เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้คำจำกัดทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679045

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 10:05 น.เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้คำจำกัดทางเพศ

เมื่อกระแส ‘Gender-Neutral’ เปลี่ยนทัศนคติความงามหนุ่มสาวยุคใหม่ ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือ เอ็มไอ กรุ๊ป เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้ขีดจำกัดทางเพศ ชี้ชายแท้แคร์บุคลิกภาพพุ่ง ดัน “รองพื้น อายไลน์เนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว” ขึ้นเป็นสินค้ายอดนิยม

นักการตลาดบิวตี้ต้องรู้!! เปิดช่องทางสื่อเรียกทรัพย์บรรดาคนสวยหล่อ พร้อมคอนเทนท์โกยรายได้จากขาช็อป “บิวตี้บีสต์” โดย บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือกับ เอ็มไอ กรุ๊ป ในฐานะ Digital Marketing Agency และ Media Agency ที่ให้คำปรึกษาและช่วยวางกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารทางการตลาด เปิดผลการสำรวจที่น่าสนใจ พบปัจจุบันกระแส ‘gender-neutral’ หรือการไม่จำกัดเพศ ได้เปลี่ยนทัศนคติต่อหนุ่มสาวยุคใหม่ที่มีต่อความสวยความงามเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเพศชายที่หันมาให้ความสนใจการพัฒนาบุคลิกภาพ และเลือกใช้เครื่องสำอางในหลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังเผยถึงช่องทางสื่อ และคอนเทนท์ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มดังกล่าวโดยแบรนด์สินค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beast ต้องเน้นสิ่งสำคัญทั้งการสื่อสารเรื่องความสวยความงามที่เป็นกลางการ ชูประโยชน์ของเครื่องสำอางว่ามีส่วนช่วยพัฒนาตัวตนหรือบุคลิกภาพ การใช้สื่อออฟไลน์ในการเปิดตัวสินค้าและสร้างการจดจำสินค้าในวงกว้าง และการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อทำคอนเทนท์และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ

นางสาวสุชาดา สุภาการ Head of Digital Strategic Planning บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จำกัด

นางสาวสุชาดา สุภาการ Head of Digital Strategic Planning บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จำกัด เปิดเผยว่า ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบันมีวิวัฒนาการในเรื่องการใส่ใจดูแลตนเองอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ขณะนี้ได้หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์ ความสวยงาม และไลฟ์สไตล์ที่ต้องดูดีอยู่เสมอ รวมไปถึงกระแส ‘Gender-Neutral’ หรือการไม่จำกัดเพศที่ได้เปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคหนุ่มสาวยุคใหม่ที่มีต่อความงามซึ่งได้มองถึงสินค้าหรือบริการด้านความสวยงามว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิตประจำวัน ล่าสุดจึงได้ทำความร่วมมือกับ บริษัท เอ็มไอ กรุ๊ป เพื่อทำการสำรวจทัศนคติและพฤติกรรม กลุ่ม “Beauty Beasts” หรือหนุ่มสาวยุคใหม่ที่หลงใหลในเรื่องความสวยความงาม  และต้องการปรับบุคลิกภาพของตนเองให้สมบูรณ์แบบ เพื่อช่วยให้กลุ่มนักการตลาดได้รับข้อมูล – มุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความสวยความงามของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน และสามารถนำไปกำหนดกลุยทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม

สำหรับการศึกษาในครั้งนี้ได้ผสมผสานวิธีการวิจัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ผ่านบทสนทนาเชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจทัศนคติ และพฤติกรรมของกลุ่ม Beauty Beasts โดยทำการศึกษา จำนวนทั้งหมด 414 คน แบ่งเป็นชาย 201 คน และ หญิง 213 คน โดยกลุ่ม The Male Beasts  เป็นชายแท้ กลุ่มคนเมือง อายุ 16 – 30 ปี มีรายได้ครัวเรือนระดับกลางถึงระดับสูง และใช้เครื่องสำอางของผู้หญิงในการแต่งหน้าเป็นประจำอย่างน้อย 3 ชนิดและ The Female Beasts ผู้หญิงกลุ่มคนเมือง อายุ 20 – 35 ปี โดยมีรายได้ครัวเรือนระดับกลางถึงระดับสูง ที่ใช้เครื่องสำอางในการแต่งหน้าเป็นประจำและหลงใหลในวัฒนธรรมเคป๊อบ (K-Pop)

ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า 60% ของกลุ่ม Beauty Beasts ให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่และความสุขของตนเอง (Self-focused and self-care) ก่อนที่จะให้ความสนใจกับคนรอบข้าง ความสุขของกลุ่มนี้เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าการวางเป้าหมายเรื่องการประสบความสำเร็จในการเรียนหรือหน้าที่การงาน นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมโดดเด่นในเรื่องการเป็น “Trend Adapter” ที่มักจะปรับเทรนด์ให้เหมาะสมกับสไตล์และความชอบของตนเองมากกว่าการเลียนแบบจากกระแสนิยม และ 96% ยังให้ความเห็นว่า “ชอบที่จะตามเทรนด์ให้ทันและปรับให้เข้ากับสไตล์และความชอบเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

อีกข้อมูลที่น่าสนใจในสังคม Beauty Beasts ที่เติบโตมากับ Digital Technology และเป็น Digital Native หนุ่มสาวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักสร้างคอนเทนท์ในเรื่องที่แต่ละคนสนใจ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และหลาย ๆ คนอยากที่จะพัฒนาตนเองให้เป็น Content Creator หน้าใหม่ ซึ่งพวกเขาให้ความสำคัญในการออกแบบและสร้างสรรค์คอนเทนท์ก่อนโพสต์บนโซเชียลมีเดียเสมอ โดย 52% ของ Male Beasts และ 56% ของ Female Beasts ใช้เวลาในการแก้ไขปรับแต่ง รูปภาพ / คอนเทนท์ ก่อนโพสต์บนโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผู้หญิงมักจะให้ความพิถีพิถันในการตกแต่งรูปภาพมากกว่าผู้ชาย และจากพฤติกรรมนี้ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับนักการตลาดที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beasts ได้ด้วยการสร้างกิจกรรมทางการตลาดที่โฟกัสไปที่สิ่งสนุกสนาน และการสร้างแคมเปญที่ดึงดูดให้กลุ่ม Beauty Beasts อยากทำคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย และเผยแพร่ไปยังผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์ม

“การศึกษากลุ่ม Beauty Beasts ในครั้งนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะ Male Beasts ที่ขณะนี้ให้ความสำคัญในการดูแลตนเอง รวมไปถึงการทำให้ตนเองดูดีขึ้นจากการใช้เครื่องสำอางผู้หญิง โดยบางคนสามารถพัฒนาตนเองจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่าผู้หญิงบางกลุ่ม และยังพบว่ากลุ่ม Male Beasts เริ่มสนใจแต่งหน้าตั้งแต่วัยมัธยม ใช้เครื่องสำอางผู้หญิงแต่งหน้าโดยเฉลี่ยถึง 9.3 ชนิดอยู่เป็นประจำ โดยมากถึง 78% ใช้รองพื้น 65%ใช้อายไลน์เนอร์ และ 56% ใช้ดินสอเขียนคิ้ว นอกจากนี้ยังได้ทราบถึงความเห็นอีกว่า 78% ของ Male Beasts เห็นด้วยว่า การใช้เครื่องสำอางเพราะการดูแลลุคของตนเองเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ต่างจาก 81% ของ Female Beasts ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และมองว่าการใช้เครื่องสำอางคือการพัฒนาตนเองเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าค่านิยมในการดูแลตนเองไม่ใช่แค่เรื่องของเพศหญิง หรือเพศใดเพศหนึ่งอีกต่อไป”

นางสาวสุชาดา กล่าวเสริมว่า จากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับนักการตลาดและแบรนด์สินค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beast ต้องเน้นการสื่อสารเรื่องความสวยความงามที่เป็นกลางไม่แบ่งแยกว่าเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้น ชูประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือการจากใช้ผลิตภัณฑ์ว่าสามารถพัฒนาตัวตนหรือบุคลิกภาพของกลุ่ม Beauty Beasts ได้ อีกทั้งต้องสื่อสาร – ทำกิจกรรมทางการตลาดผ่านทาง Beauty Bloggers ทั้งหญิงและชายในช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น IG Stories หรือ Tik Tok อย่างสม่ำเสมอ และสุดท้ายแบรนด์ควรมีช่องทางการขายผ่านทั้งทางจุดจำหน่ายตามห้างร้านค้า และทาง e-commerce เนื่องจากแต่ละช่องทางมีจุดเด่นในการกระตุ้นให้เกิดการซื้อที่ต่างกันคือ จุดจำหน่ายตามห้างมีบทบาทในการสร้างประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ออนไลน์มีบทบาทในด้านการใช้โปรโมชั่นและสามารถเข้าถึงได้ทุกที่

นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Strategy Officer เอ็มไอ กรุ๊ป

ทางด้าน นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Strategy Officer เอ็มไอ กรุ๊ป ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของช่องทางการสื่อสาร โดยในส่วนของสื่อออฟไลน์ต่อกลุ่ม Beauty Beasts พบว่า ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ ทำให้สินค้าและแบรนด์เป็นมีรู้จักและจดจำได้ดี โดยบทบาทของแต่ละช่องทางมีความแตกต่างกัน 64% ให้ความเห็นว่าสื่อทีวีช่วยให้ได้รู้จักแบรนด์หรือสินค้าใหม่ ๆ 42% เผยว่าสื่อนอกบ้าน (Out of Home) ทำให้จดจำแบรนด์หรือสินค้าต่างๆได้ดียิ่งขึ้น สื่อ ณ จุดขาย –37% เห็นด้วยว่าช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ทันที และวิทยุ  37% เห็นด้วยว่า ทำให้จดจำแบรนด์หรือสินค้าต่าง ๆ ได้ดี จึงเหมาะกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ต้องการสร้างการรับรู้และทำให้สินค้าหรือแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ในส่วนบทบาทของสื่อออนไลน์ต่อกลุ่ม Beauty Beasts ก็เช่นกันโดยเฉพาะในปัจจุบัน โซเชี่ยลมีเดีย มีหลากหลายแพลตฟอร์มให้ผู้บริโภคใช้เพิ่มมากขึ้น พบว่า 75% ใช้ Facebook เป็นช่องทางให้การอัพเดตข้อมูลข่าวสาร ขณะที่ 55% ใช้ Line เพื่อติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างและซื้อสินค้า 55% ใช้ YouTube ในการค้นหาไอเดีย และเพื่อความบันเทิง ส่วน Facebook Messenger เป็นอีกช่องทางที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเนื่องจากจำนวนถึง 66% มีประสบการณ์ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าทันทีผ่านช่องทางดังกล่าว ด้าน Instagram  พบว่า 44% ใช้ IG เป็นพื้นที่ในการหาแรงบันดาลใจและสร้างคอนเทนท์ของตัวเอง ขณะที่ TikTok – 51% เคยมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ บน TikTok และใช้ TikTok เพื่อความบันเทิง ส่วนสุดท้ายคือ Twitter ซึ่ง 59% ใช้เพื่อสื่อสาร ติดตามไอดอล หรือเซเลบริตี้ต่าง ๆ เพื่อรู้สึกใกล้ชิดกับบุคคลที่เขาชื่นชอบมากขึ้น

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในครั้งนี้ ทางบริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือกับ บริษัท เอ็มไอ กรุ๊ป ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างคอนเทนท์ที่มีความหลากหลาย และเน้นการเจาะลึกข้อมูลในมุมมองของผู้บริโภค ในสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญในชีวิตประจำวัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://beauty-beasts.idacthailand.com/BeautyBeasts_i-dacxmi.pdf ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ทาง i-dac Bangkok : https://www.facebook.com/idacbkk และ MI group : https://www.facebook.com/migroup.agency

ชวนเที่ยวงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678980

วันที่ 24 มี.ค. 2565 เวลา 12:08 น.ชวนเที่ยวงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party

สยามเซ็นเตอร์ มอบประสบการณ์ Be The First รับซัมเมอร์ ในงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party เริ่มแล้ววันนี้ถึง 4 พฤษภาคม 2565

สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ศูนย์กลางแห่งจินตนาการไร้ขีดจำกัด ในทุกศาสตร์แห่งสุนทรี มอบประสบการณ์ Be the first ที่แตกต่างไม่เหมือนใครต้อนรับซัมเมอร์นี้ จัดงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party โดยร่วมกับ บริษัท แอนนิเมชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัดผู้พัฒนาตลาดและตัวแทนลิขสิทธิ์สินค้า และ บริษัท เทค ทอยส์ จำกัด พบกับคาแรคเตอร์กระต่ายสุดคิ้วท์ Esther Bunny ขวัญใจสาวเกาหลีและเอเชียจากการสร้างสรรค์โดย “เอสเธอร์ คิม” ศิลปินสาวชาวเกาหลี-อเมริกัน เอ็กซ์คลูซีฟกับ Esther Bunny Pop Up Cafe ที่แรกที่เดียว พร้อมด้วยสินค้าและกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 พฤษภาคม 2565 ณ เอเทรี่ยม  สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

ซัมเมอร์นี้สุดฮอตท่ามกลางบรรยากาศโคเรียนที่รายล้อมไปด้วยกระต่ายหวานสีชมพูสุดคิ้วท์ “Esther Bunny” ขนทัพคอลเลคชั่นมาให้ช้อปมากมาย ทั้ง ตุ๊กตา หมอนอิง พวงกุญแจ กระเป๋าสตางค์ ชุดชั้นใน-บอดี้สูท หน้ากากผ้า ถุงเท้าจากซาบีน่า ซึ่งเรื่องราวของเจ้ากระต่าย Esther Bunny มีถึง 4 คาแรคเตอร์ มีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ขอแนะนำ Bow Bunny หรือ Ribbon Bunny กระต่ายสีชมพูน่ารัก ดูหรูหรา มาพร้อมโบว์ติดอยู่ที่หู ชอบแฟชั่น และวัฒนธรรม ชอบอ่านหนังสือคลาสิค และชอบไปพิพิธภัณฑ์ Rose Bunny กระต่ายที่มาพร้อมกับดอกกุหลาบในมือ มีอารมณ์อ่อนไหว ขี้อาย ชอบช่วยเหลือ แต่ขี้กังวล และไม่มั่นใจในตัวเอง เธอมักจะถือดอกกุหลาบไว้ในมือเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับคนอื่น เพราะเธอกลัวการถูกเกลียด, Cream Bunny หรือ CoCo Bunny กระต่ายตัวสีขาว ดวงตาสีฟ้า มาพร้อมโบว์สีชมพูอ่อน ชอบช้อปปิ้ง เที่ยวคาเฟ่ ชอบอยู่กับตัวเอง ชอบทำอาหาร และสนุกกับการเล่นกล้องของเล่นยุคเก่า, Lavender Bunny กระต่ายน้อยสีม่วง ติดโบว์สีม่วง มาพร้อมกับความสดใส เหมือนดอกไม้ที่ช่วยสร้างบรรยากาศด้วยสีสันและกลิ่นหอม เธอชอบร้องเพลง ทำอาหาร เธอมีความเข้มแข็ง แต่ก็อ่อนหวานในตัวเอง

นอกจากนี้ สยามเซ็นเตอร์ยังมอบความเป็น Be the First พบกับ Esther Bunny Pop Up Cafe คาเฟ่คาแรคเตอร์แห่งแรกในประเทศไทย จัดเต็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มีทั้งขนมเครื่องดื่ม สุดน่ารัก อาทิ เค้ก, โดนัท, โรล, โยเกิร์ต, บานอฟฟี่, biscoff scone รวมทั้งเมนูไอศครีม ได้แก่ Honey yogurt เป็นไอศกรีมโยเกิร์ตโฮมเมดผสมกับน้ำผึ้ง มีความหอม หวานอมเปรี้ยว, Pinky Milky ไอศครีมนมชมพู, Fresh Milk with Vanilla cookie ไอศครีมสีฟ้าชมพูพาสเทล, Strawberry Crumble ไอศครีมนม กับซอสสตรอเบอรี่ และโฮมเมดครัมเบิ้ล, lychee Rose หอมอร่อย

ไม่เพียงเท่านี้พบกับ ตู้น้ำดื่มเวนดิ้งพลัสที่เป็นทั้งมุมถ่ายรูปสุดชิคและจำหน่ายน้ำดื่มลาย Esther Bunny สีสันสดใสรับซัมเมอร์ พิเศษเมื่อซื้อน้ำดื่ม พบสติ๊กเกอร์เอสเธอร์ บันนีตามแบบที่กำหนด ลุ้นรับ พวงกุญแจ Esther Bunny Angel สุดคิ้วท์ จากประเทศเกาหลี มูลค่า 350 บาท ทันที (ของมีจำนวนจำกัด)

พร้อมพบกับ DIY Workshop ดีไอวายเสื้อยืดแขนกุดและหมวกฟรี! เพียงนำใบเสร็จช้อปครบขั้นต่ำ 1,000 บาท ในสยามเซ็นเตอร์ หรือลูกค้า ONESIAM SuperApp กดคูปองรับ 100 viz coins แลกรับ 1 สิทธิ์ สำหรับลูกค้า ONESIAM SuperApp สามารถรับส่วนลด 10% เมื่อช้อปกระเป๋าสตางค์ และพวงกุญแจ และอีก 10% สำหรับเมนูเครื่องดื่มทุกเมนู

มาพบกับความพิเศษไม่เหมือนใครได้ที่งาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 4 พฤษภาคม 2565 ณ เอเทรี่ยม1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

เตรียมช้อป!! Central Midnight Sale ซิกเนเจอร์แคมเปญที่ทุกคนรอคอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678936

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 20:08 น.เตรียมช้อป!! Central Midnight Sale ซิกเนเจอร์แคมเปญที่ทุกคนรอคอย

ห้างเซ็นทรัล งัดซิกเนเจอร์แคมเปญที่ทุกคนรอคอย “Central Midnight Sale” 25 มีนาคม – 5 เมษายน อัดความสุขสร้างสีสันต้อนรับลูกค้าช่วงซัมเมอร์ พร้อมต่อยอดความสำเร็จของกลยุทธ์สุดปัง ที่ดึง Insight ลูกค้ามอบความสนุกครั้งใหม่กับ “Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival” ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี #NewArrival

นักช้อปตัวจริงตาวิ้งเป็นประกายอีกครั้ง เมื่อห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ากระตุ้นค้าปลีกไทยโตต่อเนื่องอัดแคมเปญไม่ยั้งลุยไตรมาสแรกของปี ด้วยซิกเนเจอร์แคมเปญ “Central Midnight Sale” งานเซลที่ดีที่สุดของเมืองไทยที่ครองใจนักช้อปมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และในครั้งนี้ได้ทวีความสนุกให้วงการรีเทลและแฟชั่นประเทศไทย ด้วยการต่อยอดคอนเซ็ปต์สุดเก๋จากครั้งก่อน ที่ดึง Insight ของลูกค้ามาเป็นไอเดียในการครีเอทกลยุทธ์ด้านตลาด กับครั้งล่าสุดนี้มาในคอนเซ็ปต์ “GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” #NewArrival เตรียมต้อนรับลูกค้าในช่วงซัมเมอร์ ด้วยแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ จัดโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั้งห้าง! สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50% อาทิ Estee Lauder, La Mer, Jo Malone London, Calvin Klein Jeans, Scotch & Soda, Ray-Ban, Swarovski, Nike, Adidas, Tefal, Dyson, Sanrio ฯลฯ ครบครันทุกหมวดหมู่ พร้อมโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ และบริการ ที่ดีและคุ้มที่สุด 

ยืนหนึ่งสมกับต้นฉบับ “มิดไนท์เซล” ตัวจริง! เริ่มช้อปได้เลยตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม –  5 เมษายน 2565 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ พร้อมกันนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับมาตรการด้านสุขอนามัย ด้วยมาตรการ Central Clean & Safe เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ และอุ่นใจได้ ปลอดภัยเสมือนอยู่บ้าน ตามมาตรการความปลอดภัยทางสาธารณสุข

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “ปีนี้ห้างเซ็นทรัลครบรอบ 75 ปี ตลอดการทำธุรกิจเราเรียนรู้ลูกค้าในทุกๆ วัน เพื่อมอบสิ่งใหม่ สร้าง Demand Generation ที่ถูก personalized ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าสูงสุด เราไม่มีกรอบในการคิดงาน จึงเป็นห้างที่สร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการรีเทล อยู่เสมอ ซึ่ง Central Midnight Sale นับว่าเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่นักช้อปรัก เพราะสร้างความสุข และปรับกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าตื่นเต้นอยู่เสมอ กลายเป็นซิกเนเจอร์แคมเปญสำคัญของห้างเซ็นทรัล ที่จัดต่อเนื่องมากว่า 33 ปี หรือตั้งแต่ปี 2531 นี่คือแคมเปญที่นักช้อปรอคอยในทุกไตรมาส และสำหรับ Central Midnight Sale ครั้งล่าสุดนี้ เราต่อยอดความสนุกของคอนเซ็ปต์ครั้งก่อนเป็น “GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” #NewArrival ยกระดับกิมมิกสนุกๆ ที่แก้ปมการช้อปปิ้งให้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป ด้วยการเปลี่ยนชื่อสินค้าให้รู้สึกว่ายังไม่เคยมีสินค้า เช่น Sky Heels – รองเท้าส้นสูง, Goodnight Bag – หมอน เป็นต้น และแม้คุณจะมี Sky Heels แล้ว แต่มีได้อีกเพราะชิ้นนี้เป็น New Arrival! Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี #NewArrival! ครั้งนี้ ถือเป็นการต้อนรับลูกค้าเข้าสู่บรรยากาศการช้อปปิ้งสุดคึกคักในช่วงซัมเมอร์ ที่ถือเป็นช่วงเวลาที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูงที่สุดอีกช่วงของปี เนื่องจากตรงกับช่วงปิดเทอม มีวันหยุดยาวในช่วงเทศกาล และเป็นช่วงที่ลูกค้าจะออกมาอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ พร้อมมองหาไอเท็มคอลเลกชั่นใหม่รับซัมเมอร์ให้กับตัวเองและซื้อให้คนที่รัก เราจึงได้ผนึกกำลังกับพาร์ตเนอร์แบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ จัดโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย เราคาดว่า Central Midnight Sale ครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนทุกครั้ง และคาดว่าจะสามารถกระตุ้น Traffic ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในห้าง และทำยอดขายแคมเปญแตะอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท สร้างสีสันบรรยากาศการช้อปปิ้งในช่วงไฮซีซั่นให้กลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศให้ก้าวต่อไปข้างหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญนี้จะสร้างความสุขและความประทับใจให้ทุกคนได้อย่างเช่นเคย”

ด้วยความพร้อมของห้างเซ็นทรัลที่เป็นห้างแรกและห้างเดียวในไทยที่เชื่อมช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกันเป็นแพลตฟอร์มออมนิชาแนลอย่างสมบูรณ์แบบ ในทุกๆ แคมเปญของห้างเซ็นทรัลจึงมีความแข็งแกร่งรอบด้าน สร้างการเติบโตในธุรกิจค้าปลีกด้วยการเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในทุกช่องทางการขาย ผสานทั้งด้านเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละท่านให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการใช้ช่องทาง โซเชียลมีเดีย ดารา และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างการรับรู้ โปรโมตแคมเปญในวงกว้าง ซึ่งครั้งนี้ แฟนคลับ หยิ่น-อานันท์ และวอร์-วนรัตน์ ห้ามพลาด! ชมไลฟ์ความสนุก กับตอน #คืนนี้ไม่หวั่นช้อปเซ็นทรัลกับหยิ่นวอร์ ในวันที่ 25 มีนาคม 2565 เวลา 21.00 น. – 22.30 น. รับชมผ่านทาง YouTube, Facebook และ Twitter ของ CentralDepartmentStore  และยังมีไฮไลต์พิเศษกับการเปิดตัวหนังโฆษณาตัวใหม่เป็นภาคต่อจากคอนเซ็ปต์ “GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” สร้างสีสันและรอยยิ้มให้ทุกคนได้รู้สึกเอ็นจอยและเข้าถึงความสนุกในครั้งนี้ ซึ่งรับชมทาง YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=v74Fyu5XXCU และ https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore/

พบกับกิจกรรมและรับโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ ไม่ว่าจะมาช้อปหน้าร้าน ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือช้อปผ่านทางแพลตฟอร์มออมนิชาแนล ดังนี้ Central App, เว็บไซต์ www.central.co.th , Central Chat & Shop, Central Call & Shop, Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือช้อปผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และอินบ็อกซ์เพจหลักของห้างที่ คลิก https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore/ อาทิ 

– สินค้าแบรนด์ชั้นนำสุดฮอต ลดทั้งห้าง! ทุกชั้น ทุกแผนก! สินค้าคอลเลกชั่นใหม่ (New Arrival)  ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50%

– ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 34%

– รับคูปองแทนเงินสด หรือ E-Coupon และเครดิตเงินคืนสูงสุด 21% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข 

– รับคูปองส่วนลด 150 บาท  เมื่อแลกคะแนน The1 1,000 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชั่นเดอะวัน        

– ลูกค้าเอไอเอส ใช้ 100 พอยต์ แลกรับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 100 บาท (จำนวนจำกัด 5,000 สิทธิ์ตลอดรายการ)

– ลูกค้า Mastercard รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 1,000 บาท เมื่อช้อป 20,000 บาทขึ้นไปต่อเซล สลิป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน / จำนวน 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)

– ลูกค้า Dolfin รับคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน) และเมื่อช้อปครบทุก 25 บาท รับคะแนน The 1 point X2

– รับสิทธิพิเศษเพิ่มจากบัตรเครดิตชั้นนำ

พลาดไม่ได้! กับ “Midnight Market” รวบรวมไอเท็มสุดฮอตภายในห้างมาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปในบรรยากาศสุดชิคตอบโจทย์ลูกค้าให้ช้อปสะดวก เป็น One Stop Shopping Point พบกันที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ ชิดลม, ลาดพร้าว, เซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์, ปิ่นเกล้า, บางนา, อีสต์วิลล์ และเวสต์เกต

และเตรียมสนุกกับกิจกรรม KitchenAid Midnight sale พบกับ เชฟบอย The Michelin Guide จากร้านอาหาร เสน่ห์จันทร์ ที่จะมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษให้ทุกท่านที่แวะมาสนุกที่ KitchenAid กับ เมนู Basque cheesecake ในวันที่ 26 มีนาคม 2565 เวลา 14.00-15.00 น. ที่แผนกโฮม ห้างเซ็นทรัล ชิดลม พร้อมโปรโมชั่นพิเศษจาก KitchenAid กับส่วนลดสูงสุด 40% วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2565  

พิเศษ! เมื่อช้อปผ่าน Central App  ระหว่างวันที่ 25 – 31 มีนาคม 2565

· จัดเต็มกับสินค้าราคาพิเศษสูงสุด 80% 

· แจกโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 20% ทุกวัน เวลาเที่ยงคืน และ 14.00 น. ตลอดแคมเปญ

· รับ T1 X3 ทุกออร์เดอร์ ไม่มีขั้นต่ำ! เที่ยงคืน -ตีสอง เฉพาะ 26 มีนาคม 2565 

· Midnight Brand Sale แบรนด์ดังลดจัดเต็ม 00.00-02.00 น. เฉพาะวันที่ 27-28 มีนาคม 2565

· Super Flash Deal เปลี่ยนใหม่ทุกเที่ยงคืน เฉพาะวันที่ 29-31 มีนาคม 2565

· สินค้าซื้อ 1 ฟรีของแถมไซส์จริง

· สิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากบัตรเครดิต และพาร์ตเนอร์ ที่ร่วมรายการอีกมากมาย

มาช้อปมันส์ที่งาน Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” #New Arrival ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2565 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ พร้อมแฮชแท็กร่วมสนุกกันได้ที่  #CentralMidnightSale #GuiltyFreeFestival #CentralDepartmentStore

ห้องอาหารเวนติซี จัดหนักแบบจุกๆ กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679054

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 10:50 น.ห้องอาหารเวนติซี จัดหนักแบบจุกๆ กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ

จัดหนักแบบจุกๆ กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ พร้อมไฮไลท์เมนูเนื้อเป็ด และฟัวกราส์ ณ ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

รวมตัวกันทางนี้ทุกวันพฤหัสบดี ห้องอาหารเวนติซี  โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เตรียมพร้อมจูงมือคนรู้ใจของคุณมาอิ่มเอมใจ ฟินสุดคุ้ม กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติและ อาหารอิตาเลียน-ไทย พร้อมสัมผัสลิ้มลองความอร่อยกับไฮไลท์เมนู โดยเชฟแอนเดรีย  มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ได้คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลก นำมารังสรรค์เป็นสุดยอดเมนู เนื้อเป็ดและฟัวกราส์ ที่พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้ลิ้มลองถึง 4 เมนู ต่อ 1 ท่าน

อาทิ ฟัวกราส์ราดซอสเวลูเต้, ฟัวกราส์ทอดราดซอสสตูว์แอปเปิ้ล บัลซามิคและผักร็อกเก็ต, เส้นตัลยาเตลเลกับครีมซอสทรัฟเฟิลดำและฟัวกราส์ทอด, เป็ดอบราดซอสเกรวี่ พร้อมทั้งมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายให้คุณได้จัดหนักจัดเต็มลิ้มลองความอร่อย กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอาทิ มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กั้งกระดาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง ซูชิและซาชิมินานาชนิด รวมถึงอาหารอิตาเลียน และอาหารไทย  แฮมนานาชนิด สลัดต่างๆ ซุปให้คุณเลือกลิ้มลอง พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับชีสนานาชนิด ปิดท้ายด้วยของหวานแสนอร่อยหลากหลายเมนู

บุฟเฟ่ต์นานาชาติ กับไฮไลท์เมนู เนื้อเป็ดและฟัวกราส์มื้อเย็น ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 22.30 น. (ไลน์บุฟเฟ่ต์ปิดเวลา 22.00 น.) ในราคาเพียง 1,590 บาท++ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมในราคา 149 บาท++ (น้ำดื่ม น้ำอัดลม และชา กาแฟ) สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบทานฟรี และอายุ 6-11 ขวบครึ่งราคา

เวนติซีเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30–22.30 น.

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-100-6255 หรืออีเมล: diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเวนตี้ซี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่

เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/Ventisi-100101598792391

อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld

ยกทะเลมาไว้ริมโขง @The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679040

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 09:15 น.ยกทะเลมาไว้ริมโขง  @The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย)

เที่ยวหนองคาย แวะเช็กอิน The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) ชิมซีฟู้ดสดเหมือนยกทะเลมาไว้ริมโขง

“หนองคาย” เป็นหนึ่งในจังหวัดภาคอีสานที่มีลักษณะทอดตัวเรียงรายไปกับแม่น้ำโขง ทัศนียภาพทางสิ่งแวดล้อมสวยงาม อากาศดี หนองคายเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับแม่น้ำโขงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำโขงนี้ก็คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นั่นเอง

หลายคนอาจคุ้นเคยกับหนองคายในฐานะเมืองทางผ่านเพื่อเดินทางไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ ของ สปป.ลาว แต่อันที่จริงแล้ว หนองคายในวันนี้มีอะไรมากกว่าคำว่า เมืองทางผ่าน เพราะการเดินทางมาเยือนหนองคายของในครั้งนี้ได้พบเห็นสถานที่มากมายทั้งที่เคยรู้จักและไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งก็มีตั้งแต่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่ง Shopping ตลอดจนอาหารอร่อยที่มีหลากหลายให้เลือกลิ้มลอง

แต่ในวันนี้อยากนำเสนอร้านอาหารทะเลกับบรรยากาศริมแม่น้ำโขงในมุมที่แปลกแตกต่างออกไปในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย และถ้าพูดถึงอาหารทะเล สดคุณภาพดี ในภาคอีสาน ตอนนี้ต้องนึกถึง The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) ที่สนับสนุนเกษตรกรตั้งแต่ต้นทาง โดยรับวัตถุดิบสดตรงจากชาวประมงชายฝั่งหรือฟาร์ม โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ แช่ เพื่อที่จะให้ถึงมือผู้บริโภคแบบคุณภาพดีและปลอดภัย

นายเจษฎา ช่วยชูหนู ผู้บริหาร The Sea Bar

เปิดเผยว่า Concept ของร้าน The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) จะประสานงานกับฟาร์มจากแหล่งผลิตโดยตรง เช่น ฟาร์มกุ้งศรีสุบรรณ ฟาร์มหอยนางรมสินมานะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มผู้เลี้ยงปูดำ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มชาวประมงชายฝั่งอำเภอประทิว อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

โดยมีทีมงาน The Sea Bar วิ่งไปรับของเองจากแหล่งดังกล่าวในภาคใต้ โดยใช้รถห้องเย็นและใช้วิธีการที่ชาวประมงเรียกว่าดองแห้ง คือเมื่อรับวัตถุดิบสดจากชาวประมงชายฝั่งหรือฟาร์มจะไม่ใช้สารเคมีใดๆ และไม่ดองน้ำเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้สัตว์ทะเล เช่นกุ้ง ปลาหมึก หากแช่น้ำระหว่างขนส่งจะได้น้ำหนักเพิ่ม 10-20% แต่การดองแห้งคือปล่อยให้สัตว์สะเด็ดน้ำแล้วฟรีซแช่แข็งด้วยอุณหภูมิลบ 15-20 องศา จะได้ความสดของอาหารทะเลและยังคงรสชาติอร่อยเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่จะยังคงน้ำหนักสุทธิของสัตว์ที่จับได้จากต้นทาง

รสชาติอาหารทะเลจากอ่าวไทย คือความโชคดีของคนไทย เนื่องจากภูมิประเทศที่ตั้งของอ่าวไทยเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุ สารอาหาร อุณหภูมิของน้ำทะเลและความเค็ม ที่เหมาะสมทำให้รสชาติของอาหารทะเลอ่าวไทย รวมถึงฟาร์มสัตว์ทะเล ในพื้นที่ภาคใต้มีรสชาติดีกว่าอาหารทะเลในประเทศอื่นๆ

เมนูยอดนิยมหลักๆ ก็ต้อง ปูม้า ปูดำ กุ้ง หอยและปลาหมึก นอกจากความสดของอาหารทะเลแล้ว น้ำจิ้ม “ซีฟู้ด” ของ The Sea Bar รับประกันว่าแซ่บ แน่นอน เราไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงชายทะเลแล้ว อยู่อีสานก็สามารถรับประทานอาหารทะเลสดๆ ได้ เพราะแค่ไปที่ร้าน The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) ก็จะได้กินอาหารทะเลสด ๆ เหมือนยกทะเลชาวประมงมาไว้ที่นี่เลยทีเดียว

The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) เป็นร้านอาหารในสไตล์แบบครอบครัว บรรยากาศจะเป็นโซนแบบโอเพ่นแอร์แบบแนววินเทจมีสีสันยามเย็น ชมวิวแม่น้ำโขงที่ทอดยาวสุดสายตา รับลมที่พัดผ่านเย็นสยาย มีดนตรีสดเบาขับกล่อมให้เพลิดเพลินขณะนั่งรับประทานอาหาร มีมุมเก๋ๆ สวยๆ ไว้ให้ถ่ายภาพสำหรับคนที่รักการถ่ายภาพอีกด้วย

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถสั่งอาหารทะเลมา ปิ้ง เผา ได้เองถึงโต๊ะ เหมือนเราไปพักแคมป์ปิ้ง รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสรสชาติของการทานอาหารที่แปลกใหม่ The Sea Bar ยังยืนยันว่าจะใช้กระบวนการนี้ดำเนินธุรกิจต่อไปเพราะอยากให้อาหารทะเล ปลอดภัยจากสารพิษและวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ถึงผู้บริโภครวมถึงยังได้ช่วยเหลือชาวประมงรายย่อยในพื้นที่ภาคใต้ ในการดำรงอาชีพ สร้างงานและความภาคภูมิใจให้ชุมชนประมงต้นทางอีกด้วย

ในอนาคตอันใกล้เมื่อเปิดด่านพรมแดนไทย และประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเราจะผลักดันอาหารทะเลเกรดพรีเมี่ยม ส่งออกไปยังตลาดประเทศลาวพร้อมทั้งให้ข้อมูลกระบวนการจัดการระบบที่ได้มาซึ่งอาหารทะเลคุณภาพต่อไป

ที่ตั้ง The Sea Bar เลขที่ 334 หมู่ 9 ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เบอร์โทร 06-3968-5899 Facebook: ตลาดอาหารทะเล The SEA MART

ท่องเที่ยววันหยุดยาว @วนาเบลล์ เกาะสมุย โรงแรมหรูสุดโรแมนติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678935

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 19:43 น.ท่องเที่ยววันหยุดยาว @วนาเบลล์ เกาะสมุย โรงแรมหรูสุดโรแมนติก

วนาเบลล์ เอ ลักซ์ซูรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย เสนอแพ็กเกจ “ลอง สเตย์” พักระยะยาว 7 วันขึ้นไป รับสิทธิประโยชน์และส่วนลดมากมาย ในรีสอร์ทที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ใน 1 เปอร์เซ็นต์ของโรงแรมหรูที่ดีที่สุด บริการดีที่สุด และโรแมนติกที่สุดในโลก

กางแผนแพลนทริปวันหยุดยาวคราวนี้ ชวนดื่มด่ำความโรแมนติกริมหาดทรายขาวที่ วนาเบลล์ เอ ลักซ์ซูรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย สัมผัสกับการพักผ่อนแบบเหนือระดับที่ห้องสวีทสุดหรูที่มองเห็นหาดทรายสวย น้ำทะเลใส ในแพ็กเกจ “ลอง สเตย์”  ที่ให้ทุกท่านอยู่อย่างสบายๆ ได้นานขึ้นกว่าเดิมเพื่อการท่องเที่ยวในวันหยุดยาว หรือจะเป็นการเปลี่ยนที่ทำงานก็ดีเช่นกัน เปิดให้สำรองห้องพักแล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2565 และเข้าพักได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 โดยต้องเข้าพักไม่ต่ำกว่า 7 คืน ในราคาเริ่มต้นที่ 43,000++ บาท สำหรับห้องพักประเภทพูลสวีท

สำหรับ วนาเบลล์ เอ ลักซ์ซูรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย ตั้งอยู่บนหาดเฉวงน้อย ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของป่าอันเงียบสงบ อยู่ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งในย่านหาดเฉวง และสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ บนเกาะสมุยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เป็นสถานที่พักผ่อนซึ่งจะคืนความสดชื่น ภายใต้บรรยากาศอันโรแมนติก มาพร้อมห้องพักขนาดกว้างขวางทั้งแบบประเภทพูล วิลล่า และพูล สวีท รวม 79 ห้อง พร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัย และยังคงรักษากลิ่นอายของวิถีชีวิตบนเกาะสมุยได้อย่างครบถ้วน นอกจากการพักผ่อนแบบเหนือระดับ และความสะดวกสบายในรีสอร์ทที่ทุกท่านจะได้รับ ห้องสวีท และวิลล่าทั้งหมดมาพร้อมกับสระว่ายน้ำ และระเบียงส่วนตัว ให้ทุกท่านได้ชมทัศนียภาพอันตระการตาของชายหาด โดยมีฉากหลังเป็นความเขียวชอุ่มของผืนป่าอันงดงาม

ตลอดระยะเวลาแพ็กเกจ “ลอง สเตย์” เราสามารถเพลิดเพลินไปกับบริการอาหารเช้าริมทะเลได้ทุกวันสำหรับ 2 ท่าน พร้อมสิทธิในการใช้อินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่มีไว้บริการทั่วรีสอร์ท นอกจากนี้ แพ็กเกจ “ลอง สเตย์” ยังมอบบริการและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย อาทิ บริการรถรับส่ง ไป-กลับสนามบินนานาชาติเกาะสมุย บริการซักรีดเสื้อผ้า จำนวน 2 กิโลกรัมในช่วงระยะเวลา 7 วัน (ไม่รวมซักแห้ง) พร้อมรับส่วนลด 25 เปอร์เซ็นต์สำหรับการสั่งอาหาร และเครื่องดื่มแบบไม่ผสมแอลกอฮอล์ซึ่งสามารถใช้บริการที่ห้องอาหารใดก็ได้ในรีสอร์ท และส่วนลดอีก 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อเข้าใช้บริการสปา สำหรับโปรแกรมทรีทเม้นท์แบบ อะ ลา คาร์ท ทั้งนี้ สำหรับผู้เข้าพักท่านที่ 3 เป็นต้นไป คิดค่าบริการเพิ่มเติม 2,800++ บาทต่อท่านต่อคืน

สนใจสำรองห้องพักได้ที่ โทร. 077 – 915 – 555 หรืออีเมล Reservations.vanabelle@marriott.com  เว็บไซต์ https://www.marriott.com/offers/exclusive-long-stay-package-off-28135?propertycode=usmvl

เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต พร้อมกลับมาเปิดให้บริการมอบความสุขสนุกแก่ทุกครอบครัว 1 เม.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678932

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 18:51 น.เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต พร้อมกลับมาเปิดให้บริการมอบความสุขสนุกแก่ทุกครอบครัว 1 เม.ย.นี้

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ประกาศกลับมาเปิดให้บริการ “เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต” หนึ่งในรีสอร์ทยอดนิยมสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุดในไทย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากไทยและทั่วโลก ในวันที่ 1 เมษายน 2565

เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต โรงแรมที่ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวอย่างต่อเนื่องจากทริปแอดไวเซอร์ ตั้งอยู่ห่างจากหาดกะรนอันกว้างขวางบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ โดยใช้เวลาเดินเพียงไม่กี่นาที จากใจกลางย่านร้านอาหารและแหล่งบันเทิงที่มีชีวิตชีวาของหาดกะรน 

รีสอร์ทแห่งนี้มอบสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวอย่างครบครัน ทั้งสวนน้ำ 3 แห่ง สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก ที่มาพร้อมโซนเครื่องเล่นน้ำและสไลเดอร์ รวมถึงสปาเซ็นวารี ที่มอบความผ่อนคลายสำหรับลูกค้ารายบุคคล คู่รัก และผู้ปกครอง ด้วยบริการเพื่อสุขภาพอย่างหลากหลาย อาทิ ห้องอบไอน้ำ สปาจากุชชี่ และคอร์สนวดต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กโดยเฉพาะอย่างคิดส์คลับ ซาฟารี แคมป์ สนามเด็กเล่น และความบันเทิงอีโซน

เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต แบ่งโซนพื้นที่ออกเป็น 4 โซน เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มต่างๆ สำหรับลูกค้าที่มีความชอบที่แตกต่างกัน โดยให้บริการทั้งแขกรายบุคคล คู่รัก และครอบครัว ด้วยที่พักอันกว้างขวางและกิจกรรมสันทนาการมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศเขียวชอุ่มของรีสอร์ทที่ล้อมรอบด้วยสวนภูมิทัศน์และเนินเขาเขียวขจี โดยผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์อาหารเลิศรสหลากหลายสัญชาติได้ที่รีสอร์ทแห่งนี้ ทั้งอาหารไทย นานาชาติ อาหารค่ำตามธีมห้องอาหาร และอาหารอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์น พร้อมผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มแก้วโปรดที่เลานจ์บาร์ ที่ถ่ายทอดสดกีฬาบนหน้าจอ และสร้างบรรยากาศด้วยเสียงดนตรีที่ยอดเยี่ยม เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนให้แก่ผู้เข้าพักอย่างน่าประทับใจ

ผู้เข้าพักสามารถวางใจในความปลอดภัยและสุขอนามัยได้เมื่อเข้าพักที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทุกแห่ง ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยภายใต้โปรแกรม เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) ซึ่งประกอบไปด้วยหลักปฏิบัติการที่ครอบคลุมทั้งการเว้นระยะห่าง สุขภาพ สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการบริการให้มีความปลอดภัยสูงสุดต่อสุขภาพอย่างรอบด้านอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่

ลูกค้าสามารถจองห้องพักที่เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต ผ่านข้อเสนอ The Place to Be ในราคาเริ่มต้นที่ 1,650 บาท++ ต่อคืน พร้อมรับส่วนลดเพิ่ม 15% สำหรับสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน

นอกจากนั้น ลูกค้าคนไทยยังได้รับสิทธิส่วนลดราคาห้องพักเพิ่ม 40% สูงสุด 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน รวมถึง e-voucher มูลค่า 600 บาทต่อคืน สำหรับอาหาร สปา และกิจกรรมอื่นๆ ภายในรีสอร์ท เมื่อจองผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยสามารถจองผ่านโครงการนี้ ได้จนถึง 24 พฤษภาคม 2565 และเข้าพักได้ถึง 31 พฤษภาคม 2565

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com

Zen Box สดเต็มกล่อง อร่อยเต็มคำ Minimal Cafe ในคอนเซ็ปต์ Everyday Japanese Food

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678811

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 16:25 น.Zen Box สดเต็มกล่อง อร่อยเต็มคำ Minimal Cafe ในคอนเซ็ปต์ Everyday Japanese Food

Zen Box ในเครือ ZEN Group ฉลองเปิดสาขาใหม่ล่าสุด ในสไตล์ Minimal Cafe ภายใต้คอนเซ็ปต์ Everyday Japanese Food ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Zen Box ร้านอาหารอาหารญี่ปุ่นแบบ Grab & Go ในเครือ ZEN Corporation Group หรือ ZEN Group ฉลองเปิดสาขาใหม่ล่าสุด ในรูปแบบเรียบเก๋ แนวคาเฟ่ สไตล์มินิมอล ภายใต้คอนเซ็ปต์ Everyday Japanese Food พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูร้อนและเมนูเย็น ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ สลัด โอนิกิริ เบนโตะ และเมนูอื่นๆ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอีกมากมาย อีกทั้งยังมีพื้นที่บริการให้นั่งรับประทานอาหารแบบ Self Service อีกด้วย เรียกได้ว่าครบจบมื้อในที่เดียว

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว่า “ทางร้าน Zen Box เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย ดังนั้นทางร้านจึงได้มีการสร้างสรรค์เมนูอาหารที่มีคุณภาพทั้งรสชาติอาหาร ด้วยวัตถุดิบแบบพรีเมียมตามมาตรฐานเซ็น และรูปแบบการให้บริการ พร้อมทั้งสไตล์การตกแต่งร้าน โดยเน้นการปักหมุดโลเคชั่นร้านตามงานแสดงสินค้าและมหกรรมต่างๆ ในศูนย์ประชุม ซึ่งทางร้านเปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาสามย่านมิตรทาวน์, สาขาไบเทคบางนา และสาขาใหม่ล่าสุดคือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมถึงมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีกในอนาคต ในพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความเร่งรีบของคนเมืองด้วย” 

ร้าน Zen Box พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูร้อนและเมนูเย็น ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ สลัด โอนิกิริ เบนโตะ และเมนูอื่นๆ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอีกมากมาย ให้เลือกกว่า 70 เมนู โดยมีเมนูแนะนำพิเศษ อาทิ เมนู เบนโตะข้าวผัดกระเทียมกุ้งทอดคัตสึ (EBI KATSU GARLIC FRIED RICE BENTO) ข้าวผัดกระเทียม รสชาติกลมกล่อม หอมเนยและกระเทียม ทานคู่กับกุ้งที่นำไปคลุกกับเกล็ดขนมปังทอดจนเป็นสีเหลืองทอง เสิร์ฟพร้อมกับซอสทงคัตสึ จัดว่าเป็นเมนูที่น่าลิ้มลองเลยทีเดียว (เฉพาะสาขาอิมแพค อารีนา เมืองทองธานี)

ต่อที่ นอร์เวย์มากิแร๊ป (NORWAY MAKI WRAP) มากิแร๊ป สไตล์ญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใคร เนื้อปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์นำมาคลุกเคล้ากับซอสสไปซี่มิโสะ ทานคู่กับผักสลัด อร่อยฟินจนหยุดไม่อยู่ (เฉพาะสาขาอิมแพค อารีนา เมืองทองธานี และไบเทคบางนา)

เมนู โอนิกิริไข่ปลาแซลมอนและปลาแซลมอน (IKURA SALMON ONIGIRI) ข้าวซูชิคลุกผสมใบโอบะ ทานคู่กับแซลมอนสดหั่นเป็นชิ้นเนื้อเด้งแน่นพอดีคำ เพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติด้วยไข่ปลาแซลมอนสุดพิเศษ

ถัดไป ข้าวหน้าปลาไหลบาระชิราชิ (UNAGI BARACHIRASHI BOWL) ข้าวซูชิ หน้าปลาไหลญี่ปุ่นที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำนำไปอะบุริจนหอม โรยด้วยไข่หวาน สาหร่ายฮิจิกิ และแตงกวา เมื่อรับประทานร่วมกันจะได้รสชาติที่หอมหวาน อร่อยกลมกล่อม

ปิดท้ายด้วย สลัดอโวคาโด (AVOCADO SALAD) เมนูที่เอาใจสายเฮลตี้ ด้วยสลัดอโวคาโดที่มีคุณประโยชน์มากมาย เมื่อรับประทานร่วมกับผักสลัดที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี และเพิ่มรสชาติด้วยน้ำสลัดที่รสชาติอร่อย เข้มข้น

เชิญชวนร่วมสัมผัสประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นมื้อด่วนคุณภาพดี ด้วยสโลแกน “สดเต็มกล่อง อร่อยเต็มคำ” ได้แล้ววันนี้ ณ ร้าน Zen Box สาขา อิมแพ็ค เมืองทองธานี (ฮอลล์ 8) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ZenBoxThai หรือ Line @ZENGroupTH

CMG และ ATOME ชวนช้อปแบรนด์ดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678807

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 16:01 น.CMG และ ATOME ชวนช้อปแบรนด์ดัง

BUY NOW PAY LATER! ช้อปก่อนจ่ายทีหลัง CMG และ ATOME ชวนช้อปแบรนด์ดัง “แบ่งจ่าย 3 ครั้ง ดอกเบี้ย 0%” สมัครง่าย ๆ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เพียงบัตรเดบิตก็ตอบโจทย์สายแฟ

เพราะความแฟรอกันไม่ได้ Central Marketing Group [CMG] ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์แฟชั่น และเครื่องสำอางชั่นนำระดับโลกกว่า 40 แบรนด์ ภายใต้ Central Retail Corporation เอาใจนักช้อป เปิดตัวช่องทางการชำระ เงินรูปแบบใหม่ ร่วมกับ ATOME (อาโตมี่) แบรนด์ผู้นำด้านบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ให้คุณช้อปแบรนด์สุดคูล อย่าง Calvin Klein Jeans, GUESS, MLB และ The Body Shop ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการชำระเงินที่ยืดหยุ่น แบ่งยอดชำระออกเป็น 3 ครั้ง ครั้งละเท่าๆกันได้ โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมรายเดือนเพิ่มเติม สมัครได้ง่าย ๆ แม้ไม่มีบัตรเครดิต* (*เลือกสมัครโดยใช้บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ก็ได้)

ปังไม่หยุด! รับสิทธิ์พิเศษถึง 3 ต่อ**

ต่อที่ 1)  สิทธิพิเศษต้อนรับผู้ใช้บริการ ATOME ครั้งแรก ด้วยเวาเชอร์ส่วนลด 250 บาท เมื่อมียอดซื้อสินค้า ขั้นต่ำ 600 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2565

ต่อที่ 2) ส่วนลดพิเศษจากทางแบรนด์ให้คุณช้อปได้คุ้มยิ่งขึ้น สำหรับผู้ใช้บริการ ATOME ครั้งแรก

?      MLB: รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 10%* เมื่อซื้อสินค้าที่มีส่วนลดต่ำกว่า 30%

?      Calvin Klein Jeans: รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่มีส่วนลดไม่เกิน 20% ครบ 2,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) สำหรับลูกค้าใหม่และปัจจุบัน

?      GUESS: รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 100 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)

?      The Body Shop: รับคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป

ต่อที่ 3)  ลูกค้าปัจจุบันของ ATOME รับคูปองส่วนลด 100 บาท

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด / ระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2565

มาสัมผัสประสบการณ์การช้อปรูปแบบใหม่ ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ได้ที่หน้าร้าน Calvin Klein Jeans, GUESS, MLB และ The Body Shop ทุกสาขา และช้อปออนไลน์ได้ที่ guess.co.th, thebodyshop.co.th  พร้อมรับสิทธิพิเศษได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ATOME และลงทะเบียนสมัครสมาชิก จากนั้นสามารถเลือกชำระกับ ATOME ที่หน้าตัวเลือกการชำระเงิน บนแอปพลิเคชันมือถือได้เลย

#CMGxATOME #ช้อปก่อนจ่ายทีหลัง #ดอกเบี้ย0 

ส่องจีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ใหม่ค่าย “การ์มิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678737

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 08:30 น.ส่องจีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ใหม่ค่าย "การ์มิน"

“การ์มิน” เปิดตัว INSTINCT 2 ซีรีย์ จีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ พร้อมโชว์นวัตกรรมโซลาร์เทคฯ เพิ่มอายุการใช้งานไม่จำกัด มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นใน 2 ขนาด มีให้เลือกกว่า 18 สไตล์

หนึ่งในไอเท็มคู่กายทั้งชายและหญิงยุคนี้ ต้องมีสมาร์ทวอทช์คู่ใจไปไหนไปกัน ล่าสุด การ์มิน ผู้ส่งมอบที่สุดของความหลากหลายทางเทคโนโลยี GPS ตั้งแต่อุตสาหกรรมการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง ลุยต่อด้วยการเปิดตัว INSTINCT 2 ซีรีย์ จีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ดีไซน์เด่นใน 2 ขนาด มีให้เลือกกว่า 18 สไตล์ มาพร้อมกับนวัตกรรมโซลาร์เทคฯ ที่เพิ่มให้อายุแบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่จำกัด (Unlimited) พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ กับตัวเรือนที่แข็งแกร่งถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกา MIL-STD-810 จัดเต็มกับฟีเจอร์อัพเกรดด้านสุขภาพ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ Sleep Score เพื่อให้การมอนิเตอร์ด้านสุขภาพครบถ้วนทุกมิติ รวมถึงฟีเจอร์ด้านไลฟ์สไตล์อย่าง Garmin Pay ที่มาพร้อมกับ Rabbit Card ราคาเริ่มต้นเพียง 11,990 บาท

สมาร์ทวอทช์การ์มิน รุ่น INSTINCT 2 ซีรีย์ ถูกดีไซน์ให้มีความโดดเด่นตามแบบฉบับ BOLD & RUGGED แข็งแกร่ง จัดจ้าน สะท้อนตัวตนที่ชัดเจนและแตกต่างเป็นหนึ่งเดียว ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน และภายใต้สีสันอันโฉบเฉี่ยว ยังมีเทคโนโลยีระดับแถวหน้าของวงการสมาร์ทวอทช์ที่การ์มินพัฒนาขึ้น

DESIGNED FOR LIFE – ดีไซน์เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ

INSTINCT 2 ซีรีย์ มีขนาดบางกว่ารุ่นก่อนและมีให้เลือกถึง 2 ขนาด คือ INSTINCT 2 ขนาด 45 มม. และ INSTINCT 2S ที่มาในขนาด 40 มม. ซึ่งจะเจาะลูกค้ากลุ่มผู้หญิงหรือผู้ที่มีขนาดข้อมือค่อนข้างเล็กจะสวมใส่รุ่นนี้ได้สบายกว่า โดยหน้าจอแสดงผลของ INSTINCT 2 ซีรีย์ ถูกอัปเกรดใหม่ให้มีความละเอียดสูง ผู้สวมใส่สามารถแคปเจอร์ข้อมูลสำคัญได้เพียงพริบตาระหว่างทำกิจกรรม จอกระจกกันรอยขีดข่วนและแข็งแกร่ง ใช้งานได้อย่างมั่นใจ ถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกา MIL-STD-810 ทนทานต่อทั้งความร้อน แรงกระแทก และน้ำลึกถึง 100 เมตร นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Garmin Connect IQ™ (CIQ) แพลตฟอร์มสำหรับการปรับแต่งผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานส่วนบุคคล ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปฯ วิดเจ็ต หน้าจอนาฬิกา ช่องข้อมูล และอื่น ๆ อีกมากมายได้ฟรี และที่สำคัญผลิตภัณฑ์ซีรีย์นี้ยังมีฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ อาทิ Hydration Tracking (ติดตามการดื่มน้ำ) Connect Leaderboard (ข้อมูลจำนวนก้าว ระยะทาง) Menstrual Cycle (ข้อมูลรอบเดือน) และ Pregnancy Tracking (ติดตามการตั้งครรภ์) ที่สามารถเรียกใช้งานได้ผ่าน CIQ

SOLAR TECH FOR ENDURING BATTERY LIFE – นวัตกรรมโซลาร์เทคฯ ที่เพิ่มให้อายุแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน

เติมเต็มอายุใช้งานแบตเตอรี่แบบเต็มพิกัด ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 28 วัน เมื่ออยู่ในโหมดสมาร์ทวอทช์ และนวัตกรรมโซลาร์เทคฯ ที่ถูกพัฒนาไปอีกขั้น จึงช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่จำกัด¹ INSTINCT 2 ซีรีย์ ยังมีโหมดกิจกรรมแบบบิ้วท์อินที่หลากหลาย อาทิ Multisport ที่อัปเกรดใหม่มาพร้อมโหมดกีฬากว่า 30 โหมด พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถใช้งานระหว่างกิจกรรมหรือดูข้อมูล เวลา และระยะทางของกิจกรรมที่กำลังทำได้แบบไม่จำกัดประเภท และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน INSTINCT 2 ซีรีย์ ยังมีฟีเจอร์ Incident Detection ที่จะช่วยแจ้งเหตุผิดปกติให้คนใกล้ชิดของผู้ใช้งานทราบทันที โดยต้องมีการตั้งค่าเชื่อม INSTINCT 2 ซีรีย์ กับระบบ Garmin Connect™ Mobile ล่วงหน้าเพื่อระบุว่าเจ้าของอุปกรณ์ต้องการแจ้งให้ใครและสถานที่ไหน (ถ้ามี) ทราบหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

STAY HEALTHY WHILE STAYING CONNECTED – มอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพ พร้อมอัพเดททุกการเคลื่อนไหว

INSTINCT 2 SOLAR พร้อมเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันให้แก่ผู้ใช้งานเพิ่มเติมผ่าน Garmin Pay² ที่ช่วยให้คุณใช้บัตรเครดิต หรือ Rabbit Card ชำระเงินต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เปิดทางให้ไปสนุกกับการผจญภัยครั้งต่อไปได้อย่างฉับไว INSTINCT 2 ซีรีย์ ครบเครื่องเรื่องฟีเจอร์สุขภาพ อาทิ ฟีเจอร์ติดตามการนอนหลับขั้นสูง การให้คะแนนประสิทธิภาพของการนอน และข้อมูลการนอนเชิงลึก (Advanced Sleep with Sleep Score and Insights) รวมถึงฟีเจอร์เก็บข้อมูลทางสุขภาพอย่าง Health Snapshot ที่จะช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพที่สำคัญให้ผู้สวมใส่ไว้ทั้งหมด พร้อมแสดงข้อมูลการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ระดับความเครียด (Stress Level) ระดับพลังงานของร่างกาย (Body BatteryTM) ฟีเจอร์วัดอายุของสุขภาพ (Fitness Age) รวมถึงฟีเจอร์สำหรับการเทรนด์แบบมืออาชีพ ตั้งแต่ฟีเจอร์ประเมินความหนักของ การฝึกซ้อม (Training Status/Load/Effect) ระยะเวลาในการฟื้นตัว (Recovery Time) การออกกำลังที่มีความเข้มข้นสูง (HIIT Workouts) ไปจนถึงการแนะนำการออกกำลังกายประจำวัน ใน INSTINCT 2 ซีรีย์ ยังได้เพิ่มการติดตามระดับ VO2 Max เพื่อความแม่นยำที่มากขึ้นเมื่อนำข้อมูลสุขภาพมาวิเคราะห์ ฟีเจอร์มากมายเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นผู้ใช้สายสุขภาพได้ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

PURPOSE-BUILT EDITIONS – รุ่นเฉพาะตอบโจทย์ทุกกิจกรรม

INSTINCT 2 ซีรีย์ มีรุ่นพิเศษเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานเฉพาะดังนี้:

· รุ่น Surf Edition: เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ อาทิ เซิร์ฟ วินด์เซิร์ฟ ไคท์บอร์ด รวมถึงยังมีวิดเจ็ทกระแสน้ำเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลสภาพทะเล รวมถึงยังช่วยบันทึกข้อมูลกิจกรรมไว้ด้วยร่วมกับ Surfline Sessions™

· รุ่น Tactical Edition: ได้รับความนิยมในหมู่ทหาร เพราะมีฟีเจอร์เชิงกลยุทธ์หลากหลาย อาทิ Kill Switch, Stealth Mode, Night Vision Goggle Compatibility, Dual Format Position และ Jumpmaster Activity มีให้เลือกทั้งแบบสีแทน (Coyote Tan) และสีดำ (Black)

· รุ่น Camo Edition: ลวดลาย Graphite และ Mist Camo ทั้งให้ผู้ใช้งานกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัวเมื่อออกทำกิจกกรมและโดดเด่นเมื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าได้กับทั้งป่าคอนกรีตและป่าธรรมชาติ

INSTINCT 2 และ INSTINCT 2S ถือเป็นนวัตกรรมด้านสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ที่ช่วยยืนยันว่าการ์มินยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อนำอุตสาหกรรมจีพีเอสสมาร์ทวอทช์อย่างไม่หยุดยั้ง ราคาขายเริ่มต้นที่ 11,990 บาท สามารถพบกับ INSTINCT 2 ซีรีย์ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของการ์มินทุกสาขา ติดตามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3J7rnTk หรือที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand และอินสตาแกรม Garmin Thailand