เลือกยีนส์ตัวเก่งรับซัมเมอร์แบบอินฟลูเอนเซอร์สายแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677289

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 13:35 น.เลือกยีนส์ตัวเก่งรับซัมเมอร์แบบอินฟลูเอนเซอร์สายแฟ

ยูนิโคล่ชวนเลือกยีนส์ตัวเก่งรับซัมเมอร์ พร้อมคำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์สายแฟในการเลือกยีนส์อย่างยั่งยืน

ไอเทมต้อนรับหน้าร้อนที่สดใสคงหนีไม่พ้นกางเกงยีนส์ที่หลายคนชอบหยิบมามิกซ์แอนด์แมชในสไตล์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ทุกวัน และตอบรับทุกทริปที่ไปไหนไปกัน แน่นอนว่ากางเกงยีนส์จาก ยูนิโคล่   แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เป็นไอเทมที่ใครหลายคนมีติดตู้ จนเรียกว่าเป็นไอเทมชิ้นโปรดที่ใส่ได้ ทุกเทศกาล หยิบมาใส่กับเสื้อตัวไหน หรือจะจัดสไตล์ลิ่งยังไงก็ชนะทุกลุค เต็มที่ทั้งซัมเมอร์นี้

แต่สำหรับใครที่ยังคงมองตู้เสื้อผ้ากับกางเกงยีนส์ยูนิโคล่แล้วคิดไม่ออกว่าจะแต่งตัวแบบไหน เลือกกางเกงยีนส์ทรงไหน หรืออยากลงทุนกับกางเกงยีนส์ตัวใหม่สักตัว ยูนิโคล่ได้ชวนอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสไตล์ที่น่าติดตามอย่าง ธนิน ศรีธวัชพงษา และ ปลื้ม–ณัฐรดา ธรรมปัญญา มาอัพเดทกางเกงยีนส์ยูนิโคล่ซีซั่นส์ Spring/Summer 2022 พร้อมทิปส์ในการเลือกกางเกงยีนส์ให้แมชไม่มีพลาด แถมยังรักษ์โลกอีกด้วย

Urban Casual

เปิดลุคแรกในสไตล์แคชชวลกับ Slim Fit Jeans กางเกงยีนส์ทรงเข้ารูป ทำจากผ้าเดนิมแท้ที่ยืดหยุ่นสวมใส่สบาย มีกลิ่นอายความวินเทจเล็กๆ จับคู่กับเสื้อ Denim Work Jacket ที่ช่วงนี้ธนินกำลังชื่นชอบการแต่งตัวลุคที่เรียบๆ แต่ก็สามารถใส่ลำลองได้

“ช่วงนี้ผมชอบการแต่งตัวสไตล์เรียบๆ แต่ยังสามารถออกไปเที่ยวเล่น และเป็นลุคลำลอง ที่ใช้ชีวิตในประจำวันได้ ถ้าที่ชอบมากและแมทช์ง่ายกับทุกลุคคือกางเกงยีนส์ยูนิโคล่ Slim Fit Jeans ที่สวมใส่ได้หลากหลายโอกาส อีกอย่าง สำหรับซัมเมอร์นี้ ผมรู้สึกว่ายีนส์เป็นส่วนผสมที่ลงตัว ชิลล์ๆ ใส่ลำลองก็ได้ แล้วสียีนส์ก็ยังสามารถนำมาเพิ่มสีสันในการแต่งตัว ทำให้ซัมเมอร์นี้ดูรีแลกซ์มากขึ้นได้ด้วยครับ”

Landscape Adventurer

ส่วนไอเทมติดตู้ที่ต้องคู่กับยีนส์ยูนิโคล่ สำหรับสายแอดแวนเจอร์ ธนินก็แชร์วิธีการแต่งตัวที่เน้นความคล่องตัว สะดวกสบายอย่าง Ultra Stretch Skinny Fit Jeans กางเกงยีนส์ผ้ายืดพิเศษทรงสกินนี่ ที่เนื้อผ้าสามารถยืดได้มากถึง 90% ถือเป็นกางเกงยีนส์ที่เนื้อผ้ายืดหยุ่นที่สุดของยูนิโคล่ มาพร้อมกับผิวสัมผัสผ้าเดนิมขนานแท้ “แบบที่ผมใส่อยู่ก็ดีเหมือนกัน มีความคล่องตัวสูง เดินไปไหนมาไหนก็สะดวก เหมาะกับคนที่อยากไปเที่ยวลุยๆ ในลุคดูสบายๆ”

แนะนำแมทช์ Ultra Stretch Skinny Fit Jeans กับเสื้อเชิ้ต Extra Fine Cotton Broadcloth ลายทาง ยิ่งเพิ่มมิติการแต่งตัวนี้สนุกขึ้น เห็นทีต้องมีติดตู้ตามธนินไว้ใส่ทุกเทศกาล ไม่ต้องใส่แค่ซัมเมอร์แล้ว

แม้สาวๆ หลายคนจะขึ้นชื่อเรื่องการมิกซ์แอนด์แมทช์แบบไม่ซ้ำใคร สาวปลื้มก็มีสไตล์ลิ่งใหม่ๆ ที่อยากมาแชร์ให้ทุกคนสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น

Daily Comfort & Stylish

”ปลื้มชอบกางเกงยีนส์ทรงหลวม ขาม้า ขาตรง แล้วก็ขาบาน และจะชอบใส่กางเกงยีนส์ที่เน้นให้ขาเราดูเพรียวมากขึ้น” และยีนส์ที่ปลื้มใส่อยู่คือ Peg Top High Rise Jeans กางเกงยีนส์เอวสูง เนื้อผ้าเดนิมผสมผ้าฝ้าย ในแพทเทิร์นหลวมๆ สวมใส่อย่างสะดวกสบาย กระบวนการแต่งผิวผ้าด้วยเลเซอร์ถูกนำมาใช้ทดแทนกระดาษเพื่อสร้างกลิ่นอายวินเทจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งจับคู่กับเสื้อทรงครอป และเสื้อเชิ้ตแจ็คเก็ตผ้าเดนิม ก็เพิ่มลูกเล่นให้วันสบายๆ พิเศษแบบไม่ซ้ำใคร

ส่วนไอเทมติดตู้สำหรับซัมเมอร์นี้ของสาวปลื้มก็หนีไม่พ้นยีนส์ยูนิโคล่ที่มีทรงและสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน ผ่านไป 10-20 ปี ก็ยังสวมใส่ได้ “สำหรับคนที่กำลังหากางเกงยีนส์ ปลื้มไม่อยากให้ทุกคนไปโฟกัสว่าหุ่นเราต้องใส่ยีนส์เฉพาะแบบเท่านั้น ปลื้มอยากให้ทุกคนไปลองดูก่อนว่าชอบหรือไม่ สวมใส่สบายหรือเปล่า ใส่ตัวไหนแล้วดูดี เพิ่มความมั่นใจ ไม่ว่าจะหุ่นทรงไหนก็ใส่ยีนส์ได้หมด” ปลื้มพูดมาแบบนี้ เดี๋ยวเคลียร์คิวไปลองยีนส์เลยดีกว่า

Relaxing Summer

อีกหนึ่งลุคเรียบง่าย ใส่ลุยทริปขึ้นเหนือลงใต้ เดินเล่นสวนสาธารณะสบายๆ กับ Loose Cropped Jeans ยีนส์ขาสี่ส่วน ที่เน้นความสบายจากทรงที่หลวมหน่อยๆ ในผ้าคอตตอนเดนิม 100% ที่เนื้อผ้าไม่ยืดคงผิวสัมผัสธรรมชาติ และเป็นการร่วมพัฒนากับ Kaihara (ไคฮาระ) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องยีนส์จากประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพยีนส์มาอย่างยาวนาน เหมาะกับทริปเดินทางต่างจังหวัดหรือใส่ลำลองเดินเล่นในชีวิตประจำวันก็สะดวก ใครกำลังมองหายีนส์ที่ใส่สบาย เพิ่มความรีแลกซ์ในชีวิตประจำวัน ก็ต้องมีติดตู้ไว้บ้างแล้ว

