5 สิ่งที่ไม่ควรทำจากปากผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 15:17 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519839

5 สิ่งที่ไม่ควรทำจากปากผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง

ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังพูดถึง 5 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง หากอยากมีผิวหน้าที่ดี

Jerrod Blandino ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังอย่าง Too Faced ที่อยู่ในแวดวงความงามมากว่า 20 ปี เขาเป็นคนที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย และชอบการแหกทุกกฎเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทาลิปสติกสีเข้มและแต่งดวงตาจัดจ้านไปด้วยกัน หรือการแต่งตาด้วยชิมเมอร์ที่จะทำให้ดูอายุมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เขามองว่าไร้สาระ เพราะการเป็นตัวของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่จะมีบางพฤติกรรมที่คุณไม่ควรจะไปแหกกฎ เนื่องจากมันจะทำลายสุขภาพผิวของคุณ และมีส่วนทำให้แก่เร็วด้วย

1. ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน – การที่คุณแต่งหน้าตั้งแต่เช้า ผ่านสิ่งสกปรกมลภาวะมาทั้งวัน แล้วยังทิ้งคราบเครื่องสำอางเหล่านั้นไว้ข้ามคืน จะทำให้เกิดการอุดตัน เป็นต้นเหตุใหญ่ของการเกิดสิว หากวันไหนปาร์ตี้หนักแล้วลุกไปล้างหน้าไม่ไหวจริงๆ ลองพกแผ่นเช็ดทำความสะอาดไว้ในลิ้นชักหัวเตียงดู ถึงจะไม่ใช่วิธีทำความสะอาดที่ดีที่สุด แต่ก็ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน

2. ไม่ทาครีมกันแดด – นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความหมองคล้ำ แต่มะเร็งผิวหนังนั้นเป็นมะเร็งที่เติบโตได้รวดเร็วที่สุดทั้งในเพศหญิงและชาย ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 เป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวี เนื่องจากแสงแดดไม่ใช่แค่สร้างความหมองคล้ำและริ้วรอยเพียงเท่านั้น แต่มันอาจฆ่าคุณได้ด้วยโรคมะเร็งผิวหนังด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. อยู่กับลุคเดิมๆ เป็นปี – การแต่งหน้าหรือแต่งตัวในลุคเดิมๆ ที่คุณเอาอยู่ถือเป็นสิ่งที่ปลอดภัย แต่หากอยู่กับอะไรเดิมๆ ตลอดทั้งปีก็ย่อมสร้างความน่าเบื่อตามมาด้วยเช่นกัน ลองเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตัดผมทรงใหม่ ทาลิปสติกสีใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยลอง อาจจะลองดูจากบิวตี้บล็อกเกอร์ เพื่อหาแรงบันดาลใจและมุมมองความงามใหม่ๆ มาผสมผสานกับความเป็นตัวเอง ให้ออกมาเป็นลุคใหม่ที่ยังมีความเป็นตัวตนของคุณอยู่ก็ได้

4. ไม่ทิ้งเครื่องสำอางเก่า – เครื่องสำอางแต่ละประเภทจะมีอายุการใช้งานของมันระบุไว้อยู่ เช่น มาสคาร่าควรเปลี่ยนใหม่ทุกสามเดือน ลิปสติกไม่ควรเก็บไว้เกินหนึ่งปี หากเครื่องสำอางหมดอายุแล้วควรทิ้ง ไม่ควรฝืนใช้ เนื่องจากบางผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันที่หมดอายุแล้วจะทำร้ายผิวคุณ ลองเช็คกระเป๋าเครื่องสำอางและโต๊ะเครื่องแป้งอยู่เสมอ เพื่อโยนเครื่องสำอางที่หมดอายุทิ้งไปซะ ก่อนที่ผิวหน้าเราจะพัง

5. ไม่ดื่มน้ำให้เพียงพอ – ไพรเมอร์ที่ดีที่สุดไม่ใช่ไพรเมอร์ราคาแพง แต่คือผิวหน้าที่อิ่มน้ำ ความชุ่มชื้นเป็นพื้นฐานของผิวสุขภาพดี หากดื่มน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผิวแห้งและแต่งหน้าไม่ค่อยติด ซึ่งเวลาที่ผิวจะขาดน้ำที่สุดมักจะเป็นช่วงที่คุณออกไปปาร์ตี้หรือดื่มกับเพื่อนฝูง ดังนั้นอีกวิธีที่จะช่วยได้คือ เตือนตัวเองให้ดื่มน้ำเปล่าสองแก้วทุกครั้งที่ดื่มค็อกเทลหนึ่งแก้ว เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไป

ที่มา: popsugar

 

การออกกำลังกายตอนเช้าเพียง 10 นาที สามารถช่วยลดความอ้วนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 14:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519823

การออกกำลังกายตอนเช้าเพียง 10 นาที สามารถช่วยลดความอ้วนได้

การออกกำลังกายง่ายๆ ที่บ้านทุกเช้า 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ถึง 400 แคลอรี่ต่อสัปดาห์

ทุกคนล้วนอย่างมีหุ่นที่ผอมเพรียว และมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่หลายคนก็ยังหาข้ออ้างให้กับตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าไม่มีเวลาไปฟิตเนส ซึ่งจริงๆ การออกกำลังกายสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน อย่างเช่น การเต้นตามชาแนลยูทูป และรู้หรือไม่ว่า การเต้นทุกเช้าเพียงแค่ประมาณ 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 400 กิโลแคลอรี่ต่อสัปดาห์

หากการออกไปฟิตเนสเป็นเรื่องที่ยากเกินไป ลองตื่นให้เร็วขึ้นอีกสักนิดเพื่อมาขยับร่างกายไปตามจังหวะเพลง การเต้นเป็นการออกกำลังกายอีกวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้านคนเดียว เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก มีเพียงแค่ลำโพงดีๆ สักตัว หรือจะเปิดจากคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และสมาร์ทโฟนเอาก็ได้เช่นกัน ซึ่งการจากศึกษาได้ระบุไว้ว่า การเต้นเพียง 10 นาทีนั้น สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 60 กิโลแคลอรี่ต่อครั้ง รวมไปถึงจะทำให้คุณรู้สึกสนุกและสดชื่นขึ้น พร้อมเริ่มวันใหม่อย่างกระปรี้กระเปร่า

