอาบรรยากาศความสวยงามของดินแดนแห่งหินผาแกรนด์แคนยอน รวมถึงทะเลทรายในแคลิฟอร์เนียและแอริโซน่า มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการถ่ายทอดไอเดียครั้งใหม่ ผสมผสานกับกลิ่นอายฮิปปี้ โมเม้นท์ (Hippies Moment) ที่บอกเล่าถึงช่วงเวลาแห่งอิสรภาพในการใช้ชีวิตของเหล่าบุปผาชน ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าสไตล์นิวโบฮีเมียนที่ถูกตีความให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นและสามารถตอบโจทย์ทุกบทบาทของผู้หญิงยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

“คานิท” (CANITT) แบรนด์แฟชั่นสตรีหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘แดซลิ่ง’ (Dazzling), ‘โซฟิสติเคท’ (Sophisticate) และ ‘เออเบิร์น เฟมินีน’ (Urban Feminine) สามคำที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ “คานิท” (CANITT) จึงเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัย หลงใหลในสไตล์อันโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้

ขนิษฐา ดรุณเนตร กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “เรามองว่าช่วงเวลาของซัมเมอร์นั้นเปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการเดินทางเพื่อค้นหาความสุขและแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ดังนั้นในคอลเลกชั่นนี้เราจึงหยิบเรื่องราวของการเดินทางมาเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบเสื้อผ้า เพราะต้องการให้คานิทเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับหญิงสาวผ่านเสื้อผ้าที่สวมใส่ ให้รู้สึกเสมือนได้เดินทางไปโร้ดทริปด้วยตนเอง ผ่านการสร้างสรรค์ลายพิมพ์ การเลือกใช้โทนสี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสวยงามของเส้นทางโร้ดทริปในประเทศอเมริกา”

จุดเด่นของการออกแบบคอลเลกชั่น “เวย์ เอาต์ เวสต์” (WAY OUT WEST) นี้ คือการเลือกใช้โทนสีอบอุ่น (Sand Dunes) ซึ่งทีมดีไซน์คัดเลือกจากเฉดสีที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นและนำมาปรับแต่งให้มีความโมเดิร์นเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สีแดงเข้ม (Rosewood), สีน้ำตาลเข้ม (Downtown Brown), สีชมพู (Baby Pink) และแน่นอนว่าเฉดสีคลาสสิกในโทนสีนู้ด แลสีขาวก็ยังถูกนำมาแต่งแต้มอยู่ในทุกงานดีไซน์ รวมถึงลายพิมพ์ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ก็ได้ถูกนำมาตีความขึ้นใหม่อีกครั้งผ่านการเลือกใช้โทนสีใหม่ ภายใต้ชื่อฟอร์เอฟเวอร์ โบโฮ (Forever BoHo)

อีกหนึ่งความน่าสนใจของแบรนด์ “คานิท” (CANITT) คือในแต่ละคอลเลกชั่นทีมดีไซน์จะถ่ายทอดความสง่างามของผู้หญิงเก่งในแวดวงแฟชั่นผ่านการออกแบบเสื้อผ้า ซึ่งในฤดูร้อนนี้สไตล์อันคลาสสิกของชาล็อตต์ แรมปลิงก์ (Charlotte Rampling) นางแบบและนักแสดงจากยุค 60s ผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณบุปผาชนในทุกลุคที่ปรากฏบนรันเวย์ หน้านิตยสาร หรือแม้กระทั่งแผ่นฟิล์ม ได้ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบซิลลูเอทหลักประจำคอลเลกชั่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น แจ็กเก็ตสูทคัตติ้งเนี้ยบ และซัมเมอร์เดรสที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความโปร่งเบาสบายสไตล์นิวโบฮีเมียน ที่ตัดเย็บขึ้นเพื่อเสริมจุดเด่นตามสรีระของผู้หญิง รวมถึงเสื้อเชิ้ตตัวบางที่มีดีเทลระบายเชือกที่คอ, เสื้อเบลาส์แขนพอง และเชิ้ตบราคล้องคอ ที่สามารถสร้างความเซ็กซี่อย่างมีระดับตามแบบฉบับหญิงสาวของ “คานิท” (CANITT) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยครั้งนี้ทีมดีไซน์ยังได้หยิบเอาผ้าหนังกลับ (Suede) มาสร้างสรรค์ลุคเรียบโก้ ด้วยวิธีการเดินเส้นด้ายยีนส์บนแจ็กเก็ตและกางเกง รวมถึงการใช้ผ้าซีฟองและผ้าลินินคุณภาพเยี่ยมที่ใส่สบายผิว ประกอบกับการเลือกใช้วัสดุที่โก้หรูอย่างกระดุมสีทอง, เข็มขัดหนังแบบเชือก และคอร์เซ็ท

