แพทย์ทหารยูเครนขู่ ‘ตอน’ ทหารรัสเซีย ลั่น “เป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678696

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 19:26 น.แพทย์ทหารยูเครนขู่ 'ตอน' ทหารรัสเซีย ลั่น "เป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์"

ยูเครนส่วนหนึ่งถูกวิจารณ์เป็นพวกนาซี หลังขู่ตอน-สังหารหมู่รัสเซีย

แดน โคเฮน (Dan Cohen) ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันเผยว่าเกนนาดี ดรูเซนโก (Gennady Druzenko) หัวหน้าหน่วยแพทย์ทหารของยูเครนกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ Channel 24 ของยูเครนว่าเขาออกคำสั่งเข้มงวดให้ตอนทหารรัสเซียทุกคนที่รับการรักษาในยูเครน โดยกล่าวว่า “พวกเขาเป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์”

Gennadiy Druzenko, head of Ukrainian military medical service, boasts on Ukraine 24 channel that he “gave strict orders to castrate all the wounded” Russians “because they are cockroaches, not humans.”Not all fascists wear Swastikas or Wolfsangels. pic.twitter.com/1OADpiBaZ2

— Dan Cohen (@dancohen3000) March 20, 2022

“ผมเคยพูดว่าศัตรูที่บาดเจ็บไม่ใช่ศัตรูอีกต่อไป แต่พวกเขาเป็นผู้ป่วย แต่ตอนนี้ผมขอออกคำสั่งที่เข้มงวดที่จะตอนทหารรัสเซียเหล่านั้น เพราะพวกเขาเป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์ แพทย์จะต้องพยายามช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่สำหรับทหารรัสเซีย พวกเขาจะต้องตายที่นี่ และจะตายเป็นจำนวนมากด้วย แต่หากใครโชคดีรอดชีวิตกลับไปได้ เขาจะอยู่ในความทรงจำอันน่ากลัวของชาวยูเครน” ดรูเซนโกกล่าว

หลังจากที่คำพูดของเขาถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะจากชาวรัสเซีย หนึ่งในนั้นคือบัญชีผู้ใช้ชื่อว่า Russians With Attitude บนทวิตเตอร์ซึ่งกล่าวว่า “ฉันได้แต่หวังว่านี่จะเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อภายใน และพวกเขาคงไม่โง่พอที่จะทำอะไรแบบนี้ เพราะผลที่ตามมาจะเป็นหายนะต่อยูเครนเอง ไม่ว่าจะกรณีใด นี่คือสิ่งที่พวกคุณชาวตะวันตกสนับสนุน แม้จะเป็นเพียงแค่คำพูดก็ตาม”

I can only say that I hope that this is just internal propaganda and they are not actually stupid enough to do something like this because the consequences for Ukrainians will be catastrophic. In any case, this is what you guys in the West support, even if it’s just words.— Russians With Attitude (@RWApodcast) March 20, 2022

ทั้งนี้ ดรูเซนโกมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ เขาเคยทำงานที่ Chemonics International/USAID และ Wilson Center ของสหรัฐ และเป็นทนายความนักเคลื่อนไหวในขบวนการยูโรไมดาน การเดินขบวนประท้วงในยูเครนเมื่อหลายปีก่อน และปัจจุบันเป็นัวหน้าโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของยูเครน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฟารีด ซาคาเรีย (Fareed Zakaria) พิธีกรของ CNN กล่าวถึงดรูเซนโกว่าเป็น “ผู้มีปัญญา” และหนึ่งใน “ชาวยูเครนที่ดีที่สุดและฉลาดที่สุด”

อย่างไรก็ตาม คำพูดล่าสุดของเขาทำให้ถูกมองว่าเป็นพวกนาซี

Oh look more Nazi shit by Ukraine https://t.co/wzrYgIe64g— Sosun_nayemi (@SNayemi) March 21, 2022

“โอ้ ดูนาซีอีกคนหนึ่งในยูเครน”

“หัวหน้าหน่วยแพทย์ทหารยูเครนประกาศว่าเขาได้สั่งให้ทีมแพทย์ตอนทหารรัสเซียที่ได้รับบาดเจ็บเพราะพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ แบบนี้เรียกว่านาซีได้ไหม?”

El jefe del servicio médico del ejército de Ucrania, Gennadiy Druzenko, anuncia en televisión que ha ordenado a su equipo médico castrar a los soldados rusos heridos “porque no son humanos”.¿Se les puede llamar nazis o aún no? https://t.co/JT4eOcyyxw— Alex Sanchis ? ? (@AlexSanchis_) March 20, 2022

นอกจากนี้ โคเฮนกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าสถานีโทรทัศน์ Channel 24 กำลังเต็มไปด้วยนาซีที่สนับสนุนให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวรัสเซีย รวมถึงฟาห์รูดิน ชาราฟมัล (Fahruddin Sharafmal) ผู้ดำเนินรายการซึ่งอ้างคำพูดของอาด็อล์ฟ ไอช์มัน (Adolf Eichmann) อดีตสมาชิกพรรคนาซีคนสำคัญที่เคยสนับสนุนให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เด็กรัสเซีย

Ukraine 24 presenter goes full Nazi, endorses Adolf Eichmann to call for genocide of Russians.”By killing children, they will never grow up and the nation will disappear… and I hope that everyone will contribute and kill at least one Muscovite.” pic.twitter.com/EAtTzhbaDT— Dan Cohen (@dancohen3000) March 15, 2022

ชาราฟมัลกล่าวว่า “ผมทราบดีว่าในฐานะนักข่าวผมต้องเป็นกลาง แต่พูดตรงๆ มันยากมากที่จะทำในตอนนี้ ไหนๆ เราก็ถูกเรียกว่านาซีแล้ว ผมสามารถอ้างคำพูดของอาด็อล์ฟ ไอช์มัน ที่เคยกล่าวไว้ว่า การจะทำลายชาตินั้นสิ่งสำคัญที่ควรทำลายอันดับแรกคือเด็ก เพราะถ้าไม่มีเด็กๆ ที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคตประเทศชาติก็จะหายไป”

พร้อมเสริมว่ากองทัพยูเครนไม่สามารถโจมตีเด็กรัสเซียได้เพราะเป็นการฝ่าฝืนกฎของสงคราม และอนุสัญญาต่างๆ รวมถึงเจนีวา แต่ตนไม่ใช่กองทัพยูเครน และเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสหมู่ชาวรัสเซียเขาจะทำอย่างแน่นอน รัสเซียจะได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดของชาวยูเครน

เมื่อต้นเดือนหน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษของยูเครนยังได้ประกาศบนเฟซบุ๊กโดยส่วนหนึ่งของข้อความระบุว่า “นับตั้งแต่นี้จะไม่มีแค่การยึดปืนใหญ่ของรัสเซียอีกต่อไป ไม่มีการปราณี ไม่มี “อย่าฆ่าผมเลย ผมยอมแล้ว” ไม่มีการปล่อยไปอีกแล้ว ทหารรัสเซียไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการ คนขับรถ หรือมือปืน จะถูกเชือดอย่างหมู … รีบโทรหาแม่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วบอกว่าคุณกำลังจะตายพวกหมารับใช้!” ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะถูกแก้ไขในภายหลัง

Ukraine’s special operations command just issued a warning to Russian soldiers that they will not be taken prisoner and will be “slaughtered like pigs” without the option of surrendering.That is public admission of a war crime. pic.twitter.com/fFVwkKu4Ib— Joe Shikhman (@JoeShikhman) March 2, 2022

สำรวจ “รัสเซีย”บุก “ยูเครน” เกือบ 1 เดือนแห่งความย่อยยับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678717

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 19:20 น.

เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนเต็มที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกยูเครน แต่ก็ยังยึดแบบเบ็ดเสร็จไม่ได้สักที แม้ว่าหลายฝ่ายพยายามจะเจรจาหาทางออกให้ปัญหายุติลงแต่ยังไม่สำเร็จ ชาวยูเครนต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ชาวยูเครนเท่านั้นแต่กระทบคนทั้งโลก ไม่เว้นแม้ประเทศไทย

รัสเซียเตือนคว่ำบาตรน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678710

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 18:23 น.รัสเซียเตือนคว่ำบาตรน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อทุกคน

“การคว่ำบาตรน้ำมันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดน้ำมันโลก และจะส่งผลเสียอย่างมากต่อความสมดุลของพลังงานในยุโรป นี่คงเป็นเรื่องยากสำหรับชาวยุโรป การตัดสินใจเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อทุกคน” โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าหลังจากที่บางประเทศในสหภาพยุโรปเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 21 มี.ค. โดยระบุว่าการห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกคนเป็นวงกว้าง

“การคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดน้ำมันทั่วโลก และจะส่งผลเสียอย่างมากต่อความสมดุลของพลังงานในทวีปยุโรป” เปสคอฟกล่าว

เปสคอฟเสริมว่ายุโรปจะได้รับผลกระทบอย่างหนักในกรณีที่มีการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย แต่ชาวอเมริกันจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าชาวยุโรปมาก “นี่คงเป็นเรื่องยากสำหรับชาวยุโรป การตัดสินใจเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อทุกคน”

อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่ลงรอยกันระหว่าง 27 ประเทศในสหภาพยุโรปว่าจะปฏิบัติตามแนวทางของสหรัฐหรือไม่ ซึ่งประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซของรัสเซียไปแล้ว และสหราชอาณาจักรซึ่งระบุว่าจะทำภายในสิ้นปี 2022

เนื่องจากประเทศในสหภาพยุโรปพึ่งพาพลังงานของรัสเซียมากกว่า โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียกว่าร้อยละ 40 นำเข้าน้ำมันร้อยละ 27 และนำเข้าถ่านหินเกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด

โดยบางประเทศอย่างเช่นผู้นำลัตเวียกำลังกดดันให้ยุโรปคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย โดยมองว่าหากหยุดพึ่งพาพลังงานของรัสเซียก็จะเป็นการหยุดการระดมทางทหารของรัสเซียด้วย ขณะที่เยอรมนีและฮังการีเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่เห็นด้วย แม้ว่าจะตัดเงินหลายร้อยล้านยูโรต่อวันไปยังรัสเซีย แต่จะกระทบต่อเศรษฐกิจของยุโรปและผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก

โดยในวันที่ 21 มี.ค. รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปมีกำหนดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการ์ในยูเครน และการคว่ำบาตรที่อาจเกิดขึ้น

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเรียกร้องให้ผู้นำยุโรปยุติการค้ากับรัสเซียทั้งหมด เพื่อกดดันให้รัสเซียยุติการปฏิบัติการทางทหารในยูเครนที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้ว

เซเลนสกีกล่าวว่า “โปรดอย่าสนับสนุนอาวุธสงครามของรัสเซีย ไม่มีเงินยูโรสำหรับผู้บุกรุก ปิดพอร์ตทั้งหมดของคุณอย่าให้พวกเขา อย่าส่งออกสินค้าของคุณ ปฏิเสธแหล่งพลังงาน กดดันให้รัสเซียออกจากยูเครน”

ขณะที่อเล็กซานเดอร์ โนวัก รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียกล่าวกับสำนักข่าวอินเทอร์แฟกซ์ว่าการที่สหรัฐและอังกฤษคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย จะส่งผลกระทบต่อรัสเซียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะทั้งสองซื้อน้ำมันดิบรัสเซียในปริมาณไม่มาก พร้อมเผยว่าการผลิตน้ำมันและก๊าซของประเทศยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ แม้ว่าจะถูกคว่ำบาตรก็ตาม

Photo by REUTERS/Evgenia Novozhenina

โบอิ้ง 737 สายการบิน China Eastern ดิ่งตกพร้อมกว่าร้อยคนบนเครื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678693

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 15:55 น.โบอิ้ง 737 สายการบิน China Eastern ดิ่งตกพร้อมกว่าร้อยคนบนเครื่อง

โบอิ้ง 737 ของสายการบิน China Eastern ตกพร้อม 132 คนบนเครื่อง

บลูมเบิร์กอ้างสื่อทางการของจีนรายงานว่าเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 อายุ 6 ปี ของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น (China Eastern Airlines Corp.) สายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศจีน เที่ยวบิน MU 5735 ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 123 คนและลูกเรือ 9 คน ตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

จากข้อมูลของ FlightRadar24 ระบุว่าเที่ยวบินดังกล่าวออกเดินทางเวลา 13:11 น. จากคุนหมิง มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน โดยมีกำหนดลงจอดเวลา 15:05 น.

การติดตามเที่ยวบินสิ้นสุดเวลา 14:22 น. ที่ระดับความสูง 3225 ฟุต ด้วยความเร็ว 376 นอต โดยชาวบ้านใกล้กับจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อเวลาประมาณ 14:40 น. ตามเวลาท้องถิ่น

China Eastern Airlines 737 carrying 133 people crashes in southern China – CCTV. More to follow. pic.twitter.com/cga0VJPFNA— Breaking Aviation News & Videos (@aviationbrk) March 21, 2022

สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการของจีนรายงานก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินลำนี้บรรทุกคนได้ 133 คน โดยขณะนี้เครื่องบินดังกล่าวตกลงสู่ภูเขาและเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งหน่วยกู้ภัยกำลังเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่าเครื่องบินพังทลาย ขณะที่พื้นที่ป่าใกล้เคียงเกิดเพลิงลุกไหม้ไปด้วย ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว

เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิต โดยทีมกู้ภัยกำลังเข้าช่วยเหลือแต่เนื่องจากตกบริเวณภูเขาทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก ขณะที่หน้าเว็บไซต์ China Eastern เปลี่ยนเป็นสีขาว-ดำ และระงับเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-800 ทั้งหมดของสายการบิน

Final moments of MU5735 reportedly shows the 737 in a steep dive before crashing into terrain in Guangxi Zhuang. pic.twitter.com/Jwf0lWdoI9— Breaking Aviation News & Videos (@aviationbrk) March 21, 2022

ขณะที่หุ้นโบอิ้งร่วง 6.8% สู่ 179.97 เหรียญสหรัฐในการซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐ ส่วนหุ้นในไชน่า อีสเทิร์น ซึ่งมีฐานอยู่ในเซี่ยงไฮ้ร่วงลงมากถึง 6.4% ในการซื้อขายในฮ่องกง

เหตุการณ์สำคัญครั้งล่าสุดที่ China Eastern ประสบคือในเดือนมิถุนายน 2013 เมื่อเครื่องบิน Embraer ไถลออกจากรันเวย์ขณะลงจอดที่สนามบินเซี่ยงไฮ้ ตามรายงานของ Aviaion Safety Network

ตามเว็บไซต์ของ Aviation Safety Network ระบุว่านี่เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 นับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2020

Aviation Safety Network ระบุว่าอุบัติเหตุเครื่องบินเจ็ตที่มีผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายของจีนคือในปี 2010 โดยมีผู้เสียชีวิต 44 คนจากทั้งหมด 96 คน เมื่อเครื่องบิน Embraer E-190 ของสายการบิน Henan Airlines ตกขณะเข้าใกล้สนามบินอี้ชุนในทัศนวิสัยต่ำ

Photo by REUTERS/Aly Song

จีนยันไม่ได้ช่วยรัสเซียโจมตียูเครน พร้อมแสดงจุดยืนต่อต้านสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678664

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 11:09 น.จีนยันไม่ได้ช่วยรัสเซียโจมตียูเครน พร้อมแสดงจุดยืนต่อต้านสงคราม

จีนแสดงจุดยืนต่อต้านสงคราม พร้อมทำทุกอย่างเพื่อบรรเทาวิกฤต ลั่นจีนเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา

CBS News เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของฉิน กัง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยยืนยันว่าจีนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธกับฝ่ายใดในสงครามยูเครน และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาวิกฤตที่เกิดขึ้น

สืบเนื่องจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐเอ่ยกับผู้นำจีนตรงๆ ว่า จีนต้องยอมรับกับผลที่จะเกิดขึ้นตามมาหากให้การสนับสนุนไม่ว่าในทางใดก็ตามแก่รัสเซีย

มาร์กาเร็ต เบรนแนน ผู้ดำเนินรายการถามต่อนายกังว่าจีนจะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียหรือไม่ ซึ่งกังกล่าวว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน นั่นคือจีนยืนหยัดเพื่อสันติภาพ และต่อต้านสงคราม

พร้อมเสริมว่า “เป็นประเทศที่รักสันติภาพ เราเกลียดที่จะเห็นสถานการณ์ในยูเครนมาถึงวันนี้ แบบนี้ และเราเรียกร้องให้หยุดยิงทันที และเรากำลังส่งเสริมการเจรจาสันติภาพ”

เมื่อถูกถามว่าจีนได้มอบความช่วยเหลือด้านอาวุธและเงินไปยังรัสเซียหรือไม่ กังตอบว่ามีข้อมูลเท็จที่อ้างว่าจีนให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัสเซีย สิ่งที่จีนทำคือให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ส่งอาหาร ยา ถุงนอน และของใช้สำหรับทารก ไม่ใช่อาวุธ

“เราต่อต้านสงคราม อย่างที่บอก เราจะทำทุกอย่างเพื่อบรรเทาวิกฤติ”

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย กังเผยว่าจีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันได้ และถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลาหลายปี มีความสนใจร่วมกันมากมาย ทำให้จีนอยู่ในจุดที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในความพยายามเพื่อการเจรจาสันติภาพ

โดยยืนยันว่าผู้นำจีนได้ขอให้ปูตินนึกถึงการกลับมาเจรจาสันติภาพกับยูเครนอีกครั้ง ซึ่งผู้นำรัสเซียก็รับฟัง และเราได้เห็นการเจรจาสันติภาพมา 4 ครั้งแล้ว ความสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้ของจีนกับรัสเซียเป็นความพยายามระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาวิกฤตด้วยสันติวิธี

“จีนเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา”

กังกล่าวว่าจีนสนับสนุนวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ รวมทั้งการเคารพอธิปไตยชองชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ รวมทั้งยูเครน แต่ในขณะเดียวกันมีความซับซ้อนในประวัติศาสตร์ของปัญหายูเครน

แต่ที่จีนไม่ประณามการบุกรุกของรัสเซียในยูเครนเนื่องจากมองว่า การประณามไม่ได้แก้ปัญหา “ผมจะแปลกในถ้ารัสเซียจะยอมถอยกลับเพราะการประณาม จีนยังคงส่งเสริมการเจรจาสันติภาพและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที และคุณก็รู้ การประณามอย่างเดียวไม่ได้ช่วยอะไร เราต้องการปัญญา เราต้องการความกล้าหาญ และเราต้องการการทูตที่ดี”

Photo by Ukrainian Armed Forces/via Reuters TV/Handout via REUTERS

สหรัฐประกาศกองทัพเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678651

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 09:35 น.สหรัฐประกาศกองทัพเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

จากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ รัฐบาลไบเดนได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าความรุนแรงที่ก่อขึ้นต่อชนกลุ่มน้อยโรฮิงญาโดยกองทัพเมียนมาร์มีความร้ายแรงเท่ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะประกาศการตัดสินใจในวันจันทร์นี้ที่พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวกับรอยเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับชะตากรรมของชาวโรฮิงญา เป็นเวลาเกือบ 14 เดือนหลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งและให้คำมั่นที่จะดำเนินการทบทวนความรุนแรงต่อชาวโรฮิงญาอีกครั้ง

กองกำลังติดอาวุธของเมียนมาร์เริ่มปฏิบัติการทางทหารในปี 2560 ซึ่งบังคับชาวโรฮิงญามุสลิมอย่างน้อย 730,000 คนจากบ้านเรือนของพวกเขาและเข้าไปลี้ภัยในบังกลาเทศ ซึ่งพวกเขาเล่าถึงการสังหาร การข่มขืนหมู่ และการลอบวางเพลิง ในปี 2564 กองทัพเมียนมาร์เข้ายึดอำนาจในการทำรัฐประหาร

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และสำนักงานกฎหมายภายนอกรัฐบาลได้รวบรวมหลักฐานเพื่อพยายามยืนยันถึงความร้ายแรงของเหตุทารุณดังกล่าวโดยเร็ว แต่แล้ว ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสมัยโดนัลด์ ทรัมป์กลับปฏิเสธที่จะตัดสินใจกระทำการใดๆ

บลิงเคนสั่งด้วยตัวเองให้มี “การวิเคราะห์ทางกฎหมายและข้อเท็จจริง” การวิเคราะห์สรุปได้ว่ากองทัพเมียนมากำลังก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และรัฐบาลวอชิงตันเชื่อว่าการตัดสินใจประณามกองทัพเมียนมาอย่างเป็นทางการจะเพิ่มแรงกดดันจากนานาชาติในการให้รัฐบาลเผด็จการทหารรับผิดชอบ

“มันจะทำให้พวกเขา (กองทัพเมียนมา) ยากที่จะล่วงละเมิดต่อไป” เจ้าหน้าที่อาวุโสคนหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศกล่าว

กองทัพเมียนมาร์ปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา ซึ่งถูกปฏิเสธไม่ให้สัญชาติเมียนมาร์ และกล่าวว่า กำลังดำเนินการปราบปรามผู้ก่อการร้ายในปี 2560

ภารกิจค้นหาข้อเท็จจริงของสหประชาชาติสรุปในปี 2561 ว่าปฏิบัติการของกองทัพเมียนมามี “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” (genocidal acts) รวมอยู่ด้วยแต่ รัฐบาลวอชิงตันกล่าวถึงความโหดร้ายในขณะนั้นว่าเป็น “การกวาดล้างชาติพันธุ์” (ethnic cleansing) ซึ่งเป็นคำที่ไม่มีคำจำกัดความทางกฎหมายภายใต้กฎหมายอาญาระหว่างประเทศ

“นี่เป็นสัญญาณบอกกับโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหยื่อและผู้รอดชีวิตในชุมชนโรฮิงญา และในวงกว้างมากขึ้นว่าสหรัฐฯ ตระหนักถึงความรุนแรงของสิ่งที่เกิดขึ้น” เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศคนที่สองกล่าวกับรอยเตอร์

การพิจารณาว่าการกระทำใดๆ เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จะไม่ได้ทำให้เกิดการลงโทษบุคคล/รัฐบาลนั้นโดยอัตโนมัติโดยสหรัฐฯ

นับตั้งแต่สงครามเย็น กระทรวงการต่างประเทศได้ใช้คำนี้อย่างเป็นทางการถึง 6 ครั้งเพื่อระบุถึงการสังหารหมู่ในบอสเนีย รวันดา อิรัก และดาร์ฟูร์ การโจมตีของกลุ่มไอเอสต่อชาวยาซิดีและชนกลุ่มน้อยอื่นๆ และล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ใช้กับการปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ของจีนและชาวมุสลิมอื่นๆ วึ่งจีนปฏิเสธข้อหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

นอกจากนี้ บิลงเคนจะประกาศเงินทุนเพิ่มเติม 1 ล้านดอลลาร์สำหรับกลไกการสืบสวนอิสระสำหรับเมียนมาร์ (IIMM) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่ตั้งอยู่ในเมืองเจนีวา ซึ่งกำลังรวบรวมหลักฐานสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

“มันจะเป็นการยกระดับจุดยืนของเรา ในขณะที่เราพยายามสร้างการสนับสนุนจากนานาชาติ เพื่อพยายามป้องกันความโหดร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อไป และจัดการกับสิ่งเหล่านั้น” เจ้าหน้าที่คนแรก กล่าว

เจฟฟ์ แมร์คลีย์ วุฒิสมาชิกสหรัฐ สมาชิกคณะกรรมการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภา ซึ่งนำคณะผู้แทนรัฐสภาไปยังเมียนมาร์และบังกลาเทศในปี 2560 ยินดีกับการเคลื่อนไหว

“แม้ว่าการตัดสินใจนี้จะล่าช้าไปนานแล้ว แต่ก็ยังเป็นขั้นตอนที่ทรงพลังและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการถือเอาระบอบการปกครองที่โหดร้ายนี้มาพิจารณา” เมอร์คลีย์กล่าวในแถลงการณ์

Photo -เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบังกลาเทศดูแลผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาหลังจากเดินทางมาถึงเตกนาฟ (Teknaf) เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2020 โดยชาวโรฮิงญา 32 คนเสียชีวิตบนเรือลากอวนประมงที่แออัดในอ่าวเบงกอลเป็นเวลาเกือบสองเดือน และหลายร้อยคนที่  “หิวโหย” ได้รับการช่วยเหลือจากเรือ / AFP / Suzauddin RUBEL

ต่อหน้านาโตทำท่าจะรับยูเครนเข้ากลุ่ม ลับหลังไม่ยอมรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678647

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 09:08 น. ต่อหน้านาโตทำท่าจะรับยูเครนเข้ากลุ่ม ลับหลังไม่ยอมรับ

นาโต (NATO) ปฏิเสธที่จะยอมรับยูเครนเมื่อมีการพูดคุยกันในที่ส่วนตัว แต่ในที่สาธารณะยังคงแสดงท่าทีว่ามีโอกาสดังกล่าว ประธานาธิบดีของประเทศยูเครนให้สัมภาษณ์กับ CNN

มูลเหตุสำคัญที่ทำให้รัสเซียต้องรุกรานยูเครนก็เพื่อหยุดยั้งการแสวงหาสมาชิกขององค์การนาโตเพิ่มเติมในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก หรือแนวทาง “มุ่งตะวันออก” ซึ่งในที่สุดนาโตก็ขยับมาถึงยูเครนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านประชิดพรมแดนรัสเซียและมีความเกี่ยวข้องกับรัสเซียอย่างมากในทางการเมืองและวัฒนธรรม

ขณะที่ผู้นำยูเครนก็แสดงท่าทีต้องการเป็นสมาชิกนาโต โดยมีคำเตือนจากรัสเซียจากรัสเซียไม่ให้ยูเครนและนาโตกระทการดังกล่าว จนในที่สุดรัสเซียก็ส่งกำลังทหารรุกรานยูเครนด้วยข้ออ้างว่า “เพื่อทำให้ยูเครนปลอดจากกองทัพ” ซึ่งเชื่อได้ว่าหมายถึงการทำให้ยูเครนไม่กลายเป็นฐานที่มั่นทางทหารเหมือนสมาชิกนาโตอื่นๆ ในยุโรปตะวันออก เพราะเป็นการเผชิญหน้าและคุกคามรัสเซียโดยตรง

แต่ล่าสุด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยจุดยืนที่แท้จริงของพันธมิตรนาโตที่นำโดยสหรัฐฯ เกี่ยวกับแนวโน้มที่ยูเครนจะเข้าร่วมนาโต ในการให้สัมภาษณ์กับ CNN เมื่อวันอาทิตย์ ว่านาโตแสดงท่าทีหน้าไหว้หลังหลอกเกี่ยวกับการรับยูเครนเป็นสมาชิก

“ผมขอพวกเขาเป็นการส่วนตัวให้พวกเขาพูดโดยตรงว่าเรา (นาโต) จะรับคุณ (ยูเครน) เข้าสู่นาโตในหนึ่งปีหรือสองหรือห้าปี เพียงแค่พูดโดยตรงและชัดเจน หรือเพียงแค่ปฏิเสธ และคำตอบก็ชัดเจนมาก คุณ (ยูเครน) จะไม่เป็นสมาชิกของนาโต แต่ในที่สาธารณะ ประตูจะยังคงเปิดอยู่” เซเลนสกี กล่าว

เซเลนสกีหมายความว่าเขาได้พูดคคุยกับนาโตแล้วเป็นการส่วนตัว คำตอบก็คือยูเครนจะไม่เป็นสมาชิกนาโตอย่างแน่นอน และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ในที่สาธารณะนาโตกลับทำเหมือนว่ายังให้โอกาสยูเครนอยู่

เซเลนสกีชี้ว่า “ถ้าเราเป็นสมาชิกนาโต สงครามก็คงไม่เริ่มต้นขึ้น ผมต้องการรับการค้ำประกันความปลอดภัยสำหรับประเทศของผม เพื่อประชาชนของผม” เซเลนสกี กล่าวกับ CNN

“ถ้าสมาชิกนาโตพร้อมที่จะเห็นเราเป็นพันธมิตรก็จงทำทันทีเพราะมีคนตายทุกวัน… ถ้าอยากเห็นเราอยู่ในสถานะครึ่งๆ กลางๆ ซึ่งเราไม่เข้าใจว่า (นาโต) จะรับเราได้หรือไม่ – คุณไม่สามารถทำให้เราอยู่ในสถานการณ์นี้ คุณไม่สามารถบังคับให้เราอยู่ในสถานะอิหลักอิเหลื่อได้” เซเลนสกี กล่าว

Photo by Handout / UKRAINIAN PRESIDENTIAL PRESS SERVICE / AFP

จีนมั่นใจยืนอยู่ข้างที่ถูกต้องในสงครามยูเครน-รัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678621

วันที่ 20 มี.ค. 2565 เวลา 16:18 น.จีนมั่นใจยืนอยู่ข้างที่ถูกต้องในสงครามยูเครน-รัสเซีย

ถือเป็นสัญญาณตอบโต้ท่าทีข่มขู่ของผู้นำสหรัฐที่บอกว่าจีนจะต้องรับผลที่ตามมาให้การสนับสนุนการรุกรานยูเครน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หวางอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า จีนยืนอยู่ในด้านที่ถูกต้องทางประวัติศาสตร์เหนือวิกฤตยูเครน และเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ และจุดยืนของจีนก็สอดคล้องกับความปรารถนาของประเทศส่วนใหญ่

“จีนจะไม่ยอมรับการบีบบังคับหรือแรงกดดันจากภายนอก และต่อต้านข้อกล่าวหาและความสงสัยที่ไม่มีมูลเกี่ยวกับจีน” หวางกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเย็นวันเสาร์ ตามคำแถลงที่เผยแพร่โดยกระทรวงต่างประเทศจีนเมื่อวันอาทิตย์

ความเห็นของหวางมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เตือนประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนเมื่อวันศุกร์ถึง “ผลที่ตามมา” หากรัฐบาลปักกิ่งให้การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

ระหว่างการสนทนาทางวิดีโอ สีบอกกับไบเดนว่าสงครามในยูเครนจะต้องยุติโดยเร็วที่สุด และเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ของนาโตจัดการเจรจากับรัฐบาลมอสโก อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้โยนความผิดให้รัสเซีย 

หวางกล่าวว่าข้อความที่สำคัญที่สุดที่สีส่งไปคือจีนเป็นกำลังสำคัญในการรักษาสันติภาพของโลกมาโดยตลอด

“เรายืนหยัดเพื่อรักษาสันติภาพและต่อต้านสงครามมาโดยตลอด” หวางกล่าว พร้อมย้ำว่าจีนจะตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ

“จุดยืนของจีนมีวัตถุประสงค์และยุติธรรม และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศส่วนใหญ่ เวลาจะพิสูจน์ว่าคำกล่าวอ้างของจีนอยู่ในด้านที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์”

เมื่อวันเสาร์ รองรัฐมนตรีต่างประเทศ เล่ออวี้เฉิง กล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซียต่อยูเครนนั้น “อุกอาจ” มากขึ้นเรื่อยๆ

สหรัฐฯ และพันธมิตรในยุโรปและเอเชียได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียต่อการรุกรานเพื่อนบ้านในวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งพวกเขาเรียกว่าสงครามรุกราน แต่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เขาบอกว่าเป็น “ปฏิบัติการพิเศษ” เพื่อทำให้ยูเครนปลอดทหารและ “ทำลายล้างพวกนาซี” ในยูเครน

รัฐบาลปักกิ่งยังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ารัสเซียมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่มีความชอบธรรม ซึ่งควรได้รับการแก้ไขและเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการฑูต ในขณะเดียวกันจีนก็กล่าวว่ายอมรับอธิปไตยของยูเครน

Source – REUTERS

Photo – REUTERS/Michael Dalder/File Photo

ศรีลังกาเศรษฐกิจสาหัส ชายสองคนเสียชีวิตขณะรอคิวน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678626

วันที่ 20 มี.ค. 2565 เวลา 18:20 น.ศรีลังกาเศรษฐกิจสาหัส ชายสองคนเสียชีวิตขณะรอคิวน้ำมัน

ศรีลังกาเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลากยาวตั้งแต่ปีที่แล้ว และมาพบกับราคาน้ำมันแพงแลข้าวของแพงซ้ำเติม จนคร่าชีวิตประชาชนไปเห็นๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลจากตำรวจศรีลังกาที่กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าชายสองคนจู่ๆ ก็ล้มทรุดลงกับพื้นและเสียชีวิตขณะรอในแถวเพื่อซื้อเชื้อเพลิง โดย 2 กรณีนี้เกิดขึ้นในคิวน้ำมันคนละคิวกัน ท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์

นลิน ธัลดูวา โฆษกตำรวจในโคลัมโบ เมืองหลวงของโคลอมโบ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนอยู่ในวัย 70 ปี เสียชีวิตระหว่างรอน้ำมันและน้ำมันก๊าดโดยเหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นในสองส่วนของประเทศที่ต่างกัน

เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ผู้คนเข้าคิวรอที่ปั๊ม บ่อยครั้งหลายชั่วโมง และศรีลังกาวิกฤตขนาดต้องตัดกระแสไฟฟ้า

“คนหนึ่งเป็นคนขับสามล้ออายุ 70 ??ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ในขณะที่คนที่สองอายุ 72 ปี ทั้งคู่เข้าแถวรอรับน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 4 ชั่วโมง” ธัลดูวา กล่าว

เมื่อวันอาทิตย์ ศรีลังการะงับการดำเนินงานที่โรงกลั่นน้ำมันเพียงแห่งเดียวหลังจากสต็อกน้ำมันดิบหมด อโศกา รันวาลา ประธานสหภาพพนักงานปิโตรเลียมทั่วไป กล่าว

การใช้น้ำมันก๊าดเพิ่มขึ้นหลังจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซหุงต้มเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซ ในวันอาทิตย์ที่ Laugfs Gas ซัพพลายเออร์รายใหญ่อันดับสองของประเทศขึ้นราคาเป็น 1,359 รูปี (4.94 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อถังขนาด 12.5 กก. บริษัท กล่าวในแถลงการณ์

ศรีลังกาประสบปัญหาในการหาเงินดอลลาร์เพื่อจ่ายค่าขนส่งน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม โดยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงเหลือ 2,310 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์

ในเดือนกุมภาพันธ์ อัตราเงินเฟ้อของศรีลังกาแตะ 15.1% สูงที่สุดในเอเชีย โดยอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารพุ่งสูงถึง 25.7% ข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลเปิดเผย

เมื่อต้นเดือนนี้ ธนาคารกลางของศรีลังกาลอยค่าเงินรูปี ทำให้ค่าเงินร่วงลงมากกว่า 30% อัตราแลกเปลี่ยนที่ประมาณ 275 รูปีต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคานมผงเพิ่มขึ้น 250 รูปี (0.90 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับแพ็ค 400 กรัมในวันเสาร์ กระตุ้นให้เจ้าของร้านอาหารขึ้นค่าชานมหนึ่งถ้วยเป็น 100 รูปี

Photo – ผู้คนยืนต่อคิวซื้อน้ำมันก๊าดสำหรับใช้ในบ้านที่ปั๊มน้ำมันในโคลัมโบเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565 (ภาพโดย Ishara S. KODIKARA / AFP)

สหรัฐแนะตุรกีส่งระบบขีปนาวุธรัสเซียที่ซื้อมาไปช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678605

วันที่ 20 มี.ค. 2565 เวลา 12:55 น.สหรัฐแนะตุรกีส่งระบบขีปนาวุธรัสเซียที่ซื้อมาไปช่วยยูเครน

สหรัฐยังคงเจรจากับสาชิกของนาโตเพื่อให้ส่งอาวุธของประเทศนั้นๆ ไปช่วยยูเครนทำสงครามกับรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งกับตุรกีอย่างไม่เป็นทางการถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ตุรกีส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ S-400 ที่ผลิตโดยรัสเซียไปยังยูเครน เพื่อช่วยต่อสู้กับกองกำลังรัสเซียที่รุกราน 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เสนอแนะในช่วงเดือนที่ผ่านมากับคู่เจรจาชาวตุรกี แต่ไม่มีการร้องขออย่างเฉพาะเจาะจงหรือเป็นทางการ แหล่งข่าวกล่าวกับรอยเตอร์ พวกเขากล่าวว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ในระหว่างการเยือนตุรกีของรองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเวนดี เชอร์แมนเมื่อต้นเดือนนี้

รัฐบาลไบเดนได้ขอให้พันธมิตรที่เคยใช้อุปกรณ์และระบบที่ผลิตในรัสเซีย ซึ่งรวมถึง S-300 และ S-400 พิจารณาส่งอาวุธเหล่านี้ไปยังยูเครน เพื่อป้องกันการรุกรานของรัสเซียที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.

แนวคิดนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าแน่นอนว่าจะต้องถูกโจมตีโดยตุรกี เป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายในวงกว้างระหว่างเชอร์แมนและเจ้าหน้าที่ของตุรกีว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรสามารถทำอะไรได้มากกว่าเพื่อสนับสนุนยูเครน และปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคี

ทางการตุรกีไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะหรือข้อเสนอใดๆ ของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนไปยังยูเครนของระบบ S-400 ของตุรกี ซึ่งเป็นประเด็นที่ขัดแย้งกันมานานระหว่างพันธมิตรนาโต้ทั้งสองประเทศ

เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศตุรกีไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันที

แหล่งข่าวและนักวิเคราะห์ของตุรกีกล่าวว่าข้อเสนอแนะใด ๆ ดังกล่าวจะไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้สำหรับตุรกี โดยอ้างถึงปัญหาตั้งแต่อุปสรรคทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งและการใช้งาน S-400 ในยูเครน ไปจนถึงข้อกังวลทางการเมือง เช่น การที่ตุรกีจะถูกตอบโต้จากรัสเซีย

รัฐบาลวอชิงตันได้ขอให้รัฐบาลอังการากำจัดแบตเตอรี่ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศที่สร้างโดยรัสเซียหลายครั้งตั้งแต่การส่งมอบครั้งแรกมาถึงในเดือนกรกฎาคม 2019 สหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของตุรกีและถอนตุรกีซึ่งเป็นสมาชิกนาโตออกจากโครงการเครื่องบินขับไล่ไอพ่น F-35 

รัฐบาลอังการากล่าวว่า ถูกบังคับให้เลือกใช้ S-400 ของรัสเซียเนื่องจากพันธมิตรนาโตไม่ได้จัดหาอาวุธให้ตามเงื่อนไขที่น่าพอใจ

เจ้าหน้าที่สหรัฐกระตือรือร้นที่จะยึดช่วงเวลานี้เพื่อดึงตุรกีกลับเข้าสู่วงโคจรอำนาจของรัฐบาลวอชิงตัน ความพยายามที่จะหาวิธีที่ “สร้างสรรค์” ในการปรับปรุงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดได้เร่งตัวขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังไม่มีข้อเสนอใดที่ได้รับความสนใจ แหล่งข่าวจากสหรัฐฯ และตุรกีกล่าว

“ดิฉันคิดว่าทุกคนรู้ว่า S-400 เป็นปัญหาที่มีมายาวนาน และบางทีนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถหาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหานี้” เชอร์แมนบอกกับสถานีโทรทัศน์ตุรกี Haberturk ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 มีนาคม

ไม่ชัดเจนว่าเธอหมายถึงอะไร และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของเธอ ทำเนียบขาวไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะในระหว่างการเยือนตุรกีของเธอ

ความพยายามดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างโดยฝ่ายบริหารของไบเดน เพื่อตอบสนองต่อคำวิงวอนของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่จะให้ช่วยปกป้องท้องฟ้าของยูเครน โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ผลิตในรัสเซียหรือโซเวียต เช่น S-300 ที่พันธมิตรนาโตรายอื่นมีและ S-400 เป็นที่ต้องการจากยูเครน

แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ทราบความคิดของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลวอชิงตันเสนอเรื่องนี้เป็นผลมาจากความพยายามครั้งใหม่ที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่รัฐบาลอังการาตื่นตระหนกกับการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

ประธานาธิบดีแอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกีไม่ได้รับแจ้งเตือนจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเกี่ยวกับแผนการโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบ แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งที่คุ้นเคยกับการอภิปรายดังกล่าว 

ตุรกีมีพรมแดนทางทะเลร่วมกับยูเครนและรัสเซียในทะเลดำ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองประเทศ โดยกล่าวว่าการรุกรานเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และแสดงความสนับสนุนต่อยูเครน แต่ยังคัดค้านการคว่ำบาตรมอสโกในขณะที่เสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย

นักวิเคราะห์กล่าวว่า รัฐบาลอังการาใช้คำพูดของตนอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ขุ่นเคืองต่อรัสเซียซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้านพลังงาน การป้องกันประเทศ และการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลอังการายังขายโดรนทหารให้กับยูเครน และลงนามในข้อตกลงเพื่อร่วมผลิตมากขึ้น ซึ่งทำให้รัฐบาลที่เครมลินไม่พอใจ ตุรกียังคัดค้านนโยบายของรัสเซียในซีเรียและลิเบีย รวมถึงการผนวกไครเมียในปี 2557

“(ตอนนี้) ตุรกีสามารถถ่วงดุลที่อันตรายเอาไว้ได้ แต่การถ่ายโอน S-400 ของรัสเซียจะสร้างความโกรธเคืองต่อรัสเซียอย่างแน่นอน” อารอน สไตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศในฟิลาเดลเฟีย กล่าว “และสำหรับแอร์โดอันแล้ว S-400 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจอธิปไตยของตุรกี ดังนั้นการแลกเปลี่ยนมันจึงไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้”

Source – REUTERS

Photo – REUTERS/File Photo