ปัจจุบันมีชาแนลยูทูปมากมายที่อำนวยความสะดวกแก่คนรักสุขภาพทุกคน ให้ออกกำลังกายง่ายๆ ทำได้ที่บ้านของตัวเอง เช่น The Fitness Marshall, FitDance Life ซึ่งนอกจากหุ่นที่ผอมเพรียว สุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังได้รับความสนุกสนาน เป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใสอีกด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ที่มา: popsugar

 

นักโภชนาการชี้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มกาแฟไม่ใช่ตอนหลังจากตื่นนอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 11:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519804

นักโภชนาการชี้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มกาแฟไม่ใช่ตอนหลังจากตื่นนอน

ช่วงเวลาในการดื่มกาแฟที่ดีที่สุดไม่ใช่ช่วงเช้า แต่เป็นช่วงสายหรือช่วงบ่าย

หลายคนอาจจะนิยมดื่มกาแฟหลังจากที่ตื่นนอน เพื่อปลุกให้ร่างกายที่ง่วงซึมตื่นตัวขึ้น แต่แท้จริงแล้วการดื่มกาแฟในช่วงเช้าหลังจากตื่นนอนไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เหมาะกับการดื่มกาแฟ แต่ควรดื่มในช่วงสายๆ หรือช่วงบ่ายแทน

Laura Cipullo นักโภชนาการ และนักเขียนเจ้าของหนังสือ Women’s Health Body Clock Diet ได้เผยว่า ในช่วงที่เราตื่นนอนขึ้นมา ร่างกายจะผลิตคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด ถ้ายิ่งเพิ่มคาเฟอีนเข้าไปอีก ระดับคอร์ติซอลก็จะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เหนื่อยล้าในภายหลังเมื่อทั้งคาเฟอีนและคอร์ติซอลถูกขับออกจากร่างกายหมดแล้ว

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การดื่มกาแฟ ควรเป็นช่วงที่ระดับคอร์ติซอลในร่างกายลดลงแล้ว อย่างช่วงประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอน ถ้าคุณตื่นนอนในช่วงระหว่างเวลา 6.30 น. – 8.00 น. ก็ควรจะดื่มกาแฟในช่วงประมาณ 9.00 น. – 11.00 น. หรือดื่มกาแฟในช่วงบ่ายแทน เมื่อระดับคอร์ติซอลอยู่ในระดับต่ำที่สุดแล้ว คุณได้รับประโยชน์จากคาเฟอีนอย่างแท้จริง

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มกาแฟหลังบ่ายสาม เนื่องจากร่างกายอาจขับคาเฟอีนออกไม่หมด และทำให้รบกวนการนอนหลับพักผ่อนในช่วงกลางคืนได้ และไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 4 ถ้วยต่อวัน เนื่องจากจะทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป

ที่มา: CNBC

 

กฤตฤทธิ์ บุตรพรม ไอทีจำเป็นและขาดไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 11:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519757

กฤตฤทธิ์ บุตรพรม ไอทีจำเป็นและขาดไม่ได้

เรื่อง วรธารภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

แม้ละครแนวแอ็กชั่นไซไฟผสมดราม่า อย่างเรื่อง นักรบตาปิศาจ ของช่อง 7 สี จะออนแอร์จบไปแล้ว แต่ใครที่เป็นแฟนคลับของ บิ๊กเอ็ม-กฤตฤทธิ์ บุตรพรม พระเอกของเรื่องอดใจรออีกนิดไม่นานละครเรื่อง หงส์เหนือมังกร ที่บิ๊กเอ็มรับบทพระเอกก็จะออนแอร์ให้แฟนละครช่อง 7 ได้ชมกันแถมยังมีอีกเรื่องอยู่ในช่วงของการถ่ายทำ คือ เพชรร้อยรัก

กฤตฤทธิ์ ถ้าใครเป็นแฟนคลับตัวยงจะรู้ดีว่าเขาชอบการถ่ายภาพและแต่งภาพเป็นพิเศษ โดยเขาจะมีกล้องถ่ายรูปหลายตัว เช่น กล้อง DSLR กล้องออสโมที่ใช้ถ่ายหนังถ่ายละครได้ มี GoPro ด้วย เวลาไปถ่ายละครมักจะนำกล้องถ่ายรูปติดตัวไปด้วยเสมอ ถ่ายเองบ้าง บางครั้งให้แฟนคลับที่เป็นตากล้องเก็บภาพให้

“ผมชอบถ่ายภาพมาพักใหญ่แล้ว ก่อนหน้ามาเล่นกล้องชุดใหญ่ ก็เริ่มจากคอมแพกต์พกพาง่ายๆ แต่ถ่ายแล้วไม่สวย ต่อมาพัฒนามาเล่นตัวใหม่เป็นกล้องเลนส์ kit เลนส์ fix จากนั้นมาเทเลโฟโต้ซึ่งถ่ายภาพซูมภาพกีฬาได้คมชัด ถ่ายภาพมาก็เอาเข้าโปรแกรมแต่งภาพ Lightroom ซึ่งมีเครื่องมือแต่งภาพครบครัน”

บิ๊กเอ็ม บอกว่า ชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กและการถ่ายภาพถือเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง จึงซื้อกล้องมาไว้ติดตัว ไม่เคยได้ไปเรียนถ่ายภาพที่ไหน แต่สนใจก็พยายามฝึกฝนและศึกษาการถ่ายภาพมาเรื่อยๆ ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันกล้องก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

“ภาพที่ถ่ายไว้มีเยอะมาก มีเก็บไว้ในไอจีหนึ่งที่ผมตั้งไว้นานแล้ว ชื่อบิ๊กเอ็มแกลเลอรี่ แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เล่นมาเกือบปีแล้ว มีทั้งภาพวิว ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพสิ่งของ ที่ถ่ายในมุมอาร์ตๆ แต่ผมชอบถ่ายภาพวิวมากกว่า ภาพคนก็ชอบถ่าย แต่แอบถ่ายซะมากกว่า (หัวเราะ) เช่น ถ่ายเพื่อนดาราในช่องได้ฟีลดีมาก ตอนนี้เล็งแฟลชที่ใช้ถ่ายพอร์เทรตอยู่ กับโดรนที่ออกมาใหม่ของ DJI Spark ไม่ต้องใช้ระบบบังคับ แต่ใช้การควบคุมทุกอย่างได้ด้วยฝ่ามือ”