นอกจากนี้ ขนิษฐา ดรุณเนตร ยังได้แนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวสำหรับท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนนี้ให้โดดเด่นว่า “ฤดูร้อนนี้โทนสีอบอุ่นจะช่วยให้ผู้หญิงทุกคนสามารถโดดเด่นขึ้นได้ เพราะแดดในช่วงซัมเมอร์มักจะเข้ากับเสื้อผ้าโทนสีอบอุ่นเสมอ ซึ่งหากใครวางแผนจะท่องเที่ยวต่างประเทศไปแกรนด์แคนยอนหรือเดินทางที่ต้องใช้ความทะมัดทะแมงอาจจะหยิบแจ็กเก็ตหนังกลับแมทช์กับกางเกงที่เข้าชุดกันแล้วเติมเต็มลุคด้วยเข็มขัดหนังกับรองเท้าบู๊ท หรือถ้าใครจะไปเดินทะเลทรายหรือขึ้นบอลลูนชุดเดรสลายพิมพ์สไตล์นิวโบฮีเมียนเหมาะเป็นอย่างมากที่จะทำให้คุณโดดเด่นท่ามกลางฤดูร้อนนี้ ส่วนลุคง่ายๆ สำหรับวันที่ใช้ชีวิตเดินเล่นอยู่ในเมืองอาจจะหยิบเชิ้ตบราคล้องคอลายพิมพ์แมทช์กับกางเกงขาสั้นและรองเท้าแกลดิเอเตอร์ หรือเป็นเดรสคล้องคอเข้ารูปก็เหมาะกับช่วงซัมเมอร์เช่นกัน”

พบกับคอลเลกชั่น “เวย์ เอาต์ เวสต์” (WAY OUT WEST) ได้แล้ววันนี้ที่ร้านคานิท (CANITT) ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 และศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม ชั้น G พร้อมติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นผ่านช่องทาง IG: CANITT_OFFICIAL และ Line ID: @CANITT_OFFICIAL

Circulon จับมือเชฟระดับชั้นนำรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679505

วันที่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 11:20 น.Circulon จับมือเชฟระดับชั้นนำรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation”

Circulon แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องครัวจากประเทศอังกฤษ เปิดตัวคอลเลคชั่น SteelShiel จับมือเชฟระดับชั้นนำของเมืองไทย รังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation” ก้าวข้ามขีดจำกัดของการทำอาหารด้วยสุดยอดนวัตกรรมระดับโลก

ครั้งนี้ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์นวัตกรรมการทำอาหารแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมมอบความมั่นใจและความกล้าที่จะท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ในห้องครัว เมื่อ Circulon (เซอร์คูลอน) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องครัวจากประเทศอังกฤษผู้นำอันดับหนึ่งในด้านการพัฒนานวัตกรรมเครื่องครัวยาวนานกว่า 35 ปี หนึ่งในแบรนด์สินค้าคุณภาพชั้นนำระดับโลกภายใต้กลุ่มบริษัทไมย์เออร์กรุ๊ป เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องครัวคอลเลคชั่นใหม่ SteelShield™ (สตีลชีลด์) และเป็นแบรนด์แรกของโลกที่คิดค้น SteelShield™ Technology เทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อก้าวไปสู่อีกระดับของการทำอาหาร

SteelShield™ Technology ผสมผสานคุณสมบัติเด่นของเครื่องครัวสเตนเลสที่มอบความแข็งแรงทนทานเข้าด้วยกันกับเครื่องครัวแบบ non-stick ที่ช่วยทำให้อาหารไม่ติดกระทะ อีกทั้งยังล้างทำความสะอาดง่ายการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Circulon บริเวณก้นกระทะแบบ Hi-Low Groove วงแหวนที่นูนขึ้นลงถูกออกแบบให้สามารถปรุงอาหารได้ทั่วกระทะโดยส่วนที่นูนจะช่วยรับการกระแทกจากตะหลิวหรืออุปกรณ์ครัวอื่น ๆ เพื่อป้องกันพื้นผิว non-stick ส่วนล่างจากการเกิดรอยขีดข่วนและไม่ทำให้อาหารติดกระทะด้วยโครงสร้าง Tri-Ply Clad ที่แข็งแรงแบบ 3 ชั้นช่วยให้กระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารสุกไม่เท่ากันทำให้การทำอาหารของคุณจะมีประสิทธิภาพไร้ที่ติ

สำหรับคอลเลคชั่น SteelShield™ มีทั้งหมด 2 รุ่นได้แก่ C Series และ S Series ที่มีครบทุกขั้นตอนการทำอาหารทั้งหม้อมีด้ามจับหม้อต้มกระทะผัดและกระทะทอดเพื่อตอบโจทย์คนรักการทำอาหาร

ภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation” แบรนด์ Circulon จับมือร่วมกับ เชฟชาลี กาเดอร์ (Chef Chalee Kader) Executive Chef แห่งร้าน 100 Mahaseth ร้านอาหารไทยสไตล์อีสานระดับรางวัล มิชลินบิบกูร์มองด์ (Michelin Bib Gourmand) ชวนก้าวข้ามขีดจำกัดในการทำอาหารด้วยนวัตกรรมจาก Circulon รังสรรค์เมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “ปลาเก๋าย่างเสิร์ฟพร้อมซอสเลม่อนเคเปอร์ (Pan-Seared Grouper with Lemon Caper Sauce)” พร้อมแชร์เคล็ดลับในการปรุงอาหารด้วย Circulon SteelShield™ Chef Pan ที่สามารถปรุงเมนูอาหารได้หลากหลายทั้งต้มผัดแกงทอดย่างในกระทะเดียว

เชฟชาลี กาเดอร์ ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์จากการใช้ Circulon ที่ผ่านมาว่า “ผมคุ้นตากับแบรนด์Circulon ตั้งแต่สมัยอยู่ต่างประเทศและได้มีโอกาสใช้เวลาทำอาหารที่บ้านจึงมั่นใจในคุณภาพที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังซึ่งสำหรับคอลเลคชั่นใหม่ SteelShield™ ที่ผมได้ลองใช้มาสักพัก ทั้งน้ำหนักวัสดุและความทนทานมั่นใจเลยว่า สามารถนำไปใช้ได้ทั้งการทำอาหารในบ้านและร้านอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เชฟชาลีได้กล่าวเพิ่มเติมถึงจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนู Pan-Seared Grouper with Lemon Caper Sauce ว่า “สำหรับร้าน 100 Mahaseth เรามีปรัชญาและแนวคิด Sustainable approach ในการสร้างสรรค์อาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่นทั้งหมดเพื่อช่วยลดมลภาวะในการขนส่งและได้ช่วยเหลือคนทำงานในบ้านของเราเองความท้าทายของการทำอาหารกับ SteelShield™ Chef Pan ผมเลือกใช้วัตถุดิบที่ไม่เพียงแต่ทำยาก แต่เป็นการทดสอบคุณสมบัติของกระทะด้วยเช่นกัน ผมจึงเลือกทำเมนูปลาเก๋าย่างเสิร์ฟพร้อมกับซอสเลม่อนเคเปอร์สำหรับเคล็ดลับของการย่าง ที่สำคัญก็คืออุณหภูมิความร้อนซึ่ง SteelShield™ Chef Pan สามารถเก็บความร้อนได้ดีร้อนไวและกระจายความร้อนได้ทั่วกระทะทำให้ย่างได้โดยไม่ติดกระทะและคงเนื้อสัมผัสของปลาไว้ได้อย่างดี”

นอกจากนี้ เชฟชาลียังได้แนะนำเคล็ดลับสำหรับคนที่อยากเพิ่มความมั่นใจในการทำอาหารด้วยว่า “การฝึกทำอาหารบ่อย ๆ เป็นวิธีที่จะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นสนุกกับการทดลองและกล้าที่จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ในแบบของตัวเอง”

สำหรับใครที่อยากลอง Pan-Seared Grouper with Lemon Caper Sauce สามารถไปลิ้มลองเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ได้ที่ร้าน 100 Mahaseth ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2565 สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมที่จะทำให้การทำอาหารไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องครัว Circulon พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษรับส่วนลด 20% ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2565

ผลิตภัณฑ์เครื่องครัว Circulon พร้อมวางจำหน่ายผ่านช่องทางเว็บไซต์ potsandpans.in.th ช่องทางออนไลน์ได้ที่ Central Online, M Online, Lazada, Shopee และแผนกเครื่องครัวห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ห้างสรรพสินค้าพารากอน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line @meyercookware หรือโทร 02-015-2571-5 พร้อมอัพเดตข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่เฟซบุ๊ก Meyer Cookware และอินสตาแกรม @meyerthai

ลอง 4 เมนู Plant-based ใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น @On the Table

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679175

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 10:03 น.ลอง 4 เมนู Plant-based ใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น @On the Table

ทางเลือกที่ใช่ รสสัมผัสที่ใช่ กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ชวนฉีกกฎการลิ้มรส Plant-based แบบเดิมๆ กับ 4 เมนูใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น ที่ร้าน On the Table