นอกจากสไตล์มินิมอลที่ปลื้มชอบสุดๆ แล้ว ปลื้มยังเป็นแฟนคลับของนวัตกรรมการผลิตยีนส์อันยั่งยืนของยูนิโคล่ที่ใช้น้ำน้อย และลดสารเคมีในการผลิตยีนส์อีกด้วย “ตอนปลื้มรู้ว่ายีนส์ยูนิโคล่มีนวัตกรรมในการผลิตที่ช่วยลดการใช้น้ำ ลดสารเคมี ปลื้มยิ่งรู้สึกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดการใส่อีกด้วย”

ก่อนจะลุกขึ้นไปแต่งตัวกับยีนส์ยูนิโคล่ ทำความรู้จักกับ BlueCycle Jeans นวัตกรรมแห่งความยั่งยืนของยูนิโคล่ที่ตั้งใจผลิตกางเกงยีนส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยลดปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการแต่งผิวผ้าลงถึง 99% ทำให้การแต่งผิวกางเกงยีนส์คงมาตรฐานได้ดังเดิมแต่ใช้น้ำเพียงหนึ่งถ้วยชาเท่านั้น ถือเป็นวิธีที่ช่วยสร้างสายการผลิตเสื้อผ้าที่สะอาดขึ้น เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกด้วย

ครบทั้งทรง คุณภาพ สไตล์ รวมถึงนวัตกรรมการผลิต BlueCycle Jeans เพื่อกางเกงยีนส์หนึ่งตัวที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนที่สะท้อนหลักปรัชญา LifeWear สวมใส่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นอย่างครบองค์ประกอบแบบนี้ อย่าลืมแวะไปอัพเดทกางเกงยีนส์ ยูนิโคล่ Spring/Summer 2022 ไว้ในตู้เสื้อผ้ารับซัมเมอร์ที่ร้านยูนิโคล่สาขาใกล้บ้านคุณ หรือช้อปตลอด 24 ชั่วโมงทางออนไลน์สโตร์ Uniqlo.com/th แล้วเลือกทรงยีนส์ที่ถูกใจ มิกซ์แอนด์แมทช์ให้สนุกเหมือนสองอินฟลูเอนเซอร์ของเราได้เลย

ชิลเอาท์กับสเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ดสไตล์ยุโรป บนรูฟท็อฟใจกลางลาดพร้าว @Blue Sky

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677300

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 16:06 น.ชิลเอาท์กับสเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ดสไตล์ยุโรป บนรูฟท็อฟใจกลางลาดพร้าว @Blue Sky

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวชวนดินเนอร์นอกบ้าน สุขสำราญกับเครื่องดื่มชั้นดี ลิ้มรสชาติอาหารชั้นยอด พร้อมเสพสุขกับวิว ชิลเอาท์ง่ายๆ ได้ทุกวันที่ Blue Sky at Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ 

เช็กอิน Blue Sky รูฟท็อปบาร์ใจกลางลาดพร้าว บนชั้น 24 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ดสไตล์ยุโรป” อาหารและเครื่องดื่มแนวใหม่ที่พร้อมให้ทุกคนสามารถมาดินเนอร์นอกบ้านกับบรรยากาศสบายๆ  ไม่ว่าจะเลือกที่นั่งในห้องแอร์เย็นสบาย ห้องส่วนตัว หรือแบบอัลเฟรสโก้ไดนิ่งที่รูฟท็อปเทอเรซ

สำหรับไฮไลท์แรกของ Blue Sky ที่ทำให้หลายคนอยากมา คงหนีไม่พ้นวิวตระการตายามพลบค่ำที่สามารถทำให้ทุกคนดื่มด่ำกับบรรยากาศแสงสุดท้ายของวัน ชื่นชมความงดงามของเมืองกรุงแบบพาโนรามิค 360 องศา ซึ่งในช่วงเวลานี้ยังมี Happy Hour cocktails (17.00-19.00 น.) นำเสนอโปรโมชั่นน่าสนใจเอาใจนักดื่ม

ส่วนในด้านของอาหารที่ Blue Sky มีการโฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์สเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ตสไตล์ยุโรป พิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นเนื้อคุณภาพ ยูเอสดีเอไพร์มแบล็คแองกัส เนื้อ 35 วันดรายเอจเกรนฟีด เนื้อวากิว 400 วันชิลล์เกรนฟีดนำเข้าจากออสเตรเลีย และเนื้อไพร์มคัทเกรดพรีเมี่ยมอีกมากมาย เพิ่มท็อปปิ้งด้วยฟัวกราส์ หรือตับบดผสมคอนยัค และซอสสูตรเฉพาะของทางห้องอาหารกว่า 6 ชนิด ทั้งยังมีเกลือเมนูมากมายให้เลือกโรยตามชอบ โดยนอกจากสเต๊กแล้ว ยังมีซีฟู้ดคุณภาพเยี่ยม อาทิ

Gilled seafood tower อหารทะเลย่างรวม กุ้งล็อบสเตอร์ ขาปูยักษ์อะลาสก้า กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยนางรมสด หรือแบบอบชีสผักโขม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดและมายองเนสเลมอน

Fresh baby cos Caesar salad สลัดผักคอส เบคอนกรอบเคลือบน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ขนมปังกระเทียมและพาร์เมซานชีส
Hokkaido scallop ceviche หอยเซลล์ฮอกไกโดเซวิชเช่ คลุกน้ำสลัดเกรฟฟรุตและไข่ปลาคาเวียร์
Grilled Iamb rack สเต๊กซี่โครงแกะออสเตรเลียเสิร์ฟพร้อมเห็ดย่างอาร์ติโชคดอง มะเขือม่วง และซอสแกะโรสแมรี่
Australian wagyu beef burger เบอร์เกอร์เนื้อวากิวออสเตรเลีย เสิร์ฟพร้อมหัวหอมผัดไวน์แดง เชดด้าชีส และมันฝรั่งทอด
Mont blanc parfait เกาลัดและวานิลลามูสครีม สอดไส้ราสพ์เบอร์รี่เจลลี่
Souffle cheesecake ซูเฟล่ชีสเค้ก โยเกิร์ตทรัฟเฟิลครีมและเบอรี่สด

อีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญคือเมนูค็อกเทลสุดคลาสสิคอย่าง “มาร์ตินี่” ที่ถือว่าเป็นเมนูเครื่องดื่มตัวชูโรงของห้องอาหาร ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายเมนู และยังสามารถเลือกส่วนผสมเองได้เพื่อให้เป็นมาร์ตินี่ในแบบเฉพาะ โดยส่วนผสมหลักของมาร์ตินี่คือจินและเวอร์มุดที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งยังมีไวน์พรีเมี่ยม และเครื่องดื่มยอดนิยม สปิริต และลิเคอร์ต่างๆ ไว้ให้บริการ โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การรักษามาตรการปฏิบัติล่าสุดของทางรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม

ตามมาสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ ได้ที่ห้องอาหาร Blue Sky at Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok  ชั้น 24 เปิดให้บริการทุกวันเวลา 17.00 – 23.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่ไลน์ @centaraladprao โทร. 02-541-1234 อีเมล fb_office@chr.co.th หรือเฟซบุ๊ก CentaraGrandLadpraoBangkok

ออน เดอะ เทเบิ้ล ฉีกกฎการลิ้มรส Plant-Based แบบเดิมๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677241

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 08:40 น.ออน เดอะ เทเบิ้ล ฉีกกฎการลิ้มรส Plant-Based แบบเดิมๆ

ออน เดอะ เทเบิ้ล ชวนสัมผัสประสบการณ์ ฉีกกฎการลิ้มรส Plant-Based แบบเดิมๆ กับ 4 เมนูใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น

ออน เดอะ เทเบิ้ล ร้านอาหาร Tokyo Café สไตล์ฟิวชั่น ในเครือ ZEN Corporation Group หรือ ZEN Group คิดค้น 4 เมนูใหม่จาก Plant-Based หรือเนื้อจากพืช ที่พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการลิ้มลอง ด้วยการนำมารังสรรค์ในรูปแบบอาหารฟิวชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ เพื่อเอาใจผู้บริโภค รุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ หรือสายวีแกนที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด Zen Corporation Group เปิดเผยว่า “ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ที่จะช่วยดูแลและลดปัญหาเรื่องสุขภาพ ทางร้าน ออน เดอะ เทเบิ้ล ก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงได้มีการคัดสรรวัตถุดิบจาก Plant-Based นำมาคิดค้น 4 เมนูใหม่ ที่พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่และฉีกกฎความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับวัตถุดิบชนิดนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลองเปิดใจกับอาหารเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้ง 4 เมนูนี้ มาพร้อมกับรสชาติที่อร่อย รสสัมผัสที่ตอบโจทย์ และที่สำคัญคือดีต่อสุขภาพอีกด้วย”

โดย 2 เมนูแรกที่มีความจัดจ้านแบบไทย เลือกใช้วัตถุดิบหลักคือ “หมูกรอบจากพืช” ของแบรนด์ MEAT ZERO ในเครือ CPF ที่คงความเป็นหมูกรอบไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านรสสัมผัสและรสชาติ พร้อมคุณค่าทางโภชนาการที่มีโปรตีน ไฟเบอร์ และไม่มีคอลเลสเตอรอล

เริ่มที่เมนู ข้าวเต้าหู้หมูกรอบผัดพริกเกลือ (ราคา 219 บาท) ข้าวหน้าสไตล์ฟิวชั่น ไทย-ญี่ปุ่น แบบโฮมเมด ชวนลิ้มรสสัมผัสของเนื้อเต้าหู้ที่นุ่มละมุน และหมูกรอบ Plant-Based ที่มีความคล้ายหมูกรอบจริงๆ นำมาคลุกเคล้าด้วยพริกเกลือ เสิร์ฟเคียงกับผักกวางตุ้ง ครบรสในจานเดียว

เมนู สปาเก็ตตี้กะเพราหมูกรอบ (ราคา 249 บาท) สปาเก็ตตี้รสชาติไทยๆ ที่คุ้นเคย โดดเด่นด้วยรสชาติแบบจัดจ้าน เผ็ดร้อน ผสมกับหมูกรอบ Plant-Based ที่มีความฉ่ำเบาๆ ทานแกล้มกับมะเขือยาวย่าง ที่ช่วยเสริมกันได้อย่างลงตัว

และอีก 2 เมนู ที่เลือกใช้ “เนื้อปูจากพืช” ที่ให้ความรู้สึกสดใหม่และรสสัมผัสที่เหมือนเนื้อปูแท้ๆ เมนู สลัดแตงโมเนื้อปู (ราคา 269 บาท) สลัดจานใหญ่ที่จัดเต็มด้วยวัตถุดิบอย่าง แตงโม เต้าหู้คินุ ส้มซันคิสท์ ถั่วพีแคน และเนื้อปูจากพืช เนื้อแน่นๆ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำสลัดยูซุ เติมความสดชื่นให้กับเมนูอาหารมื้อเที่ยงได้เป็นอย่างดี

และ คาเปลลินี่พิ้งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล (ราคา 279 บาท) เห็ดพอร์โทเบลโล่ชิ้นโต เนื้อแน่น กับเนื้อปูจากพืชแบบจุใจคลุกเคล้ากับพิ้งซอสสูตรพิเศษของ ออน เดอะ เทเบิ้ล เรียกได้ว่าเป็นเมนูเปิดใจ สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ แถมยังได้สารอาหารครบถ้วนอีกด้วย

พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนโต๊ะอาหาร ด้วย 4 เมนูใหม่จาก Plant-Based ได้ที่ ออน เดอะ เทเบิ้ล ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2565 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/OntheTableTokyoCafe หรือ Line @ZENGroupTH หรือ Call Center โทร.1376

Isan Creative Festival 2022 ม่วนซื่นแบบสร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677176

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 11:18 น.Isan Creative Festival 2022 ม่วนซื่นแบบสร้างสรรค์

“Think Link Things วิเคราะห์เชื่อมโยง ทุกสรรพสิ่ง” สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และจังหวัดขอนแก่น ร่วมจุดประกายสร้างสรรค์ รับแรงบันดาลใจใน เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565 (Isan Creative Festival 2022)

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น ผนึกพลังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัด “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565” (Isan Creative Festival 2022) ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Think Link Things วิเคราะห์เชื่อมโยง ทุกสรรพสิ่ง” จากคำสร้อยในเพลงอีสาน สู่ธีมเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565 “ติง ลิ่ง ติง – Think Link Things” ที่สะท้อนการผสานสินทรัพย์ทางภูมิปัญญาเเละวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ เเละนวัตกรรม แสดงศักยภาพของบุคลากรและธุรกิจสร้างสรรค์ ผ่านผลงานที่เก็บเกี่ยวและได้รับแรงบันดาลใจจากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม “อีสาน”

โดยมุ่งเน้นส่งเสริม 3 อุตสาหกรรมหลักที่ชูอัตลักษณ์ถิ่นอีสาน ได้แก่ อุตสาหกรรมความบันเทิงอีสาน (Isan Entertainment) การเชื่อมโยงและรวบรวมภาคีเครือข่ายนักสร้างสรรค์ทั่วภาคอีสาน (ISAN Regional) และโมเดลการสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) พบกับการจัดแสดงผลงาน และกิจกรรม กว่า 100 รายการ จากนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการจากทั่วภูมิภาคอีสานมากกว่า 300 ราย บนพื้นที่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์-กังสดาล ในจังหวัดขอนแก่น และทั่วภาคอีสาน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2565

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “นับเป็นอีกความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้เข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อนและผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภูมิภาคอีสาน ผ่านเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565 หรือ ISAN Creative Festival 2022 ที่จัดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ต่อยอดจากปีก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างจัดเทศกาลฯ รวมเป็นจำนวนสูงถึง 309 ล้านบาท ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งแบบ On-site และ online กว่า 276,069 โดยปีนี้ยังคงมุ่งเน้นเปิดพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์ได้แสดงพลังความสร้างสรรค์ของศิลปวัฒนธรรมอีสานผ่านเครือข่ายกลุ่มสาขาอาชีพสร้างสรรค์ต่าง ๆ และสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจสร้างสรรค์ในภาคอีสาน นำเสนอจุดแข็งของภูมิภาคอีสาน ที่อุดมไปด้วยสินทรัพย์และทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดให้เกิดธุรกิจใหม่ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดยุคดิจิทัล ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศทั้ง 15 สาขา ซึ่งในปี 2563 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 1.19 ล้านล้านบาท

