Baking Soda ผู้สร้างสรรค์ระดับตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/633483

วันที่ 21 ก.ย. 2563 เวลา 10:55 น.Baking Soda ผู้สร้างสรรค์ระดับตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นไทยก้าวสำคัญของวงการแฟชั่นไทย แห่งแบรนด์ไทยระดับตำนาน “Baking Soda” ที่ส่งพลังสร้างแรงบันดาลใจอย่างไม่หยุดนิ่งและยังคงความซ่าคู่กับสยามเซ็นเตอร์มาเกือบ 40 ปี

สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ในฐานะศูนย์กลางแห่งแฟชั่นสุดล้ำที่รวบรวมแฟลกชิปสโตร์ของไทยดีไซเนอร์ชั้นนำไว้มากที่สุดในเมืองไทย และเป็นแฟชั่นเดสติเนชั่นสำคัญในภูมิภาคเอเชีย ร่วมภาคภูมิใจกับก้าวสำคัญของวงการแฟชั่นไทย แห่งแบรนด์ไทยระดับตำนาน Baking Soda ที่ส่งพลังสร้างแรงบันดาลใจอย่างไม่หยุดนิ่งและยังคงความซ่าคู่กับสยามเซ็นเตอร์มาเกือบ 40 ปี โดยดีไซเนอร์แถวหน้าของไทย เมนาท นันทขว้าง

ปีนี้ SODA ฉลอง Newness Celebration อวดโฉมร้านแฟลกชิปสโตร์ใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกก่อนใคร!! ที่สร้างความฮือฮา พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวตลอดการเดินทาง 40 ปี ผ่านแฟชั่นสุดแสบ 5 โซน 5 สไตล์ มาไว้ที่ แฟลกชิปสโตร์ Baking Soda ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เพียงแห่งเดียว

เริ่มจาก From SODA Archives โซนแห่งแรงบันดาลใจจากไอเท็มสุดฮิตในอดีต ที่ย้อนหลังไปตั้งแต่ ปี 1979 คัดสรร A Must Item ที่โด่งดังมากนำกลับมาทำใหม่ โดยเพิ่มควมสนุก ความใหม่ ทั้งลายพิมพ์และแพทเทิร์น เพิ่มดีเทลให้สวมใส่สบายมากขึ้น แต่ยังคงความซ่าในแบบฉบับ SODA ไว้อย่างลงตัว

SODA collection ด้วยความคูลในแบบฉบับของ SODA ที่คงเส้นคงวาสร้างความแปลกใหม่อยู่เสมอ ทั้งชุดเดรส แบบแฟมินิน ไปจนถึง เสื้อยืดลายพิมพ์ลาย ที่บ่งบอกตัวตนของ SODA ตลอดกาล ทั้งเปรี้ยว โก้ หรือ เท่ ซ่า จะสลับหมุนเปลี่ยนตามฤดูกาลมาให้แฟนคลับได้อัพเดทคอลเลคชั่นกันอยู่เสมอ

Urban Nomads แบรนด์น้องใหม่ล่าสุด ของ SODA ที่นำสีสันความสนุกของแฟชั่นมาส่งตรงถึงทุกคนด้วยนำเสนอวิธีการแต่งตัวแนวชนเผ่าจากทั่วโลก โดยเน้นชิ้นงานที่เป็นงานฝีมือผ่านกระบวนกาสร้างสรรค์จากเทคนิคต่างๆ อาทิ การถัก ปัก หรือมัดย้อมที่กำลังฮอตฮิตอยู่ในขณะนี้

The One of A Kind ความยูนีคที่ SODA รังสรรค์คมาไว้ให้แฟนๆแบบเอ็กซ์คลูซีฟต่อเนื่องทุกสุดสัปดาห์ กับคอลเลคชั่เสื้อทีเชิ้ตมีเพียงตัวเดียวในโลก

Future is Hot – SODA ยืนหยัดสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ โดยการเปิดพื้นที่ให้ 4 แบรนด์มาแรงและน่าจับตามองนำผลงานมาประชันกันอย่างสุดฝีมือ นำโดย FAKING, GAME OVER, HOMELESS และ OMG

พบโฉมร้านแฟลกชิปสโตร์ใหม่ล่าสุด พร้อมแฟชั่นคอลเลคชั่นอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกก่อนใคร!! ที่ Baking Soda ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ นับอีกหนึ่งปรากฏการณ์แฟชั่นครั้งสำคัญในแบบ Absolute Siam ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนและจะเกิดขึ้นที่สยามเซ็นเตอร์เพียงแห่งเดียว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-251-4995

4 ระดับความเครียด กับ 5 เทคนิคสร้างความสมดุลตามสูตร R E L A X #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/633481

วันที่ 21 ก.ย. 2563 เวลา 09:10 น.4 ระดับความเครียด กับ 5 เทคนิคสร้างความสมดุลตามสูตร R E L A Xต้อนรับเช้าวันทำงาน เช็กระดับความเครียด พร้อมเทคนิค “R-E-L-A-X” 5 วิธีที่คุณต้องเรียนรู้ เพื่อความเครียดที่สมดุล

ความเครียด เป็นสภาวะทางอารมณ์ คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทำให้รู้สึกกดดัน ไม่สบายใจ กลัว วิตกกังวล และสะสมจนอาจจะส่งผลให้สภาวะสมดุลทางร่างกายจิตใจเสียไป กลายเป็น “ความเครียดที่เหมะสม” บ่มเพาะโรคภัย ตลอดจนปัญหาภาวะซึมเศร้าได้ง่ายๆ

4 ระดับของความเครียด 

  • ระดับ 1 Mild Stress ความเครียดระดับต่ำ คือความเครียดที่ไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตมากนัก อาจจะแค่เกิดอาการเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจ ส่งผลต่อต่อร่างกายคือเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง
  • ระดับ 2 Moderate Stress ความเครียดระดับปานกลาง เป็นระดับปกติที่เราควรจะมี ซึ่งเป็นระดับปานกลางที่ไม่ส่งผลอันตรายต่อสมดุลร่างกายอารมณ์ ไม่แสดงออกถึงความเครียดที่ชัดเจน สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบหากเกิดความเครียด
  • ระดับ 3 High Stress ความเครียดระดับสูง เป็นความเครียดที่เกิดจากเหตุการณ์ รุนแรง ควรหาใครสักคนเพื่ออยู่เป็นเพื่อน คอยรับฟังปัญหา ระบายความรู้สึก เพราะหากว่าปรับตัวไม่ได้จะส่งผลต่อสุขภาพ อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม เช่น ปวดหัว ปวดท้อง อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย กินข้าวไม่อร่อย นอนไม่หลับ
  • ระดับ 4 Severe Stress ความเครียดระดับรุนแรง คือความผิดปกติทางอารมณ์เรื้องรังเป็นเวลานาน ส่งผลต่อการปรับตัวซึ่งไม่สามารถเป็นปกติได้ ส่งผลต่อสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น มีอาการทางจิต บกพร่องต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจจะเป็น วัน อาทิตย์ เดือน ปี จึงควรรับการรักษาจากแพทย์หากมีความเครียดอยู่ในระดับรุนแรง

R-E-L-A-X 5 วิธีที่คุณต้องเรียนรู้ เพื่อความเครียดที่สมดุล

R – Reposes = พักผ่อนหย่อนใจ หากคุณรู้สึกเบื่อหน่าย กับงานที่คุณกำลังทำ การใช้ชีวิตที่แสนวุ่นวาย ลองหาพื้นที่ว่างพักผ่อน ใช้เวลากับตัวเอง การพักผ่อนไม่จำเป็นต้องออกไปท่องเที่ยว การนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก็ถือเป็นการนอนหลับ จะดีกว่าไหม ? หากคุณร้องคาราโอเกะอยู่ในห้องแบบไม่ต้องคิดอะไร กับการที่คุณออกไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ แต่ในหัวกลับมีแต่เรื่องงาน

E – Enjoy yourself = สนุกสนานกับการใช้ชีวิต การทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่างคุณคือคนที่กำหนดความรู้สึกของตัวคุณเอง ใช้เวลากับสิ่งที่คุณชื่นชอบ ออกกำลังกาย หัวเราะกับเรื่องเล็กน้อยที่ผ่านเข้ามา ถ้าคุณเปลี่ยนความคิดเพียงเล็กน้อย ปัญหาที่เข้ามาอาจจะเป็นแค่เกมเกมหนึ่งที่คุณต้องผ่านไปในแต่ละด่านเท่านั้น 

L- Learn to say no = เรียนรู้ที่จะพูดปฏิเสธ ความเครียดบางอย่างเกิดจากการที่ไม่สามารถหลีกเหลี่ยง สถาณการณ์ตึงเครียด ความกดดันต่าง ๆ ได้ แต่บางสถาณการณ์คุณสามารถที่จะ “ปฏิเสธ” ได้ แต่ด้วยความเกรงใจหรืออะไรก็ตาม ทำให้ต้องจำใจรับสิ่งที่ทำให้คุณเกิดความเครียดเข้ามา ดังนั้นคุณจึงควรเรียนรู้ที่จะพูด “ปฏิเสธ” เพื่อสมดุลทางร่างกายและจิตใจของคุณเอง

A – Accept yourself = ยอมรับตัวเอง ยอมรับว่าทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบไปทุกเรื่อง บางคนทำหลายเรื่องได้ดีเลิศ แต่อาจจะบกพร่องในบางเรื่อง เรียนรู้และฝึกฝนให้มากขึ้น เพราะไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จได้เพียงการกระทำเพียงครั้งเดียว 

X – eXpress yourself = แสดงออกถึงความเป็นตัวของคุณเอง มันคือเรื่องที่ง่าย ที่จะแสดงออกเกี่ยวกับความเป็นคุณ แต่เป็นเรื่องยาก ด้วยบริบททางด้านสังคมที่อาจจะจำกัด หลายๆ อย่างคุณแค่เป็นของตัวเองและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

ปรุงองค์กรให้อร่อย มั่นคง ยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/633478

วันที่ 21 ก.ย. 2563 เวลา 08:30 น.ปรุงองค์กรให้อร่อย มั่นคง ยั่งยืนการรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : ทำอย่างไร องค์กรจึงจะอร่อย มีคุณค่า มั่นคงยั่งยืน

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เวลาเราเข้าร้านอาหารเราเลือกร้านที่อร่อยคุณภาพดีในทำนองเดียวกันเวลาลูกค้าจะเลือกใช้บริการใครลูกค้าเขาก็เลือกว่าองค์กรไหนอร่อยบริการดีมีคุณภาพหากองค์กรใดให้คุณภาพดีความอร่อยอย่างต่อเนื่องลูกค้าก็จะแวะเข้ามาเยี่ยมและใช้บริการอย่างสม่ำเสมอองค์กรนั้นก็มีสิทธิ์ดำเนินธุรกิจต่อได้ 

แล้วอะไรทำให้องค์กรตั้งอยู่ได้

มันมิใช่เพียงเพราะว่าองค์กรนั้นตั้งมากี่ปี มีประวัติยาวนานแค่ไหน หรือเพราะว่าองค์กรมีขนาดใหญ่หรือมีเครือข่ายกว้างขวางเพียงใด หรือมีวิสัยทัศน์มีค่านิยมมียุทธศาสตร์ที่สวยหรูดูดีอย่างไร แต่มันขึ้นอยู่กับว่าองค์กรนั้นได้สร้างคุณค่าในรูปของการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีเพียงใด สามารถสร้างความพึงพอใจอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอได้ยาวนานแค่ไหน และการที่จะสร้างคุณค่าให้แก่ผู้รับบริการได้มากน้อยเพียงใดนั้นมันขึ้นกับว่า คนขององค์กรนั้นมีศักยภาพเพียงใด แล้วเราจะพัฒนาศักยภาพบุคลากรของเราได้อย่างไร

…คำตอบคือ การพัฒนานั้น มันต้องเป็นองค์รวมอย่างเป็นระบบ

แล้วภาวะองค์รวมของชีวิตคืออะไร ที่สำคัญจะทำอย่างไรให้ศักยภาพนั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าอยู่ได้องค์กรก็มั่นคงหากรักษาความมั่นคงนั้นไว้ได้องค์กรก็ยั่งยืน

ก่อนอื่นเราลองมาพิจารณากาแฟร้อนเอสเพรสโซ่ เวลาท่านจะกินกาแฟร้อนเอสเพรสโซ่ ทำไมต้องเอาผงกาแฟเอสเพรสโซ่ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อนมาชงเข้าด้วยกัน ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง 

แล้วทำไมเวลาจะทานส้มตำไทย เราต้องเอาองค์ประกอบสิบกว่าอย่าง เช่น มะละกอ มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว พริก กระเทียม น้ำตาล น้ำปลา มะนาว กุ้งแห้ง ถั่วลิสง มาตำ มาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ก่อนจะตักเข้าปาก 

แล้วทำไมก๊าซไฮโดรเจนซึ่งติดไฟและก๊าซออกซิเจนที่ช่วยให้ไฟติดแต่เมื่อนำทั้งสองมารวมกันแล้วจะได้น้ำที่สามารถดับตัวมันเองได้ 

และหากเราเติมโลหะโซเดียมลงในน้ำมันจะระเบิดสร้างความเสียหายได้และหากเราสัมผัสกับกรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริก (HCL) โดยตรงเราจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างมากเพราะมันจะกัดทะลุถึงกระดูกเลยทีเดียวแต่เมื่อนำสารอันตรายทั้งสองมารวมกันกลับได้เกลือแกงสีขาวเค็มๆคราวนี้กินได้ 

และไม่ว่าเราจะยกอะไรขึ้นมาพิจารณาก็ตาม มันล้วนมีธรรมชาติเป็นแบบเดียวกันหมด ไม่มียกเว้น ทั้งกาแฟร้อนเอสเพรสโซ่ ส้มตำ น้ำ และเกลือแกง เพราะต่างล้วนมีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ทำให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ (New Holistic/New Normal) ที่มีความเป็นองค์รวมที่สูงกว่าเดิม มีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างจากเดิม (Transcendence) ทำให้สิ่งใหม่นั้นมีคุณค่าและความหมายที่สะท้อนออกมาในรูปของราคาที่สูงกว่าเดิม (Higher Values and Meaning) และเราเรียกส่วนต่างนั้นว่ากำไร

จากตัวอย่างข้างต้น เราพบว่า สรรพสิ่งมีธรรมชาติปรากฏอยู่ในลักษณะของความเป็นองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ทำให้มันสามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม (เมื่ออยู่แยกส่วน) ได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

ทีนี้กลับมาที่กาแฟร้อนเอสเพรสโซ่อีกครั้ง กาแฟเอสเพรสโซ่ 3 in 1 ซองละ 3 บาท ในขณะที่กาแฟแบบเดียวกันที่ร้านกาแฟชื่อดังคิดราคา 120 บาท ท่านสงสัยไหมว่า ทำไมเราต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่าตั้ง 40 เท่า แน่นอนว่าคนที่เข้าร้านกาแฟชื่อดังและจ่ายในราคานั้นต้องมีเหตุผล ถ้าเช่นนั้น เราจ่ายค่าอะไรกันแน่ คอกาแฟล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า มันไม่เหมือนกัน รสชาติมันต่างกัน มันอร่อยกว่า กลิ่นมันก็ไม่เหมือนกัน นี่มันหอมกว่า หากเราอยากจะได้คุณภาพแบบนี้ เราจึงต้องจ่าย แต่คนที่เป็นแฟนประจำกลับบอกว่าไม่แพง มันคุ้ม และยินดีที่จะจ่าย 40 เท่า และจะอุดหนุนไปเรื่อยๆ ด้วย เราจึงมักจะเห็นร้านเต็มตลอดเวลา บ่อยครั้งต้องเข้าคิวยาวทีเดียว 

คำถามที่ตามมาคือ อะไรกำหนดความหอมและความอร่อยที่แตกต่างกัน มันเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากองค์ประกอบและการชง (เรียกเพราะๆ ว่า การเชื่อมโยงหรือบูรณาการ) กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สิ่งที่อยู่ในซอง 3 in 1 นั้นแตกต่างจากองค์ประกอบ (แบบเดียวกัน) ที่อยู่ในร้านกาแฟชื่อดังนั้น เพราะกระบวนการที่มาของผงกาแฟ น้ำ น้ำตาลหรือไซรับ และนมหรือครีม ก็ไม่เหมือนกัน ของที่ร้านกาแฟชื่อดังเอามาใช้บริการนั้น มันผ่านกระบวนการมากมายก่อนจะเอามาให้บริการที่ร้าน และนอกจากองค์ประกอบที่ต่างกันแล้ว การชงหรือการเชื่อมโยงก็ต่างกันด้วย มันมิใช่เอาองค์ประกอบทั้ง 4 มาเทรวมกัน และคนให้เข้ากันเฉยๆ แต่มันมีขั้นตอนอย่างเป็นลำดับชั้นที่เรามองไม่เห็น ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของความหอมและความอร่อยที่ต่างกัน เราจึงต้องแพงกว่า 40 เท่า

