จีนพบแล้ว ‘กล่องดำ’ เครื่องบินโดยสารตกปริศนาในกว่างซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678922

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 16:55 น.จีนพบแล้ว ‘กล่องดำ’ เครื่องบินโดยสารตกปริศนาในกว่างซี

โศกนาฏกรรมที่ทำให้โลกตะลึง กล่องดำอาจจะช่วยไขปริศนาลึกลับเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้

หนานหนิง, 23 มี.ค. (ซินหัว) — วันพุธ (23 มี.ค.) ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ณ จุดเกิดเหตุเครื่องบินโดยสารตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เปิดเผยว่าค้นพบกล่องดำของเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว

อนึ่ง เครื่องบินโดยสารของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 132 คน พุ่งตกในอำเภอเถิงเซี่ยนของกว่างซี เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ (21 มี.ค.) ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ซินหัวรายงานด้วยว่า  จูเทา เจ้าหน้าที่สำนักบริหารการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อค้นหากล่องดำของเครื่องบินโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 132 คน และพุ่งตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันจันทร์ (21 มี.ค.)

จู ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยทางการบินของสำนักฯ แถลงข่าวว่าเครื่องบินลำดังกล่าวพังเสียหายอย่างรุนแรง ทำให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินไปอย่างยากลำบาก โดยขณะนี้ทีมสืบสวนดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบตามขั้นตอน ส่วนทีมกู้ภัยสำรวจจุดเกิดเหตุและออกค้นหากล่องดำ

นอกจากนั้นทีมสืบสวนยังได้สำรวจตรวจสอบแง่มุมอื่นๆ อย่างละเอียดอีกด้วย เช่น เที่ยวบิน การบำรุงรักษา การควบคุมการจราจรทางอากาศ อุตุนิยมวิทยา การออกแบบและการผลิตเครื่องบิน โดยทางการจีนยังไม่ทราบเบาะแสของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ราชวงศ์ดัตช์เปิดปราสาทรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678906

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 14:46 น.ราชวงศ์ดัตช์เปิดปราสาทรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

ปราสาทที่กลายเป็นมรดกแห่งชาตินี้กลายเป็นที่พักพิงของผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากจากแดนไกล ด้วยน้ำใจของชาวเนเธอร์แลนด์

สำนักข่าว DutchNews.nl รายงานว่าราชวงศ์ดัตช์มอบปราสาทสล็อตเท็ต เอาเดอ โล (Slot ‘t Oude Loo) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานเอ็ต โล (Het Loo) ใกล้เมืองอาเพลโดร์น (Apeldoorn) ให้เป็นที่พักสำหรับผู้ลี้ภัยจากยูเครน

สำนักพระราชวังระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงดังกล่าวทำขึ้นระหว่างสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์, หน่วยงานทรัพย์สินของรัฐ, หน่วยงานตั้งถิ่นฐานผู้ลี้ภัย COA และหน่วยงานท้องถิ่น

ทั้งนี้ ชาวยูเครน 6 ถึง 8 ครอบครัวหรือ 20 ถึง 30 คนจะสามารถอาศัยอยู่ในปราสาท ซึ่งเป็นกระท่อมล่าสัตว์สมัยศตวรรษที่ 16 ที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำ

โดยครั้งหนึ่งปราสาทแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายนารุฮิโตะและเจ้าหญิงมาซาโกะจากญี่ปุ่นอาศัยอยู่ภายในสองสามสัปดาห์ เมื่อเจ้าหญิงทรงต้องการหนีจากแรงกดดันของชีวิตในราชสำนักญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาทั้งสองพระองค์คือสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นในทุกวันนี้

ยังมีการเสนอพื้นที่ปราสาทอื่นๆ อีกหลายแห่งให้เป็นที่พักของผู้อพยพชาวยูเครนด้วย เช่น ปราสาทในในมหาวิทยาลัยไนเอโรเดอ ได้ตกลงที่จะจัดหาสถานที่ผู้ลี้ภัยประมาณ 30 คนจากยูเครนในหน่วยที่อยู่อาศัยสำเร็จรูปในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ปราสาทสล็อตเท็ต เอาเดอ โลถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ในปี ค.ศ. 1684 ปราสาทและที่ดินโดยรอบถูกซื้อโดยเจ้าชายวิลเลียมที่ 3 แห่งออเรนจ์ ประมุขราชรัฐออเรนจ์ (หรือพระเจ้าวิลเลียมที่ 3 แห่งอังกฤษ) ณ แผ่นดินผืนนี้ ทรงได้สร้างพระราชวังเอ็ต โล และปราสาทสล็อตเท็ต เอาเดอใช้เป็นที่เก็บรักษาตัวยาต่างๆ

ในศตวรรษที่ 19 ปราสาทตกอยู่ในมือของหลุยส์ นโปเลียนที่สั่งให้ถมคูรอบปราสาท ต่อมาสมเด็จพระราชินีวิลเฮลมินาแห่งเนเธอร์แลนด์ทรงสั่งให้ซ่อมปราสาทและขุดลอกคูเมืองโดยสถาปนิกปิแอร์ คูยเปอร์ส

ตั้งแต่ปี 1968 ปราสาทแห่งนี้ถูกครอบครองโดยทางการดัตช์ในปี 1973 ได้กลายเป็นมรดกของชาติ ปัจจุบันปราสาทถูกใช้โดยราชวงศ์ดัตช์เป็นที่แปรพระราชฐานในชนบทและเป็นที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ ตามปกติไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม

ภาพโดย Kasteelbeer/wikipedia

เปิดใจนักท่องเที่ยวรัสเซียในไทย กลับบ้านก็ไม่ได้ อยู่ต่อก็ไม่มีเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678899

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 14:11 น.เปิดใจนักท่องเที่ยวรัสเซียในไทย กลับบ้านก็ไม่ได้ อยู่ต่อก็ไม่มีเงิน

การคว่ำบาตรจากนานาชาติต่อรัสเซียหลังจาก วลาดิมีร์ ปูติน สั่งบุกยูเครนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในไทย หลายคนไม่สามารถจ่ายบิลค่าอาหารหรือที่พัก เพราะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัตรเครดิต ทั้งยังไม่สามารถกลับบ้านเนื่องจากเที่ยวบินถูกยกเลิก

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผยกับสำนักข่าว AP ว่า มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียราว 6,500 คนติดอยู่ที่ไทย โดยราวครึ่งนึ่งอยู่ที่ภูเก็ต ที่เหลือกระจายอยู่ในสุราษฎร์ธานี กระบี่ และพัทยา

เงินคือปัญหาหลักของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย หลังจากมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและยุโรปมีผลบังคับใช้ นักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็ไม่สามารถถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม หรือใช้บัตรเครดิต เพราะผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใหญ่อย่างวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดยุติการให้บริการ ทั้งยังไม่สามารถโอนเงินผ่านระบบ SWIFT

ชาวรัสเซียคู่หนึ่งที่บินมายังภูเก็ตในวันเดียวกับที่รัสเซียบุกยูเครนให้สัมภาษณ์กับ โจนาธาน เฮด จาก BBC ว่า พวกเขาจะพยายามอยู่ในไทยให้ได้นานที่สุดจนกว่าเงินจะหมด

ทั้งคู่เล่าให้เฮดฟังว่า ต้องตระเวนไปตามธนาคารที่แล้วที่เล่า ตู้เอทีเอ็มตู้แล้วตู้เล่า แต่ 9 จาก 10 ครั้งถูกปฏิเสธ แต่สุดท้ายพวกเขาได้เงินสดมาจำนวนหนึ่งจากช่องทางอื่นๆ ที่ยังเหลืออย่าง Western Union หรือคริปโตเคอร์เรนซี แต่ช่องทางเหล่านี้ก็ไม่ได้ใช้ได้ทุกวัน “บางอย่างที่เวิร์กเมื่อวาน มันอาจไม่เวิร์กสำหรับพรุ่งนี้”

ส่วน อีฟจีเนีย โกโซร์สกายา นักจิตวิทยาที่บินจากรัสเซียมาถึงไทยเมื่อวันที่ 27 ก.พ. พร้อมกับสามีและลูกๆ อายุ 7, 4 และ 2 ขวบ เดิมครอบครัวนี้ตั้งใจว่าจะบินกลับรัสเซียในวันที่ 28 มี.ค. แต่ตอนนี้เที่ยวบินของสายการบิน Aeroflot ของรัสเซียถูกยกเลิก

เธอเผยกับ AFP ว่า “เรากังวลมากเพราะลูกๆ ยังเล็ก เราไม่มีเงินพอจะอยู่ที่นี่ เราอยากไปสนามบินพรุ่งนี้ แต่ฉันไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง”

ด้าน ศิวพร บุญเรือง ล่ามอาสาสำหรับชาวรัสเซียที่ติดอยู่ที่กระบี่เผยกับ ABC ว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียบางคนไม่สามารถจ่ายบิล เพราะใช้บัตรวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ด บางคนที่ยังมีเงินสดหรือมีบัตรเครดิตของยูเนียนเพย์ที่ออกโดยบริษัทในจีนยังสามารถใช้ได้ แต่ร้านค้าต่างๆ ยังไม่ยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี

อีกหนึ่งปัญหาของนักท่องเที่ยวรัสเซียคือเที่ยวบินของสายการบิน Aeroflot ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศเนื่องจากนานาชาติปิดน่านฟ้าไม่ต้อนรับ แม้ไทยจะไม่ได้แบนเที่ยวบินจากรัสเซียก็ตาม ดังนั้นหนทางเดียวคือต้องใช้บริการสายการบินอื่นเพื่อไปต่อเครื่องที่ตะวันออกกลางเพื่อกลับรัสเซีย

ส่วนชาวยูเครนผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า ติดอยู่ราว 1,000 คน หนึ่งในนั้นคือ ยานา โมฮอนชุค และโอเลนา ควิโตสลาวา ยัตสคิฟ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่เดินทางถึงไทยตั้งแต่เดือน ม.ค. และยังไม่มีแผนว่าหากวีซ่านักท่องเที่ยวหมดอายุในเดือนหน้าแล้วจะทำอะไรต่อ

โมฮอนชุคเผยกับ South China Morning Post ว่า “…เราอยากกลับยูเครนและพยายามจองตั๋วเครื่องบิน แม่ของฉันบอกว่าไม่ให้กลับ ให้อยู่ที่ไทยก่อน”

ยูเลีย เยสิค ชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เผยว่า “ตอนนั้นทุกคนสิ้นหวังและช็อค ผู้ชายบางคนกลับไปรบ เมื่อ 2 วันก่อนคนหนึ่งไปโปรตุเกส นักท่องเที่ยวยูเครนหลายคนเงินไม่พอไป ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหาที่พักหรือหางาน พวกเขากำลังจะต่อวีซ่าซึ่งแพงมาก”

REUTERS/Jorge Silva

ชาวจาเมกาประท้วงรับเจ้าชายวิลเลียมเสด็จเยือน ยังแค้นเคยตกเป็นทาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678879

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 12:28 น.ชาวจาเมกาประท้วงรับเจ้าชายวิลเลียมเสด็จเยือน ยังแค้นเคยตกเป็นทาส

เจ้าชายวิลเลียม-ดัชเชสเคท เสด็จเยือนจาเมกา ปลุกประชาชนลุกฮือประท้วงเพราะอดีตที่พวกเขาลืมไม่ลง

รอยเตอร์สรายงานว่านักเคลื่อนไหวชาวจาเมกาจำนวนมากรวมตัวกันชุมนุมประท้วงด้านนอกสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในกรุงคิงส์ตัน เรียกร้องให้อังกฤษขอโทษและชดใช้ต่ออดีตอันขมขื่นของชาวจาเมกา ที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของระบบทาส เมื่อครั้งที่ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ

ขณะที่เจ้าชายวิลเลียม และดัชเชสแคเธอรีน ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เตรียมเสด็จเยือนจาเมกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเสด็จเยือนประเทศในเครือจักรภพแถบทะเลแคริบเบียนเป็นเวลา 8 วัน เนื่องในโอกาสสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี โดยเริ่มจากเบลิซ เป็นประเทศแรก ตามมาด้วยจาเมกา และบาฮามาส

“ฉันต้องการใช้ราชวงศ์อังกฤษตระหนักว่าพวกเขาได้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อชาวแอฟริกัน พวกเขาต้องขอโทษและคืนสิ่งที่พวกเขาได้ไปจากบรรพบุรุษของพวกเรา” ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าว

จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งลงนามโดยนักการเมือง ทนายความ และศิลปินชาวจาเมกาจำนวน 100 คน ระบุว่าการชดใช้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกิดการให้อภัย และการปรองดอง

ย้อนกลับไปในช่วงที่อังกฤษเริ่มออกล่าอาณานิคม ได้ยึดครองจาเมกาในปี 1665 และปรับปรุงเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลและแหล่งค้าทาสที่สำคัญของทวีปอเมริกา ก่อนที่จะยกเลิกระบบทาสในปี 1833 และได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ในปี 1962

เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลได้ประกาศแผนการที่จะเรียกเงินชดเชยจากอังกฤษมูลค่า 7,600 ล้านปอนด์ สำหรับการบังคับใช้แรงงานชาวแอฟริกันประมาณ 600,000 คนให้ทำงานในไร่อ้อยและกล้วยซึ่งสร้างความมั่งคั่งให้กับนายทาสชาวอังกฤษ

ทั้งนี้ การเสด็จเยือนประเทศในเครือจักรภพแถบทะเลแคริบเบียนของเจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสแคเธอรีน มีขึ้นราว 4 เดือนหลังจากที่บาร์เบโดส ประเทศในภูมิภาคแคริบเบียน อดีตอาณานิคมของอังกฤษ กลายเป็นชาติสาธารณรัฐและสิ้นสุดการปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยอย่างเป็นทางการ โดยประกาศถอดถอนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ออกจากการเป็นประมุขของรัฐ และ เดม ซานดรา เมสัน สาบานตนขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรก

ส่งผลให้ปัจจุบันราชอาณาจักรเครือจักรภพหรือรัฐเอกราชที่มีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงเป็นประมุข ได้แก่ ออสเตรเลีย, แคนาดา, จาเมกา, นิวซีแลนด์, ปาปัวนิวกินี, บาฮามาส, เบลีซ, เกรเนดา, ตูวาลู, เซนต์ลูเชีย, หมู่เกาะโซโลมอน, แอนติกาและบาร์บูดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

ขณะที่จาเมกาได้เริ่มดำเนินการที่อาจนำไปสู่เส้นทางเดียวกับบาร์เบโดส แต่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี

มาร์ลีน มาลาฮู ฟอร์ต อัยการสูงสุดของจาเมกากล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่าเธอได้รับคำแนะนำจากนายกรัฐมนตรีแอนดรูว์ โฮลเนสส์ ให้ปฏิรูปรัฐธรรมนูญให้เป็นสาธารณรัฐ แต่กระบวนการดังกล่าวจะต้องมีการลงประชามติตามรัฐธรรมนูญของจาเมกา ทำให้อาจใช้เวลานานกว่าบาร์เบโดสซึ่งมีขนาดเล็กกว่า และสามารถทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้ผ่านรัฐสภา

Photo by REUTERS/Gilbert Bellamy

รมว.ต่างประเทศยูเครนชี้มีจุดยืนเดียวกับจีนคือยุติสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678870

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 10:48 น.รมว.ต่างประเทศยูเครนชี้มีจุดยืนเดียวกับจีนคือยุติสงคราม

รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนเห็นด้วยจุดยืนจีน ยุติสงครามในยูเครน พร้อมเรียกร้องจีนแสดงบทบาทในการแก้ปัญหา

ดมีโทร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครนเผยว่ายูเครนและจีนมีจุดยืนเดียวกันคือต้องการยุติสงครามในยูเครน พร้อมเรียกร้องให้จีนร่วมหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

คูเลบาระบุว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนและจีนอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ความเข้าใจ และผลประโยชน์ซึ่งกันและกันมานานหลายทศวรรษ เรามีจุดยืนเดียวกันคือต้องการหาทางแก้ไขปัญหาทางการเมืองอันนำมาซึ่งสงครามในยูเครน และขอเรียกร้องให้จีนซึ่งเป็นมหาอำนาจระดับโลก มีบทบาทสำคัญในความพยายามนี้”

For decades, the Ukrainian-Chinese relations have been based on mutual respect, understanding and benefit. We share Beijing’s position on the need to find a political solution to the war against Ukraine and call on China as a global power to play an important role in this effort.— Dmytro Kuleba (@DmytroKuleba) March 21, 2022

ขณะที่แอนดริว เยอร์มัค ผู้ช่วยอาวุโสของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเผยว่าอาจมีการเจรจาระหว่างผู้นำยูเครน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในอนาคตอันใกล้นี้

พร้อมระบุว่ายูเครนเห็นท่าทีที่เป็นกลางของจีน และคาดหวังให้จีนมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการยุติสงครามครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ผู้นำจีนได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐ โดยแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจีนต่อต้านสงคราม ไม่ต้องการเห็นสถานการณ์รุนแรงในยูเครน และสนับสนุนสันติภาพในยูเครน

ขณะที่ฉิน กัง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้มีการหยุดยิงและกล่าวว่าจีนกำลังส่งเสริมการเจรจาสันติภาพอย่างเต็มที่ และจะทำทุกทางเพื่อบรรเทาวิกฤตด้วยสันติวิธี พร้อมเน้นย้ำว่าจีนเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา

Photo by REUTERS/Murad Sezer

ผู้มีอิทธิพลในรัสเซียอาจหาญวางแผนลอบวางยาพิษปูติน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678827

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 18:49 น.ผู้มีอิทธิพลในรัสเซียอาจหาญวางแผนลอบวางยาพิษปูติน

เมื่อเร็วๆ นี้ปูตินเพิ่งสั่งเปลี่ยนคนงานในเครมลินยกชุดนับพันคนเพราะกลัวว่าจะถูกวางยาพิษ

หน่วยข่าวกรองของยูเครนเผยว่า กลุ่มอีลีทในรัสเซียกลุ่มหนึ่งวางแผนกำจัดประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ด้วยการวางยาพิษ และไปไกลถึงขั้นวางตัวให้ อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับ FSB นั่งเก้าอี้แทนปูติน เพราะหวั่นผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตกต่อรัสเซีย

Dailymail รายงานว่า ผู้อำนวยการใหญ่หน่วยสืบราชการลับยูเครนเผยว่า “เป็นที่ทราบกันว่าบอร์ตนิคอฟและตัวแทนผู้มีอิทธิพลคนอื่นๆ ของชนชั้นสูงรัสเซียกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อกำจัดปูตินออกจากอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางยาพิษ ทำให้ป่วยแบบเฉียบพลัน หรือเหตุบังเอิญอื่นๆ”

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้บอร์ตนิคอฟเคยทำงานเคียงข้างกับปูตินในหน่วยสายลับ KGB แต่หลังจากเกิดความสูญเสียกับกองทัพรัสเซียในยูเครนเมื่อเร็วๆ นี้เขาก็ไม่ใช่คนโปรดของปูตินอีกต่อไป ถึงอย่างนั้นบอร์ตนิคอฟก็ยังมีอิทธิพลในกลุ่มคนวงในในรัสเซีย

แหล่งข่าวตะวันตกคนหนึ่งเผยกับ Daily Mirror ว่า “ข่าวลือเหล่านี้และความสงสัยภายในกลุ่มคนวงในของมอสโกจะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงและสงสัยในตัวผู้นำ มีข้อสงสัยที่สำคัญว่าคนจำนวนหนึ่งอาจพยายามกำจัดประธานาธิบดีรัสเซียจริงๆ ในตอนนี้ แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นต้องคอยดู”

ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองลับฝรั่งเศสจากแผนกความมั่นคงภายนอก (DGSE) ที่เคยมีประสบการณ์อยู่ในวงการลอบสังหารเผยกับ The Daily Beast ว่า “การลอบสังหารปูตินอยู่บนโต๊ะการวางแผนของทุกหน่วยข่าวกรอง ผมรู้เพราะผมเคยวางแผนมาแล้ว” โดยวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การวางยาพิษ

อดีตเจ้าหน้าที่รายนี้เชื่อว่า “ความพยายามลอบสังหารน่าจะมาจากภายในเครมลินเอง ไม่ใช่มาจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างชาติ”

หากเป็นอย่างที่หน่วยข่าวกรองยูเครนว่าจริง นี่ไม่ใช่การพยายามลอบสังหารผู้นำของรัสเซียครั้งแรก ย้อนกลับไปในปี 1866 ดมิทรี คาราโคซอฟ นักเคลื่อนไหวเพื่อการปฏิวัติ พยายามสังหารพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแต่ล้มเหลว

The Daily Beast รายงานว่า ความพยายามลอบสังหารผู้นำรัสเซียอีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1952 ที่ Hotel Peking ในจัตุรัสมายาคอฟสกี ซึ่งเป็นโรงแรมที่จะใช้เป็นสถานที่จัดงานฉลองความสัมพันธ์ซิโน-โวเวียต

The Daily Beast ระบุว่า เหมาเจ๋อตงส่งเชฟคนโปรดมายังกรุงมอสโกเพื่อเปิดภัตตาคารอาหารจีนในโรงแรม Hotel Peking ทว่าเชฟคนนี้แท้จริงแล้วเป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาเพื่อสังหาร โจเซฟ สตาลิน แต่ฝ่ายโซเวียตไหวตัวทันจึงส่งเจ้าหน้าที่ KGB เข้ามาปลิดชีพนักฆ่าคนนี้ด้วยการใช้มีดอีโต้ฟันที่ศีรษะ

อดีตเจ้าหน้าที่ DGSE บอกว่า น่าจะเหลือแต่สายลับรัสเซียเท่านั้นที่ยังใช้วิธีวางยาพิษสังหารผู้คน โดยยกตัวอย่างการใช้ยาพิษเพื่อกำจัดศัตรูของเครมลินหลายเคส อาทิ การวางยาพิษแทลเลียมในกาแฟของ นิโคไล คาโคลฟ KGB แปรพักตร์ เมื่อปี 1957 ไปจนถึงการพยายามสังหาร วิกเตอร์ ยูชเชนโก หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดียูเครน ด้วยการวางยาพิษไดออกซินในอาหารค่ำ

นอกจากนี้ยังมีการวางยาพิษฝ่ายตรงข้ามอีกหลายครั้ง เช่น การเสียชีวิตเมื่อปี 2006 ของอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก จากโพโลเนียม-210 การใช้โนวิโช้คกับ เซอร์เก สกรีปาล อดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษเมื่อปี 2018 และการลอบสังหาร อเล็กซี นาวัลนี ด้วยโนวิโช้คเช่นกันในปี 2020

อย่างไรก็ดี การลอบสังหารปูตินไม่ใชเรื่องง่าย แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพรัสเซียเผยว่า เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ปูตินสั่งเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในเครมลินยกชุดราว 1,000 คน ตั้งแต่พ่อครัว พนักงานซักล้าง เลขาฯ ไปจนถึงบอดีการ์ดที่มีหน้าที่ทำงานใกล้ชิดปูติน แล้วนำคนงานชุดใหม่เข้ามาแทน เพราะกลัวว่าคนเหล่านี้จะลอบวางยาพิษ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ปูตินยังปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตนับตั้งแต่เปิดศึกกับยูเครน โดยตื่นนอนเวลา 12.00 น. ก่อนเริ่มอาหารมื้อแรกที่ต้องผ่านการตรวจหาสารพิษแล้ว จากนั้นจะจิบกาแฟและว่ายน้ำเป็นเวลา 2 ชั่วโมง

เมื่อกลับเข้ามาทำงานปูตินจะไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทุกชนิด เพราะไม่ไว้ใจในเรื่องความปลอดภัยทางออนไลน์ เอกสารทุกอย่างจะอยู่ในรูปของกระดาษอยู่ในแฟ้มสีแดง ยกเว้นโทรศัพท์ที่ใช้โครงข่ายคมนาคมสื่อสารในยุคอดีตสหภาพโซเวียต

อดีตเจ้าหน้าที่ DGSE บอกว่า “ปูตินรู้แน่นอนว่ามีคนต้องการเก็บเขา การฆ่าปูตินไม่ใช่งานง่าย แต่ปูตินรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ และนั่นทำให้เขากลัวแน่นอน”

อดีตเจ้าหน้าที่รายนี้เผยอีกว่า “ปูตินจะเดินทางไกลๆ ด้วยรถยนต์ ไม่มีรถหุ้มเกราะใดๆ ที่สามารถรอดจากระเบิดไม่กี่ตันที่ฝังไว้ใต้ถนน” และว่า การโจมตีใดๆ กับปูตินจะทำให้คนที่อยู่วงใน หรือเงาที่อยู่วงนอกระวังตัวมากขึ้น “มันจะเป็นงานที่แพงมาก ต้องใช้เงินมหาศาล จากประสบการณ์ของผม ผมพนันว่าเงินมีพร้อมแล้ว และพร้อมมาตลอด”

Sputnik/Ramil Sitdikov/Kremlin via REUTERS

ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นการดิ่งของ China Eastern ไม่ปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678796

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 15:06 น.ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นการดิ่งของ China Eastern ไม่ปกติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินหลายคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตกที่ไม่ปกติของเครื่องบินสายการบิน China Eastern Airlines ที่เป็นอุบัติเหตุด้านการบินที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปีของจีน

ข้อมูลการบินจาก Flightradar24 ระบุว่า เที่ยวบิน MU5735 บินอยู่ที่ระดับความสูง 29,000 ฟุต (8,839.2 เมตร) และอยู่ห่างประมาณ 100 ไมล์ (160.93 กิโลเมตร) จากจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นจุดที่นักบินจะเริ่มลดเพดานบินเพื่อเตรียมลงจอด แต่แทนที่จะค่อย ๆ ปรับลดเพดานบินลงประมาณ 1,000 ฟุตต่อนาที เครื่องบินกลับดิ่งลงด้วยความเร็วกว่า 30,000 ฟุต (9.1 กิโลเมตร) ต่อนาทีภายในเวลาไม่กี่วินาที

โดยรวมแล้วเครื่องบินลำนี้ดิ่งลงเกือบ 26,000 ฟุต (7.9 กิโลเมตร) ภายในเวลาราว 1 นาที 35 วินาที และดูเหมือนว่าการดิ่งลงของเครื่องบินหยุดไปราว 10 วินาทีแล้วไต่ระดับความสูงขึ้นไปช่วงสั้นๆ ก่อนจะดิ่งลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ซึ่งเพิ่มความผิดปกติให้กับเหตุการณ์เข้าไปอีก

ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สอบสวนเหตุเครื่องบินตกแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ตัวเครื่องดิ่งลงจากการบินรักษาระดับความสูงในการเดินทางไปยังจุดหมาย (cruising altitude) แต่มีน้อยครั้งมากที่จะเหมือนกับการตกของเครื่องบินโบอิง 737-800 ที่ดิ่งลงฮวบฮาบสู่พื้นดิน

จอห์น ค็อกซ์ (John Cox) ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยการบินและอดีตนักบินเครื่องบินโบอิงตระกูล 737 เผยกับ Bloomberg ว่า “มันแปลกมาก มันยากมากที่เครื่องบินจะบินในลักษณะนี้”

เจฟฟ์ กัซเซตติ (Jeff Guzzetti) อดีตหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบอุบัติเหตุประจำสำนักงานการบินของรัฐบาลสหรัฐเผยกับ Bloomberg ว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่แปลกมาก

ทั้งค็อกซ์และกัซเซตติบอกว่า แม้ว่าข้อมูลจาก Flightradar24 เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น แต่เส้นทางบินที่ค่อนข้างตรงของเที่ยวบิน MU5735 และช่องสัญญาณสื่อสาร (transponders) ของเครื่องที่ยังทำงานอยู่ในระหว่างที่เกิดเหตุ บ่งชี้ว่าเครื่องบินไม่ได้หยุดทำงานเหมือนกับกรณีที่กลุ่มก่อการร้ายวางระเบิดเครื่องบินในบางกรณี

ผู้เชี่ยวชาญทั้งคู่เผยกับ Bloomberg อีกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่เครื่องบินลดระดับลงอย่างรวดเร็วจากการบินรักษาระดับความสูง ทว่าส่วนใหญ่มีความแตกต่างกันมาก

ตัวอย่างเช่น การสอบสวนของสำนักสอบสวนและวิเคราะห์ความปลอดภัยการบินพลเรือนของฝรั่งเศสระบุว่า เที่ยวบิน 447 ของสายการบิน Air France ที่ตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2009 แต่เครื่องบินลำนี้ตกลงช้ากว่าหลังจากเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วถูกเคลือบด้วยน้ำแข็ง และนักบินเกิดความสับสน โดยผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 228 คนบนเครื่องบินแอร์บัส SE A330 เสียชีวิต

อีกกรณีหนึ่งคือ คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐ (NTSB) พบว่า เครื่องบินขนส่งของบริษัท Atlas Air Worldwide ตกลงในหนองน้ำใกล้กับเมืองฮุสตันเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2019 เนื่องจากนักบินผู้ช่วยเกิดความสับสนและพาเครื่องบินดิ่งลงพื้น เครื่องบินลำนี้ตกลงมาในช่วงเวลาที่สั้นกว่าและตกไม่เร็วเท่ากับเครื่องบินของ China Eastern

อีกครั้งหนึ่งที่คล้ายกับกรณีของ China Eastern คือ เครื่องบินโบอิง 737-300 ของสายการบิน Silk Air ที่มีผู้โดยสารและลูกเรือ 104 รายตกลงในแม่น้ำในอินโดนีเซียเสียชีวิตยกลำเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 1997 โดยเครื่องบินลำดังกล่าวดิ่งลงด้วยความเร็วกว่า 38,000 ฟุต (11,582 เมตร) ต่อนาที

เหตุการณ์นี้ NTSB สรุปว่า นักบินตั้งใจทำเครื่องตก โดยระบบบันทึกข้อมูลการบินและระบบบันทึกเสียงและสัญญาณวิทยุภายในห้องนักบินถูกปิดอย่างเป็นปริศนาไม่นานหลังจากเกิดความผิดปกติ ดังนั้นจึงไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับวิถีการตก

อย่างไรก็ดี เบนจามิน เบอร์แมน (Benjamin Berman) อดีตผู้สอบสวนเหตุเครื่องบินตกของ NTSB ที่เคยมีประสบการณ์ขับเครื่องบินโบอิง 737 เผยกับ Bloomberg ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุการตกของเครื่องบินของ China Eastern

เบอร์แมนบอกว่า เป็นไปได้ที่จะเกิดสถานการณ์ต่างๆ มากมายสำหรับความผิดพลาดบางประเภท ความผิดพลาดของนักบิน หรือหลายอย่างรวมกันที่นำไปสู่การตก

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้บอกว่า แต่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้เลย โดยเขาเห็นด้วยกับค็อกซ์และกัซเซตติที่บอกว่า เครื่องบินโบอิง 737-800 ก็เหมือนกับเครื่องบินอื่นๆ ที่ถูกออกแบบเพื่อไม่ไห้ดิ่งลงแบบตั้งฉาก

เบอร์แมนกล่าวว่า นั่นหมายความว่านักบินต้องใช้ความพยายามอย่างมาก หรือต้องเป็นความผิดพลาดที่ผิดปกติอย่างมาก และว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้เครื่องดิ่งลง ตั้งแต่นักบินหัวใจวายแล้วทรุดลงไปทับแผงควบคุม ไปจนถึงเครื่องยนต์ที่ใช้ยกหรือกดหัวเครื่องบินขัดข้อง แต่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเป็นเวลาสั้นๆ หรือมีวิธีที่ง่ายสำหรับนักบินในการรับมือเหตุขัดข้องดังกล่าว

“มันต้องมีอะไรบางอย่างถึงทำให้หัวเครื่องบินปักลง” เบอร์แมนทิ้งท้าย

เช่นเดียวกับ ฮัสซัน ชาฮิดิ ประธานและซีอีโอมูลนิธิความปลอดภัยทางการบินที่เผยกับ Today ว่า เหตุการณ์ของเที่ยวบิน MU5735 ไม่ปกติ “ตั้งแต่การร่วงลงมาจนถึงเครื่องตกใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที นี่ผิดปกติมากและนี่เรียกว่าการสูญเสียการควบคุมขณะทำการบิน (LOC-I)”

ชาฮิดิย้ำว่า โบอิง 737-800 ปลอดภัย เราใช้กันมานานหลายสิบปีแล้ว ทั่วโลกมีประมาณ 4,200 ลำ ราว 1,100 ลำในจีน และมีสถิติความปลอดภัยที่ดีมากมานานหลายสิบปี “ผมไม่กังวลเกี่ยวกับสถิติความปลอดภัยโดยทั่วไปของเครื่องบินนี้”

ส่วน นีล แฮนส์ฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินจาก Port Stephens ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า การตกในแนวดิ่งสามารถให้เบาะแสว่าเกิดอะไรขึ้น

“มันร่วงลงมาเหมือนก้อนหิน หากมีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างบินเครื่องบินจะต้องตกแบบมีวิธีโค้งเล็กน้อย แต่นี่มันตกลงมาตรงๆ เป็นไปได้ว่าเมื่อตรวจสอบสาเหตุต่างๆ แล้ว มันอาจถูกโจมตีด้วยอาวุธทางการทหาร หรือมีนักบินเข้ามาแทรกแซง หรือการชนกัน” แฮนส์ฟอร์ดเผย

แฮนส์ฟอร์ดกล่าวอีกว่า “มันเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากว่าจะเป็นความเสียหายอย่างปีกหลุด ที่ทำให้เครื่องตกลงมาจากฟ้าในลักษณะอย่างที่เราเห็น”

ไบเดนลั่นสหรัฐจะเป็นผู้นำระเบียบโลกใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678784

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 13:58 น.ไบเดนลั่นสหรัฐจะเป็นผู้นำระเบียบโลกใหม่

การผงาดของจีน การท้าทายของรัสเซียกำลังสั่นคลอนฐานะมหาอำนาจของสหรัฐ แต่ไบเดนเชื่อมั่นว่าประเทศของเขาจะเป็นผู้นำต่อไป

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมรายไตรมาสของผู้บริหารของ Business Roundtable ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐกล่าวว่าโลกกำลังอยู่ใน “จุดเปลี่ยน” ซึ่ง “เกิดขึ้นทุกสามหรือสี่ชั่วอายุคน” และขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกาในฐานะผู็ที่ชี้ขาดผลลัพธ์ของจุดเปลี่ยนนี้

“อย่างที่ทหารชั้นนำคนหนึ่งพูดกับผมในการประชุมด้านความมั่นคงเมื่อวันก่อน มีผู้เสียชีวิต 60 ล้านคนระหว่างปี 1900 ถึง 1946 และตั้งแต่นั้นมา เราก็ได้จัดตั้งระเบียบโลกแบบเสรีขึ้นและนั่นก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาช้านานแล้ว ” ไบเดนกล่าว

เขากล่าวต่อไปว่า “ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตไป แต่ไม่มีช่วงไหนใกล้เคียงกับความโกลาหล แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป มันกำลังจะมีระเบียบโลกใหม่ และเราจะเป็นผู้นำ (ระเบียบโลก) เราจำเป็นต้องสร้างเอกภาพของประเทศโลกเสรีในการทำเช่นนี้”

ทั้งนี้ ระเบียบโลกใหม่ (New world order) หมายถึงการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอำนาจในการชี้นำ “เทรนด์” เช่น คุณค่า ค่านิยม แนวคิดทางการเมือง ระเบอบการเมืองของโลก เหมือนที่ไบเดนกล่าวว่า “เราจำเป็นต้องสร้างเอกภาพของประเทศโลกเสรีในการทำเช่นนี้” นั่นคือระเบียบโลกใหม่จำเป็นต้องชี้นำโดยประเทศโลกเสรีที่นำโดยสหรัฐ

แต่คำว่า “ประเทศโลกเสรี” (Free world) เป็นคำที่ใช้ในยุคสงครามเย็น ตรงกันข้ามกับโลกหลังม่านเหล็ก (Iron Curtain) ที่นำโดยสหภาพโซเวียต การที่ไบเดนเอ่ยถึงคำนี้อีกครั้ง อาจสะท้อนว่าเป้าหมายของเขาคือการเผชิญหน้ากับรัสเซียและจีน

Photo – REUTERS/Leah Millis

คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียไม่คืบ EU เสียงแตก เพราะบางประเทศไม่เอาด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678765

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 12:24 น.คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียไม่คืบ EU เสียงแตก เพราะบางประเทศไม่เอาด้วย

สหภาพยุโรปยังไม่มีมติเห็นชอบคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย เยอรมนีต้องพึ่งพาน้ำมันปริมาณมาก

หลังจากที่มีการเปิดเผยร่างแถลงการณ์ของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งระบุว่าจะประกาศเห็นชอบลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินจากรัสเซีย ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อคืนวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีการลงมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซีย

โดยเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์มองว่าสหภาพยุโรปพึ่งพาน้ำมันและก๊าซปริมาณมากจากรัสเซีย และยังไม่สามารถตัดขาดได้ในตอนนี้

“คำถามเรื่องการคว่ำบาตรน้ำมัน มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราต้องการหรือไม่ต้องการ แต่มันอยู่ที่ว่าเราต้องพึ่งพาน้ำมันมากแค่ไหน เยอรมนีนำเข้าน้ำมันของรัสเซียจำนวนมาก รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ไม่สามารถยุติการนำเข้าได้ในวันนี้” อันนาเลนา แบร์บ็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีกล่าวต่อผู้สื่อข่าว

สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายที่ต้องการให้ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึง กาเบรียล ลันสเบอร์กีส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของลิทัวเนียซึ่งกล่าวบนทวิตเตอร์ว่า “ทำไมยุโรปจะต้องให้เวลาปูตินในการกอบโกยรายได้จากน้ำมันและก๊าซมากขึ้นด้วย? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้พอร์ตยุโรป? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้ธนาคารรัสเซียที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตรในยุโรป? ถึงเวลาที่ต้องยุติแล้ว”

ก่อนหน้านี้ผู้นำลัตเวียยังได้กดดันให้ยุโรปคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย โดยมองว่าหากหยุดพึ่งพาพลังงานของรัสเซียก็จะเป็นการหยุดการระดมทางทหารของรัสเซียด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศในสหภาพยุโรปพึ่งพาพลังงานของรัสเซียมากกว่า โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียกว่าร้อยละ 40 นำเข้าน้ำมันร้อยละ 27 และนำเข้าถ่านหินเกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด แม้ว่าการคว่ำบาตรจะตัดขาดเงินหลายร้อยล้านยูโรต่อวันไปยังรัสเซีย แต่ก็อาจกระทบต่อเศรษฐกิจของยุโรปและผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกด้วย

ด้านโจเชป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า การที่รัสเซียดำเนินการปิดล้อมและทิ้งระเบิดที่มาริอูโปลนั้นถือว่าเป็น “อาชญากรรมสงครามครั้งใหญ่” ซึ่งยุโรปจะยกระดับบทลงโทษต่อรัสเซีย และจะมีการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในภายหลัง

โดยที่ผ่านมาสหภาพยุโรปและประเทศพันธมิตรได้ออกมาตรการลงโทษ โดยเน้นการคว่ำบาตรต่อธนาคารและผู้มีอิทธิพลในรัสเซีย ตลอดจนแบนเครื่องบินรัสเซียจากน่านฟ้าของสหภาพยุโรป และยุติการส่งออกเทคโนโลยี

ขณะที่สหรัฐประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียไปแล้ว ส่วนสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทำภายในสิ้นปี 2022

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ยังไม่พบศพ ปฏิบัติการค้นหาร่างเหยื่อเครื่องบิน ‘ไชน่า อีสเทิร์น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678759

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 11:23 น.ยังไม่พบศพ ปฏิบัติการค้นหาร่างเหยื่อเครื่องบิน 'ไชน่า อีสเทิร์น'

จีนเผยไม่พบสัญญาณผู้รอดชีวิต เร่งค้นหาร่างเหยื่อเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ตกกลางหุบเขา

สืบเนื่องจากเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 อายุการใช้งาน 6 ปีของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น (China Eastern Airlines Corp.) สายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศจีน เที่ยวบิน MU 5735 ตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ความคืบหน้าล่าสุดจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กและรอยเตอร์สรายงานว่าเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยปฏิบัติการค้นหาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พบเศษซากเครื่องบินหลายชิ้นเกลื่อนบนภูเขาที่ถูกไฟไหม้จากเหตุเครื่องบินตก นอกจากนี้ยังมีซากบัตรประจำตัวประชาชนและกระเป๋าสตางค์ที่ถูกไฟไหม้ แต่ยังไมพบร่างของผู้โดยสารทั้ง 123 คน และลูกเรืออีก 9 คน

ด้านสื่อของทางการจีนอ้างเจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งระบุว่าไม่พบสัญญาณผู้รอดชีวิต โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่บรรดาครอบครัวของผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องกำลังติดตามความคืบหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนหุ้นของโบอิ้งและไชน่า อีสเทิร์นร่วงไปตามๆ กัน

China Daily via REUTERS

Final moments of MU5735 reportedly shows the 737 in a steep dive before crashing into terrain in Guangxi Zhuang. pic.twitter.com/Jwf0lWdoI9— Breaking Aviation News & Videos (@aviationbrk) March 21, 2022

China Eastern Airlines 737 carrying 133 people crashes in southern China – CCTV. More to follow. pic.twitter.com/cga0VJPFNA— Breaking Aviation News & Videos (@aviationbrk) March 21, 2022