4 เทคนิคการดูแลดอกดาวเรืองให้เหลืองสะพรั่งไปทั้งแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 10:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519968

4 เทคนิคการดูแลดอกดาวเรืองให้เหลืองสะพรั่งไปทั้งแปลง

วิธีการปลูกและดูแลดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่ง แสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9

เนื่องจากมีการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันแสดงความจงรักภัคดีและความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการปลูกดอกดาวเรืองสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้บานสะพรั่งในช่วงวันที่ 25 – 29 ตุลาคม 2560 แต่หากจะปลูกจากเมล็ดในตอนนี้ก็คงจะออกดอกไม่ทัน เราจึงแนะนำให้นำต้นอ่อนลงแปลง แล้วดูแลรักษาให้ออกดอกสีเหลืองสวยแทน

1. เด็ดยอดดาวเรืองออกเพื่อให้แตกกิ่ง – เมื่อปลูกดาวเรืองไปได้สักระยะจนมีใบจริง 3 คู่แล้ว ให้เด็ดยอดดาวเรืองออก โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งจับตรงโคนแล้วเด็ดออกให้ชิดโคนยอด เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งของดอกดาวเรือง

2. ใส่ปุ๋ย – หลังจากปลูกดอกดาวเรืองจนเริ่มเห็นตุ่มดอก ให้ใส่ปุ๋ยโดยให้ห่างจากโคนต้นดาวเรืองประมาณ 20 เซ็นติเมตร หรือประมาณหนึ่งฝ่ามือ แล้วรดน้ำให้ชุ่มทุกครั้งที่ใส่ปุ๋ย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. การรดน้ำ – ในช่วงที่ดอกดาวเรืองเริ่มออกดอกบานสะพรั่ง ไม่ควรรดน้ำให้โดนตัวดอก เพื่อป้องกันดอกเป็นโรค

4. ระวังแมลง – แมลงเป็นศัตรูตัวฉกาจของดอกไม้แทบจะทุกชนิดเลยก็ว่าได้ ให้ระวังพวกเพลี้ยไฟ หนอน และไร ที่จะเข้ามาทำลายทั้งใบอ่อนและกัดกินดอกดาวเรืองจนกลีบร่วง

 

เพิ่มความปลอดภัยให้แล็ปท็อปด้วยเครื่องเตือนภัยแบบพกพา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 16:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519856

เพิ่มความปลอดภัยให้แล็ปท็อปด้วยเครื่องเตือนภัยแบบพกพา

แบรนด์ญี่ปุ่นออกเครื่องเตือนภัยแบบพกพา ไว้ใช้กับแล็ปท็อปยามยกออกไปทำงานข้างนอก

ลองจิตนาการถึงเวลาที่ยกแล็ปท็อปไปทำงานในร้านกาแฟ แต่มีเหตุจำเป็นต้องลุกไปรับสายโทรศัพท์ ลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือลุกไปสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม จะมีอะไรการันตีความปลอดภัยของแล็ปท็อปเครื่องสำคัญของคุณได้บ้าง แต่ล่าสุดที่ประเทศญี่ปุ่นมีคนคิดค้นเครื่องเตือนภัยแบบพกพาที่จะมาช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับทุกคน

“Trene” เป็นเครื่องเตือนภัยแบบพกพาที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ เพียงแค่วางเครื่องเตือนภัยอันนี้ไว้บนแล็ปท็อปของคุณ หากมีคนพยายามจะเคลื่อนย้ายแล็ปท็อปนั้น เครื่องเตือนภัยจะส่งสัญญาณเตือนผ่านทั้งทางแสงไฟกระพริบและเสียงสัญญาณเตือนภัย โดยเราสามารถควบคุมและหยุดการเตือนภัยนั้นได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนของเราเอง

ตอนนี้ Trene เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ crowdfunding ในเว็บไซต์ Makuake ของญี่ปุ่น และยังเป็นเพียงโปรเจคหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นไปได้สูงว่าในอนาคตเราอาจจะมีเจ้าเครื่องเตือนภัยแบบพกพาอันนี้ไว้ใช้กันจริงๆ ก็ได้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ที่มา: rocketnews24

 

น้ำรสมันเผาญี่ปุ่น เสิร์ฟความหอมหวานลงขวดพร้อมดื่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 16:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519848

น้ำรสมันเผาญี่ปุ่น เสิร์ฟความหอมหวานลงขวดพร้อมดื่ม

ประเทศญี่ปุ่นออกเครื่องดื่มรสมันหวาน เตรียมวางจำหน่ายผ่านตู้กดน้ำอัตโนมัติในฝั่งญี่ปุ่นตะวันออก

ประเทศญี่ปุ่นมักจะมีน้ำรสต่างๆ มาสร้างความประหลาด และชวนให้เราไปลิ้มลองดูสักครั้งเสมอ ล่าสุด JR East Water Business และ House Wellness Foods ก็ได้จับมือกันทำเครื่องดื่มรสมันหวานญี่ปุ่น เตรียมวางจำหน่ายผ่านตู้กดน้ำอัตโนมัติที่สถานีรถไฟ JR East ทั่วประเทศญี่ปุ่นฝั่งตะวันออก

มันเผา หรือที่เรียกว่า “Yakiimo” ในภาษาญี่ปุ่น เป็นอาหารว่างยอดนิยมในญี่ปุ่นเป็นเวลาเกือบสองศตวรรษ นับตั้งแต่ช่วงปลายยุคเอโดะ และมักทานกันอย่างแพร่หลายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ถ้าหากคุณเคยไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น คงจะเห็นด้วยว่าไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการทานมันเผาร้อนๆ ในช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัด

เครื่องดื่มขวดนี้มีชื่อว่า “Yakiimo Dayori” มีกลิ่นเทียมเพื่อสร้างรสหอมหวานของ Yakiimo นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของใยอาหาร 4.8 กรัม และวิตามินอีอีก 10 มิลลิกรัม ต่อขวด ทำให้นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้นด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

เครื่องดื่มนี้จะวางขายเฉพาะทางตู้กดน้ำอัตโนมัติของ acure ที่ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟ JR East (สถานีรถไฟ East Japan Railway) ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม ในราคา 140 เยน หรือประมาณ 40 บาท สำหรับขวดขนาด 280 มิลลิลิตร หากใครต้องการสัมผัสรสหอมหวานของมันหวานในฤดูหนาว เครื่องดื่มขวดนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีและสะดวกเช่นกัน

ที่มา: rocketnews24

 

5 สิ่งที่ไม่ควรทำจากปากผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 15:17 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519839

5 สิ่งที่ไม่ควรทำจากปากผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง

ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังพูดถึง 5 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง หากอยากมีผิวหน้าที่ดี

Jerrod Blandino ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังอย่าง Too Faced ที่อยู่ในแวดวงความงามมากว่า 20 ปี เขาเป็นคนที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย และชอบการแหกทุกกฎเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทาลิปสติกสีเข้มและแต่งดวงตาจัดจ้านไปด้วยกัน หรือการแต่งตาด้วยชิมเมอร์ที่จะทำให้ดูอายุมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เขามองว่าไร้สาระ เพราะการเป็นตัวของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่จะมีบางพฤติกรรมที่คุณไม่ควรจะไปแหกกฎ เนื่องจากมันจะทำลายสุขภาพผิวของคุณ และมีส่วนทำให้แก่เร็วด้วย

1. ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน – การที่คุณแต่งหน้าตั้งแต่เช้า ผ่านสิ่งสกปรกมลภาวะมาทั้งวัน แล้วยังทิ้งคราบเครื่องสำอางเหล่านั้นไว้ข้ามคืน จะทำให้เกิดการอุดตัน เป็นต้นเหตุใหญ่ของการเกิดสิว หากวันไหนปาร์ตี้หนักแล้วลุกไปล้างหน้าไม่ไหวจริงๆ ลองพกแผ่นเช็ดทำความสะอาดไว้ในลิ้นชักหัวเตียงดู ถึงจะไม่ใช่วิธีทำความสะอาดที่ดีที่สุด แต่ก็ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน

2. ไม่ทาครีมกันแดด – นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความหมองคล้ำ แต่มะเร็งผิวหนังนั้นเป็นมะเร็งที่เติบโตได้รวดเร็วที่สุดทั้งในเพศหญิงและชาย ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 เป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวี เนื่องจากแสงแดดไม่ใช่แค่สร้างความหมองคล้ำและริ้วรอยเพียงเท่านั้น แต่มันอาจฆ่าคุณได้ด้วยโรคมะเร็งผิวหนังด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. อยู่กับลุคเดิมๆ เป็นปี – การแต่งหน้าหรือแต่งตัวในลุคเดิมๆ ที่คุณเอาอยู่ถือเป็นสิ่งที่ปลอดภัย แต่หากอยู่กับอะไรเดิมๆ ตลอดทั้งปีก็ย่อมสร้างความน่าเบื่อตามมาด้วยเช่นกัน ลองเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตัดผมทรงใหม่ ทาลิปสติกสีใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยลอง อาจจะลองดูจากบิวตี้บล็อกเกอร์ เพื่อหาแรงบันดาลใจและมุมมองความงามใหม่ๆ มาผสมผสานกับความเป็นตัวเอง ให้ออกมาเป็นลุคใหม่ที่ยังมีความเป็นตัวตนของคุณอยู่ก็ได้

4. ไม่ทิ้งเครื่องสำอางเก่า – เครื่องสำอางแต่ละประเภทจะมีอายุการใช้งานของมันระบุไว้อยู่ เช่น มาสคาร่าควรเปลี่ยนใหม่ทุกสามเดือน ลิปสติกไม่ควรเก็บไว้เกินหนึ่งปี หากเครื่องสำอางหมดอายุแล้วควรทิ้ง ไม่ควรฝืนใช้ เนื่องจากบางผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันที่หมดอายุแล้วจะทำร้ายผิวคุณ ลองเช็คกระเป๋าเครื่องสำอางและโต๊ะเครื่องแป้งอยู่เสมอ เพื่อโยนเครื่องสำอางที่หมดอายุทิ้งไปซะ ก่อนที่ผิวหน้าเราจะพัง

5. ไม่ดื่มน้ำให้เพียงพอ – ไพรเมอร์ที่ดีที่สุดไม่ใช่ไพรเมอร์ราคาแพง แต่คือผิวหน้าที่อิ่มน้ำ ความชุ่มชื้นเป็นพื้นฐานของผิวสุขภาพดี หากดื่มน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผิวแห้งและแต่งหน้าไม่ค่อยติด ซึ่งเวลาที่ผิวจะขาดน้ำที่สุดมักจะเป็นช่วงที่คุณออกไปปาร์ตี้หรือดื่มกับเพื่อนฝูง ดังนั้นอีกวิธีที่จะช่วยได้คือ เตือนตัวเองให้ดื่มน้ำเปล่าสองแก้วทุกครั้งที่ดื่มค็อกเทลหนึ่งแก้ว เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไป

ที่มา: popsugar

 

การออกกำลังกายตอนเช้าเพียง 10 นาที สามารถช่วยลดความอ้วนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 14:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519823

การออกกำลังกายตอนเช้าเพียง 10 นาที สามารถช่วยลดความอ้วนได้

การออกกำลังกายง่ายๆ ที่บ้านทุกเช้า 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ถึง 400 แคลอรี่ต่อสัปดาห์

ทุกคนล้วนอย่างมีหุ่นที่ผอมเพรียว และมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่หลายคนก็ยังหาข้ออ้างให้กับตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าไม่มีเวลาไปฟิตเนส ซึ่งจริงๆ การออกกำลังกายสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน อย่างเช่น การเต้นตามชาแนลยูทูป และรู้หรือไม่ว่า การเต้นทุกเช้าเพียงแค่ประมาณ 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 400 กิโลแคลอรี่ต่อสัปดาห์

หากการออกไปฟิตเนสเป็นเรื่องที่ยากเกินไป ลองตื่นให้เร็วขึ้นอีกสักนิดเพื่อมาขยับร่างกายไปตามจังหวะเพลง การเต้นเป็นการออกกำลังกายอีกวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้านคนเดียว เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก มีเพียงแค่ลำโพงดีๆ สักตัว หรือจะเปิดจากคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และสมาร์ทโฟนเอาก็ได้เช่นกัน ซึ่งการจากศึกษาได้ระบุไว้ว่า การเต้นเพียง 10 นาทีนั้น สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 60 กิโลแคลอรี่ต่อครั้ง รวมไปถึงจะทำให้คุณรู้สึกสนุกและสดชื่นขึ้น พร้อมเริ่มวันใหม่อย่างกระปรี้กระเปร่า

ปัจจุบันมีชาแนลยูทูปมากมายที่อำนวยความสะดวกแก่คนรักสุขภาพทุกคน ให้ออกกำลังกายง่ายๆ ทำได้ที่บ้านของตัวเอง เช่น The Fitness Marshall, FitDance Life ซึ่งนอกจากหุ่นที่ผอมเพรียว สุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังได้รับความสนุกสนาน เป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใสอีกด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ที่มา: popsugar

 

นักโภชนาการชี้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มกาแฟไม่ใช่ตอนหลังจากตื่นนอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 11:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519804

นักโภชนาการชี้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มกาแฟไม่ใช่ตอนหลังจากตื่นนอน

ช่วงเวลาในการดื่มกาแฟที่ดีที่สุดไม่ใช่ช่วงเช้า แต่เป็นช่วงสายหรือช่วงบ่าย

หลายคนอาจจะนิยมดื่มกาแฟหลังจากที่ตื่นนอน เพื่อปลุกให้ร่างกายที่ง่วงซึมตื่นตัวขึ้น แต่แท้จริงแล้วการดื่มกาแฟในช่วงเช้าหลังจากตื่นนอนไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เหมาะกับการดื่มกาแฟ แต่ควรดื่มในช่วงสายๆ หรือช่วงบ่ายแทน

Laura Cipullo นักโภชนาการ และนักเขียนเจ้าของหนังสือ Women’s Health Body Clock Diet ได้เผยว่า ในช่วงที่เราตื่นนอนขึ้นมา ร่างกายจะผลิตคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด ถ้ายิ่งเพิ่มคาเฟอีนเข้าไปอีก ระดับคอร์ติซอลก็จะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เหนื่อยล้าในภายหลังเมื่อทั้งคาเฟอีนและคอร์ติซอลถูกขับออกจากร่างกายหมดแล้ว

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การดื่มกาแฟ ควรเป็นช่วงที่ระดับคอร์ติซอลในร่างกายลดลงแล้ว อย่างช่วงประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอน ถ้าคุณตื่นนอนในช่วงระหว่างเวลา 6.30 น. – 8.00 น. ก็ควรจะดื่มกาแฟในช่วงประมาณ 9.00 น. – 11.00 น. หรือดื่มกาแฟในช่วงบ่ายแทน เมื่อระดับคอร์ติซอลอยู่ในระดับต่ำที่สุดแล้ว คุณได้รับประโยชน์จากคาเฟอีนอย่างแท้จริง

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มกาแฟหลังบ่ายสาม เนื่องจากร่างกายอาจขับคาเฟอีนออกไม่หมด และทำให้รบกวนการนอนหลับพักผ่อนในช่วงกลางคืนได้ และไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 4 ถ้วยต่อวัน เนื่องจากจะทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป

ที่มา: CNBC

 

กฤตฤทธิ์ บุตรพรม ไอทีจำเป็นและขาดไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 11:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519757

กฤตฤทธิ์ บุตรพรม ไอทีจำเป็นและขาดไม่ได้

เรื่อง วรธารภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

แม้ละครแนวแอ็กชั่นไซไฟผสมดราม่า อย่างเรื่อง นักรบตาปิศาจ ของช่อง 7 สี จะออนแอร์จบไปแล้ว แต่ใครที่เป็นแฟนคลับของ บิ๊กเอ็ม-กฤตฤทธิ์ บุตรพรม พระเอกของเรื่องอดใจรออีกนิดไม่นานละครเรื่อง หงส์เหนือมังกร ที่บิ๊กเอ็มรับบทพระเอกก็จะออนแอร์ให้แฟนละครช่อง 7 ได้ชมกันแถมยังมีอีกเรื่องอยู่ในช่วงของการถ่ายทำ คือ เพชรร้อยรัก

กฤตฤทธิ์ ถ้าใครเป็นแฟนคลับตัวยงจะรู้ดีว่าเขาชอบการถ่ายภาพและแต่งภาพเป็นพิเศษ โดยเขาจะมีกล้องถ่ายรูปหลายตัว เช่น กล้อง DSLR กล้องออสโมที่ใช้ถ่ายหนังถ่ายละครได้ มี GoPro ด้วย เวลาไปถ่ายละครมักจะนำกล้องถ่ายรูปติดตัวไปด้วยเสมอ ถ่ายเองบ้าง บางครั้งให้แฟนคลับที่เป็นตากล้องเก็บภาพให้

“ผมชอบถ่ายภาพมาพักใหญ่แล้ว ก่อนหน้ามาเล่นกล้องชุดใหญ่ ก็เริ่มจากคอมแพกต์พกพาง่ายๆ แต่ถ่ายแล้วไม่สวย ต่อมาพัฒนามาเล่นตัวใหม่เป็นกล้องเลนส์ kit เลนส์ fix จากนั้นมาเทเลโฟโต้ซึ่งถ่ายภาพซูมภาพกีฬาได้คมชัด ถ่ายภาพมาก็เอาเข้าโปรแกรมแต่งภาพ Lightroom ซึ่งมีเครื่องมือแต่งภาพครบครัน”

บิ๊กเอ็ม บอกว่า ชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กและการถ่ายภาพถือเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง จึงซื้อกล้องมาไว้ติดตัว ไม่เคยได้ไปเรียนถ่ายภาพที่ไหน แต่สนใจก็พยายามฝึกฝนและศึกษาการถ่ายภาพมาเรื่อยๆ ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันกล้องก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

“ภาพที่ถ่ายไว้มีเยอะมาก มีเก็บไว้ในไอจีหนึ่งที่ผมตั้งไว้นานแล้ว ชื่อบิ๊กเอ็มแกลเลอรี่ แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เล่นมาเกือบปีแล้ว มีทั้งภาพวิว ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพสิ่งของ ที่ถ่ายในมุมอาร์ตๆ แต่ผมชอบถ่ายภาพวิวมากกว่า ภาพคนก็ชอบถ่าย แต่แอบถ่ายซะมากกว่า (หัวเราะ) เช่น ถ่ายเพื่อนดาราในช่องได้ฟีลดีมาก ตอนนี้เล็งแฟลชที่ใช้ถ่ายพอร์เทรตอยู่ กับโดรนที่ออกมาใหม่ของ DJI Spark ไม่ต้องใช้ระบบบังคับ แต่ใช้การควบคุมทุกอย่างได้ด้วยฝ่ามือ”

นอกจากชอบถ่ายภาพและกล้องถ่ายรูปเป็นพิเศษแล้ว บิ๊กเอ็มยังใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทุกวันในการตกแต่งภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชอบ ที่ขาดไม่ได้คือ โทรศัพท์มือถือ ที่เขามองว่าจำเป็นอย่างมากในชีวิตปัจจุบัน

“ผมมองว่าไอทีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตและมีความจำเป็นมาก เช่น ถ้าออกจากบ้านไปในที่ที่ไม่รู้จัก เช่น ร้านอาหาร เมื่อก่อนอาจเปิดแผนที่หรือถามคน แต่ทุกวันนี้ใช้กูเกิลแมปได้ มีเว็บไซต์ มีเพจแนะนำ มีแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เพิ่มความสะดวกให้กับชีวิต ซึ่งก็เกิดจากอุปกรณ์ไอทีของเราเป็นตัวช่วยและเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหนึ่ง

สำหรับแอพที่ผมใช้มีกูเกิลแมปเพราะเดินทางบ่อย ส่วนโซเชียลมี เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ไลน์ ผมใช้ไลน์และเฟซบุ๊กทุกวัน ส่วนแอพอื่นๆ เช่น แอพธนาคาร บางทีไม่สะดวกไปโอนเงินช่วยได้เยอะ ยูทูบ แอพแต่งภาพ แอพวิ่งออกกำลังกาย ทุกอย่างมองว่าจำเป็นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตในยุคนี้ครับ” บิ๊กเอ็ม ทิ้งท้าย

 

5 คุณประโยชน์ของซิงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 10:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519785