“นอกจากนี้ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565 เป็นเทศกาลฯ ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่างๆ ในภาคอีสาน ที่สามารถแสดงศักยภาพด้านการออกแบบ ตลอดจนเชื่อมโยงการแก้ปัญหาและการพัฒนาเมืองในหลายมิติ ทั้งด้านสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม การศึกษา ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มมูลค่าให้กับต้นทุนทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น โครงการขนส่งสาธารณะเชื่อมเมือง (Khon Kaen Urban Transit) ต้นแบบรถไฟฟ้ารางเบาที่กำลังจะมาวิ่งให้บริการจริงในอนาคต โครงการ Co-Create: ปรับอากาศ ส่งเสริมการเติบโตของเมืองที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรฐกิจชุมชนดั้งเดิม ซึ่งเป็นแรงพลังที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจและสังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตการณ์โรคโควิด-19”

ด้าน ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “ในนามของจังหวัดขอนแก่น รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จังหวัดขอนแก่น ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565” อีกครั้ง กล่าวได้ว่าขอนแก่นเป็นจังหวัดที่่เปี่่ยมไปด้วยสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและภููมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งยัังเป็นศูนย์กลางความเจริญทั้งด้านการค้า การลงทุน การบริการและการท่องเที่ยว การจัดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565” จึงไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของจังหวัดขอนแก่น และภูมิภาคอีสานที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของชาวอีสานในการต่อยอดสินค้าและบริการ จากต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีให้กลายเป็นสินค้าและบริการที่ตอบสนองกับบริบทใหม่ของโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นอุุตสาหกรรมอาหาร ดนตรี งานหัตถกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมของการทอผ้ามัดหมี่ ที่ทำให้ขอนแก่นได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สร้างชื่่อเสียงให้ประเทศไทยไปทั่วโลก เป็นอัตลักษณ์สร้างให้อีสานเป็นที่รู้จัก และสามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้ในอนาคตต่อไป”

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า “เทศกาลความคิดสร้างสรรค์ฯ เป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง อันจะเห็นได้จากในหลายโครงการที่เทศบาลนครขอนแก่นร่วมกับ CEA ร่วมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการส่งเสริมย่านสร้างสรรค์ศรีจันทร์และกังสดาลให้เกิดการพัฒนาเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ จึงเปรียบเสมือนชุมทางของนักสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานระดับสากล เป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการต่อยอดวัฒนธรรมของอีสานสำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างประโยชน์ให้กลับคืนไปสู่พี่น้องชาวอีสานเองและเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาค”

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปทุกกลุ่มวัย สามารถเข้าชมในพื้นที่จัดแสดงได้อย่างทั่วถึงและปลอดความกังวล คณะผู้จัดงานได้มีการจำกัดจำนวนการเข้าชมในพื้นที่ การลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเข้าร่วมงาน และแพลตฟอร์ม Crowd Check ที่ให้ข้อมูลความหนาแน่นของการใช้งานในแต่ละพื้นที่แบบเรียลไทม์ ให้ผู้เข้าร่วมงาoสามารถวางแผนการเดินทางได้ก่อนล่วงหน้าและบางกิจกรรมสามารถเข้าชมงานทางออนไลน์ เช่น เสวนา ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ Isan Creative Festival เทศกาลฯ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรฐานที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยผู้เยี่ยมชมงานทุกท่านจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน 2 เข็มขึ้นไป หรือแสดงผลตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนเข้างาน

เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565 (Isan Creative Festival 2022) ผู้ที่มาชมงานจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ปลูก เด็ด เฮ็ด เฮียนฮู้ (Lunch & Learn Project: School Yard Lunch)

TCDC Khon Kaen

จากโครงการพัฒนาอาหารกลางวันเด็กนักเรียนประถมศึกษาภายใต้งบ 21 บาทต่อคน (Lunch & Learn) สู่การพัฒนาวัตถุดิบที่นำมาทำเป็นอาหารกลางวันของโรงเรียน ในปีนี้ โครงการจะทำงานร่วมกันกับเกษตรกร แม่ครัว บุคลากร และนักเรียนในโรงเรียน เพื่อพัฒนาเมนูอาหารกลางวันโดยคำนึงถึงการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและสารอาหารเป็นหลัก

2. ฉายฮูป หน้าฮ้าน กลางย่านศรีจันทร์ (Projection Mapping Show)

โรงแรมสวัสดี (Sawasdee Hotel)

การเเสดงเเสง สี เสียง ผ่านเทคนิค Projection mapping ที่เชื่อมโยงการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เข้ากับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อนำเสนอศักยภาพ สินทรัพย์ เเละเรื่องราวของวัฒนธรรมเเละหมอลำ

3. มักหมัก Isan Flavour Library

TCDC Khon Kaen

ภูมิปัญญาการหมักดองของอีสานเป็นสิ่งที่อยู่ในวัฒนธรรมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ศาสตร์การ

ถนอมอาหารเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความซับซ้อนและความหลากหลายของรสชาติขึ้น ความลับของรสชาติอันความหลากหลายของการหมักดองอีสานจะถูกคลี่ออกมาเป็นนิทรรศการ “มักหมัก”

4. ตลาดดีคัก 2 แห่ง (D-KAK Market TCDC & D-KAK Market in the City)

TCDC Khon Kaen และสถานีปรับอากาศจังหวัดขอนแก่น (Khon Kaen Air-Conditioned Bus Terminal)

การออกร้านของบรรดาดีไซเนอร์และผู้ประกอบการสร้างสรรค์หน้าใหม่ จำนวนกว่า 65 ร้านค้า และ ตลาดที่เปิดพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการในย่านศรีจันทร์ได้นำสินค้าที่น่าสนใจมาจำหน่าย เราได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์และคุณภาพจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยรวบรวมร้านค้าที่ผ่านการคัดเลือก สินค้าจึงมีเอกลักษณ์ มีคุณภาพ และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

5. เล่นแร่ แปรผ้า (House of Fabric-Ation)

สถานีขนส่งปรับอากาศจังหวัดขอนแก่น (Khon Kaen Air-Conditioned Bus Terminal)

นิทรรศการเล่นแร่แปรผ้านำเสนอสิ่งทออีสานที่รังสรรค์ขึ้นจากการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาผสานเข้ากับการออกแบบ วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของภูมิภาค เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าทออีสานให้มีรูปแบบร่วมสมัยตามมาตรฐานสากล

6. เยี่ยมยามบ้านหมอลำ (Molam House Hopping)

กิจกรรมที่จะพาไปเก็บเกี่ยวความสนุกสนานและความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของหมอลำในยุคสมัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอีสานที่สืบทอดมายาวนาน ณ ชุมชนแหล่งกำเนิดหมอลำคณะต่าง ๆ

7. อีสานบ้านเฮา Isan, Our Home (town)

1502 Creative Sharing Space

พื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “บ้านเฮา” ที่ผสานสินทรัพย์ทางภูมิปัญญาเเละวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ เเละนวัตกรรม ผ่านเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนำเสนอเรื่องราวของสองเมืองศักยภาพอย่างสกลนครและนครราชสีมา ที่นำสินทรัพย์และความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่มาปลุกปั้นให้เมืองก้าวสู่การเป็น “พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์”

8. Future Paradise

หลังบ้านรวมทวี

นิทรรศการที่นำเสนอโดย Design and Objects Association (D&O) สมาคมที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนวงการออกแบบของดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ไทย นิทรรศการจะแสดงผลงานการออกแบบซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความออริจินอลผสานกับสัญลักษณ์ที่สะท้อนไอเดียของ Future Paradise และใช้หลักการไฮบริดคราฟต์ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับเทคนิคแฮนด์เมดที่คราฟต์ในแบบของไทยด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม

9. Khon Kaen Urban Transit: ขนส่งสาธารณะเชื่อมเมือง

ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

นิทรรศการนี้นำเสนอต้นแบบรถไฟฟ้ารางเบาที่กำลังจะมาวิ่งให้บริการจริงในอนาคตมาเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องระบบการขนส่งสาธารณะของเมืองขอนแก่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ โครงการแทรมน้อยรอบสวนสาธารณะบึงแก่นนคร โครงการ LRT และโครงการ Smart สองแถว ฯ ซึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงและโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

10. Thai swag: จ๊าบดี

TCDC Khon Kaen

โชว์เคสผ้าไทยโดย Pearypie: Make-up Artist/Theatrical Artist เมื่อ Modern Culture มาผสานเข้ากับรากเหง้าของความเป็นไทย ปรากฏการณ์ “ฉีกกฎ” No Limit, No boundaries! จึงเกิดขึ้น

ตามมาร่วมเปิดประสบการณ์สัมผัสการแสดงศักยภาพครั้งยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน ใน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565” ถึงวันที่ 6 มีนาคมนี้ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์จัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด ติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรม โปรแกรม และตารางเวลาได้ที่ www.isancreativefestival.com, FB: isancreativefestival, Instagram: @isancreativefestival, Line@: isancf

#ISANCF2022

#isancreativefestival

#เทศกาลอีสานสร้างสรรค์

“โพรไบโอติก” จุลินทรีย์มีประโยชน์ ตัวช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677269

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 10:12 น.“โพรไบโอติก” จุลินทรีย์มีประโยชน์ ตัวช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในระยะยาว “โพรไบโอติก” คือคำตอบ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ได้ออกมาเปิดเผยว่า อาการลองโควิด (Long COVID) หรือภาวะของคนที่หายจากโควิด-19 แล้วแต่ยังต้องเผชิญกับอาการที่หลงเหลืออยู่ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ 30-50% จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการป่วยรุนแรง ดังนั้น ผู้ป่วยลองโควิด-19 ควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของตนเองอยู่เสมอ*

โดยนอกจากการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ นายแพทย์สุวรรณชัย ยังแนะนำให้บริโภคอาหารที่มีจุลินทรีย์สุขภาพ หรือโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ได้แก่ โยเกิร์ต นมเปรี้ยว โดยควรเลือกชนิดที่มีนํ้าตาลน้อย และทานร่วมกับอาหารที่มีใยอาหารสูง เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์สุขภาพ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายต่อสู้กับภาวะลองโควิดได้อย่างดีที่สุด เพราะโพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อฉวยโอกาสในร่างกาย เช่น โควิด เพราะหากร่างกายอ่อนแอ โควิดก็ทำร้ายเราได้ง่ายขึ้น

ในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบนี้ การดูแลสุขภาพโดยเฉพาะการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอย่อมเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจ นอกเหนือจากการเว้นระยะห่างทางสังคม การหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และการสวมหน้ากากเป็นประจำ สิ่งสำคัญที่ทุกคนพึงปฏิบัติก็คือการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายเป็นประจำ และการพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติอยู่แล้วไม่ว่าจะมีโควิด-19 หรือไม่

และในเมื่อเรายังคงต้องใช้ชีวิตกับโควิด-19 ต่อไป จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะหันมาดูแลและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของตนเองให้แข็งแรงจนเป็นนิสัย เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในเคล็ดลับที่ทำได้ง่ายที่สุดและสามารถทำได้ทุกวันก็คือ การรับประทาน “โพรไบโอติก” หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เพราะโพรไบโอติกมีจุดเด่นในเรื่องการช่วยปรับสมดุลของลำไส้และมีส่วนช่วยในระบบภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งช่วยให้การทำงานของทางเดินอาหารเป็นปกติ

ทางด้านจากข้อมูลของ ดัชมิลล์ ผู้นำสินค้านมเปรี้ยวและโยเกิร์ตที่ได้นำเข้าและพัฒนาโพรไบโอติกลิขสิทธ์เฉพาะของดัชมิลล์หลายสายพันธุ์ เช่น LGGTM ซึ่งมีผลการวิจัยรับรองมากที่สุดว่าสามารถช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันได้ และ Immulus สายพันธุ์ทีได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  โดยข้อมูลบ่งชี้ว่า กว่า 70% ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนั้นอยู่ที่ลำไส้ เมื่อดูแลลำไส้ได้ดีก็เป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้น การรับประทานทานโพรไบโอติกเป็นประจำจะมีส่วนช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันและยังช่วยลดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและลำไส้อีกด้วย

โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์สุขภาพ พบได้ในอาหารที่เราบริโภคกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต นมเปรี้ยว กิมจิ ผักดอง เต้าเจี้ยว ฯลฯ ซึ่งเมื่อรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยเสริมจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ ก่อให้เกิดประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกาย จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการใช้โพรไบโอติกในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารร่วมในการรักษาโรค เช่น อาการท้องเสียจากการไม่ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม ท้องเสียจากยาปฏิชีวนะ อาหารเป็นพิษ ลำไส้แปรปรวน ท้องผูก และภูมิแพ้ เป็นต้น

คำถามต่อมาก็คือ แล้วปริมาณโพรไบโอติกที่เราควรรับประทานนั้น แค่ไหนจึงจะเรียกว่าพอเหมาะ?

คำตอบก็คือ ทานได้ทุกวัน ทุกคนสามารถเลือกรับประทานนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต เช่น ดัชมิลล์พลัส ดัชชี่ไบโอ นมเปรี้ยวดีไลท์ และโปรบิแล็คได้ทุกวันเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างง่าย ๆ ในราคาที่เข้าถึงทุกคนเพียง 10-15 บาทต่อวันเท่านั้น เพื่อเป็นการเสริมโพรไบโอติกและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงได้อย่างสม่ำเสมอ เพิ่มเติมจากการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การออกกำลังกายเป็นประจำ และการพักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งนี้ ดัชมิลล์ อยากเห็นคนไทยเข้าถึงสุขภาพที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน ยังคงนำนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติกไปมอบให้แก่ชุมชนและโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับคนไทยทั้งในสถานการณ์โควิดและในชีวิตประจำวันต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

พวกเราทุกคนยังต้องใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 ไปอีกนานแค่ไหนไม่มีใครกำหนดได้ แต่สิ่งที่กำหนดได้แน่ ๆ ก็คือการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของเราเองให้แข็งแรงอยู่เสมอในทุก ๆ วัน และหากเป็นเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดแบบนี้ “โพรไบโอติก” ย่อมเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่เลือกได้ไม่ยากเลยสำหรับทุกเพศทุกวัยในทุก ๆ วัน

* อ้างอิงข้อมูลจาก ข่าวสาร กรมอนามัย 16 กุมภาพันธ์ 2565 https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/160265/

MARON MINERAL LABORATORY STORE อัญมณีและเครื่องประดับ พร้อมความมูเตลูจากพลังพลอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677199

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 19:25 น.MARON MINERAL LABORATORY STORE อัญมณีและเครื่องประดับ พร้อมความมูเตลูจากพลังพลอย

MARON MINERAL LABORATORY STORE เดสติเนชั่นใหม่ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความมูเตลูจากพลังพลอย

แบรนด์  MARON  ผู้นำทางด้านอัญมณีมาอย่างยาวนาน  แนวทางการออกแบบร้านสาขา Siam Center ภายใต้ คอนเซป MINERAL LABORATORY สื่อถึงความร่วมสมัย และสะท้อนความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน “อัญมณี” อย่างยาวนานและลึกซึ้ง จัดวางผ่านมุมมองให้เข้าถึงง่าย ผ่านทาง องค์ประกอบดิสเพลย์ และการจัดแสง ใช้ความสว่างชัดเจน เหมือนได้อยู่ในห้องทดลองสร้างสรรค์ผลงานอัญมณี การตกแต่งภายใน เลือกใช้วัสดุพื้นผิวจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดอัญมณี ผสานกับ สแตนเลส  ที่มีความมันวาวผสมผสานบนพื้นฐานของความเรียบง่าย สง่างาม เพื่อตอกย้ำถึงความเป็น House of Ruby ผู้นำด้านอัญมณีมาอย่างยาวนาน 

แบรนด์  MARON ตั้งใจให้  Mineral Lab Store แห่งใหม่นี้ เป็นห้องทดลองสร้างสรรค์ผลงานจากอัญมณีธรรมชาติ ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และการเดินทางตามหา ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ นั้นคือ “อัญมณี” สะท้อนชีวิตคนทำอัญมณีไทย ที่ระหว่างทางได้พบเจอความมหัศจรรย์ของธรรมชาติต่างๆ 

นอกจากนี้ยังถือโอกาส นำเสนอ คอลเลคชั่น  NINE LUCKY STARS :  “ดาวนพเก้า”  พรจากดวงดาว เอาใจคนที่ชื่นชอบ สายมูฯ ที่รักในการใส่เครื่องประดับและอัญมณี อีกด้วย 

“MARON : NINE LUCKY STARS  คอลเลคชั่น “ดาวนพเก้า” เครื่องประดับแห่งความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุด ทำให้คุณตกอยู่ใน “จักรวาลดาว มาร็อง”  

MARON : NINE LUCKY STARS  “ดาวนพเก้า” บอกเล่าเรื่องการเดินทางของดวงดาว สู่การถ่ายทอดลงบนตัวเรือนเครื่องประดับ ที่เป็นที่นิยม 4 ประเภท เช่น ต่างหู สร้อย แหวน และกำไล เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย และตอบโจทย์กับคนยุคใหม่ ที่ชื่นชอบ เครื่องประดับ และมีความปรารถนา ในสิ่งต่างๆ อย่างไม่รู้จบ ให้ “พรจากดวงดาว ตอบสนองทุกความปรารถนาไม่สิ้นสุด” ด้วย “จักรวาลดาวมาร็อง”

คอลเลคชั่น NINE LUCKY STARS  “ดาวนพเก้า” เจิดจรัส เหมือนทำให้คุณได้ตกอยู่ใน “จักรวาลดาวมาร็อง” 

คอลเลคชั่นนี้ ประกอบไปด้วย ต่างหู สร้อย แหวน และ กำไล แต่ละชิ้นงาน ประดับด้วยอัญมณีมงคล 9 ชนิด เพชร  ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน ไพลิน มุกดาหาร เพทาย และ ไพฑูรย์ 

ตัวเรือน มี 2 รูปแบบ รูปแบบแรก เงินแท้ 92.5% สามารถเลือกชุบเพิ่มเติมได้ จะมี ชุบทอง 18K ชุบทองคำขาว ทองชมพู และทองเบจ  เพื่อให้เหมาะกับความชอบของแต่ละบุคคล สามารถเลือกอัญมณีประดับ ใช้พลอยเพทายสีขาวแทนเพรชแท้  หรือ ใช้เพรชแท้ เริ่มต้นที่ขนาด 0.025 – 0.09 กะรัต ประดับลงบนตัวเรือนได้ 

ตัวเรือนรูปแบบที่สอง ทองคำแท้ สามารถเลือกเนื้อของทองได้ ตั้งแต่ 9K 14K และ 18K  เลือกสีตัวเรือนตามความชอบ เพิ่มเติมได้อีกเช่น ทอง ทองขาว และ ทองชมพู ใช้เพรชแท้ ขนาด 0.025 – 0.09 กะรัต ประดับลงบนตัวเรือนได้

นอกจากตัวเรือนที่มีคุณภาพคุ้มค่าแก่การสวมใส่แล้ว  “ดาวนพเก้า”  จะประกอบด้วย พลอยสิริมงคลทั้ง 9 ชนิด  ที่คัดสรร และเจียระไนด้วยเทคนิคเฉพาะของ แบรนด์ MARON ได้แก่  เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน ไพลิน มุกดาหาร เพทาย และ ไพฑูรย์ 

คอลเลคชั่น NINE LUCKY STARS  “ดาวนพเก้า”  เครื่องประดับ ของคนรักอัญมณี ที่ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และสายมูฯ พลาดไม่ได้กับคอลเลคชั่น  “ดาวนพเก้า”  สร้างความเจิดจรัสบนตัวเรือนรูปดาว ตอบสนองความปรารถนาของผู้สวมใส่ไม่สิ้นสุด ด้วย “จักรวาลดาวมาร็อง” 

Under Armour คอลเลกชั่นพิเศษเพื่อสาวๆ ที่รักการออกกำลังกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677167

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 10:25 น.Under Armour คอลเลกชั่นพิเศษเพื่อสาวๆ ที่รักการออกกำลังกาย

ร่วมฉลองวันสตรีสากล Under Armour ส่งเสริมโอกาสและความเท่าเทียมให้ผู้หญิงไทยพร้อมออกคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อสาวๆ ที่รักการออกกำลังกาย

ต้อนรับการมาถึงของวันสตรีสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคม 2565 Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ในฐานะผู้นำแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำระดับโลก เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้หญิงไทยทุกคนที่รักการออกกำลังกายให้บรรลุทุกเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น หรือการเอาชนะขีดจำกัดทางร่างกายและจิตใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และฉลองให้กับทุกความสำเร็จ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการกีฬา และความเท่าเทียมของผู้หญิง รวมถึงสร้างแรงผลักดันให้แก่ผู้หญิงทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา หรือเป็นคนธรรมดา ให้ก้าวผ่านทุกอุปสรรคและความท้าทาย และส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านั้นให้แก่ผู้คนรอบข้าง

Under Armour เชื่อมั่นในความสำคัญของการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายที่มีส่วนช่วยให้ผู้หญิงสามารถพัฒนาและเติมเต็มศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ทั้งในและนอกสนาม เดินหน้าสนับสนุนนักกีฬาผู้หญิงทั่วโลกให้สามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ อาทิ Meg Boggs นักกีฬายกน้ำหนักชาวอเมริกัน ที่เป็นแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ที่จะรักและชื่นชมตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของจิตใจ (Mental Strength) จนกลายมาเป็นต้นแบบของสาว ๆ หลายคน สอดคล้องไปกับความมุ่งมั่นในระดับโลก ในประเทศไทย Under Armour Thailand สนับสนุนนักกีฬาหญิงไทยในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้หญิงต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยอีกหลายคน อย่าง ซาร่า – นุศรา ต้อมคำ อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ครีม – ใบสน มณีก้อน นักมวยสากลหญิงทีมชาติไทย แพรว – ภัทราพร ศรีภัทรประสิทธิ์ นักกอลฟ์หญิงอาชีพ เอ – ปทุมมาศ จัดแจง นางฟ้านักวิ่ง เจ้าของเพจ “วิ่งหายเจ็บใจ” แพร์ – อลิตา ตันติวีรสุต ฟิตเนสไอดอลหญิง และผู้หญิงอีกหลายคนที่ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอกย้ำจุดยืนของ Under Armour และบอกเล่าเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงก้าวไปสู่จุดที่ดียิ่งขึ้นของชีวิต

Meg Boggs นักกีฬายกน้ำชาวชาวอเมริกัน และนักกีฬาของ Under Armour

และเพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Under Armour จึงไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบโดยเฉพาะเพื่อผู้หญิง เพราะ Under Armour เชื่อว่าเสื้อผ้าส่งผลต่อผู้สวมใส่ ทั้งวิธีคิด ความมั่นใจ ทัศนคติ และศักยภาพในตัว จึงได้มีการเปิดตัว สปอร์ตบรา และ เลกกิ้ง คอลเลกชันล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ สำหรับผู้หญิงและนักกีฬาทุกคนที่ต้องการผลักดันตัวเองสู่เป้าหมายที่ท้าทายกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรมผ้าที่ล้ำสมัย รองรับและกระชับทุกสรีระของผู้หญิง สร้างความมั่นใจยิ่งขึ้นให้กับสาว ๆ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ ช่วยให้การเล่นกีฬาและออกกำลังกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

UA Infinity High Blocked Sports Bra บราที่บุด้วยเทคโนโลยีโฟม PU เพื่อการรองรับและลดการเคลื่อนไหวของหน้าอก มีชั้นบุตาข่ายจาก UA ที่แห้งไวมากที่สุด ช่วยระบายอากาศและเพิ่มการรองรับที่สามารถปรับให้กระชับได้

UA IWD Crossback Bra บราที่มอบซัพพอร์ตอย่างเป็นระบบ ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมที่ต้องการการรองรับระดับหลากหลาย คัพนุ่มและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม มาพร้อมสีพิเศษสำหรับเฉลิมฉลองวันสตรีสากลในปีนี้ 

UA Meridian Leggings เลกกิ้งที่มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและความยืดหยุ่นพิเศษ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และมอบความสบายที่เหนือกว่า 

UA Rush No-Slip Waistband Leggings เลกกิ้งที่ทำจากผ้า Jacquard และเทคโนโลยีใยผ้า Celiant ช่วยส่งแรงกลับในการออกกำลังกาย ดีไซน์ขอบกางเกงแบบกันลื่น เพิ่มความคล่องแคล่ว และผ้าตาข่ายด้านหลังขาสำหรับระบายอากาศ 

เสริมความมั่นใจและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกการออกกำลังกายด้วย สปอร์ตบรา เลกกิ้ง และ รองเท้า คอลเลกชันพิเศษล่าสุดจาก Under Armour ได้แล้ววันนี้ สามารถไปทดลองและเลือกซื้อได้ที่ร้าน Under Armour และช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ underarmour.co.th 

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทาง

เฟซบุ๊ก www.facebook.com/UnderArmourThailand

อินสตาแกรม www.instagram.com/underarmoursoutheastasia

เว็บไซต์ www.underarmour.co.th

Line Official Account @underarmourth

ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada

ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee

#UnderArmourTH

Premium OTOP ช้อปสินค้าอัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677090

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 14:22 น.Premium OTOP ช้อปสินค้าอัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรมไทย

ชวนนักช้อปเลือกชมสินค้า โครงการพัฒนาต่อยอดด้านการตลาดจาก “ดอนกอยโมเดล” สู่ตลาดสากล โครงการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย Young OTOP และโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  ร่วมกับ  ไอคอนคราฟต์  เชิดชูผู้ประกอบการไทยต่อยอดความสำเร็จจากการจัดทำ “โครงการพัฒนาต่อยอดด้านการตลาดจาก “ดอนกอยโมเดล” สู่ตลาดสากล, โครงการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย Young OTOP และ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP”  ทางกรมการพัฒนาชุมชน จึงดำเนินการจัดนิทรรศการ “กิจกรรมที่ 1 พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP”  ตั้งแต่วันนี้ – 7 มีนาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทดลองขายผลิตภัณฑ์ผ่าน LIVE  และพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม ให้เป็นที่ต้องการของตลาดจนเกิดการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการพัฒนาผ้าไทย อัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การออกแบบลายผ้า การทอผ้า การย้อมสีธรรมชาติ เทคนิคการทอลายต่าง ๆ  นำไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ Premium OTOP สู่สากล เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP กิจกรรมที่ 1 พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP” ว่า เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม ให้เป็นที่ต้องการของตลาดจนเกิดการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการพัฒนาผ้าไทย อัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การออกแบบลายผ้า การทอผ้า การย้อมสีธรรมชาติ เทคนิคการทอลายต่าง ๆ  นำไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ Premium OTOP สู่สากล โดยผู้เชี่ยวชาญดำเนินการออกแบบแนวคิดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่จะจูงใจและเกิดประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการจนบรรลุเป้าประสงค์ในการดำเนินโครงการฯ และกำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนครอบคลุมเป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

ด้านนายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  กล่าวเพิ่มว่า  “สำหรับโครงการนี้ มีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ และมีการจัดทำดิจิตอลแค็ตตาล็อกในรูปแบบของนิตยสารแฟชั่น โดยผ่าน QR Code เรื่องราวการสร้างสรรค์ 250 ผลิตภัณฑ์ เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย รายละเอียดข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถ่ายทอดเรื่องราวที่เข้าใจง่าย สนับสนุนการขายสินค้า มีภาพถ่ายสินค้าต้นแบบและจัดวางรูปเล่มในรูปแบบนิตยสารแฟชั่นที่ทันสมัย ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย และมีข้อมูล ชื่อคอลเลคชั่น แรงบันดาลใจ ข้อมูลผู้ประกอบการและช่องทางการติดต่อ เพื่อสนับสนุนการขายผ่านระบบ Online และ E-Commerceโดยหวังว่า โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP  จะช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งหมดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและต่อยอดการทำผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการ “โครงการพัฒนาต่อยอดด้านการตลาดจาก “ดอนกอยโมเดล” สู่ตลาดสากล และ โครงการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย Young OTOP โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมนิทรรศการ พร้อมร่วมช้อปกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายทั้งสามโครงการ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 มีนาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ FB: ICONCRAFT

ZBeach คาเฟ่สีส้ม รับลมชิลวิวทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677228

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 18:20 น.ZBeach คาเฟ่สีส้ม รับลมชิลวิวทะเล

ต้อนรับซัมเมอร์ด้วยร้านอาหารริมทะเลสุดฮอตย่านพัทยา “ZBeach” เสิร์ฟอาหารฟิวชั่น ซีฟู้ดสดรสแซ่บ เคล้าบรรยากาศสุดชิลริมชายหาด

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

รีวิวครั้งนี้พาไปเติมวิตามิน Sea รับฤดูร้อนริมชายหาด พร้อมชิมอาหารอร่อยๆ ที่ร้าน “ZBeach” คาเฟ่สีส้มเปิดรับลมทะเล ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตย่านพัทยา เรียกว่าสายถ่ายรูปใครไม่มาถือว่าพลาดสุดๆ

ร้านนี้ตั้งอยู่ริมหาดส่วนตัว พื้นที่กว้างขวาง ตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล มีที่นั่งให้เลือกเอ็นจอยกับวิวและโลเคชั่นตามความชอบ  แถมมีมุมให้ถ่ายรูปเพียบ ส่วนที่ปลื้มสุดๆ คือร้านนี้ยินดีต้อนรับน้องหมา น้องแมว เอาใจคนรักสัตว์ไปเต็มๆ

ด้านเมนูอาหารที่ร้าน ZBeach จัดเตรียมไว้ครบครัน ทั้งอาหารไทยรสจัดจ้าน ซีฟู้ดสดใหม่ อาหารฝรั่งอินเตอร์ ตบท้ายด้วยของหวานหน้าตาดี และสารพันเครื่องดื่ม ทั้งสายชิล สายดาร์ก มาได้หมด

CHEF’S RECOMMENDATION

Yam Z-Beach (280) Spicy seafood salad with glass noodles
ยำขนมจีนใส่ปลาทูและกุ้ง (280) Spicy rice noodles salad with sardine and shrimp
ไข่ตุ๋นทะเลหม้อไฟ (350) Steamed egg custard with seafood in hot pot
แกงส้มแป๊ะซะปลากะพง (490) Sour curry with sea bass and water mimosa in hot pot
ปลาหมึกพัดไข่เค็ม (320) Wok fried squid with salted egg sauce
ปลาอินทรีย์ทอดซอสพริกสด (350) Deep fried mackerel with fresh chili sauce
ข้าวหน้าไข่ข้นกับผัดกะเพราหมูกรอบ (220) Creamy omelet on steamed rice servec wok fried crispy pork with chili & basil leaves
พิซซ่าทรัฟเฟิลเห็ดรวม (450) Pizza truffle and mushrooms
สปาเก็ตตี้ปลาแซลมอนซอสครีมไข่กุ้ง (380) Spaghetti Sake Ebiko
ข้าวเหนียวมะม่วง (220) Mango with Sticky Rice Mango Namdokmai, coconut sticky rice, coconut sauce
Yellow Mellow, Butterfly Pea Coconut
ITALIAN SODA Blue Lychee, Strawberry
ZBeach SPECIAL Candy Pop

ตามไปปักหมุดชิมอาหารอร่อย บรรยากาศดีแบบนี้ได้ที่ร้าน ZBeach ตั้งอยู่ที่นาเกลือซอย 12 ริมชายหาดโรงแรมเดอะซายน์เปิดให้บริการทุกวัน Mon-thursday – 11.00-21.00 น., Fri-Sunday- 11.00-23.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะ โทร. 038 909 800 – 20 หรือ 086 843 3096

Google Map: https://maps.app.goo.gl/gFstGwUFM3FPtwUP6

MCM Cafe x After You เมนูขนมและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677182

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 12:20 น.MCM Cafe x After You เมนูขนมและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เมื่อใหญ่ชนใหญ่ ความอร่อยไม่ซ้ำใครจึงเกิดขึ้น กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ บุกคาเฟ่สายแฟชั่น ความร่วมมือของสองแบรนด์ดังอย่าง MCM เครื่องหนังจากประเทศเยอรมนี และ After You ร้านขนมหวานรสชาติละมุนที่ครองใจคนไทย

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

นับเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ที่แฟนชาวไทยโดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในแฟชั่นต่างเทใจให้เป็นพิเศษ เมื่อแบรนด์เครื่องหนังจากประเทศเยอรมนี อย่าง MCM (Modern Creation München) จับมือกับ After You Dessert Café ร้านขนมหวานรสชาติละมุนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน ครอสแบรนด์ดิ้งระหว่างครั้งแรกแบรนด์แฟชั่นและคาเฟ่ขนมหวาน ซึ่งความพิเศษของโปรเจ็กต์ MCM Café ในครั้งนี้เป็นการ Turn พื้นที่ครึ่งร้านของ MCM Boutique สาขา EmQuartier โดยเนรมิตให้เป็นโซนคาเฟ่และไลฟ์สไตล์ ที่มีโต๊ะ เก้าอี้ พร้อมสำหรับการต้อนรับกลุ่มลูกค้าที่มานั่งจิบเครื่องดื่มเคล้าขนมหวานภายในบริเวณร้าน

สำหรับเมนูขนมและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นในครั้งนี้ อาทิ  MCM Butter Beer ซิกเนเจอร์ดริ้งค์ที่ทาง After You Dessert Café คิดค้นมาให้พิเศษเฉพาะ MCM Café  สะท้อนวัฒนธรรมของประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์ MCM ได้อย่างลงตัว ความพิเศษของเครื่องดื่มนี้คือเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ น้ำบัตเตอร์สกอทช์โซดาท็อปด้วยครีมสด หวาน หอมละมุนเหมาะมากที่จะจิบเป็นเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจช่วยคลายร้อน แถมยังให้ฟีลความเป็น Festive อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีเมนูกาแฟให้เลือกที่หลากหลาย

ต่อที่อีกหนึ่งความพิเศษคือการหยิบเอาขนมยอดฮิตของ After You Dessert Café อย่าง Croffle  มาครีเอทรสชาติใหม่ถึง 2 รสด้วยกัน ซึ่งทั้งสองรสนี้ไม่เคยมีวางขายที่ใดมาก่อน คือ  Amber Croffle การผสมผสานของไวท์ช็อกโกแลตคาราเมลที่มีความเข้มข้นแบบจุใจ ราดลงบนครอฟเฟิลอีกที ซึ่งซอสพิเศษนี้ถูกคิดค้นมาในโทนสีน้ำตาล โดยมีแรงบันดาลใจมาจากสี Signature ของแบรนด์ MCM อย่างสีคอนยัค ซึ่งบอกเลยว่าสายหวานห้ามพลาดเด็ดขาด และอีกเมนูที่ต้องลองชิมคือ Ham & Cheese Croffle ครอฟเฟิลไส้แฮมชีสอบร้อนๆ ที่มีความกรอบนอกนุ่มใน โดยถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์อาฟเตอร์ยูที่ได้ทำครอฟเฟิลในเวอร์ชั่นคาวหวานออกมาได้อย่างลงตัวอย่างยิ่ง ส่วนคนรักฮันนี่โทสต์ ชื่นชอบในความชุ่มฉ่ำของไอศกรีมบนโทสต์กรุ่นกลิ่นเนย เสิร์ฟมาร้อนๆ ฟินๆ ที่นี่ก็มีให้บริการ

อีกไฮไลท์สำคัญของ MCM Café คือ Photo Spot ที่ทางแบรนด์ตั้งใจออกแบบภายในใหม่ทั้งหมดสำหรับเป็นมุมถ่ายรูป เอาใจสาวกคาเฟ่ฮอปเปอร์โดยเฉพาะ สามารถโพสต์ลงบนโซเชียลเก๋ๆ เช่นมุม Coffee Trunk ที่นำเอา Trunk ซึ่งเป็น Iconic ของแบรนด์ MCM ยกมาเป็นจุดเด่นที่สุดของ MCM Café ซึ่งตัว Trunk เองแน่นอนว่าโดนเด่นด้วยลายวิโซโต้ โมโนแกรม (Visetos Monogram) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ MCM  หรืออีกมุมนึงคือ Train Corner ซึ่งเป็นการนำเอา Brand DNA ของ MCM อย่าง Travel/Mobility มาผสมผสานลงไปในดีไซน์ของ MCM Café ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ที่มุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางในแบบฉบับของ MCM ผ่าน MCM Coffee Express

นอกจากนี้ในส่วนของ Outdoor Zone โซนที่นั่งเพิ่มเติมบริเวณด้านนอก MCM Boutique สำหรับท่านใดที่อยากสัมผัสบรรยากาศนอกร้าน ที่ถูกตกแต่งด้วยชุดโต๊ะเก้าอี้ที่มาพร้อมร่มลาย MCM Logo  ประดับไว้ให้แฟนๆ ได้มาถ่ายรูปเล่นอีกหนึ่งมุม

ตามมาลิ้มลองความอร่อยกันได้แล้ววันนี้จนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ที่ร้าน MCM Café ที่ร้าน MCM Boutique ห้างสรรพสินค้า เอ็มควอเทียร์  ตึก Helix โดยเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 20.00 น.