ด้วยความเข้าใจข้างต้นของคุณค่าที่แตกต่างกันของกาแฟร้อนเอสเพรสโซ่ ดังนั้น คุณค่า (ความหอมและความอร่อย) ขององค์กรก็เกิดขึ้นในทำนองเดียวกัน แล้วอะไรทำให้องค์กรมีคุณค่าที่ต่างกัน ในมุมมองของผู้บริโภคแล้ว เขามิได้เลือกของที่ถูกที่สุด แต่เขาเลือกสิ่งที่ให้คุณค่าสูงที่สุด คุ้มค่าที่สุด

แล้วอะไรกำหนดคุณค่าขององค์กร คุณค่าขององค์กรเกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรกำหนด

คุณค่าดังกล่าวย่อมต้องมาจากศักยภาพที่องค์กรนั้นๆ สร้างขึ้นมาเพื่อผู้บริโภค แน่นอนว่ามันต้องมาจากองค์ประกอบ แล้วอะไรคือองค์ประกอบสำคัญที่สุดขององค์กร และองค์ประกอบเหล่านั้นย่อมต้องเชื่อมโยงกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วองค์กรเชื่อมโยงกันด้วยอะไร บนหลักการใด จึงเกิดเป็นภาวะองค์รวมที่สามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างจากเดิมอย่างมีคุณค่าและความหมาย

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวนี้ไปยกระดับศักยภาพขององค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และสามารถระเบิดศักยภาพภายในของทีมงานให้ออกมาร่วมกัน ให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อยกระดับการให้บริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดที่สุด เพื่อสร้างคุณค่า (ความหอมและความอร่อย) ให้กับองค์กร เพื่อสร้างองค์กรให้มีความเข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

และหากเรื่องนี้เป็นจริงในที่ทำงานมันก็จริงสำหรับที่บ้านด้วยถ้าเช่นนั้นท่านจะสร้างคุณค่าให้กับที่บ้านได้อย่างไรเพื่อครอบครัวที่เข้มแข็งมั่นคงยั่งยืนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาวุธสำคัญในการพัฒนาองค์กร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/633346

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 07:20 น.เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาวุธสำคัญในการพัฒนาองค์กรเปิดใจ 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ปลุกปั้นผ่านโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเราอยู่ในที่ยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมทั้งยังเป็นตัวเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วย ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวตามให้ทัน การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้องค์กรธุรกิจได้ อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็วง่ายต่อการบริหารจัดการ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่สำคัญในการทำธุรกิจ ในยุคนี้ใครใช้เทคโนโลยีเป็นหรือเข้าถึงเทคโนโลยีได้มาก คนนั้นได้เปรียบแน่นอน เราจึงเห็นผู้ประกอบการหลายรายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งส่งเสริมสนับสนุนให้ธุรกิจหันมาใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น 

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA คือหนึ่งในหน่วยงานที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกิจ โดยได้ผนึกกับพันธมิตรเดินหน้าเพิ่มองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับเทคโนโลยีเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับ หัวเว่ย ประเทศไทย ผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ชั้นนำระดับโลก จัดการอบรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G (Deep Tech Startup) ขึ้นเป็นปีที่ 2 ใน “โครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G”   

นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม NIA กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยร่วมกับทาง หัวเว่ย ประเทศไทย พัฒนาด้าน IoT Cloud มาแล้ว แต่ขณะนี้ 5G เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาและสามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้ เช่น ด้านการแพทย์ การท่องเที่ยว และเอนเตอร์เทนเมนท์  นับเป็นการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่หน้าใหม่นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ทำผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น  วันนี้จะพาไปรู้จักกับ 5 ผู้บริหารที่เข้าร่วมในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G และเป็นองค์กรที่มีความพร้อมด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีพร้อมนำความรู้ไปต่อยอดได้จริง

เริ่มกันที่ผู้บริหารท่านแรก “ดร.สกล  กงแก้ว” CEO บริษัท แอคทีฟ อินเทลลิเจนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเกิดจากการวมตัวของวิศวกรด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์  เพื่อพัฒนาเทคนิคด้าน IOT ที่ยกเอาทุกโหมดมานำเสนอผ่านหน้าจอเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่คือองค์กร บริษัทที่ต้องการนำระบบ IOT ไปใช้ลดต้นทุนในการดำเนินงานหรือนำไปประยุกต์กับผลิตภัณฑ์เดิมทำให้เกิดสินค้านวัตกรรมใหม่

ส่วนการเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่ออัพเดทความรู้เรื่อง 5G ที่กำลังจะมาในเร็วๆนี้เพื่อนำความรู้มาพัฒนาธุรกิจในยุคดิจิทัลเพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าโลกเปลี่ยนไปธุรกิจต้องเปลี่ยนตามสิ่งหนึ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการนอกจากความรู้แล้วยังได้มาพบเจอกับนักธุรกิจจำนวนมากที่มีแนวธุรกิจเดียวกันเกิดการแลกเปลี่ยนต่อยอดในธุรกิจ

ด้าน “ธีระเดช  กุศลธรรมรัตน์” COO and Co-Founder บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจระบบอ่านหมายเลขทะเบียนรถ และอ่านเลขตู้คอนเทนเนอร์อัตโนมัติโดยเทคโนโลยี AI  บอกว่า ความรู้ทางด้าน 5G เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ กับบริษัทเพราะหากได้ 5G เข้ามาจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนในการติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่อยู่หน้าไซต์งานจำนวนมาก สามารถบริหารจัดการได้ที่ส่วนกลางแบบรวดเร็ว ประหยัดต้นทุนได้ ทำให้เรียลไทม์ สะดวก รวดเร็ว ขึ้นด้วย ที่สำคัญ บริษัทเตรียมตัวขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วยจึงเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่อเสริมความรู้ก่อนขยายธุรกิจจริง

“สิ่งที่เราตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเพราะอยากรู้ว่า 5G มีหลักการทำงานอย่างไร มีอะไรดีขึ้นกว่า 4G เราจะนำความรู้มาต่อยอดงานของบริษัท ผมเชื่อว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากกับธุรกิจเพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ดังนั้น ธุรกิจต้องพร้อม ทำการบ้านก่อนที่ 5G จะมาในเร็วๆ นี้ ผมเชื่อว่าใครพร้อม ใช้ประโยชน์เป็น จะทำให้แข่งขันได้” ธีระเดชกล่าว

มุมมองต่อไปกับ “ศรายุทธ์  ศุภโชคภากร”  Managing Director บริษัท บลูชาร์ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทคือ tech company ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน software  development ลูกค้าคือผู้ให้บริการมือถือ และอินเทอร์เน็ต และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มพลังงาน ได้กล่าวเสริมว่า 5G จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้น มินิเตอร์ได้ง่ายขึ้น  IOT แพลตฟอร์มสามารถดึงข้อมูลอื่นๆ จากหลายที่มารวมไว้ที่ส่วนกลางได้ สามารถวิเคราะห์ พยากรณ์กระบวนการผลิตต่างๆ ล่วงหน้าได้ อย่างเช่นประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ดังนั้น 5G มีส่วนสำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจทำงานง่ายขึ้น จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับ NIA

ส่วน “ดร.คุณานนต์  กิตติพุฒิ” Chief  Operating Officer บริษัท เรบุส จำกัด ให้ข้อมูลว่า บริษัทคือผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์ เทคสตาร์ทอัพ สาเหตุที่มาเข้าร่วมโครงการเพราะว่าต้องการหาแนวร่วมลงทุนเครื่องตรวจจับโควิด-19 แบบเรียลไทม์ รวมถึงการพัฒนาเลเซอร์ห้ามเลือด และเลเซอร์ให้ยาชา ต้องการความรู้โซลูชั่นใหม่ๆ เพิ่ม ด้วย และอยากนำความรู้เรื่อง 5G ไปพัฒนาธุรกิจให้เรียลไทม์ขึ้น

ปิดท้ายกันที่ “อนวัช  โชคดีเป็นเลิศ” Product Owner จากบริษัท บิลค์ วันกรุ๊ป จำกัด กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์ในงานก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริการแบบ B2B ด้วย โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า Pojjaman2 (พจมาน 2) ในการบริหารจัดการ ข้อดีของการมาเติมความรู้ 5G กับโครงการของ NIA คือ ช่วยหน้าง่ายในการอัพเดทความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินไปตรวจงานที่หน้างานสารมารถใช้ 5G ในการตรวจงานผ่านวิดีโอคอลได้เลย รวมถึงใช้ในการเก็บข้อมูลออนไลน์ได้ บริหารต้นทุนได้ บัญชี การเงิน เป็นต้น

ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632979

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 11:12 น.ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีดีไซเนอร์สาว ‘ขนิษฐา ดรุณเนตร’ จากแบรนด์ CANITT ร่วมเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีกับ THANN Body Care

เป็นดั่งที่สุภาษิตกล่าวไว้ “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เพราะบุคลิกภาพที่ดีสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ การดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามเท่านั้น การมีผิวพรรณที่ดีก็สามารถสร้างจุดเด่น และเพิ่มความมั่นใจให้เราได้

ด้วยเหตุนี้แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงร่วมกับดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) ขนิษฐา ดรุณเนตร จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป พร้อมแนะเคล็ดลับเลือกชุดสวยให้ดูดีอย่างมั่นใจควบคู่ไปกับการดูแลผิวพรรณ

“แฟชั่นสไตล์การแต่งตัว รวมถึงการใช้สีสันนั้นสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้หญิง ในฐานะดีไซเนอร์เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีคำจำกัดความแบบตายตัวสำหรับการเลือกเสื้อผ้า สำคัญต้องรู้ว่าควรเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้เหมาะกับผิวพรรณ ซึ่งสมัยก่อนเชื่อกันว่าต้องผิวขาวเท่านั้นถึงจะสวย แต่เทรนด์ในปัจจุบันจะเน้นแบบผิวสวยสุขภาพดี ทำให้การดูแลผิวนั้นมีสำคัญไม่น้อยไปกว่าการใช้เมคอัพและการเลือกชุดเลย ผู้หญิงทุกคนสามารถมีผิวสวยสุขภาพดีได้เพียงแค่ดูแลผิวอย่างถูกวิธี โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวกายไม่น้อยไปกว่าการบำรุงผิวหน้า เพื่อให้ผิวมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส

การเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ครีมที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ครีมที่แพงที่สุด แต่ต้องเหมาะกับผิวเราที่สุด ส่วนตัวมีเคล็ดลับการดูแลผิว คือทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ 5 -10 นาที เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนกำลังเปิด ทำให้ผิวได้รับคุณค่าการบำรุงอย่างเต็มที่ เมื่อผิวสวยสุขภาพดีแล้วจะช่วยเสริมให้ชุดที่เราเลือกใส่ดูดีไปด้วย

นอกจากนี้ การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่าง สาวๆ ที่มีรูปร่างอวบ แนะนำให้เลือกใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ หรือสีน้ำตาล จะช่วยพรางสัดส่วนได้ดีกว่าสีอ่อนทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น ด้านซิลลูเอทถ้าเลือกเสื้อที่มีลักษณะเป็นคอวีจะช่วยให้คอดูเพรียวยาว และเทคนิคเล็กๆ สำหรับสาวรูปร่างอวบ คือไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่พอดีกับรูปร่างจนเกินไป เพราะจะเป็นการเน้นให้เห็นสัดส่วนชัดขึ้น ควรจะเลือกสวมชุดที่หลวมนิดหน่อยจะช่วยให้ไม่ดูฟิตมาก สำหรับสาวตัวเล็ก ควรเลือกชุดที่มีความพอดีตัวเพื่อโชว์ให้เห็นสัดส่วน ส่วนสาวรูปร่างสูงควรเพิ่มแอคเซสซารี่อย่างเข็มขัดเข้ามาเพื่อช่วยให้เห็นส่วนโค้งเว้า และดูบาลานซ์ขึ้น

การเลือกเสื้อผ้าเพื่อเสริมจุดเด่นและปิดจุดด้อย สำหรับสาวๆ หน้าอกเล็ก อาจจะเลือกสวมใส่ชุดที่ตกแต่งเพิ่มฟองน้ำบริเวณช่วงหน้าอกเพื่อช่วยเสริมให้หน้าอกไม่แบนราบและดูมีทรวดทรงได้มากขึ้น ส่วนสาวๆ หน้าอกใหญ่ ก็สามารถเลือกสวมชุดที่มีเลเยอร์อย่างเช่น ถ้าหากอยากใส่สายเดี่ยวก็สามารถเพิ่มเสื้อคลุมเข้ามา หรือสามารถเลือกชุดแบบปาดไหล่จะช่วยดึงดูดความสนใจในภาพรวมแต่ไม่เน้นบริเวณช่วงหน้าอกจนเกินไปได้

ส่วนเทคนิคการเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิว สามารถแบ่งได้ดังนี้ สำหรับผิวสีซีด สีเหลือง หรือขาวเหลือง สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงินเข้ม แดง และชมพูเข้ม เพราะช่วยขับสีผิวให้ดูผิวผ่องยิ่งขึ้น แต่อาจไม่เหมาะกับสีขาว ชมพูอ่อน เหลือง ฟ้าอ่อน สีเบจ (น้ำตาลอ่อน) ส้ม และทอง เพราะทำให้สีผิวดูกลืนไปกับชุด

ถัดมาที่สาวผิวขาวใส หรือขาวอมชมพู สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงิน ชมพูอ่อน ม่วงซีด (สีดอกลาเวนเดอร์) ม่วงแดง สีลูกพลัม และสีเหลืองซีด แต่อาจไม่เหมาะกับเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง และสีเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น ดำ และส้ม ด้านผิวสีโทนน้ำตาล สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าสีโทนอบอุ่น เช่น น้ำตาลอ่อน สีเบจ เขียวผลมะกอก ส้ม ทอง เทาเข้ม และน้ำตาลเข้ม แต่อาจไม่เหมาะดำ ขาว หรือโทนน้ำตาลอ่อน เพราะจะดูกลมกลืนไปกับสีผิว และผิวสีแทน หรือสีเนื้อ (ขาวอมส้ม) สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีซีด และสีอ่อนๆ เช่น ส้มพีช น้ำตาลอ่อน เหลืองอ่อน น้ำตาลทอง ฟ้าน้ำทะเล เขียวอ่อน แดงเข้ม ฟ้า และแสด แต่อาจไม่เหมาะคือดำ และขาว ซึ่งเป็นสีที่ตัดกับสีผิว

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตอนเลือกซื้อชุด คือ เนื้อผ้า หรือชนิดของผ้าว่าเป็นแบบไหน ยับง่ายมั้ย ใส่แล้วคันมั้ย มีการระคายเคืองกับผิวหนังหรือเปล่า เนื้อผ้าชำรุดง่ายหรือเปล่า ในส่วนของซิลลูเอท ควรจะลองสวมเสื้อผ้าก่อนซื้อเพื่อดูว่าเมื่อใส่แล้วการเคลื่อนไหวสะดวกไหม บางชุดอาจจะซิลลูเอทสวยแต่พอมาสวมใส่แล้วอาจไม่เหมาะกับการใส่ในชีวิต ประจำวัน ส่วนการเลือกชุดสำหรับออกงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกชุดให้เข้ากับธีมของงานว่าธีมเป็นแบบไหน หลังจากนั้นก็ดูชุดที่มีสไตล์เข้ากับเรา บางคนอาจเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวด้วยการแมทช์สีสันให้เข้ากับบุคลิกตัวเองได้ หากคนที่ชอบความเรียบหรูก็สามารถเพิ่มเครื่องประดับอย่างต่างหู สร้อยคอ และแหวน เพื่อช่วยให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ไม่ยาก หากเป็นงานกลางคืนสำหรับสาวๆ ที่มีจุดเด่นบริเวณช่วงขาที่เรียวยาว ก็สามารถเลือกชุดเดรสผ่าข้างเผยโชว์ผิวบริเวณขา และสวมรองเท้าส้นสูง เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับตนเองได้”  ขนิษฐา ดรุณเนตร ดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) กล่าว

ส่วนทางด้านเซเลบริตี้สาวสวยก็ได้ร่วมเผยเคล็ดลับเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี เริ่มที่สาวยิ้มสวย แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผยว่า ‘การมีผิวสวยสุขภาพดีมีความสำคัญต่อการแต่งตัวของเรา เพราะผิวสวยจะช่วยสร้างความมั่นใจให้การแต่งตัวไม่ว่าเราจะสวมใส่ชุดไหน ดังนั้นมายด์จึงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวกายไม่น้อยไปกว่าผิวหน้าเลย จริงๆแล้วมายด์เป็นคนผิวแห้ง ดังนั้นเวลาเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจะเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันออแกนิค และส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ เพื่อบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่อย่างงั้นระหว่างวันผิวเราจะแห้งเป็นขุยได้ โดยจะทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะมีผิวพรรณที่เนียนนุ่มแบบสุขภาพดี ด้วยความที่มายด์เป็นคนสรีระช่วงบนเล็ก ช่วงสะโพกใหญ่ และขายาวก็มักจะเลือกสวมชุดที่โชว์เรียวขาอย่างเดรสผ่าหน้า หรือบางครั้งก็โชว์ช่วงบนอย่างเดรสสายเดี่ยวหรือชุดที่เข้ารูป ส่วนกางเกงก็จะเป็นกางเกงเอวสูงช่วยให้เอวดูเล็กลง’

ถัดมาที่สาวมั่นใจ เอมษิกา โชติวิจิตร เล่าว่า ‘จินนี่เป็นคนผิวแห้ง จึงต้องบำรุงและดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ที่มีความเป็นเข้มข้นพิเศษอย่างบอดี้บัตเตอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่เสมอ เวลาออกงานก็จะชอบใส่ชุดเดรส โดยเน้นโชว์ผิวบริเวณช่วงไหล่ และแขนเป็นพิเศษ ส่วนโทนสีที่จินนี่ชอบนั้นจะเน้นโทนสีเบจ ดำ ขาว หรือถ้าท่อนบนเป็นสีๆ ท่อนล่างก็จะยังคงสีขาวหรือสีดำไว้ หรือว่าช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็จะเลือกสวมชุดที่ปิดมิดชิดบริเวณช่วงแขนและหัวไหล่เพื่อพรางรูปร่าง สำหรับจินนี่แล้วการที่มีผิวสวยสุขภาพดีก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหนก็ดูดีค่ะ’

ปิดท้ายที่สาวยิ้มสวย พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เผยว่า ‘จริงๆแป้งเป็นคนมีปัญหาเรื่องผิวเพราะว่าเป็นคนชอบตากแดด ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการดูแลผิวเลย ทำให้ผิวแห้งและเป็นกระ พอช่วงที่โตขึ้นก็รักสวยรักงามมากขึ้นจึงหันมาดูแลสุขภาพผิวตังเอง การทาครีมบำรุงผิวก็ช่วยให้สุขภาพผิวของเราดีขึ้น จริงๆ แล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณให้มากๆ เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะดูแลเฉพาะผิวหน้าแล้วลืมดูแลผิวกาย แป้งเองก็มีช่วงที่ผิวขาวบ้างผิวเข้มบ้าง บางช่วงที่เราไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งเท่าไหร่ผิวก็จะขาวขึ้น เราก็สามารถแต่งกายด้วยชุดที่มีสีสันสดใส ส่วนช่วงที่มีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆ ผิวก็จะเข้มขึ้น แป้งก็จะเน้นการแต่งตัวด้วยโทนสีขาว หรือดำค่ะ’

อัพเดทแฟชั่น MLB FALL/WINTER 20 สตรีทสไตล์สายเกาห้ามพลาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632967

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 10:20 น.อัพเดทแฟชั่น MLB FALL/WINTER 20 สตรีทสไตล์สายเกาห้ามพลาดMLB แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ยอดนิยมจากเกาหลีที่โด่งดังมาจากหมวกเบสบอล เผยโฉมคอลเลคชั่น MLB FALL/WINTER 20 ไอเท็มสำคัญที่สาย Street Fashion ต้องมี!!

ไม่ว่าแฟชั่นบนรันเวย์จะเปลี่ยนไปกี่ซีซั่น แต่สตรีทสไตล์ก็ยังคงเหนียวแน่นจนกลายเป็นสไตล์แห่งยุคสมัยที่ใครๆ ต่างก็หลงรัก และถ้าคิดจะเริ่มสวมใส่สตรีทแวร์ ขอแนะนำร้าน MLB แบรนด์สุดคูลจากเกาหลีที่ตอบทุกโจทย์ของความสตรีท ตั้งแต่หมวก เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า กระเป๋า เรียกว่าครบจบในที่เดียว

สำหรับจุดเริ่มต้นของแบรนด์ MLB มาจาก Major League Baseball ลีกกีฬาเบสบอลของอเมริกา ที่รวมเอาทีมกีฬาเบสบอลจากทั่วอเมริกา หากจะคุ้นตาที่สุดก็น่าจะเป็นทีม NY (New York Yankee) หรือ P (Pittsburgh Pirates) ที่ความนิยมในกีฬาชนิดนี้ไกลไปถึงขนาดที่ MLB เปิดเป็นแบรนด์สปอร์ตแฟชั่น และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอีกเช่นกัน ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่ที่ฮิตแบบติดลมบนที่สุดคงหนีไม่พ้นหมวกแก๊ปปักโลโก้ทีมสมาชิก MLB

ความ Swag นี้ลุกลามข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาถึงฝั่งเอเชีย ปักหมุดอยู่ที่เกาหลี เมื่อสปอร์ตแวร์ได้รวมเข้ากับวัฒนธรรมสตรีทแวร์ที่แข็งแรงของวัยรุ่นชาวเกาหลี ทำให้ MLB กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และแล้วก็กลายเป็นแบรนด์สุดฮอตที่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะสตรีทหรือไฮแฟชั่น ก็ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า

ส่วนซีซั่นนี้ MLB ได้เผยโฉม MLB FALL/WINTER 20 โดยได้สาว Hyuna กับแฟนหนุ่ม Dawn ร่วมครีเอทโฟโต้เซ็ตสุดคูลของคอลเลคชั่นนี้กับคีย์ไอเท็มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อลูกฟูก เสื้อลายตาราง หรือจะเป็นเทรนด์ Monotone ซึ่งศิลปินหนุ่มได้โชว์สกิลด้าน Styling ด้วยตัวเอง โดยการหยิบไอเท็มของซีซั่นนี้อย่างเสื้อตาราง คลุมด้วยผ้าคลุม Fleece แมทช์กับกางเกงลูกฟูก ให้ฟีลวินเทจในแบบย้อนยุค

สำหรับสินค้าไฮไลท์ของซีซั่นนี้คือ All-Time Best Seller Sneaker อย่าง Big Ball Chunky ที่ครั้งนี้เพิ่มความสนุกด้วย Hologram Effect ใน Shiny Series และอีกหนึ่งฮอตไอเท็มที่เป็น talk-of-the-town คือ MLB Chunky High โดนใจสายสตรีทด้วยรูปทรง High Top ผ้า canvas ให้อารมณ์แบบ OG ผสมผสานกับพื้นรองเท้าทรง Chunky แบบ maximum แต่น้ำหนักเบาสุดๆ ช่วยอัพเวลให้หนุ่มๆ สาวๆ ดูสูงโปร่งขึ้นอีกถึง 6 เซนติเมตร มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว ดำ และแดง 

ส่วนใครเป็นสาย Minimal ที่ชอบสไตล์สี tone-on-tone ก็มี Chunky สีดำล้วนสุดเท่ หรือสีครีมที่มาพร้อมกับวัสดุ Eco Leather อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีหมวกแก็ปที่เป็น Key Product ของ MLB และกระเป๋าทั้งทรง Belt Bag และ Crossbody ที่มาใหม่พร้อม Mini Pocket ห้อยมาด้วย สามารถใส่เข้ากันได้แบบ Total Look ที่ซีซั่นนี้จัดมาเต็มกับวัสดุต่างๆ เช่น ผ้า Jacquard ใน Monogram Series ผ้าลูกฝูก และกำมะหยี่ พร้อมสีที่เป็นเอกลักษณ์ของซีซั่น อย่าง สีเหลือง Mustard เขียวกากี และน้ำเงินโทน MidNight Blue

ไปช้อปเติมความ Swag กันได้แบบไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี แค่มาที่ MLB Flagship Store ชั้น 2 โซน Beacon ศูนย์การค้า CentralwOrld หรือช้อป Central Online คลิ๊ก>> https://bit.ly/328nqdR  และ Line @mlbthailand คลิก>> https://bit.ly/3dX7GxI

Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย ช้อปใหม่ คอนเซ็ปต์ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632940

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 09:40 น.Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย ช้อปใหม่ คอนเซ็ปต์ใหม่ตามไปดูแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่!! Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย @CentralwOrld ยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

เปิดให้ช้อปเต็มรูปแบบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับ Fitflop Flagship store แห่งแรกของประเทศไทย ในศูนย์การค้า CentralwOrld แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกของ Fitflop แบรนด์ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด (CMG) ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่ สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้ความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งมากกว่าที่เคย ผ่านการออกแบบและตกแต่งในโทนสีแดง-ขาว ดึงเอกลักษณ์ของ Fitflop ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Fitflop Flagship Store เลือกใช้ Concept Design ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกร้าน ด้วยชั้นวางรองเท้าและ Display ที่ถูกออกแบบมาในรูปแบบทรงตรงและแบบทรงโค้งมน ซึ่งง่ายต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบของร้านตามพื้นที่ที่แตกต่างกัน เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ประหยัดพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าได้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น สามารถหยิบจับและทดลองสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย เรียกว่าเป็นการปรับที่สอดรับกับยุค New Normal อย่างแท้จริง 

Women

สำหรับคอลเลกชั่นใหม่ในซีซั่น Autumn/Winter 2020 ของสุภาพสตรี Fitflop มีมาให้เลือกกันถึง 5 รุ่น ได้แก่ 

Art Stud

โดดเด่นด้วยพื้นรองเท้าที่ผลิตด้วยเทคโนโนโลยีไมโครวอบเบิลบอร์ด (MICROWOBBLEBOARD) ให้ความสบายเท้า รองรับและกระชับกับรูปเท้า เพื่อทุกย่างก้าวที่สบาย อีกจุดเด่นคือการปัก stud หรือรูปทรงแคปซูลบริเวณขอบของสายคาดเท้าซึ่งทำจากหนังนุ่มโค้งรับกับรูปเท้า  สหรับ Art Stud มาใน 3 รูปแบบ คือรุ่น Oliveart stud รองเท้าแบบหนีบรุ่นใหม่ของ AW20 ซึ่งสายคาดเท้าจะปกปิดเท้ามากขึ้น, รุ่น Dinah art stud รองเท้า slide ใส่ง่ายและมีความยืดหยุ่น และรุ่น Barraart stud รองเท้า sandals ทำด้วยหนังทั้งสายคาดและการหุ้มพื้น ช่วยเสริม look classic

ALLEGRO SPLATTER

รองเท้า ballerina รุ่น Allegro มาพร้อมสีสันแนว abstract ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ดูสดใส และโดดเด่น

LENA LIZARD-EMBOSSED

รองเท้า loafer รุ่น Lena ออกแบบให้ดูมีความสวยงามด้วยลูกเล่นการผสมผสานของหนัง 3 รูปแบบมีให้เลือก 2 สี

OLIVE CHAIN

Olive Chain เป็นอีกสไตล์ของรุ่น Olive จุดเด่นคือการประดับด้วยโซ่รูปดวงอาทิตย์ฉายแสง ดูเรียบแต่แฝงด้วยความหรูหรา

RALLY GLITTER

รองเท้าผ้าใบ Rally เรียกได้ว่าเป็นรุ่นคลาสสิกของ Fitflop ที่สวมใส่สบายสไตล์ sneakers สำหรับซีซั่นนี้เพิ่มการตกแต่งด้วยคริสตัลวิบวับที่ส้นเท้า ดูมีลูกเล่นและทันสมัย

Men

สำหรับคอลเลคชั่นนี้ Fitflop นำ 3 รุ่นยอดฮิตของคุณสุภาพบุรุษมาพรีเซ้นต์ ได้แก่

SLING WEAVE

รองเท้ายอดฮิตของผู้ชายที่ต้องมีคือ Sling weave แต่รุ่นนี้มีสายคาดหลัง สายเป็นผ้า ระบายอากาศได้ดี ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับวันสบายๆ

BRANSON CROSSHATCH

รองเท้า Boat Shoes ทำจากผ้าไนลอน antibacterial ระบายอากาศได้ดี มีน้ำหนักเบา รูปทรงทันสมัย

EVERSHOLT KNIT

รองเท้า trainer พื้น anatomiflex ที่มีความยืดหยุ่นสูง ตัวรองเท้าทำจากผ้า knit ที่ปรับรับกับรูปเท้า สามารถใส่แมทช์กับกางเกงยีนส์และสูทให้ดู formal ได้เช่นกัน

ตามไปสัมผัสแบรนด์รองเท้านำเข้าจากประเทศอังกฤษที่มุ่งเน้นดูแลสุขภาพเท้าให้ผู้คนทั่วโลก พร้อมพบกับความสะดวกสบายของการช้อปปิ้งได้ทุกวัน ที่ Fitflop Flagship Store ชั้น 2 ศูนย์การค้า CentralwOrld

ELLE Thailand เตรียมสร้างมิติใหม่บนรันเวย์ยุคดิจิทัล Front Row at Home #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632819

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 09:09 น.ELLE Thailand เตรียมสร้างมิติใหม่บนรันเวย์ยุคดิจิทัล Front Row at HomeELLE Thailand นิตยสารแอล ประเทศไทย เดินหน้าสร้างมิติใหม่ ชวนสัมผัสประสบการณ์ชมแฟชั่นโชว์สุดล้ำ “ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada” ถ่ายทอดสดในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่งครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชมและช้อปพร้อมกัน 2-4 ต.ค.นี้

พร้อมกลับมาสร้างสีสันให้วงการแฟชั่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ล่าสุด นิตยสารแอล ประเทศไทย (ELLE Thailand) นิตยสารหัวนอกสำหรับผู้หญิงสมัยใหม่ที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาเทรนด์แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์ ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด ผนึกกำลังสองพันธมิตรทางธุรกิจ ลาซาด้า (Lazada) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของเมืองไทย และ มิสทิน (Mistine) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามเครื่องสำอางอันดับ 1 ของเมืองไทย ร่วมกับ สมาคมแฟชั่น ดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society) หรือ BFS สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้วงการแฟชั่นก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ในงาน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada สัมผัสประสบการณ์การชมแฟชั่นโชว์ในรูปแบบ Virtual Runway ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถชมและช้อปทุกคอลเล็คชั่นได้ทันทีผ่านมือถือของทุกคน

ภูมิจิต พลางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด กล่าวว่า แอล แฟชั่น วีค เป็นสัญลักษณ์ของนิตยสารแอล ประเทศไทยที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 21 เพื่อเป็นเวทีให้ดีไซเนอร์ไทยได้แสดงศักยภาพและโชว์ผลงานที่เทียบเท่าระดับสากล ซึ่งการจัด ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ครั้งนี้ ยังเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญในการสร้างสรรค์แฟชั่นโชว์รูปแบบใหม่ที่จะยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นขึ้นไปอีกขั้น โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อป้องกันแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และขานรับกับมาตรการ Social Distancing พร้อมนำเสนอรูปแบบใหม่ในการจัดแฟชั่นโชว์ในแบบ Virtual Runway เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์การชมแฟชั่นโชว์ในรูปแบบใหม่ Front Row at Home โดยถ่ายทอดสดด้วยการไลฟ์สตรีมมิ่ง 2 ช่องทาง ผ่าน เฟซบุ๊กของนิตยสารแอล ประเทศไทย รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นลาซาด้า ที่นอกจากจะได้โชว์ผลงานของไทยดีไซเนอร์แล้วยังเป็นช่องทางการเลือกซื้อสินค้าในรูปแบบ See Now Buy Now ผ่านสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊คของทุกคน ในขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมองค์ประกอบอื่น ๆ เพื่อทำให้แฟชั่นวีคในครั้งนี้ครบสมบูรณ์แบบ และสามารถช่วยสร้างยอดขายให้แก่ดีไซเนอร์ไทย ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์เครื่องสำอางของไทย เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าของไทยได้เผยแพร่สู่สายตาของผู้คนในภูมิภาคนี้ให้มากที่สุด

นีรนาท เผ่าสวัสดิ์ บรรณาธิการอำนวยการ นิตยสารแอล ประเทศไทย กล่าวถึงความพิเศษของงานในปีนี้ และความท้าทายในการก้าวผ่านแพลตฟอร์มเดิมสู่ Virtual Runway ว่า “การจัด ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ในครั้งนี้ เราอยากจะมีส่วนร่วมในการช่วยผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันตลาดในประเทศไทย เป็นดิจิทัลมาร์เก็ตมาก ๆ จึงได้จับมือกับ ลาซาด้า เป็นช่องทางในการจำหน่ายสู่ตลาดออนไลน์ ในรูปแบบ See Now Buy Now เมื่อได้ชมแฟชั่นโชว์แล้ว สามารถช้อปปิ้งคอลเล็คชั่นนั้น ๆ ได้ทันที ทำให้การจัดแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ มีความแตกต่างจากทุกปีเป็นอย่างมาก ทั้งคอนเซ็ปต์ และรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหม่ในการจัดแฟชั่นโชว์ยุคดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ โปรดักชั่นทั้งหมดใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก (Computer Graphic) ในรูปแบบซีจี (CG) และการถ่ายทอดสดในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่งผู้ชมสามารถรับชมได้จากทุกมุมโลก ที่สำคัญการจัด ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ครั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จัดแฟชั่นในรูปแบบ Virtual Runway อีกด้วย”

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า หนึ่งในความมุ่งมั่นของลาซาด้า ในฐานะผู้นำอีคอมเมิร์ซของไทย คือ การที่เราปรารถนาจะเห็นแบรนด์ไทย และผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ฉะนั้นจึงเป็นที่มาของโครงการ Lazada Thai Designer Club ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ BFS และ ดีไซเนอร์ชั้นนำในวงการ เพื่อนำเสนอสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทยบนลาซาด้ากว่า 50 แบรนด์ ช่วยเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์ต่างๆ กับลูกค้าทั่วประเทศได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งยังสามารถทำให้แบรนด์เติบโตในธุรกิจออนไลน์ของเขาได้อย่างยั่งยืนในแพลตฟอร์มนี้

“สำหรับความพิเศษในครั้งนี้จะมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ จากเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ที่เดียวที่ลาซาด้า จาก 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำของไทย ได้แก่ ASV, ISSUE, Kloset, Milin, PAINKILLER, T AND T และ Vickteerut ที่มีการนำเสนอ Virtual Runway ผ่าน LazLive ฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมบนแอพพลิเคชั่นของลาซาด้า โดยลูกค้าที่กำลังชมแฟชั่นโชว์ สามารถซื้อสินค้าไปด้วยพร้อมกัน (See Now Buy Now) ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ Shoppertainment ที่แข็งแกร่งของลาซาด้า และช่วยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่นและวงการอีคอมเมิร์ซไปพร้อมกัน ภายใต้คอนเซปท์ “Front Row at Home” นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่มีการไลฟ์สตรีมมิ่ง แฟชั่นโชว์ จะมีการแจกคูปองพิเศษให้แก่ลูกค้าตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ เพื่อนำมาช้อปสินค้าในราคาพิเศษ และส่งตรงสินค้าถึงบ้าน รวมทั้งมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าของแท้ 100% อย่างแน่นอน”

องอาจ วงศ์เดชาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์มิสทิน เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานแฟชั่นโชว์ที่ยิ่งใหญ่เวทีหนึ่งของเมืองไทย ว่า มิสทิน แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทย และมอบความสวยให้สาวไทยมายาวนานกว่า 30 ปี มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการแฟชั่นบนรันเวย์ของ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ซึ่งมิสทินได้ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสัญชาติไทยในการสร้างสรรค์ลุคใหม่ๆ ในซีซั่นนี้ให้ผู้หญิงทุกคนสวยสมบูรณ์แบบด้วยคุณภาพสินค้ามาตรฐานสากล

“การเตรียมตัวในฐานะผู้สนับสนุนเครื่องสำอางในการจัดงานครั้งนี้ มิสทินได้มีการทำงานร่วมกันกับนิตยสารแอล ประเทศไทย และดีไซเนอร์แต่ละท่าน เพื่อศึกษาคาแรคเตอร์ของแบรนด์ รวมถึงการนำเสนอแฟชั่นในลุคที่แตกต่างกันไป และยืนยันว่าดีไซเนอร์และเครื่องสำอางของไทยนั้นเปี่ยมด้วยคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งงาน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการโชว์ศักยภาพของคนไทยในวงการแฟชั่น และเมคอัพ ฝากให้ทุกท่านร่วมติดตาม และชื่นชมฝีมือของคนไทย รวมถึงสนุกกับสีสัน และเทรนด์เมคอัพบนรันเวย์ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada กับมิสทินไปด้วยกัน”

พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ กล่าวถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในยุคดิจิทัล ว่า “ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในยุคดิจิทัลสร้างความเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ส่งผลให้ดีไซเนอร์และแบรนด์ต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนทิศทางในการทำงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน สำหรับผลงานดีไซเนอร์ไทยชั้นนำที่ร่วมโชว์ใน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada มีทั้งหมด 7 แบรนด์ ได้แก่ ASV, ISSUE, Kloset, Milin, PAINKILLER, T AND T และ Vickteerut โดยธีมของเราในปีนี้คือ #saveTHAIwearTHAI และอยากฝากผลงานของดีไซเนอร์ชาวไทยให้กับคนไทยทุกคนได้ร่วมกันสนับสนุนแบรนด์ไทยให้ดำรงอยู่ได้ และแม้ว่าภาพรวมของเทรนด์แฟชั่นในการนำเสนอครั้งนี้ อาจมีการปรับเปลี่ยนให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ใหม่ของทุกคน แต่หน้าที่สำคัญของแฟชั่นคือ การนำเสนอความสุขไปสู่ผู้ชม ผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลเม็ดเคล็ดลับของแต่ละแบรนด์จะมีเทรนด์ที่แตกต่างกันไปอย่างไร อยากให้ทุกคนได้ติดตามชมในแต่ละโชว์ด้วยตัวเอง”

ติดตามปรากฏการณ์ใหม่ที่จะสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นอีกครั้งได้ใน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada รับชมและช้อปพร้อมกันผ่านแอพพลิเคชั่นลาซาด้า และเฟซบุ๊กนิตยสารแอล ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง ELLETHAILAND.COM / Facebook : ELLE Thailand / Instagram : ellethailandofficial และ Lazada Thai Designer Club Page

Dream Team สร้างทีมงานในฝันเพื่อความอยู่รอดขององค์กร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632898

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 06:55 น.Dream Team สร้างทีมงานในฝันเพื่อความอยู่รอดขององค์กรการรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : ยุทธศาสตร์การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียว

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหาภาวะผู้นำในปัจจุบันคืออะไร

โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่เคยหยุดนิ่ง ซับซ้อน คลุมเครือ เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างก้าวกระโดด สังคมทุกระดับเกิดการสั่นคลอน ระบบเก่าถูกทำลายไม่อาจอยู่ในสภาวะเดิมได้ การบริหารงานจึงมีความเสี่ยง มีทิศทางสู่วิกฤติ และที่ท้าทายยิ่งกว่าคือ การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น บทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดอย่างมั่นคงยั่งยืนขององค์กรในอนาคต

ความท้าทายของผู้นำองค์กร

เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายของผู้นำองค์กรมักมีประเด็นต่อไปนี้

  1. ไม่สามารถโน้มน้าวให้ทีมงานเปลี่ยนกรอบความคิดด้วยตนเอง จึงขาดแรงบันดาลใจ ขาดแรงขับเคลื่อนภายใน ไม่สามารถสร้างศักยภาพและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ ทีมงานจึงไม่สามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น ไม่สามารถสร้างการนำตนเองให้เล่นเชิงรุกได้
  2. ไม่สามารถกระตุ้นให้ทีมงานพัฒนามุมมองเชิงระบบ ขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงขาดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ขาดองค์ความรู้ แก้ปัญหาไม่ตก ขาดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ จึงไม่อาจสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้
  3. ไม่สามารถกระตุ้นให้ทีมงานเห็นคุณค่าตนเอง บุคลากรขาดความเชื่อมั่นขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดภูมิต้านทาน ภายในเปราะบาง หวั่นไหวแม้มีอะไรเล็กน้อยเข้ามากระทบ จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานให้ออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่
  4. ไม่สามารถสร้างบรรยากาศให้เห็นคุณค่าในความแตกต่างทีมงาน จึงขาดศรัทธากัน ไม่เข้าใจกัน ขาดความไว้วางใจกัน การทำงานจึงแยกส่วน ขาดการมีส่วนร่วม เล่นไม่เป็นทีม ไม่เป็นหนึ่งเดียว
  5. ไม่สามารถเหนี่ยวนำให้ทีมงานสร้างภาพเป้าหมายร่วม จึงไม่สามารถนำองค์กรให้ไปในแนวเดียวกันได้ ขาดเอกภาพ องค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย
  6. การบริหารงานขาดความสมดุล เน้นแต่เรื่องทักษะการบริหารจัดการ แต่ละเลยและมองข้ามทักษะชีวิต

ทั้งหมดนี้จึงไม่สามารถสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างยั่งยืน

ภาวะผู้นำคืออะไร มีธรรมชาติเป็นอย่างไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำเราได้ยินและใช้คำๆ นี้จนเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่เราไม่ค่อยได้ถามว่าภาวะผู้นำมีธรรมชาติเป็นอย่างไร เราจะพัฒนาภาวะผู้นำขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ มันเป็นการแสดงออกของการยอมรับที่ฝ่ายหนึ่งให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ภาวะนี้คืออะไร ในการทำความเข้าใจถึงธรรมชาติดังกล่าว ประการแรก เราต้องเข้าใจว่าองค์กรคือชีวิตที่ดำเนินไปในรูปของความรู้สึกนึกคิด ในขณะที่บุคคลมีความรู้สึกนึกคิดนั้น ความเป็นตัวตนของเขาก็เกิดขึ้นทันที ตัวตนนั้นสะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ มันคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย

ประการที่สอง ภาวะผู้นำเป็นรูปแบบของความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งมีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ต้องเป็นการที่ฝ่ายหนึ่งให้การยอมรับอีกฝ่ายหนึ่ง การยอมรับที่ว่านี้ต้องผ่านการฟังการฟังจึงเป็นเครื่องมือที่สะท้อนว่าเราให้ความสำคัญแก่อีกฝ่ายหนึ่ง การฟังที่ถูกต้องเราต้องเปิดใจโดยเอาผู้พูดเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่เราเอาผู้พูดเป็นศูนย์กลางนั้น นั่นคือเราต้องฟังอย่างเข้าอกเข้าใจด้วยการใส่ใจ การใส่ใจจะแสดงออกมาโดยให้ความสำคัญในเรื่องและเนื้อหาที่เขาพูด เข้าใจความหมายในเนื้อหาที่เขาพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด นั่นคือเราให้ความสำคัญแก่ผู้พูด

ในขณะนั้นเองผู้พูดจะรู้สึกได้ว่าเขาได้รับการยอมรับ เมื่อเขาได้รับการยอมรับเขาจะรู้สึกถึงความมีคุณค่าและความหมายในชีวิต เมื่อเขาได้รับการเห็นคุณค่า เขาจึงให้การยอมรับตอบ “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” การยอมรับนี้เองคือการยอมรับในความเป็นตัวตนที่สะท้อนถึงภาวะผู้นำ และเมื่อผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า เขาจึงมีทั้งตำแหน่งผู้นำ และภาวะผู้นำที่สอดคล้องกัน เมื่อเขาแนะนำให้ทำอะไรเราจึงทำตาม เกิดการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมีเอกภาพ

ความเป็นหนึ่งเดียวคืออะไร สำคัญอย่างไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร

ดังนั้น หากเราต้องการให้ใครเห็นคุณค่าเรา เราก็ต้องให้คุณค่าเขาก่อน เพราะเราฟังเขา ให้เกียรติเขา ให้ความสำคัญแก่เขา มอบอำนาจให้เขาตัดสินใจ โดยให้เขาเป็นศูนย์กลาง เขาจะรู้สึกดี เขาจะรู้สึกว่าเขามีค่า เมื่อเขารู้สึกว่ามีค่าเขา ก็จะให้คุณค่าตอบ เมื่อภาวะนี้เกิดขึ้นทั้งสองทาง นั่นย่อมหมายความว่าต่างก็ให้คุณค่าระหว่างกัน เมื่อต่างฝ่ายเห็นคุณค่ากันทั้งสองจึงเกิดความเข้าใจกัน ไว้วางใจกัน เกิดเป็นศรัทธาระหว่างกัน เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ทั้งสองจึงหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเป็นเนื้อเดียวกันทีมงานจึงมีความเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียว สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานออกมาเสริมกัน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมีพลังร่วม

การจะรักษาภาวะนี้ได้ต้องมีผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในการสร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวัน

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงานและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถสร้างทีมงานที่มีความเชื่อมั่น ศรัทธา มีเป้าหมายร่วม เพื่อยกระดับคุณค่าองค์กร และนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร

ผมมั่นใจว่าหัวข้อที่นำมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คงจะเป็นประโยชน์นะครับ

ส่อง LACOSTE คอลเลกชั่นใหม่ ดีไซน์โดดเด่น ขี้เล่นกว่าที่เคย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632811

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 15:35 น.ส่อง LACOSTE คอลเลกชั่นใหม่ ดีไซน์โดดเด่น ขี้เล่นกว่าที่เคยLACOSTE ส่ง 2 คอลเลกชั่นล่าสุดปี 2020 LACOSTE .12.12 และ BERLIN นำเสนอความเป็นแฟชั่นในลุคที่ดูขี้เล่นยิ่งกว่าเดิม เพื่อความสนุกและเป็นตัวเองมากยิ่งขึ้น

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังที่คนทั้งโลกต่างรออัพเดทคอลเลกชั่นใหม่ สำหรับ LACOSTE ที่ครั้งนี้ภูมิใจนำเสนอเรือนเวลาคอลเลกชั่นล่าสุดของปี 2020 กับสองคอลเลคชั่น LACOSTE .12.12 และ BERLIN โดย LACOSTE ยังคงมาในดีไซน์ที่โดดเด่นและคงความเป็นเอกลักษณ์ของ LACOSTE ไว้เป็นครบถ้วย ซึ่งการกลับมาครั้งนี้นาฬิกา LACOSTE ชูความเป็นแฟชั่นที่ดูขี้เล่นยิ่งกว่าเดิม ทำให้ทุกคนสามารถสวมใส่นาฬิกา LACOSTE ได้อย่างสนุกและเป็นตัวเองมากยิ่งขึ้น!

LACOSTE .12.12

เปิดตัวด้วยรุ่นฮิตตลอดกาล อย่างนาฬิกา LACOSTE .12.12 เผยโฉมคอลเลกชั่นใหม่ที่จะทำให้  LACOSTE.12.12 สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ที่น่ารักและขี้เล่นยิ่งกว่าเดิม กับเข็มนาฬิกาที่เป็นรูปปากจระเข้ ทำให้ทุกครั้งที่เวลาเดินเหมือนมีเจ้าจระเข้กำลังไล่งับเวลาของคุณไปเรื่อยๆ  ตัวเรือนซิลิโคนทรงกลมแข็งแรงทนทาน มาพร้อมสายซิลิโคนที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและสวมใส่ง่าย พร้อมให้คุณใช้ทุกช่วงเวลาอย่างสนุกและท้าทายไปด้วยกัน

BERLIN COLLECTION

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองของนาฬิกา LACOSTE รุ่น BERLIN นำเสนอนาฬิกาหน้าปัดแสดงผลแบบดิจิทัล คงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์สอดรับกับตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยม อีกหนึ่งความโดดเด่นคือการมาในโทนสีแบบอินเทรนด์ที่มีความสวยงามอย่างชัดเจน โดยคอลเลกชั่นนี้มุ่งเน้นไปที่การออกแบบใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ซ่อนความเก๋ที่พร้อมปลุกความเท่ในทุกๆ วันอีกด้วย         

สามารถเลือกชมและซื้อนาฬิกา LACOSTE ได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ที่ SHOPEE , LAZADA , CENTRAL ONLINE , ROBINSON ONLINE