เข้านอนให้ตรงเวลานะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/464083

เข้านอนให้ตรงเวลานะ

โดย…บีเซลบับ/ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า การเข้านอนตรงเวลาอย่างสงบเป็นเรื่องที่สำคัญมากทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อจะได้นอนหลับสนิทดีในเวลากลางคืน การเข้านอนตรงเวลาเป็นประจำทุกวันมีความสำคัญกว่าที่คนทั่วไปคิด เนื่องจากคุณสามารถป้องกันการนอนหลับที่ไม่เพียงพอบ่อยๆ และแก้ปัญหาด้านพฤติกรรมได้ด้วยการมีตารางเวลาที่แน่นอน และกิจวัตรประจำวันที่ผ่อนคลายก่อนการนอน

นอกจากนี้ การเข้านอนตรงเวลาเป็นประจำทุกคืน แม้กระทั่งในคืนวันสุดสัปดาห์ก็ต้องไม่ยกเว้น จะทำให้นาฬิกาชีวิตภายในร่างกายของเรามีความสม่ำเสมอ จะทำให้คุณง่วงเมื่อถึงเวลาที่คุณควรง่วง และทำให้คุณตื่นเมื่อถึงเวลาที่คุณควรตื่น เด็กเล็กไม่ควรดื่มน้ำหวานหรือกินของหวานหลังอาหารเย็น เพราะการได้รับน้ำตาลก่อนเวลานอน จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการนอนได้

ยิ่งไปกว่านั้นคือยังส่งผลต่อสุขภาพ ปริมาณน้ำตาลเกิน จะทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวมากขึ้น อาจทำให้เป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง โรคอ้วน คอเลสเตอรอลสูง ซึ่งทั้งหมดจะแปรเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคหัวใจในอนาคตด้วยล่ะ (ไม่เฉพาะต่อเด็กๆ ดอกนะ คนโตๆ ก็ไม่ควรกินน้ำตาลเกินด้วยเช่นกัน)

 

“โมบายมันนี่” ช่วยเคนยาพ้นความยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ธันวาคม 2559 เวลา 20:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/469778

"โมบายมันนี่" ช่วยเคนยาพ้นความยากจน

เทคโนโลยีการโอนเงินผ่านมือถือช่วยชาวเคนยา 1.94แสนครัวเรือนหลุดพ้นจากภาวะยากจน

ผลการศึกษาจากวารสารไซแอนซ์ ระบุว่า โมบายมันนี่ หรือเทคโนโลยีการโอนเงินผ่านมือถือสามารถช่วยให้ชาวเคนยาราว 1.94 แสนครัวเรือน คิดเป็นสัดส่วนราว 2% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หลุดพ้นจากภาวะยากจนได้ โดยตู้เอทีเอ็มในเคนยามีจำนวนเพียง 2,700 เครื่องเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานของประชากรภายในประเทศ

ทั้งนี้ บริการดังกล่าวมีชื่อ “เอ็ม-พีซ่า” เปิดให้บริการขึ้นเมื่อปี 2007 ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการโอนเงินและการส่งเงินไปให้ครอบครัว เนื่องจากสัดส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในเคนยาสูงถึง 96% โดยก่อนบริการดังกล่าวเกิดขึ้นนั้น ชาวเคนยาจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานตู้เอทีเอ็มได้ ต้องเดินทางข้ามเมืองเพื่อนำเงินไปให้ครอบครัว

นอกจากนี้ บริการเอ็ม-พีซ่า ช่วยให้ผู้หญิงชาวเคนยาราว 1.85 แสนราย สามารถเก็บออมเงินได้มากขึ้น และเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา เนื่องจากบริการดังกล่าวช่วยให้การบริหารจัดการเงินในบัญชีทำได้ง่าย มีความเป็นส่วนตัว และปลอดภัยยิ่งขึ้น

ถอดบทเรียน “วันคนโสด” กิจกรรมผสานเทคโนโลยีดันยอดค้าออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ธันวาคม 2559 เวลา 12:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/469740

ถอดบทเรียน "วันคนโสด" กิจกรรมผสานเทคโนโลยีดันยอดค้าออนไลน์

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

วันคนโสด หรือวันลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ทุกวันที่ 11 พ.ย. ของบริษัท อาลีบาบา อี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนนั้น ถือเป็นความสำเร็จที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากยอดขายพุ่งทุบสถิติอีกครั้งในปีนี้ที่ 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.06 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 32% ที่ 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.04 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะทะยานไปแตะ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 39 ล้านล้านบาท) ในปี 2020

วันคนโสดถือเป็นมหกรรมลดราคาสินค้าแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 24 ชั่วโมง และให้ส่วนลดผู้บริโภคจีนมากกว่า 50% ก่อนหน้านี้จีนไม่มีเทศกาลลดราคาสินค้าครั้งใหญ่เหมือน แบล็กฟรายเดย์ ในสหรัฐ แต่อาลีบาบาได้สร้างวันคนโสดขึ้นมาในปี 2009 ซึ่งในช่วงแรกนั้น เพียงแค่ต้องการโปรโมท ทีมอลล์ เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ โดยในปีนั้นมีร้านค้าปลีกเข้าร่วมเพียงแค่ 27 ราย

ทั้งนี้ กลุ่มชนชั้นกลางในจีนที่ขยายตัวขึ้น ทำให้อาลีบาบาเริ่มชักชวนแบรนด์ต่างชาติมาจำหน่ายสินค้าบนเว็บไซต์ของบริษัท โดยในปี 2016 มีแบรนด์กว่า 4 หมื่นแห่งเข้าร่วม ขณะเดียวกันยังพัฒนากลยุทธ์การขายและการตลาดควบคู่ไปด้วย เช่น การทุ่มโฆษณาสินค้าบนสมาร์ทโฟน นำสินค้าคุณภาพดีมาขายมากขึ้น เพิ่มคูปองลดราคา หรือแม้กระทั่งมีเกมหน้าเว็บเพื่อดึงให้ลูกค้าอยู่หน้าเว็บนานขึ้นและเห็นสินค้ามากขึ้น

ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือด อาลีบาบาได้คิดกิจกรรมใหม่ซึ่งผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยในปี 2016 เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจงานวันคนโสดมากขึ้นก่อนถึงวันจำหน่ายจริง ด้วยการชูกลยุทธ์เปลี่ยนการช็อปปิ้งออนไลน์ให้กลายเป็นความบันเทิง เริ่มที่การจัดไลฟ์สตรีมมิ่งงานแฟชั่นโชว์ 8 ชั่วโมง ร่วมกับแบรนด์นานาชาติราว 50 แห่งในเมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ก่อนหน้าวันคนโสดราว 1 เดือน โดยนักช็อปสามารถสั่งซื้อสินค้าได้เลยล่วงหน้าระหว่างที่กำลังชมการสตรีมมิ่งอยู่ แล้วไปชำระเงินภายหลัง

นอกจากนี้ อาลีบาบายังหยิบยกความสำเร็จจากเกมชื่อดัง “โปเกมอน โก” มาประยุกต์ใช้กับการทำการตลาดด้วย โดยเปิดตัวเกมสำหรับนักช็อปบนสมาร์ทโฟน ที่ผสานโลกเสมือนและโลกจริง (AR) ก่อนถึงวันคนโสด 2 สัปดาห์ ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับส่วนลดและของรางวัลมากมาย หากเดินตาม “ทีมอลล์ แคท” แมสคอตในเกมไปตามร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศ

ในคืนนับถอยหลังก่อนวันคนโสด อาลีบาบาจัดงานกาล่าขึ้นที่เมืองเสิ่นเจิ้น โดยจ้าง เดวิด ฮิลล์ ผู้กำกับมหกรรมซูเปอร์โบว์ลและออสการ์มาจัดงาน และเชิญเซเลบริตี้ต่างชาติ เช่น เดวิดและวิกตอเรีย เบคแฮม รวมถึงคนดังในประเทศมาร่วมงาน ขณะที่ผู้ชมยังร่วมลุ้นรางวัลด้วยการเขย่าสมาร์ทโฟน และซื้อสินค้าที่ลดราคาพิเศษเฉพาะผู้ชมงานเท่านั้น