นอกจากชอบถ่ายภาพและกล้องถ่ายรูปเป็นพิเศษแล้ว บิ๊กเอ็มยังใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทุกวันในการตกแต่งภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชอบ ที่ขาดไม่ได้คือ โทรศัพท์มือถือ ที่เขามองว่าจำเป็นอย่างมากในชีวิตปัจจุบัน

“ผมมองว่าไอทีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตและมีความจำเป็นมาก เช่น ถ้าออกจากบ้านไปในที่ที่ไม่รู้จัก เช่น ร้านอาหาร เมื่อก่อนอาจเปิดแผนที่หรือถามคน แต่ทุกวันนี้ใช้กูเกิลแมปได้ มีเว็บไซต์ มีเพจแนะนำ มีแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เพิ่มความสะดวกให้กับชีวิต ซึ่งก็เกิดจากอุปกรณ์ไอทีของเราเป็นตัวช่วยและเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหนึ่ง

สำหรับแอพที่ผมใช้มีกูเกิลแมปเพราะเดินทางบ่อย ส่วนโซเชียลมี เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ไลน์ ผมใช้ไลน์และเฟซบุ๊กทุกวัน ส่วนแอพอื่นๆ เช่น แอพธนาคาร บางทีไม่สะดวกไปโอนเงินช่วยได้เยอะ ยูทูบ แอพแต่งภาพ แอพวิ่งออกกำลังกาย ทุกอย่างมองว่าจำเป็นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตในยุคนี้ครับ” บิ๊กเอ็ม ทิ้งท้าย

 

5 คุณประโยชน์ของซิงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 10:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519785

5 คุณประโยชน์ของซิงค์

ประโยชน์ของแร่ธาตุสังกะสี หรือซิงค์ ที่มีต่อร่างกาย

สังกะสี หรือซิงค์ เป็นแร่ธาตุที่โดยทั่วไปแล้วสามารถพบได้ตามอาหารประเภทต่างๆ เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ถั่วลิสง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ควบคุมกระบวนการต่างๆ ในร่างกายให้เป็นไปอย่างปกติ นอกจากนั้นยังมีประโยชน์อีกมากมายที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

1. เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย – เนื่องจากซิงค์เป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างโปรตีนและคอลลาเจน จึงช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต รวมไปถึงสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยเช่นกัน

2. ช่วยร่างกายกระปรี้กระเปร่า – ซิงค์มีส่วนช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง และช่วยให้ร่างกายตื่นตัว

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. รักษาสิว – ซิงค์มีความสามารถในการรักษาสมดุลของไขมันบนผิวหนัง จึงช่วยควบคุมเรื่องการอุดตันของไขมันบนชั้นผิว ที่เป็นตัวการของการเกิดสิว นอกจากนั้นยังบรรเทาอาการอักเสบได้อีกด้วย

4. สมานแผล – แร่ธาตุซิงค์มีส่วนช่วยในการสมานแผล ทั้งแผลภายในและแผลภายนอก ทำให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

5. รักษาโรคบางชนิด – ซิงค์มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคบางชนิดได้ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันการเป็นหมันในเพศชายได้ด้วย

 

4 เรื่องที่ควรรู้ก่อนจัดฟัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 16:23 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519658

4 เรื่องที่ควรรู้ก่อนจัดฟัน

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการจัดฟันเพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพฟัน

การจัดฟันเป็นเหมือนกับการรักษาโรคอีกทางหนึ่ง นั่นก็คือการแก้ไขปัญหาสุขภาพในช่องปาก อย่างเช่น ฟันห่าง ฟันซ้อน ฟันเก ฟันยื่น ซึ่งการจัดฟันจะช่วยจัดระเบียบให้ฟันเรียงตัวสวย แต่ก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน รวมไปถึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจจัดฟัน

1. การดัดฟันควรตามทำคำแนะนำของทันตแพทย์ – เนื่องจากการจัดฟันเป็นการรักษาสุขภาพช่องปากที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงควรทำก็ต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ ไม่ควรจัดแค่เพราะอยากให้ดูเป็นแฟชั่น เนื่องจากไม่ได้จำเป็นและจะทำให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

2. การจัดฟันต้องพบแพทย์ทุกเดือนต่อเนื่องกัน – ระยะเวลาในการจัดฟันขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของแพทย์ของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้วมักไม่ต่ำกว่า 1 – 2 ปี นอกจากนั้นยังต้องไปพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนเครื่องมือทุกเดือน ดังนั้นก่อนจัดควรมั่นใจว่าจะมีเวลาไปตามนัด และเลือกสถานพยาบาลที่เดินทางไปได้อย่างสะดวก

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. หลังจัดฟันต้องดูแลรักษาความสะอาดมากกว่าเดิม – เนื่องจากเศษอาหารสามารถเข้าไปติดตามเครื่องมือในช่องปากได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่จัดฟันจะต้องรักษาความสะอาดให้ดีกว่าเดิม อาจใช้ไหมขัดฟัน และน้ำยาบ้วนปากร่วมด้วย รวมไปถึงอาจจะต้องแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง

4. การจัดฟันไม่ได้ทำให้ผอม – หลายคนอยากจัดฟัน เพราะอยากผอมและหน้าเรียว แต่แท้จริงแล้วไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าหลังจัดฟันจะผอมลง บ้างอาจหน้าเรียวขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากรูปฟันที่เปลี่ยนไป แต่อย่างไรก็ตามการจัดฟันก็ยังไม่ใช่การลดความอ้วนอยู่ดี

 

10 อันดับปลาญี่ปุ่นที่คนนิยมทานมากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 15:43 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519650

10 อันดับปลาญี่ปุ่นที่คนนิยมทานมากที่สุด

การจัดอันดับความนิยมในการบริโภคปลาของกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็เจอแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นเต็มไปหมด จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารญี่ปุ่นนั้นก็เป็นที่นิยมมากในประเทศไทยเช่นเดียวกัน ชาวญี่ปุ่นเขาเลยได้ลองทำแบบสำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวญี่ปุ่นทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 20 – 60 ปี จำนวน 1,000 คน เพื่อจัดอันดับปลาที่คนนิยมทานกันมากที่สุด

10. ปลาไข่ (Shishamo) – ปลาไข่ชิชาโมะนิยมนำไปย่างเกลือ แล้วทานคู่กับมะนาว มักพบเมนูนี้ได้บ่อยครั้งในร้านอิซากายะ หรือร้านเหล้าตามแบบฉบับของญี่ปุ่น

9. ปลาหางเหลือง (Buri) – มักพบได้บ่อยในร้านซูชิหรือซาซิมิ และยังเป็นเมนูฤดูหนาวแสนอร่อย เมื่อนำไปตุ๋นกับซอสถั่วเหลือง และน้ำตาล พร้อมทานคู่กับเครื่องเคียง เช่น หัวไชเท้า หัวผักกาดญี่ปุ่น

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

8. ปลากระพงญี่ปุ่น (Tai) – ปลากระพงแสดงดึงความโชคดีและการเฉลิมฉลอง จึงมักจัดเสิร์ฟในงานแต่งงานหรืองานเทศกาลต่างๆ แต่ถึงแม้จะไม่มีโอกาสพิเศษอะไร ผู้คนก็ยังชอบทานปลาชนิดนี้ โดยมักนำไปทำเป็นซาซิมิหรือนำไปย่าง

7. ปลาโอ (Katsuo) – ปลาคัตสึโอะ หรือปลาโอ เป็นปลาแห้งที่เราใช้โรยหน้าทาโกยากิและโอโคโนมิยากิ นอกจากนั้นยังมีจานเด็ดที่เรียกว่า Katsuo tataki ที่เป็นปลาโอย่างลนไฟ โดยทิ้งให้เนื้อปลาตรงกลางยังดิบอีกด้วย

6. ปลาไหลญี่ปุ่น (Unagi) – อีกหนึ่งปลายอดฮิตที่ถูกนำมาประกอบอาหารทั้งประเภทข้าวและซูชิ ข้าวหน้าปลาไหลเป็นเมนูที่ดีเยี่ยมสำหรับช่วงที่อากาศค่อยๆ เย็นลง

5. ปลาซาบะ (Saba) – ซาบะเป็นปลาทะเลชนิดหนึ่งในกลุ่มปลาแมกเคอเรล เช่นเดียวกันกับปลาทู มักทานเป็น Battera หรือซูชิหน้าปลาซาบะ ที่เนื้อปลาจะถูกหมักในน้ำส้มสายชู ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นและสาหร่ายทะเล

4. ปลาอาจิ (Aji) – ปลาวงศ์เดียวกับปลาทูอย่างปลาอาจิ นิยมนำมาทำโอชิซูชิ หรือซูชิชนิดกดแบบในภาพ ที่จะนำข้าวหมักน้ำส้มสายชูและเนื้อปลาใส่ลงกล่องไม้ หรือบางครั้งก็นำปลาอาจิมาทอดไฟสูงทานได้เช่นกัน

3. ปลาซัมมะ (Sanma) – ปลาที่พบมากในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มีรสหวานแบบธรรมชาติ มักนำไปย่าง หรือทานคู่กับซูชิ

2. ปลามากูโร่ (Maguro) – มากูโร่เป็นปลาในกลุ่มเดียวกับปลาทูน่า บ้างก็เรียกว่าปลา Blue-fin Tuna เป็นปลาที่ผู้ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นหลายคนนึกถึงเป็นอับดับต้นๆ มักพบในเมนูยอดฮิตอย่างข้าวหน้าปลามากูโร่ หรือนำไปทำซูชิ

1. ปลาแซลมอน (Sake) – แล้วก็เป็นไปตามคาด แซลมอนเป็นปลาที่ผู้คนนิยมบริโภคมากที่สุด ด้วยรสชาติที่หวานละมุนตามธรรมชาติ และนำไปประกอบอาหารทั้งแบบดิบและปรุงสุก หาทานได้ง่าย และนิยมนำไปทำเบนโตะ

ที่มา: rocketnews24

 

7 เคล็ดลับเพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 14:20 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519637

7 เคล็ดลับเพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น

รวมเคล็ดลับเพื่อให้นอนหลับง่ายและมีคุณภาพมากขึ้น

โรคนอนไม่หลับสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย อาจเกิดจากหลายๆ ปัยจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม ความเครียด หรือระดับฮอร์โมนในร่างกาย การรู้เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ รวมไปถึงการเข้าใจลักษณะการนอนของตัวเอง จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง และส่งผลให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

1. นอนหลับให้เพียงพอ

แทบทุกงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในวันรุ่งขึ้น โดยสำหรับวัยทำงานควรนอนไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมงครึ่ง เพื่อสุขภาพที่ดี

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

2. เลือกชุดนอนที่ไม่หนาเกินไป

ชุดนอนที่ไม่หนาเกินไปจะช่วยให้ร่างกายของคุณเย็น ซึ่งทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นและนอนหลับสนิท นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยหนึ่งที่พบว่า คู่รักที่นอนหลับด้วยกันแบบไม่ใส่เสื้อผ้านอน มีโอกาสที่จะเพิ่มความสุขในความสัมพันธ์ของพวกเขา

3. ดูโทรทัศน์

หลายคนสามารถหลับไประหว่างดูโทรทัศน์ได้ นั่นแสดงว่าโทรทัศน์มีส่วนช่วยให้บางคนสามารถหลับได้ง่ายขึ้น โดยอาจจะตั้งเวลาปิดทิ้งไว้ เพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนช่วงเวลาที่คุณหลับไปแล้ว

4. ทุกคนมีพฤติกรรมการนอนหลับเฉพาะตัว

หลายคนไม่สามารถนอนหลับได้เว้นแต่จะได้ฟังเพลงบางเพลง หรือผู้ใหญ่บางคนมักจะนอนกับตุ๊กตาหมี ดังนั้นอย่าเพลงใจที่ตัวเองมีพฤติกรรมการนอนแบบแปลกๆ หากอะไรช่วยให้หลับง่ายก็จงทำไปเถอะ

5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจจะทำให้คุณสนุกในชั่วขณะ แต่ไม่ได้ทำให้ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เนื่องจากจะไปรบกวนการทำงานในร่างกาย และทำให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น

6. ระบายความเครียดผ่านตัวหนังสือ

การมีเรื่องเครียดก่อนนอนเป็นอีกตัวการที่ทำให้เรานอนไม่หลับ การเขียนหรือพิมพ์ระบายสิ่งที่ยังค้างคาใจออกมา จะช่วยให้สบายใจขึ้น

7. ไม่นอนคว่ำ

การนอนคว่ำ หรือนอนในลักษณะที่ทับช่วงท้องของตัวเอง เป็นท่านอนที่ไม่เหมาะสม เพราะจะทำร้ายกระดูกสันหลังและคอ ให้นอนหงายปกติ และอาจใช้หมอนรองช่วงเข่า จะเป็นท่านอนที่เหมาะสมที่สุด

ที่มา: Reader’s Digest

 

ตำแหน่ง”ทายาท”ไม่ใช่เรื่องง่าย กุลสรา โสณกุล ณ อยุธยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 12:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519615

ตำแหน่ง"ทายาท"ไม่ใช่เรื่องง่าย กุลสรา โสณกุล ณ อยุธยา

ประสบการณ์ 15 ปีของทายาทธุรกิจสระว่ายน้ำ อาจกล่าวได้ว่าวันนี้ กุลสรา โสณกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท พูลแอนด์สปา โปรดักส์ กลายเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการไปแล้ว

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ในฐานะลูกสาวคนเดียว เธอเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในธุรกิจของครอบครัว หลังจบการศึกษาปริญญาโท โดยเริ่มจากตำแหน่ง “พนักงานขาย” เพื่อเรียนรู้งานตั้งแต่ส่วนประกอบ ไปจนถึงกระบวนการทุกอย่างก่อนจะเป็นสระว่ายน้ำ เธอเล่าว่า ถึงขนาดต้องเข้าไปขลุกอยู่ในห้องเก็บของเพื่อศึกษาผลิตภัณฑ์กว่าพันชิ้นด้วยตัวเอง

“ตั้งแต่เด็กคุณพ่อจะพาทำงานด้วย จำได้ว่าคุณพ่อจะให้นั่งตักแล้วคุยงานไปด้วย หรือไม่ก็พาไปเล่นที่โชว์รูมสระว่ายน้ำ พอโตขึ้นมาหน่อยคุณพ่อก็ให้เราไปยืนแจกโบรชัวร์บริษัท ขายเป็นไม่เป็นยังไม่รู้ แต่คุณพ่อให้เราทำไปก่อน สิ่งเหล่านี้ทำให้เราคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมของการทำงาน พอมารู้ตัวอีกทีทั้งหมดอาจจะเป็นวิธีการของคุณพ่อที่ทำให้เราอยากกลับมาทำธุรกิจนี้ต่อไปโดยปริยาย”

กุลสรากล่าวด้วยว่า การเกิดมาเป็นทายาทเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่ไม่ต้องทำงาน แต่ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น เพราะมีความรับผิดชอบมากกว่า ที่ต้องบริหารจัดการ

หลังจากเป็นพนักงานขายประมาณ 3 ปี เธอเริ่มเปลี่ยนมาจับงานด้านการตลาด หลังบริษัทได้เปลี่ยนนโยบายการตลาดใหม่ จากเดิมขายสระว่ายน้ำโดยตรงแก่ลูกค้า เปลี่ยนเป็นการขายส่งเพื่อเพิ่มตลาดใหม่ ตามความต้องการสระว่ายน้ำที่เพิ่มมากขึ้น โดยได้ขายส่งให้บริษัทสระว่ายน้ำตามหัวเมืองใหญ่ๆ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย พัทยา ซึ่งในขณะนั้นแม้ว่าบริษัทจะมีความเชี่ยวชาญด้านสระว่ายน้ำมานานกว่า 30 ปี แต่ก็ยังต้องขยายมาร์เก็ตแชร์เพื่อครอบคลุมตลาดให้มากที่สุด

“การขยายมาร์เก็ตแชร์ครั้งนั้นไม่ง่ายเลย” เธอเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว “เรากลายเป็นคนดูแลการขายส่งทั้งหมดคนเดียว โดยลงพื้นที่ไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ เพื่อหาข้อมูลและหาความต้องการของตลาดทั้งหมดว่า จังหวัดนี้ขายของกันยังไง คนจังหวัดนี้ชอบอะไร ไม่ใช่ว่าเรามีสินค้าอะไรแล้วจะไปขายเขาอย่างเดียวแบบนั้นมันไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดใช้เวลารวบรวมข้อมูลและหาสินค้าที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ประมาณครึ่งปี จนกระทั่งสามารถเซตอัพระบบขายส่งได้”

ผลปรากฏว่า ตลาดขายส่งเป็นไปด้วยดี โดยบริษัทมีสินค้าระดับบน กลาง ล่าง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มทั่วประเทศ และหลังจากระบบขายส่งเริ่มอยู่ตัว ทายาทสาวก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูการตลาดทั้งหมดของบริษัทรวมถึงงานด้านบริหารที่ต้องปรับองค์กรให้ทำงานรวดเร็วและแม่นยำ เนื่องจากในช่วงเวลา 10 ปีให้หลัง ตลาดสระว่ายน้ำเติบโตเร็วมาก ตามรสนิยมของผู้อยู่อาศัยและความนิยมของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม คอนโดมิเนียม และบ้านจัดสรรที่ต้องมีสระว่ายน้ำไว้เป็นจุดขาย

กลุ่มลูกค้าของพูลแอนด์สปา แบ่งเป็นกลุ่มโรงแรมร้อยละ 15 คอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรร้อยละ 15 สระบ้านส่วนตัวร้อยละ 15 และโรงเรียนร้อยละ 5 รวมถึงกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ เช่น ระบบกรอง ระบบไฟ ระบบฆ่าเชื้อ และสารเคมีภัณฑ์สำหรับสระว่ายน้ำอีกร้อยละ 50 โดยอุปกรณ์ที่มียอดขายเติบโตสูงสุดในปีที่ผ่านมาคือ โรบอต พูล คลีนเนอร์ เครื่องทำความสะอาดสระอัตโนมัติทำหน้าที่เสมือนเครื่องดูดฝุ่นที่นำเข้าจากอิสราเอล

หลังจากนั้น ตลาดสระว่ายน้ำในประเทศไทยเริ่มแข่งขันกันจริงจังเมื่อ 4-5 ปีมานี้ ทั้งแข่งกันเรื่องราคาและลูกเล่นของสระจนอาจลืมไปว่า สิ่งสำคัญที่สุดของสระว่ายน้ำคือ “โครงสร้าง”

ผู้บริหารหญิงกล่าวต่อว่า การสร้างสระว่ายน้ำยากยิ่งกว่าสร้างบ้าน เพราะบ้านต้องสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงเพื่ออยู่อาศัย รับน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์ หรืออย่างมากคือลานจอดรถ แต่สระว่ายน้ำมีน้ำหนักที่ต้องรองรับอยู่ตลอดเวลา หนักกว่าบ้าน หนักกว่าอาคาร ฉะนั้นโครงสร้างของสระว่ายน้ำจึงต้องดีกว่าบ้าน

“เมื่อสิบกว่าปีก่อน คนซื้อไม่ทราบตรงนี้ เน้นแต่ว่าอยากได้ของเร็ว รับประกันยาวๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เกิดเป็นปัญหาสระพัง ซึ่งคนซื้อไม่ผิดเพราะเขาต้องการซื้อความสุข แต่คนขายต่างหากที่มีหน้าที่ให้ข้อมูลว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับสระว่ายน้ำ เพราะสระจะอยู่คู่บ้านคุณไปอีกนาน และด้วยราคาเกือบหนึ่งล้านบาท ผู้ที่ซื้อไปควรได้รับความคุ้มค่าที่สุดและใช้เป็นพื้นที่แห่งความสุขในครอบครัวได้นานที่สุด”

ปีนี้เธอได้รุกตลาดระดับกลาง ด้วยการออกแบบและผลิตสระว่ายน้ำขนาดเล็ก หรือสวิมสปา สระว่ายน้ำสำเร็จรูปขนาดพร้อมระบบว่ายทวนกระแสน้ำ และระบบนวดจากุซซี เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้คนที่ต้องการสระว่ายน้ำในพื้นที่จำกัด เคลื่อนย้ายง่าย ติดตั้งสะดวก และมีอายุการใช้งานเป็นสิบปี ในราคาไม่เกิน 6 แสนบาท รวมถึงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอได้นำเข้าและจำหน่ายตู้อบเซาน่าและสตีม แบรนด์ฮาร์เวียจากฟินแลนด์

แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทในปีที่ผ่านมาโตขึ้นกว่าร้อยละ 15 และมีสินค้าและการบริการด้านสระว่ายน้ำที่ครบวงจรที่สุดในประเทศ

นอกจากนี้ ด้านการส่งออกอุปกรณ์สระว่ายน้ำที่บริษัทผลิตเองในประเทศไทย เธอยังมุ่งเป้าไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา และเมียนมา เพื่อตอบโจทย์การเติบโตด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนับเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดในองค์กรที่อยู่มานาน 45 ปีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ภายใต้บริบทสังคมไทย จำเป็นต้องมีวาทศิลป์ในการทำงาน และต้องเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

“เมื่อระบบออนไลน์เริ่มเข้ามา ทำให้เราต้องทำงานแข่งกับเวลาและต้องทำตามความต้องการของลูกค้าให้เร็วที่สุด จะทำงานเอกสารที่ใช้เวลามากๆ เหมือนในอดีตไม่ได้แล้ว ทำให้เราต้องพยายามเปลี่ยนคนให้เป็นไปตามระบบ ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรเก่าแก่ผู้มีประสบการณ์ที่สำคัญมากของบริษัทไว้ และเทรนพนักงานรุ่นใหม่ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อกาลเวลาเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน การทำงานก็ย่อมเปลี่ยน ซึ่งหากเราหยุดอยู่กับที่ก็เท่ากับเราตามหลังคนอื่นอยู่” เธอกล่าวเพิ่มเติม

“สิ่งที่ท้าทายที่สุดในตอนนี้คือ การทำงานให้ดี รักษาคุณภาพและบริการไว้ให้ดีไปตลอด แม้ว่าวันนี้พูลแอนด์สปาจะเป็นบริษัทที่ครบวงจรที่สุดแล้ว เป็นเจ้าตลาดด้านการขายส่งอุปกรณ์

สระว่ายน้ำในประเทศไทยแล้ว แต่เราก็ยังสามารถทำให้ดีขึ้นไปอีก หาหนทางที่จะพัฒนาตลอดเวลา และต้องมองไปอีกห้าปี

สิบปีข้างหน้าว่าพูลแอนด์สปาจะอยู่ตรงไหน ซึ่งเราไม่สามารถหยุดนิ่งได้เมื่อความต้องการของคนยังไม่หยุดนิ่ง”

กุลสราจับงานบริหารมาตั้งแต่อายุ 24 ปี จนกระทั่งวันนี้ 15 ปีผ่านไป เธอได้สร้างความยอมรับและพิสูจน์ตัวเองให้บริษัทและบิดาเห็นแล้วว่า เธอเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จและเป็นทายาทสืบทอดธุรกิจได้อย่างมั่นคง

 

สวนหยาดเหงื่อพระราชา จากใจเราถึงพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 11:28 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519551

สวนหยาดเหงื่อพระราชา จากใจเราถึงพ่อ

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี

ในสวนหยาดเหงื่อพระราชา ดอกดาวเรืองถูกวางเรียงรายเป็นเลข ๙ อย่างสวยงาม แต่ยังเหลือพื้นที่ว่างอีกมากที่รอให้เราทุกคนมาเติมเต็มด้วยการนำต้นดาวเรืองมาวางเรียงราย ให้เราระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ด้วยตัวเอง

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความดี

ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ หนึ่งในตัวแทนทีมผู้จัดงาน เล่าที่มาที่ไปของโครงการหยาดเหงื่อพระราชา และที่มาของ สวนนี้ว่า โครงการสวนหยาดเหงื่อพระราชา ใช้เวลาแค่ 2 สัปดาห์ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เริ่มต้นเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ดร.สาธิต วิทยากร ซึ่งท่านเป็นผู้บริหารมูลนิธิพงษ์ศักดิ์ วิทยากร บอกว่าท่านมีพื้นที่ตรงถนนรัชดาซอย 8 ก็มีความคิดว่าอยากจะทำความดีบางสิ่งบางอย่างถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ปรึกษากับผู้ใหญ่อีกท่าน จนได้ออกมาเป็นโครงการหยาดเหงื่อพระราชา

แนวความคิดมาจากการได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปิดทองหลังพระมานานมาก แรกๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า ปิดทองหลังพระแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร จนกระทั่งวันหนึ่งวันที่พระองค์ท่านจากเราไป เราถึงได้รู้ซึ้งถึงการปิดทองหลังพระว่าที่ท่านทำมาตลอดนั้นคืออะไร

ทองที่อยู่หลังพระมากมายมหาศาลที่ในหลวงท่านปิดทองเอาไว้ วันนี้ได้ไหลออกมาสู่ด้านหน้าองค์พระ แผ่ไพศาลความดีงามให้เราทุกคนได้เห็น ให้คนทั้งโลกให้เห็นความดีงามของพระองค์ท่าน ได้ซาบซึ้งว่าการปิดทองหลังพระนั้นเกิดประโยชน์อย่างไร

ทั้งชีวิตของท่าน ท่านปิดทองหลังพระมาตลอด เต็มไปด้วยความทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เราเห็นถึงหยาดเหงื่อของพระองค์ท่านมากมายมหาศาลที่หยดลงสู่แผ่นดินไทยแห่งนี้ จึงกลายเป็นคำว่า “หยาดเหงื่อพระราชา” เพื่อสะท้อนความดีงามที่พระองค์ท่านทำเพื่อพวกเรา

ที่สำคัญโครงการนี้ ใช้เวลาในการดำเนินการสั้นมาก ไม่ถึงเดือน ก่อนพิธีเปิดงานเลยด้วยซ้ำ แค่มีผู้ใหญ่เริ่มให้แนวความคิด ก็มีอาสาสมัครมากมายที่เข้ามาร่วมช่วยให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วง เพราะเราทุกคนล้วนมีแนวคิดแบบเดียวกัน ไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย งานเริ่มต้นเร็วมาก ทุกคนที่เข้ามาทำงานในโครงการนี้ รับไม้และส่งต่อทันทีโดยไม่ต้องมีรายละเอียดอะไรกันมากมาย ไม่มีความวุ่นวาย

บางคนไม่เคยรู้จักและทำโครงการนี้มาจนเริ่มก็ไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ แต่เราก็ทำงานด้วยกันได้ดีรวดเร็วตรงกับสิ่งที่ทุกคนคิด ทุกอย่างเป็นไปโดยธรรมชาติแห่งความดีงามที่ส่งต่อถึงกัน ซึ่งเราจะรู้กันว่าเราควรจะทำอะไรในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้”

70 ปีกับ 4,685 โครงการ

ไม่มีอะไรจะอธิบายถึงคำว่า “หยาดเหงื่อพระราชา” ให้เป็นรูปธรรมได้ดีกว่า 4,685 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้ทรงมอบไว้ให้กับพวกเรา สะท้อนให้เห็นถึงการทรงงานอย่างหนัก เพื่อหวังให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นในทุกๆ ด้านไม่เคยมีวันหยุดพัก หยาดเหงื่อทุกหยดของพระองค์ท่านที่ไหลลงสู่พื้นแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้ว มานานกว่า 70 ปีนี้ จึงเป็นดั่งน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้ามาได้จนถึงปัจจุบัน แต่ยากนักที่จะใส่โครงการทั้งหมดไว้ในที่แห่งเดียว

สวนแห่งความจงรักภักดี จึงได้สอดแทรกศาสตร์พระราชา ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานรู้สึกถึงความรัก ความอบอุ่น ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรไว้ด้วย โดยย้อนรำลึกให้เห็นว่า พระองค์ทรงอยู่รอบตัวเรามาโดยตลอด อยู่ในดิน ในน้ำ ในนา ในข้าว และในใจคนไทยทุกคน เพียงเดินเข้ามาในบริเวณงาน ก็จะสามารถสัมผัสถึงความรักของพระองค์ได้จากทุกมุมของสวนแห่งความภักดีนี้

การจัดงานจะถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ โดยโซนแรกที่สะท้อนถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อชาวนาไทย ก็คือการจัดสวนด้วยนาข้าว…ขณะออกรวงสีเหลืองทอง เพื่อระลึกถึงพระบิดาแห่งข้าวไทย ผู้เปลี่ยนวังให้กลายเป็นแปลงนาสาธิต โรงเลี้ยงโคนม และโรงสีข้าว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งว่างเว้นไปหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในช่วงปี 2479-2502 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ชาวนา

จากบันทึกของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เล่าถึงในหลวงกับข้าวไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีวิถีชีวิตของพระองค์ที่เรียบง่ายที่สุด “ผมเคยถามพระองค์ว่าทรงโปรดเสวยอะไร พระองค์ท่านบอกคำเดียวว่า ข้าว”

ต่อเนื่องจากการปลูกข้าว ก็คือการปลูกไร่ปอเทือง (เกษตรทฤษฎีใหม่ เรื่องการปรับปรุงดิน) จากแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทรงแนะนำให้แก่เกษตรกรทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยพืชสดใช้เอง เพื่อนำมาใช้แก้ความเป็นกรดให้แก่ดินของเกษตรกร ทดแทนการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่มีราคาแพงได้

ทรงแสดงพระอัจฉริยภาพในการแนะนำด้านการเกษตร ด้วยการแนะนำให้ปลูกปอเทือง ที่มีแร่ธาตุสารอาหารที่เหมาะแก่การบำรุงดิน หว่านปอเทือง 1 ครั้ง เท่ากับการปรับปรุงโครงสร้างดินได้ถึง 15 ปี เลยทีเดียว และที่สำคัญปอเทือง ออกดอกสีเหลืองสวยงามเต็มท้องทุ่ง สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้และภายในโครงการ “หยาดเหงื่อพระราชา” เราจะได้เห็นไร่ปอเทืองขนาดใหญ่ที่สุดใจกลางเมือง

ตามด้วยพื้นที่จัดแสดง “สวนศาสตร์พระราชา” ซึ่งเราจะได้จำลองผลงานจริงให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ในเรื่องราวที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างการจัดสวนด้วยต้นข้าวที่กำลังออกรวง เรื่องราวของบ่อปลานิลแห่งแรกของประเทศไทยก่อนจะมาเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของคนไทย

การจำลองฝายแม้ว และหญ้าแฝก โครงการตามแนวพระราชดำริ เกี่ยวกับวิศวกรรมแบบพื้นบ้าน ฝายแม้วเป็นฝายชะลอน้ำกึ่งถาวรประเภทหนึ่ง โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น กิ่งไม้ ก้อนหิน เพื่อกั้นชะลอน้ำในลำธาร เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้เกิดความชุ่มชื้นมากพอที่ จะพัฒนาการเป็นป่าสมบูรณ์ขึ้นได้ จนเป็นตัวอย่างให้กับ โครงการอื่นๆ ในเวลาต่อมา

ที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือพื้นที่จัดแสดง สมบัติพระราชาทั้ง 12 ชิ้น ซึ่งก็คือสมบัติที่พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสต่างๆ เพื่อสอนให้ประชาชนของพระองค์ใช้ชีวิตด้วยความพอเพียง ประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้คนไทยรู้จักที่จะดำเนินชีวิตในสังคม ด้วยความสามารถที่จะอุ้มชูตัวเองได้ โดยที่ตัวเองและคนอื่นนั้นไม่เดือดร้อน

อีกทั้งต้องดูแลตัวเองและครอบครัวให้มีความพอมี พอกิน พอใช้ ไม่หวังที่จะร่ำรวยแต่เพียงอย่างเดียว หากทำได้จะเกิดความสุขถ้วนทั่วกัน นั่นก็เพราะพระองค์เองก็ทรงเป็นต้นแบบของความเรียบง่าย ความประหยัด และความพอเพียงมาโดยตลอด ดังที่เราชาวไทยเคยได้ยิน ได้ฟัง เรื่องราวของท่านมาหลายครั้งหลายครา

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

หนึ่งดอกแทนหนึ่งใจ

รัณนภันต์ ยิ่งยืนพูนชัย หรือ แพท ศิลปินวงเคลียร์ เล่าถึงไฮไลต์ของสวนหยาดเหงื่อพระราชาว่า ส่วนตัวแล้วทำงานให้กับมูลนิธิพงษ์ศักดิ์ วิทยากร มานานแล้ว และแพทเองก็ทำงานเป็นสถาปนิกด้วย ก็มีส่วนช่วยในการออกแบบสวนแห่งนี้ แต่งานหลักๆ ก็คือ ประสานงานในส่วนต่างๆ ให้งานออกมาในทิศทางเดียวกัน ซึ่งแพทคิดว่างานนี้เป็นงานหนึ่งที่ทำเพื่อถวายพระองค์ท่าน ด้วยการช่วยกันจัดสวนประดับด้วยต้นดาวเรืองเต็มพื้นที่เป็นเลขเก้าไทย

“ถ้าเดินเข้ามาในงานก็จะเห็นว่าในสวนเลขเก้านั้นยังเหลือพื้นที่อีกมากที่รอให้ทุกคนนำดอกดาวเรืองเข้ามาร่วมกันปลูกและถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกร่วมกัน ซึ่งเราพยายามที่จะปลูกดอกดาวเรืองให้บานพร้อมๆ กันในช่วงสัปดาห์แห่งงานพระราชพิธี ให้เป็นดอกไม้แทนใจของพวกเราทุกคน”

ธเนศ เสริมว่า การมาที่สวนนี้ อยากให้ทุกคนเข้ามาเดินดูไปเรื่อยๆ ชวนลูกๆ หลานๆ มาเดินเล่นได้ สำหรับเด็กๆ เราอาจจะยังไม่ต้องใส่ข้อมูลอะไรให้พวกเขามากนัก ให้เขาได้วิ่งเล่นได้เดินดูรอให้เขาเกิดคำถามในใจขึ้นมาเองว่าสิ่งที่เห็นในสวนนี้คืออะไร แล้วเราค่อยเล่าไปว่า คืออะไรแล้วใครเป็นคนคิดคนทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา

“ไม่ใช่อยู่ๆ แล้วเดินเข้าไปแล้วก็รีบๆ ปลูกต้นดาวเรืองแล้วถ่ายรูปแล้วก็กลับ นั่นก็ดีอยู่ก็ได้ประโยชน์ แต่ผมคิดว่าจะได้ประโยชน์ ถ้าเกิดเราค่อยๆ ได้มองช่วงเวลาที่ผ่านมา ในสิ่งที่พระองค์ได้เคยทำให้พวกเรามาทั้งหมดอันนี้ก็เป็นแนวคิดและในระหว่างที่เดินทางจากนั้นยังมีปริศนาธรรมอยู่ในการจัดวางอีกมากมายค่อยๆ ดูไปจะเห็นอะไรหลายๆ อย่างอยู่ในนั้น

ในตอนนี้ความเป็นจริงอย่างอื่นก็คือพ่อได้จากพวกเราไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงด้านหนึ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา ไม่ได้ยินด้วยหู คือความจริงที่สำคัญว่าเมื่อไหร่ที่เราลงมือกระทำสิ่งที่ดีงามตามพระองค์ท่าน เมื่อนั้นเราจะกำลัง อยู่ข้างๆ ท่าน เพราะพระองค์ท่านคือสิ่งดีงามทั้งหมดทั้งปวง เมื่อไหร่ที่เรานึกถึงพระองค์ท่าน เมื่อไหร่ที่เราลงมือทำสิ่งที่ดี ท่านจะยังอยู่กับเราตลอดไป เกิดเป็นความสุขเล็กๆ ข้างในจิตใจของเราเอง”