บิ๊กซัมซุงส่งซิก ธุรกิจปีนี้โตช้าปัจจัยเสี่ยงสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2560 เวลา 07:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473525

บิ๊กซัมซุงส่งซิก ธุรกิจปีนี้โตช้าปัจจัยเสี่ยงสูง

ซัมซุงส่งสัญญาณตลาดหลักปีนี้โตช้า เหตุความเสี่ยงการค้า-ค่าเงินผันผวนกดดัน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่จากเกาหลีใต้ ส่งสัญญาณเตือนว่าการเติบโตในกลุ่มตลาดหลักๆ ของบริษัทอาจชะลอตัวลงในปีนี้ อันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดการกีดกันทางการค้าโลก และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

นายควอนโอยุน รองประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของซัมซุง ยังเรียกร้องให้พนักงานทุกคนเรียนรู้จากข้อผิดพลาดราคาแพงของบริษัท หลังจากต้องพบเจอกับปัญหาที่เกิดจากโทรศัพท์ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 ตลอดปีที่ผ่านมา

นายควอน กล่าวว่า จะไม่มีการประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้นแม้ว่าจะเป็นปัญหาที่เล็กที่สุด เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ และขอให้ช่วยกันกอบกู้ความภาคภูมิใจของบริษัทกลับมาด้วยการช่วยกันพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าและการตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ ความไม่เสถียรของโทรศัพท์ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 ส่งผลให้มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกและยกเลิกการจำหน่ายไปในที่สุด ความล้มเหลวดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกต้องสูญเงินกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 แสนล้านบาท) และทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปี 2559 ลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนจากสำนักงานอัยการเกาหลีใต้ เนื่องจากการควบรวมกับบริษัทลูกในปี 2558 อาจได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล

นายควอน กล่าวทิ้งท้ายว่า ในขณะที่ซัมซุงต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้ คู่แข่งหลายบริษัทได้หันไปให้ความสนใจและเริ่มลงทุนในเทคโนโลยีเพื่ออนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และ การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) และเรียกร้องให้พนักงานทุกคนช่วยกันแผ่ขยายความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของบริษัทผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ

ด้านรอยเตอร์สรายงานอ้างหนังสือพิมพ์ จุงอัง อิลโบ ของเกาหลีใต้ ว่า ซัมซุงเตรียมเปิดเผยผลการสอบสวนถึงสาเหตุที่ทำให้โทรศัพท์ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 เกิดการระเบิดภายในเดือน ม.ค.นี้

ก่อนหน้านี้ ซัมซุงได้เปิดเผยเมื่อเดือน ต.ค. 2559 ว่า บริษัทจะตรวจสอบโทรศัพท์ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 ในทุกรายละเอียด และเผยว่าอาจมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องจนเป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาดในครั้งนี้ ขณะที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์เรียกร้องให้ซัมซุงชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิด เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสองอีก

ภาพ…เอเอฟพี

 

หวั่นโครงการอินเทอร์เน็ตประชารัฐอืด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2560 เวลา 10:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473393

หวั่นโครงการอินเทอร์เน็ตประชารัฐอืด

“ทีโอที” หวั่นโครงการเน็ตประชารัฐเสร็จไม่ทันปี 2560 อ้างขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างใช้ระยะเวลา

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กิจกรรมที่ 1 การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งเพิ่งจัดพิธีเปิดโครงการและลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ไปเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2559 จะแล้วเสร็จไม่ทันตามที่รัฐบาลและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตั้งเป้าให้ครอบคลุม 2.47 หมื่นหมู่บ้าน ในเวลา 1 ปี

ทั้งนี้ แม้ว่านายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ในพิธีเปิดโครงการและลงนามข้อตกลงคุณธรรมว่า ทีโอทีต้องทำให้เสร็จภายในสิ้นปี 2560 คาดว่าครึ่งปีแรกจะติดตั้งได้ 4,000 หมู่บ้าน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การกำหนดกรอบเวลาโครงการจะนานถึง 1 ปี แต่ระยะเวลาดำเนินการติดตั้งจริงถือว่าสั้นมาก เพราะโครงการนี้ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม แต่จะใช้ของใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็ต้องเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และไม่ว่าจะใช้การจัดซื้อแบบไหนก็ตาม ก็ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น

