Save Doctors’ Heart อาสาดูแลหัวใจหมอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675630

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 17:57 น.Save Doctors’ Heart อาสาดูแลหัวใจหมอ

ครั้งแรกในประเทศไทยที่แพทย์จะเข้าร่วมอาสาดูแลหัวใจแพทย์ โดยโรงพยาบาลเมดพาร์ค ร่วมกับองค์กรพันธมิตร เปิดตัวโครงการเพื่อสังคม “อาสาดูแลหัวใจหมอ (Save Doctors’ Heart)”

โรงพยาบาลเมดพาร์ค ร่วมกับองค์กรพันธมิตร เปิดตัวโครงการเพื่อสังคม “อาสาดูแลหัวใจหมอ (Save Doctors’ Heart)” โดยเปิดโอกาสให้แพทย์ไทยสามารถเข้ารับการการตรวจวินิจฉัย คัดกรอง เพื่อค้นหาปัญหาของหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวผิดปกติ และให้การรักษาหากตรวจพบ ที่ศูนย์หัวใจ (Cardiology Center) โรงพยาบาลเมดพาร์ค โดยไม่มีค่าใช้จ่ายของแพทย์ผู้ใช้บริการ ระยะเวลาโครงการทั้งหมด 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 – 12 สิงหาคม 2565

จากการรวบรวมข้อมูลของแพทยสภา จำนวนแพทย์ที่เสียชีวิตด้วยโรคต่างๆในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2560-2564) มีจำนวน 297 คน ในจำนวนนี้มีแพทย์ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและโรคที่ไม่ระบุสาเหตุโรคชัดเจน ถึง 60% (เฉพาะที่ระบุว่าเกิดจากโรคหัวใจ 10%) ทั้งนี้ มีแพทย์ที่เสียชีวิตโดยมีอายุน้อยกว่าอายุขัยเฉลี่ยถึง 118 คนคิดเป็น 40% ของแพทย์ผู้เสียชีวิตทั้งหมด (อายุขัยเฉลี่ยของประชากรไทยเพศชาย 73 ปี และเพศหญิง 77 ปี) โดยแพทย์ที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจอายุน้อยที่สุดในรายงานมีอายุเพียง 31 ปี นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า

ในปัจจุบัน อัตราส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากรในประเทศไทยยังมีจำนวนน้อยอยู่มาก เมื่อเทียบกับภาระงานที่ต้องทำแต่ละวัน เราเห็นได้ว่าแพทย์ที่ยังปฏิบัติงาน 40,000 คน ต้องตรวจผู้ป่วยนอกท่านละ 10,000 คนต่อปี และดูแลผู้ป่วยในอีกประมาณ 250 คนต่อปี หากหายไปหนึ่งท่าน ปริมาณงานในการรักษาก็จะแบ่งถ่ายไปอยู่กับคนที่เหลือ ทำให้เมื่อใดก็ตามที่เกิดวิกฤติหรือภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เช่นการเกิดโรคติดต่ออุบัติใหม่อย่างเช่นโรคจากเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้แพทย์มีภาระงานมาก มีเวลาใส่ใจตัวเองน้อย ไม่ได้ดูแลและตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะหัวใจ ทำให้เมื่อมีภาวะหัวใจล้มเหลวขึ้นมาแล้วไม่สามารถช่วยชีวิตได้ทัน แม้ว่าจะเกิดเหตุภายในโรงพยาบาลก็ตาม ทำให้เราพบแพทย์ที่อายุไม่มากเสียชีวิต การสูญเสียเช่นนี้ถือเป็นการสูญเสียที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิน อนุราษฎร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า โรงพยาบาลเมดพาร์คได้ริเริ่มแคมเปญ Save Doctors, Save People, Save Thailand ตั้งแต่ปีที่แล้ว เราเร่งทำการฉีดวัคซีนโควิดเพื่อรักษาชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนให้ได้เร็ว และมากที่สุด และในปีนี้ทางโรงพยาบาลก็มีความภูมิใจที่ได้เปิดตัวโครงการเพื่อสังคมใหญ่อีกโครงการหนึ่งภายใต้ชื่อ ‘อาสาดูแลหัวใจหมอ’ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกชีวิตของแพทย์ที่เราช่วยเหลือจะสามารถช่วยชีวิตประชาชนได้อีกหลายหมื่นคน

ภายในงานได้มีการนำเสนอรายละเอียดของโครงการและศักยภาพรวมถึงความพร้อมของศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเมดพาร์ค โดย ศาสตราธิคุณ นายแพทย์วสันต์ อุทัยเฉลิม หัวหน้าศูนย์หัวใจ และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า ด้วยโรงพยาบาลเมดพาร์คมีความพร้อมในการรักษาโรคหัวใจที่มีความซับซ้อน ทั้งในส่วนของแพทย์เฉพาะทาง และทีมสหสาขาวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจทุกสาขา รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง โรงพยาบาลเมดพาร์คเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงริเริ่มโครงการ “อาสาดูแลหัวใจหมอ” ขึ้น อันจะมีส่วนร่วมพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพของแพทย์ในประเทศไทยให้มีอายุยืน และ สุขภาพดี เพื่อให้แพทย์เหล่านั้นสามารถดูแลประชาชนต่อไปได้อีกมากเพราะโดยปกติอาชีพแพทย์สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้แม้จะมีอายุมากเกินเกณฑ์เกษียณแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีเสวนาเจาะลึก ภายใต้หัวข้อ Heart Attack รู้ทัน ป้องกันได้: ‘หัวใจวายเฉียบพลัน’ ภัยเงียบร้ายแรงไร้สัญญาณเตือน โดยมี นายแพทย์ประดิษฐ์ชัย ชัยเสรี ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านหัวใจและทรวงอก นายแพทย์ชาติ วานิชสวัสดิ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด และ แพทย์หญิงจิรภา แจ่มไพบูลย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้ป่วยระบบหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเมดพาร์ค มาแบ่งปันข้อมูลความรู้เรื่องโรคหัวใจ

นพ.ประดิษฐ์ชัย ชัยเสรี ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผ่าตัดหัวใจและทรวงอก กล่าวว่า ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือภาวะหัวใจวายเกิดจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีการตีบตัน ซึ่งมีสาเหตุอยู่ที่การเสื่อมของเส้นเลือดที่ปกติจะมีการเสื่อมถอยตามวัย และมีปัจจัยเสี่ยงที่มีทั้งควบคุมได้ เช่นพฤติกรรมการใช้ชีวิตรวมถึงความเครียด และความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ เช่นผู้ชายมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิง คนอายุเยอะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่า และกรรมพันธุ์ที่อาจถ่ายทอดทางครอบครัว ซึ่งทำให้เกิดภาวะนี้ได้

นพ.ชาติ วานิชสวัสดิ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาเป็นโรคที่เป็นมาแต่กำเนิดจากพันธุกรรมที่ผิดปกติทำให้มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันจากโรคหัวใจชนิดนี้ในคนที่มีอายุน้อย สำหรับผู้ที่มียีนส์ที่ผิดปกติที่ทำให้มีระดับโคเลสเตอรอลสูงมาก มีโอกาสทำให้เส้นเลือดตีบเร็วกว่าวัย ควรเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อลดความเสี่ยง ดังต่อไปนี้ ควบคุมน้ำหนัก (ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 30) งดการสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์และมีกากใยเยอะ หากทำได้ตามนี้ ความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจวายก็จะลดลง

และ พญ.จิรภา แจ่มไพบูลย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้ป่วยระบบหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวเสริมว่า อยากเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการฟื้นฟูหัวใจด้วยการออกกำลังกายแก่ผู้ป่วยโรคหัวใจทุกท่าน เนื่องจากมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าการออกกำลังกายสามารถที่จะลดโอกาสในการกลับมานอนโรงพยาบาล ลดอัตราการเสียชีวิต และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ป่วยทุกท่านได้ ทั้งยังมีความปลอดภัยหากผู้ป่วยได้รับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์

แพทย์ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของโครงการ ‘อาสาดูแลหัวใจหมอ’ และลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ DoctorsHeartProject หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ แผนกศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเมดพาร์ค เบอร์โทรศัพท์ 02-090-3104 เวลาทำการ 08.00 – 20.00 น.

กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม เป็นได้ก็หายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675572

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 11:45 น.กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม เป็นได้ก็หายได้

ในปัจจุบันลักษณะการทํางานของผู้คนส่วนใหญ่ มักเป็นงานที่นั่งทําอยู่ในออฟฟิศ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟน เป็นระยะเวลานานๆ รวมถึงปัจจุบันมีการทํางานในลักษณะ Work from Home มากขึ้น ซึ่งบางคนอาจไม่ได้เตรียมสถานที่ โต๊ะ และเก้าอี้ ไว้สําหรับนั่งทํางานเป็นระยะเวลานานๆ ส่งผลกระทบให้เกิดอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อจากการทํางานได้มากขึ้น

นพ.เฉลิมพล ชีวีวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลนวเวช กล่าวถึงรายละเอียดของกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม กลุ่มอาการที่พบมากในคนทำงานออฟฟิศ พร้อมถ่ายทอดข้อมูลอันเป็นประโยชน์ผ่านบทความให้ความรู้ เริ่มตั้งแต่การอธิบายลักษณะอาการ รวมไปจนถึงคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและบรรเทาอาการความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม

“ออฟฟิศซินโดรม” (Office syndrome) นับเป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการทํางานอย่างหนึ่ง ในที่นี้คือ กลุ่มอาการที่พบได้บ่อยในคนที่มีรูปแบบ หรือลักษณะที่ต้องนั่งทํางานในออฟฟิศ ซึ่งกลุ่มอาการส่วนใหญ่ที่พบ จะเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะ คอ บ่า ไหล่ สะบัก และบางรายอาจมีอาการปวดหลังปวดเอวได้ แต่ก็อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากอาการปวดกล้ามเนื้อ แต่พบได้น้อยกว่า เช่น ปวดข้อมือ เอ็นข้อศอกอักเสบ เอ็นข้อมืออักเสบ พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ เป็นต้น

การดูแลเพื่อช่วยป้องกัน หรือบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมนั้น

อย่างแรก คือ การปรับสภาพแวดล้อม และที่ทํางานให้เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์

  • การจัดโต๊ะทํางานให้เป็นระเบียบ ของที่จําเป็นต้องใช้ จัดอยู่ในระยะเอื้อมของมือทั้งสองข้าง
  • โต๊ะและเก้าอี้ทํางานมีความสูงพอดี เก้าอี้ทํางานปรับระดับให้เหมาะสมได้และอาจมีที่ดันหลัง เพื่อให้หลังอยู่ในท่าธรรมชาติมากที่สุดระหว่างนั่งทํางาน
  • ปรับจอมอนิเตอร์ให้อยู่ระยะที่เหมาะสม ไม่ไกล หรือใกล้สายตาเกินไป ขอบบนของจออยู่ในระดับสายตาพอดี หน้าจอเอียงรับระดับสายตาประมาณ 7 องศา
  • โต๊ะทํางานมีชั้นแยกสําหรับวางแป้นพิมพ์และเมาส์ ในกรณีที่ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ใช้แป้นพิมพ์ได้อย่างสบายไม่ต้องเกร็งหรือยกไหล่
  • แสงสว่างที่โต๊ะทํางานเหมาะสม เพื่อลดการเพ่งของดวงตา

การปรับพฤติกรรมการทํางานให้เหมาะสม

  • ท่านั่งที่เหมาะสม ตัวตรงไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เท้าสองข้างวางแนบพื้น เข่า สะโพก ศอก งอประมาณ 90 องศา หัวไหล่ผ่อนคลาย
  • มีช่วงพักเบรกเป็นระยะ ควรพักอย่างน้อยทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อพักสายตา ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ รวมทั้งพักยืดกล้ามเนื้อด้วยตนเองเป็นระยะๆ

กรณีที่อาการปวดรบกวนมากจนเป็นอุปสรรคในการทํางาน การรักษาทางกายภาพบําบัดด้วยเครื่องมือทางกายภาพ เช่น การให้ความร้อนผ่านทางเครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องเลเซอร์ยืดกล้ามเนื้อ การฝังเข็มลดปวดคลายกล้ามเนื้อ เป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถช่วยลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทํางาน และกลับไปใช้ชีวิตประจําวันได้ดีขึ้น

6 หลักการเพื่อพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675551

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 08:20 น.6 หลักการเพื่อพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ในโลกที่ผันผวน เป้าหมายสูงสุดขององค์กรคือ ความยั่งยืน องค์กรที่ยั่งยืนจำเป็นต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลง แล้วคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนคืออะไร

1. การสร้างทีมงานเชิงรุก

2. การแก้ปัญหาเชิงซ้อน

3. การสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่า

4. ผู้นำต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์

5. ผู้นำที่สามารถสร้างทีมงานเข้มแข็ง

6. ผู้นำที่เห็นคนเป็นมนุษย์

1. การสร้างทีมงานเชิงรุก

ทีมงานเชิงรุกจะเป็นจริงได้ จำเป็นต้องผ่านการปรับมุมมอง (Mindset) เชิงบวก ด้วยมุมมองเชิงบวก ทีมงานจึงจะสามารถนำตนเองได้ การนำตนเองได้ โดยความหมายที่แท้แล้วก็คือ ภาวะที่บุคคลสามารถระเบิดศักยภาพภายในของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองได้ แม้ในภาวะที่ยากลำบาก สามารถควบคุม กำหนดทิศทาง และจัดการตนเองได้ นั่นคือ รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสม เมื่อมีอะไรเข้ามากระทบ เมื่อเลือกตอบสนองได้ บุคคลจึงนำตนเองได้ เมื่อนำตนเองได้ ก็สามารถเล่นเชิงรุกได้ สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ การที่บุคคลสามารถเลือกที่จะเล่นเชิงรุกนี้เองเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืนขององค์กร

2. การแก้ปัญหาเชิงซ้อน

เพราะโลกซับซ้อน คลุมเครือ ไม่แน่นอน จึงไปสู่สถานการณ์ที่ท้าทาย การจัดการกับความท้าทายก็คือ การแก้ปัญหา แต่ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยวๆ มันทับซ้อนกันอย่างลึกซึ้ง ในการแก้ปัญหา เราจำเป็นต้องใช้ความรู้ ความรู้จะเกิดขึ้นได้ ต้องพัฒนามุมมองเชิงระบบที่เห็นความจริงว่า ปัญญา ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ใดๆ เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ดังนั้น การแก้ปัญหาซับซ้อนจึงต้องพิจารณาว่ามีประเด็นใดบ้างที่เกี่ยวข้องและประเด็นเหล่านั้นสัมพันธ์กันอย่างไร ทั้งในระดับที่สูงกว่าและต่ำกว่า

3. การสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่า

ผู้นำการเปลี่ยนแปลง นอกจากจะสามารถสร้างทีมงานเชิงรุกและแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้แล้ว ยังต้องสามารถสร้างพัฒนาความคิดใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างที่เรียกว่า นวัตกรรม (Innovation) และนวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง

4. ผู้นำต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์

เพราะโลกเปลี่ยนแปลง ไม่เคยหยุดนิ่ง ปัญหาเข้ามาไม่เคยซ้ำเดิม สร้างแรงกดดัน ผู้นำองค์กรจึงต้องสามารถปรับตัว ในการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนนั้น ลำพังความสามารถด้านการบริหารจัดการเพียงนั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องปรับสมดุลด้วยทักษะอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ความมั่นคงทางอารมณ์ ภาวะดังกล่าวแสดงออกมาในรูปของความมั่นคงภายใน มีความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เข้มแข็ง สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองได้ แม้ในภาวะที่ยากลำบาก และระเบิดศักยภาพภายในออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้รากของศักยภาพด้านอารมณ์นี้คือ การเห็นตนเองเชิงบวก มันคือกรอบความคิดที่เห็นตนเองมีคุณค่า

5. ผู้นำที่สามารถสร้างทีมงานเข้มแข็ง

ประเด็นท้าทายต่อมาของผู้นำคือ การสร้างทีมงานเข้มแข็ง การงานร่วมกันเป็นทีม การมีส่วนร่วม ความผูกพัน ความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน เมื่อพูดถึงทีมงานเข้มแข็ง มันเป็นสถานการณ์ที่บุคคลสามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่ ภาวะนี้จะเป็นจริงได้ ทีมงานต้องตั้งอยู่บนฐานของความเข้าใจ ไว้วางใจ เชื่อมั่นต่อกัน นั่นคือ ศรัทธา และศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ ทีมงานต้องเห็นคุณค่าในความแตกต่าง และมันจะเป็นจริงได้ ผู้นำบุคคลต้องสามารถเหนี่ยวนำให้ทีมงานปรับมุมมองเสียใหม่ มีทัศนคติเชิงบวก เปิดใจกว้างรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง

6. ผู้นำที่เห็นคนเป็นมนุษย์

ภาวะะผู้นำมิใช่ตำแหน่งผู้นำ เพราะเรามิได้ยอมรับใครในตำแหน่งที่เขาเป็น แต่เรายอมรับในภาวะผู้นำที่เขามี และคุณสมบัตินี้จะเป็นจริงได้ต้องเกิดจากการได้รับการยอมรับ การยอมรับที่ว่านี้คือ การยอมรับในความมีอยู่ของตัวตน เพราะตัวตนคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้นำเห็นคนเป็นมนุษย์ เมื่อบุคคลได้รับการเห็นคุณค่า เขาจึงให้คุณค่าตอบ ดังนั้น ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลได้รับการยอมรับถึงความมีคุณค่าเท่านั้น “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า เธอก็มีค่าเช่นกัน” ดังนั้น ภาวะผู้นำจึงเป็นการแสดงออกที่สะท้อนถึงการเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่เราสัมพันธ์ด้วย ในรูปของการมอบอำนาจ การสร้างแรงบันดาลใจ การให้เกียรติ และการยอมรับยกย่อง

ในโลกของความไม่แน่นอนอ่อนไหวคลุมเครือการปรับตัวคือหัวใจสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลงผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนจำเป็นต้องสามารถสร้างทีมงานเชิงรุกด้วยการปรับกรอบความคิดเชิงบวกสามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนด้วยแนวคิดเชิงระบบสามารถพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจด้วยมุมมองเชิงองค์รวมที่สำคัญผู้นำต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์หนักแน่นผ่านการเห็นคุณค่าตนเองและสามารถสร้างทีมงานที่เข้มแข็งบนฐานของศรัทธาที่เห็นคุณค่าในความแตกต่างเห็นคนเป็นมนุษย์ทั้งหมดนี้จึงจะสามารถพัฒนาไปสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรสู่ความยั่งยืน

รวบตึงไอเดียของขวัญในวันแห่งความรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675517

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 16:05 น.รวบตึงไอเดียของขวัญในวันแห่งความรัก

รวมของขวัญสุดเซอร์ไพร์ส สื่อรักแทนใจในวาระพิเศษวันวาเลนไทน์ 2565

ดอกไม้แทนใจให้คนพิเศษ

เมื่อเทศกาลแห่งความรักมาถึง ใครหลายคนมักมอบดอกไม้ให้คนรักแทนความรู้สึก หนึ่งในดอกไม้ยอดนิยมคือดอกกุหลาบ ร้านดอกไม้ “ราชาวดี” ของ คุณซูซี่-หทัยเทพ ธีระธาดา ซึ่งเป็นร้านที่มีความโดดเด่นเรื่องการร้อยมาลัยที่วิจิตรบรรจง ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ก็ได้นำดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงดอกกุหลาบทั้งดอกสดและดอกไม้ประดิษฐ์มาเตรียมไว้สำหรับเทศกาลนี้อีกด้วย

สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ร้าน “ราชาวดี” ที่เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม ได้จัดทำแจกันมาลัยกุหลาบขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยฝีมือการออกแบบของอาจารย์จักรพันธ์ รูปงาม หัวหน้าคหกรรมศาสตร์ศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการร้อยมาลัย ดอกไม้ประดิษฐ์ ของร้านราชาวดี ด้วยการประยุกต์รูปแบบของมาลัย และการจัดช่อดอกไม้เข้าด้วยกัน โดยการนำกลีบกุหลาบสีแดง ซึ่งเป็นสีที่แสดงออกถึงความรักมาร้อยเรียงเป็นช่อดอกไม้ ซึ่งมีความประณีตและละเอียดอ่อน แล้วจัดเป็นช่อสำหรับตกแต่งแจกัน ซึ่งมีความสวยงามและคงทน ซึ่งนอกจากการแสดงออกทางความรักของหนุ่มสาวแล้ว แจกันมาลัยกุหลาบสามารถเป็นตัวแทนการแสดงออกของความรักต่อบุพการีได้ด้วย

นอกจากนี้ร้านราชาวดี ยังได้จัดเตรียมดอกกุหลาบฮอลแลนด์ ซึ่งมีความพิเศษคือดอกขนาดใหญ่ ก้านยาว และมีกลิ่นหอม รวมถึงดอกกุหลาบประดิษฐ์ หลากหลายสี และรูปแบบ เตรียมไว้สำหรับคู่รักที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ โดยความพิเศษของดอกกุหลาบประดิษฐ์จากร้านราชาวดีคือ การใช้เนื้อผ้าชนิดพิเศษในการทำกลีบกุหลาบ เพื่อให้รู้สึกสัมผัสเสมือนกลีบกุหลาบจริงๆ และเพิ่มความพิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยกลิ่นกุหลาบที่จัดทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ให้กลิ่นหอมอยู่ได้นานถึง 6 เดือน นอกจากช่อดอกไม้แล้วทางร้านยังได้เตรียมเป็น Box Set หลากหลายรูปทรง สำหรับใส่ของขวัญแทนใจและเพิ่มความหรูหราด้วยดอกไม้ตามที่ลูกค้าต้องการได้อีกด้วย

สำหรับวันพิเศษๆ แบบนี้ ไอคอนสยาม ได้ชวนหนุ่มเนม เก็ตสึโนวา หรือ คุณปราการ ไรวา มาเลือกดอกกุหลาบเตรียมไว้ให้ภรรยาสุดสวย คุณป้อ-สารชา ฤดีสุนันท์ เนื่องในวันวาเลนไทน์อีกด้วย “วันนี้มาเลือกดอกกุหลาบที่ร้านราชาวดี เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม เตรียมไว้ให้คุณป้อ ซึ่งที่ร้านนี้มีดอกไม้ให้เลือกหลากหลายแบบมีทั้งกุหลาบสด และดอกกุหลาบประดิษฐ์ ซึ่งประดับตกแต่งอยู่หน้าร้านหลากหลายสีให้เลือกมากมาย ซึ่งมีความสวยงามเสมือนดอกไม้จริงๆมาก และที่สำคัญดอกกุหลาบประดิษฐ์ที่นี่ยังให้กลิ่นกุหลาบเหมือนดอกไม้จริงๆอีกด้วย สำหรับผมนั้นจะให้ดอกไม้ประดิษฐ์หรือดอกไม้สด นั้นมีความหมายหรือความสำคัญเหมือนกัน เพราะเป็นสิ่งที่เราคัดสรรและตั้งใจมอบให้ภรรยาด้วยความรักครับ”

มองหาของขวัญ หรือเลือกดอกไม้สวยๆ เป็นของขวัญวาเลนไทน์สำหรับคนรักได้แล้ววันนี้ที่ร้านราชาวดี เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม หรือสั่งสินค้าได้ที่เบอร์ 099-782-9282

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ต้อนรับโมเมนต์สุดพิเศษเทศกาลวันวาเลนไทน์ กับ Jubilee Heart Collection

ต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วย Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” เอ็กซ์คลูซีฟคอลเลกชั่นจากยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่นำความงดงามของการประสานสองหัวใจก่อให้เกิดพันธสัญญาแห่งความโรแมนติกสื่อนำหัวใจรักทั้งสองดวงมาผูกเกี่ยวกันเป็น Love Lock ผ่านดีไซน์สัญลักษณ์รูปทรง “หัวใจ” ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเป็นคอลเลกชันเฉพาะของยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปรียบเสมือนสื่อแทนใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความผูกพัน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับความรักทุกรูปแบบ

เมื่อพูดถึงเครื่องประดับเพชรต้องบอกเลยว่า ถือเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่จะช่วยสร้างเรื่องราวความประทับใจในช่วงเวลาแห่งความสุขได้ทุกเทศกาล และสำหรับเทศกาลวันแห่งความรักแล้วเครื่องประดับเพชรที่เหมาะสมที่สุด หนีไม่พ้นรูปทรง “หัวใจ” ที่เป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์เครื่องประดับเพชรคอลเลกชั่นล่าสุดจาก ยูบิลลี่ ไดมอนด์ กับ Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นจากรูปทรงหัวใจนำมาร้อยเรียงด้วยเพชร E Color Diamond ที่ผ่านการคัดสรรด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดจากแหล่งเจียระไนเพชรอันดับหนึ่งของโลก อย่างเมืองแอนต์เวิร์ปประเทศเบลเยี่ยม ผสานตัวเรือนที่เป็นรูปทรงหัวใจแบบเฉพาะของยูบิลลี่ ไดมอนด์ สื่อถึงความอ่อนโยน สวยงาม และลงตัวในทุกมิติ เรียกได้ว่าเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ออกมาเพื่อต้อนรับเทศกาล และไม่เพียงแต่เอาใจคู่รักเท่านั้น เพราะเครื่องประดับเพชรทุกชิ้นจากยูบิลลี่ ไดมอนด์สามารถสวมใส่ได้ทุกวันและเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

สำหรับ Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” ด้วยความหมายแห่งสัญลักษณ์ “หัวใจ” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความผูกพัน ภาพจำอันแสนประทับใจ สื่อนำหัวใจรักทั้งสองดวงมาผูกเกี่ยวกันเฉกเช่น Love Lock เครื่องหมายของสัญญาแห่งความรักนิรันดร์ ที่เหล่าคู่รักมาร่วมกันอธิษฐานให้ความรักยั่งยืนตลอดไปพร้อมคล้องกุญแจแทนใจที่ผูกพันไว้ที่สะพานแห่งรักในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิ สะพาน PONT DES ARTS (ปง เด ซาร์) แห่งกรุงปารีส เครื่องประดับในคอลเลกชั่นนี้มีให้เลือกซื้อเป็นของขวัญแทนใจหลากหลายรูปแบบ อาทิ แหวนเพชร, จี้เพชร, และต่างหูเพชร ซึ่งเครื่องประดับทุกชิ้น นอกจากออกแบบด้วยเทคโนโลยีพิเศษของยูบิลลี่ ไดมอนด์แล้ว ความพิเศษที่มากไปกว่านั้นคือฟังก์ชันที่ครบครันของเครื่องประดับเพชรทุกชิ้นออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับโอกาสต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นจุดเด่นของยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่คำนึงถึงผู้ใช้งานตั้งแต่เรื่องคุณภาพการดีไซน์และการใช้งาน

แหวนเพชรดีไซน์รูปทรงหัวใจ : Jubilee Heart Love Locket Ring และ Jubilee Heart Double Happiness Ring แหวนเพชรรูปทรงหัวใจที่ออกแบบในลักษณะการเกี่ยวคล้องเชื่อมโยงใจถึงใจ เปรียบดั่งเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวความรัก โดยมีความพิเศษที่สามารถสวมใส่ได้มากถึง 3 สไตล์และด้วยดีไซน์อันโดดเด่นจึงทำให้แหวนเพชรดีไซน์รูปทรงหัวใจนี้สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส

ต่างหูเพชรดีไซน์รูปทรงหัวใจ : Jubilee Heart Double Happiness Earring และ Jubilee Heart Love Locket Earring ต่างหูเพชรที่ดีไซน์รูปทรงหัวใจเกี่ยวคล้องเชื่อมโยงใจถึงใจ และรวมหัวใจ 2 ดวงไว้ด้วยกัน เพื่อเปรียบดั่งความรักของคน 2 คนที่มาเกี่ยวคล้องกันไว้

จี้เพชรดีไซน์รูปหัวใจ : Jubilee Heart Love Locket Pendant จี้เพชรหัวใจ 2 ดวงที่ออกแบบมาในลักษณะเกี่ยวคล้องเชื่อมประสานกันเพื่อสื่อถึงใจถึงใจ เปรียบดั่งคู่รักทั้ง 2 ที่มาร่วมกันอธิษฐานขอให้รักนี้นิรันดร์

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชั่นที่ต้องการเติมเต็มความรักในทุกรูปแบบ ผ่านการดีไซน์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เครื่องประดับเพชรจากยูบิลลี่ ไดมอนด์ Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” ได้เป็นของขวัญแทนใจที่มาพร้อมความหมายดี ๆ และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเหมาะกับทุกโอกาส ในราคาเริ่มต้นเพียง 19,900 บาท และพิเศษยิ่งกว่าเมื่อซื้อสินค้าคอลเลกชั่น Jubilee Heart มูลค่า 29,900 บาท รับตุ๊กตาหมีคู่รัก Jubilee Mon Chéri มูลค่า 3,590 บาท เป็นของขวัญฟรีตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ พบกับยูบิลลี่ ไดมอนด์ ได้ที่ 130 สาขาทั่วประเทศ หรือ Jubilee Online Store ที่ www.jubileediamond.co.th

.

ชี้เป้าไอเท็มโดนใจกับแคมเปญ “Central Happy Valentine’s Day”

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ส่งแคมเปญ “Central Happy Valentine’s Day” Send Your Love Message รักนะอยากบอก… ระหว่างวันนี้ – 15 ก.พ. 65 ให้ทุกคู่รักควงแขนมาสร้างโมเม้นท์ความหวานให้พุ่งปรี๊ดฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ ซึ่งแน่นอนว่าวันพิเศษแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่หลายคู่กำลังมองหาของขวัญให้คนรักประทับใจ ซึ่งแฝงไปด้วยความหมายและความรู้สึกดีๆ จากใจผู้ให้ถึงผู้รับ และวันนี้ห้างเซ็นทรัล มัดรวม ไอเดียช้อปของขวัญวาเลนไทน์ชี้เป้าไอเท็มพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ มีครบ! ทั้งเครื่องสำอาง น้ำหอม เครื่องประดับ สินค้าแฟชั่น ไม่ว่าจะคนรักคุณจะเป็นสายแฟ สายบิวตี้ สายลักชัวรี่ หรือสายไหนๆ ก็รับรองต้องถูกใจสิ่งนี้ มาดูกันว่า “วาเลนไทน์ปีนี้จะซื้อของขวัญอะไรให้คนรักดี?” ไปดูกันเลย!

Nars Light Reflecting Setting Powder เริ่มต้นที่สายบิวตี้เลิฟเวอร์ แฟนของคุณต้องกรี๊ดหนักมาก เมื่อได้รับ Nars Light Reflecting Setting Powder แป้งอัดแข็งโปร่งแสง ล็อคลุคเมคอัพให้ติดทนตลอดทั้งวัน ด้วยแพ็คเกจพิเศษรูปหัวใจสีแดง บนพื้นตลับสีทองหรูหรา เกลี่ยง่าย บางเบา มาพร้อมคุณสมบัติช่วยควบคุมความมันได้ยาวนานและไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสีระหว่างวัน จากราคาปกติ 1,600 บาท เหลือ 1,440 บาท

Bobbi Brown Extra Lip Tint สี Bare Bloom เรียวปากอิ่มสีสันน่าจุ๊บ เป็นอะไรที่สาวๆ ใฝ่ฝัน เราขอแนะนำ Bobbi Brown Extra Lip Tint สี Bare Bloom ลิปบาล์มเจือสี เนื้อเชียร์ ที่เหนือกว่าลิปบาล์มทั่วไป ด้วยทั้งความชุ่มชื้นเต็มเปี่ยมในแบบลิปบาล์ม และยังมาพร้อมสีสันระเรื่อ ดูเย้ายวนในแบบ Tint เสริมด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เลอค่า ด้วยตัวแท่งสีดำพร้อมลวดลายดอกไม้คลาสสิกสุดหรู ราคา 1,450 บาท

น้ำหอม Giorgio Armani Si Passione EDP 100 ml

มอบกลิ่นหอมแทนคำบอกรัก ด้วย Giorgio Armani Si Passione EDP 100 ml. น้ำหอมผู้หญิงอันดับ 1 จากแบรนด์ Giorgio Armani มอบกลิ่นหอมสไตล์ฟรุ๊ตตี้ ฟลอรัล ของดอกกุหลาบ ผสานกับแบล็ค เคอแรนท์ และวานิลลา ที่สื่อถึงความเย้ายวน หอมหวาน สำหรับผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความมั่นใจน่าหลงใหล หนุ่มคนไหนอยากซื้อเป็นของขวัญให้หวานใจ จัดเลย ราคา 6,000 บาท เหลือ 5,400 บาท

เทียนหอม Jo Malone London Red Roses Home Candle 200G Limited Edition

ชวนแต่งบ้านสร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก ให้ค่ำคืนพิเศษด้วยเทียมหอมจาก Jo Malone London Red Roses Home Candle 200G Limited Edition ที่หลอมรวมกลิ่นหอมอันเปี่ยมเสน่ห์ของดอกกุหลาบเจ็ดสายพันธุ์ ด้วยกลิ่น top note เป็นสัมผัสแรกอันสดชื่นจากผลเลม่อน กระจ่าง บางเบา ราวกับสัมผัสแห่งกลีบกุหลาบ มาด้วยแพ็คเกจสุดหรู วางประดับพื้นที่พิเศษของคุณและคนรัก ให้โอบล้อมด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ราคา 3,100 บาท

กระเป๋า Coach รุ่น Coated Canvas Heart Print Camera Bag in Tan Red Apple

อยากให้คนรักสายแฟถูกใจต้องให้สิ่งนี้ กระเป๋า Coach รุ่น Coated Canvas Heart Print Camera Bag in Tan Red Apple คอลเลคชั่น Spring 2022 ดีไซน์ Camera Bag คงเอกลักษณ์ของ Coach ด้วยวัสดุ Signature Canvas สีน้ำตาลอ่อน เข้าธีมวาเลนไทน์ด้วยลวดลายรูปหัวใจและสายสะพายสีแดงสด ใส่ของได้จุใจ คอมพลีทลุคสาวๆ ได้ทุกโอกาส มีความสปอร์ตผสานความสวยหรู สไตล์คุณหนูแต่งตัวเก่งราคา 18,500 บาท

กระเป๋า Furla รุ่น B-Furla Cosy Mini Shoulder Bag-Rub Ruby-Nappa Burnish

ส่องกระเป๋าสวยเพื่อสาวๆ กันต่ออีกใบกับแบรนด์ Furla รุ่น B-Furla Cosy Mini Shoulder Bag-Rub Ruby-Nappa Burnish กระเป๋าสะพายผู้หญิง BZY3PIL สีแดงสดใส ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยวัสดุจากหนังแกะ เมทัลลิก คุณภาพดี และมีสายรัดพร้อมกับโซ่โลหะ หรูหรา แมทช์ได้กับลุคทางการหรือวันช้อปปิ้งสบายๆ ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว จากราคาปกติ 16,900 บาท เหลือเพียง 8,450 บาท

นาฬิกาข้อมือ Michael Kors รุ่น Darci MK3832

สร้างลุคให้คุณผู้หญิงเพอร์เฟคยิ่งขึ้น กับนาฬิกาข้อมือสุดหรูสัญชาติอเมริกา จากแบรนด์ Michael Kors รุ่น Darci MK3832 ในรูปลักษณ์การดีไซน์นาฬิกาแบบ Darci watch สุดทันสมัย ขนาดหน้าปัด 26 มม. กันน้ำที่แรงดันระดับ 30 เมตร โดดเด่นด้วยตัวเรือนและสายข้อต่อที่ผลิตจากสแตนเลสสีโรสโกลด์ ประดับด้วยหมุดรอบกรอบนาฬิกา จากราคาปกติ 10,500 บาท เหลือเพียง 7,350 บาท  

นาฬิกาข้อมือ Casio G-Shock รุ่น AW-500BB-4EDR

หนุ่มสาวสายสปอร์ตต้องกดเลิฟสิ่งนี้ นาฬิกา Casio G-Shock รุ่นใหม่ ปรับโฉมจากซีรีส์ AW-500 Series ที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันเลื่องชื่อ โดย G-Shock AW-500 Series เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 เป็นนาฬิกาอะนาล็อก-ดิจิตอลรุ่นแรกของ G-Shock โดยรุ่น AW-500BB มาพร้อมด้วย คุณสมบัติ ตัวจับเวลา นาฬิกานับถอยหลัง โดดเด่นด้วยไฟพื้นหลัง ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานถึง 7 ปี จากราคาปกติ 4,000 บาท เหลือเพียง 3,400 บาท

แหวน Swarovski Attract Round Ring Rhodium Plating

สำหรับหนุ่มๆ ที่อยากเห็นรอยยิ้มกว้างๆ ของคนพิเศษของคุณในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แสดงความรักด้วยแหวนแทนใจในวันวาเลนไทน์ จาก Swarovski Attract Round Ring Rhodium Plating สุดหรู สวยสง่างาม วงแหวนประดับประคริสตัลอย่างประณีตและมีระดับ เข้ากับทุกลุคในทุกโอกาส เติมเต็มความสมบูรณ์แบบและความน่าประทับใจให้กับคนที่คุณรัก ราคา 3,290 บาท

ต่างหู West Island รุ่น WI9021211

อีกเครื่องประดับยอดฮิต มอบต่างหูรูปหัวใจสุดน่ารักจากแบรนด์ West Island เครื่องประดับที่ช่วยยกระดับความงดงามของผู้หญิง จากประเทศเกาหลี ประดับประดาอย่างประณีตด้วยคริสตัลแท้จาก Swarovski ตัวเรือนผลิตจากวัสดุเกรดการแพทย์ Nickel Free ที่ผ่านมาตรฐานทุกชิ้น จากราคาปกติ 2,590 บาท เหลือเพียง 2,072 บาท

ผ้าห่ม Sanrio Hoodie

ถูกใจสายหวานกับผ้าห่ม Sanrio Hoodie ไอเท็มสุดคิวต์ให้ความอบอุ่นแทนใจ มาในคอลเลคชั่นพิเศษ จากตัวการ์ตูนยอดนิยมจาก Sanrio มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ ทั้ง Hello Kitty Strawberry, My Melody Sweet Cake และ Cinnamoroll Lemon ผ้าห่มมีฮู้ด ผลิตจากผ้า Microfiber Flannel 240gsm สัมผัสนุ่มน่าใช้ น่าสะสม จากราคาปกติ 1,700 บาท เหลือเพียง 850 บาท

ควงคู่คนพิเศษมาช้อปสุดฟิน เช็คอินวันวาเลนไทน์ ได้ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่าน Central App, Central Chat & Shop, Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 และ Facebook Live ผ่านเฟซบุ๊กเพจ Central Department Store ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

.

FOREO บิวตี้แกดเจตสุดล้ำ

วาเลนไทน์ปีนี้ใครยังไม่มีไอเดียที่จะหาของขวัญให้คนที่คุณรัก สามารถใช้ไอเดียของคู่รัก โดม เมทัล ได้เลย โดยของขวัญสุดเก๋ที่ว่า สาวเมทัล เลือกให้ FOREO LUNA 3 men เครื่องล้างหน้าแบบ 2-in-1 ที่มีทั้งโหมดล้างหน้า และโหมดนวดกระชับผิวหน้า ก็เพราะช่วงนี้ตัวเองและแฟนหนุ่มชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยกันบ่อย แถมยังออกทริปตั้งแคมป์ด้วยกันเป็นประจำอีก จะปล่อยให้ผิวตัวเองกับคนรักถูกทำร้ายหรือแห้งกร้านก็คงจะไม่โอเคสักเท่าไหร่ ทำเอาหนุ่มโดม เป็นปลื้ม พร้อมหวานต่อด้วยการช่วยมาสก์หน้าให้กับ ศรีภรรยาคนสวยต่อทันทีด้วย เครื่องมาสก์หน้าอัจฉริยะ FOREO UFO ทีนี้ทั้งคู่ก็จะได้มีตัวช่วยผ่อนคลายผิวจากความเหนื่อยล้า เหมือนกับไปทำสปาหน้าที่ร้านหรู แถมยังสะดวก ประหยัดเวลาเพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น เรียกว่าตอบโจทย์คู่รักสายกิจกรรมเป็นที่สุด

สำหรับความไฮเทคของเครื่องล้างหน้าอัจฉริยะ FOREO LUNA 3 men ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวของคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณผู้ชายสนุกกับการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าที่ต้องเจอกับแบคทีเรีย เหงื่อไคล และมลภาวะต่าง ๆ เจ้าเครื่องล้างหน้านี้ก็ยังช่วยทำความสะอาดผิวหน้าตรงบริเวณหนวดเคราได้อย่างล้ำลึกสะอาดหมดจด

ส่วนเครื่องมาสก์หน้าอัจฉริยะ FOREO UFO™ เป็นการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Hyper-Infusion และแสง LED Full Spectrum เพื่อให้การปรนนิบัติผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และล้ำลึกยิ่งขึ้น แถมยังเพลิดเพลินไปกับการทำทรีตเมนต์ที่ก็ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้านเหมือนมีผู้เชี่ยวชาญจากสปามาทำให้ ใช้เวลาเพียงแค่ 2 นาทีก็สวยใสได้ง่าย ๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของสาวยุคนี้เป็นที่สุด

ใครอยากตามไปส่องความหวานของคู่รักคู่นี้ต่อ ก็สามารถตามไปดูกันได้ที่ไอจีของสาวเมทัลกันเลย ที่ลิ้งก์ instagram รับรองว่าดูไป เขินไปด้วยกันแน่นอน  FOREO LUNA 3 MEN และ FOREO UFO มีจำหน่ายที่ Sephora ทั่วประเทศ, Sephora.co.th, Central.co.th, Lazada LazMall, Shopee Premium Mall, F1RSTER, Wild Clinic, King Power

.

แกร็บมาร์ท ชวนบอกรักวันวาเลนไทน์ด้วยเซ็ตของขวัญสุดพิเศษ พร้อมบริการส่งด่วนทั่วไทยใน 25 นาที

วาเลนไทน์ปีนี้ แกร็บ ชวนทุกคนบอกรักและส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้กับคนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น แฟน คนในครอบครัว เพื่อนสนิทหรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน กับแคมเปญ GrabMart Valentine’s Day จากบริการ “แกร็บมาร์ท” (GrabMart) เพื่อต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก ด้วยของขวัญแทนใจอย่างช่อดอกไม้ ช็อกโกแล็ต เครื่องสำอางค์ รวมถึงกิฟต์เซ็ตสุดพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ดัง มาพร้อมโปรโมชันสุดปังที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 50% ที่กดสั่งง่ายแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่เข้าแอป Grab พร้อมให้พี่ๆ คนขับแจ๊กเก็ตเขียวเป็นกามเทพส่งมอบของขวัญไปถึงมือคนที่คุณรักภายใน 25 นาทีเท่านั้น

· แกร็บคัดสรรของขวัญสุดพิเศษหลากหลายให้ได้เลือกสรรจาก 3 กลุ่มสินค้าหลักยอดฮิต ได้แก่ 1) ช่อดอกไม้ จากร้านชั้นนำ อาทิ PREMIUM FLOWERS BKK และ Papercut Thailand 2) สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง น้ำหอม สกินแคร์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก Boots , BEAUTRIUM, Matsumoto, Oriental Princess และ 3) สินค้ากลุ่มของขวัญ โดยมีการจัดเป็นกิฟต์เซ็ตพิเศษเฉพาะในช่วงเวลาไทน์ อย่างเซ็ตเครื่องหอม จาก Karmakamet ช็อคโกเเลตที่มาในแพคเกจจิ้งรุ่นลิมิเต็ด รวมถึงชุดของขวัญจากรีเทลชั้นนำอย่างท็อปส์ และโลตัส

· ถูกใจสายเปย์ แกร็บยังมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 50% สำหรับบริการแกร็บมาร์ทระหว่างวันที่ 7 ถึง 20 กุมภาพันธ์ พร้อมส่งโปรโมชัน FlashSale โปรด่วนทันใจให้ลุ้นรับส่วนลดตามช่วงเวลาเพื่อเพิ่มความสนุกในการช้อปปิ้ง และฟีเจอร์เด็ดสำหรับคู่รักนักวางแผนให้สามารถเตรียมปาร์ตี้วันวาเลนไทน์ได้ล่วงหน้าผ่านฟีเจอร์ “Schedule Order” โดยสามารถสั่งสินค้าบน GrabMart พร้อมเลือกวันและเวลาที่ต้องการจัดส่งล่วงหน้าได้สูงสุด 14 วัน ลุ้นรับส่วนลดสูงสุดถึง 30% และยังสามารถส่งของขวัญให้คนที่คุณรักผ่าน GrabExpress เพียงใส่รหัส VDAY80 รับส่วนลดสูงสุด 80% หรือลดสูงสุด 50 บาท ตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 14 กุมภาพันธ์นี้*

· รักนะแต่ไม่มีเวลาก็หายห่วงเพราะสามารถเลือกช้อปของขวัญปังๆ แล้วกดส่งด่วนได้ที่แกร็บ! ส่งไวถึงหน้าบ้านภายใน 25 นาที** ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนคู่รักทางไกล แกร็บ เปิดฟีเจอร์ให้ส่งข้ามประเทศได้แล้ว โดยสามารถเลือกส่งของขวัญให้คนที่คุณรักครอบคลุมถึง 5 ประเทศในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ เมียนมาร์

สำหรับใครที่ยังไม่มีไอเดียเด็ดๆ เซอร์ไพรส์คนที่คุณรัก แกร็บ ขอนำเสนอ 5 ไอเท็มสุดฮอตที่มียอดสั่งซื้อมากที่สุดในช่วงวันวาเลนไทน์*** ให้เป็นทางเลือกในการช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศเทศกาลแห่งความรักในปีนี้ 

โดยสินค้าขายดีอันดับที่ 1 คงหนีไม่พ้นของขวัญสื่อรักสุดคลาสสิคอย่าง ‘ดอกไม้’ แน่นอน ในส่วนของสินค้าขายดีอันดับที่ 2 ต้องยกให้ ‘เครื่องประดับ’ ที่เปรียบเสมือนโซ่คล้องใจอย่าง สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และแหวนนั่นเอง อันดับที่ 3 คงเดากันได้ไม่ยากเพราะเมื่อนึกถึงวันวาเลนไทน์ก็ต้องนึกถึงของหวานอย่าง ‘ช็อกโกแลต’ และของขวัญยอดฮิตที่ตามมาเป็นอันดับที่ 4 ก็คือ ‘ชุดของขวัญ’ ที่แต่ละแบรนด์ได้นำผลิตภัณฑ์ขายดีมาจัดเป็นเซ็ต ดีไซน์แพ็คเกจเก๋ๆ ให้เหมาะกับเทศกาล ปิดท้ายด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Health & Beauty อาทิ เครื่องสำอาง และ น้ำหอม ก็คว้าอันดับที่ 5 ไปครองได้อย่างสวยงาม หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโปรโมชันในช่วงวาเลนไทน์ สามารถติดตามข่าวสารได้ที่: www.facebook.com/GrabTH

.

Shopee Valentine’s Sale ช้อปโปรเด็ดมัดใจเธอ

คิวปิดช้อปปี้ขอเป็นตัวแทนส่งรักให้นักช้อปชาวไทยที่มาพร้อมประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดด้วยโปรเด็ดอย่าง ส่วนลดสูงสุด 85%, โค้ดลดเพิ่ม 14% พร้อมชวนช้อปต่อเนื่องในแคมเปญ ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale ส่งความสุขให้นักช้อปผ่าน 4 สูตรแห่งรักฉบับนิวนอร์มัลให้นักช้อปทุกคนในแคมเปญสุดพิเศษ “Shopee Valentine’s Sale” ช้อปโปรเด็ดมัดใจเธอ พร้อมชวนช้อปปิ้งของขวัญสุดพิเศษให้กับตัวเองและคนที่คุณรักที่มาพร้อมโปรโมชั่นเด็ด ดีลดีในธีมวันแห่งความรัก ยกระดับความพิเศษด้วยกิจกรรมความบันเทิงจากฟีเจอร์ยอดฮิต อย่าง Shopee Live และ Shopee Prizes ตั้งแต่วันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2565

ส่งโมเม้นต์สุดเพอร์เฟ็กต์ให้นักช้อปผ่าน 4 สูตร Love แห่งรัก

Love at First Sight – ลุคเป๊ะ หน้าปัง พร้อมออกเดท

Love at First Sight หรือรักแรกพบ ยังคงเป็นคำสุดคลาสสิกในทุกยุค ทุกสมัย ทั้งรักแรกพบจาก พฤติกรรม นิสัยใจคอ แต่จะปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะบอกว่า หนึ่งในนั้นคือหน้าตา บุคคลิก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เรามองหาด้วยเช่นกัน ดังนั้น สูตร Love ข้อนี้คือการสร้างความประทับใจแก่ฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่แรกเห็น ดังนั้นวันนี้ช้อปปี้ขอเนรมิตรแอปช้อปปี้ให้เป็นห้องฟิตติ้งเฉพาะกิจ ให้เลือก ลอง ช้อป อัพลุคเนี้ยบเป็นพิเศษกับบิวตี้ไอเท็ม และเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ หลากหลายสี ให้เลือกสรรกันแบบไม่มีกั๊ก เตรียมพร้อมออกเดทวาเลนไทน์ทั้งที่ร้านอาหารวิวสุดเพอร์เฟ็กต์หรือดินเนอร์สุดหรูจากที่บ้านก็สวยเลิศได้เหมือนกัน เราบอกได้เลยว่าแค่คุณเข้าช้อปปี้ ก็สามารถ สวย หล่อ ครบ จบ ได้ที่ช้อปปี้ ที่นี่ที่เดียว และเพื่อเป็นการยกระดับความพิเศษในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นักช้อปชาวไทยจะได้พบกับโปรโมชั่นสวยสุดเฟี๊ยสภายใต้ธีม Love at First Sight ลุคเป๊ะ หน้าปัง พร้อมออกเดท จากแบรนด์ดังชั้นนำบน Shopee Mall และ Shopee Premium อย่าง Foreo, Huxley, Nivea, The Body Shop, Jovina Cosmetics, Revlon, Cutepress, Beauty Buffet, Bangkok Golds, Memorine Jewelry, Zilvy, Jewelry Buffet, Ralunar และอีกคับคั่ง บอกได้เลยแบรนด์ดัง เป๊ะปังขนาดนี้ จะอดใจยังไงไหว

Love at First Bite – อิ่มฟินกินกับคนพิเศษ

วันพิเศษกับคนพิเศษทั้งที แน่นอนว่ามื้อพิเศษก็เป็นอีกสูตรรักกระชับความสัมพันธ์ที่ทั้งสองฝ่ายอยากสร้างโมเมนต์ดีๆ อัพรูปสุดหวานลงโซเชียลมีเดียเก็บไว้เป็นความทรงจำร่วมกัน ไม่ว่าจะดินเนอร์สุดโรแมนติกกันที่ร้านอาหาร หรือหลายๆ คนอาจจะสั่งอาหารเดลิเวอรี่กับร้านโปรดมาฉลองวันแห่งความรักอย่างอบอุ่นที่บ้านก็ทำได้เช่นกัน รวมไปถึงคู่รักที่อาจจะอยู่ไกลกัน อยู่คนละซีกโลกก็สามารถส่งรักแบบฉบับนิวนอร์มัลก็ได้เช่นกัน อาจจะชวนกันจัดโต๊ะอาหารท่ามกลางแสงเทียนและรายล้อมไปด้วยเมนูคู่ใจ พร้อมวิดีโอคอลมาร่วมดินเนอร์แสนหวานสร้างความสุขก็ทำให้ใจเราถึงกันราวกับการนั่งจ้องหน้าอยู่ตรงข้ามกัน บอกได้เลยว่าไม่สามารถมีอะไรมากั้นหรือระยะทางจะเป็นอุปสรรคของความรักที่เรามีให้กัน เพราะไกลแค่ไหน ก็ใกล้แน่นอน ถ้าใจเราเชื่อมถึงกัน ก็ไม่ต้องหวั่น และเพื่อเป็นการฉลองเทศกาลแห่งความรักเช่นนี้ ช้อปปี้ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความรักและความสุขให้กับนักช้อปของเราผ่านหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่มพร้อมทั้งพาเหรดร้านอาหารจากแบรนด์ดังชั้นนำบน ShopeeFood นำทัพความอร่อยโดย Cold Stone Creamery, Chabuton, Flash Coffee, Katsuya,Thai Terrace, Pepper Lunch, Olino Crepe & Tea, Swensen’s, The Coffee Club, Shibuya Shabu และอีกคับคั่ง….ช้อปปี้ขอกระซิบบอกนักช้อปสายกิน ชวนอิ่มฟินกินกับคนพิเศษ Love at First Bite ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ที่มาพร้อมโปรโมชั่นเด็ดจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง NANA Coffee Roasters, Paul and Kate Bangkok, Green Pea Organic และ KCG Fresh Frozen ที่พร้อมเสิร์ฟส่งตรงถึงหน้าบ้านคุณด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัยอย่างแน่นอน

Love Language – ของขวัญแทนคำบอกรัก

มาถึง Love ที่ 3 สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ นักช้อปลองมองหาของขวัญสุดพิเศษซักชิ้นให้กับคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว เพื่อน รวมไปถึงคนรัก ซึ่งของที่เราจะให้อาจจะไม่จำเป็นต้องราคาแพง แต่ขอให้เป็นของที่ผู้รับจะชื่นชอบและเป็นการบ่งบอกถึงความตั้งใจ และใส่ใจของผู้ให้ได้ก็เป็นคำบอกรักที่น่ารักได้ดีวิธีหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้บางคนอาจจะอยู่ไกลกันในช่วงเวลาเช่นนี้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรค เพราะเราสามารถสั่งสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่มาพร้อมการบริการที่สะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัยได้ด้วยเช่นกัน หากใครที่ยังไม่มีไอเดียที่จะเลือกของขวัญก็สามารถเข้าแอปช้อปปี้เพื่อมาเลือกของขวัญแทนคำบอกรักได้อย่างหลากหลายทั้งจากร้านค้า และแบรนด์ดังชั้นนำบน Shopee Mall และ Shopee Premium ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พบกับธีม Love Language ของขวัญแทนคำบอกรัก นักช้อปจะได้เพลิดเพลินไปกับดีลเด็ดสำหรับคนพิเศษจากแบรนด์ดังอย่าง World Camera, Baoneo, Misterrobot, Autobot, Oysterandthings, Goldenrose Thailand และอีกมากมาย รับรองโดนใจผู้ให้ถูกใจผู้รับเป็นทีสุด

Love is never too late – โค้งสุดท้ายส่งของขวัญแทนใจ

ปิดท้ายกับสูตรรักฉบับวาเลนไทน์ปีนี้ทั้งที ช้อปปี้จึงขอเป็นคิวปิดส่งมอบความรักอย่างต่อเนื่องในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ภายใต้ธีม Love is never too late โค้งสุดท้ายส่งของขวัญแทนใจ เพราะความรักไม่มีคำว่าสาย ไม่ว่าเราจะมีความรักในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว คู่รัก พี่น้อง เพื่อนซี้ ก็มีรักให้กันได้ในทุกๆ วัน นักช้อปสามารถช้อปของขวัญแทนใจที่มาพร้อมโปรโมชั่นส่งท้ายเทศกาลวาเลนไทน์จากแบรนด์เด็ด ดีลโดน ไม่ว่าจะเป็น Dr.Pong, Charcoalogy, Gadwell, Shependence, Zoom Camera, AIWA และอีกคับคั่ง เรียกว่าส่งท้ายโมเมนต์ความหวานให้อิ่มอกอิ่มใจกันอย่างสุดๆ

นอกจาก 4 สูตรแห่งรักฉบับนิวนอร์มัลที่มาพร้อมการช้อปปิ้งสุดปังในแคมเปญ “Shopee Valentine’s Sale” ช้อปโปรเด็ดมัดใจเธอ ที่มาพร้อม ส่วนลดสูงสุด 85% โค้ดลดเพิ่ม 14% และอีกคับคั่งจากแบรนด์ดังบน Shopee Mall อาทิ L’oreal, Dettol, Skyworth, Brands, Foremost, Johnson & Johnson, Herschel ,Skechers และอีกมากมาย นอกจากนี้แล้ว นักช้อปชาวไทยยังจะได้พบกับพาเหรดความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบเรียกได้ว่า อิ่มเอมไปกับความรักอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Shopee Live, Shopee Prizes ไม่เพียงเท่านี้ ช้อปปี้ยังชวนคุณร่วมแชร์รูปกับหวานใจพร้อมติด #ช้อปปี้แจกใหญ่มัดใจเธอ และโพสต์ ผ่าน IG Post ของตัวเอง หรือ Add yours IG Story จาก @shopee_th พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ สามารถเริ่มกิจกรรมรับวาเลนไทน์นี้ได้ตั้งแต่ วันที่ 11 – 14 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้โชคดีจะได้รับรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ช้อปปี้บอกเลย สาวๆ ทุกคนต้องร้องว้าว เพราะรางวัลใหญ่ของเราเว่อร์วังอลังการเป็นที่สุด ติดตามประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 พร้อมทั้งสามารถช้อปปิ้งรับวาเลนไทน์ในแคมเปญ Shopee Valentine’s Sale 

นอนสตอปช้อปปิ้งกับแคมเปญ “ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale” กันต่อเลยสิคะ! นักช้อปยังสามารถช้อปต่อแบบนอนสตอปไปกับแคมเปญครึ่งเดือนครึ่งราคาไปกับ “ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale” ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ครั้งนี้ช้อปปี้ได้ยกพาเหรดร้านค้าและแบรนด์ดังชั้นนำ บน Shopee Mall ตบเท้าเข้าร่วม อาทิ Lotus’s, Oppo, Autobot, LG, Mamypoko, Sony, Hisense, P&G และอีกมากมาย พร้อมเตรียมส่งโปรโมชั่นสุดต๊าช ฟาดทุกดีลทั้ง สินค้าดีลเด็ดราคา 1 บาท1, โค้ดรับเงินคืน 20% Coins 2 และโปรโมชั่นส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท 3 และอีกคับคั่ง ไม่เพียงเท่านี้ ShopeePay มัดรวมโปรเด็ดสำหรับนักช้อปที่ชำระเงินผ่าน ShopeePay จะได้รับสิทธิพิเศษอย่าง เติมเงิน เติมเน็ต รับเงินคืนสูงสุด 40% Coins โปรดูหนังราคากระชากใจ รับเงินคืน 15% Coins พร้อมดีลป๊อปคอร์นเพียง 9 บาท จองโรงแรมทั่วไทยรับส่วนลดสูงสุด 300 บาท จองรถทัวร์ลดสุดคุ้มทุกจังหวัด รับส่วนลดสูงสุด 200 บาท และใหม่! จองตั๋วเครื่องบิน แจกโค้ดส่วนลด 300 บาท

นอกจากความคุ้มค่าที่ช้อปปี้พร้อมเสิร์ฟแล้วนั้น ช้อปปี้ขอแนะนำ ‘SPayLater’ โซลูชั่นทางการเงินที่มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินเพื่อส่งเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่ายบนช้อปปี้ พร้อมเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่ายด้วยทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าได้ก่อนและสามารถชำระภายหลังได้ ตอบสนองความต้องการด้านการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถผ่อนชำระสูงสุดนานถึง 12 เดือน4 พร้อมวงเงินสูงสุดถึง 100,000 บาท5 โดยขึ้นอยู่แต่ละบุคคล สำหรับผู้ใช้งานที่สนใจสามารถสมัครใช้งานและลงทะเบียน ‘SPayLater’ ได้แล้ววันนี้ที่ https://shopee.co.th/spaylater

ยกระดับความคุ้มค่าไปอีกขั้น นักช้อปจะได้พบกับแคมเปญ “Shopee ช้อปดีมีคืน” เพื่อสนับสนุนยอดขายของร้านค้าจากนโยบายลดหย่อนภาษีของรัฐบาล โดยนักช้อปสามารถช้อปสินค้าที่มีป้าย “ช้อปดีมีคืน” กับแบรนด์ที่ร่วมรายการบน Shopee Mall ซึ่งจะสามารถลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shp.ee/gnitriz เตรียมพบกับแคมเปญ “ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale” ครั้งเดือนครึ่งราคาได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 

โฮมสไตลิสต์แชร์ไอเดียแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675514

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 11:12 น.โฮมสไตลิสต์แชร์ไอเดียแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม

เมื่อบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป THANN ร่วมกับโฮมสไตลิสต์สาวมากฝีมือ แนะไอเดียการตกแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม (Aromatherapy)

การแพร่ระบาดของโควิดส่งผลต่อวิถีการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน “บ้าน” สถานที่ที่เคยเป็นเพียงที่อยู่อาศัยจึงถูกเปลี่ยนบทบาทและรูปแบบการใช้งานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเป็นทั้งออฟฟิศ ห้องประชุม ห้องเรียน คาเฟ่ ฟิตเนส หรือแม้กระทั่งโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมไปในตัว การสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับแต่ละพื้นที่การใช้งานภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงได้ร่วมกับโฮมสไตลิสต์สาวมากฝีมือ อวน–วยา ดุลยบวรกุล แนะ “ไอเดียแต่งบ้านสวยมีสไตล์พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy)” กับผลิตภัณฑ์ ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric Aroma diffuser), ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ’ (Pure essential oil), ‘ก้านไม้หอม’ (Aroma diffuser), ถุงหอม (Aroma charm) และ สเปรย์น้ำหอม (Fragrance mist) พร้อมเชิญเหล่าเซเลบริตี้ผู้รักการตกแต่งบ้าน อาทิ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, เอมษิกา โชติวิจิตร และ วนิดา โกลเทน มาร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกกลิ่นหอมให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ภายในบ้าน

โฮมสไตลิสต์สาวมากฝีมือ วยา ดุลยบวรกุล กล่าวถึงไอเดียการตกแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม (Aromatherapy) ว่า การตกแต่งบ้านให้น่าอยู่เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะบ้านเป็นเสมือนโลกใบเล็กๆ ของเรา การตกแต่งบ้านให้มีความสวยงาม น่าอยู่จึงช่วยทำให้ผู้อาศัยอบอุ่นใจและรู้สึกผ่อนคลาย ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้เราต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิตหลายอย่างภายในบ้าน บ้านจึงเป็นพื้นที่ที่รวมทุกกิจกรรมไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เป็นที่พักอาศัย ออฟฟิตส่วนตัว ห้องสมุด โรงหนัง คาเฟ่ บาร์ สถานที่ออกกำลังกาย ฯลฯ ทำให้เราใช้เวลาอยู่กับบ้านแทบตลอดเวลา ซึ่งการอยู่ในบรรยากาศหรือสถานที่เดิมๆ อาจก่อให้เกิดความเครียดโดยที่เราไม่รู้ตัว

ดังนั้น การจัดสรรพื้นที่ใช้งานภายในบ้านอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญนอกเหนือจากการเพิ่มประโยชน์การใช้สอย

· เปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นห้องทำงาน หามุมจัดวางโต๊ะทำงานในบริเวณที่มีแสงธรรมชาติเข้าถึง และควรแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่สันทนาการอย่างชัดเจน

· สร้างมุมพักผ่อนภายในบ้าน เพื่อพักสายตาจากการทำงาน สามารถช่วยให้การอยู่บ้านเป็นเรื่องไม่น่าเบื่อ อาจเป็นมุมจิบกาแฟ พร้อมต้นไม้เล็กๆ หรือจัดเป็นสวนพักผ่อนเล็กๆ ที่ระเบียง

· จัดมุมออกกำลังกาย อาจหาพื้นที่ว่างภายในบ้าน หรือแบ่งพื้นที่บางส่วนของห้องนั่งเล่นมาใช้เป็นมุมออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ หรือแอโรบิค

· ปรับบริเวณครัวให้เป็นคาเฟ่สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม โดยหาบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ หรือมีแสงธรรมชาติส่องถึง เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด โดยอาจปรับเปลี่ยนมาเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่น เพื่อเพิ่มลักษณะการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

· สร้างพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน ช่วยเติมความสดชื่น โดยนำกระถางต้นไม้เล็กๆ มาตกแต่งบริเวณหน้าต่าง โต๊ะอาหาร หรือตามมุมต่างๆ ภายในบ้าน ควรเน้นไม้ประดับที่ดูแลง่าย ชอบแสงรำไร ช่วยดักฝุ่น และฟอกอากาศให้กับบ้าน

· ตกแต่งผนังบ้านด้วยงานศิลปะที่ชื่นชอบ งานคราฟต์ หรืองานฝีมือต่างๆ เพื่อช่วยสร้างแรงบังดาลใจ

นอกจากการตกแต่งบ้านที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาแล้ว เรายังสามารถออกแบบมิติของ “กลิ่นหอม” ด้วยน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศความสดชื่น ผ่อนคลาย ทำให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เราสามารถใช้เครื่องกระจายกลิ่นหอม ก้านไม้หอม ถุงหอม หรือสเปรย์หอม เคล็ดลับ คืออย่าเติมกลิ่นให้บ้านมากจนเกินไป ควรเจือจางให้กลิ่นอ่อนๆ นอกจากจะช่วยให้หายใจได้ปลอดโปร่งแล้ว ยังเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับห้องอีกด้วย เราสามารถออกแบบกลิ่นหอมให้เหมาะกับพื้นที่แต่ละส่วนภายในบ้านได้

· ห้องน้ำ ควรเลือกเป็นกลิ่นที่สามารถกลบกลิ่นจากท่อ หรือกลิ่นอับชื้นได้ อาจเป็นกลิ่นแนวสมุนไพรอย่างตะไคร้ มะกรูด หรือมะนาว กลิ่นที่แนะนำคือ Oriental Essence

· ห้องนั่งเล่น ควรเลือกเป็นกลิ่นที่ให้ความสดชื่นและเหมาะสำหรับทุกคน เป็นกลิ่นแนวสดชื่นของผลไม้ตะกูลซีตรัส กลิ่นที่แนะนำคือ Aromatic Wood หรือ Eastern Orchard

· ห้องนอน ควรเน้นกลิ่นที่มอบความสงบ ผ่อนคลาย เสริมสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อน กลิ่นที่แนะนำคือ Lavender & Rosemary, Jasmine Blossom หรือ Spring Forest

· ห้องทำงาน ควรเน้นกลิ่นที่ช่วยสร้างสมาธิ ทำให้สมองปลอดโปร่ง กลิ่นที่แนะนำคือ Aromatic Wood, Eden Breeze หรือ Earl Grey Infusion

· ห้องครัว ควรเน้นกลิ่นที่เพิ่มความรู้สึกสะอาดสดชื่น กลิ่นที่แนะนำคือ Eastern Orchard หรือ Oriental Essence”

ด้านเซเลบริตี้สาวที่มาร่วมเวิร์คช็อปทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ต่างก็เผยเคล็ดลับการเลือกกลิ่นหอมให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ภายในบ้านตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า “เอยให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศภายในบ้าน เพราะบรรยากาศที่ดี มีกลิ่นหอมๆ จะช่วยให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น ภายในบ้านจึงมักมีเทียนหอม เครื่องกระจายกลิ่นหอม ถุงหอม วางประดับตกแต่งกลมกลืนไปกับทุกส่วนของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทานอาหาร เวลาอยู่บ้านก็มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บริเวณห้องทานอาหาร ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของทุกคนในบ้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทานข้าว แต่ก็มักจะมานั่งเล่น ดูทีวี พบปะพูดคุยกันอยู่เป็นประจำ ห้องนี้เอยก็จะมีก้านไม้หอมกลิ่น โรมาติก วูด วางไว้เพื่อสร้างความสดชื่นมีชีวิตชีวาด้วยกลิ่นหอมของผลส้ม แทนเจอรีน ผสานกับกลิ่นหอมของจันทร์เทศและแซนดัลวูด อย่างห้องนอนก็จะเป็นกลิ่นกลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น ที่มีส่วนผสมของดอกลาเวนเดอร์ กระวาน และคลารี่ เสจ ช่วยสร้างความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี”

เอมษิกา โชติวิจิตร กล่าวว่า ว่า “จินนี่ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องนอน เพื่อพักผ่อน อ่านหนังสือ เล่นอินเทอร์เน็ตติดตามข่าวสาร ซึ่งบริเวณห้องก็จะถูกตกแต่งให้สวยงาม มีการสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อเหมาะแก่การพักผ่อน เรื่องกลิ่นจึงเป็นสิ่งที่เราจะให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในห้องนอนเราจะต้องมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ตลอดเวลา ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เราจะวางเครื่องกระจายกลิ่นหอม หรือถุงหอม บริเวณข้างเตียงนอน สำหรับกลิ่นที่ชอบและใช้ประจำคือ อีเดน บรีซ เพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบและดอกมะลิช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ค่ะ”

วนิดา โกลเทน เผยว่า ว่า “นิดาชอบใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องนั่งเล่น เพราะอยู่ติดกับสวนหย่อม ได้มองเห็นท้องฟ้า ต้นไม้และดอกไม้ ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบให้บ้านมีกลิ่นหอม โดยแต่ละพื้นที่ในบ้านก็จะเลือกใช้กลิ่นที่ต่างกันขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำ เช่น ห้องนอนก็จะมีเครื่องกระจายกลิ่นหอม ส่วนห้องนั่งเล่นก็จะวางก้านไม้หอม ไว้ตามจุดต่างที่มีลมผ่านอย่างบริเวณใต้เครื่องปรับอากาศ เพื่อที่กลิ่นจะได้กระจายตัวได้ดีขึ้น สำหรับกลิ่นที่ชอบเป็นพิเศษก็คือ กลิ่นอีเดน บรีซ และเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น โดยบางครั้งเราก็จะเอาทั้ง 2 กลิ่นมาผสมกันให้เกิดกลิ่นใหม่ แต่ละพื้นที่แต่ละห้องก็จะใช้กลิ่นต่างกัน ถือว่าเป็นการสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม ซึ่งทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้นค่ะ”

สร้างสรรค์บรรยากาศความหอมให้กับทุกพื้นที่ภายในบ้านกับผลิตภัณฑ์ ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric Aroma diffuser), ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ’ (Pure essential oil), ‘ก้านไม้หอม’ (Aroma diffuser), ถุงหอม (Aroma charm) และ สเปรย์น้ำหอม (Fragrance mist) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

Kakomi เบนโตะย่างถ่านส่งตรงถึงบ้าน อร่อยง่ายสไตล์เจแปนีส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/675560

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 09:55 น.Kakomi เบนโตะย่างถ่านส่งตรงถึงบ้าน อร่อยง่ายสไตล์เจแปนีส

Kakomi By Ootoya แบรนด์น้องใหม่ล่าสุด ส่งชุดเบนโตะสไตล์ญี่ปุ่นกรุ่นกลิ่นรมควันมาให้ฟินกันถึงบ้าน พร้อมคงคุณภาพอาหาร ความอร่อย และมาตรฐานเทียบเท่า Ootoya สั่งสะดวกผ่าน GrabFood ในราคาน่ารัก เริ่มแล้ววันนี้

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ฟินแล้วฟินอีก เมื่อ Ootoya ส่งแบรนด์น้องใหม่ล่าสุด “Kakomi By Ootoya” มาเอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่น เน้นกินง่าย สั่งสะดวก แถมมาในราคาเบาๆ เริ่มด้นเพียงชุดละ 179 บาท ก็ได้สัมผัสกับชุดเบนโตะเมนูย่างถ่านสไตล์ญี่ปุ่นถึงบ้าน  เปิดตัวครั้งแรกด้วยเมนูย่างถ่านและซอสซิกเนเจอร์ 2 รสชาติ ได้แก่ Nin-niku Cheesy Sauce และ Creamy Miso Sauce มีให้เลือกอร่อย 4 เมนู คือ

Charcoal Grilled Saba with Teriyaki Sauce 199 บาท ปลาซาบะย่างถ่านทานคู่กับซอสเทริยากิ พร้อมเครื่องเคียงหลากชนิด มันฝรั่งบด ไข่ม้วนผักกวางตุ้ง ข้าวโพดคลุกเนยโชยุ และ Kakomi Farfalle , Charcoal Grilled Buta Hoho with Creamy Miso Sauce 189 บาท แก้มหมูย่างถ่านทานคู่กับซอสครีมมิโซะสูตรพิเศษของคาโคมิ พร้อมเครืองเคียงหลากชนิด มันฝรั่งบด ไข่ม้วนผักกวางตุ้ง ข้าวโพดคลุกเนยโชยุ และ Kakomi Farfalle

ต่อที่ Charcoal Grilled Chicken with Creamy Miso Sauce 179 บาท ไก่ย่างถ่านทานคู่กับซอสครีมมิโซะสูตรพิเศษของคาโคมิ พร้อมเครืองเคียงหลากชนิด มันฝรั่งบด ไข่ม้วนผักกวางตุ้ง ข้าวโพดคลุกเนยโชยุ และ Kakomi Farfalle ปิดท้ายด้วย Charcoal Grilled Hamburg with Nin-niku Cheesy Sauce 179 บาท แฮมเบิร์กย่างถ่านทานคู่กับซอสชีสกระเทียมสูตรพิเศษของคาโคมิ พร้อมเครืองเคียงหลากชนิด มันฝรั่งบด ไข่ม้วนผักกวางตุ้ง ข้าวโพดคลุกเนยโชยุ และ Kakomi Farfalle

อยากรู้ว่าเมนูย่างถ่านจะหอมอร่อยฟินกับแค่ไหน ลองสั่งเดลิเวอรี่ผ่านแอพพลิเคชั่น GrabFood กันได้เลย Kakomi By Ootoya พร้อมส่งตรงจากครัวโอโตยะในพื้นที่กรุงเทพมหานครถึง 10 สาขา ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, ลา วิลล่า, เอสพลานาด, เซ็นจูรี่ สุขุมวิท, เค วิลเลจ, สยามสแควร์วัน, เทอร์มินอล 21, โรงพยาบาลวิภาวดี, วิซดอม 101 และ เซ็นทรัล พระราม 9  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Ootoya Japanese Restaurant หรือ LINE@: ootoyathai

อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ชวนอ้อนแฟนควงแขนล่องเรือสุดโรแมนติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/675537

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 17:26 น. อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ชวนอ้อนแฟนควงแขนล่องเรือสุดโรแมนติก

สวีทหวานขั้นสุดกับ 4 ร้านอาหารชั้นนำ “บรีซ คาเฟ่ แอนด์ บาร์” “อีสาน จิ้มจุ่ม” “อุวะจิมะ” และ “แจ็คกี้ ซีฟู้ด” กับอาหารนานาชาติ และแพ็กเกจล่องเรือชมวิวทะเลสาบสุดโรแมนติกในราคาสุดคุ้ม

ชวนคนรักมาสวีทหวานให้เต็มอิ่ม อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ภายใต้การบริหารงานโดยอิมแพ็ค เมืองทองธานี ต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ด้วยความพิเศษจาก 4 ร้านอาหารชั้นนำ “บรีซ คาเฟ่ แอนด์ บาร์” “อีสาน จิ้มจุ่ม” “อุวะจิมะ” และ “แจ็คกี้ ซีฟู้ด” กับอาหารนานาชาติ รวมไปถึงเมนูของหวานหลากหลาย ทั้งเค้ก คุกกี้ และน้ำแข็งไส ในราคาเพียง 129 – 149 บาท (เฉพาะวันนี้ – 14 กุมภาพันธ์นี้) และแพ็กเกจล่องเรือชมวิวทะเลสาบสุดโรแมนติกในราคาสุดคุ้ม 2 ท่าน เพียง 1,200 บาท รับฟรีดอกไม้ 1 ช่อ และเครื่องดื่มท่านละ 1 รายการ (เฉพาะเมนูที่กำหนด) ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ ศกนี้

วาเลนไทน์นี้มาพบกันที่ “อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” จุดนัดพบยอดฮิตใจกลางเมืองทองธานีที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศทุกวัย โดยสามารถสั่งอาหารจาก 4 ร้านนานาชาติมาลิ้มลองได้พร้อมกัน ท่ามกลางวิวทะเลสาบและบรรยากาศสบายๆ พร้อมการบริการครบครัน กับเมนูแนะนำจากทั้ง 4 ร้าน พร้อมด้วยเมนูของหวานที่เชฟจัดเตรียมเป็นพิเศษ ในราคาเมนูละ 149 บาท ซึ่งมีเมนูเค้ก ได้แก่ “โรสสตรอว์เบอร์รี่มูส” “ราสพ์เบอร์รี่ ไวท์ช็อกโกแลต ชีสเค้ก” “เรดเวลเวท ทีรามิสุ ชีสเค้ก” พร้อมด้วย “เค้กช็อกโกแลต ทรัฟเฟิล” เมนูไฮไลท์สุดพรีเมี่ยม เมนูคุกกี้ “คุกกี้ เรดเวลเวท คริงเกิ้ล สอดไส้ชีส” และปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่น “น้ำแข็งไสสตรอว์เบอร์รี่” ราคา 129 บาท โดยจะจำหน่ายระหว่างวันที่ 11 – 14 ก.พ. นี้ เท่านั้น

สำหรับคู่รักที่ชื่นชอบการล่องเรือในบรรยากาศโรแมนติก ห้ามพลาดกับแพ็กเกจล่องเรือสุดพิเศษ ที่จะพาคุณชมวิวทะเลสาบเมืองทองธานีในราคาเพียง 1,200 บาท (สำหรับ 2 ท่าน) โดยจะได้ล่องเรือ 20 นาที และพิเศษสุด! รับฟรีดอกไม้คู่ละ 1 ช่อ และเครื่องดื่มท่านละ 1 รายการ (เฉพาะเมนูที่กำหนด) ให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์นี้ (สำรองที่นั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน พร้อมชำระเงินเต็มจำนวน)

และยังมีกิจกรรม “แชะ & เช็ค” ให้ร่วมสนุก เพียงแค่ถ่ายรูปหรือวิดีโอ พร้อมแชร์ในเฟซบุ๊ก เช็คอินที่ IMPACT Lakefront, Muang Thong Thani และตั้งค่าเป็นสาธารณะ รับฟรีทันที “คุกกี้ เรดเวลเวท คริงเกิ้ล สอดไส้ชีส” 1 ชิ้น มูลค่า 149 บาท (1 คน / 1 เช็คอิน / 1 ชิ้น)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งจองความอร่อยได้ที่ “อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” โทร. 02-033-1851 เฟซบุ๊ก: IMPACT Lakefront ไลน์: @impactlakefront หรือติดต่อทั้ง 4 ร้านโดยตรงที่ “บรีซ คาเฟ่ แอนด์ บาร์” เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30 – 24.00 น. โทร. 02-033-1851 เฟซบุ๊ก Breeze Café & Bar ร้าน “อีสาน จิ้มจุ่ม” เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30 – 24.00 น. โทร. 02-033-5009 เฟซบุ๊ก Isan Jim Joom ร้าน “อุวะจิมะ” เปิดให้บริการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16.00 – 24.00 น. และ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 12.00 – 24.00 น. โทร. 02-033-1853 หรือ 064-184-7109 เฟซบุ๊ก Uwajima และร้าน “แจ็คกี้ ซีฟู้ด” เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30 – 24.00 น. โทร. 080-247-5958 เฟซบุ๊ก Jackie Seafood

เคล็ดลับเติมพลัง “ LOVE & LUCK” ให้อบอวลทั่วบ้านรับวาเลนไทน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675518

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 12:50 น.เคล็ดลับเติมพลัง “ LOVE & LUCK” ให้อบอวลทั่วบ้านรับวาเลนไทน์

จัดบ้านให้เข้าที่…แล้วความรักจะเข้าทาง!! ส่องเคล็ดลับการแต่งบ้านจัดเต็มด้วยโทนสี การดีไซน์ และใช้ไอเท็มช่วยจัดการสวยเป็นระเบียบ โดยปรับโฉม 3 โซนเพิ่มความสวีท เติมพลัง“LOVE & LUCK ”ให้ดีต่อใจ จะมีมุมไหน… ตามมาดูกันเลย

ห้องนั่งเล่น (ที่ไม่ได้มาเล่นๆ) กับการ Shading โทนสีห้องห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาร่วมกันมากที่สุดเทรนด์การใช้โทนสีไล่ระดับ (Shading) เพื่อสร้างแพทเทิร์นบนผนัง ช่วยสร้างความแปลกใหม่และบรรยากาศที่ไม่จำเจ และสำหรับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ควรคำนึงถึง “หลักการเลขคู่” จะแบบคู่รัก คู่พี่น้อง ลองหาโซฟานั่งสบาย สีสันสดใส สีชมพู สีแดง พร้อมโต๊ะข้างวางโชว์แจกันจัดแต่งดอกไม้เพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวา บางมุมรีแลกซ์สามารถเปลี่ยนมุมโซฟามานั่งบนพรมสีหวานๆ หรือหาเบาะรองนั่งมาเอนตัวอ่านหนังสือก็ชิวไปอีกแบบ ตกแต่งผนังห้องด้วยรูปภาพสื่อความหมายดีๆ อย่างภาพใบกิงโกะ สัญลักษณ์แห่งความรักแฮปปี้เอนดิ้ง  หรือเติมภาพนกยูงคู่เสริมความรัก ความสุข ให้รักหวานชื่นยาวนาน หรือจะหาชั้นวางของมาตั้งเสริม กล่องเก็บของไม่ให้กระจัดกระจายรกห้อง ยิ่งช่วยจัดระเบียบเสริมความสวีทหวานไม่ให้วุ่นวายได้อย่างลงตัว

สาดเครื่องปรุงลงอาหารฉันใด จงสาดสีสันลงในครัวฉันนั้น!! ใครว่าห้องครัวต้องใช้เฉพาะสีหม่นหรือสีเอิร์ทโทน…วาเลนไทน์ปีนี้ลองมาเปลี่ยนให้รู้สึกสนุกมากยิ่งขึ้น เนรมิตห้องครัวและห้องทานข้าวให้เป็นวันพิเศษมื้อพิเศษในทุกๆวัน ด้วยการใช้ “คู่สีสเปคตรัม” (Color Spectrum) สีโทนสดใสและร้อนแรงมาตัดกัน สร้างอารมณ์สนุกกับกิจกรรมภายในครัว  อย่าลืมจัดวางอุปกรณ์ครัว  ชุดจาน ชามช้อมส้อม ให้เป็นระบบ เรียงวางในชั้นให้เป็นระเบียบ ใช้ชั้นวางแบบล้อลากจัดกรุ๊ปของใช้ และลากใช้งานลื่นไหลไม่สะดุดสะดวกสุดๆ   เติมความหวานด้วยการช่วยกันทำอาหารและจัดอาหารมื้อพิเศษใส่จานสีสดใส รับรองว่าความรักอวบอวลไปทุกอณูในมื้ออาหารสุดแสนพิเศษนี้แน่นอน!!

พาสเทลใสๆ เป็นระเบียบละมุนหัวใจ กับห้องนอนแนวมินิมอล เติมความหวานไม่มีวันหยุด เพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เทรนด์การตกแต่งห้องนอนปี 2022 ยอดฮิต คือการสร้างบรรยากาศการนอนที่สุขสงบ ด้วยชุดเครื่องนอนที่ใช้โทนสีคู่พาลเทล ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์  หรือข้าวของไม่ควรวางกระจัดกระจาย จัดทุกอย่างให้เข้าที่เข้ามุม ลองแต่งห้องนอนสไตล์ Minimalist ด้วยโทนสีขาว เป็นตัวแทนของความเรียบง่าย มอบความรู้สึกสงบ หรืออาจนำเครื่องหอมมาสร้างบรรยากาศหวานละมุน ช่วยให้คู่รักและสมาชิกในครอบครัวสู่การพักผ่อนอย่างแท้จริง

เลือกช้อปไอเทมเด็ดแต่งบ้านเสริมพลัง LOVE & LUCK รับพลังบวกในเดือนแห่งความรัก ใน “เทศกาลจัดบ้านแห่งปี” “LET’S ORGANIZE” เริ่มแล้ววันนี้ – 23 ก.พ. 2565 ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขาทั่วประเทศ หรือช้อปง่ายๆ ผ่านช่องทาง Online ที่ www.indexlivingmall.com สอบถามโทร 1379  

Burberry บอกเล่าความเป็นตัวตนผ่านแคมเปญ Spring/Summer 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675515

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 11:33 น.Burberry บอกเล่าความเป็นตัวตนผ่านแคมเปญ Spring/Summer 2022

Burberry เผยความเป็นตัวตนผ่านแคมเปญประจำฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน 2022 กับคอลเลกชั่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอ่อนเยาว์และเย้ายวน

ยลโฉม Burberry Spring/Summer 2022 คอลเลกชั่นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีที่นำดีเอ็นเอ และความโดดเด่นของแบรนด์จากหลายมุมมองมาตีความผ่านศิลปะเฉพาะบุคคล นับเป็นสะพานเชื่อมระหว่างช่างภาพทั้งสอง ภาพต้นฉบับจากสตูดิโอโดย Mert และ Marcus ให้อารมณ์ตรงกันข้ามกับภาพที่ดูคุ้นเคย และภาพแคนดิดโดยช่างภาพ Chris Rhodes ซึ่งเป็นภาพถ่ายแบ็คสเตจในระหว่างการนำเสนอคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนปี 2022 การรับรู้ที่แตกต่างกันทำให้คอลเลกชั่นสามารถเปลี่ยนแปลงในมุมมองที่แตกต่างเฉกเช่นเดียวกัน

คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนปี 2022 โดย Riccardo Tisci นับเป็นการสำรวจแนวคิดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ด้วยการเล่าเรื่องเกี่ยวกับความเป็นผู้หญิง และความเป็นผู้ชาย โดยเน้นสุนทรียภาพ และพลังของการแสดงออก คอลเลกชั่นนี้ถือเป็นการท้าทายที่นำเอาซิลลูเอทแบบดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์มาแยกส่วน และสร้างขึ้นมาใหม่ในซิลลูเอทที่แข็งแกร่งและโดดเด่น ถือเป็นคอลเลกชั่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอ่อนเยาว์ และเย้ายวน

นับเป็นคอลเลกชั่นที่นำเสนอความสนุกสนาน และความมีชีวิตชีวาด้วยการรวบรวมเหล่านางแบบ และนายแบบเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน และเน้นที่รูปทรงและรายละเอียดที่ชัดเจน ภาพลักษณ์จากทัศนคติที่มั่นใจ – เสรีภาพในการแสดงออก ความแข็งแกร่ง และทรงพลัง

หมอแนะแนวทางการดูแลสุขภาพที่ดีต่อใจให้คนใกล้ตัวช่วงวาเลนไทน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675520

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 13:05 น.หมอแนะแนวทางการดูแลสุขภาพที่ดีต่อใจให้คนใกล้ตัวช่วงวาเลนไทน์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน แนะแนวทางการดูแลสุขภาพที่ดีต่อใจให้คนใกล้ตัวช่วงวาเลนไทน์นี้

เพราะหัจใจจำเป็นต้องได้รับการดูแล ฟิลิปส์ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะโรคหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้ป่วยอันดับต้นๆ

จากการรายงานสถิติขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2563 พบว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก หรือประมาณ 17.9 ล้านคน และจากสถิติในประเทศไทย พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 6 หมื่นราย โดยอุบัติการณ์ล่าสุดพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน

รศ.พญ.ศริญญา ภูวนันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า “โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยมากเป็นอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือด 18,922 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน5 โดยโรคหัวใจที่สำคัญมีด้วยกันหลายประเภท ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาการของโรคหัวใจ มีได้ตั้งแต่ไม่มีอาการเลยไปจนถึงอาการเหนื่อยหอบง่าย นอนราบแล้วอึดอัดต้องลุกขึ้นมานั่งช่วงกลางคืน เจ็บหน้าอกซึ่งมีลักษณะเฉพาะ ใจสั่นเต้นเร็ว หรือเป็นลมหมดสติที่ไม่ได้เกิดจากการเป็นลมแดด หรือการยืนนาน หรืออาจถึงกับเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่มีอาการนำมาก่อนเลยก็ได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบอย่างแท้จริง”

การรักษาโรคหัวใจในแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการรักษาโรคหัวใจคือต้องวินิจฉัยให้ได้ว่าเป็นโรคหัวใจประเภทไหน และรุนแรงระดับใด (มาก ปานกลาง น้อย เป็นต้น) และการวินิจฉัยดังกล่าวต้องมีความแม่นยำ เพราะอาจมีผลต่อชีวิตผู้ป่วยและการรักษาได้

“การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการใช้หูฟังฟังเสียงหัวใจของแพทย์เป็นวิธีการนำมาซึ่งการวินิจฉัยโรคหัวใจ ที่ดี แต่บ่อยครั้งอาจไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมที่ละเอียดมากขึ้น ปัจจุบันมีการตรวจเพิ่มเติมทางด้านหัวใจหลายประเภท และมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน ดังนั้น ผู้ป่วยบางรายอาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมมากกว่าหนึ่งชนิด เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ EKG; การตรวจวิ่งสายพานหรือ Stress Test; การตรวจทางภาพถ่ายรังสีแบบธรรมดา จนถึง เอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ หรือ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ CT scan cardiac MRI; การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ และการตรวจที่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในการตรวจที่สำคัญที่สุด คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจขั้นสูง (Echocardiography)” รศ.พญ.ศริญญา อธิบายเพิ่มเติม

“อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอและการป้องกันการเกิดโรคหัวใจน่าจะดีกว่าการต้องมาตรวจรักษาอย่างแน่นอน ดังนั้น ประชาชนควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด มันจัด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคหัวใจได้” รศ.พญ.ศริญญา กล่าวทิ้งท้าย