5 คุณประโยชน์ของซิงค์

ประโยชน์ของแร่ธาตุสังกะสี หรือซิงค์ ที่มีต่อร่างกาย

สังกะสี หรือซิงค์ เป็นแร่ธาตุที่โดยทั่วไปแล้วสามารถพบได้ตามอาหารประเภทต่างๆ เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ถั่วลิสง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ควบคุมกระบวนการต่างๆ ในร่างกายให้เป็นไปอย่างปกติ นอกจากนั้นยังมีประโยชน์อีกมากมายที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

1. เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย – เนื่องจากซิงค์เป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างโปรตีนและคอลลาเจน จึงช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต รวมไปถึงสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยเช่นกัน

2. ช่วยร่างกายกระปรี้กระเปร่า – ซิงค์มีส่วนช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง และช่วยให้ร่างกายตื่นตัว

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. รักษาสิว – ซิงค์มีความสามารถในการรักษาสมดุลของไขมันบนผิวหนัง จึงช่วยควบคุมเรื่องการอุดตันของไขมันบนชั้นผิว ที่เป็นตัวการของการเกิดสิว นอกจากนั้นยังบรรเทาอาการอักเสบได้อีกด้วย

4. สมานแผล – แร่ธาตุซิงค์มีส่วนช่วยในการสมานแผล ทั้งแผลภายในและแผลภายนอก ทำให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

5. รักษาโรคบางชนิด – ซิงค์มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคบางชนิดได้ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันการเป็นหมันในเพศชายได้ด้วย

 

4 เรื่องที่ควรรู้ก่อนจัดฟัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 16:23 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519658

4 เรื่องที่ควรรู้ก่อนจัดฟัน

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการจัดฟันเพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพฟัน

การจัดฟันเป็นเหมือนกับการรักษาโรคอีกทางหนึ่ง นั่นก็คือการแก้ไขปัญหาสุขภาพในช่องปาก อย่างเช่น ฟันห่าง ฟันซ้อน ฟันเก ฟันยื่น ซึ่งการจัดฟันจะช่วยจัดระเบียบให้ฟันเรียงตัวสวย แต่ก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน รวมไปถึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจจัดฟัน

1. การดัดฟันควรตามทำคำแนะนำของทันตแพทย์ – เนื่องจากการจัดฟันเป็นการรักษาสุขภาพช่องปากที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงควรทำก็ต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ ไม่ควรจัดแค่เพราะอยากให้ดูเป็นแฟชั่น เนื่องจากไม่ได้จำเป็นและจะทำให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

2. การจัดฟันต้องพบแพทย์ทุกเดือนต่อเนื่องกัน – ระยะเวลาในการจัดฟันขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของแพทย์ของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้วมักไม่ต่ำกว่า 1 – 2 ปี นอกจากนั้นยังต้องไปพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนเครื่องมือทุกเดือน ดังนั้นก่อนจัดควรมั่นใจว่าจะมีเวลาไปตามนัด และเลือกสถานพยาบาลที่เดินทางไปได้อย่างสะดวก

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. หลังจัดฟันต้องดูแลรักษาความสะอาดมากกว่าเดิม – เนื่องจากเศษอาหารสามารถเข้าไปติดตามเครื่องมือในช่องปากได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่จัดฟันจะต้องรักษาความสะอาดให้ดีกว่าเดิม อาจใช้ไหมขัดฟัน และน้ำยาบ้วนปากร่วมด้วย รวมไปถึงอาจจะต้องแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง

4. การจัดฟันไม่ได้ทำให้ผอม – หลายคนอยากจัดฟัน เพราะอยากผอมและหน้าเรียว แต่แท้จริงแล้วไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าหลังจัดฟันจะผอมลง บ้างอาจหน้าเรียวขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากรูปฟันที่เปลี่ยนไป แต่อย่างไรก็ตามการจัดฟันก็ยังไม่ใช่การลดความอ้วนอยู่ดี

 

10 อันดับปลาญี่ปุ่นที่คนนิยมทานมากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 15:43 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/519650

10 อันดับปลาญี่ปุ่นที่คนนิยมทานมากที่สุด

การจัดอันดับความนิยมในการบริโภคปลาของกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็เจอแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นเต็มไปหมด จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารญี่ปุ่นนั้นก็เป็นที่นิยมมากในประเทศไทยเช่นเดียวกัน ชาวญี่ปุ่นเขาเลยได้ลองทำแบบสำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวญี่ปุ่นทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 20 – 60 ปี จำนวน 1,000 คน เพื่อจัดอันดับปลาที่คนนิยมทานกันมากที่สุด

10. ปลาไข่ (Shishamo) – ปลาไข่ชิชาโมะนิยมนำไปย่างเกลือ แล้วทานคู่กับมะนาว มักพบเมนูนี้ได้บ่อยครั้งในร้านอิซากายะ หรือร้านเหล้าตามแบบฉบับของญี่ปุ่น

9. ปลาหางเหลือง (Buri) – มักพบได้บ่อยในร้านซูชิหรือซาซิมิ และยังเป็นเมนูฤดูหนาวแสนอร่อย เมื่อนำไปตุ๋นกับซอสถั่วเหลือง และน้ำตาล พร้อมทานคู่กับเครื่องเคียง เช่น หัวไชเท้า หัวผักกาดญี่ปุ่น

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

8. ปลากระพงญี่ปุ่น (Tai) – ปลากระพงแสดงดึงความโชคดีและการเฉลิมฉลอง จึงมักจัดเสิร์ฟในงานแต่งงานหรืองานเทศกาลต่างๆ แต่ถึงแม้จะไม่มีโอกาสพิเศษอะไร ผู้คนก็ยังชอบทานปลาชนิดนี้ โดยมักนำไปทำเป็นซาซิมิหรือนำไปย่าง

7. ปลาโอ (Katsuo) – ปลาคัตสึโอะ หรือปลาโอ เป็นปลาแห้งที่เราใช้โรยหน้าทาโกยากิและโอโคโนมิยากิ นอกจากนั้นยังมีจานเด็ดที่เรียกว่า Katsuo tataki ที่เป็นปลาโอย่างลนไฟ โดยทิ้งให้เนื้อปลาตรงกลางยังดิบอีกด้วย

6. ปลาไหลญี่ปุ่น (Unagi) – อีกหนึ่งปลายอดฮิตที่ถูกนำมาประกอบอาหารทั้งประเภทข้าวและซูชิ ข้าวหน้าปลาไหลเป็นเมนูที่ดีเยี่ยมสำหรับช่วงที่อากาศค่อยๆ เย็นลง

5. ปลาซาบะ (Saba) – ซาบะเป็นปลาทะเลชนิดหนึ่งในกลุ่มปลาแมกเคอเรล เช่นเดียวกันกับปลาทู มักทานเป็น Battera หรือซูชิหน้าปลาซาบะ ที่เนื้อปลาจะถูกหมักในน้ำส้มสายชู ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นและสาหร่ายทะเล

4. ปลาอาจิ (Aji) – ปลาวงศ์เดียวกับปลาทูอย่างปลาอาจิ นิยมนำมาทำโอชิซูชิ หรือซูชิชนิดกดแบบในภาพ ที่จะนำข้าวหมักน้ำส้มสายชูและเนื้อปลาใส่ลงกล่องไม้ หรือบางครั้งก็นำปลาอาจิมาทอดไฟสูงทานได้เช่นกัน

3. ปลาซัมมะ (Sanma) – ปลาที่พบมากในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มีรสหวานแบบธรรมชาติ มักนำไปย่าง หรือทานคู่กับซูชิ

2. ปลามากูโร่ (Maguro) – มากูโร่เป็นปลาในกลุ่มเดียวกับปลาทูน่า บ้างก็เรียกว่าปลา Blue-fin Tuna เป็นปลาที่ผู้ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นหลายคนนึกถึงเป็นอับดับต้นๆ มักพบในเมนูยอดฮิตอย่างข้าวหน้าปลามากูโร่ หรือนำไปทำซูชิ

1. ปลาแซลมอน (Sake) – แล้วก็เป็นไปตามคาด แซลมอนเป็นปลาที่ผู้คนนิยมบริโภคมากที่สุด ด้วยรสชาติที่หวานละมุนตามธรรมชาติ และนำไปประกอบอาหารทั้งแบบดิบและปรุงสุก หาทานได้ง่าย และนิยมนำไปทำเบนโตะ

ที่มา: rocketnews24