“อย่างอี-ออกชั่น (e-Auction) ใช้เวลา 4-5 เดือนกว่าจะได้ของ เพราะตอนนี้ระหว่างทีโอทีกับกระทรวงดีอีก็ไม่ได้สะเด็ดน้ำถึงขนาดว่ากระทรวงมีหนังสือออกมาว่าให้ทีโอทีทำนะ เพราะยังคุยยังปรับกันอยู่ ด้านทีโอทียังเริ่มกระบวนการจัดหาเต็ม 100% ไม่ได้ ซึ่งกว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะเริ่มและได้รับอุปกรณ์ต่างๆ น่าจะเหลือเวลาแค่ 6 เดือน ซึ่งเวลาที่เหลือกับ 2.47 หมื่นหมู่บ้านถือว่าเยอะ” แหล่งข่าวเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ทีโอทีเป็นห่วงคือโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ทุกฝ่ายต่างจับตามอง และการที่ทีโอทีเป็นผู้ดำเนินการแทนกระทรวง หากมีการทุจริต ไม่โปร่งใส หรือมีข้อกล่าวหาใดๆ ทีโอทีก็จะกลายเป็นแพะ แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว ทางทีโอทีได้ขอนำโครงการนี้เข้ากับโครงการสัญญาคุณธรรมขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งจะมีการส่งบุคคลที่สามเข้ามาช่วยตรวจสอบความโปร่งใสในระหว่งการจัดซื้อจัดจ้าง โดยจะทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้สังเกตการณ์ ทั้งนี้ภายในองค์กรเองก็ได้เน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องขาวสะอาด

 

คนไทยนิยมส่งคลิปสั้นอวยพรปีใหม่ทำยอดใช้ดาต้าพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2560 เวลา 17:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473364

คนไทยนิยมส่งคลิปสั้นอวยพรปีใหม่ทำยอดใช้ดาต้าพุ่ง

กสทช.เผยคนไทยนิยมส่งคำอวยพรในรูปบบคลิปวิดีโอสั้นทำให้ยอดการใช้ดาต้าทั้งระบบ3จีและ4จีเพิ่มขึ้นหลายเท่า

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงาน กสทช. พบว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2559 มียอดใช้บริการดาต้าจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัวเมื่อเทียบการใช้งานในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน

ขณะที่ยอดใช้บริการดาต้า 4G เพิ่มขึ้น 4-6 เท่าตัวเมื่อเทียบการใช้งานในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน

“ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ประชาชนนิยมส่งคำอวยพรในรูปแบบคลิปวีดิโอสั้นทำให้ปริมาณการใช้ดาต้าเพิ่มสูงขึ้นมาก”นายฐากรกล่าว

 

คนไทยอวยพรปีใหม่ผ่านมือถือพุ่ง “ไลน์-เฟซบุ๊ก” ครองแชมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2560 เวลา 15:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473353

คนไทยอวยพรปีใหม่ผ่านมือถือพุ่ง "ไลน์-เฟซบุ๊ก" ครองแชมป์

คนไทยส่งคำอวยพรปีใหม่ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์พุ่ง ดันยอดใช้งานดาต้าในเครือข่ายมือถือกระฉูด เผยไลน์-เฟซบุ๊กยังเป็นแอพฯยอดฮิต

นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) กล่าวว่า พฤติกรรมการใช้งานดาต้าเพื่อสื่อสาร และส่งความสุขอวยพรปีใหม่ทางมือถือ ผ่านโลกออนไลน์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง LINE, Facebook, Instagram, WhatsApp, Twitter, Google Plus, We Chat ฯลฯ นิยมส่งในรูปแบบของภาพหรือวิดีโอสั้นมากยิ่งขึ้น ทำให้มีปริมาณการใช้งานดาต้าทั้ง 3G, 4G และ WiFi ที่สูงขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ช่วงเวลาที่พีคสูงสุดคือช่วงเวลาเข้าสู่วันที่ 1 ม.ค. 2560 โดยมียอดใช้งาน ดาต้าสูงสุด เพิ่มขึ้นถึง 110% จากช่วงเวลาปกติ และสูงขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 (*ข้อมูลตัวเลข ณ วันที่ 1 ม.ค. 2560 เวลา 05.00 น.) และเชื่อว่ายังมีการใช้งานสูงต่อเนื่องในช่วงเช้า และตลอดทั้งวันที่ 1 ม.ค. 2560 นี้

ส่วน SMS และ MMS มีปริมาณลดลง 28% แต่ก็ยังมีการใช้อวยพรปีใหม่อย่างกว้างขวางในรูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น ทั้งจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ รวมถึงกลุ่มคนรู้จักที่มิใช่คอมมูนิตี้เดียวกัน

ด้าน นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี DTAC กล่าวว่า สถิติการใช้งาน 5 จังหวัดที่มียอดการใช้งานดาต้าสูงสุดในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าและขึ้นปีใหม่ ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.ชลบุรี 3.สมุทรปราการ 4.ปทุมธานี 5.นนทบุรี

ขณะที่แอพพลิเคชันยอดนิยมที่ใช้งาน 5 อันดับสูงสุด คือ 1. Facebook/Facebook Messenger 2. Instagram 3. LINE/LINE VOIP 4.WhatsApp และ 5. Twitter

ทั้งนี้สถิติใช้งานสูงสุดอยู่ในช่วงเวลา 20.00-20.30 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 2559 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ม.ค. 2560 เวลา 07.00 น.)

ด้านบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เผยยอดการใช้งานดาต้าทรูมูฟ เอช เพื่ออวยพรปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ถึง 1 ม.ค. 2560 ผ่านเครือข่าย 4G+ เพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 6 เท่า ขณะที่ SMS มียอดการใช้งานลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 50% ซึ่งเป็นผลมาจากเครือข่าย 4G+ ที่มีความเร็วสูงและครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย ประกอบกับฟังก์ชั่นใหม่ๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์กที่สามารถส่งความสุข และแชร์โมเมนต์ฉลองคืนข้ามปีได้แบบเรียลไทม์ อาทิ Facebook Live ส่งผลให้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้น โดยช่วงเวลาที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือสูงสุดคือ 23.45-00.15 น. ทางด้านแอพพลิเคชั่นที่คนไทยนิยมใช้อวยพรสูงสุดคือ Line รองลงมาคือ Facebook, Twitter และ Instagram ตามลำดับ

 

ทีวีดิจิทัลปรับหันหารายได้เสริม ลุย’ออนไลน์-โซเชียล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 ธันวาคม 2559 เวลา 06:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472956

ทีวีดิจิทัลปรับหันหารายได้เสริม ลุย'ออนไลน์-โซเชียล'

โดย…จะเรียม สำรวจ

การแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2560 ยังคงเป็นปีที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะนอกจากจะแข่งกันที่หน้าจอโทรทัศน์หรือว่าออฟไลน์แล้ว ในปี 2560 นี้การแข่งขันในช่องทางออนไลน์กับผ่าน โซเชียลมีเดียน่าจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันดูเหมือนว่าทีวีจะกลายเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งภายในบ้านไปแล้ว เนื่องจากความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่จะอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือ ซึ่งสัดส่วนเริ่มแซงหน้าจอทีวี

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องปรับตัวอย่างหนัก เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้ว่าหลายคนจะออกมาฟันธงว่า การดูทีวีผ่านหน้าจอโทรทัศน์ยังคงไม่หายไปจากประเทศไทย เพราะคนที่เคยดูทีวีผ่านหน้าจอโทรทัศน์อย่างไรก็ต้องดูผ่านจอโทรทัศน์ แต่เพื่อความไม่ประมาทและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่กลุ่มคนรุ่นใหม่จะกลายเป็นกลุ่มคนรุ่นเก่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงต้องหันมาเร่งพัฒนาระบบไอที พร้อมกับจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในโลกโซเชียล มีเดีย เพื่อใช้เป็นช่องทางในการออกอากาศและสื่อสารกับผู้บริโภค

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์
คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การแข่งขันของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในปี 2560 นี้ คงไม่ได้แข่งขันกันแค่หน้าจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่คงหันมาแข่งขันกันในแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสื่อ โซเชียลมีเดีย และสื่อออนไลน์ เห็นได้จากปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการใช้ช่องทางของเฟซบุ๊กไลฟ์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การทำตลาด เพื่อดึงให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมและใช้เป็นเครื่องมือดึงผู้ชมให้เข้ามาสู่หน้าจอหลัก

วรรณี รัตนพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีจี มีเดีย แบรนด์ส กล่าวว่า ออนไลน์ถือเป็นหนึ่งช่องทางที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เสริมให้กับธุรกิจ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับธุรกิจทีวีดิจิทัลในต่างประเทศที่ใช้สื่อออนไลน์เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมหันมาสนใจสื่อในหน้าจอหลักอย่างหน้าจอโทรทัศน์ นอกจากนี้ สื่อออนไลน์ยังสามารถใช้กิจกรรม เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยตอบโต้กัน หรือแชร์ข้อมูลต่างๆ

ทั้งนี้ ล่าสุดช่อง 5 หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ออกมาปรับกลยุทธ์การทำตลาด ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยล่าสุดได้มีการตั้งแผนกนิวมีเดียขึ้นมา เพื่อดูแลด้านสื่อนิวมีเดียโดยเฉพาะ เนื่องจากเป้าหมายนับจากนี้ของช่อง 5 คือ การเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี ในส่วนของกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในสื่อออนไลน์ก็จะมีทั้งการถ่ายทอดสดในส่วนของรายการของสถานีและผลิตคอนเทนต์ขึ้นมาเฉพาะ เพื่อออกอากาศผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และยูทูบ ขณะนี้ได้เริ่มทดลองออกอากาศรายการต่างๆ ไปบ้างแล้ว ส่วนเว็บไซต์นิวมีเดียที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ผ่าน www.tv5HD1.com คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ประมาณเดือน มี.ค. 2560 หลังจากหันมาปรับกลยุทธ์ทำสื่อออนไลน์ควบคู่ไปกับออนแอร์ และ ออนกราวด์คาดว่าปีหน้าจะมีรายได้เติบโตจากปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25%

ด้านช่องเวิร์คพอยท์ก็เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์และทำการตลาดในช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากเป้าหมายในปี 2560 วางเป้าหมายรายได้ที่จะมาจากช่องทางออนไลน์ไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 70 ล้านบาท

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า แผนการทำการตลาดในส่วนของช่องทางออนไลน์ปี 2560 นี้ บริษัทมีแผนที่จะปรับรูปแบบของการทำตลาดเป็นแบบมัลติแพลตฟอร์ม ด้วยการเชื่อมสื่อทุกอย่างไว้ด้วยกัน ซึ่งคอนเทนต์ที่จะนำมาออกอากาศก็จะมีทั้งรายการสด และเทปผสมผสานกันไปตามความเหมาะสม

 

เอชบีโอยันไม่ทิ้งไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 ธันวาคม 2559 เวลา 06:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472757

เอชบีโอยันไม่ทิ้งไทย

เอชบีโอเผยไม่ทิ้งตลาดไทย เตรียมลุยออนไลน์ พร้อมจับมือพันธมิตรรายใหม่ขยายธุรกิจในไทย

รายงานข่าวจากเอชบีโอ เอเชีย เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัท ทรูวิชั่นส์ ได้ขอยกเลิกกับบริษัทด้วยการยุติการออกอากาศรายการต่างๆ จำนวน 6 ช่อง และ Cinemax ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 เป็นต้นไปนั้น บริษัทยังขอยืนยันว่ายังคงมีความมุ่งมั่น ที่จะให้บริการผู้ชมในประเทศไทยต่อไป โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าในเร็วๆ นี้จะสามารถเปิดเผยได้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 23 ปีที่บริษัทให้บริการรายการบันเทิง ผ่านช่องทางทรูวิชั่นส์ บริษัทขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ให้การสนับสนุนบริษัท

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้ชมในประเทศไทย มีความมั่นใจว่าเอชบีโอจะมีช่องทางให้บริการหนังดังระดับพรีเมียมส่งตรง จากฮอลลีวู้ดแก่ผู้ชมชาวไทยต่อไป ซึ่งนอกจากจะจับมือกับพันธมิตรเพื่อให้บริการช่องรายการต่างๆ เหมือนที่ผ่านมาแล้ว เอชบีโอยังมีแผนที่จะขยายช่องทางการ รับชมผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย

สำหรับซีรี่ส์ HALFWORLDS ซีซั่น 2 ซึ่งเป็นผลงานของผู้กำกับชาวไทย อย่าง นายเอกชัย เอื้อครองธรรม ที่ถ่ายทำในไทย และใช้นักแสดงนำของไทย ประกอบด้วย ภีม ใจเย็น, นิโคล เทริโอ, จีจ้า ญาณิน, ไมร่า มอลลอย และเดวิด อัศวนนท์ บริษัทจะทำการนำเสนอให้ ผู้ชมที่อยู่ในไทยสามารถรับชมได้ผ่านทาง ช่องทางออนไลน์อย่างแน่นอน ซึ่งใน ส่วนของรายละเอียดการรับชมจะเปิดเผย เพิ่มเติมอีกครั้งในเร็วๆ นี้

ด้าน นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ และหัวหน้าสายงานการพาณิชย์และ พัฒนาธุรกิจทรูวิชั่นส์ บริษัท ทรู คอร์ ปอเรชั่น กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 นี้เป็นต้นไป บริษัทจะมีรายการใหม่มาออกอากาศจำนวน 7 ช่อง ประกอบด้วย 1.Warner TV 2.Sony Channel 3.Paramount Channel 4.Fox Action Movies HD 5.Celestial Classic Movies 6.Food Network และ 7.True Film HD 2

อย่างไรก็ดี ล่าสุดทรูวิชั่นส์ได้นำส่งมาตรการเยียวยาให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้วยกัน 4 ข้อ ได้แก่ 1.ทรูวิชั่นส์จะนำช่องรายการใหม่จำนวน 7 ช่องมาออกอากาศทดแทนให้แก่สมาชิกได้รับชมอย่างต่อเนื่องทันทีที่ช่องรายการในเครือเอชบีโอยุติ การออกอากาศในวันที่ 1 ม.ค. 2560  2.ทรูวิชั่นส์จะปรับระดับสมาชิกให้ได้รับบริการในแพ็กเกจที่สูงขึ้น 3.ในกรณีที่สมาชิกมีความประสงค์จะยกเลิกบริการ หรือปรับลดแพ็กเกจที่ได้ใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน สามารถแจ้งความประสงค์ได้ทันทีภายในวันที่ 28 ก.พ. 2560 และ 4.สำหรับสมาชิกที่ได้สมัครใช้บริการทรูวิชั่นส์รายปี หรือราย 6 เดือน และประสงค์ที่จะยกเลิกบริการก่อนกำหนด สมาชิกสามารถแจ้งความประสงค์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้ง ล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ในสัญญาการให้บริการภายในวันที่ 28 ก.พ. 2560

 

มือถือระดมข่ายรับปีใหม่ เอไอเอสอัด4จีส่งสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 ธันวาคม 2559 เวลา 06:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472756

มือถือระดมข่ายรับปีใหม่ เอไอเอสอัด4จีส่งสุข

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ถือเป็นช่วงพีกที่จะมีการส่งข้อมูล หรือดาต้า ดังนั้นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ เช่น เอไอเอส ดีแทค และทรู ต่างเตรียมโครงข่ายไว้รองรับการใช้งานตามแหล่งชุมนุม แหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ถือเป็นการวัดฝีมือการให้บริการ โดยเอไอเอสในฐานะที่ชูจุดขายเครือข่าย 4จี โรมมิ่งที่ครอบคลุมมากอันดับ 1 ในเอเชีย ปรัธนา ลีลพนัง รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวถึงแผนดังกล่าวว่า

เอไอเอสเตรียมความพร้อมทั้งด้านเครือข่ายและบุคลากรทุกด้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า การสื่อสาร ส่งความสุขอวยพรปีใหม่ การทำธุรกรรมรวมไปถึงการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ผ่านโซเชียลเน็กเวิร์กได้อย่างสะดวกสบายไม่ติดขัด

ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมด้านที่ 1 เอไอเอสได้จัดเต็มคุณภาพเครือข่าย ทั้งการขยายความครอบคลุมและเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งาน ในบริเวณจุดหลักๆ ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยว สถานที่จัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงสถานีรถโดยสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมอชิต, เอกมัย หรือสายใต้ใหม่ โดยเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานดาต้ามากกว่า 100% รองรับเอสเอ็มเอสได้ชั่วโมงละกว่า 80 ล้านข้อความ และเอ็มเอ็มเอสรองรับได้ถึง 2.5 ล้านข้อความ/ชั่วโมง

ปรัธนา ลีลพนัง รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส)

 

นอกจากนี้ยังขยายเครือข่ายเอไอเอสไว-ไฟ ในบริเวณที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมจัดรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงติดตั้ง Wifi Antenna ที่รถโมบาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการเอไอเอส ไว-ไฟ ในบริเวณที่รถโมบายให้บริการได้อย่างสะดวกสบาย

ตามด้วยการเตรียมความพร้อมด้านที่ 2 ทีมวิศวกรและพนักงานคอลเซ็นเตอร์ โดยทีมวิศวกรและพนักงานเอไอเอสคอลเซ็นเตอร์ที่ดูแลเครือข่ายทั้ง 4จี และเอไอเอส ไฟเบอร์ ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง ที่สำนักงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงการเตรียม ทีมวิศวกรประจำการเพิ่มเติม ที่บริเวณสถานีฐานในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองทั่วประเทศในช่วงวันหยุดยาว เพื่อให้พร้อมแก้ไขกรณีหากเกิดปัญหาด้านเครือข่าย

“ปีนี้ที่แม้จะไม่มีการจัดงานรื่นเริงนับถอยหลังสู่ปีใหม่เหมือนเช่นที่ผ่านมา  หากแต่เชื่อว่าจะยังคงมีการรวมตัวกันในหลายๆ จุดเพื่อจัดกิจกรรมรวมพลังทำความดีหลากหลายรูปแบบ อาทิ การแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัย มงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รวมถึงการสวดมนต์ข้ามปีที่วัดต่างๆ” ปรัธนา กล่าว

ขณะเดียวกันได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดโครงการ “ภู หมอก ดอก ดอย หนาวนี้เที่ยวทั่วไทย กับเอไอเอส” ชู 9 แหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวที่ต้องไปสัมผัส ได้แก่ กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง ดอยม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่, ดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย และดอยเสมอดาว จ.น่าน ทางภาคอีสาน ได้แก่ ภูป่าเปาะ ภูทอก จ.เลย, โขงเจียม ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ส่วนภาคกลาง ได้แก่ เนินช้างศึก จ.กาญจนบุรี

สถานที่ทุกแห่งที่กล่าวมานักท่องเที่ยวสามารถแชร์ภาพประทับใจจากแต่ละจุดท่องเที่ยวผ่านเครือข่ายเอไอเอส 4จี รวมไปถึงสแกนคิวอาร์โค้ดที่ติดตั้งในแต่ละแห่งเพื่อดูข้อมูล พร้อมระบบนำทางไปยังจุดชมวิวที่งดงามผ่านเครือข่ายเอไอเอส นั่นคือการเตรียมความพร้อมของเอไอเอสที่มีผู้ใช้บริการกว่า 39.4 ล้านเลขหมาย

 

ยื่น”ป.ป.ช.” สอบ “กสทช.” ไม่บังคับค่ายมือถือคิดค่าโทรเป็นวินาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2559 เวลา 13:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472624

ยื่น"ป.ป.ช." สอบ "กสทช." ไม่บังคับค่ายมือถือคิดค่าโทรเป็นวินาที

“เครือข่ายผู้บริโภค” ร้อง “ป.ป.ช.” สอบ “กสทช.” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังไม่บังคับ “2ค่ายมือถือ” คิดค่าบริการเป็นวินาที ตามมติ “กทค.” ชี้ 7 เดือน ผู้บริโภคเสียหาย 1.8 หมื่นล้าน

วันที่ 28 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เครือข่ายผู้บริโภค นำโดยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงคณะกรรมการป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีไม่บังคับผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz สองรายคือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด คิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย ตามที่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) มีมติเมื่อ 17พ.ค.ที่ผ่านมา

นางสาวสารี กล่าวว่า สำนักงานกสทช. นอกจากจะไม่สามารถบังคับให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามมติ กทค. ได้ กลับเสนอให้ที่ประชุม กทค.พิจารณาทบทวนมติดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคมากกว่า 18,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 7 เดือน นับแต่มติกทค. ออกมา ซึ่งการที่กสทช.ปฏิบัติล่าช้า หรือไม่ปฏิบัติตามมติ กทค. จึงอาจเข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเรียกร้องให้ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบ

 

36เว็บไซต์จ่อโดนปลดละเมิดหนัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2559 เวลา 09:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472579