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ 

รีวิวครั้งนี้ชวนสร้างความสุขบนโต๊ะอาหารพร้อมค้นหาประสบการณ์ใหม่ในการกินที่ On the Table ร้านอาหาร Tokyo Café สไตล์ฟิวชั่นในเครือ ZEN Group กับการลิ้มลอง Plant-based เมนูเนื้อจากพืช อาหารทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ หรือสายวีแกนที่งด เลี่ยง ลดการทานเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และผู้ที่ต้องการทานอาหารเพื่อสุขภาพแบบไม่มีเนื้อสัตว์ผสม แต่ยังคงเน้นการได้โปรตีนและใด้รสสัมผัสที่มีความคล้ายกับเนื้อสัตว์

ซึ่งขอบอกเลยว่า Plant-based เมนูที่เราได้ลิ้มลองครั้งนี้ มีหน้าอาหารน่าทาน รสชาติจัดจ้าน พรั่งพรูด้วยสารอาหารครบถ้วน แถมยังรักษ์โลกและดีต่อสุขภาพ โดย On the Table ได้รังสรรค์วัตถุดิบสำคัญในการครีเอทเมนูครั้งนี้ อย่างหมูกรอบจากพืช และเนื้อปูจากพืช ซึ่งหน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไรไปดูกัน

Spaghetti Krapao Moo Krob สปาเก็ตตี้กระเพราหมูกรอบ (249 บาท)
Spaghetti Krapao Moo Krob สปาเก็ตตี้กระเพราหมูกรอบ (249 บาท)

เริ่มด้วยเมนูผัดกะเพราสไตล์ฟิวชั่นกับ อย่างสปาเก็ตตี้กระเพราหมูกรอบ plant based รสชาติจัดจ้าน อร่อยอย่างมีสไตล์ มีทั้งหมูกรอบ plant based ที่รสชาติและเนื้อสัมผัสประหนึ่งหมูกรอบที่เราคุ้นเคย เสริฟ์พร้อมมะเขือยาวย่างเป็นเครื่องเคียง จานนี้อร่อยดีแต่ไม่มีคอลเลสเตอรอล อุดมด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ 

Salt & Spicy Moo Krob Tofu Don ข้าวเต้าหู้หมูกรอบผัดพริกเกลือ (219 บาท)
Salt & Spicy Moo Krob Tofu Don ข้าวเต้าหู้หมูกรอบผัดพริกเกลือ (219 บาท)

ถัดมาเป็นเมนูข้าวสไตล์ฟิวชั่นระหว่างไทยและญี่ปุ่น มีเต้าหู้โมเมน ผัดกับ plant based หมูกรอบสุดอร่อย คลุกเคล้าพริกเกลือรสชาติจัดจ้าน ทานเคียงกับผักกวางตุ้ง เข้ากันอย่างลงตัว

Crab Meat Watermelon Salad สลัดแตงโมเนื้อปู (269 บาท)
Crab Meat Watermelon Salad สลัดแตงโมเนื้อปู (269 บาท)

ถึงคิวสลัดจานใหญ่รสฉ่ำๆ รับหน้าร้อน ที่ให้ทั้งความสดชื่นจากแตงโม เต้าหู้คินุ ส้มซันคิสท์ และให้พลังงานจากถั่วพีแคน และ plant based เนื้อปูที่รสชาติไม่ต่างจากเนื้อปูจริงๆ เลย เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดยุสุ รับรองว่าทั้งอร่อย สดชื่นและให้พลังงานครบ

เครื่องดื่ม
คาเปลลินี่พิ๊งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล และเครื่องดื่ม
Capellini Crab Meat Portobello Pink Sauce คาเปลลินี่พิ๊งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล (279 บาท)

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ กับเมนูที่อลังการทั้งวัถุดิบและรสชาติ สปาเก็ตตี้พิ๊งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล ที่มีเห็ดพอร์ททาเบลโล่ชิ้นใหญ่ มาพร้อมกับ plant based เนื้อปูแบบจุใจ คลุกเคล้ากับพิ๊งค์ซอสสูตรพิเศษของ On The Table รับรองว่าถูกใจทุกครั้งที่สั่ง

ตามมาลิ้มลองเมนู Plant-based รสชาติอร่อยแบบนี้ได้ที่ร้าน On the Table ทุกสาขา และบริการ delivery ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก : On the Table, Tokyo Cafe

ช้างดาว : ห่านคู่ 69 ปีที่เป็นมากกว่าแฟชั่น แต่เป็น ‘สไตล์’ ที่อยู่เหนือกาลเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679395

วันที่ 30 มี.ค. 2565 เวลา 07:55 น.ช้างดาว : ห่านคู่ 69 ปีที่เป็นมากกว่าแฟชั่น แต่เป็น ‘สไตล์’ ที่อยู่เหนือกาลเวลา

ทำความรู้จัก 9 ความเหมือนของเพื่อนร่วมรุ่น “ช้างดาว : ห่านคู่” พร้อมภารกิจพิเศษ เมื่อช้างดาวกลายเป็นเสื้อ และห่านคู่กลายเป็นรองเท้า?

มากกว่าแฟชั่น แต่เป็น ‘สไตล์’ ที่อยู่เหนือกาลเวลา

หากนึกถึงเสื้อยืดสีขาวของคนไทย เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเสื้อยืดตราห่านคู่เป็นอันดับแรก และหากนึกถึงรองเท้าแตะที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน คงหนีไม่พ้นรองเท้าแตะตราช้างดาว เชื่อหรือไม่ว่าทั้ง 2 แบรนด์เป็นสินค้ายอดนิยมที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 69 ปี มีจุดกำเนิดทางธุรกิจในปีเดียวกัน และผลิตสินค้าให้คนไทย ใช้งานมากกว่า 100 ล้านชิ้น และครั้งนี้ทั้ง 2 แบรนด์ได้ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่เซอร์ไพรส์แฟนคลับกับการออกมาประกาศผลิตสินค้าร่วมกันเป็นครั้งแรกในปี 2565

ทำความรู้จัก 9 ความเหมือนของเพื่อนร่วมรุ่น ช้างดาว : ห่านคู่

1. เริ่มต้นธุรกิจก้าวแรกพร้อมกันในปี 2496

2. มีถิ่นกำเนิดของสินค้าที่มาจากเกาะด้วยกันทั้งคู่ ช้างดาวมาจากเกาะสิงคโปร์ และห่านคู่มาจากเกาะฮ่องกง

3. ทั้ง 2 แบรนด์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่มีอายุ 69 ปีเท่ากัน

4. ถูกกล่าวขานถึงมากที่สุดในยุค 5 ย. และคงกระแสนิยมสูงสุดถึงปัจจุบัน

5. ใช้วัตถุดิบหลักจากธรรมชาติในกระบวนการผลิต ช้างดาวผลิตจากยางพาราธรรมชาติแท้ 100%

และห่านคู่ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%

6. มีจำนวนสินค้าในตลาดรวม 8 รุ่นเหมือนกัน

7. มีแฟนคลับหลากหลายช่วงวัยตั้งแต่เด็ก 4 ขวบ ถึงวัยเก๋า 80 ปี

8. ครองความเป็นเบอร์ 1 ของตลาดเหมือนกัน

9. มีเป้าหมายที่จะอยู่คู่แฟนคลับชาวไทยไปถึง 100 ปี

ภายใต้ภารกิจพิเศษ ‘ช้างดาว : ห่านคู่’ บรรดาสาวกจะได้พบกับปรากฏการณ์อะไรบ้าง

คุณากร ธนสารสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ทั้ง 2 แบรนด์ได้ร่วมกันทำสินค้ารุ่นพิเศษโดยนำสัญลักษณ์ของทั้ง 2 ฝั่งมาจัดวางในสินค้าของตัวเอง ได้แก่ รองเท้าแตะช้างดาวรุ่นห่านคู่ และเสื้อยืดห่านคู่รุ่นช้างดาว นอกจากนี้เพื่อสร้างความพิเศษยิ่งขึ้นยังมี กระเป๋าย่าม ที่ผ้าด้านนอกทำจากผ้าที่ใช้ผลิตรองเท้าผ้าใบนันยางและผ้าด้านในจากห่านคู่ มีช่องสำหรับเก็บรองเท้าแตะและเสื้อโดยเฉพาะ ผลิตจำนวน 10,000 ชุด โดยมีรหัสประจำเสื้อทุกตัว ตั้งแต่ 00001 – 10000 เพื่อเป็นที่ระลึกให้กับผู้ร่วมประสบการณ์พิเศษในครั้งนี้

เมื่อช้างดาวกลายเป็นเสื้อ และห่านคู่กลายเป็นรองเท้า แล้วเราจะใส่กันยังไง?

