โฟกัสผิวบอบบางรอบดวงตา ด้วยคุณค่าจาก Aesop Exalted Eye Serum

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677899

วันที่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 14:20 น.โฟกัสผิวบอบบางรอบดวงตา ด้วยคุณค่าจาก Aesop Exalted Eye Serum

Aesop กลุ่มผลิตภัณฑ์ Skin Care+ เผย Exalted Eye Serum ตัวช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวที่บอบบางรอบดวงตา

เพราะผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากมีลักษณะที่บอบบางและต้องการการฟื้นบำรุงที่เข้มข้นเพื่อผิวที่ชุ่มชื้น แข็งแรง ทั้งยังเป็นส่วนที่น้ำมันโดยธรรมชาติอยู่น้อย จึงมักแห้งและขาดน้ำได้ง่าย จนสังเกตได้ผิวรอบดวงตาที่หมองคล้ำ ไม่สดใส ไปจนถึงดวงตาที่ดูอ่อนล้า มีอายุ มีอาการแพ้ระคายเคืองต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงอาการต่างๆ มักปรากฏขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ทำให้ผิวขาดน้ำได้ง่าย อย่างเช่น บนเครื่องบิน เป็นต้น

เพื่อรับมือกับสภาวะดังกล่าว Aesop จึงคิดค้น Exalted Eye Serum ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าการบำรุงเพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับชุ่มชื้นแข็งแรง ด้วยวิตามินนานาชนิด ได้แก่ วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินชี และวิตามินอี เติมเต็มน้ำหล่อเลี้ยงและปรับสมดุลความชุ่มชื้นให้กับผิวรอบดวงตา คืนสุขภาพผิวที่ดีจนสังเกตได้ถึงผิวที่เรียบเนียน อ่อนเยาว์ขึ้น ด้วยคุณค่าจากแพนธีนอลและโซเดียม คาร์ราจีแนน ช่วยเสริมสร้างการเก็บกักน้ำหล่อเลี้ยงผิวได้ยาวนาน อันเป็นคุณสมบัติหลักของ Exalted Eye Serum รวมถึง Pelvetia Canaliculata Extract ช่วยเสริมสร้างความเรียบเนียน ยืดหยุ่นให้กับผิว

ผลิตภัณฑ์ Exalted Eye Serum บรรจุในขวดแก้วสีอำพัน ปริมาณ 15 มล. พร้อมหัวปั๊มแบบกด ราคา 3,520 บาท

ด้วยคุณค่าอาหารผิวนานาประการ จึงทำให้ Exalted Eye Serum เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการส่งเสริมเติมเต็มความชุ่มชื้นผิวบริเวณที่บอบบาง พร้อมเอสเซนเชียลออยล์จาก Cedar Atlas และ Frankincense ซึ่งช่วยในการปลอบประโลมผิว ผสานกับ Juniper Berry Oil มอบกลิ่นหอมอบอุ่นเพื่อเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับผู้ใช้ เพียงแค่หยดเซรั่มลงบนฝ่ามือ 2-3 หยด แล้วแต้มลงบนผิวรอบดวงตาด้วยปลายนิ้วอย่างเบามือ นวดเบาๆ จนเซรั่มซึมลงสู่ผิว หลังจากการทำความสะอาดและปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์แล้ว จากนั้นจึงบำรุงผิวทั่วใบหน้าและลำคอ

Super Cheesy Dunk – McShaker Pizza สองขั้วความอร่อย เมนูใหม่จากแมคโดนัลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677910

วันที่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 16:05 น.Super Cheesy Dunk - McShaker Pizza สองขั้วความอร่อย เมนูใหม่จากแมคโดนัลด์

ชิมเมนูใหม่ก่อนใคร แมคโดนัลด์ จัดเต็มชีสล้นๆ กับเมนูใหม่ล่าสุด “Super Cheesy Dunk” ดังก์ให้ Fun ชีสให้สุด พร้อมอีกขั้นของความอร่อยฟินครั้งใหม่ กับ “McShaker Pizza” อร่อยเข้มเต็มรสพิซซ่าและชีส

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

รีวิวเมนูใหม่แกะกล่อง เมื่อแมคโดนัลด์ ส่งเมนูล่าสุดท้าทายคนรักชีสด้วย Super Cheesy Dunk ดังก์ให้ Fun ชีสให้สุด จัดหนักกับเบอร์เกอร์พร้อมชีสแบบจุใจด้วยสุดยอดเมนูที่ทุกคนรอคอย ที่มีให้เลือก 2 เมนู ได้แก่ ซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์ไก่  ไก่กรอบชิ้นใหญ่ และ ซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์เนื้อ เนื้อเน้นๆ นำเข้าจากออสเตรเลีย ในราคาเพียง 89 บาท

พร้อมเพิ่มความสนุกด้วยชีสดังก์ถ้วยใหญ่บิ๊ก เมื่อซื้อซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์เนื้อ หรือซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์ไก่ 1 ชิ้น และชีสดังก์ 1 ถ้วย ในราคาเพียง 119 บาทเท่านั้น (จากปกติชีสดังก์ราคาถ้วยละ 49 บาท)

หรือจะเลือกอร่อยอิ่มสุดคุ้มแบบยกเซ็ต ประกอบด้วย ซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์เนื้อ หรือซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์ไก่ 1 ชิ้น เฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง  เครื่องดื่มโค้ก 16 ออนซ์ 1 แก้ว รีฟิลฟรีไม่มีอั้น และชีสดังก์  1 ถ้วย ในราคาเพียงชุดละ 179 บาท (จากปกติราคาเริ่มต้น 258 บาท)

ส่วนอีกความอร่อยแบบเพลินๆ ครั้งใหม่ แมคโดนัลด์ จัดให้กับ McShaker Pizza อร่อยเข้มเต็มรสพิซซ่าและชีสกับ 4 เมนูยอดนิยม 4 เมนูใหม่ ได้แก่ แมคเชคเกอร์ฟรายส์ พิซซ่า มันฝรั่งแท้ 100% ทอดร้อน กรอบนอก นุ่มใน ราคาเพียง 79 บาท, เชคเกอร์ชีสสติ๊ก พิซซ่า จัดเต็มชีสให้สุด ราคาเพียง 79 บาท

เชคเกอร์ชิคเก้น พิซซ่า อร่อยเพลินกับเนื้อไก่เต็ม ๆ คำ ราคาเพียง 69 บาท และเชคเกอร์วิงส์ พิซซ่า ราคาเพียง 69 บาท พร้อมอัพเลเวลความฟินยิ่งขึ้น เพิ่มเงินอีกเพียง 30 บาท รับชีสซี่ดิป และโค้กรีฟิล 16 ออนซ์ เติมฟรีไม่มีอั้น

ตามไปลิ้มลองความอร่อยเข้มครั้งใหม่ของ Super Cheesy Dunk ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-3 พฤษภาคม 2565 และฟินกับ 4 เมนูของ McShaker Pizza ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2565

ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ บริการไดร์ฟ ทรู บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน แมคดิลิเวอรี โทร.1711 เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th หรือแอปพลิเคชันของแมคโดนัลด์ รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://www.facebook.com/McThai

โค้งสุดท้าย! ‘Studio Ghibli’ แฟนคลับตัวจริงต้องไม่พลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677907

วันที่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 15:43 น.โค้งสุดท้าย! ‘Studio Ghibli’ แฟนคลับตัวจริงต้องไม่พลาด

นิทรรศการครั้งใหญ่ระหว่างยูนิโคล่และสตูดิโอจิบลิ กับ #My Style, My Ghibli หลงไปในโลกของจิบลิด้วยกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีทุกวัน ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค. 65 นี้

เซ็นทรัลเวิลด์ Lifestyle Destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ มอบประสบการณ์ความสุขระดับโลกอีกครั้ง ชวนทุกคนมาหลงไปในโลกมหัศจรรย์ของแอนิเมชันสุดโด่งดังจากญี่ปุ่นอย่างสตูดิโอจิบลิกับนิทรรศการ #My style, My Ghibli ซึ่งเป็นความร่วมมือของยูนิโคล่กับสตูดิโอจิบลิที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในไทย โดยประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่าบรรดาแฟนคลับที่ได้มาเยี่ยมชมการ์ตูนที่ตัวเองหลงรักกันให้หายคิดถึง รวมถึงวลีเด็ดและฉากหนังที่น่าจดจำในโลกของสตูดิโอจิบลิ ที่นำมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือผ่านปลายพู่กันของคุณโทชิโอะ ซูซูกิ นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายพิพิธภัณฑ์จิบลิ และภาพถ่ายของคุณกานต์ญาดา พระแท่น ช่างภาพชาวไทยที่ถ่ายทอดมุมมองของพิพิธภัณฑ์จิบลิ และภาพทิวทัศน์ที่สวยงามของ ปักธงชัย พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย งานนี้ แฟนคลับตัวจริงห้ามพลาดเพราะเหลือเวลาให้เข้าชม ถึงแค่วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 นี้เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 22.00 น. บริเวณ Zone I ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในนิทรรศการจะมีไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาเช็คอินกับตัวละครจากอนิเมชั่นดังอย่าง My Neighbor Totoro ที่สามารถถ่ายภาพและอินไปกับเรื่องราวที่คุณชื่นชอบได้อย่างใกล้ชิด ชมประวัติอย่างเจาะลึกและเข้มข้นของ Studio Ghibli Museum ชมภาพบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์จริง และภาพถ่ายของคุณกานต์ญาดา พระแท่น ช่างภาพชาวไทยที่ถ่ายภาพมุมมองใหม่ๆที่แตกต่างไปจากช่างภาพมือโปรกว่า 200 คน ที่เคยมีโอกาสได้ถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์จิบลิ และได้ถูกรวบรวมเป็นโฟโต้บุ๊คชื่อ The Tale of Ghibli Museum อย่างเป็นทางการเพียงเล่มเดียวของทางพิพิธภัณฑ์ มีจำหน่ายที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น รวมไปถึง My Neighbor Totoro และ Cat Bus ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งงาน สร้างความสนุก และความประทับใจให้แก่ผู้ชมทุกเพศทุกวัย

ห้ามพลาดกับคอลเลคชันพิเศษ! ของ UT ที่มีให้เลือกถึง 12 ดีไซน์ (ผู้ใหญ่ 6 ดีไซน์ / เด็ก 6 ดีไซน์ ) และกระเป๋าผ้าอีก 1 ดีไซน์ โดยวางจำหน่ายที่ร้านยูนิโคล่และเว็บไซต์ยูนิโคล่เพียง 4 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย นิทรรศการ #My style, My ghibli หลงไปในโลกของจิบลิด้วยกัน ชมฟรีทุกวัน ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 นี้เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 22.00 น. บริเวณ Zone I ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.uniqlo.com/th และ Facebook : CentralWorld

ซูมเทรนด์ผม 3 ลุค 3 สไตล์บนรันเวย์ New York Fashion Week AW22

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677805

วันที่ 10 มี.ค. 2565 เวลา 14:55 น.ซูมเทรนด์ผม 3 ลุค 3 สไตล์บนรันเวย์ New York Fashion Week AW22

แจกไอเดียเสกผม 3 ลุค 3 สไตล์ เมื่อ Dyson ร่วมกับแฮร์สไตล์ลิสต์ Jawara และ Jon Reyman สร้าง 3 ลุคบนรันเวย์ New York Fashion Week AW22

นับเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์แฟชั่นแห่งปี สำหรับ New York Fashion Week Autumn Winter 2022 ซึ่งได้จบไปอย่างสวยงามเป็นที่เรียบร้อย นอกจากหลากหลายผลงานจากดีไซเนอร์ที่เป็นที่พูดถึงแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้กันและถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานนั่นก็คือการออกแบบทรงผม โดยในวันนี้เราได้เคล็ดลับและวิธีจัดแต่งทรงผมจากรันเวย์ NYFW AW22 ที่ Dyson ร่วมกับแฮร์สไตล์ลิสต์ชื่อดังอย่าง Jawara และ Jon Reyman ผสานความงามเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อเส้นผมจนออกมาเป็น 3 ลุค 3 สไตล์ที่สามารถประยุกต์ได้วันที่ต้องการ

Dyson x Brandon Maxwell

Jawara, February AW22

เริ่มด้วยทรงผมจากคอลเลคชั่น Autumn Winter 2022 ของ Brandon Maxwell ที่ออกแบบทรงผมโดย Jawara ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคุณยายของ Maxwell เอง โดยลุคนี้ถือเป็นการสดุดีความสง่างามแบบคลาสสิกของคุณยายผู้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจและแรงผลักดันให้ Brandon Maxwell สนใจด้านการออกแบบแฟชั่น โดย Jawara ได้ถ่ายทอดความสง่าแบบคลาสสิกนี้ออกมาด้วยองค์ประกอบอย่าง มวยผม ริบบิ้นประดับ และผมถักแบบโมเดิร์น โดยได้ความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมจาก Dyson อย่างเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic และเครื่องหนีบผม Dyson Corrale จนได้ออกมาเป็นลุคบนรันเวย์ที่คุณก็สามารถประยุกต์ทำได้เองที่บ้าน 

1. เตรียมผมด้วยเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic โดยเลือกใช้หัวเป่าตามลักษณะเส้นผมที่ต้องการ เริ่มด้วยการใช้หัวสำหรับเป่าเรียบ (Smoothing Nozzle attachment) กับแปรง Dyson Paddle Brush เป่าผมหมาดให้แห้งเพื่อลดผมชี้ฟูและทำให้ผมเปล่งประกาย

2. แยกผมกลางกระหม่อมด้วยหวีหมุดจากนั้นใช้หัวเป่าจัดแต่งทรง (Styling Concentrator attachment) ของเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic โดยเป่าลมไปยังโคนผมทั้งสองข้างเพื่อสร้างแสกผมที่ชัดคม

3. จากนั้นใช้เครื่องหนีบผม Dyson Corrale เพื่อสร้างลุคผมตรง โดยสามารถเลือกระดับความร้อนเพื่อให้เข้ากับสภาพเส้นผม จากนั้นหนีบผมให้ตรงสวยตลอดโคนผมจรดปลายผม โดยเครื่องหนีบผม Dyson Corrale เป็นเครื่องหนีบผมเครื่องแรกและเครื่องเดียวที่ใช้เทคโนโลยี flexing plate แผ่นโลหะยืดหยุ่นที่สามารถทำให้จัดทรงได้ง่ายขึ้นด้วยความร้อนที่น้อยลง ทำให้ผมไม่สัมผัสกับความร้อนที่มากจนเกินไป

4. ต่อไปจะเป็นส่วนของผมถักแบบโมเดิร์น โดยเลือกช่อผมประมาณ 1 นิ้วจากทั้งสองฝั่ง ถักเป็นเปียตรงกลางเริ่มจากบนลงไปจนถึงต้นคอ จากนั้นใช้ยางมัดเก็บผมที่เหลือตรงต้นคอ ตามด้วยทัดผมข้างๆ ไว้หลังหูและสร้างมวยผมพร้อมจัดสไตล์ตามต้องการ จบด้วยสเปรย์จัดทรง และตกแต่งด้วยริบบิ้นสีดำ

5. จบลุคให้เรียบร้อยด้วยหัวเป่าลดผมชี้ฟู (Flyaway attachment) ของ Dyson Supersonic ที่ช่วยเก็บผมชี้ฟูด้วยความร้อนต่ำ เก็บปลายผมชี้ฟูบริเวณด้านหน้า โดยหัวเป่านี้เป็นเพียงหนึ่งในหลากหลายหัวเป่าที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับความหลากหลายของการจัดทรง โดยในเช็ตของเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic จะประกอบด้วย หัวสำหรับเป่าเรียบ (Smoothing Nozzle attachment) หัวเป่าลมอ่อนโยน (Gentle Air attachment) หัวเป่ากระจายลม (Diffuser attachment) หัวเป่าจัดแต่งทรง (Styling Concentrator attachment) และหัวเป่าลดผมชี้ฟู (Flyaway attachment)

Dyson x Christian Siriano

Jon Reyman, February AW22

ต่อมาในคอลเลคชั่น Autumn Winter 2022 ของ Christian Siriano ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 80 และ 90 ได้สไตล์ลิสต์ผมอย่าง Jon Reyman ที่ออกแบบทรงผมที่ส่งเสริมการใช้แสงเงาที่แข็งแรงของ Siriano โดยทั้งสองคนได้ร่วมกันผสานเทคโนโลยีเข้ากับความงามของสตรีจนได้ออกมาเป็นลุคที่ชวนฝันแต่ในขณะเดียวกันก็ทรงพลัง ด้วยลุคผมเงางามที่ประดับด้วยลูกปัด คริสตัล และจีบผม

1. เตรียมเส้นผมด้วยเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic โดยเลือกใช้หัวเป่าตามลักษณะเส้นผมที่ต้องการ ใช้หัวเป่าแบบ Smoothing Concentrator กับแปรง Dyson Paddle Brush เริ่มต้นการจัดทรงเส้นผมด้วยการไดร์ด้วยลมที่แรงและแม่นยำจาก Dyson Supersonic

2. จากนั้นแสกกลางและลงผลิตภัณฑ์จัดทรงที่เพิ่มความเงางาม และใช้เครื่องหนีบผม Dyson Corrale ตลอดเส้นผมทั้งสองข้าง โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นแสกผมที่เงา ให้ความ wet look ที่ศีรษะด้านหน้าและด้านบน

3. ทัดผมทั้งสองข้างไว้หลังหู และรวบบริเวณต้นคอและฉีดสเปรย์ทั่วทั้งหัวเพื่อล็อก และให้ผลิตภัณฑ์แต่งผมเซ็ตตัวโดยสามารถติดแฮร์คลิปเพื่อป้องกันผมหลุดทรง ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที และปล่อยก่อนเริ่มรันเวย์

4. Finish look ด้วย Dyson Supersonic อีกครั้งด้วยหัวเป่าลดผมชี้ฟู (Flyaway attachment) ตั้งแต่โคนจรดปลาย และเพื่อเพิ่มความ ดราม่าและลูกเล่น ประดับแสกผมด้วยลูกปัดและคริสตัล และสร้างจีบผมด้านหลัง

Dyson x Peter Do

Jawara, February AW22

มาถึงลุคสุดท้ายจากคอลเลคชั่น Autumn Winter 2022 ของ Peter Do ที่นำเสนอพลังและความมั่นใจ โดยสไตล์ของทรงผมจาก Jawara ใช้การจัดทรงในลุคเรียบแต่คมให้อารมณ์แบบ Futuristic ด้วยเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมจาก Dyson 

1. เริ่มด้วยการหนีบผมให้ตรงด้วยเครื่องหนีบผม Dyson Corrale Straightener โดยเริ่มจากผมบริเวณด้านหลังจากต้นคอจนถึงผมด้านหน้า

2. ขั้นต่อไปให้แบ่งผมเป็น 2 ส่วน โดยใช้หวีหมุดแบ่งผมในแนวนอนโดยใช้เส้นระหว่างหูเป็นตัวแบ่ง ซึ่งจะได้ผมช่อบนบริเวณเหนือหูขึ้นไป และผมช่อล่างบริเวณล่างหู โดยเราจะโฟกัสที่ผมช่อบนบริเวณเหนือหู ใส่เจลแต่งผมบริเวณโคนผมและหวีไปด้านหลังโดยทัดผมด้านข้างไว้หลังหู

3. จากนั้นใช้หัวเป่ากระจายลมของเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic hair dryer เพื่อช่วยให้ผมเซ็ตตัว โดยหัวเป่าแบบกระจายลม (Diffuser attachment) ถูกออกแบบเพื่อกระจายลมอย่างสม่ำเสมอเพื่อการจัดทรงโดยไม่ทำให้ผมเสียทรง ผสานกับเทคโนโลยี Air Multiplier ทำให้สามารถได้กระแสลมที่แรงและควมคุมทิศทางได้ทำให้ลดการเกิดผมชี้ฟูและเพิ่มความนุ่มสลวยและเงางาม

4. ฉีดสเปรย์ให้ทั่วเพื่อล็อคทรงผม

โดยทั้ง 3 ลุคนี้ ได้ตัวช่วยอย่างเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic ที่มีเทคโนโลยี Air Multiplier ทำให้ได้กระแสลมที่แรงและสามารถควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำทำให้การจัดทรงผมนั้นง่ายและยังช่วยลดผมชี้ฟูอีกด้วย ในส่วนของลุคผมตรงก็ได้เครื่องหนีบผม Dyson Corrale ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Flexing Plate ที่มีใน Dyson Corrale เท่านั้น ทำให้สามารถหนีบผมได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความร้อนที่น้อยลง ไม่ทำร้ายเส้นผมจากความร้อนที่มากเกินทำให้ผมสวยและดูเงางาม โดยใครอยากลองทำตามหรือประยุกต์ 3 ลุคดูก็อย่าลืมหาตัวช่วยได้ที่ Dyson Demo Stores ทั้ง 4 สาขา; สาขาเซ็นทรัลเวิร์ล, สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว, สาขาไอคอนสยาม, และสาขาสยามพารากอน หรือสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Dyson.co.th

TIMEX ร่วมกับ PEANUTS จับ SNOOPY สวมนวมอวดลีลาแม่ไม้มวยไทยสู่สายตาชาวโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677798

วันที่ 10 มี.ค. 2565 เวลา 14:28 น.TIMEX ร่วมกับ PEANUTS จับ SNOOPY สวมนวมอวดลีลาแม่ไม้มวยไทยสู่สายตาชาวโลก

TIMEX X PEANUTS MUAY THAI ผลงานคอลลาโบเรชั่นอันน่าตื่นเต้น เอ็กซ์คลูซีฟพิเศษสำหรับแฟนๆ ชาวไทยเท่านั้น!!

ถึงเวลาเขย่าหัวใจของแฟน ๆ ชาวไทยอีกแล้วเมื่อนาฬิกา TIMEX จับมือกับ PEANUTS  สร้างสรรค์ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดพิเศษที่จะเกิดขึ้นที่ประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น กับ TIMEX X PEANUTS MUAY THAI ใครล่ะจะไปคาดคิดว่าวันหนึ่งจะได้เห็นตัวการ์ตูนอันเป็นที่รักตั้งแต่วัยเด็กอย่าง SNOOPY มาจับนวมพร้อมวาดลีลาแม่ไม้มวยไทยออกสู่สายตาชาวโลกแบบที่ทุกคนกำลังดูอยู่ตอนนี้ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่น LIMITED EDITION ที่เราภูมิใจนำเสนอทุกๆคนเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าใครก็ไม่มีเหตุผลที่จะพลาด TIMEX X PEANUTS MUAY THAI ไปได้แล้วล่ะ อย่าพลาดโอกาสที่จะเก็บสะสมคอลเลคชั่นอันเลอค่าครั้งนี้เพราะสินค้ามีจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น!

อีกหนึ่งความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้คือการนำสุดยอดรุ่นฮิตตลอดกาลจาก TIMEX อย่าง weekender และ Standard มาปัดฝุ่นใหม่ปรับดีไซน์ให้พิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยความน่ารักจาก SNOOPY ที่กำลังวาดลวดลายแม่ไม้มวยไทยบนหน้าปัดนาฬิกาขนาด 38 มม. มาพร้อมสายผ้าและสายหนังให้เลือกแมทช์ได้ตามสไตล์ของคุณ

สามารถเป็นเจ้าของนาฬิกา TIMEX X PEANUTS MUAY THAI ได้แล้ววันนี้ที่ www.tdccorp.co.th หรือร้าน Timedeco, watch else shop และแผนกนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

#peanuts

#snoopy

#TimexxPeanuts

#TimexxPeanutsMuayThai

POEM ส่งคอลเลกชั่น The Dreamer ต้อนรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677658

วันที่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 08:55 น.POEM ส่งคอลเลกชั่น  The Dreamer ต้อนรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

เผยเสน่ห์อันงดงามเหนือกาลเวลาไปกับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีชั้นนำ POEM ต้อนรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ด้วยคอลเลกชั่น The Dreamer ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางแฟชั่นในยุคโรแมนติก สู่เครื่องแต่งกายสไตล์คลาสสิกที่แฝงความโก้หรู

ร่วมสัมผัสความงดงามของประวัติศาสตร์แฟชั่นผ่านแบรนด์เสื้อผ้าสตรีชั้นนำ “โพเอม” (POEM) ผลงานการออกแบบจากครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบ ฌอน–ชวนล ไคสิริ ในคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ที่ชื่อว่า “เดอะดรีมเมอร์” (The Dreamer) โดยหยิบยกเรื่องราวประวัติศาสตร์แฟชั่นในยุคโรแมนติก ที่เครื่องแต่งกายบอกเล่าถึงวิถีชีวิตของผู้คน ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าสไตล์คลาสสิกที่แฝงความโก้หรูผ่านเทคนิคการตัดเย็บขั้นสูง ที่เสริมบุคลิกของหญิงสาวให้ดูสง่างามได้ในทุกโอกาส

POEM แบรนด์เครื่องแต่งกายคุณภาพสูง ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2006 มีจุดเด่นอยู่ที่งานดีไซน์ผสมผสานการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบบูติคเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในปัจจุบัน โดยมีแนวคิดหลักจากการนำมุมมองในเรื่องโครงสร้าง รูปทรง และเส้นสายทางสถาปัตยกรรมมาผสมผสานเข้ากับสัดส่วนสรีระของหญิงสาว ผ่านไอเดียของ ฌอน–ชวนล ไคสิริ ผู้หลงใหลในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บเสื้อผ้าสไตล์เดรสเมกกิ้งจากประเทศฝรั่งเศส รวมไปถึง โพเอม กูตูร์ (POEM Couture) ชุดราตรีและชุดแต่งงานที่รังสรรค์ขึ้นจากคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ให้โดดเด่นแบบหนึ่งเดียว

ฌอน–ชวนล ไคสิริ กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “แรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นนี้ เกิดจากตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย และได้มีโอกาสคลุกคลีเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายละครเวที ทำให้เราได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แฟชั่น ได้เห็นถึงความแตกต่างในการตีความหมายของเครื่องแต่งกาย ดีเทลต่างๆ ทำให้เกิดความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในอดีต เสื้อผ้าที่สวยหรู อาจเป็นตัวแทนของมารยาทของชนชั้นสูง ความสง่างาม หรือแม้แต่เป็นเครื่องวัดความมั่งคั่ง และอำนาจ แต่สำหรับผมแล้ว เครื่องแต่งกายที่หรูหราเหล่านั้น เปรียบเสมือนตัวแทนของ แรงงาน ทักษะ การอุทิศตน และศิลปะที่ทุ่มเทสร้างสรรค์โดยคนชนชั้นล่าง มากกว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง และสถานะทางสังคม ตามที่สังคมชั้นสูงได้กำหนดไว้ เพราะฉะนั้น คอลเลกชั่นนี้เป็นการตีความใหม่และเสียดสีถึงแนวคิดเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายในอดีต ดัดแปลงให้เป็นงานศิลปะ ที่เข้าถึงได้ และเน้นย้ำถึงพลังและความตั้งใจของทีมงานที่อยู่เบื้องหลังเสื้อผ้าอันสวยหรู”

สำหรับคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2021 The Dreamer ทางทีมดีไซน์นำเสนอแรงบันดาลใจหลักมาจากประวัติศาสตร์ในช่วงยุคโรแมนติก เมื่อเครื่องแต่งกายถูกตีความให้เป็นการบ่งบอกถึงสถานะ ชนชั้น และความมั่งคั่ง แต่ในทางกลับกัน ฌอน–ชวนล ไคสิริ เล็งเห็นถึงความหมายอีกด้านของเสื้อผ้าในแต่ละยุคสมัย ที่สื่อถึงรายละเอียดของความตั้งใจ งานฝีมือ และศิลปะในเสื้อผ้า และได้หยิบยกเอาเอกลักษณ์ของเสื้อผ้าในยุคนั้นมาสร้างสรรค์เป็นคอลเลกชั่นที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์แฟชั่นจากยุคโรแมนติก โดยมีการหยิบยกเอาดีเทลเครื่องแต่งกายจากยุคหลุยส์ที่ 16 และยุคปฎิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส อาทิ แขนเสื้อแบบบาน ชายกระโปรงระบายเป็นชั้น และกระโปรงบอลลูน มาผสมผสานอย่างลงตัวและถ่ายทอดเป็นเครื่องแต่งกายที่มีความคลาสสิกที่แฝงด้วยความโก้หรู

โดยซิลลูเอทหลักประจำคอลเลกชั่นนี้จะโดดเด่นเดรสยาวทรงสอบเข้ารูปขับเน้นรูปร่าง เพิ่มลูกเล่นด้วยระบายที่ปลายแขน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโรแมนติก และความเรียบหรู เพิ่มความสนุกให้กับการแต่งกายของสุภาพสตรีด้วยเดรสยาวที่แต่งเติมด้วยเลเยอร์ระบาย โดดเด่น และพริ้วไหวเมื่อขยับตัว อีกหนึ่งไอเท็มเด่นที่ไม่แพ้กันก็คือคอร์เซต (corset) ที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ มาตีความใหม่ด้วยผ้าเดนิมและลายพิมพ์ดอกไม้นานาพรรณ รวมไปถึงเดรสกระโปรงทรงบอลลูนที่ถูกดีไซน์ให้ช่วยขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวผู้ส่วมใส่ นอกจากนี้ยังมีกางเกงหลากหลายดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขายาว กางเกงขาสั้น และกางเกงสามส่วน ที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อเชิ้ต หลากหลายดีไซน์ ทำให้คอลเลกชั่นนี้มีกลิ่นอายของความมาสคิวลีน (masculine) ผสมได้อย่างลงตัว ส่วนสีสันในคอลเลกชั่นนี้มีการใช้ทั้งโทนสีคลาสสิกอย่าง ขาว, ดำ, เบจ และเดนิม รวมถึงโทนสีพาสเทลอย่าง เขียวมิ้นท์และฟ้าอ่อน

อีกหนึ่งความพิเศษของคอลเลกชั่นนี้ คือการที่ POEM ได้สร้างสรรค์เครื่องประดับขึ้นมาเป็นครั้งแรกโดยร่วมมือกับ PAVONE แบรนด์จิวเวลรีสัญชาติไทยชื่อดัง ในคอลเลกชั่น Rhymes of Mercury สร้างสรรค์เครื่องประดับศีรษะรูปทรงโบว์สีเงิน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิดในการย้อนกลับลักษณะของวัสดุที่ทำจากโลหะและปรอท ให้ดูพริ้วไหวและยืดหยุ่นเหมือนเนื้อผ้าด้วยเทคนิคชั้นสูง ที่ช่วยเติมเต็มลุคของหญิงสาว POEM ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เคล็ดลับแต่งกายให้หญิงดูดีอย่างมั่นใจในโอกาสสำคัญ

ในโอกาสสำคัญ ผู้หญิงมักจะพิถีพิถันในการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าเพื่อเสริมสร้างบุคลิกหรือภาพลักษณ์ให้ดูดีเป็นพิเศษ อย่าง งานแต่งงานหรืองานทางการที่อาจต้องพบปะผู้ใหญ่ ก็ควรที่จะเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับโอกาสนั้นๆ เช่น การสวมใส่เดรสยาวเข้ารูป โทนสีอ่อน อย่างสีเบจ หรือสีเขียวมิ้นท์ แล้วคาดเข็มขัดเส้นเล็ก โดยอาจจะมิกซ์ แอนด์ แมทช์กับกระเป๋าหนังหรือรองเท้าส้นสูงหัวปิดสักคู่ เพื่อเพิ่มความสง่างาม แต่หากต้องไปคุยธุรกิจหรือประชุมงานก็อาจจะสร้างลุคเรียบโก้ด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาว สีสุภาพ เข้าคู่กับกางเกงยีนส์ขายาว หรือกางเกงสามส่วน เพิ่มความพิเศษด้วยการสวมทับด้วยคอร์เซตก็จะสร้างลุคให้ดูน่าค้นหามากขึ้น และอาจจะเพิ่มเครื่องประดับสักหนึ่งชิ้นอย่าง ที่คาดผม ก็จะเสริมบุคลิกให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

พบกับคอลเลกชั่นเสื้อผ้า The Dreamer และเครื่องประดับ Rhymes of Mercury ได้แล้วที่ร้าน POEM เกษรวิลเลจ, สยาม สแควร์ วัน, สยาม พารากอน,ดิ เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทาง LINE ID: @poembkk และ Instagram: @poem_official สำหรับ ‘โพเอม เมนส์แวร์’ (POEM Menswear) สามารถเยี่ยมชมได้ที่ เกษรวิลเลจ หรือ LINE ID: @poem_menswear, Instagram: @poem_menswear และเว็บไซต์ www.poembangkok.com

ดื่มด่ำความอภิรมย์ผสมท่วงทำนองของชาวเล สีสันวันหยุดบนเกาะสมุย @Kimpton Kitalay Samui

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677381

วันที่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 13:15 น.ดื่มด่ำความอภิรมย์ผสมท่วงทำนองของชาวเล สีสันวันหยุดบนเกาะสมุย @Kimpton Kitalay Samui

ซัมเมอร์นี้ชวนเที่ยวเกาะสมุย สัมผัสมนต์เสน่ห์หาดเชิงมนบนที่พักหรู “Kimpton Kitalay Samui” เดสติเนชั่นแห่งใหม่ที่ถูกใจสายเที่ยวทะเล ลิ้มรสชาติความอร่อยจาก 5 ห้องอาหาร พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศการพักผ่อนสไตล์คิมป์ตัน

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ลงใต้คราวนี้โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว เยือน “สมุย” เกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ผืนดินกลางทะเลที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และมีความสวยงามจนถูกขนานนามให้เป็นสวรรค์กลางอ่าวไทย ตื่นตาตื่นใจไปกับรีสอร์ตเปิดใหม่สุดหรู Kimpton Kitalay Samui (คิมป์ตัน คีตาเล สมุย) ภายใต้ IHG Hotels & Resorts ซึ่งนับเป็นรีสอร์ตแห่งแรกภายใต้แบรนด์โรงแรมสุดหรูอย่างคิมป์ตัน ที่เปิดตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว

สำหรับชื่อคิมป์ตัน คีตาเล สมุย เลือกใช้คำไทยสองคำสองความหมายมารวมกัน จากคำแรก คีตะ ที่แปลตรงตัวหมายถึงการขับร้อง กับคำว่า เล ที่นอกจากจะสื่อถึงท้องทะเลแล้ว ยังอิงถึงการดำเนินชีวิตแบบวิถีชาวเลอันเป็นรากลึกของสมุย คีตาเล จึงเปรียบเสมือนกับบทเพลงจากท้องทะเลที่ได้รับการขับกล่อมอย่างก้องกังวาน เพื่อเฉลิมฉลองวิถีแห่งชีวิตของลูกหลานชาวเลในหมู่บ้านชาวประมงท้องถิ่นที่มากไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมอันงดงาม โดยนำเสนอผ่านดีไซน์การออกแบบอย่างลงตัวจาก P49 Deesign บริษัทออกแบบชั้นนำของประเทศไทย ที่ประยุกต์ใช้เศษไม้เรือประมงมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ชวนให้ย้อนนึกถึงอดีต ทว่า กลับมากด้วยคุณค่าและเหนือกาลเวลา ทำให้รีสอร์ต ห้องพัก และพูลวิลล่า รวมกว่า 138 ห้อง มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ดั่งผลงานศิลปะชิ้นเอก

รีสอร์ตติดทะเลสไตล์ชาวเลแห่งเดียวในเกาะสมุย

สัมผัสหาดทรายอันบริสุทธิ์บนหาดเชิงมน ในห้องพักและวิลล่าที่ออกแบบอย่างทันสมัย เน้นวัสดุและสีจากธรรมชาติที่หรูหรา เพื่อช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ในวันหยุดสุดผ่อนคลาย พร้อมต้อนรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ไม่เพียงได้รับการต้อนรับในห้องพักทุกประเภท แต่ยังสามารถพักผ่อนที่ร้านอาหาร และวิ่งเล่นได้อย่างอิสระบนเส้นทางสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะไซส์ไหน หนักเท่าไหร่ หรือพันธุ์อะไร ก็สามารถพักที่รีสอร์ตได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

5 ห้องอาหารรสชาติแบบไทยสมัยใหม่

คิมป์ตัน คีตาเล สมุย พร้อมรองรับทุกคนด้วยห้องอาหารและบาร์ที่มีความหลากหลายจากการเลือกสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติที่ต้องการได้ตลอดเวลา ดังนี้

BoHo Thai Lifestyle Café คาเฟ่สไตล์ไทยที่ผสานความเก๋และความอาร์ตไว้อย่างลงตัว พร้อมการตกแต่งในสไตล์เรโทร เสิร์ฟอาหารเมนูคุ้นเคยทั้งแบบตะวันตกและแบบไทยดั้งเดิม เปี่ยมไปด้วยรสชาติแสนจะจัดจ้านแต่กลมกล่อมบนเกาะสมุย

Fish House Restaurant & Bar ห้องอาหารริมชายหาดเหนือระดับกับบรรยากาศของธรรมชาติที่เปิดโล่งรับวิวท้องทะเลอันเงียบสงบที่เปิดให้บริการเมนูอาหารทะเลคลาสสิกมากมายรวมทั้งเมนูซีฟู้ดที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ณศาลาไม้ทรงไทย

LANAI Bar & Lounge จุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟและค็อกเทลห้องสมุดรูปแบบใหม่ที่นำเสนอประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มพร้อมเมล็ดกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดีบาร์สุดชิลที่สามารถปล่อยกายผ่อนคลายได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่ประอาทิตย์ขึ้นจนตกดินได้อย่างเต็มที่ด้วยที่ตั้งอยู่ติดกับล็อบบี้ของรีสอร์ต

SHADES Ocean Lounge & Pool Bar จิบเบียร์เย็นๆ และค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ริมสระน้ำ หรือจัดอีเวนท์สำคัญบนชายหาด

HOM Baking Company เพลิดเพลินกับเวิร์คช็อปเบเกอรี่ และเมนูสร้างสรรค์มากมาย ทั้งเบเกอรี่ ขนมหวาน ชาสูตรพิเศษ และน้ำผลไม้สกัดเย็น

โปรแกรมไลฟ์สไตล์ในรูปแบบต่างๆ

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจกรรม Morning Kickstart ดื่มชากาแฟและพูดคุยที่ล็อบบี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่ดี และช่วงเย็นกับกิจกรรม Kimpton’s Social Hour จากดีเอ็นเอของคิมป์ตันที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์การเข้าพักให้น่าจดจำที่แบรนด์ตั้งใจที่จะเปิดช่องทางให้ผู้คนท้องถิ่นและแขกผู้เข้าพักได้พบปะพูดคุยกัน

Pimãanda by HARNN สวรรค์แห่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งท้องทะเล โดย คิมป์ตัน คีตาเล สมุย

ปรนนิบัติผิวและมอบความผ่อนคลายที่ Pimãanda by HARNN ดำดิ่งสู่การฟื้นฟูและบำรุงสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมอย่างล้ำลึก ด้วยแรงบันดาลใจจากท้องทะเลและวิถีแบบชาวเกาะท้องถิ่น ที่ได้รับการผสมผสานเข้ากับความเป็นไทยอย่างลงตัว โอบล้อมด้วยความเงียบสงบ เตรียมมอบประสบการณ์แห่งความผ่อนคลายด้วยโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน พร้อมด้วยการบริการมาตรฐานระดับคิมป์ตันอันเลื่องชื่อ ให้แขกทุกท่านได้สัมผัสถึงสุนทรียะแห่งการบำบัดและปรนนิบัติสุขภาพร่างกายและจิตใจในบรรยากาศของเกาะสวรรค์เขตร้อนอย่างแท้จริง 

“ทุกองค์ประกอบของ Pimãanda by HARNN ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบรรยากาศร่มรื่นชวนผ่อนคลาย ไปจนถึงเพลย์ลิสต์ดนตรีแบบประเทศเขตร้อนนุ่มนวลฟังสบาย และการเสิร์ฟชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ผ่านคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์แสนพิเศษสำหรับแขกผู้มาเข้าพัก พร้อมทั้งสะท้อนถึงแก่นแท้ในการผสมผสานกลิ่นอายเฉพาะตัวของท้องถิ่น ผ่านโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ซิกเนเจอร์ของเราอย่าง “Paradise of Wondrous Sea” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรำมโนราห์จากจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อมอบสุนทรียะแห่งความผ่อนคลายอันน่าจดจำและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับแขกทุกท่าน” คุณไมเคิล ยัสเซ่น ผู้จัดการทั่วไป คิมป์ตัน คีตาเล สมุย กล่าว

Junio Kid’s Club 

Kid’s Club ขนาด 500 ตารางเมตร ซึ่งสร้างขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจากท่าเรือที่มีชีวิตชีวา ออกแบบมาให้เหมาะแก่การวิ่งเล่นและเรียนรู้จากการผจญภัย โดยไม่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเปิดโลกจินตนาการให้กับแขกตัวน้อยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

รวมสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ที่ตั้งริมทะเล
  • สระว่ายน้ำติดทะเล
  • บาร์ริมสระ
  • 5 ห้องอาหาร + บาร์
  • สปาครบวงจร
  • ฟิตเนสเปิดตลอด 24 ชม.
  • คลาสเรียนโยคะ + ฟิตเนสทุกวัน
  • เรือคายัค
  • ชั่วโมงสังสรรค์ตอนค่ำ
  • ซักแห้ง+ซักรีด
  • ลงทะเบียนเข้าพัก + ออกจากที่พักแบบดิจิทัล
  • สระว่ายน้ำหลักขนาดโอลิมปิก
  • การยืมจักรยาน
  • สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง
  • WiFi free สำหรับ IHG Rewards members
  • บริการอาหารในห้องพักตลอด 24 ชั่วโมง
  • มินิบาร์พร้อมอาหารประจำถิ่น
  • ร่ม

ตามไปสัมผัสประสบการณ์แห่งการพักผ่อนเพื่อวันหยุดที่น่าอภิรมย์แบบนี้ได้ที่ คิมป์ตัน คีตาเล สมุย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.kimptonkitalaysamui.com หรือพบกับข้อเสนอสุดประทับใจของคิมป์ตัน คีตาเล สมุย ได้ที่นี่ และช่องทางเฟซบุ๊ก Kimpton Kitalay Samui และอินสตาแกรม kimptonkitalaysamui

รู้ทันก่อนวัยทองมาเยือน!!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677802

วันที่ 10 มี.ค. 2565 เวลา 14:35 น.รู้ทันก่อนวัยทองมาเยือน!!!

พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง แนะวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าคุณเริ่มเข้าสู่ “วัยทอง” แล้วหรือยัง?

เมื่อเริ่มอายุมากขึ้น นอกจากอวัยวะต่างๆในร่างกายจะทยอยเสื่อมลงไปแล้ว ยังมีสิ่งที่ลดน้อยลงโดยเรามักไม่รู้ตัว นั่นก็คือ ฮอร์โมน นั่นเอง ซึ่งเจ้าฮอร์โมนเหล่านี้เองที่มีส่วนให้อวัยวะ หรือการทำงานในร่างกายเราเสื่อมลง รวมถึงอารมณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย หรือที่เราคุ้นเคยกันดีว่า “วัยทอง” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้หญิง แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในชายและหญิง

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มมีอาการวัยทองแล้ว?

พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ได้ให้ข้อมูลวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าคุณเริ่มเข้าสู่ “วัยทอง” แล้วหรือยัง ดังนี้

  • อารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า ขี้วิตกกังวล
  • สมาธิสั้น ความจำแย่ลง การตัดสินใจช้าลง
  • นอนหลับยาก มีคุณภาพการนอนไม่ดี อ่อนเพลีย
  • ง่วงเหงาหาวนอนบ่อยๆในช่วงกลางวัน ไม่กระฉับกระเฉง
  • เหนื่อยง่าย ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดศีรษะ

โดยปกติฮอร์โมนในร่างกายเราจะทำงานร่วมกัน ในการควบคุมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมนเพศ (ชาย : เทสโทสเทอโรน , หญิง : เอสโตรเจนและโปรเจสเทอโรน) ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนดีเอชอีเอ และโกรว์ธฮอร์โมน ทำให้เรารู้สึกสดชื่น แจ่มใส สมองปลอดโปร่ง นอนหลับสบาย ร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนเพลีย มีสมาธิและความจำดี แต่เมื่อใดที่เรารู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น นั่นเป็นอาการแสดงที่ร่างกายเราฟ้องว่า ฮอร์โมนต่างๆเหล่านี้เริ่มทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์

จะทำยังไงให้ร่างกายเราทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม?

โชคดีที่การแพทย์ปัจจุบันสามารถตรวจระดับฮอร์โมนต่างๆได้อย่างละเอียด หลักการก็คือ ร่างกายเราขาดฮอร์โมนตัวไหน ก็ให้ตัวนั้นเข้าไปทดแทน หรือที่เรียกว่า การให้ฮอร์โมนทดแทน นั่นเอง ฟังดูเหมือนง่ายใช่มั้ยคะ แต่ที่ยากก็คือ เราไม่สามารถให้ฮอร์โมนได้ด้วยตัวเอง เพราะเราไม่ทราบว่าร่างกายขาดฮอร์โมนตัวไหนบ้าง การรับประทานฮอร์โมนเองอาจทำให้เราได้รับอันตรายจากการได้รับยาเกินขนาด หรือรับยาโดยไม่จำเป็น รวมถึงข้อห้ามใช้ต่างๆ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือ การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อตรวจดูระดับฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ จากนั้นแพทย์ก็จะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนตามระดับที่เหมาะสมค่ะ โดยฮอร์โมนที่ใช้ควรเป็น Bio-Identical Hormones คือ ฮอร์โมนที่มีลักษณะเหมือนฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย

แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ และกระดูกสันหลัง เผย ‘โรคกระดูกสันหลังเสื่อม’ รู้เร็ว รักษาได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677660

วันที่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 09:15 น.แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ และกระดูกสันหลัง เผย 'โรคกระดูกสันหลังเสื่อม' รู้เร็ว รักษาได้

เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องมาจากความเสื่อมของร่างกายย่อมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น “กระดูกสันหลังเสื่อม” นับเป็นโรคที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและความทรมานในผู้สูงอายุ รวมถึงเป็นภาระให้กับผู้ดูแลอย่างมาก

เรื่องนี้ นพ.ศรัณย์ ก่อวุฒิกุลรังษี แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ และกระดูกสันหลัง ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช ให้ข้อมูลอธิบายผ่านบทความเรื่อง “โรคกระดูกสันหลังเสื่อม” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การใช้ชีวิตในสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมคืออะไร?

โรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือความเสื่อมของโครงสร้างร่างกายที่ช่วยให้มนุษย์สามารถยืนหรือนั่งตัวตรงได้ ประกอบไปด้วย ปล้องกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก ข้อต่อ เอ็นยึดข้อต่อ และกล้ามเนื้อข้างเคียง มักพบในตำแหน่งที่มีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ เช่น กระดูกสันหลังส่วนคอ และกระดูกส่วนเอว โดยส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเราพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากลักษณะการทำงานที่นั่งหรือยืนในท่าเดิมนานๆ และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป รวมถึงไม่มีเวลาออกกำลังกายเท่าที่ควร

โครงสร้างของกระดูกสันหลัง

กระดูกสันหลัง (Spine) เป็นโครงสร้างตามธรรมชาติของร่างกายที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องระบบประสาทส่วนกลาง ในที่นี้คือไขสันหลัง และเส้นประสาท และในมนุษย์จะมีรูปร่างแตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพราะสามารถยืนตั้งตัวตรงได้ และช่วยในการเคลื่อนไหว โดยกระดูกสันหลัง ประกอบไปด้วย

1. ปล้องกระดูกสันหลัง (Vertebra)

2. หมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc)

3. ข้อต่อระหว่างกระดูก (Facet joint)

4. เอ็นยึดข้อต่อ (Ligament)

นอกจากนี้ ยังมีกล้ามเนื้อข้างเคียงที่ช่วยพยุงและยึดโยงกระดูกสันหลังชิ้นต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเคลื่อนไหวของร่างกายอีกด้วย

สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

  1. อายุที่มากขึ้น
  2. น้ำหนักตัวที่มากเกินไป
  3. การอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ เช่น นั่งทำงาน หรือยืน
  4. การทำงานใช้งานหลังที่ไม่เหมาะสม เช่น ทำงานในท่าก้มเป็นประจำ เช่น ช่างซ่อมรถยนต์ หรือการแบกของหนัก ๆ เกินเกณฑ์เป็นเวลานาน ๆ
  5. วิถีชีวิตที่ใช้งานกระดูกคอมากขึ้น เช่น การก้มดูโทรศัพท์มือถือ การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

เมื่อเกิดการใช้งานซ้ำ ๆ เหล่านี้ หมอนรองกระดูกจะเริ่มมีร่องรอยความเสียหาย จากนั้นก็จะเริ่มมีการสูญเสียน้ำ และมีการยุบตัวลง เกิดการไม่มั่นคงของโครงสร้างเกิดขึ้น กล้ามเนื้อข้างเคียงพยายามพยุงโครงสร้างเหล่านี้ และร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างกลุ่มกระดูกงอก เพื่อรองรับโครงสร้างที่ไม่มั่นคงดังกล่าว ผู้ป่วยจะเริ่มปวดเมื่อมีการคลอนของโครงสร้างเกิดขึ้น ถ้าหมอนรองกระดูกที่ยุบและกลุ่มกระดูกที่งอกนี้ไปกดเส้นประสาทข้างเคียงก็จะทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท

อาการของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมแบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ

1. อาการที่เกี่ยวกับระบบโครงสร้าง ได้แก่ อาการปวดคอ อาการปวดหลัง มักจะเป็น ๆ หาย ๆ อาจปวดเวลานั่งนาน ๆ หรือปวดเวลาขยับตัว หากผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอ ก็อาจจะมีอาการปวดร้าวไปที่ท้ายทอย หรือบริเวณไหล่ได้ ผู้ป่วยบางรายที่มีการแข็งตัวของกระดูกสันหลัง ก็จะเกิดการก้มเงยได้ลำบาก ขยับตัวได้ลำบาก

2. อาการที่เกี่ยวกับระบบประสาท ซึ่งเกิดจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง ได้แก่ การปวดร้าวไปที่แขนหรือขา อาจมีอาการชา หรือการอ่อนแรงร่วมด้วย ซึ่งอาการจะเป็นข้างเดียว หรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้ อาการทางระบบประสาทก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรอยโรคที่เกิดขึ้น ผู้ป่วยที่มีไขสันหลังถูกกดทับ นอกจากอ่อนแรงแล้ว ก็อาจมีอาการเดินลำบาก การใช้มือหยับจับของได้ไม่ถนัด หรือมีการกลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้

การวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

หลังจากแพทย์ซักประวัติอาการปวด ลักษณะการใช้งาน และประวัติอื่น ๆ และตรวจร่างกาย ทั้งการเคลื่อนไหวกระดูกและข้อ และระบบประสาทแล้ว แพทย์จะส่งทำเอ็กซเรย์กระดูกสันหลังส่วนที่เกี่ยวข้อง หากได้ข้อมูลไม่ชัดเจน จำเป็นต้องทำ MRI เพื่อดูลักษณะของโครงสร้างที่เราสงสัย นอกจากนี้ อาจจำเป็นต้องตรวจการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อด้วยกระแสไฟฟ้า (EMG) ในผู้ป่วยบางราย สำหรับการเจาะเลือดเพื่อดูค่าผลเลือดที่เกี่ยวข้องนั้นจะทำในกรณีที่ต้องการวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกัน

การรักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

1. การรักษาแบบอนุรักษ์

-การให้ยาลดปวดหรือยาต้านอักเสบ

-การให้ยาลดปวดเส้นประสาท

-การทำกายภาพบำบัด เช่น การใช้ความร้อน การดึงหลังหรือคอ

-การฉีดยาสเตียรอยด์ เพื่อลดปวดตามข้อบ่งชี้

2. การรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งรูปแบบการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับลักษณะของรอยโรคที่ผู้ป่วยเป็น เช่น การผ่าตัดเพื่อยกจุดกดทับ หรือการผ่าตัดเพื่อเสริมความมั่นคง โดยการใส่เหล็กดาม

การป้องกันโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

  1. การใช้งานหลังให้ถูกวิธี เช่น เวลาเรานั่ง เราควรจะต้องตัวตรง หลังชิดกับพนักพิง อาจจะมีหมอนเล็ก ๆ รองที่บริเวณหลังกับพนักพิง สำหรับเก้าอี้ที่ดี พนักพิงควรจะสูงถึงบริเวณไหล่ ส่วนเรื่องคอ บางครั้งเราก็จะเผลอในการที่จะก้มคอดูโทรศัพท์ หรืออ่านหนังสือ หรือดูจอโน๊ตบุ๊ค เราจะต้องคอยรู้ตัวตลอดเวลา ว่าคอเราควรจะตั้งตรง ตามองตรง และมองสิ่งที่เราจะมองลงไปประมาณ 15-20 องศา ก็จะช่วยทำให้อาการปวดคอลดลงได้
  2. ไม่ควรใช้หลังในท่าเดิม ๆ นานเกินไป คววรหยุดพักยืดเส้นยืดสาย เช่น การนั่งเกิน 45 นาที ควรมีเวลาพักเปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 10-15 นาที
  3. ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรง และเสริมความยืดหยุ่น เช่น การฝึกเกร็งหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลัง ทั้งในเวลาที่มีการใช้งาน หรือจัดเวลาการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลางลำตัว เช่น Planking นอกจากนี้ก็ยังต้องมีการออกกำลังเพื่อเสริมความยืดหยุ่นให้กับร่างกายด้วย
  4. ลดการใช้งานหลังที่ไม่เหมาะสม งดการยกของหนัก หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงบาดเจ็บที่บริเวณหลัง
  5. การควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินเกณฑ์
  6. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

เมื่อแฟชั่นรวมกับเทคโนโลยี ส่อง realme บทเวที PARIS FASHION WEEK 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677551

วันที่ 08 มี.ค. 2565 เวลา 10:35 น.เมื่อแฟชั่นรวมกับเทคโนโลยี ส่อง realme บทเวที PARIS FASHION WEEK 2022

realme ชูคอนเซ็ปต์ Light Shift Design เทรนด์ใหม่ของการออกแบบสมาร์ทโฟน สู่เวที PARIS FASHION WEEK 2022

realme (เรียลมี) แบรนด์เทคโนโลยีเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก นำเสนอผลิตภัณฑ์ครั้งแรกในงาน Paris Fashion Week 2022 เปิดตัว realme 9 Pro Series และกระเป๋าคาดหน้าอกรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งร่วมออกแบบกับดีไซเนอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก

ด้วยปรัชญา “Dare to Leap” ทำให้ realme โดดเด่นท่ามกลางแบรนด์สมาร์ทโฟนในท้องตลาด ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงแค่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบและแนวทางการสื่อสารกับผู้ใช้งาน realme ด้วย สำหรับกระเป๋าคาดหน้าอกรุ่นนี้ถูกออกแบบมา เพื่อใส่สมาร์ทโฟน realme 9 Pro Series โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนกลุ่ม Hero Product ของแบรนด์ โดย realme 9 Pro+ ได้ถูกนำเสนอในเรื่องเซ็นเซอร์กล้อง Sony IMX766 OIS เป็นรุ่นแรกในเซกเมนต์นี้ พร้อมลำโพงสเตอริโอคู่ที่มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos โดดเด่นด้วยฝาหลังเปลี่ยนสีได้กับ Light Shift Design จอแสดงผลคุณภาพเยี่ยมด้วยอัตรา Refresh Rate สูง และประสิทธิภาพเร็วแรงด้วยชิปเซ็ต Dimensity 920 5G

เมื่อแฟชั่นมารวมกับเทคโนโลยี

เมื่อแบรนด์เสื้อผ้าของคนรุ่นใหม่มาพบกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย การร่วมมือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่จึงเกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่แบรนด์ HELIOT EMIL จากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งได้ทุ่มเทให้กับการออกแบบและเทคนิคการผลิตแนวใหม่ เพื่อผสานรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยไว้ในผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าของแบรนด์ ซึ่งสิ่งนี้สอดคล้องกับปรัชญาด้านการออกแบบของ realme design studio ได้อย่างลงตัว

ด้วยเหตุนี้ HELIOT EMIL และ realme Design Studio จึงได้ร่วมมือกันออกแบบกระเป๋าคาดหน้าอกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ Light Shift Design ของ realme 9 Pro Series เพื่อคนที่หลงรักแฟชั่นและเทคโนโลยี โดยแบรนด์ HELIOT EMIL ได้นำเสนอเรื่องราวของการร่วมมือครั้งสำคัญนี้ ผ่านผลงานกระเป๋าคาดหน้าอกรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟอย่างเป็นทางการในงาน Paris Fashion Week 2022

กระเป๋าคาดหน้าอกสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นแรกกับการออกแบบ Light Shift Design

กระเป๋าคาดหน้าอก realme 9 Pro Series ที่ร่วมกันออกแบบรุ่นนี้ ช่วยปกป้องเลนส์ สวมใส่ง่ายเหมาะสำหรับชีวิตในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวในการหยิบจับสมาร์ทโฟน พร้อมโชว์ดีไซน์ Light Shift Design เมื่อออกไปสัมผัสแสงแดด ฝาหลังของสมาร์ตโฟนจะเปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็นสีแดง ราวกับการเปลี่ยนสีของท้องฟ้าในยามพระอาทิตย์ขึ้น

“แสงดาว (Starlight)” ได้กลายมาเทรนด์หลักของหลายแบรนด์ดัง ตัวอย่างเช่น Coca Cola Starlight ที่สร้างเอ็กเฟ็กต์ดาวระยิบระยับในลักษณะเดียวกัน โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งเครื่องประดับคอลเลกชั่น Starlight ของ Louis Vuitton ไปจนถึงแบรนด์ Maison Margiela และ Island Stone ก็เปิดตัวสินค้าที่มีดีไซน์นี้เช่นกัน

แบรนด์ผู้นำด้านเทคโนโลยีที่นำเทรนด์ด้านการออกแบบ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ realme ก้าวสู่โลกแห่งการออกแบบ เพราะ realme ได้ก่อตั้ง realme Design Studio ขึ้นในปี 2020 ซึ่งประกอบด้วยทีมนักออกแบบอิสระที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและการออกแบบเชิงสุนทรียภาพ และในฐานะสตูดิโอการออกแบบสมาร์ตโฟนแห่งแรกของวงการ realme Design Studio ได้ร่วมงานกับนักออกแบบชั้นนำมากมาย อาทิ เอ็ดดี โอพารา หัวหน้าทีมนักออกแบบแห่ง Pentagram, นาโอโตะ ฟุกาซาวะ มาสเตอร์ด้านการออกแบบอุตสาหกรรมร่วมสมัยแห่งญี่ปุ่น และ โจส เลวี ดีไซเนอร์แห่ง Hermès ซึ่งได้นำความเชี่ยวชาญมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านการร่วมมือกับ realme

ครั้งนี้ ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ HELIOT EMIL ได้ร่วมเป็นนักออกแบบรับเชิญของ realme Design Studio เพื่อสร้างคลื่นลูกใหม่ในโลกการออกแบบระดับสากล ผ่านการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำและไฮแฟชั่นเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยชู Light Shift Design ของ realme 9 Pro Series ให้เป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์การออกแบบสมาร์ทโฟนแนวใหม่

ในฐานะแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นตามความต้องการของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ realme จึงไม่ใช่แค่ผู้นำเทรนด์ผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังสร้างวัฒนธรรมการเป็นผู้นำเทรนด์ของตัวเอง เพราะนอกจากนำเสนอผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงภายใต้ดีไซน์ที่ล้ำสมัย realme ยังมีส่วนร่วมในสร้างสรรค์เพลงต้นฉบับ การออกแบบแฟชั่น และการออกแบบอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยการผสานวัฒนธรรมของคนหนุ่มสาวเข้ากับเทคโนโลยี ทำให้ realme สามารถสร้างภาพลักษณ์ของตนเองและได้มอบค่านิยมของแบรนด์สู่ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ทั่วโลก นั่นก็คือ จงกล้าที่จะมุ่งไปข้างหน้าและก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

เป็นเจ้าของ realme 9 Pro Series กับโปรโมชั่นพิเศษ ได้แล้ววันนี้ realme 9 Pro Series นำเสนอ 2 สี ได้แก่ Sunrise Blue และ Arora Green พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ และรับของสัมนาคุณพิเศษมากมาย พร้อมพบโปรโมชั่นพิเศษ และของสัมนาคุณ ดูรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : realmeTH