นอกเหนือจากกลยุทธ์การขายและการตลาดแล้ว โครงสร้างธุรกิจและเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมยังเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จ ซีเอ็นเอ็น มันนี่ รายงานว่า ในปี 2016 ไช่เหนี่ยว เน็ตเวิร์ก ธุรกิจบริการส่งพัสดุในเครือของอาลีบาบาใช้พนักงานกว่า 1.7 ล้านคนในการบรรจุหีบห่อและส่งสินค้า 650 ล้านรายการ ขณะที่อาลีบาบายังมีบริการรับชำระเงิน อาลีเพย์ ที่มีเครือข่ายพันธมิตรใน 70 ประเทศ และกำลังขยายไปในยุโรป เอเชีย และสหรัฐ

ขณะที่มหกรรมในฝั่งสหรัฐ อย่างแบล็กฟรายเดย์และไซเบอร์มันเดย์ ทำยอดขายได้มากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะไซเบอร์มันเดย์ ซึ่งยอดขายพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ที่ 3,450 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.23 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 12.1% จากปี 2015 ด้านแบล็กฟรายเดย์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 21% มาอยู่ที่ 3,340 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.19 แสนล้านบาท) โดยอะโดบี ดิจิทัล อินไซต์ บริษัทวิจัยตลาดเปิดเผยว่า เป็นเพราะบริษัทค้าปลีกต่างๆ ประกาศโปรโมชั่นลดราคาเร็วกว่าปกติ แจ้งโปรโมชั่นไปยังลูกค้ามากขึ้น 56% จากปีก่อนหน้า รวมถึงส่งโปรโมชั่นดังกล่าวไปให้ลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าเดิม

 

ชาร์ปหันลุย สมาร์ทโฟนระดับกลาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 ธันวาคม 2559 เวลา 08:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/469380

ชาร์ปหันลุย สมาร์ทโฟนระดับกลาง

ชาร์ปส่งสมาร์ทโฟนบุกตลาด หวังเจาะกลุ่มมิดทูไฮ ตั้งเป้าปีหน้าขาย 6 หมื่นเครื่อง

นายณรงค์ กมลเดชา ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท คอมติวา เทคโนโลยี ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายจากไต้หวัน เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าในปี 2560 ตลาดสมาร์ทโฟนจะยังมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มราคา 7,000-1 หมื่นบาทขึ้นไป เพราะเป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด และมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 20-25% จึงได้ส่งสมาร์ทโฟน 2 รุ่นลงตลาด ตั้งเป้ายอดขาย 6 หมื่นเครื่อง จากภาพรวมยอดขายตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2560 ที่คาดว่าจะมีกว่า 10 ล้านเครื่อง

ทั้งนี้ ชาร์ปจะส่งสมาร์ทโฟนเข้ามาเจาะตลาดระดับกลาง 2 รุ่น คือ ชาร์ป เอ็ม1 (M1) ราคา 8,990 บาท และ ชาร์ป ซี2 (Z2) ราคา 9,990 บาท และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 5-6 รุ่นในปีหน้า โดยเริ่มจำหน่ายผ่านทรูมูฟ ทีจีโฟน เจมาร์ท และคอมเซเว่น รวมทั้งยังได้ร่วมกับไทยเวย์ในการเป็นผู้ดูแลบริการหลังการขาย สำหรับลูกค้าที่ใช้งานเครือข่ายทรูมูฟเอช ส่วนการขยายตลาดสมาร์ทโฟนนอกประเทศญี่ปุ่นผ่านเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ ยังคงมีเพียงรายเดียวคือ คอมติวา เทคโนโลยี ที่เปิดตลาดแล้วในจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย และล่าสุดคือ ไทย

สำหรับการขายสินค้าจะผ่านช่องทางโอเปอเรเตอร์เป็นหลัก เพราะช่วยกระตุ้นให้มีการเติบโตที่ดี และชาร์ปยังเป็น น้องใหม่ในกลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟนจึงต้องใช้ความร่วมมือผ่านพันธมิตรในการสร้างแบรนด์ก่อน แต่เชื่อมั่นว่าภาพลักษณ์ในเรื่องคุณภาพดีของแบรนด์ญี่ปุ่นในสายตาคนไทยจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างแน่นอน

ภาพ https://www.beartai.com/news/it-thai-news/137617

 

ทีวีดิจิทัลแข่งขันดุส่อหายหลายช่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 ธันวาคม 2559 เวลา 08:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/469203

ทีวีดิจิทัลแข่งขันดุส่อหายหลายช่อง

กันตาร์เผยผลวิจัยแนวโน้มทีวีดิจิทัลยังแข่งขันสูง คาดในอนาคตเหลือผู้เล่นหลักที่อยู่ได้ไม่กี่ช่อง

นายอิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิลด์พาแนล (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า จากผลรายงานการวิจัยแนวโน้มสื่อทุกแพลตฟอร์ม พร้อมพฤติกรรมผู้บริโภคสื่อและการสื่อสารต่อแบรนด์สินค้าที่มีต่อการจับจ่ายและวางแผนสื่อที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,000 ราย พบว่า การแข่งขันของสื่อทีวีดิจิทัลยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง และในอนาคตคาดว่าจะเหลือผู้เล่นที่สามารถอยู่ในธุรกิจได้ไม่กี่ช่อง เนื่องจากผู้ชมเริ่มรับรู้ถึงช่องรายการที่ชื่นชอบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสื่อทีวีจะมีการแข่งขันรุนแรงและได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจไปบ้าง แต่ทีวีก็ยังคงเป็นสื่อหลักในการสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมโฆษณา โดยในส่วนของช่องทีวีอะนาล็อกเดิม ช่อง 7 ยังคงมีจำนวนผู้ชมมากที่สุด หรือคิดเป็น 92.1% ของ ผู้ชมทีวีทั้งหมด ตามด้วยช่อง 3 มีผู้ชมอยู่ที่ 91.4% ส่วนทีวีดิจิทัลช่องใหม่ที่มีผู้ชมมากที่สุด คือ ช่องเวิร์คพอยท์ ช่องวัน และช่อง 8

สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อที่น่าเป็นห่วงในปี 2560 คือ สื่อนิตยสาร ตามด้วยสื่อหนังสือพิมพ์ เนื่องจากจำนวนผู้อ่านมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากแนวโน้มที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการในสื่อสิ่งพิมพ์ควรมีการปรับตัว ด้วยการเพิ่มความรวดเร็วและเช็กความถูกต้องให้มากขึ้น ส่วนสื่อดาวรุ่งที่มีแนวโน้มการเติบโตมากที่สุดยังคงเป็นสื่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้นผ่านสมาร์ทโฟน

 

หัวเว่ยฮึดลุยมือถือรุกผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 ธันวาคม 2559 เวลา 06:13 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/469175

หัวเว่ยฮึดลุยมือถือรุกผู้หญิง

หัวเว่ย ปลื้มหลัง Mate9 หนุนยอดพุ่ง ส่งรุ่นใหม่ลงตลาดอีก 2 รุ่น หวังเจาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิงระดับบนและกลางเพิ่ม

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ บริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หัวเว่ยยังคงมีการเติบโตทั่วโลกแบบก้าวกระโดด ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรก ในแง่รายได้เพิ่มขึ้น 35% จำนวนเครื่องโต 25% ส่วนประเทศไทยนั้นแม้ตัวเลขโตจะยังไม่ถึง 2 หลัก แต่เชื่อมั่นว่าหลังปรับกลยุทธ์ จะช่วยสร้างยอดขายในปีหน้าให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า หัวเว่ย Mate 9 Series เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทมีโอกาสในการเติบโตแม้เศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาจะชะลอตัว และไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับอนุญาตให้ขายรุ่นนี้

บริษัทยังคงลงทุนในเรื่องของการทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบ 10% ของรายได้ เพื่อพัฒนาเครื่องให้ตอบโจทย์ความต้องการตามไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าต้องการอย่างเช่น การถ่ายภาพ เพราะฟีเจอร์กล้องคู่ถือว่า เป็นลูกเล่นหลักที่ลูกค้าได้รับจากสมาร์ทโฟนในราคาที่ไม่สูงมาก และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดี

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนในปีหน้าจะยังมีโอกาสเติบโตอยู่ 1 หลัก หรือดิจิต และหัวเว่ยยังมีส่วนแบ่งในตลาดไม่เยอะ จึงมีโอกาสเพิ่มยอดได้เป็นเท่าตัว อีกทั้งสินค้ากลุ่มพรีเมียมในระดับราคา 1.5 หมื่นาทขึ้นไป มีตัวเลือกน้อย การนำเสนอคุณภาพและจุดเด่นของสินค้าอย่างต่อเนื่องจะช่วยขยายโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้อีกมาก