36เว็บไซต์จ่อโดนปลดละเมิดหนัง

กสทช.เตรียมปลดเว็บหนังละเมิดลิขสิทธิ์ 36 เว็บไซต์ หลังสมาพันธ์ผู้ผลิตภาพยนตร์แจ้งความแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 27 ธ.ค. 2559 นายวิชา พูลวรลักษณ์ กรรมการ ผู้จัดการบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในฐานะกรรมการสมาพันธ์สมาคม ภาพยนตร์แห่งชาติ ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ดำเนินการกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์นำภาพยนตร์ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

นายฐากร กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้หารือกับสมาพันธ์ไปแล้ว 2 ครั้ง และให้ทางสมาพันธ์เข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อนำหลังฐานการแจ้งความมาให้ กสทช.ดำเนินการแจ้งไปยังไอเอสพี ดำเนินการนำเว็บไซต์ดังกล่าวออกจากระบบ ขณะนี้สมาพันธ์ได้แจ้งความกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์และนำเอกสารการแจ้งความมาให้ กสทช.แล้วจำนวน 36 เว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช.ได้เชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) จำนวน 12 รายของประเทศไทย อาทิ แคท, ทีโอที, ดีแทค, เอไอเอส, ทรู, ทริปเปิลทรี, ไอเน็ต, ซีเอส ล็อก อินโฟร์ เป็นต้น มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย เพื่อทำความเข้าใจและประสานงานให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย แจ้งเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายทั้งหมด แต่ทางผู้ให้บริการไอเอสพีมีความกังวลว่าหากการนำเอาเว็บไซต์ต่างๆ ออกจากระบบจะถูกฟ้องร้องได้ ดังนั้นจึงให้ผู้เสียหายฟ้องร้อง เพื่อนำเอกสารมายืนยันการกระทำความผิดต่างๆ ขณะนี้ไอเอสพีมีความเข้าใจและพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

“เรื่องของการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดนั้น ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายว่าจะ ร้องเรียนต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่” นายฐากร กล่าว

บรรยายใต้ภาพ – จัดการ  : วิชา พูลวรลักษณ์ กรรมการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ดำเนินการกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์นำภาพยนตร์ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อ 27 ธ.ค. 2559

 

จีนขู่คุมไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2559 เวลา 07:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472567

จีนขู่คุมไซเบอร์

จีนเตรียมใช้มาตรการควบคุมความมั่นคงทางข่าวสารมากยิ่งขึ้น ด้านต่างชาติกังวลการลงทุนสะดุด

เจ้าเจ้อเหลียง ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า จีนจะเตรียมใช้มาตรการ ทุกอย่างควบคุมดูแลอินเทอร์เน็ต เพื่อ เพิ่มการปกป้องข้อมูลด้านความมั่นคง ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กำลังทหาร โดยจะให้ภาคเอกชนทั้งสัญชาติจีนและต่างชาติ แจ้งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการเพื่อให้ทางการจีนพิจารณาว่ามีความปลอดภัยก่อนจะสามารถออกขายได้ ในขณะที่เทคโนโลยีที่รัฐบาลจีนจะนำมาใช้ ต้องได้รับการควบคุมและตรวจสอบเป็นพิเศษ

ความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับนานาชาติ เริ่มต้นจาก เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐ ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐมีการลักลอบเข้าถึงข้อมูลของประเทศอื่น ขณะที่เจ้าเจ้อเหลียง ยืนยันว่า การควบคุมดูแลดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยก่อนหน้านี้จีนผ่านกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งจะมีผลบังคับนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2017

“จีนต้องการสร้างบรรยากาศบนไซเบอร์สเปซที่ดี ในขณะที่เพิ่มความปลอดภัยในคราวเดียว” เจ้าเจ้อเหลียง กล่าว

อย่างไรก็ตาม เจมส์ ซิมเมอร์แมน ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวในการควบคุมความมั่นคงในระบบดิจิทัลและข่าวสารของจีนสร้างความวิตกให้บริษัทต่างชาติ ขัดขวางการค้าและการสร้างนวัตกรรม

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวเกิดขึ้นขณะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนแย่ลง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยจะไม่สนับสนุนนโยบายจีนเดียว ซึ่งเป็นการยอมรับไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน สร้างความไม่พอใจให้จีนอย่างมาก