บนความเหมือนกันหลายๆ ประการ ช้างดาวและห่านคู่จึงร่วมกันผลิตสินค้ารุ่นพิเศษ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และความประทับใจให้กับลูกค้าผูกพันกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ยังคงอัตลักษณ์สินค้าคุณภาพ ความคลาสสิก ความสบาย ง่ายง่าย ทนทาน ลุยไปทุกที่ ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยทุกฐานะ ให้บรรดาสาวกได้เก็บสะสม ซึ่งนับเป็นคอลเลกชันพิเศษที่ผลิตเพียงครั้งเดียวในภารกิจนี้เท่านั้น ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ได้กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบว่า การออกแบบสินค้ารุ่นพิเศษนี้ เริ่มต้นจากความบังเอิญที่ทั้ง 2 แบรนด์มีความเหมือนกันในหลายสิ่งอย่างน่าประหลาดใจ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้งเป็นชาวจีนเหมือนกัน เข้ามาทำงานในเมืองไทย ผลิตสินค้าเครื่องแต่งตัวเหมือนกัน และประสบความสำเร็จในช่วงเวลาเดียวกัน ผ่านประสบการณ์ อุปสรรคมามากมาย จนวันนี้สามารถสร้างเรื่องราวความประทับใจในเส้นทางของตนและยังคงเป็นสินค้ายอดนิยมคู่คนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นทีมนักออกแบบจึงตีโจทย์ออกมาโดยมุ่งเน้นผลิตสินค้าที่ยังให้ความรู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 2 แบรนด์ แต่สร้างตราสินค้าใหม่ในแบบพิเศษ ที่เน้นลายเส้นเฉพาะตัวของ “ช้างดาวและห่านคู่” ให้อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว สร้างแนวคิดการแต่งตัวในแบบเหนือกาลเวลา เหมือนย้อนกลับไปในสมัยยุค 5 ย. ตั้งแต่ผมยาว สะพายย่าม ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ สวมรองเท้ายาง

มาทำความรู้จัก 3 สินค้ารุ่นพิเศษ ‘ช้างดาว : ห่านคู่’ กัน

1. เสื้อห่านคู่ รุ่นช้างดาว: เสื้อยืดคอกลมห่านคู่คลาสสิก สีขาว มาพร้อมกับลายพิมพิเศษ “ช้างดาว : ห่านคู่” พร้อมระบุหมายเลขประจำเสื้อ ตั้งแต่ 00001 – 10000 ผลิตจาก ผ้า Cotton คุณภาพดี 100% ปราศจากสารระคายเคือง ใส่สบาย เนื้อผ้าบางเบา ซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี ฝีเข็มละเอียด ใส่นานทนทาน มี 5 ขนาดให้เลือก M (อก 38 นิ้ว) , L (อก 40 นิ้ว) , XL (อก 42 นิ้ว) , 2XL (อก 44 นิ้ว) , 3XL (อก 46 นิ้ว)

2. รองเท้าแตะช้างดาว รุ่นห่านคู่: รองเท้าแตะหูคีบช้างดาวคลาสิก รุ่น 200 พื้นสีเขียวห่านคู่ และหูสีน้ำเงินดั้งเดิมพร้อมกับลายพิเศษ “ห่านคู่” ผลิตจากยางธรรมชาติ 100% มีความยืดหยุ่น ทนทาน สวมใส่สบายเท้า มี 5 ขนาดให้เลือก 9 (23 cm) , 9.5 (24 cm) , 10 (26 cm) , 10.5 (27 cm) , 11 (28 cm)

3. กระเป๋าย่ามช้างดาว:ห่านคู่ กระเป๋าย่ามที่ถูกออกแบบร่วมกันของช้างดาวและห่านคู่ โดยใช้ผ้าจากรองเท้านันยางและผ้าด้านในจากห่านคู่ มีช่องพิเศษสำหรับใส่เสื้อยืดและรองเท้าแตะโดยเฉพาะ เพิ่มความพิเศษให้กับภารกิจนี้อย่างลงตัว

สินค้ารุ่นพิเศษนี้ ผลิตและจำหน่ายเป็นชุด โดย 1 ชุดประกอบด้วย เสื้อยืด รองเท้าแตะ และกระเป๋าย่าม จำหน่ายราคาชุดละ 990 บาท (ไม่มีค่าจัดส่ง) สามารถสั่งซื้อได้ทาง www.Thailandpostmart.com เริ่มจำหน่ายวันที่ 29 มีนาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 19.53 น.เป็นต้นไป บริการจัดส่งแบบ EMS และบรรจุภัณฑ์พิเศษโดยไปรษณีย์ไทย (รุ่นพิเศษเพียง10,000 ชุด)

นันยางช้างดาวและห่านคู่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปรากฎการณ์การรวมตัวกันของ 2 ตำนานสินค้าในครั้งนี้ จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนคลับคนไทยทั้งประเทศ โดยนันยางและห่านคู่ จะยังเดินหน้าต่อในการสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกยุคทุกสมัย และมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าให้ดี มีคุณภาพมาตราฐาน เพื่อที่จะได้อยู่คู่กัน เป็นตำนานสินค้าขวัญใจของคนไทยตลอดกาล

ปกปิดแนบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ SUQQU THE LIQUID FOUNDATION รองพื้นชนิดน้ำเนื้อสัมผัสระดับพรีเมี่ยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679267

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 14:55 น.ปกปิดแนบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ SUQQU THE LIQUID FOUNDATION รองพื้นชนิดน้ำเนื้อสัมผัสระดับพรีเมี่ยม

SUQQU ชวนสัมผัสรองพื้นชนิดน้ำสุดเลอค่า SUQQU THE LIQUID FOUNDATION พร้อมแต่งแต้มสีสันด้วย SUQQU 2022 SPRING COLOR COLLECTION

SUQQU จัดงานแนะนำรองพื้นชนิดน้ำด้วยเนื้อสัมผัสระดับพรีเมี่ยม SUQQU THE LIQUID FOUNDATION ผสานสกินแคร์เพื่อความชุ่มชื้นผิวและให้การปกปิดขั้นสูง แนบเนียนไปกับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ มาพร้อมกับ SUQQU 2022 SPRING COLOR COLLECTION  สีสันใหม่ในสไตล์คุณ โดยมี อัตสึชิ ซูมิโนะ ประธานกรรมการ บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ณ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

ภายในบริเวณ Beauty Hall ถูกจัดแต่งอย่างเรียบง่าย เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้สัมผัสผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด โดยมีนางเอกของงานเป็นรองพื้นชนิดน้ำใหม่ SUQQU THE LIQUID FOUNDATION ที่ SUQQU ได้คิดค้นและปรับแต่งเนื้อสัมผัสด้วยเทคนิคใหม่ ทำให้ผงพิกเมนต์เป็นของเหลว (New Fluid Pigment) และผสมให้เป็นรองพื้นชนิดน้ำแบบอิมัลซิไฟเออร์ ทำให้ได้รองพื้นที่ให้ความเรียบเนียน ให้การปกปิดสูงแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ พร้อมให้ผิวฉ่ำวาวด้วยส่วนผสมที่มอบความชุ่มชื้นเพื่อความงามจากประเทศญี่ปุ่นรวม 13 ชนิด ที่พร้อมโอบอุ้มผิวให้ดูละมุน รังสรรค์ฟินิชลุคฉ่ำวาว เข้ากับผิวของสาวไทยทุกคน พร้อมเติมเต็มสีสันไปกับ SUQQU 2022 SPRING COLOR COLLECTION คัลเลอร์คอลเลกชั่นใหม่ที่พร้อมให้ทุกคนได้แต่งแต้มความสดใสในสไตล์ที่เป็นตัวคุณเอง โดยมีไอเทมสำคัญคือ SUQQU MELTING POWDER BLUSH บรัชออนเนื้อสัมผัสแบบแป้งที่มีความชุ่มชื้นแบบใหม่ที่ใช้เทคนิค “Melting Powder Formula” ผสมผสานออยล์ชุ่มชื้นระดับพรีเมี่ยม ให้ความโปร่งแสง กลมกลืนไปกับผิวอย่างเป็นธรรมชาติและให้สีที่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ มีให้เลือกถึง 8 เฉดสีที่เข้ากับผิว

ด้านสาวนิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ พิธีกรชื่อดัง กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นแฟนคลับของรองพื้น SUQQU มาหลายรุ่นแล้ว ส่วนรุ่นใหม่นี้ได้ลองแล้วรู้สึกว่าเบา สบายหน้า แต่ยังให้ความปกปิดอยู่ สีและเนื้อรองพื้นแนบกลืนไปกับผิว ทำให้ผิวสวยป็นธรรมชาติมาก ส่วนตัวเป็นคนผิวแห้งซึ่ง SUQQU THE LIQUID FOUNDATION สามารถอยู่บนผิวได้ทั้งวันโดยไม่ตกร่องและสีไม่เปลี่ยนเลยค่ะ”

ทราย-อินทิรา เจริญปุระ นักแสดง กล่าวว่า “ได้ลองใช้ SUQQU THE LIQUID FOUNDATION แล้วรู้สึกว่าใช้ง่ายมาก ๆ ถ้าจะให้สรุปเป็นคำง่าย ๆ เลยก็คือ User Friendly ค่ะ คือใช้กับฟองน้ำได้ แปรงได้ มือเกลี่ยก็ได้ ใช้ในปริมาณที่น้อยและไม่จำเป็นต้องมีทักษะมากก็สามารถแต่งผิวออกมาให้สวยได้ ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ”

ออม-ปภาพินท์ วีระภุชงค์ เซเลบริตี้ กล่าวว่า “ได้ลอง SUQQU MELTING POWDER BLUSH แล้วรู้สึกชอบมากค่ะ มีให้เลือกหลายเฉดสี ลองปัดแล้วกลมกลืนไปกับพวงแก้ม ดูเป็นธรรมชาติเหมือนมีเลือดฝาดจากภายใน”

The Big Board สปอร์ตบาร์ Digital Investment แห่งแรกของไทยใจกลางมหานคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679230

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 17:33 น.The Big Board สปอร์ตบาร์ Digital Investment แห่งแรกของไทยใจกลางมหานคร

เช็กอิน The Big Board สปอร์ตบาร์ Digital Investment แห่งแรกของเมืองไทย สถานที่แฮงเอาท์ใหม่ใจกลางย่านธุรกิจ Co-Working Space เพื่อคนรักกีฬา การลงทุน และสนใจในคริปโตเคอร์เรนซี

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์ อัพเดทแหล่งแฮงเอาท์ใหม่ภายใต้ชื่อ The Big Board สถานที่ที่จะทำให้คุณไม่พลาดแมตช์สำคัญ พร้อมได้อัพเดทเรื่องราวข่าวสารของหุ้น ส่องโลกคริปโตเคอร์เรนซี ณ Digital Investment คริปโตบาร์แห่งแรกและแห่งเดียวของไทย ที่เพิ่งเปิดตัว บนชั้น 5 ตึกมหานครคิวบ์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ก่อนการ Grand Opening อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้ 

The Big Board เป็นสถานที่แฮงเอาท์ที่แตกต่างและมุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ โดยเฉพาะภายใต้ดีไซน์และองค์ประกอบของบาร์ ที่สร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้ผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรก มาพร้อมแถบอิเล็กทรอนิกส์แสดงการเทรดสินทรัพย์ทั่วโลกที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การตกแต่งร้าน แต่ใช้งานได้จริงแบบเรียลไทม์ ตอบรับการลงทุนที่ไม่มีวันหยุดพัก โดยเฉพาะการลงทุนคริปโตเคอเรนซีที่เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มคนยุคใหม่

โถงทางเดินของร้านเด่นด้วยลายเส้นจากไฟ LED ที่ตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเทคโนโลยีล้ำยุค ก่อนจะเข้าไปสัมผัสกับกิจกรรมความบันเทิงหลากหลายภายใน ซึ่งนอกเหนือจากเสียงเพลงที่เป็นพื้นฐานของบาร์ The Big Board มีความแตกต่างที่ไม่ซ้ำใคร ได้แก่ ความสนุกจากสปอร์ตผ่านการชมถ่ายทอดสดกีฬาจากทั่วโลก จากจอโปรเจคเตร์ขนาด 200 นิ้ว รองรับผู้ชมให้สนุกไปพร้อมกันได้กว่า 100 คน, การอัพเดทสินทรัพย์จากทั่วทุกมุมโลก จากป้าย LED ที่วิ่งวนอยู่รอบร้าน ทั้งหุ้น และคริปโตเคอร์เรนซีแบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การมีพื้นที่ Co-Working Space สำหรับการประชุมงานและการพบปะเพื่อสร้างคอนเนคชันใหม่ๆ

สำหรับโซนอื่นๆ The Big Board จัดแบ่งโซนไว้หลากหลายรูปแบบตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ได้แก่ Networking Table, Terrace, Stadium, Exchange Bar, มุมที่นั่ง Private Lounge 2 ส่วน และมุมที่นั่ง VIP อีก 3 ส่วนที่เป็นจุดที่ดีที่สุดในการรับชมกีฬาจากจอใหญ่ภายในร้าน รวมทั้งส่วนของ Game Arcade

ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ The Big Board ให้บริการในสไตล์ Twisted Modern Metro ในคอนเซ็ปต์ Fun, Real, Grunge สนุกสนาน ของจริงจับต้องได้ และดิบ ดุดัน เพื่อโชว์รสชาติความอร่อยจากฝีมือเชฟและบาร์เทนเดอร์มืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีที่วางดีไซน์แต่ละเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้เข้ากับบรรยากาศร้านได้อย่างกลมกลืน

สปอร์ตบาร์แห่งนี้ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของความก้าวล้ำกระแสที่เหนือกว่าสถานที่แฮงเอาท์ทั่วไปด้วยการจับมือร่วมกับ Zipmex (ซิปเม็กซ์) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก เพื่อแบ่งปันความรู้ และทำให้การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว และจับต้องได้ ไม่ว่าจะข้อมูลราคาเหรียญอัปเดต Play-to-Earn เล่นเกมแล้วได้รางวัล รวมถึงการเข้าถึง NFT และ Metaverse ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของบาร์ในประเทศไทยที่จะนำเสนอกิจกรรมดังกล่าว อาทิ เกมคริปโตอาร์เคด โต๊ะวิสกี้ปอง นิทรรศการศิลปะ NFT จากศิลปินชื่อดัง และเกมอื่นๆ อีกมากมายซึ่งจะหมุนเวียนจัดตลอดกันทั้งปีนี้

The Big Board พร้อมเปิดให้ประสบการณ์แล้วตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.จนถึงเที่ยงคืนของทุกวัน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : The Big Board หรือ instagram : thebigboard.bkk สสอบถามโทร. 081 234 8187