นายทศพร กล่าวว่า แม้ตอนนี้หัวเว่ยจะเป็นเบอร์ 4 ของตลาดสมาร์ทโฟนในแง่มูลค่าและยังมีส่วนแบ่งตลาดในไทยเพียง 1 ดิจิต แต่ในปีหน้าจะมีการลงทุนด้านการตลาดเพิ่ม เพราะมองว่าไทยเป็นประเทศที่มีโอกาสเติบโตได้อีก จึงเน้นเรื่องของการสร้างแบรนด์เป็นหลักโดยใช้งบเพิ่มอีก 1 เท่า จากปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ ขยายช่องทางการขายและนำสินค้าเข้ามาเจาะตลาดทุกกลุ่ม

นอกจากนี้ การวางกลยุทธ์ในเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่ายจากเดิมที่มีหน้าร้าน 1,000 แห่ง มาเป็น 5,000 แห่งทั่วประเทศ จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการเพิ่มพนักงานขายหน้าร้านจะช่วยเพิ่มโอกาสแนะนำสินค้า ส่วนการเลือกใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นผู้หญิงในการสื่อสารกับลูกค้านั้น จะช่วยให้แบรนด์มีความน่ารักและจับต้องได้ง่ายขึ้น

“ต้องยอมรับว่าแบรนด์หัวเว่ยยัง เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้งานเพศชาย การเปิดตัวพรีเซนเตอร์หญิงอย่าง มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน เป็นครั้งแรก จะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าเพศหญิงมากขึ้น”

สำหรับสมาร์ทโฟนที่เปิดใหม่นั้น แบ่งเป็น รุ่น Mate9 และ GR Series คือหัวเว่ย Mate9 Porsche Design ราคา 4.99 หมื่นบาท มีจำหน่ายในไทยเพียง 800 เครื่อง และหัวเว่ย Mate9 Pro ราคา 2.79 หมื่นบาท จะขายกลางเดือน ม.ค.ปีหน้า ส่วนรุ่น หัวเว่ย Mate9 ราคา 2.39 หมื่นบาท และหัวเว่ย GR5 2017 ราคา 8,900 บาท จะขายวันที่ 8 ธ.ค.นี้

ภาพประกอบข่าว  https://shopsmartly.co/headlines/review-huawei-mate-9/

 

“อูเบอร์”วอนภาครัฐยืดหยุ่นในการให้บริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 ธันวาคม 2559 เวลา 12:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/469092

"อูเบอร์"วอนภาครัฐยืดหยุ่นในการให้บริการ

อูเบอร์ หวังภาครัฐเข้าใจ หลังเกิดปัญหาขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติม

นางเอมี่ กุลโรจน์ปัญญา ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรและนโยบาย เอเชียแปซิฟิก อูเบอร์ เปิดเผยว่า บริษัทรับทราบเกี่ยวกับกรณีที่มีข่าวการให้บริการผิดกฎหมาย แต่ขอยืนยันว่าอูเบอร์ไม่ใช่รถแท็กซี่ แต่เป็นการให้บริการในรูปแบบของระบบร่วมเดินทางผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ใช้บริการ โดยอูเบอร์มีการเปิดให้บริการในพื้นที่ กทม.และเชียงใหม่เท่านั้น รวมทั้งไม่ได้ตั้งบูธรับสมัครผู้ร่วมขับที่ภูเก็ตอย่างที่เป็นข่าว

อูเบอร์ยังขอยืนยันว่าบริษัทยินดีให้ความร่วมมือและพร้อมที่จะเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการให้บริการแก่ทางภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อสรุปในการให้บริการร่วมกัน เช่นเดียวกับในต่างประเทศอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ที่ประกาศรับรองรูปแบบการให้บริการร่วมเดินทางอย่างเป็นทางการ ซึ่งหวังว่าประเทศไทยก็จะมีทิศทางที่ดีแบบเดียวกัน เพราะอูเบอร์ต้องการที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายดังกล่าวในไทย

นอกจากนี้ ในเรื่องของการตรวจสอบประวัติผู้ขับขี่และการเปิดให้บริการนั้น อูเบอร์ขอยืนยันว่าก่อนที่จะเปิดให้บริการในแต่ละพื้นที่ บริษัทได้ชี้แจงกับหน่วยงานภาครัฐในแต่ละท้องที่แล้วว่าจะเข้าไปเปิดให้บริการ รวมทั้งตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและประวัติการขับขี่ว่าไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อนของผู้ร่วมขับทุกคน เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางได้อย่างมั่นใจ

ทั้งนี้ อูเบอร์มีรูปแบบการให้บริการในไทยเพียง 2 แบบ คือ อูเบอร์เอ็กซ์ที่ให้บริการด้วยอีโคคาร์ และอูเบอร์แบล็กที่ให้บริการด้วยรถยนต์ระดับพรีเมียม

ภาพ…เอเอฟพี

 

เร่งป้องกันมัลแวร์โซเชียล เตือนผู้ใช้เสี่ยงถูกฉกข้อมูลส่วนตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 ธันวาคม 2559 เวลา 10:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/468662

เร่งป้องกันมัลแวร์โซเชียล เตือนผู้ใช้เสี่ยงถูกฉกข้อมูลส่วนตัว

ไซแมนเทค คาดปีหน้าไวรัสจากโซเชียลมีเดียมาแน่ เร่งผู้ใช้งานหาวิธีป้องกันถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว

นายอลัน ลี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ทั่วโลก กลุ่มธุรกิจการป้องกันภัยคุกคามขั้นสูง บริษัท ไซแมนเทค กล่าวว่า จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประเทศไทยที่มีกว่า 38 ล้านคนนั้น แบ่งเป็นผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียผ่านมือถือสูงถึง 34 ล้านคน ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเข้าใช้งาน

นายอลัน ได้อ้างอิงถึงกรณีการนำคลิปหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อครั้งหาเสียงว่า มีการนำคลิปดังกล่าวไปอัพโหลดใหม่ผ่านเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อล่อให้คนเข้าไปคลิกรับชม ผู้ใช้งานที่ไม่ระวังจะถูกเข้าถึงข้อมูลแบบไม่รู้ตัว ทั้งยังเสี่ยงต่อการขโมยข้อมูลหรือมัลแวร์ในทุกอุปกรณ์สื่อสาร รวมทั้งอาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวที่กรอกไว้ในโซเชียลมีเดียส่วนตัว ทั้งเฟซบุ๊ก อีเมลและลิงค์อิน ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงไม่ควรที่จะกรอกข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดลงไปในสื่อสังคมออนไลน์

สำหรับในประเทศไทยจะมีคนดังในโลกออนไลน์ถูกนำข้อมูลหรือปลอมตัวตนเพื่อหลอกลวงเพื่อขอรับเงินบริจาคหรือบรรเทาความเดือดร้อนมากขึ้น ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจึงควรเร่งหาระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกัน อีกทั้งไอดีซีได้คาดว่าตลาดไอโอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะมีมูลค่าสูงถึง 3,810 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้นในปี 2560 นั้น ยิ่งได้ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทจึงเร่งทำตลาดในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรให้มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมีการเข้าไปคุยกับทางหน่วยงานภาครัฐทั้งกระทรวงขนาดใหญ่และองค์กรภาครัฐขนาดย่อม ให้มีความเข้าใจและลงทุนด้านความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาได้ดีกว่าซอฟต์แวร์เดิมที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน

ภาพ…เอเอฟพี

 

สินค้าหันทุ่มโฆษณาดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 ธันวาคม 2559 เวลา 20:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/468646

สินค้าหันทุ่มโฆษณาดิจิทัล

สมาคมโฆษณาดิจิทัลมั่นใจสื่อโฆษณาดิจิทัลปี 2560 ยังเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ชี้เจ้าของสินค้าหันมาใช้สื่อโฆษณาดิจิทัลมากขึ้น

นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมสื่อโฆษณาดิจิทัลในปี 2560 มองว่าน่าจะยังมีโอกาสเติบโตได้ในตัวเลข 2 หลักเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นสื่อโฆษณาที่ฟื้นตัวเร็วมากที่สุดเมื่อเทียบกับสื่อประเภทอื่นๆ เห็นได้จากเม็ดเงินที่เริ่มไหลเข้ามามากขึ้นหลังวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงถือเป็นแนวโน้มที่ดี

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของสื่อโฆษณาดิจิทัลในปีหน้า รูปแบบของการใช้สื่อโฆษณาดิจิทัลจะมีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจกับสื่อใหม่ๆ ดังนั้นผู้ประกอบการสื่อโฆษณาดิจิทัลจึงต้องมีการพัฒนาเครื่องมือที่จะเข้าถึงตัวผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“สื่อดิจิทัลในปัจจุบันมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น หลังจากมีสมาร์ทโฟน และมีอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่เป็นเจ้าของคอนเทนต์จึงควรทำให้คอนเทนต์มีความแตกต่าง และมีความใหม่อยู่เสมอ เพื่อมัดใจลูกค้า”

นพ.ศุภชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่เอเยนซีโฆษณาควรปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่องหลัก คือ 1.การปรับตัวให้สอดรับกับบริบทของลูกค้า ด้วยการนำอินโนเวชั่นเข้ามาช่วยลูกค้าในการทำตลาด และ 2.การช่วยลูกค้าสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาด

ทั้งนี้ สินค้าที่คาดว่าจะใช้งบโฆษณาดิจิทัลมากขึ้นในปี 2560 มองว่าจะยังคงเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกับปี 2559 โดยกลุ่มสินค้าที่ใช้งบมากที่สุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม

ในส่วนของภาพรวมของสื่อโฆษณาดิจิทัลในสิ้นปี 2559 นี้ คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโต 20% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 9,883 ล้านบาท แม้ว่าจะเติบโตต่ำกว่าปี 2558 ที่เติบโต 32% และปี 2557 เติบโตที่ 44% แต่ก็ถือว่าน่าพอใจ เนื่องจากฐานธุรกิจมีขนาดใหญ่มากขึ้น

ขณะที่สื่อโฆษณาดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนี้ คือ เฟซบุ๊ก ครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 29% จากงบโฆษณาทั้งหมด มียอดการใช้เพิ่มขึ้น 49% จากปี 2558 ตามด้วยวิดีโอออนไลน์ครองส่วนแบ่ง 17%

 

จีนยัดไส้เซ็นเซอร์เนื้อหาในแอพฯ “WeChat”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 ธันวาคม 2559 เวลา 18:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/468639

จีนยัดไส้เซ็นเซอร์เนื้อหาในแอพฯ "WeChat"

สถาบันวิจัยในแคนาดาพบแอพพลิเคชั่น “วีแชท” ของจีน มีการเซ็นเซอร์เนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองและเนื้อหาไม่เหมาะสม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซิติเซน แล็บ สถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยโตรอนโตในแคนาดา พบว่า บริษัท เท็นเซนต์ เจ้าของแอพพลิเคชั่นวีแชท หรือเวยซิ่น ในภาษาจีน ติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานแอพทั้งในและนอกประเทศ โดยจะเซ็นเซอร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองสำหรับผู้ใช้ทุกคนที่ลงทะเบียนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ของจีน แม้เจ้าของหมายเลขจะเดินทางไปต่างประเทศหรือเปลี่ยนไปใช้หมายเลขต่างประเทศแล้วก็ตาม

ส่วนบัญชีที่เชื่อมกับหมายเลขโทรศัพท์ต่างประเทศจะจำกัดอยู่ที่การบล็อกเว็บไซต์การพนันและเว็บไซต์โป๊ โดยรายงานของซิติเซน แล็บ ระบุว่า วีแชทใช้ระบบ “One App, Two Systems (1 แอพพลิเคชั่น 2 ระบบ)” ในการเซ็นเซอร์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามคำสั่งของทางการจีน

นอกจากนี้ ซิติเซน แล็บ ยังพบคำที่นำไปสู่การเซ็นเซอร์ 174 คำทั้งในภาษาอังกฤษ อุยกูร์ และภาษาจีน ทั้งอักษรตัวเต็มและตัวย่อ โดยลิสต์ของคำจะเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์ขณะนั้นๆ โดยคำที่อยู่ในแบล็กลิสต์ที่ส่งจากผู้ใช้ในประเทศจะหายไปจากทั้งในเครื่องของผู้รับและผู้ที่กำลังจะได้รับข้อความโดยไม่มีการขึ้นข้อความเตือนแต่อย่างใด ทั้งยังระบุอีกว่า คำเหล่านี้จะถูกบล็อกในการสนทนาแบบกลุ่มมากกว่าสนทนาแบบ 2 ต่อ 2

คำต้องห้ามเกินครึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 ส่วนที่เหลือเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน อาทิ ซิทเลอร์ ชื่อที่เปรียบเทียบประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการของเยอรมนี