ซัมซุงปรับรับเมกะเทรนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มกราคม 2560 เวลา 07:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/474701

ซัมซุงปรับรับเมกะเทรนด์

โดย…จะเรียม สำรวจ

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัท ซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ มองเห็นเมกะเทรนด์ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยกัน 4 เทรนด์ คือ 1.การเติบโตของเขตเมือง 2.การเสพสื่อดิจิทัลและนักช็อปปิ้งออนไลน์ 3.พลังของผู้หญิงยุคใหม่ และ 4.เทรนด์รักสุขภาพ

เมกะเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น ดังกล่าว ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อ การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเป็นอย่างมาก เพราะนับแต่นี้ไปสินค้าที่จะผลิต เข้ามาทำตลาดต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่าง ตรงจุด

วรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า จากการขยายตัวของเมือง และ การที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในสังคม มากขึ้น ส่งผลให้การทำตลาดเริ่มมีการนำกลยุทธ์ชี มาร์เก็ตติ้ง (She Marketing) เข้ามาทำการตลาดควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สื่อออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารไปยังผู้บริโภคหรือการทำการตลาด

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการซื้อออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นการทำการตลาดในยุคปัจจุบันจึงเป็นออมนิ แชนแนล หรือการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ควบคู่ไปกับสื่อออฟไลน์มากขึ้น

จากปัจจัยดังกล่าว บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารเพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว เริ่มตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้งานง่าย สะดวกสบาย เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มคนทำงาน กลุ่มผู้หญิง และกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งในปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาดประมาณ 83 รายการ

นอกจากนี้ ในด้านการสื่อสารก็จะทำอย่างครอบคลุม 360 องศา พร้อมกับโฟกัสช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ด้วยการเพิ่มการสื่อสารและแนะนำสินค้าใหม่ผ่าน สื่อดิจิทัลทั้งกูเกิล เฟซบุ๊ก และไลน์ รวมไปถึงการพัฒนาไอบีคอนเพื่อเป็นเครื่องมือส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลข่าวสาร หรือคูปองลดราคาเมื่อลูกค้าเดินหน้าช็อปซัมซุง

ขณะเดียวกัน ในด้านของ การบริการหลังการขายก็จะมีการปรับปรุงและขยายช่องทางการให้บริการลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการแจ้งข้อมูลต่างๆ ให้กับลูกค้า โดย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแอพ พลิเคชั่น คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานพร้อมกันทั่วโลกในไตรมาสแรกของปีนี้

ปัจจุบัน บริษัท ซัมซุง อิเลค โทรนิคส์ มีการจำหน่ายสินค้าผ่าน ช่องทางออนไลน์ด้วยกัน 3 ช่องทางหลัก ประกอบด้วย ช่องทางออนไลน์ของพันธมิตรห้างค้าปลีก การขายผ่านลาซาด้า และการขายผ่านเว็บไซต์ sumsung.com

วรรณา กล่าวอีกว่า หลังจากเดินหน้าขยายช่องทางการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น บริษัทคาดว่าภายใน 3-5 ปีนับจากนี้น่าจะมีสัดส่วนยอดขายจากช่องทางออนไลน์เพิ่มเป็น 5-10% จากปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 1-3%

สำหรับสินค้าที่มียอดขายใน ช่องทางออนไลน์มากที่สุด คือ เครื่องซักผ้าระดับราคาประมาณ 8,000-1 หมื่นบาท ตามด้วยไมโครเวฟ ระดับราคา 3,000-5,000 บาท ส่วนทีวีก็มียอดขายที่ดีเช่นกัน โดยขนาด ที่ขายดีจะมีตั้งแต่ 40 นิ้วขึ้นไป

การปรับตัวของซัมซุงในครั้งนี้ ถือเป็นการปรับตัวตามเทรนด์ที่ กำลังเกิดขึ้นในทั่วโลก ซึ่งผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกรายต่างก็เร่ง ปรับตัว เพื่อตามเทรนด์ดังกล่าวให้ทันเช่นกัน

 

CES 2017 เปิดให้ผู้สนใจทดลองชม VR Porn

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2560 เวลา 13:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/474577

CES 2017 เปิดให้ผู้สนใจทดลองชม VR Porn

Naughty America เปิดตัวความบันเทิงแห่งอนาคตด้วยภาพยนตร์ผู้ใหญ่แบบเสมือนจริง สร้างประสบการณ์ใหม่จากมุมมองทางสายตา

ที่งาน CES 2017 (Consumer Electronics Show) งานเปิดตัวนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เพิ่งจัดขึ้นไปที่ศูนย์ประชุมในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน นอกจากไฮไลท์จะอยู่ที่เทคโนโลยีที่หลายบริษัทไม่ว่าจะเป็นซัมซุง เฮชพี และอีกมากมายมานำเสนอแล้ว อีกหนึ่งบูธที่ผู้คนให้ความสนใจไม่แพ้กันก็คือเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality ที่ให้สิ่งแวดล้อมเสมือนจริง แต่ที่พิเศษก็คือ ที่บูธแห่งนี้มีจุดขายคือ VR Porn

ไอเดียบรรเจิดที่พัฒนาความบันเทิงไปอีกขั้นนี้ ถูกคิดค้นโดย Naughty America บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ชื่อดัง ด้วยสโลแกนใหม่ว่า “The Future of Entertainment is Here” ซึ่งภายในบูธนั้น มีภาพยนตร์เดโม่ให้บรรดาผู้สนใจได้ร่วมทดลองชมกันฟรีๆ ผ่าน VR Headset และหูฟังกันฟรีๆอีกด้วย ซึ่งจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระบุว่าในแต่ละวันมีผู้สนใจเข้าชมมากถึงหลายพันต่อวันเลยทีเดียว

โบรชัวร์ VR Headset และหูฟัง

Brian Koerber ผู้สื่อข่าวจาก Mashable ได้ทดลองประสบการณ์ใหม่นี้ และบรรยายให้ฟังกัน โดยเขาเล่าว่าหลังจากที่ได้สวมอุปกรณ์ VR ไป ภาพที่ปรากฏขึ้นนั้นเป็นชายหาดแห่งหนึ่ง มีหญิงสาวสวมชุดบิกินี่ จากนั้นเธอก็เชิญชวนชายหนุ่มสองคนเข้าไปในบ้านเพื่อทำอย่างว่า… ฉากต่อมาเปลี่ยนเป็นห้องฟิตเนส ที่หญิงสาวคนหนึ่งในกางเกงโยคะกำลังทำท่าสควอช เหนือตัวชายคนหนึ่งที่กำลังนอนยกน้ำหนัก จากนั้น..คุณผู้อ่านคงเดาได้ว่าพวกเขาทำอะไรกัน และในฉากสุดท้ายที่เป็นเดโม่ให้ผู้เข้าชมนั้น เป็นภาพหญิงสาว 5 คนที่กำลังมีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่มคนหนึ่ง

“มันเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ” หนึ่งในผู้เข้าชมกล่าว หลังจากที่เขาถอดอุปกรณ์กลับเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริง “ไม่มีคำบรรยายใดๆจะกล่าว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม ในขณะที่ชายหนุ่มอีกคนที่ได้ทดลองกล่าวว่าทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นดูสมจริงมาก

บรรยากาศของผู้ทดลองเข้าชม

ขณะนี้ทาง Naughty America มีภาพยนตร์แบบผู้ใหญ่ที่ถ่ายทำด้วยเทคโนโลยี VR สำหรับความบันเทิงรูปแบบใหม่นี้โดยเฉพาะแล้วกว่า 100 เรื่อง ด้วยความยาวเรื่องละประมาณ 45 นาที ซึ่งทาง Ian Paul ประธานฝ่ายบริหารสารสนเทศของบริษัทเชื่อว่า ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้จะส่งผลให้บริษัทเป็นมืออันดับต้นๆ ในวงการ Porn VR เลยทีเดียว นอกจากนั้นภาพยนตร์ของพวกเขายังสามารถหันชมได้ในทิศทางรอบ 180 องศาอีกด้วย

เรียกได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้น่าจะได้เห็นเทคโนโลยี VR Porn ออกจำหน่ายในตลาดอย่างแน่นอน และด้วยพื้นที่ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอย่าง VR Headset นวัตกรรมใหม่นี้จะให้มุมมองใหม่แก่ผู้บริโภคในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยมุมมองผ่านสายตา และให้ความรู้สึกเสมือนกับว่าพวกเขากำลังเป็นหนึ่งในตัวละคร ในภาพยนตร์ผู้ใหญ่เรื่องนั้นๆด้วยตัวเอง ไม่แน่ว่าในอนาคตระบบ VR อาจเป็นอุปกรณ์ผ่อนคลายยอดนิยม สำหรับผู้คนหลากหลายวัย โดยที่คนนอกอย่างเราๆนั้นไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเขากำลังเล่นเกม หรือดูหนังผู้ใหญ่อยู่กันแน่!

มุมมองแทนสายตาที่จะเกิดขึ้นเมื่อสวมอุปกรณ์

 

เดินหน้าดิจิทัลไทยแลนด์ลุยสมาร์ทซิตี้-เน็ตชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2560 เวลา 08:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/474493

เดินหน้าดิจิทัลไทยแลนด์ลุยสมาร์ทซิตี้-เน็ตชุมชน

“พิเชฐ” สั่งการหน่วยงานในสังกัด ร่วมขับเคลื่อนดิจิทัล ไทยแลนด์ เร่งโครงสร้างพื้นฐานดันสมาร์ทซิตี้

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงร่วมขับเคลื่อนดิจิทัล ไทยแลนด์ ของประเทศไทย เชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน โดยยึดประชาชนเป็นตัวตั้งพร้อมกับร่วมผลักดันการทำดิจิทัลชุมชน

ทั้งนี้ บทบาทของกระทรวงจะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล การผลักดันโครงการอินเตอร์หมู่บ้านความเร็วสูง เพื่อทำให้ประชาชน ทุกกลุ่มในพื้นที่ห่างไกลได้รับประโยชน์ โดยหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงต้องร่วมมือในโครงการ เพื่อทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งในระยะยาว และทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับแผนการจัดทำร่างยุทธ ศาสตร์กระทรวงดีอีระยะยาวนั้นจะต้องกำหนดแผนปฏิบัติงานให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน และกำหนดให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ระหว่าง ปี 2560-2579) ตลอดจนสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (ปี 2560-2564) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ได้หารือเรื่องการ ผลักดันจัดทำสมาร์ทซิตี้ที่เริ่มโครงการใน จ.เชียงใหม่ และภูเก็ต แล้ว แต่ระยะต่อไปต้องขยายโครงการไปในจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทย โดยแต่ละจังหวัดที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันให้นำมาใช้เป็นเอกลักษณ์ของการพัฒนาเมืองได้ เช่น การจะผลักดันจังหวัดที่โดดเด่นด้านการเกษตร พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาส่งเสริม จังหวัดที่โดดเด่นเรื่องอาหาร หรือการท่องเที่ยว เป็นต้น

“นโยบายที่จะผลักดันสิ่งสำคัญคือทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะในชุมชนเป็นผลดีต่อประเทศช่วยสร้างประเทศมีความยั่งยืน” นายพิเชฐ กล่าว

 

บริษัทญี่ปุ่นโละคนทั้งแผนก ใช้ปัญญาประดิษฐ์ทำงานแทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มกราคม 2560 เวลา 12:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/474284

บริษัทญี่ปุ่นโละคนทั้งแผนก ใช้ปัญญาประดิษฐ์ทำงานแทน

บริษัทประกันญี่ปุ่นเลิกจ้างคนยกแผนก หันใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทำงานแทน

บีบีซีรายงานว่า บริษัทประกันชีวิต ฟูโกกุ มูทวลไลฟ์ อินชัวรันส์ ในญี่ปุ่น ได้เลิกจ้างพนักงานทั้งแผนก 34 คน และหันมาใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อรวบรวมข้อมูลคำนวณการจ่ายเงินแก่ผู้เอาประกันแทน อาทิ ใบรับรองแพทย์ ข้อมูลการผ่าตัด และการรักษาตัวในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นเงินเดือนของพนักงานได้ราว 140 ล้านเยน/ปี (ราว 43 ล้านบาท) หลังจากลงทุนติดตั้งระบบเอไอในราคา 200 ล้านเยน (ราว 61.5 ล้านบาท) ภายในเดือนนี้ และเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มผลิตภาพในการทำงานได้ถึง 30% ขณะที่ระบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาราว 15 ล้านเยน/ปี (ราว 4.6 ล้านบาท)

หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ระบุว่า ระบบดังกล่าวเป็นของบริษัท ไอบีเอ็ม ญี่ปุ่น ซึ่งมีความสามารถคิดได้เหมือนมนุษย์ รวมถึงวิเคราะห์และตีความข้อมูลได้ทุกรูปแบบ ปัจจุบันมีบริษัทประกันในญี่ปุ่นอีก 3 ราย ที่สนใจจะใช้ระบบเอไอเช่นเดียวกัน

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เปิดเผยผลการศึกษาปีที่แล้วว่า การเติบโตของหุ่นยนต์และเอไอจะทำให้คนใน 15 ประเทศชั้นนำของโลกต้องเสียตำแหน่งงาน 5.1 ล้านอัตรา ภายใน 5 ปีข้างหน้า

ภาพประกอบข่าวจากเอเอฟพี

 

กลุ่มสามารถรุกมือถือปลอดภัย ส่ง “แบล็คโฟน ทู”เจาะตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มกราคม 2560 เวลา 10:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/474061

กลุ่มสามารถรุกมือถือปลอดภัย ส่ง "แบล็คโฟน ทู"เจาะตลาด

กลุ่มสามารถบุกเปิดตลาดใหม่ ส่งแบล็คโฟน ทู ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยรับยุคภัยไซเบอร์มาแรง ประเดิมเป้าหมื่นเครื่อง

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทสามารถ เปิดเผยว่า ภายใต้เป้าหมายที่จะมุ่งขยายฐานธุรกิจให้ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ล่าสุดได้จัดตั้งบริษัท ซีเคียว เอเชีย ขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2559 เพื่อให้บริการด้านโซลูชั่น ทั้งอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลในปัจจุบัน

ทั้งนี้ สินค้าแรกที่เปิดตัวเข้าสู่ตลาดคือ แบล็คโฟน ทู (blackphone2)ไพรเวซี่สมาร์ทโฟนที่มีความปลอดภัยสูง สามารถเก็บข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสำคัญๆ ของผู้ใช้ให้ปลอดภัย ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ไซเลนท์ เซอร์เคิล จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก วางระดับราคาเปิดตัว 2.29 หมื่นบาท ตั้งเป้าเบื้องต้นมียอดจำหน่าย 1 หมื่นเครื่อง

“เพราะความปลอดภัยของข้อมูลในยุคนี้มีความสำคัญต่องานและชีวิตส่วนตัว ในช่วงแรกบริษัทจะเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการสื่อสาร และเก็บข้อมูลของตัวเอง หรือข้อมูลสำคัญไว้ในสมาร์ทโฟนให้ปลอดภัย เช่น นักธุรกิจ นักลงทุน นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ดารา หรือคนดังในแวดวงสังคม”

สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดจะเน้นการสื่อสารบนโลกดิจิทัลเป็นหลัก ด้วยการสร้างให้กลุ่มเป้าหมายตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวผ่านวิดีโอไวรัลคลิป ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์แคมเปญผ่านช่องทางอินฟลูเอนเซอร์ และดาราชื่อดังที่เคยมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยด้านข้อมูลผ่านการใช้สมาร์ทโฟน รวมทั้งแฟนเพจข่าวยอดนิยมของเมืองไทยอินสตาแกรมของบุคคลที่มีชื่อเสียง และอื่นๆ รวมใช้งบกว่า 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาสินค้าอื่นๆ ร่วมกับไซเลนท์ เซอร์เคิล ในอนาคต โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวเนื่องด้านความปลอดภัย เนื่องจากเทรนด์ด้านความปลอดภัย หรือซีเคียวริตี้ จะเติบโตอีกมากจากการเข้าสู่โลกดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย ทั้งการขโมยข้อมูล การใช้ข้อมูล การโอนเงินผ่านสมาร์ทโฟน เป็นต้น อีกทั้งตลาดที่จับซีเคียวริตี้ยังมีการแข่งขันน้อย เพราะส่วนใหญ่เป็นสมาร์ทโฟนทั่วไป

 

กสทช.เปิดเวที จัดแผนเยียวยา ทรูยกเลิกHBO

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มกราคม 2560 เวลา 09:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/474045

กสทช.เปิดเวที จัดแผนเยียวยา ทรูยกเลิกHBO

กสทช.เตรียมเปิดเวทีรับฟังความเห็น 10 ม.ค. เคลียร์ปัญหาทรูยกเลิก HBO 6 ช่อง

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 ม.ค.นี้ กสทช.จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายกรณีบริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป ยกเลิกการให้บริการ 6 ช่องรายการ HBO ซึ่งผู้บริโภคร้องเรียนว่าช่องที่นำมาทดแทนคุณภาพไม่ทัดเทียมกับช่องที่ได้ยกเลิกไป

ทั้งนี้ กสทช.คงไม่มีสิทธิในการบังคับให้บริษัท ทรูฯ ปรับลดค่าใช้จ่ายในการให้บริการผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบในกรณีที่ผู้บริโภคประสงค์จะใช้บริการต่อ แต่เป็นตัวกลางในการเปิดเวที ทำแผนเยียวยาที่เป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ได้ชี้แจงถึงสิทธิที่ผู้บริโภคสมควรได้รับในกรณีทรูฯ ยกเลิกการให้บริการ 6 ช่องรายการ โดยไม่ได้บอกล่วงหน้าก่อน 30 วันไว้ 2 แนวทาง คือ 1.สามารถยกเลิกการใช้บริการและรับเงินคืนภายใน 30 วัน หลังจากที่แจ้งแก่บริษัท ทั้งนี้หากอยู่ในช่วงการตัดสินใจยกเลิกเลิกใช้บริการ บริษัท ทรูฯ จะต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายในช่วงวันที่ 29 ธ.ค. 2559-29 ม.ค. 2560 และ 2.หากผู้บริโภคประสงค์ใช้บริการต่อไป จะมีมาตรการเยียวยา เจรจากับบริษัท ทรูฯ ลดค่าใช้จ่ายในการให้บริการ หรือปรับค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับบริการ ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

ด้านจำนวนผู้ใช้บริการบริษัท ทรูฯ ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สมาชิกกลุ่มแพลทินัม ที่ไม่สามารถรับชมได้ทั้ง 6 ช่อง ประมาณ 1 แสนราย และผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถรับชมได้ 3 ช่อง ประมาณ 1 แสนราย และจะมีแพ็กเกจที่ไม่สามารถรับชมได้บางช่อง ประมาณ 4 แสนราย รวมผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกประมาณ 6 แสนราย

อย่างไรก็ตาม ด้าน 6 ช่องรายการที่ได้ยกเลิก ได้แก่ เอชบีโอ (HBO) ซีนีแม็กซ์ (Cinemax) เอชบีโอ ซิกเนเจอร์ (HBO Signature) เอชบีโอ แฟมิลี่ (HBO Family) เอชบีโอ ฮิต (HBO Hit) และ เรด บาย เอชบีโอ (RED By HBO) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นไป โดยมีช่องใหม่มาแทนให้แก่สมาชิก

 

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์เอรุ่นใหม่มาพร้อมกล้อง16ล้าน-กันน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มกราคม 2560 เวลา 22:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/474019

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์เอรุ่นใหม่มาพร้อมกล้อง16ล้าน-กันน้ำ

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์เอรุ่นใหม่ มาพร้อมกล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล พร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น

นายทิม แบกสเตอร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของซัมซุง สหรัฐอเมริกาแถลงเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในซีรีส์ กาแลคซี่ เอ ภายในงาน CES 2017 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 – 8 ม.ค. 2560 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ประกอบไปด้วย รุ่น A7 ขนาด 5.7 นิ้ว รุ่น A5 ขนาด 5.2 นิ้ว และรุ่น A3 ขนาด 4.7 นิ้ว

จุดเด่นมาพร้อมกล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซลทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่มีความเสถียรของระบบโฟกัสที่แม่นยำ มากขึ้นส่งผลให้ภาพถ่ายและภาพเซลฟี่คมชัดสดใส แม้ในสภาพแสงน้อย

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่สมาร์ทโฟนซีรีส์เอ มาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นในระดับ IP68 รวมทั้งมีหน่วยความจำที่ใหญ่ขึ้น และรองรับ microSD ได้มากถึง 256 GB ตลอดจนแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น มี  Secure Folder สำหรับเก็บข้อมูลที่ต้องการความปลอดภัยและรองรับการปลดล็อคเครื่องด้วยข้อมูลทางชีวมิติ (Biometric Authentication)

ซัมซุงยังเปิดตัวโน้ตบุ๊คสำหรับคอเกมเป็นรุ่นแรก โดยใช้ชื่อว่า “ซัมซุง โน้ตบุ๊ค โอดิสซี่” ซึ่งมีขนาดเล็กพอดีกับเป้สะพายหลัง แต่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ เกมมิ่ง เดสก์ทอป ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ความเร็วในการประมวลผล มาพร้อมขนาดหน้าจอ 15 นิ้ว และ 17 นิ้ว โดยรุ่น 15 นิ้ว จะใช้หน่วยประมวลผล คอร์ไอ 7 แบบรุ่นที่ 7 ของอินเทล แรมขนาด 32 กิกะไบต์แบบ DDR4 ความเร็วแรมบัส 2,400 เมกกะเฮิร์ต ใช้หน่วยความจำแบบคู่ ผสานทั้งฮาร์ดดิสก์และโซลิดสเตทไดรฟ์เข้าด้วยกันจนมีความจุรวมถึง 256 กิกะไบต์  และใช้การ์ดประมวลผลกราฟิกรุ่นจีทีเอกซ์ 1050 ของเอ็นวีเดีย เพื่อการแสดงผลเกมหนักๆให้ไหลลื่นแบบสุดๆ

 

แบล็คเบอรี่เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมคีย์บอร์ดในตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มกราคม 2560 เวลา 17:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473979

แบล็คเบอรี่เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมคีย์บอร์ดในตัว

ทีซีแอล คอมมูนิเคชั่นเผยโฉมสมาร์ทโฟนแบล็คเบอรี่รุ่นใหม่ มีคีย์บอร์ดติดตั้งในตัว มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

ทีซีแอล คอมมูนิเคชั่น เทคโนโลยี โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด ผู้ผลิตมือถือรายใหญ่อันดับ 4 ของทวีปอเมริกาเหนือ เผยโฉมภาพของ สมาร์ทโฟนแบล็คเบอรี่ (BlackBerry) รุ่นใหม่ที่งาน International Consumer Electronics Show (CES) โดยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้เป็นผลิตภัณฑ์แรกภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ระยะยาวจาก แบล็คเบอรี่  ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการใช้แบรนด์และซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย

สมาร์ทโฟนแบล็คเบอรี่รุ่นใหม่มีจุดเด่นตรงที่มีคีย์บอร์ดติดตั้งอยู่บนด้านหน้าพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ รวมทั้งมาพร้อมซอฟต์แวร์การรักษาความปลอดภัยอันเป็นจุดเด่นของแบล็คเบอรี่ และใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

นิโคลัส ซิเบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีซีแอล คอมมูนิเคชั่น กล่าวว่า บริษัท มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ แบล็คเบอรี่ ที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคและผู้ใช้ระดับองค์กร อย่างไรก็ตาม ชื่อรุ่นและรายละเอียดขั้นสุดท้ายของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้จะประกาศอย่างเป็นทางการเดือนหน้า ในงาน Mobile World Congress 2017 ที่บาร์เซโลนา

ซิเบลกล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซอฟต์แวร์สมาร์ทโฟน แบล็คเบอรี่ จะนำไปสู่การพัฒนาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ปลอดภัยที่สุด”

สำหรับแบล็คเบอรี่รุ่นใหม่ที่เตรียมวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2017 มาพร้อมจุดเด่นดังนี้

คีย์บอร์ด: คีย์บอร์ดอัจฉริยะที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก พิมพ์ง่ายและมีฟีเจอร์คาดเดาการพิมพ์คำ สามารถปรับแต่งได้ตามวิธีเขียนและภาษาที่ผู้ใช้เลือก

ผิวสัมผัส: ปุ่มพิมพ์มีพื้นผิวมันวาวเป็นพิเศษเลียนแบบกระจกหน้าจอ ทำให้ตัวเครื่องด้านหน้าดูมันวาวต่อเนื่องเสมอกัน

ความปลอดภัย: ระบบความปลอดภัยพัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะ โดยใช้ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยของ  แบล็คเบอรี่ ที่เชื่อถือได้และมีการอัพเดทแบบเรียลไทม์ เพื่อคุ้มครองข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ให้ดีที่สุด

 

ออปโป้มั่นใจไชน่าแบรนด์ วาดเป้าผงาดผู้นำสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มกราคม 2560 เวลา 08:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473873

ออปโป้มั่นใจไชน่าแบรนด์ วาดเป้าผงาดผู้นำสมาร์ทโฟน

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

เรียกได้ว่าร้อนแรงกันตั้งแต่ต้นปีสำหรับตลาดสมาร์ทโฟนในไทย แม้ช่วงปลายปีที่ผ่านมาปัจจัยลบจากกำลังซื้อที่เข้ามากระทบในเกือบทุกภาคธุรกิจ แต่ดัชนีที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยถึงจุดต่ำสุดและน่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจะส่งผลให้ตลาดสมาร์ทโฟนร้อนแรงและมีการแข่งขันกันดุเดือดแน่นอน

ชานนท์ จิรายุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย ออปโป้ กล่าวว่า ก่อนที่จะเข้ามาทำตลาดที่เมืองไทย แบรนด์ออปโป้ถือว่าเป็นเบอร์ 1 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2555 ในสินค้ากลุ่มไฮเอนด์ ซึ่งไม่น่าจะยากในการเป็นเบอร์ 1ที่เมืองไทยเช่นกัน

แบรนด์ออปโป้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 โดยเริ่มจากสินค้ากลุ่มฟีเจอร์โฟน ชื่อรุ่น LOMO Me ซึ่งเป็นโทรศัพท์รุ่นฝาพับที่มี นิชคุณ หรเวชกุล มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรก

“แม้ทุกคนจะเข้าใจว่าออปโป้เป็นแบรนด์เกาหลี แต่ผมก็ตอบอย่างมั่นใจว่าเราเป็นแบรนด์จีน และอยากให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าสินค้าจีนดีและไม่ได้มีแต่ของก๊อบปี้เท่านั้น”

จากนั้นในปี 2555 บริษัทได้ส่งรุ่น find p เข้าสู่ตลาดในช่วงเดือน เม.ย. 2555 แม้ว่าช่วงแรกจะทำยอดขายได้ไม่ถึงหมื่นเครื่อง และไม่ได้ทำการตลาดอย่างเต็มที่ แต่ก็เริ่มมองเห็นศักยภาพของตลาดสมาร์ทโฟนและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในไทยว่าสามารถเติบโตได้ในอนาคต

แต่สิ่งสำคัญคือ การจะเป็นแบรนด์ที่เติบโตและแข็งแกร่งได้นั้น จะต้องมีอินโนเวชั่นหรือนวัตกรรมใหม่ตลอดเวลา ซึ่งออปโป้มั่นใจว่ามีครบในเรื่องนวัตกรรม และไม่แน่ว่าผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในอนาคตอาจเปลี่ยนเป็นออปโป้ก็เป็นได้

“การเติบโตของออปโป้นั้น พูดได้ว่าโตมาทุกวันนี้เป็นเพราะคน นั่นหมายความว่าทีมงานเป็นส่วนผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ออปโป้เติบโตได้ทุกวันนี้”

ชานนท์ กล่าวว่า ความคิดเห็นในเชิงธุรกิจของคนในวงการโทรคมนาคมจำนวนมากจะให้ความสำคัญกับการลงทุนเทคโนโลยีเป็นพันเป็นหมื่นล้าน เพื่อซื้อเครื่องจักรที่มีศักยภาพเหมือนมนุษย์

แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่มีคนคิดค้นหรือพัฒนาเครื่องจักร คนจะไม่มีเครื่องจักรที่ดีในการใช้งาน เพราะเทคโนโลยีไม่สามารถซ่อมตัวเองได้ และถ้าคนไม่สั่งการเครื่องจักรจะไม่เริ่มทำงาน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าบริษัทให้ความสำคัญกับทีมเป็นอย่างมาก เพราะทีมที่แข็งแกร่งถือว่าเป็นส่วนผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต

เมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นยุคที่สมาร์ทโฟนในเมืองไทยกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ออปโป้ส่งสินค้าลงตลาดถึง 13 รุ่น และถือว่าเป็นปีที่มียอดขายดีมาก แต่ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าทีมงานยังไม่แข็งแรงพอทำให้ต้องขยายทีมอย่างหนัก มีการสร้างทีมใหม่ เพิ่มการฝึกอบรมและทำให้เพื่อนร่วมงานทุกระดับรู้สึกรักในแบรนด์ของเรา

“เพื่อทำความเข้าใจในทุกตลาดที่ต้องดูแล ผมขับรถดูภูมิประเทศของจังหวัดนั้นในตอนกลางคืน เพื่อดูความเจริญของเมือง ร้านค้าและโครงสร้างของจังหวัด คำนวณประชากรและจุดที่เราควรเข้าไปเพิ่มพื้นที่การขายเพื่อขยายโอกาสของธุรกิจได้”

แนวทางการทำงานของ ชานนท์ คือ ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นผู้จัดการฝ่ายขายแบรนด์ออปโป้ แต่มองว่าธุรกิจของออปโป้คือธุรกิจส่วนตัวที่ต้องทุ่มเท ไม่จำกัดรูปแบบการทำงาน เป็นตัวอย่างการทำงานให้ลูกน้องดีกว่าคอยชี้นิ้วสั่งด้วยปากอย่างเดียว จนถึงปัจจุบันองค์กรมีทีมขายมากถึง 3,000 คน เชื่อว่าจะสามารถขยายตลาดได้ตามเป้าที่วางไว้แน่นอน

อีกประเด็นสำคัญคือ การที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ขณะที่ต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังขาดเรื่องของนวัตกรรม ยังไม่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือคิดค้นเรื่องเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงควรจะลงไปเน้นเรื่องทักษะและความสามารถของคน มองเรื่องการศึกษาและการสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของหลักสูตรในมหาวิทยาลัย แต่ควรเริ่มตั้งแต่อนุบาล ประถม และมัธยม

“ต้องให้เด็กฝึกคิดนอกกรอบ ใช้ความสร้างสรรค์ให้เต็มที่กับความสามารถที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน ลองมองประเทศญี่ปุ่น จีน หรือสหรัฐอเมริกา ที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดเวลา เพราะเริ่มวางรากฐานของการพัฒนาชาติตั้งแต่จุดเริ่มต้น ไม่มีใครเกิดมาทำถูกตั้งแต่เกิดทุกอย่าง ต้องล้มลุกคลุกคลาน เช่นเดียวกับเกมธุรกิจไม่มีใครแพ้หรือชนะถาวร ใครกล้าจะเปลี่ยนและพัฒนาก่อนคนนั้นย่อมได้เปรียบ”

สำหรับปี 2560 นี้ สิ่งที่จะขับเคลื่อนธุรกิจได้ยังคงเป็นเรื่องของนวัตกรรม ถ้ามีเทคโนโลยีใหม่ที่แตกต่างจากเดิมน่าจะกระตุ้นให้กำลังซื้อกลับมามีทิศทางที่ดีอีกครั้งจากการคาดการณ์ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้ คาดว่าโตเป็นตัวเลขหลักเดียว เพราะปัจจุบันคนไทยใช้งานสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว การแข่งขันในปีนี้น่าจะเป็นเรื่องของการกินส่วนแบ่งของคู่แข่งมากกว่า

ในส่วนของออปโป้พร้อมทุ่มงบเต็มที่เพื่อกระตุ้นเป้าการขาย ซึ่งไม่ได้มองว่าคู่แข่งจะใช้เม็ดเงินลงทุนเท่าไหร่ แต่มองว่าต้องใช้งบเท่าไหร่ออปโป้ถึงจะทำยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ ควรปรับปรุง เพิ่มหรือลดส่วนไหน ถ้าเป้าหมายสูงงบก็จะสูงตามไปด้วย โดยในช่วง 1-2 ปีนี้ มั่นใจว่าเบอร์หนึ่งในกลุ่มสมาร์ทโฟนของไทยมีสิทธิเปลี่ยนมือแน่นอน และก็หวังว่าจะเป็นออปโป้ที่ได้ขึ้นไปอยู่ในจุดนั้น

“แบรนด์ออปโป้ทำตลาดกลุ่มมิดทูไฮมาตลอด เพราะตลาดสมาร์ทโฟนระดับนี้มีโอกาส ทั้งไลฟ์สไตล์และรายได้ของประชากรที่เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้นทุนในสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนสูง เพราะเป็นเครื่องนำเข้าทั้งหมด โดยเฉพาะรุ่นแฟล็กชิปของทุกค่ายที่ต้องโชว์ศักยภาพมากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป”

 

จับตา 10เทรนด์ไอทีปีระกา แรงกระเพื่อมเศรษฐกิจดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มกราคม 2560 เวลา 08:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/473871

จับตา 10เทรนด์ไอทีปีระกา แรงกระเพื่อมเศรษฐกิจดิจิทัล

โดย…ทีมข่าวไอทีโพสต์ทูเดย์

ขึ้นศักราชใหม่ด้วยการเผย 10 เทรนด์ไอทีรอบตัวที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 ในหลายแง่มุมที่ต่างก็มองว่าจะส่งผลถึงภาพธุรกิจโดยรวมให้มีความหลากหลายเพราะตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาเหมือนว่าจะมีกระแสฟินเทคมาแรงจากการส่งเสริมของภาครัฐ ในขณะที่คลาวด์และบิ๊กดาต้ายังเป็นโอกาสใหญ่ของภาคธุรกิจที่มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

เทรนด์แรก แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดในอนาคตทั้งระดับองค์กรและระดับประเทศ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ภาครัฐยังต้องเน้นเรื่องคลาวด์บิ๊กดาต้า โซเชียลเน็ตเวิร์ก อุปกรณ์พกพา และอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์

จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานการศึกษาตลาดไคลเอนด์ ดีไวซ์ประจำไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น หรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงธุรกิจนั้น ต้องสอดคล้องกับมุมมองภาครัฐ เพราะจากนี้ไปเศรษฐกิจจะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การลงทุนด้านไอทีจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2559 ที่ผ่านมาภาคธุรกิจมีการใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 4 แสนล้านบาท คาดว่าในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นในเรื่องของดีไวซ์ รองลงมาคือบริการด้านไอทีอย่างคลาวด์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นคือ ไทยกำลังอยู่ในยุคของแพลตฟอร์มที่ 3 โดยเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มหลัก คือ คลาวด์ บิ๊กดาต้าโซเชียลมีเดียและโมบายทำให้จะเห็นบริการที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ออกมามากขึ้น แต่ปัญหาใหญ่ที่อาจส่งผลต่อการลงทุนคลาวด์และบิ๊กดาต้าคือ การออก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องจับตามองว่า ภาคธุรกิจจะเชื่อมั่นในนโยบายและหลักการของภาครัฐมากขึ้นหรือจะถอยออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน

เทรนด์ 2 การเติบโตของอุตสาหกรรมไอทีในปี 2560 จะมาจากรถยนต์อัจฉริยะ ประกันภัยเทเลเมติกส์ เทคโนโลยีสุขภาพส่วนบุคคล และอาคารอัจฉริยะ ที่มีการลงทุนมากถึง 7,000 ล้านบาท ต่อด้วยเทรนด์ 3 การปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยในธุรกิจเฮลท์แคร์ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยมากขึ้น อาทิ การใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อสื่อสารกับคนไข้และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดีขึ้น รวมทั้งรองรับแนวโน้มประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต

สำหรับเทรนด์ 4 ไดเมนชั่น ดาต้า โดยคาดการณ์ว่าแนวโน้มไอทีปี 2560 ระบบอัจฉริยะจะผลักดันให้เกิดการคาดการณ์ของระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพราะองค์กรที่ลงทุนด้านไอทีไป9แล้วย่อมต้องการปกป้องข้อมูลระดับเมตาดาต้าที่เปรียบเสมือนข้อมูลสำคัญระดับล้ำค่าที่ช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าได้ละเอียดและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

เอเตียนน์ เรย์เนกเก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี กล่าวว่าดิจิทัลเป็นเรื่องของการสร้างโมเดลธุรกิจแบบยึดลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งการสื่อสารที่ประกอบด้วยระบบเครือข่าย คลังข้อมูล แอพพลิเคชั่นและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะใช้งานผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรมีอยู่หรือคลาวด์

ขณะที่ระบบไฮบริดไอซึ่งเป็นเทรนด์5 เป็นผลจากการที่อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรืออินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์และการส่งข้อมูลผ่านข้อมูลจำนวนมหาศาลหรือบิ๊กดาต้า ทำให้เกิดการวิเคราะห์ผลรูปแบบพิเศษเพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ทันสมัยและเกิดขึ้นได้จริง รวมทั้งเทคโนโลยีการจัดเก็บหรือคอนเทนเนอร์จะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ระบบไฮบริดไอทีมีการใช้งานมากขึ้นในปี 2560

อย่างไรก็ตาม การใช้งานไอทีที่เพิ่มขึ้นย่อมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย บริษัท เทรนด์ไมโคร ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านระบบรักษาความปลอดภัย เผยว่าภัยคุกคามทางโลกไซเบอร์นับเป็นเทรนด์ 6 หน่วยงานต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะจะมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และอินดัสเทรียล อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IIoT) ที่มีความเสี่ยงในการถูกโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายมากขึ้น

เทรนด์ 7 การนำอุปกรณ์เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกจริง (Augmented Reality : AR) และความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality : VR) สินค้าต่างๆ นำอุปกรณ์ดังกล่าวมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า เกิดอินเตอร์เฟสแบบ 360 องศาระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และเทรนด์ 8 เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพส่วนบุคคลอย่างสมาร์ทวอตช์ ที่จะเริ่มแพร่หลายสู่กลุ่มคนทั่วไปมากขึ้น

ในส่วนของเทรนด์ 9 ธุรกิจทีวีจะหันมาให้บริการแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น จากพฤติกรรมเลือกชมคอนเทนต์ที่ตนเองต้องการมากขึ้น และการเลือกชมทุกที่ ทุกเวลา และปิดท้ายด้วยเทรนด์ 10 การสร้างวิดีโอคอนเทนต์จะมาแรง เพราะเป็นเครื่องมือการสื่อสารแบรนด์หรือสินค้าที่ส่งผลให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือมากกว่าใช้โลกโซเชียลมีเดีย

หลายองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยนผ่าน ที่สำคัญคือไม่ว่าจะลงทุนมากเพียงใดก็ตาม ต้องนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด