องค์กรจะยั่งยืน มิใช่แค่การปรับเปลี่ยน (Change) แต่มันต้องปฏิรูป (Transformation) ตอนที่ 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649649

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 08:30 น.องค์กรจะยั่งยืน มิใช่แค่การปรับเปลี่ยน (Change) แต่มันต้องปฏิรูป (Transformation) ตอนที่ 1โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

องค์กรจะยั่งยืน มิใช่แค่การปรับเปลี่ยน (Change) แต่มันต้องปฏิรูป (Transformation) ตอนที่ 1

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ การดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันสูงและทวีความรุนแรงมากขี้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนโฉมรูปแบบการทำธุรกิจที่ให้ความสำคัญเรื่องการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อมาสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน รวมทั้งการลดต้นทุนและการให้บริการเชิงรุก

ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงต้องปรับตัว แต่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องก้าวข้ามจากมุมมองของแค่การปรับเปลี่ยน (Change) มาเป็นการปฏิรูป (Transformation) คำถามคือ เราต้องปฏิรูปอะไร อย่างไร องค์กรจึงจะอยู่รอด

1. การปรับมุมมองจากการพัฒนาเพื่อ “ความมีประสิทธิภาพ” มาเป็นการพัฒนาเพื่อ “ความยั่งยืน” เพราะชีวิตมีมิติของเวลา มันดำเนินไปอย่างสืบเนื่องเชื่อมโยง ดังนั้น การพัฒนาจึงต้องก้าวข้ามจากมุมมองที่คับแคบ เพียงเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพ มาเป็นการพัฒนาในมุมมองที่กว้างไกล เพื่อการเติบโตอย่างสมดุล เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืน

2. การก้าวข้ามจากการพัฒนา “คน” มาเป็นการพัฒนา “มนุษย์” เพราะองค์ประกอบสำคัญที่สุดขององค์กรคือ มนุษย์ มนุษย์มีชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น การบริหารองค์กรให้ยั่งยืนจึงต้องก้าวข้ามจากการพัฒนา “คน” มาเป็นการยกระดับ “คุณค่าความเป็นมนุษย์” จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพภายในของบุคลากรออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถนำตนเองได้ เพื่อเล่นเชิงรุก

3. การยกระดับการเปลี่ยนแปลงจาก “การปรับแต่งพฤติกรรม” มาเป็น “การพัฒนาที่ฐานรากชีวิต” เพราะความยั่งยืนไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ ด้วยเพียงการปรับแต่งพฤติกรรมซึ่งเป็นเรื่องผิวเผิน ฉาบฉวย แต่ต้องเป็นการเปลี่ยนที่ฐานรากชีวิต นั่นคือ “กรอบความคิด” ด้วยการปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเชิงบวก และเห็นคุณค่าในความแตกต่าง จึงจะสามารถดึงศักยภาพภายในตนเองและทีมงาน ให้ระเบิดออกมาได้อย่างมีพลังร่วม เป็นหนึ่งเดียว

4. การพลิกมุมมองจาก “การพัฒนาเชิงเดี่ยว” มาเป็น “การพัฒนาเชิงองค์รวม” ที่ผ่านมา การพัฒนาองค์กรยังไม่ยั่งยืนนั้นเป็นเพราะ บุคลากรยังยึดติดอยู่กับกรอบแนวคิดของการพัฒนาแบบแยกส่วน เราจึงต้องปรับมุมมองจากการพัฒนาเชิงเดี่ยว มาเป็น “การพัฒนาเชิงองค์รวม” ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต คือ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ

5. การปรับยุทธศาสตร์จาก “การขายของ” มาเป็น “การสร้างคุณค่า” เพราะเป้าหมายขององค์กรคือความอยู่รอดอย่างยั่งยืน ดังนั้น ในการดำเนินงาน องค์กรจึงต้องยกระดับจากเพียงการปรับปรุงสินค้าและบริการเพียงเพื่อเพิ่มยอดขายและตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าอย่างผิวเผิน มาเป็น “การสร้างคุณค่า” ให้เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคอย่างจริงจัง

ดังนั้น ในยุคของความผันผวน เพื่อความอยู่รอด แนวทางการพัฒนาองค์กรจึงจำเป็นต้องปฏิรูปเสียใหม่ โดยยึดมั่นต่อความยั่งยืน ผ่านการเห็นุคุณค่าของความเป็นมนุษย์ มุ่งเน้นการเปลี่ยนที่ฐานรากชีวิต ด้วยมุมมองการพัฒนาเชิงระบบอย่างเป็นองค์รวม เพื่อสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้บริโภค

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านและจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทีมงาน และปลดปล่อยศักยภาพนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่และไปในแนวเดียวกันได้อย่างไร

Kate Spade New York เปิดตัวคอลเลกชั่น สปริง 2021 เผยกลิ่นอายมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649381

วันที่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 09:15 น.Kate Spade New York เปิดตัวคอลเลกชั่น สปริง 2021 เผยกลิ่นอายมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล“แพรวา” นำทีมพาสาวๆ สวมลุคสดใสจาก “เคท สเปด นิวยอร์ก” ร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชั่น สปริง 2021 กลิ่นอายมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล ผสมผสานลวดลายดอกไม้ ผ่านเสื้อผ้าและแฟชั่นไอเท็มต่างๆ

เคท สเปด นิวยอร์ก (Kate Spade New York) สร้างความสดใสต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ จัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่น “เคท สเปด นิวยอร์ก สปริง 2021” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์อันเย้ายวนและน่าค้นหาของท้องทะเลอันลึกลับและชายหาดที่ทอดยาวอย่างไม่รู้จบ ผสมผสานลวดลายดอกไม้ผ่านเสื้อผ้าและแฟชั่นไอเท็มต่างๆ ที่เต็มไปด้วย ความสนุกสนานของท้องทะเล ณ ช็อปเคท สเปด นิวยอร์ก ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์

พรเดช จันทวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ เคท สเปด นิวยอร์ก (Kate Spade New York) กล่าวว่า สำหรับคอลเลกชั่นสปริง 2021 นี้ เคท สเปด นิวยอร์ก ยังคงความเฟมินีนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่เพิ่มความพิเศษด้วยการสอดแทรกดีเทลที่มีกลิ่นอายของท้องทะเล ชายหาด และการเดินเรือ ด้วยการใช้ลายทางอันเป็นไอคอนิกของเหล่ากะลาสีเรือ ลายจุดสีน้ำเงินสลับกับสีขาว และลายตารางสุดคลาสสิก รวมไปถึงการใช้ลวดลายดอกไม้เล็กๆ และลวดลายที่มีความแปลกตา เช่น ลวดลายของเรือกระดาษ และปูสแนปปี้ (Snappy) ในโทนสีสัน สดใสอย่าง สีเขียวอ่อน, สีเหลืองอ่อน, สีส้ม, สีพีช, สีฟ้าคริสตัล ไปจนถึงสีน้ำเงินเข้มหรือสีกรมท่า มาช่วยเติมเต็ม ความสมบูรณ์ให้กับคอลเลกชั่นนี้ยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง “สเปด ฟาวเวอร์ แจ็คการ์ด (Spade Flower Jacquard)” ภายใต้การออกแบบของ นิโคลา กลาส ครีเอทีฟไดเรคเตอร์คนล่าสุด ในโทนสีใหม่อย่างสีน้ำเงินและกรมท่า อีกทั้งยังร่วมมือกับโรงงานสีชั้นนำในประเทศอิตาลีและผู้คิดค้นผ้าแจ็คการ์ดมานานกว่า 100 ปี อย่าง Limonta (est. 1893) เพื่อนำเสนอกระเป๋าที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับสาวเคท สเปด นิวยอร์ก โดยเปิดตัวกระเป๋าสไตล์ใหม่อย่าง น็อตท์ (Knott) ซึ่งเป็นกระเป๋าทรง Satchel หนังเพบเบิล (Pebbled Leather) ที่มีสัมผัสและโครงสร้างที่อ่อนนุ่ม เพิ่มความน่าสนใจด้วยการออกแบบที่ผูกปมเล็กๆ ไว้บริเวณด้านข้างของตัวกระเป๋า ให้สาวๆ เลือกช้อปและสนุกกับการแต่งตัวได้ตลอดซีซั่นนี้

ภายในงานได้รับเกียรติจากคนดัง อาทิ แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์, ฟ้า-ยงวรี งามเกษม, ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล, นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล มาร่วมงานในลุคสุดสดใสจาก เคท สเปด นิวยอร์ก คอลเลกชั่น สปริง 2021

พบกับคอลเลกชั่นสปริง 2021 ที่ช็อป Kate Spade New York ได้ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์, Lazada LazMall และ Thailand Official Online Store ที่พร้อมให้ช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ PAT Luxury Group ที่ https://onlinestore.patluxurygroup.com/collections/kate-spade

Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649355

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 19:06 น.Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็กพาสู่โลกแห่งความสุขในวัยเด็ก กับบีชแวร์สีสันสดใส จาก AB. Angelys Balek Spring Summer 2021 “Baby Icing” Collection

เมื่อลมแห่งฤดูร้อนมาเยือน ถึงเวลาของ AB. Angelys Balek (เอบี. แอนเจลิส บาเลก) อวดโฉมชุดว่ายน้ำคอลเลกชั่นใหม่ Spring Summer 2021 – “Baby Icing” ดึงความสดใสในวัยเด็กให้หวนคืนมาอีกครั้ง

ROMANCE IS THE ICING BUT THE LOVE IS THE CAKE! ส่วนผสมความรักแบบฉบับของ แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ส่งต่อความสุขถึงผู้หญิงทุกคน ผ่านความชื่นชอบของเธอที่มีต่อขนมเค้กที่เปรียบได้กับตัวแทนแห่งความทรงจำในวัยเด็ก งานเฉลิมฉลองของสมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิท กับการรอคอยช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นในขณะเป่าเค้กวันเกิด ลวดลายของเค้ก และการยืนอยู่ หน้าตู้เค้กในร้านเบเกอรี่เพื่อเลือกชิ้นที่ถูกใจมากที่สุด สร้างสรรค์เป็นบีชแวร์ที่โดดเด่นด้วยสีสันฉูดฉาด ลายพิมพ์สุดพิเศษพร้อมด้วยดีเทล หนึ่งเดียวไม่ซ้ำใคร

“Baby Icing” คือความลงตัวของแฟชั่นและช่วงเวลาแห่งความสุข นำไอเดียการแต่งหน้าเค้กมาเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงสไตล์ #ABWOMEN หญิงสาวที่รักในงานศิลปะและชื่นชอบการเดินทาง สะท้อนผ่านซิลลูเอตที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับชุดว่ายน้ำอันน่าตื่นเต้น SWAROVSKI (สวารอฟสกี้) ถูกนำมาประดับลงบนชุดว่ายน้ำ เปรียบเสมือนน้ำตาลตกแต่งขนม (Sprinkles) ที่โรยอยู่บนตัวเค้ก ลวดลายที่ครีเอทขึ้นจากงานศิลปะผสานเข้ากับแฟชั่นตามแบบฉบับ แอนเจลิส บาเลก กลายเป็นบีชแวร์ที่มาเติมเต็มความมั่นใจให้ผู้หญิง

ซีซั่นนี้ แอนเจลิส บาเลก เพิ่มดีกรีความเปรี้ยวซ่า ในงานดีไซน์ด้วยลายพิมพ์ที่ใช้เทคนิคเพ้นท์ติ้งภาพแนวแอบสแตก อาร์ต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยลายพิมพ์ของคอลเลกชั่นนี้ แอนเจลิส เลือกใช้คู่สีที่จัดจ้าน อย่าง สีน้ำเงิน Navy Peony – สีส้ม Tangerine Tango, สีเหลือง Yellow Iris – สีเขียว Jelly Bean Green, สีส้ม Flame Orange – สีชมพู Orchid Pink สื่อถึงความสดใสรับซัมเมอร์ ไอเดียการตกแต่งเค้กด้วย Pastry tip (หัวบีบครีมแต่งหน้าขนม) ถูกนำมาดัดแปลงสร้างสรรค์เป็นลายเส้นโค้ง ลายจุดในรูปแบบฟรีฟอร์ม รวมไปถึงการนำงานลูกไม้วินเทจหลายรูปแบบมาตีความใหม่ในสไตล์โมเดิร์น เทคนิคคอลลาจ (Collage) หรือ ศิลปะภาพปะติด และ เทคนิค โอริกามิ (Origami) หรือ การพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ สร้างลายพิมพ์ดอกไม้ในรูปแบบสามมิติ เพื่อความสวยงามบนชุดเดรสคาฟทัน (Kaftan Dress) และงานปักประดับเลื่อมแบบเต็มตัวที่ได้ช่างฝีมือผู้ชำนาญจากอิตาลีมาสร้างสรรค์ชุดว่ายน้ำที่ดึงดูดทุกสายตาบนคอนเซ็ปต์ Wearable Art บ่งบอกถึงดีเอ็นเอของแบรนด์ที่ผูกพันกับงานศิลปะมาโดยตลอด

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบีชแวร์ที่เข้าใจในสรีระและโครงร่างของผู้หญิงทุกรูปแบบ แอนเจลิส บาเลก เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ชุดของเธอด้วยงานดีไซน์แบบ Laser-cut (เลเซอร์-คัท) ที่ยกระดับความเซ็กซี่ แบบเหนือชั้นบนคอนเซปต์ Paper Art – ศิลปะกระดาษ ที่นำมาพัฒนาลงบนเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้

แอนเจลิส บาเลก สนุกกับการนำฟอร์มของชุดเดรสวินเทจ อาทิ แขนตุ๊กตา การจับเดรป และงานระบายมาเพิ่มความอ่อนหวานน่ารักให้กับชุดบีชแวร์ที่สาวๆ สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ใส่ได้หลายโอกาสในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการนำผ้าลายทางมาดีไซน์ใหม่บนไอเดียของกระดาษห่อของขวัญที่แอนเจลิสตั้งใจส่งความสุขให้กับผู้หญิงทุกคนในทุกคอลเลกชั่น

เติมความสดใสไปกับ AB. Angelys Balek Spring Summer 2021 Collection – Baby Icing ได้ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ หรือ ช่องทางออนไลน์ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalek, @angelysbalekth

#AB #ABWorld #ABAngelysBalek #ABSS2021

เสื้อฮาวายลายไทยสไตล์ฮิป ไอเท็มที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี!!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649270

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 08:50 น.เสื้อฮาวายลายไทยสไตล์ฮิป ไอเท็มที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี!!!สงกรานต์ปีนี้ใครที่กำลังมองหาเสื้อฮาวายฮิปๆ เก๋ไม่ซ้ำใคร แนะนำ “Windwear” เสื้อฮาวายสไตล์ฮิปส์เตอร์สุดล้ำไม่ซ้ำใคร จาก Absolute Siam Store @สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ที่แม้ว่าปีนี้จะได้เล่นสาดน้ำเพราะต้องรักษาระยะห่างกันไว้ก่อน แต่วันหยุดยาวทั้งทีต้องมีรื่นเริงใจด้วยการออกไปถ่ายรูปกันบ้าง ซึ่งสงกรานต์เป็นประเพณีแบบไทยๆ เราจึงไม่อยากให้คุณพลาดแบรนด์เสื้อฮาวายลายไทยสุดครีเอทสไตล์ฮิปๆ จาก Windwear (วินด์แวร์) ที่รับรองว่าใส่สบายแถมงานดีมีเรื่องเล่า ใครเห็นต้องร้องว้าว

รู้จักกับ Windwear

Windwear เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวของสองหนุ่ม ก้อง–สรภัค บุษราคัมวดี และ ซีน–นิธิกร ปรีดาเกียรติ Co–Founder แห่ง Windwear ที่ทั้งสองต่างชื่นชอบเสื้อฮาวายที่มีสไตล์และมีดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่กว่าจะได้มาครอบครองต้องไปหาตามสถานที่ต่างๆในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและอเมริกา นอกจากนี้ถ้าจะมองหาเสื้อฮาวายสักตัวที่มีดีไซน์ของความเป็นไทยแทบไม่มี จึงผุดไอเดียในการสร้างแบรนด์เสื้อฮาวายสไตล์ไทยแท้ของคนไทยขึ้นมาเอง เพื่อประกาศศักดาให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

คุณก้อง สรภัค เล่าว่า ความที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจและประสบการณ์จากสิ่งที่พบเห็นจะนำมารังสรรค์เป็นงานดีไซน์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านลายผ้า ด้วยการออกแบบและผลิตโดยคนไทย ในราคาคนไทยที่จับต้องได้เริ่มต้นที่ 590 -2,590 บาท บอกเล่าสตอรี่เรื่องราวของคัลเจอร์ สิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นไทย แม้กระทั่งลายสัตว์ต่างๆ ออกไปสู่สายตาชาวโลก ด้วยคุณภาพและวัสดุที่เทียบเท่าต่างประเทศในราคาคนไทย ซึ่งเสน่ห์ที่ทำให้หลงใหลในเสื้อฮาวายคือความใส่สบาย สีสันที่โดดเด่นฉูดฉาดไม่ร้อน เหมาะกับอากาศเมืองไทย แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือเรื่องของดีไซน์และสไตล์ที่หายาก ซึ่งแม้ว่าจะมีเงินบางครั้งก็ซื้อไม่ได้เช่นกัน ทำให้มองเห็นถึงจุดเปลี่ยนตรงนี้ที่ทำไมเราไม่ทำให้เอกลักษณ์ความเป็นไทยถูกนำมาสร้างเสน่ห์ให้เกิดขึ้น เราอยากให้เมื่อพูดถึงฮาวายลายไทยแล้วภาพของปลากัด ไก่ชน ทุเรียน ความเป็นไทยลอยออกมาบ้าง ด้วยเหตุนี้ “Windwear” จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

การออกแบบลวดลายในแต่ละครั้งได้แรงบันดาลใจมาจากแหล่งท่องเที่ยวไทย วิถีไทย สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเดินไปไหนทุกอย่างสามารถถูกหยิบจับนำมาเป็นจุดเริ่มของงานดีไซน์ได้หมด อย่างไปเที่ยวหัวหินเห็นของเล่นสังกะสีก็เอามาทำเป็นเสื้อฮาวายลายของเล่นสังกะสีได้ ไอเดียทุกอย่างอยู่รอบตัวเราอยู่ที่เราจะเอามาใช้อย่างไร เราไม่ได้จำกัดแค่ลายสัตว์เท่านั้น แต่เป็นอินสไปร์ทุกอย่างที่มาจากความเป็นไทย ผลไม้ สัตว์สวยงาม วัฒนธรรมประเพณี ทั้งหมดทั้งมวลที่เป็นไทย สามารถที่จะบอกกล่าวต่อยอดและบอกเล่าเรื่องราวลงบนผืนผ้านำไปสู่การเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกได้

Windwear คอลเลคชั่นใหม่

ล่าสุด Windwear คอลเลคชั่นการท่องเที่ยว จะบ่งบอกวัฒนธรรมการท่องเที่ยวบ้านเรา โดยทั้งหมดอยู่บนด้านหน้าของเสื้อตัวนึง อย่างเทศกาลสงกรานต์ ชายหาดประเทศไทย การสาดน้ำทางภาคเหนือ พญานาคทางภาคอีสาน เรือทะเลอันดามัน เป็นต้น เป็นภาพสะท้อนของการท่องเที่ยวทั่วประเทศ

ส่วนด้านหลังเป็นแผนที่ประเทศไทย หรือจะเป็นคอลเลคชั่นเกาะรัตนโกสินทร์ แรงบันดาลใจจากวัยเด็กที่เกิดและเติบโตจาก ถ.เจริญกรุง มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น hidden มากมาย มุมต่างๆที่วัดพระแก้ว เสาชิงช้า รถตุ๊กๆ นำสิ่งเหล่านี้มาไว้รวมกันในเสื้อตัวเดียว เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจวัยเด็กที่อยากให้คนรับรู้ ดีไซน์ส่วนใหญ่ของเราจะเป็นการเล่นกับคัลเจอร์และ Emotional ของคน อย่างสัตว์ต่างๆ ปลากัด แมว เสือ ผลไม้ ทุเรียน เมื่อนำมาวางสตอรี่อยู่บนเสื้อลิงค์ไปกับความชอบของคนก็จะทำให้ Collector ทั้งหลายมาตามเก็บสะสม

“สินค้าของเราเป็นลิมิเต็ดในแต่ละคอลเลคชั่นผลิตไม่เยอะเพียง 80 – 100 ตัวเท่านั้น เป็นของสะสมที่มีคุณค่า ครึ่งนึงของลูกค้าเราคือ Collector ซื้อสะสมทุกคอลเลคชั่น ดังนั้นเราจะไม่ทิ้งคอนเซปต์ในการคงไว้ซึ่งการบอกเล่าคุณค่าของความเป็นไทย เราอยากให้เมื่อพูดถึงเสื้อฮาวายคนจะนึกถึง Windwear เป็นอันดับต้นๆ ด้วยสตอรี่ที่เราพยายามสอดแทรกถือเป็นการช่วยโปรโมทประเทศไทยไปในตัวทั้งกับคนไทยด้วยกันเองและนักท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่ง product ของเราไม่ใช่เพียงแค่สินค้าเท่านั้น แต่เป็นเหมือนของสะสมมีคุณค่าต่อนักสะสมเหล่า Collector ทั้งหลายซื้อสะสมเองหรือส่งต่อให้คนรัก ส่งต่อเป็นของขวัญ ไม่เพียงแต่เราได้ทำธุรกิจเท่านั้นแต่เรายังได้ส่งต่อการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมการท่องเที่ยววิถีชีวิตของประเทศเราไปในตัวด้วย บอกให้คนทั่วโลกได้รู้ว่าประเทศไทยยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะมากกว่าที่ชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยเองจะเห็นด้วยซ้ำ”คุณก้องกล่าว

ไอเท็มที่ต้องมีสำหรับซัมเมอร์นี้ เสื้อฮาวายลายไทยเก๋ๆ มีเอกลักษณ์ของงานดีไซน์ แถมโปรโมทวิถีไทยที่น่าสนใจไปในตัว แวะไปได้ที่ “Windwear” ใน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือคลิ๊กเลย Line : @absolutesiamstore

ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกต้องระเบิดจากภายใน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649093

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 11:31 น.ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกต้องระเบิดจากภายในโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ นำมาซึ่งความท้าทาย โดยเฉพาะการแข่งขันที่สูงขึ้นบนฐานของเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจจึงมีความเสี่ยง องค์กรจึงต้องปรับตัว แต่เราขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ และดูเหมือนจะ “ติดกับดัก” ของศักยภาพที่ตีบตัน จึงไม่สามารถก้าวข้ามพ้นขีดจำกัดของตนเองได้ ในการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว เพื่อความอยู่รอดขององค์กรอย่างยั่งยืน จำเป็นที่บุคลากรต้องพัฒนาศักยภาพ และศักยภาพที่แท้จริงต้องระเบิดจากภายใน

เมื่อพูดถึงศักยภาพภายใน เราลองพิจารณาชีวิตผีเสื้อ วงจรชีวิตของมันมี 4 ระยะ เริ่มด้วยระยะเป็นไข่ จากนั้นจะเป็นตัวหนอน ในช่วงนี้ หากนกเห็น มันจะกลายเป็นเหยื่อแน่นอน แต่หากมันรอด มันจะขับใยเหนียวๆ ออกมาห่อหุ้มตัวมันเอง กลายเป็นดักแด้ จากนั้นไม่นาน มันจะใช้ขาดันเปลือกให้แตกออก กลายเป็นชีวิตใหม่ เรียกว่า ผีเสื้อ ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นนี้แตกต่างจากสภาพเดิมอย่างสิ้นเชิง และสามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างและสูงกว่าเดิม สามารถบินหลบหลีก ซ่อนเร้นจากศัตรูได้ สามารถบินหาน้ำหวานเพื่อยังชีพและดำรงเผ่าพันธุ์เพื่อความอยู่รอด

ทำนองเดียวกับการเกิดขึ้นของลูกเจี๊ยบ เมื่อได้เวลา มันใช้ปากแทงทะลุเปลือกไข่ แล้วดันตัวมันเองออกมาเป็นชีวิตใหม่ที่สามารถแสดงศักยภาพของความเป็นไก่อย่างที่มันเป็น สามารถหาอาหารเลี้ยงชีพและดำรงเผ่าพันธุ์เพื่อความอยู่รอด จะเห็นได้ว่า ศักยภาพใหม่ที่ว่านี้ต้องระเบิดจากภายใน

มนุษย์เราก็เช่นกัน แรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น แรงขับเคลื่อนชีวิต ย่อมต้องมาจากภายใน เมื่อมาจากภายใน นั่นแสดงว่ามนุษย์ย่อมสามารถนำตนเองได้

เมื่อพูดถึงการพัฒนาศักยภาพในการนำตนเอง ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกตอบสนอง นั่นคือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าเราจะโต้ตอบอย่างไร เพราะการตอบสนองใดๆ มันล้วนมาจากกรอบความคิดตนเอง กรอบความคิดเปลี่ยนได้ และตนมีอำนาจเหนือมัน ดังนั้น การตอบสนองใดๆ ในรูปของพฤติกรรม มันจึงมาจากการเลือกของตนเองทั้งสิ้นความสามารถในการเลือกนี้เองคือ อำนาจ

อำนาจดังกล่าวคือ ความเป็นอิสระ คืออิสระจากแรงกดดันภายนอก อิสระจากข้อจำกัดภายนอก บุคคลประเภทนี้จะไม่บ่น จะไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย ไม่โทษโน่นนี่นั่น หรือโทษใคร หรืออ้างเหตุภายนอกว่าเป็นสาเหตุ นั่นคือ เขาจะไม่เอาข้อจำกัดภายนอกมากำหนดชะตาชีวิตตนเอง เพราะถ้าทำอย่างนั้น นั่นเท่ากับว่า ตนพาเอาตนเองไปอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุมซึ่งสะท้อนถึงความอ่อนแอ ความอ่อนด้อย ความไร้สมรรถภาพ แต่จะตระหนักว่า ตนอยู่เหนือสถานการณ์นั้นๆ เพราะเรามีอำนาจเหนือมัน ตนจึงไม่กวัดแก่วงไปตามกระแส จะไม่ยอมให้มันมามีอิทธิพลเหนือตนเอง แต่จะดูว่าตนมีทางเลือกอะไรบ้างที่พอจะทำได้ในสถานการณ์ดังกล่าว และไม่ว่าจะเกิดผลอะไรที่ตามมา ตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ

ภาวะนี้เองคือ ศักยภาพสูงสุด มันคือ ความสามารถในการนำตนเอง เพราะนำตนเองได้ จึงปรับตัวได้ และด้วยสามารถในการคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ตนจึงสามารถสร้างทางเลือกได้หลากหลาย เพื่อรองรับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ความสามารถในการปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นล่วงหน้านี้เอง บุคคลจึงเล่นเชิงรุกได้

การเล่นเชิงรุกจึงมิได้มีความหมายเพียงแค่ว่าคิดไปได้ไกล คิดไปข้างหน้า หรือขยัน เอางานที่จะถึงกำหนดในวันข้างหน้ามาทำวันนี้เท่านั้น แต่มันคือการตระหนักถึงศักยภาพภายในที่ตนมี รู้ว่าตนมีอำนาจในการเลือกว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์ข้างหน้านั้นๆ อย่างไร และใช้ให้เป็น เพื่อรับมือกับปัญหา แก้ปัญหาได้อย่างทันการณ์ และด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง หากว่าผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดตนก็รู้ว่ามันพลาดที่ตรงไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมองว่านั่นคือ กระบวนการเรียนรู้ แล้วจะหาทางปรับแก้ไขอย่างไร เพื่อทางออกที่ดีกว่า ดังนั้น ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ด้วยข้อจำกัดอย่างไรก็ตาม ขอให้เข้าใจว่า ตนมีศักยภาพในการนำตนเอง นั่นคือ เรามีอำนาจในการเลือกที่จะเล่นเชิงรุก เล่นเชิงบวกได้

เราสามารถสรุปได้ว่า ศักยภาพคือ ความจริงที่ปรากฏออกมาภายนอกและที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในศักยภาพทั้งสองเชื่อมโยงอย่างเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลซึ่งกันและกัน ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ศักยภาพภายในไร้ขีดจำกัด รอวันเผยตัวออกมา ศักยภาพคือ แรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน ความมุ่งมั่น

กรอบความคิดคือฐานรากชีวิต มันเป็นแหล่งที่มาของศักยภาพภายใน ศักยภาพไม่เคยออกนอกกรอบความคิด จะยกศักยภาพต้องเปลี่ยนกรอบ กรอบความคิดเปลี่ยนได้ ศักยภาพจึงถูกพัฒนาและยกระดับได้ กรอบความคิดเป็นของตนเอง ตนเท่านั้นที่มีอำนาจเหนือมัน เราจึงนำตนเองได้ เมื่อนำตนเองได้ ก็เลือกตอบสนองได้ เมื่อเลือกได้ เราจึงเล่นเชิงรุกได้ ด้วยภาพเป้าหมายเดียวกัน องค์กรจึงสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน เป็นเอกภาพ

ในสถานการณ์ที่โลกมีความผันผวนสูง อีกทั้งเทคโยโลยีที่ก้าวล้ำในอัตราเร่ง องค์กรจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับศักยภาพบุคลากร ให้ก้าวข้ามพ้นขีดจำกัดอันเกิดจาก “กับดัก” กับดักดังกล่าวก็คือ กรอบความคิด (Mindset) ของตนเองนั่นเอง ข้อจำกัดต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ตนสร้างขึ้นเองทั้งสิ้น เมื่อเกิดในทางลบ ตนและองค์กรจึงตีบตัน แต่หากเป็นไปในทางบวก บุคคลย่อมพัฒนาความสามารถในการนำตนเองและเล่นเชิงรุกได้ เมื่อนั้น องค์กรก็มีโอกาสเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านและจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทีมงาน และปลดปล่อยศักยภาพนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่และไปในแนวเดียวกันได้อย่างไร

T.Twinkle เครื่องประดับดีไซน์กลิ่นอายสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ใครๆ ก็ต้องหลงใหล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649058

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 09:28 น.T.Twinkle เครื่องประดับดีไซน์กลิ่นอายสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ใครๆ ก็ต้องหลงใหลเครื่องประดับถือเป็นอีกหนึ่งของสำคัญสำหรับคุณผู้หญิงที่รักการแต่งตัว แต่จะดีแค่ไหนถ้า แบรนด์และดีไซน์ของเครื่องประดับนั้นเป็นฝีมือของคนไทยเราเอง

T.Twinkle หนึ่งในเครื่องประดับแบรนด์ไทย คนไทยดีไซน์เอง  เป็นแบรนด์เครื่องประดับ Fine Jewelry ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Luxury ที่ขึ้นชื่อเรื่องทองคำ 18 กะรัต และ อัญมณีล้ำค่าหลากหลายชนิด ด้วยความหลงใหลในสถาปัตยกรรมอันสวยงามจากทั่วโลกของดีไซน์เนอร์ ไม่ว่าจะเป็น Duomo,  Labirinto Della Masone ประเทศอิตาลี มาจนถึง หน้าจั่ว สถาปัตยกรรมที่สวยงามของคนไทย  ดีไซน์เนอร์ก็สามารถนำเอาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมต่างๆ นั้นมาผสมผสานกับโครงสร้างและลายเส้นของตัวเรือนทองคำ 18 กะรัตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยจุดเด่นนี้เองที่ทำให้เครื่องประดับแบรนด์ T.Twinkle ได้ถูกรังสรรค์และถ่ายทอดออกมาในงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ยังคงความหรูหราของ Fine Jewelry ได้เป็นอย่างดีและด้วยประสบการณ์ผลิตเครื่องประดับอัญมณีคุณภาพมาตรฐานสากลมากว่า 30 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะได้หินอัญมณีและเพชรน้ำร้อยที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมและงดงามไม่เหมือนใคร

สามารถเข้าชม Collection ต่างๆ ได้ที่ www.t-twinkle.com

JASMIN สะท้อนตัวตนที่แตกต่าง ผ่านการเล่าเรื่องราวด้วยคอนเซ็ปต์ Shades of Shadow #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649055

วันที่ 28 มี.ค. 2564 เวลา 17:13 น.JASMIN สะท้อนตัวตนที่แตกต่าง ผ่านการเล่าเรื่องราวด้วยคอนเซ็ปต์ Shades of ShadowShades of Shadow’ คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ JASMIN แบรนด์จิวเวลรี่ระดับพรีเมียม นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับที่ทำให้ทุกคนสนุกกับการแต่งตัวและพร้อมก้าวออกจากสไตล์เดิมๆ

มุมมองของแสงเงาในมุมที่แตกต่าง จังหวะยามเมื่อแสงสะท้อนตกกระทบก่อเกิดเป็นเงาในแต่ละช่วงเวลา ล้วนมีความสวยงามซ่อนอยู่ในแบบฉบับของตัวเอง นำมาสู่การเล่าเรื่องราว Shades of Shadow’ คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ JASMIN แบรนด์จิวเวลรี่ระดับพรีเมียม นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับที่ทำให้ทุกคนสนุกกับการแต่งตัวและพร้อมก้าวออกจากสไตล์เดิมๆ กับ “Jasmin Diamond Stud” ต่างหูเพชรหลากดีไซน์ทั้งแบบเรียบหรูและแฟนซีที่แต่ละชิ้นสามารถปรับเปลี่ยนการสวมใส่ได้ และ “Jasmin Diamond Ear Cuff” (จัสมิน ไดมอนด์ เอียร์ คัฟ) ที่ถูกออกแบบมาให้มีมิติดูทันสมัย สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์คู่กับต่างหูแบบเรียบๆ ให้ดูน่าค้นหา และสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณให้ออกมาอย่างเด่นชัดไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกทั้งสีโรสโกลด์ โกลด์ และไวท์โกลด์

ค้นหาจิลเวลรี่ที่เปล่งประกาย และสะท้อนความเป็นคุณได้แล้วที่ร้าน JASMIN 2 สาขา ได้แก่ สาขา The Emporium ชั้น M เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น. และสาขา Anantara Siam Bangkok Hotel เปิดวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 11.00-18.30 น. หรือทาง Line Official Account : @jasmin.jewelry , Instagram : @jasmin.jewelry , Facebook : Jasmin – Everyday Shining และทาง www.jasmin-jewelry.com

#ShadesOfShadow #JasminEverydayShining #JasminFineJewelry

เทคนิคเปลี่ยนสีผมโทนสีหม่นให้ติดทนสวย..ไม่กลัวแห้งเสีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649053

วันที่ 28 มี.ค. 2564 เวลา 16:40 น.เทคนิคเปลี่ยนสีผมโทนสีหม่นให้ติดทนสวย..ไม่กลัวแห้งเสียเอาใจเยาวรุ่นด้วยตัวช่วยสร้างสรรค์สีผมสวยเด่นชัดในโทนสีพิเศษ เพื่อผมโทนสีหม่นติดทนสวย ไม่แห้งเสีย ด้วย “ULTIST by PRIMIENCE” จาก Shiseido Professional

เพราะซัมเมอร์คือซีซั่นแห่งสีสัน หลายคนจึงอัพลุคใหม่ด้วยการเปลี่ยนสีผมให้ดูไบร์ทกว่าเดิม และหนึ่งในโทนสีผมที่ฮอตฮิตมากๆ ในบรรดาเยาวรุ่น คงต้องยกให้กับโทนสีหม่น ซึ่งมีมาให้เราเห็นในทุกๆ ปี แต่ปัญหาในการที่จะผมสีอ่อนๆ หรือได้โทนหม่นๆ ตามที่ต้องการนั้นก็มียากมาก เพราะด้วยความที่ผมของคนเอเชียมีสีดำและมีเม็ดสีแดงแฝงอยู่ในเส้นผมของคนเอเชียทุกคน เวลาที่ต้องการสีอ่อนๆ ก็ต้องมีการการฟอกหรือกัดสี เพื่อให้การย้อมสีหม่นเป็นไปในโทนสีตามที่เราต้องการ ซึ่งหลังจากฟอกแล้ว เราก็จะสังเกตได้ว่าผมจะมีสีออกส้มๆ เหลืองๆ นั้นก็เพราะมีเม็ดสีแดงแฝงอยู่ ทำให้เราต้องฟอกๆ หลายๆ ครั้ง จนได้เบสสีผมที่สามารถย้อมไปต่อได้ นั่นหมายความว่าอาจทำให้ผมเราเสียจากการฟอกได้

ทั้งหมดนี้คือที่มาของ “ULTIST by PRIMIENCE” ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมใหม่จาก SHISEIDO PROFESSIONAL ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสุดล้ำ ประกอบด้วยสารบำรุงสูตรพิเศษและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยเด่นชัดในโทนสีพิเศษ อีกทั้งยังช่วยให้ผมเปล่งประกายความงามได้นานจากภายใน ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมโดยเฉพาะ ให้ช่วงเวลาแห่งความสวยอยู่คู่กับเส้นผมตลอดไป

โดยจุดเด่นของ ULTIST by PRIMIENCE ผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่นี้ มีให้เลือกถึง 7 โทน กับอีก 39 เฉดสี ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่น 3 ประการ นั้นก็คือ ให้สีผมสวย เด่นชัดตั้งแต่ภายใน อีกทั้งยังช่วยล็อกสีผม เพื่อเปล่งประกายสีผมสวยเงางามได้ทุกวัน และให้ทุกคนได้สนุกกับการทำสีผมซ้ำๆ โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องเส้นผมแห้งเสีย

มาพร้อมกับเทคโนโลยี COLOR-in-CORE ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมของ ULTIST by PRIMIENCE เพื่อให้ได้สีผมโทนสีหม่นที่สวยงาม ติดทน ช่วยให้ผมไม่แห้งเสีย ด้วยแนวคิดใหม่ที่ให้ความสนใจกับ “ชั้นที่ลึกที่สุดของเส้นผม” ประกอบไปด้วย 3 เทคโนโลยีสำคัญ เอกสิทธิ์เฉพาะจากชิเซโด้ ได้แก่

1. Smooth to the Core เทคโนโลยีที่จะช่วยปกป้องเส้นผมจากการถูกทำร้ายตั้งแต่ภายใน เตรียมพื้นผมเพื่อการทำสีผมที่สวยงาม ด้วย “Smooth Care Technology” ซึ่งสามารถยับยั้งการเปลี่ยนสภาพของโปรตีนภายในเส้นผม ช่วยปกป้องเส้นผมจากความแห้งเสีย และคงสภาพความนุ่มลื่น แข็งแรง สร้างรากฐานของเส้นผมที่เหมาะสมกับการทำสี

2. Color boost to the Core เพื่อให้ได้สีผมที่เด่นชัด ตั้งแต่ภายในเส้นผมชั้นที่ลึกที่สุด ด้วย “Micro Oil-in Formula” ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณอัลคาไลน์ และช่วยให้สีผมแทรกซึมเข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สลายเมลานิน และควบคุมสีแฝงของเส้นผม เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยงาม คงความชุ่มชื้นไว้ภายในเส้นผม เพื่อให้เม็ดสีผม อัลคาไลน์ และ ส่วนผสมของสารบำรุงสามารถ เข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมี ประสิทธิภาพโดยการปิดพื้นผิว เส้นผมไว้อย่างแน่นหนา

3. Locking into the Core ช่วยให้สีผมเปล่งประกายเงางาม และติดทนนานขึ้น จากภายใน ด้วย “Lasting Protection Veil” ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อเป็นตัวพันธะเคมีที่บริเวณพื้นผิวของเกล็ดผม ซึ่งเป็นเสมือนผนังกั้นน้ำไม่ให้ซึมเข้าทำร้ายเส้นผม เพื่อให้สีผมคงสีสวยและเงางาม เหมือนล็อคไว้ด้วยกุญแจ ช่วยปกป้องสีผมไม่ให้ซีดจาง

นอกจากผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมแล้ว ก็ยังมี “Essence Drop” ทรีทเมนท์พิเศษ อันแสนอ่อนโยน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ผสมกับครีมเปลี่ยนสีผม “ULTIST by PRIMIENCE” ด้วยเทคโนโลยี “Amino Micro Veil Technology” โดยกรดอะมิโนที่มีประจุบวก จะสร้างผนังเครือข่ายที่อ่อนนุ่มบริเวณรอบๆ เกล็ดผม เพื่อช่วยคงความสวยงามของสีผมให้สวยยาวนาน และปกป้องเส้นผมไม่ให้สูญเสียความแข็งแรงหลังการทำสี ช่วยป้องกันเส้นผมจากการถูกทำร้าย อีกทั้งยังมาพร้อมกับกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ ด้วยกลิ่นหอมสดชื่น ผ่อนคลายจากดอกไม้สีเขียว มอบความรู้สึกเบาสบายระหว่างการทำสี นอกจากนี้ยังช่วยระงับกลิ่นตกค้างหลังการทำทรีทเมนท์ได้อีกด้วย

ยังไม่พอเพียงเท่านี้ เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ทาง ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล ยังคงคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว ของสังคม และสิ่งแวดล้อม กับแนวคิด “Zero Waste” หรือ “แนวคิดขยะเหลือศูนย์” โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ทำมาจากอ้อย เพื่อสนับสนุนและปกป้อง การตัดไม้ทำลายป่า ลดการปล่อย C02 รวมถึงการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมระดับโลก

หนุ่มๆ สาว ๆ ที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ในการเปลี่ยนสีผมกับ ULTIST by PRIMIENCE สามารถใช้บริการได้ที่ร้านซาลอนในเครือชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทาง Facebook – Shiseido Professional Thailand, Instagram – @shiseidopro_th และ YouTube – Shiseido Professional Thailand

เปิดโลกแห่งสีสันรับสปริง/ซัมเมอร์ 2021 กับแบรนด์หรู CANITT #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/648935

วันที่ 26 มี.ค. 2564 เวลา 16:55 น.เปิดโลกแห่งสีสันรับสปริง/ซัมเมอร์ 2021 กับแบรนด์หรู CANITTCANITT ต้อนรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ด้วยคอลเลกชั่น All That RAJ นำเสนอแรงบันดาลใจจากความงดงามของดินแดนแห่งศิลปะและวัฒนธรรมจากเอเชียใต้ พร้อมอวดโฉมแฟชั่นเซ็ทสุดพิเศษจากเหล่านักแสดงสาวชื่อดัง

สร้างสรรค์สไตล์อันโดดเด่นต้อนรับลมร้อนนี้ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู “คานิท” (CANITT) ที่จะพาสาวๆ เดินทางสู่ซัมเมอร์อย่างมั่นใจด้วยเสื้อผ้าดีไซน์ล่าสุด ผลงานการออกแบบจาก ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ ในคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ที่ชื่อว่า “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ที่หยิบยกเอาแรงบันดาลใจจากความงดงามของดินแดนแห่งศิลปะ และวัฒนธรรมจากเอเชียใต้ มาถ่ายทอดสู่อาภรณ์ดีไซน์หรูที่สอดผสานความสนุก ผ่านการเลือกใช้โทนสีสดใส ที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ประจำซีซั่นนี้ เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ

พร้อมอวดโฉมแฟชั่นเซ็ทสุดพิเศษจาก 6 นักแสดงสาวชื่อดัง ได้แก่ มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, แพทริเซีย-ธัญชนก กู๊ด, ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, เดียร์น่า ฟลีโป และ ดาว-พิมพ์ทอง วชิราคม ที่ร่วมกันถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเสื้อผ้าคอลเลกชั่น “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ได้อย่างงดงาม

“คานิท” (CANITT) แบรนด์แฟชั่นสตรีหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘แดซซลิ่ง’ (Dazzling), ‘แมกนิฟิเซนท์’ (Magnificent) และ ‘เกรซฟูล’ (Graceful) สามคำที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ “คานิท” (CANITT) จึงเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัย หลงไหลในสไตล์อันโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้

ขนิษฐา ดรุณเนตร กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “คอลเลกชั่นนี้เราต้องการนำเสนอถึงความหรูหราที่แตกต่างออกไปจากเดิม เนื่องจากในคอลเลกชั่นที่ผ่านมาเราได้มอบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้านการแต่งตัว ให้กับหญิงสาวมาโดยตลอด จากการสร้างสรรค์เสื้อผ้าผ่านลายพิมพ์ที่นับเป็นซิกเนเจอร์หลักของแบรนด์ ในซิลลูเอทที่มีความเรียบหรู แต่สำหรับคอลเลกชั่นนี้เราอยากให้ผู้หญิงทุกคนได้สนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น ดังนั้น งานดีไซน์ของเราก็จะยังคงกลิ่นอายของความหรูหราเอาไว้ แต่จะเพิ่มความสนุกเข้าไปจากการเลือกใช้เนื้อผ้า โทนสี ลายพิมพ์เด่นประจำซีซั่น และซิลลูเอทใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะกับการแต่งตัวไปพักผ่อนในช่วงหน้าร้อน ผ่านเสื้อผ้าที่ให้กลิ่นอายรีสอร์ตที่พร้อมจะพาทุกคนออกไปเดินทางท่องเที่ยว และพักผ่อนจากความวุ่นวายรอบตัว”

สำหรับคอลเลกชั่น “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ที่ได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากเอเชียใต้ ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเอาความงดงามของสไตล์โมเดิร์นเรโทร โดยเฉพาะงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากเปอร์เซีย ไม่ว่าจะเป็น เส้นโค้งภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ลวดลายเรขาคณิต รูปวาดดอกไม้ กวีนิพนธ์ ดนตรี และศิลปะ ที่ทั้งหมดถูกจัดอยู่ภายใต้จักรวรรดิโมกุล (Mogul) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับโครงร่างที่เรียบง่าย และทันสมัย โดยภายในคอลเลกชั่นนี้หญิงสาวของ “คานิท” (CANITT) จะได้เห็นความเบาบางของเนื้อผ้าที่ทีมดีไซน์เลือกใช้ให้เข้ากับอากาศช่วงซัมเมอร์ อาทิ ผ้าชีฟองซิลค์ และผ้าลินินคุณภาพสูง

รวมไปถึงเทคนิคการขึ้นหุ่นจับเดรปที่จะช่วยขับเน้นเรือนร่างของหญิงสาวผู้สวมใส่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากส่าหรีอินเดีย อีกทั้งยังมีเทคนิคการใช้เส้นสายแบบคัตเอาต์ที่ผสมผสานความเท่ และความเฟมินีนซ่อนอยู่ในตัว ผ่านการออกแบบชุดสูทชิ้นคลาสสิกที่ทีมดีไซน์ได้บรรจงตัดเย็บให้กับหญิงสาวผู้หลงใหลในสไตล์เรียบโก้ รวมไปถึงกางเกงหลากหลายดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น กางเกงผ้าชีฟองซิลค์ขาสั้น, กางเกงขากระบอกใหญ่, กางเกงทรงจินนี่ และชิ้นเด่นสำหรับฤดูกาลนี้ อย่างชุดเดรสตัวยาว, เสื้อครอปท็อป และเสื้อเบลาส์ ที่เพิ่มเทคนิคการจับสม็อก และเล่นกับเส้นสีอันอ่อนหวาน โดยสีใหม่ประจำคอลเลกชั่นนี้ ทางครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบได้สร้างสรรค์เฉดสีที่ชื่อว่า ซันชายน์ ดรีมมิ่ง (Sunshine Dreaming) ทีได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้า และปราสาทของนครสีชมพูอย่างจัยปูร์ รวมไปถึงลายพิมพ์มูนไลท์ เลิฟเวอร์ (Moonlight Lover) ที่รังสรรค์จากท่วงทำนองของภาพเพ้นท์ศิลปะภายในพระราชวังอันงดงาม และมีเอกลักษณ์ ภายใต้ความตั้งใจของทีมดีไซน์ที่ต้องการให้เฉดสีหลักของคอลเลกชั่นนี้ สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับโทนสีคลาสสิกประจำแบรนด์อย่างสีเบจ และสีออฟไวท์ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ขนิษฐา ดรุณเนตร ยังได้แนะนำเคล็ดลับการสร้างสรรค์ลุคให้โดดเด่นรับซัมเมอร์นี้ว่า “ซัมเมอร์เป็นฤดูกาลที่ผู้หญิงหลายคนต่างรอคอย เพราะเป็นช่วงที่จะได้สนุกกับการแต่งตัวที่หลากหลาย สำหรับเคล็ดลับการดูแลตัวเองรับซัมเมอร์ ขั้นพื้นฐานเลยก็คือเรื่องผิว เพราะอากาศที่ร้อนอาจทำให้ผิวเสียได้ง่าย ดังนั้นควรดูแลผิวให้ชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการดูแลรูปร่างให้ดูดีในแบบของตัวเอง เวลาใส่ชุดตัวโปรดเราจะได้รู้สึกมั่นใจ ซึ่งการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะช่วยทำให้ผู้หญิงอย่างเราโดดเด่นขึ้นมาได้ อย่างซัมเมอร์นี้ถ้าใครมีแพลนไปเที่ยวทะเล ลุคเดินเล่นบนชายหาดอาจจะหยิบเกาะอกมาแมทช์กับกางเกงขายาวผ้าชีฟองซิลค์ หรือเป็นเสื้อเบลาส์กับกางเกงขาสั้นลายพิมพ์เข้าชุดกัน ก็จะได้ลุคสบายๆ ที่ดูสดใสเหมาะกับซัมเมอร์ หรือถ้าใครมีแพลนเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมตามเมืองต่างๆ ชุดแม็กซี่เดรสสีสดก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยทำให้คุณโดดเด่นขึ้นได้ แต่ถ้าใครที่พักผ่อนชิลล์ๆ ในวันสบายๆ อาจจะหยิบเป็นเดรสสั้นผ้าลินินที่เว้าช่วงเอวมาใส่ ก็จะช่วยทำให้วันธรรมดาดูสนุกขึ้นได้”

พบกับคอลเลกชั่น “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ได้แล้ววันนี้ที่ร้านคานิท (CANITT) ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริเวณพารากอนดีพาร์ทเม้นสโตร์ ชั้น 1 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม บริเวณโซนไทยไทย ชั้น 2 พร้อมติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นผ่านช่องทาง IG: CANITT_OFFICIAL และ Line ID: @CANITT_OFFICIAL

ตระการตาแฟชั่นโชว์คาราวานชุดแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/648630

วันที่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 07:52 น.ตระการตาแฟชั่นโชว์คาราวานชุดแต่งงานสุดยิ่งใหญ่วนัช เฟิร์ส เปิดตัวชุดแต่งงานสุดตระการตาในงานแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ MARRY ME AT MARRIOTT – Wedding & Honeymoon Fair

สองผู้บริหารหนุ่มจาก ห้องเสื้อวนัช เฟิร์ส  สรรค์ สุดเกตุ และ ณภัทร์ นิยมแย้ม ยกคาราวานชุดแต่งงานกว่า 11 ชุด ร่วมแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ในงาน  “MARRY ME AT MARRIOTT – Wedding   & Honeymoon Fair” โดยได้นางแบบกิตติมศักดิ์ พรฟ้า-ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ รองอันดับสอง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 มาร่วมเดินแบบให้กับทางห้องเสื้อในครั้งนี้ และยังได้รับเกียรติจาก  วิลาวัลย์ พูนกุล (ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดเลี้ยง และการประชุมสัมมนา) และ อัครวิทย์ จิรกิตติสุนทร (ผู้จัดการฝ่ายขาย ด้านงานจัดเลี้ยง และงานฉลองมงคลสมรส)  เป็นผู้ให้การต้อนรับ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี  คอลเล็คชั่น โฮเทล

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก เพราะมีบ่าวสาวหลายร้อยคู่จูงมือกันเข้ามาร่วมชมงานในครั้งนี้กันอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส ที่ได้รับการตอบรับอยากล้นหลามจากผู้ที่เข้าร่วมชมผลงาน  ซึ่ง “สรรค์ สุดเกตุ” ผู้บริหารหนุ่มคนเก่งได้กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า “นับเป็นโอกาสอันดีมาก ๆ ที่ห้องเสื้อของเราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ โดยเฉพาะแฟชั่นโชว์ที่เราตั้งใจเตรียมงานกันอย่างมากตลอดเกือบ 10 วันที่ผ่านมา เพื่อต้องการนำเสนอผลงานออกมาให้ดีที่สุด โดยเฉพาะชุดฟินาเล่ที่เราใส่ความหมายของห้องเสื้อเข้าไปในงานดีไซน์ด้วย ซึ่งชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลีบดอกบัวสีขาว (ดอกบัว หมายถึง วนัช) ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ผมภาคภูมิใจที่สุด ถือเป็นชุด ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ผมจะเก็บไว้โชว์ในมิลเซียมของผมในอนาคตด้วยโดยผลงานทั้งหมดในแฟชั่นโชว์ครั้งนี้เป็นผลงานที่เราตั้งใจออกแบบให้เจ้าสาวสามารถใส่ได้จริงและสวยสง่างามรับรองได้ว่าคุณจะเป็นเจ้าสาวที่ยืนหนึ่งไม่แพ้ใครแน่นอน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณผู้ที่เข้าร่วมรับชมผลงานทุกท่านและเสียงชื่นชมมากมายที่เป็นกำลังใจอย่างดีเยี่ยมให้กับพวกเราทุกคนได้สร้างสรรค์ผลงานที่ดีต่อไป ขอขอบคุณทาง โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล โดยเฉพาะ  คุณ วิลาวัลย์ พูนกุล ที่ให้การสนับสนุนผลงานของ วนัช เฟิร์ส จนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ขอบคุณน้องพรฟ้าและนางแบบทุกท่านที่ถ่ายทอดผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจจนได้รับเสียงชื่นชมมากมาย และงานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ทีมงานของทางห้องเสื้อทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนเกิดเป็นผลงานที่สุดแสนเพอร์เฟคนี้ขึ้นมา ต้องขอบคุณทุกท่านมากจริงๆ ครับ”

สำหรับใครที่ชื่นชอบและอย่างติดตามผลงานของเราสามารถเข้าไปชมได้ที่ https://www.facebook.com/Vanus-First