ชาวฮาวายเห็น UFO ปรากฎตัวบนท้องฟ้าแล้วดำลงทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641915

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 14:49 น.ชาวฮาวายเห็น UFO ปรากฎตัวบนท้องฟ้าแล้วดำลงทะเลหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐยืนยันว่าในวันนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับอากาศยานเลย

สำนักข่าว Hawaii News Now รายงานว่ามีผู้คนพบเห็นวัตถุบินได้ลักษณะประหลาดที่น่าจะเป็นจานบิน UFO ปรากฏบนท้องฟ้ายามเย็นเหนือเกาะโออาฮู ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโฮโนลูลู และผู้พบเห็นพยายามแจ้งให้ให้ตำรวจได้รับทราบ

การพบยานปริศนาดังกล่าวเห็นเกิดขึ้นประมาณ 20.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2020 และมีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอหลายคลิปที่สามารถจับภาพวัตถุรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรืองแสงได้ทั้งลอยจากท้องฟ้าแล้วตกลงไปในทะเล

เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารการบินของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FAA) กล่าวว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวเครื่องบินหรือเกิดอุบัติเหตุทางอากาศในพื้นที่ดังกล่าวในเวลานั้น

หนึ่งในผู้ที่จับภาพวัตถุปริศนาได้คือ มิซิตินา ซาเป บอกกับสำนักข่าว Hawaii News ว่าเธอจับวัตถุปริศนาได้เมื่อเวลา 20:26 น. ใกล้ๆ ถนนฮาเลอากาลา

ในเวลาไล่เลี่ยกันมีผู้หญิงชื่อโมริยาห์เห็นวัตถุอย่างเดียวกันลอยผ่านมาแถวๆ ถนนพรินเซสคาฮานูซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรายแรกที่พบเห็น โดยบรรยายว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าเสาโทรศัพท์และไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมา

โมริยาห์วัย 38 ปีกล่าวว่าเธอไม่เคยเชื่อเรื่องยูเอฟโอมาก่อน แต่วัตถุสีฟ้าสดใสทำให้เธอและสามีและคนที่อยู่ใกล้ๆ กันที่ได้พบเห็นรู้สึกทึ่งมากจนพวกเขากระโดดขึ้นรถและเริ่มติดตามมัน แต่พบว่ามันเคลื่อนที่เร็วมาก

กลุ่มของโมริยาห์ติดตามมันไปเป็นระยะทางถึงเกือบ 5 กิโลเมตรจากจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นดูเหมือนว่าวัตถุลึกลับหายลงไปในมหาสมุทร ซึ่งในคลิปมีเสียงบรรยายว่ามันดำลงทะเลเช่นกัน แม้ว่าคลิปจะค่อนข้างมืดและเห็นแต่วัตถุเรืองแสงบสีฟ้าเป็นหลัก

ในเวลาต่อมาตำรวจได้แจ้งไปยัง FAA แต่ทางหน่วยงานได้มีคำตอบดังที่ระบุไว้ข้างต้นว่าไม่พบว่ามีเหตุการณ์ใดๆ เกี่ยวข้องกับอากาศยานในเวลานั้น

ภาพ – Misitina Sape

Hawaii – An unidentified flying object spotted in the evening sky over Leeward Oahu prompted witnesses to call 911. Multiple witnesses reported seeing a large blue object fall out of the sky and into the ocean.#Hawaii #UFO pic.twitter.com/hvdry0zyN0— Insider Paper (@TheInsiderPaper) January 2, 2021

Bitcoin ราคาทะลุ1ล้านบาท สัญญาณฟองสบู่ก่อตัว? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641897

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 12:48 น.Bitcoin ราคาทะลุ1ล้านบาท สัญญาณฟองสบู่ก่อตัว?เป็นอีกครั้งที่คริปโทเคอร์เรนซีรายนี้ทำให้เกิดความกังขาเกี่ยวกับราคาที่พุ่งขึ้นมาแรงจัด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมามูลค่าของ Bitcoin ทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยขึ้นมาถึง 34,800 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.01 ล้านบาท ก่อนที่ราคาจะถอยลงมาในวันจันทร์โดยอยู่ที่ 32,990 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.87 แสนบาทในตลาดซื้อขายเอเชียช่วงเช้า

การทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีรายนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนพอสมควร และหากย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาจะพบว่า Bitcoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 800% ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2020 เนื่องจากมีผู้ค้าและนักลงทุนจำนวนมากขึ้นพากันเดิมพันกับ Bitcoin ว่ากำลังจะกลายเป็นแนวทางการชำระเงินหลัก

ที่น่าสนใจก็คือการทำราคาถึง 34,800 ของ Bitcoin เหรียญสหรัฐเกิดขึ้นเพียง 3 สัปดาห์หลังจากที่เคยทำราคาทะลุ 20,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในวันที่ 16 ธันวาคม ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอย่างมาก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าฝ่ายโปร Bitcoin ให้เหตุผลว่าสกุลเงินดิจิทัลนี้มีส่วนสำคัญในการเป็นตัวเลือกนอกจากทองคำในฐานะการลงทุนทางเลือกในเวลาที่เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงและความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ และอ้างว่า Bitcoin ได้รับความสนใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนสถาบัน

ทั้งนี้ ความต้องการ Bitcoin เพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่งเพราะ PayPal ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินออนไลน์ประกาศในเดือนตุลาคมปีที่แล้วว่าจะให้เจ้าของบัญชีสามารถใช้งาน Bitcoin ได้

แอนโทนี เทรนเชฟ หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Nexo ในลอนดอน (ซึ่งระบุว่าผู้ให้กู้คริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก) กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า Bitcoin จะอยู่ในระดับ 50,000 เหรียญสหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

ส่วนสก็อต ไมเนิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Guggenheim Investments กล่าวกับ Bloomberg Television ในการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมว่า ในที่สุดแล้วคาดว่ามูลค่าของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 400,000 เหรียญสหรัฐ

แต่ผู้คลางแคลงมองว่าการที่ราคาของ Bitcoin พุ่งขึ้นมากกว่า 300% ในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากฟองสบู่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งเกิดจากนักลงทุนที่ไล่ตามแรงเหวี่ยงของสกุลเงินนี้

นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีประวัติที่น่ากังวล ในระยะใกล้ๆ Bitcoin เคยร่วงลงมากถึง 14% ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ก่อนหน้านี้ และมีผู้เตือนว่าการลงทุนประเภทนี้จะพบกับภาวะตลาดปรับฐาน นอกจากนี้ราคาเคยขึ้นครั้งใหญ่ในปี 2017 แต่ตามมาด้วยการสูญเสียถึง 83% เป็นช่วงขาลงที่กินเวลานานถึงหนึ่งปี

แฮมิช แม็คแรแห่ง The Independent คาดการณ์ว่า ฟองสบู่ของ Bitcoin จะแตกในปีนี้เพราะนักลงทุนจะหันหลังให้กับการลงทุนที่เป็นฟองสบู่ง่ายมาเป็นการลงทุนที่เป็นเนื้อเป็นหนังมากขึ้น

Photo by Ozan KOSE / AFP

แจ็ค หม่าหายหน้าจากสาธารณชนกว่า2เดือนแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641883

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 10:47 น.แจ็ค หม่าหายหน้าจากสาธารณชนกว่า2เดือนแล้วนอกจากนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว แจ็ค หม่ายังสูญเงินกว่า3แสนล้านใน2เดือน

แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีนักธุรกิชาวจีนและผู้ก่อตั้งบริษัท Alibaba ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนานกว่า 2 เดือนแล้ว หลังจากที่เข้ากล่าวท้าทายระเบียบการเงินการธนาคารของประเทศ จนทำให้รัฐบาลจีนขวางการเปิดขายหุ้นครั้งแรกของ Ant Group ของเขา

Telegraph ของสหราชอาณาจักรรายงานว่า แจ็ค หม่า ยังไม่ได้ไปปรากฏตัวตามกำหนดในตอนสุดท้ายของรายการโทรทัศน์ของเขาเองชื่อ Africa’s Business Heroes ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชาวแอฟริกันรุ่นใหม่ได้แข่งขันเพื่อชิงเงิน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหม่าควรรจะเขาร่วมรายการในฐานะผู้ตัดสิน แต่เขาไม่ได้มาร่วมงานในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ภาพถ่ายของเขายังหายไปจากเว็บไซต์ของรายการด้วย

ในกรณีนี้ต่อมาโฆษกของ Alibaba กล่าวว่าหม่าไม่สามารถมีส่วนร่วมในฐานะคณะกรรมการตัดสินได้ “เนื่องจากตารางเวลาทับซ้อนกับกำหนดการอื่น” จากการรายงานข่าวของ Financial Times

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว Bloomberg อ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ว่าทางการจีนแนะนำให้แจ็ค หม่าอยู่ในประเทศจีนอย่างน้อยจนถึงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว 

จากสถานการณ์ที่เกิดจขึ้นเลห่านี้ทำให้โลกภายนอกจีนเชื่อว่าแจ็ค หม่าคนรวยที่สุดของจีนกำลังตกที่นั่งลำบาก

ทั้งนี้ นอกจากเขาจะหายตัวไปจากสายตาของสาธารณชนแล้ว จากการรายงานของสำนักข่าว Bloomberg แจ็ค หม่าต้องสูญเงินไปถึง 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนธันวาคม 2020 โดยตอนนี้มูลค่าทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากที่มีช่วงหนึ่งของปีนี้เคยสูงถึง 61,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทรัพย์สินที่ลดลงเกิดขึ้นในช่วงที่แจ็ค หม่าถูกทางการจีนตรวจสอบอย่างหนักเรื่องการทำธุรกิจผูกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทางการจีนสั่งระงับการเปิดขายหุ้นครั้งแรกของบริษัท Ant Group ที่หม่าปั้นขึ้นมาให้เป็นฟินเทคชั้นนำของโลก ซึ่งหากขาย IPO สำเร็จหม่าจะกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในเอเชียแทบจะทันที

Photo by Philippe LOPEZ / AFP

เพิ่มอำนาจสีจิ้นผิงกุมกองทัพ สั่งระดมพลเรือนสู้ภัยคุกคามได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641854

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 18:20 น.เพิ่มอำนาจสีจิ้นผิงกุมกองทัพ สั่งระดมพลเรือนสู้ภัยคุกคามได้กาสรแก้ไขกฎหมายใหม่มีนัยสำคัญด้านการป้องกันประทเทศจีนรวมถึงการให้อำนาจกับประธานาธิบดีมากขึ้น

เมื่อวันที่ 3 มกราคม สำนักข่าว ซินหัวรายงานว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางของจีน ได้ลงนามในคำสั่งเพื่อประกาศใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ทางการทหารฉบับแก้ไข โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021

กฎระเบียบฉบับปรับปรุงใหม่นี้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมในสงครามและความสามารถในการรบ มีการกำหนดภารกิจพื้นฐาน กำหนดเนื้อหาและกลไกการบริหารจัดการสำหรับงานด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารภายใต้สถานการณ์และระบบใหม่

กฎระเบียบข้างต้นมี 14 บท ประกอบด้วยข้อกำหนด 100 ข้อ เป็นข้อกำหนดที่เป็นไปตามหลักการทั่วไปว่าด้วย “การบัญชาการโดยคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง การปฏิบัติการทางทหารโดยกองบัญชาการยุทธบริเวณ และการเพิ่มขีดความสามารถโดยเหล่าทัพ”

ด้านสำนักข่าว SCMP รายงานว่า กฎหมายฉบันี้เพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมาธิการกลางการทหารซึ่งดูแลกองทัพและมีสีจิ้นผิงเป็นประธาน โดยอำนาจที่เพิ่มขึ้นคือสามารถระดมทรัพยากรทั้งทางทหารและของพลเรือนมาใช้ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศทั้งในและต่างแดนได้

กฎหมายใหม่ระบุถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างกลไดประสานงานรัฐวิสาหกิจและกิจการเอกชนเพื่อรวมทำการวิจัยเทคโนโลยีการป้องกันประเทศครอบครอบคลุมทั้งการสงครามในรูปแบบและสงครามไซเยอร์ สงครามอวกาศ และอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้า

นักวิเคราะห์ด้านการทหารและการเมืองกล่าวว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้นำทางทหารของประเทศภายใต้การนำของสีจิ้นผิงโดยใช้ความชอบธรรมทางกฎหมายมารองรับ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายจากการเผชิญหน้าระหว่างจีนและสหรัฐที่รุนแรงขึ้น

กฎหมายฉบับนี้ลดอำนาของสภาแห่งรัฐลงและให้อำนาจสีจิ้นผิงโดยตรงมากขึ้นในการกำกับดูแลกองทัพ เจิงจื้อผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทหารของมหาวิทยาลัยซูโจวกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ประการหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้คือการลดระดับบทบาทของสภาแห่งรัฐในการกำหนดหลักการป้องกันประเทศของจีน และต่อจากนี้คณะกรรมาธิการที่นำโดยสีจิ้นผิงจะเป็นผู้ชี้นำนโยบายป้องกันประเทศ

Photo by NOEL CELIS / AFP

แหล่งรวมแฟชั่นเกาหลีที่โด่งดังที่สุดจากย่านทงแดมุล apM ถึงไทยแล้ว!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/641636

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 09:30 น.แหล่งรวมแฟชั่นเกาหลีที่โด่งดังที่สุดจากย่านทงแดมุล apM ถึงไทยแล้ว!!apM แหล่งรวมแฟชั่นเกาหลีที่โด่งดังที่สุดจากย่านทงแดมุล ถึงไทยแล้ว!! เปิดตัวในรูปแบบ Digital Showroom จากสยามเซ็นเตอร์พร้อมเสิร์ฟถึงบ้านคุณ

หากคุณเป็นอีกคนที่ชื่นชอบแบรนด์แฟชั่นเกาหลีและต้องคอยเกาะติดตามเทรนด์รับแรงบันดาลใจใหม่ๆอยู่เสมอ สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ จัดทุกไลฟ์สไตล์แห่งแฟชั่นมาเอาใจสายเกาอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมแนะนำ apM (เอ พี เอ็ม) เจ้าแรกแห่งการเป็น Digital Showroom สาขาแรก และมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เปิดตัวในรูปแบบมัลติแบรนด์สโตร์ด้วยแบรนด์แฟชั่น และแอคเซสซอรี่ชั้นนำสุดเอ็กซ์คลูซีฟอิมพอร์ตเข้ามาให้เหล่าสยามดีเอ็นเอได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เห็นของจริง และทดลองใส่ก่อนใคร ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

aPM แหล่งรวมแฟชั่นและมัลติแบรนด์กว่า 800 แบรนด์ดังใจกลางย่านทงแดมุน ครองแชมป์มานานกว่า 20 ปี การันตีด้วยความไว้วางใจจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกต่างปักหมุดมาอัพเดทเทรนด์ที่นี่ด้วยคอลเลคชั่นที่แตกต่างทุกซีซั่น มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวพร้อมคุณภาพระดับพรีเมี่ยม อีกทั้งยังมีหลากหลายสไตล์ให้เลือกคอมพลีทลุคโดดเด่นตั้งแต่กลางวันจนถึงชุดออกงานกลางคืน ทั้ง Sophisticated Smart, Playful Dress Up, Sporty Denim และ Laidback Loungewear จึงทำให้ apM เป็นศูนย์รวมของเสื้อผ้าแฟชั่นที่ใครๆต่างต้องมา!!

apM เปิดให้บริการแล้ววันนี้ ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ พร้อมดึงแบรนด์ดังสุดจี๊ดมาให้อัพเดทแบบเรียลไทม์ ทันทีที่คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดวางจำหน่ายที่เกาหลี เหล่าสาวกแฟชั่นจะได้ สัมผัสและลองของจริงได้พร้อมกันที่สยามเซ็นเตอร์ และยังอัพเดทแฟชั่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่องทุกเดือน นำโดย Allover, Angelo, First Name, Dude, 2 d K ,Gentle Women, Top, Papermoon, Design by Youngmin, Maiden, One by Two, Pincode, Verveine, 101 Moon, Forming, Lamerei, Paris Match, Sof, Table, Where wear และอีกมากมาย

พิเศษ! เปิดให้บริการด้วยโมเดลการ Pre-Order สุดล้ำกับ Tap Try Buy เริ่มจาก Tap เลือกดูสินค้าได้จากทุกแพลตฟอร์ม (Facebook : apmthailand), (IG : @apm_th), (Line OA : @apm_th) Try ลองชุดจากของจริง และ Buy ได้ง่ายๆไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อที่หน้าร้านหรือกลับไปสั่งจากแอพพลิเคชั่นที่ไหนก็ได้ การันตีส่งฟรีถึงหน้าบ้านภายใน 14 วัน ฉลอง aPM บุกใจกลางสยาม รับส่วนลดสุดพิเศษสูงถึง 2,500 บาท ฟรีค่าจัดส่ง!! พร้อมอัเดทเทรนด์ใส่ก่อนไม่ซ้อนใครได้แล้ววันนี้ที่ apM ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ พร้อมติดตามและเลือกช้อปได้ทาง Facebook : apmthailand, IG : @apm_th และ Line OA : @apm_th) ตลอด 24 ชั่วโมง

2 สาวเซเลบริตี้ร่วมส่งความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/641632

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 08:45 น.2 สาวเซเลบริตี้ร่วมส่งความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ปีใหม่สร้างสุข ส่งรอยยิ้ม เซ็นทรัลพัฒนา ร่วมกับ ทรู ชวน 2 เซเลบสาวส่งมอบอาหารมื้อพิเศษ ให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดกาหลง จ.สมุทรปราการ

โอกาสดีขึ้นปีใหม่ใครๆ ก็อยากเห็นรอยยิ้ม งานนี้ บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) จึงร่วมกับ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ร่วมส่งมอบอาหารมื้อพิเศษจากการที่ลูกค้าใช้ทรูพอยท์แลกอิ่ม ภายใต้แคมเปญ “อิ่มกับทรู Exclusively at CPN ปี 9” ด้วยคอนเซ็ปต์ “อยากกินอะไรใช้ทรูพอยท์ จัดกิจกรรมอิ่มสุขทุกเมนู…ทรูพอยท์ร่วมแบ่งปัน เพื่อร่วมอิ่มปันสุขให้กับน้องๆ ได้อิ่มท้อง นอกจากนี้ยังได้บริจาคสิ่งของ อุปกรณ์การเรียน และ อุปกรณ์กีฬา รวมทั้งเงินบริจาคสมทบทุน เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และช่วยเสริมสร้างร่างกายน้องๆให้แข็งแรง อีกทั้งยังได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ให้กับเด็กๆ ณ โรงเรียนวัดกาหลง จ.สมุทรปราการ

สำหรับโรงเรียนวัดกาหลง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งได้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีนักเรียนจำนวน 110 คน และคุณครูผู้สอน จำนวน 8 คน โดยในครั้งนี้นอกจากจะมีคณะผู้บริหาร คุณขวัญแก้ว สิริจินดา ผู้อำนวยการ กลุ่มงานส่งเสริมธุรกิจ ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ คุณนันทิญา อังคณากานต์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความสุขและความสัมพันธ์ลูกค้า บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด แล้วยังมี เซเลบบริตี้ 2 สาวสวยเพื่อนสนิท จิตใจดี

คุณปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และคุณจุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา มาร่วมแบ่งปันความสุขที่ยิ่งใหญ่ ให้กับเด็กๆ ทั้ง 2 สาว กล่าวว่า “เพราะการให้คือความสุข ที่ยิ่งใหญ่ เราทั้งคู่จึงขอเป็นตัวแทนร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ ส่งความสุขนี้ให้กับทุกท่านที่มีส่วนร่วมใน แคมเปญ อิ่มกับทรู Exclusively at CPN ปี 9 ทุกคน เพราะทุกท่านที่แลกอิ่มสุขทุกเมนู จากทรูพอยท์ ในแคมเปญนี้ ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำบุญ เพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญ ให้กับเด็กๆ โรงเรียนวัดกาหลง จังหวัดสมุทรปราการ เราทั้งคู่อยากให้มีแคมเปญดีๆแบบนี้ต่อๆไป เพราะรู้สึกว่ามันเกินคุ้มจริงๆค่ะ ในยุคนี้ส่วนลดเป็นเรื่องง่ายมาก แลกพอยท์ แลกคะแนนผ่านหลายๆช่องทางก็มีส่วนลดมากมาย แต่การแลกพอยท์เพื่อได้ส่วนลดและได้ทำบุญไปด้วยนั้น ไม่ได้มีบ่อยๆ ถือเป็นโอกาสดีๆที่เราเองก็แฮปปี้ และยังรู้สึกได้ส่งต่อความสุข สิ่งดีๆ ทุกครั้งที่แลกพอยท์ในแคมเปญนี้ ยังมีคนอีกมากมาย และอีกหลายพื้นที่ในสังคมนี้ ที่รอคอยโอกาสดีๆ อยากให้มีแคมเปญดีๆแบบนี้อยู่เรื่อยๆนะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ”

Strong in Style ช้อปปิ้งไอเท็มสุดชิคจากไทยดีไซเนอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/641383

วันที่ 28 ธ.ค. 2563 เวลา 10:10 น.Strong in Style ช้อปปิ้งไอเท็มสุดชิคจากไทยดีไซเนอร์สยามเซ็นเตอร์ พรีเซนต์ Strong in Style Market ใช้ชีวิตนิวนอร์มอลแบบล้ำเทรนด์กับหลากไอเท็มสุดชิคจากไทยดีไซเนอร์

ยังคงเดินหน้าคัดสรรสินค้าสุดชิคหลากไอเท็มตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีนิวนอร์มอลของคนยุคนี้ สำหรับ สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ศูนย์กลางแห่งจินตนาการและงานสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดในการศาสตร์แห่งสุนทรีย์ของศิลปะ แฟชั่น เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ ครั้งนี้ได้รวบรวมไอเท็มโดนๆ ไว้ในงาน “Siam Center presents Strong in Style Market : Make your healthy kit with style” เปิดพื้นที่ให้เหล่าไทยดีไซเนอร์ และศิลปินดัง มาปล่อยของจำหน่ายหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อเพื่อสุขภาพแบบมีสไตล์ ด้วยแฟชั่นไอเท็มที่ตอบสนองฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครบครัน ให้ทุกคนได้จับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร ณ ชั้น G หน้าร้าน Sephora สยามเซ็นเตอร์

โดยสินค้าหลากไอเท็มที่สยามเซ็นเตอร์ คัดสรรมาให้นั้นครบครันไปด้วยหน้ากากอนามัยแบบผ้าแฟชั่นไอคอนสุดชิคจากเหล่าไทยดีไซเนอร์ ทั้ง Soda , Q Design And Play , PATTRIC BOYLE ,iCONiC , Adhoc , FLYNOW , Rotsaniyom , Greyhound , Smileyhound และ Senada ไม่เพียงเท่านี้ยังมี แอลกอฮอลล์เจล , แอลกอฮอลล์สเปรย์ , กระเป๋าใส่ขวดสเปรย์ และไอเท็มอื่นๆอีกมากมายมาให้เลือกสรร จาก YOSHINAMI (โยชินามิ) ,PHANNAPAST x Absolute Siam Store (ปัณพัท x แอ็บโซลูท สยาม สโตร์), COMMA (กอมมา), Kattara (แคททารา), Jap Fac (แจ็บแฟค), Cleanster (คลีนสเตอร์) , Life Grade (ไลฟ์เกรด), Klean Society (คลีน โซไซตี้) เป็นต้น

สำหรับใครที่กังวลว่าลวดลายของหน้ากากผ้าจะไม่เข้ากับหน้าของเรา มาที่นี่เรามี “Virtual Mask” ให้ทุกคนได้เห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพียงส่องหน้าไปที่ virtual mask และเลือกหน้ากากผ้าลายที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็สามารถเห็นภาพจริงของเราได้แล้ว ง่ายและสะดวกปลอดภัย หลีกเลี่ยงการลองด้วยหน้ากากจริง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

มาร่วมเติมสีสันให้ชีวิตกับ “Siam Center presents Strong in Style Market : Make your healthy kit with style” เพื่อสุขอนามัยในการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มอลอย่างมีสไตล์ ณ ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ หรือสั่งสินค้าผ่าน Chat & Shop ได้ที่ LINE @OneSiam

อะไรก็ตามที่ทำร้ายเราไม่ได้ จะทำให้เราเข้มแข็ง …นิชเช่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/641378

วันที่ 28 ธ.ค. 2563 เวลา 09:10 น.อะไรก็ตามที่ทำร้ายเราไม่ได้ จะทำให้เราเข้มแข็ง …นิชเช่โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

หากจะถามว่า อะไรคือปัญหาร่วมของสังคมทุกวันนี้ และเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เราพบว่าความท้าทายหลักๆ ของสังคมทุกวันนี้ คือบุคลากรขาดศักยภาพ ไม่สามารถนำตนเองได้ การแก้ปัญหา ก็ไม่เป็นระบบ โดยเฉพาะปัญหาซับซ้อน อีกทั้งขาดนวัตกรรมที่มีคุณค่า นอกจากนี้ ทีมงานก็ไม่เข้มแข็ง ไม่เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้ง ขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะนำองค์กรให้สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

เมื่อพิจารณาความเป็นครอบครัว แม้บริบทต่างกัน ปัญหาก็ไม่แตกต่าง หลักๆ คือขาดความรัก ความเข้าใจ ขาดความไว้วางใจ ขาดการเห็นคุณค่าระหว่างกัน ความรักจืดจาง อยู่ด้วยกันแต่เหมือนอยู่คนละบ้าน บ่อยครั้งใช้ความรุนแรง การสื่อสารก็มักจะเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง เอาแต่ใจตนเอง ขาดความยืดหยุ่น

เมื่อพูดถึงวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ยิ่งอ่อนไหว เปราะบาง เพราะหลงทาง ยึดติดค่านิยมผิดๆ เน้นวัตถุภายนอกเพื่อมาเสริมให้ตนดูดีมีคุณค่า แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นเรื่องจอมปลอม เมื่อยิ่งเสพหนัก ยิ่งถลำลึก ยิ่งกลับมาทำร้ายตนเอง นำไปสู่การไม่เข้าใจตนเอง เกิดความขัดแย้งภายใน และนำไปสู่ความรุนแรงในทุกระดับ ทั้งทำร้ายตนเอง ครอบครัวขาดความสุข องค์กรขาดความเข้มแข็ง ไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้ องค์กรก็ไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย

ท่านคิดว่าปัญหาทั้งหมดนี้เกิดจากอะไร อะไรคือฐานรากของปัญหาเหล่านี้ แล้วเราจะมีทางออกอย่างไร

เราพบว่าอาการทั้งหมดที่กลาวข้างต้นนี้ล้วนเป็นผลมาจาก การที่บุคคลขาดความสามารถในการนำตนเอง (Self-directed) กลาวคือ ไม่รู้ว่าจะโต้ตอบอย่างไรให้เหมาะสม เมื่อมีอะไรเข้ามากระทบ เพราะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ตนมีอำนาจในการเลือกตอบสนอง แล้วอำนาจดังกล่าวนี้คืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้านักคิดในกลุ่มนี้กัน มันเป็นที่ประจักษ์ว่า การแสดงออกของคนเรานั้นล้วนมาจากกรอบความคิด ดังคำกล่าวของ เพลโต (427-347 BC) ที่ว่า “that the physical world is not as real or true as timeless, absolute, unchangeable ideas.” รวมทั้งคำกล่าวของ ไอน์สไตน์ (1879-1956) ที่ว่า “The world as we have created it is a process of our thinking. It cannot be changed without changing our thinking.” ดังนั้น การตอบสนองใดๆ ที่แสดงออกมาในรูปของพฤติกรรมจึงล้วนมาจากกรอบความคิด

กรอบความคิดนี้เองสะท้อนความเป็นตัวตน ด้วยวาทะอันโด่งดังของ เรอเน เดการ์ต (1596-1950) ที่ว่า “เพราะฉันคิด ฉันจึงมีอยู่ – I think, therefore I am.” ดังนั้น เมื่อเราคิด ตัวตนของเราจึงเกิดขึ้น มีอยู่

และตัวตนที่เกิดขึ้นนี้ต้องการคุณค่าและความหมาย คุณค่าและความหมายนี้เองทำให้เรายืนหยัดว่าอยู่ไปทำไม เพื่ออะไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ดังที่ นิชเช่ (1844-1900) ได้กล่าวไว้ว่า “He who has a why to live can bear almost any how.” และนิชเช่ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การยืนหยัด ความอดทน มุ่งมั่นนี้เองทำให้เราเข้มแข็ง “That which does not kill us makes us stronger.”

ต่อมา ฌ็อง-ปอล ซาทร์ (1905-1980) ได้เสนอความคิดว่า ชีวิตมีทางเลือกเสมอ เราจึงต้องตัดสินใจเลือก และไม่ว่าเราจะแสดงอะไรออกมา มันล้วนมาจากการที่เราได้เลือกแล้วทั้งสิ้น “I can always choose, but I ought to know that if I do not choose, I am still choosing.” แก่นแท้ของมนุษย์จึงเป็นเสรีภาพ เสรีภาพดังกล่าวคือ ความสามารถในการตัดสินใจเลือกว่าจะตอบสนองอย่างไร เมื่อมีอะไรเข้ามากระทบ แต่เสรีภาพดังกล่าวต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ

จากนักคิดเหล่านี้ พอจะสรุปได้ว่า ทุกการแสดงออกเป็นสิ่งที่เราเลือกเองและมาจากกรอบความคิด กรอบความคิดสะท้อนตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย และการแสดงออกใดๆ เป็นสิ่งที่เราเลือกเอง (เพราะกรอบความคิดเป็นของตนเอง) และการที่เราเลือกหรือกำหนดทางเดินของตนได้นี้เอง เป็นตัวที่สะท้อนถึงความสามารถในการนำตนเอง ถ้าเราเลือกได้ว่าจะตอบสนองอย่างไร นั่นแสดงว่า ปัจจัยภายนอกใดๆ ก็ทำอะไรเราไม่ได้ และแม้ว่าเราจะไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ ภายนอกได้ แต่เราสามารถควบคุมตนเองได้ รับผิดชอบตนเองได้ นั่นคือ เราอยู่เหนือมัน เรามีอำนาจเหนือมัน ปัจจัยภายนอก มันทำอะไรเราไม่ได้ เมื่อการตัดสินใจใดๆ เป็นสิ่งที่เราเลือกเอง เราจึงเป็นอิสระจากมัน เมื่อเราเป็นอิสระจากมัน บุคคลจึงนำตนเองได้ การนำตนเองได้จึงเป็นฐานรากสำคัญของความเข้มแข็ง ดังนั้น อะไรก็ตามที่ทำร้ายเราไม่ได้ จะทำให้เราเข้มแข็ง …นิชเช่

ดังนั้น บุคคลที่สามารถนำตนเองได้ มักมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. มีกรอบความคิดเชิงบวก มองปัญหาเป็นความท้าทาย บุคคลาเหล่านี้ ไม่ว่าจะทำอะไร ย่อมมีเป้าหมาย เขาจะวาดภาพถึงผลลัพธ์สุดท้ายทุกครั้ง ก่อนจะลงมือทำอะไร เขาจึงสามารถปรับกรอบความคิดเพื่อยกศักยภาพตนเอง สร้างแรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายในได้อย่างมุ่งมั่น

2. คิดเชิงระบบ บุคคลที่สามารถนำตนเองได้ จะคิดวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบหลัก และเชื่อมโยงองค์ประกอบเหล่านั้น เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ด้วยตนเอง อีกทั้งเข้าใจในความหมายของระบบซ้อนระบบ จึงสามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้ นอกจากนี้ ยังสามารถมองภาพเชิงองค์รวม นำไปสู่การเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่างเพื่อคิดสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

3. มีความมั่นคงทางอารมณ์ ผู้ที่สามารถนำตนเองได้ จำเป็นต้องมีความหนักแน่น มีความเข้มแข็ง มีภูมิต้านทาน สามารถยืนหยัดและปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองได้ แม้อยู่ในสภาพที่ยากลำบาก ผ่านการเห็นคุณค่าตนเอง อีกทั้ง เห็นคุณค่าในความแตกต่าง จึงเปิดใจกว้างรับฟัง เพื่อสร้างศรัทธา นำไปสู่การสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง

4. มีภาวะผู้นำ ผู้ที่นำตนเองได้ ต้องสามารถนำผู้อื่นได้ด้วย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง สามารถนำทีมงานให้ไปในแนวเดียวกันอย่างมีส่วนร่วม บนฐานของการเห็นคนเป็นมนุษย์

สังคมทุกวันนี้อ่อนแอ เปราะบาง กดดัน ซึมเศร้า ขาดความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลไม่อาจพัฒนาและขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ นั่นเป็นเพราะบุคคลไม่เป็นอิสระจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย แต่ยึดติดกับมัน แล้วกลับเอามันทำร้ายตนเอง มองในอีกมุมหนึ่ง เราเองต่างหากที่ยอมเอาตัวเองไปอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เราไม่อาจควบคุมได้ เราจึงต้องเต้นไปตามกระแส ไม่อาจนำตนเองได้ ด้วยเหตุนี้ ทั้งตนเอง ครอบครัว องค์กร รวมทั้งสังคมจึงขาดความเข้มแข็ง ไม่สามารถนำไปสู่ความสมดุล มั่นคงยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

A Sleepover คอลเลกชั่นใหม่ย้อนเวลาความสนุกในปาร์ตี้ยุค 60s #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/641339

วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 13:10 น.A Sleepover คอลเลกชั่นใหม่ย้อนเวลาความสนุกในปาร์ตี้ยุค 60s สะเทือนวงการแฟชั่น! La Boutique เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า จับมือ Haus of abbi แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ โดย “แม่ชม” สร้างสรรค์คอลเลกชั่นชุดสวยสุดเอ็กซ์คลูซีฟต้อนรับปีใหม่ ในชื่อ A Sleepover 2021

สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ให้โดดเด่นอย่างไร้กฎเกณฑ์ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าสตรี ลา บูทีคส์ (La Boutique) ที่ล่าสุด พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบได้ถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ที่ร่วมกับ เฮาส์ ออฟ แอบบี้ (Haus of abbi) แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซของนักแสดงสาวชื่อดัง ชมพู่-อารยา เอ. ฮาร์เก็ต ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำสุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาไว้มากมาย โดยในคอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้ทั้งคู่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานดีไซน์ชั้นเยี่ยมในคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า อะ สลีปโอเวอร์ (A Sleepover) 2021 ซึ่งนำเสนอแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง พาจามา ปาร์ตี้, 1964 (Pajama party, 1964) ปาร์ตี้ที่ไร้กฎเกณฑ์และนอกกรอบของหนุ่มสาวในยุค 60s

ลา บูทีคส์ แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสตรี ภายใต้คอนเซ็ปต์นีโอ โรแมนติก ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตตามแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นเกินกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “สำหรับคอลเลกชั่นนี้เรามีไอเดียเริ่มต้นมาจากเทศกาลเฉลิมฉลองความสุขต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ก็เลยอยากจะทำเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษขึ้นที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งเวลาอยู่บ้าน หรือออกไปปาร์ตี้นอกบ้านในลุคสบายๆ โดยคอลเลกชั่นนี้เราได้ร่วมกับ Haus of abbi และได้ ชมพู่-อารยา เอ. ฮาร์เก็ต มาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียให้กับเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ให้มีความสนุก และสวมใส่ได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สาวๆ ของลา บูทีคส์ ได้สนุกกับการแต่งตัวในสไตล์ใหม่ๆ ในช่วงเวลาปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้”

สำหรับคอลเลกชั่น A Sleepover 2021 ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง พาจามา ปาร์ตี้ 1964 (Pajama party 1964) ที่บอกเล่าถึงช่วงเวลาความสนุกในงานปาร์ตี้ของหนุ่มสาวยุค 60s ที่สนุกกับการแต่งตัวกันอย่างไร้กฎเกณฑ์ และปลดเปลี้องทุกพันธนาการไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขในค่ำคืนสุดหรรษาท่ามกลางบรรยากาศของเสียงดนตรีในยุค 60s โดยไอเดียดังกล่าวนี้ได้ถูกนำมาถ่ายทอดสู่งานดีไซน์ชิ้นเด่นทั้งหมด 10 ลุค โดยเลือกใช้โครงเสื้อแบบหลวมหรือโอเวอร์ไซส์มาเป็นซิลลูเอทหลัก เพื่อให้ความรู้สึกเบาสบาย และสะดวกต่อการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นซิลลูเอทแบบเอไลน์ทั้งชุดเดรส หรือกระโปรงทรงเอที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้ในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่กลางวันจวบจนกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน ผ่านการใช้โทนสีสดใสในสไตล์ 60s อย่างสีพาสเทลที่ถูกนำมาใช้เป็นโทนสีหลักในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นสีชมพูพาสเทล, สีเหลือง พริมโรส, สีฟ้าเบบี้บลูที่ตัดสลับกับสีม่วงไลแลค และสีเขียวอความารีน ด้วยเทคนิคการตัดเย็บแบบซิกแซกเพื่อตัดต่อลูกไม้เข้ากับผ้าเนื้อบางเบาที่ทางทีมออกแบบใช้วิธีการทำชิ้นงานแบบขึ้นหุ่นด้วยมือทีละตัวเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม และความยืดหยุ่นตามต้องการ รวมถึงการใช้เทคนิคการอัดพลีทแสงอาทิตย์เพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับเนื้อผ้า อีกทั้งยังมีการปักประดับตัวอักษร และการจับคู่สีที่แตกต่างกัน กับการเลือกใช้เนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย โดยมีการใช้ผ้าซิลค์ชีฟอง, ผ้าซิลค์ซาติน, ผ้าลูกไม้ และผ้าคอตตอนสแปนเด็กซ์ เพื่อสร้างความพริ้วไหว หรูหรา และสวมใส่สบายในขณะเดียวกัน

นอกจากนี้ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้สาวๆ ได้สนุกกับการสร้างสรรค์ลุคสไตล์ใหม่ๆ ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามองว่าแฟชั่นนั้นเปลี่ยนไปมาก หลายคนสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น กล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ แต่ก็อาจจะมีบางคนที่ยังไม่กล้าลอง เพราะอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ หรือรู้สึกว่ามันไม่เป็นตัวเอง แต่จริงๆ แล้ว เมื่อโลกของแฟชั่นนั้นเปลี่ยนไป ดีไซน์เนอร์หลายคนหันมาทำงานดีไซน์ที่มีความสนุกขึ้น เป็นกันเองมากขึ้น เราก็อยากให้คนสวมใส่ลองเปิดใจ และหันมาสนุกกับการแต่งตัวสไตล์ใหม่ๆ กันดู เราอาจจะค้นพบตัวเองในมุมใหม่ๆ จากการเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้ โดยเราอาจจะเริ่มต้นจากแมทช์ชิ้นที่ดีไซน์ต่างกันอย่างเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงลูกไม้ขาสั้น หรือกระโปรงอัดพลีท ส่วนใครที่เป็นสาวหวานอาจจะลองใส่เดรสยาวที่มีเทคนิคการตัดเย็บสองเนื้อผ้าอย่างผ้าลูกไม้กับผ้าเนื้อบางเพื่อเพิ่มความน่าค้นหา หรืออาจจะเป็นเสื้อครอปลูกไม้กับกางเกงผ้าซิลค์ซาตินขายาว ก็จะได้ลุคที่ดูแปลกใหม่ไปอีกแบบ”

พบกับคอลเลกชั่น A Sleepover 2021  ได้แล้ววันนี้ทาง Haus of abbi ที่ https://www.hausofabbi.com/brand/la-boutique/ เท่านั้น

อัปเดต skills ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/641068

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 07:40 น.อัปเดต skills ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2021เตรียมตัวอัปเดต Hard Skills – Soft Skills เหล่านี้ไว้ อุ่นใจในการทำงานตลอดปี 2021

จากการสำรวจความคิดเห็นของบริษัทและนายจ้างในปี 2021 พบว่าพนักงานที่พวกเขาจ้างอยู่ประมาณ 80% ขาดคุณสมบัติหลายอย่างที่ต้องการ ซึ่งสิ่งที่บริษัทตอนนี้กำลังต้องการมากที่สุดก็คือ ทักษะใหม่ๆ ดังนั้น สิ่งที่นักศึกษาจบใหม่และคนทำงานต้องเรียนรู้ในตอนนี้คือ การโฟกัสไปที่ ‘hard skills’ และ ‘soft skills’ ที่เป็นที่ต้องการในอนาคต การเรียนในมหาวิทยาลัยอาจไม่เพียงต่อความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันอีกต่อไป ถ้าคุณกำลังมองหาทักษะใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนโยกย้ายงาน skills เหล่านี้คือสิ่งที่นายจ้างกำลังมองหา

Hard Skills

UX Design หลายคนน่าจะเคยได้ยินอาชีพ UX/UI Designer กันมาบ้างแล้ว ซึ่งในปีนี้และอนาคตข้างหน้า ทักษะ UX Design ก็ยังคงเป็นที่ต้องการอยู่ อาชีพ UX Designer จะคอยออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้งาน โดยจะออกแบบให้ใช้งานง่ายและลื่นไหลที่สุด รวมไปถึงออกแบบการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทั้งเว็บ แอปพลิเคชั่น และโมบาย แอปพลิเคชั่น ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน ที่สำคัญ ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ด้วยว่า ดีไซน์นี้จะนำไปใช้งานจริงได้ไหม

Scientific Computing ทักษะการคำนวนทางวิทยาศาสตร์ ต้องได้รับการจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์, วิศวกร หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ทักษะนี้มีความจำเป็นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงสามเท่า หลายบริษัทมีความต้องการมืออาชีพในด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาเป็นโมเดลแมชชีน เลิร์นนิ่ง, สถิติประยุกต์ และการวิเคราะห์ด้วยบิ๊ก ดาต้า

การวิเคราะห์เชิงตรรกะ (Analytical Reasoning) คือทักษะความสามารถในการเชื่อมโยงตัวแปร การแตกแยกปัญหาใหญ่ออก และใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด แก้ไข เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด กลายเป็นอีกทักษะที่หลายองค์กรต้องการและขาดไม่ได้ ในยุคที่มีข้อมูลข่าวสารมากมาย สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น องค์กรที่นำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์เชิงตรรกะ จะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งกว่าผู้แข่งขันรายอื่นๆ

การตัดต่อวิดีโอ (Video production) อีกหนึ่งทักษะ hard skill ที่บางคนอาจมองว่า เป็นงานอดิเรกเสียด้วยซ้ำ คือทักษะการตัดต่อ ตลอดจนการถ่ายทำวีดีโอให้มีความน่าสนใจ ดึงดูดผู้บริโภค ปัจจุบันการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไปของผู้ซื้อ จากข้อความ รูปภาพ เป็นภาพเคลื่อนไหว หรือเนื้อหาในรูปแบบวีดีโอ ทำให้วิดีโอกลายเป็นสื่อชิ้นสำคัญที่บริษัทกำลังให้ความสนใจ ทำให้ทักษะการตัดต่อวิดีโอ เป็นที่ต้องการมากในตลาดเช่นกัน

Artificial Intelligence (AI) / Machine Learning Engineers Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ คือสาขาวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มีจุดประสงค์ให้คอมพิวเตอร์มีพฤติกรรมและความสามารถคล้ายมนุษย์ คิดเองได้ และเรียนรู้ที่จะฉลาดได้ด้วยตัวมันเอง AI นั้นเกิดขึ้นมาเพื่อทำงานเพื่อมนุษย์โดยดำเนินการอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเป็นไปได้ในความผิดพลาดทักษะความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากในตลาด เพราะปัจจุบัน AI ถูกพัฒนามาใช้ทำงานแทนมนุษย์ในหลายตำแหน่งงาน ช่วยลดปัญหา และต้นทุนให้กับผู้ประกอบการได้ คนที่สามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI กับงานได้ จึงได้รับความสนใจจากองค์กรต่างๆ เป็นอย่างมาก

Soft Skills

ความฉลาดทางอารมณ์ เว็บไซต์นิตยสารฟอร์บส์รายงานว่า ทักษะความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในลำดับต้นๆ ของลิสต์ทักษะสำคัญที่นายจ้างต้องการ หากคุณมีความสามารถในการตระหนักรู้และตอบสนองต่ออารมณ์ตนเอง และเพื่อนร่วมงานได้ดี ก็จะทำให้สำรวจความซับซ้อนของการปฏิสัมพันธ์ในสังคมที่ทำงานได้ดีขึ้น คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แสดงออกทางอารมณ์ออกมาได้เหมาะสม มีคนรัก มีทัศนคติที่ดีเวลามีปัญหา ทำให้คนกลุ่มนี้อยากจะพัฒนาตัวเองต่อ และความก้าวหน้าก็จะตามมา

ศักยภาพในการแก้ปัญหา การแก้ไขปัญหาอาจจะดูเป็นทักษะที่ทุกคนต้องมีอยู่แล้ว แต่ทักษะการแก้ปัญหาที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือ ต้องเป็นการแก้ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ มีความเข้าใจในปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนได้ดี การตอบคำถามของผู้สมัครงานจะพิสูจน์นเบื้องต้นได้ว่า ในสภาวะเฉพาะหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้น ผู้สมัครคนนั้นสามารถแก้ไขปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนได้หรือไม่อย่างไร

ความคิดสร้างสรรค์ที่มากกว่า บริษัทจำนวนมากต้องการความคิดสร้างสรรค์ที่นำมาต่อยอด-ประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่นและใช้งานได้จริง ซึ่งหลายบริษัทยืนยันว่า ทักษะนี้ยังคงโดดเด่นและเป็นที่ต้องการอยู่

การคิดเชิงวิพากษ์ การคิดเชิงวิพากษ์คือต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ปัญหาทุกอย่างไม่มีขาวและดำเสมอไป คนที่มีความคิดเชิงวิพากษ์ได้จะเข้าใจวิธีวิเคราะห์ และประเมินข้อมูลที่มีก่อนจะตัดสินใจทำอะไร จึงไม่ต้องแปลกใจหากนายจ้างมองหาผู้สมัครที่มีความสามารถระดับสูง ในการแก้ไขปัญหาซับซ้อน

การเจรจาต่อรอง นอกจากการมีผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์แล้ว ทักษะที่ต้องมีอีกอย่างเพื่อส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ก็คือ บริษัทจะต้องมีพนักงานที่มีทักษะเจรจาต่อรองที่ดี เพราะทักษะนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของมนุษย์ เครื่องจักรยังไม่สามารถมาทดแทนได้ ฉะนั้น พนักงานควรฝึกเทคนิคการเจรจาต่อรองให้ประสบผลสำเร็จ อย่างการเตรียมฝึกพูด วางแผนกลวิธีโน้มน้าวใจ สร้างความน่าเชื่อถือ แสดงข้อมูลให้มาก และเรียนรู้ที่จะปรับกลยุทธ์การเจรจาเฉพาะหน้าได้ทุกเมื่อด้วย

ที่มา : https://online.maryville.edu/blog/2020-skills/