วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน

วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน

12 มี.ค. 2568 08:00 น.

วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน

ถือเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองอีกคนของวงการบันเทิง ด้วยวัยเพียง 13 ปี น้องวายุ หรือ วายุมันตรา วงศ์ปัญญาเสถียร สาวน้อยวัยใสที่มุ่งมั่นและตั้งใจอยากเป็นนักแสดงของวงการบันเทิง

แล้วความฝันของเธอก็เป็นจริง เมื่อ น้องวายุ ได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ครูมิ้งค์ เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร ผู้กำกับฯ สายบุญ, นักเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ รวมทั้งยังเป็นแอ็คติ้งโค้ช และคนเขียนบทซีรีส์เรื่อง กัษธิษฐาน ให้เธอมารับบท สาลี่ หนึ่งในนักแสดงของซีรีส์เรื่องนี้ ผลิตโดย ค่าย U Entertainment 

น้องวายุ กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 2 โรงเรียนสาธิต มศว. องครักษ์ จ.นครนายก เคยผ่านงานแสดงมาบ้าง กับภาพยนตร์เรื่อง FOLLOW ตาม ซึ่งรอลงโรงฉายในเร็วๆ นี้ และ MV เพลง ได้แต่นึกถึง ของศิลปิน โอนลี่ มันเดย์ ซึ่งถูกนำมา COVER เป็น MV แนวยูริ โดย น้องวายุ บอกว่า เป็นการเล่น MV ที่ดราม่ามากๆ แต่ก็สนุกมากเช่นกัน

วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน

สำหรับซีรีส์เรื่องกัษธิษฐาน ถือเป็นซีรีส์เรื่องแรกแบบเต็มตัวของเธอ โดยคาแร็กเตอร์ที่เธอได้รับนั้นคือสาลี่ สาวน้อยวัยใส หลาน ป้าแจง (นุช นงค์นุช ภิรมย์รื่น) ที่เติบโตในวัง สีตลรัศมิ์ อุปนิสัยสนุกสนาน ร่าเริง ช่างพูด ช่างถาม แจ๋ทุกเรื่อง ถือเป็นตัวละครที่สดใสที่สุดในวังนี้

“หนูตื่นเต้นมากค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มาเล่นซีรีส์เรื่องนี้ เป็นความใฝ่ฝันของหนูที่จะได้ไปกองถ่าย ได้ทำการแสดง และได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ หนูขอขอบคุณผู้จัดฯ ผู้กำกับฯ ทีมงานทุกคน ครูมิ้งค์ แม่นุช ที่เอ็นดูหนู คอยดูแลหนู และให้หนูเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้ค่ะ

เรื่องการแสดง ก็ยากนะคะ หนูได้เรียนแอ็คติ้งกับครูมิ้งค์หลายครั้ง ครูมิ้งค์สอนหลายอย่างเลยค่ะ สอนการทำความเข้าใจกับบท การตีความตัวละคร สอนบล็อกกิ้ง สอนมุมกล้องว่า เราต้องมองตรงไหน ยังไง สนุกมากๆ หนูชอบการแสดงมากๆ เลยค่ะ

อยากเล่นหลายๆ บทบาท บทคนดี บทนางเอก บทตัวร้าย คืออยากลองหลายๆ คาแร็กเตอร์ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการแสดงของตัวเองด้วยค่ะ ตอนถ่ายทำก็มีคอมเม้นท์จากผู้กำกับฯ บ้าง ยังเล่นเบาไป แข็งไป ซึ่งหนูก็ไม่ท้อนะคะ ก็เอาคำแนะนำมาปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ

ด้านครอบครัว น้องวายุ ก็ได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ คุณพ่อ ที่มีดีกรีเป็นถึงโหราธิบดี ศาสตร์สากลในพระบรมชินูปถัมภ์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ตัวเลขสากลสูตรดวงดาวลัคณาศาสตร์ ในชื่อของ อาจารย์วินไท นาคาเนรมิต หรือ อาจารย์วินไท ไขนามเลขศาสตร์ดวงดาว (ธนินทร์ วงศ์ปัญญาเสถียร) และด้วยวัยเพียง 13 ปี แต่ น้องวายุ ก็วางแพลนเรื่องเรียนให้กับตัวเอง โดยตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และวางแผนด้วยการอยากเรียนหมอควบคู่ไปกับการแสดงด้วย

วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน

“เป้าหมายในชีวิตของหนูคืออยากเป็น หมอ ค่ะ แล้วก็อยากเป็น นักแสดงที่มีความสามารถและมีชื่อเสียง หนูชอบและรักการแสดงมากๆ ซึ่งหนูมองว่าสามารถที่จะทำควบคู่กันไปกับการเรียนได้ค่ะ

หนูก็ขอฝากซีรีส์เรื่องแรกของหนูด้วยนะคะ หนูตั้งใจมากๆ และทำอย่างเต็มที่ อยากให้ทุกคนได้ดู และติดตามในทุกๆ EP เพราะนักแสดงและทีมงานทุกคนก็ตั้งใจทำกันอย่างเต็มที่ค่ะ เป็นกำลังใจให้น้องวายุด้วยนะคะ”

วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน
วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน
วายุมันตรา นักแสดงวัยใสขอแจ้งเกิดในซีรีส์ กัษธิษฐาน

โบ TK ให้ปากคำ DSI เชื่อคดีแตงโมเป็นอุบัติเหตุ เผย กระติก เครียดมากแต่ทำได้แค่ปลอบ

โบ TK ให้ปากคำ DSI เชื่อคดีแตงโมเป็นอุบัติเหตุ เผย กระติก เครียดมากแต่ทำได้แค่ปลอบ

11 มี.ค. 2568 21:21 น.

โบ TK ให้ปากคำ DSI เชื่อคดีแตงโมเป็นอุบัติเหตุ เผย กระติก เครียดมากแต่ทำได้แค่ปลอบ

โบ TK หรือ โบ สุรัตนาวี ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเชิญกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อให้ข้อมูลคดีของนางเอกสาว แตงโม นิดา ที่เสียชีวิตจากการพลัดตกเรือ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 65 ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า

– ได้เดินทางมาให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่โดยรวมได้ให้การไปหมดแล้ว ไม่ได้มีอะไรใหม่

– สำหรับคลิปกล้องหน้ารถมาสด้าของ แตงโม คันที่ โบ ขับไปส่งกระติกในวันเกิดเหตุ ที่หมอธวัชชัยได้นำออกมาเผยแพร่ ตนเองยังไม่ได้เห็น แต่ไม่ได้รู้สึกกังวลใจที่ถูกนำมาเผยแพร่ เปิดมาได้เลย ประชาชนจะได้หายคาใจ

– เมื่อถามว่าวันนั้นคุยกับกระติกประมาณไหน โบบอกว่า คุยแต่เกี่ยวกับเรื่องราวที่ไม่ได้เกี่ยวกับการตกเรือ ซึ่งคนตกใจเราก็ปลอบกันไป ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์การตกเรือ เพราะเราคุยกันก่อนหน้าที่จะขึ้นรถกลับไปแล้ว เลยไม่ได้มีเรื่องอะไรเพิ่มเติม

– ยอมรับว่าเครียด เพราะคดีมันมีอะไรน่าสงสัย อย่างที่ทุกคนเห็น อย่างเรื่องบาดแผลเราเห็นเราก็สะเทือนใจ เขาเป็นเพื่อนเรา แต่ก็ให้เป็นไปตามความเห็นของศาล

โบ TK ให้ปากคำ DSI เชื่อคดีแตงโมเป็นอุบัติเหตุ เผย กระติก เครียดมากแต่ทำได้แค่ปลอบ

– เมื่อถามว่า คิดว่าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ โบ บอกว่า เรื่องความเห็นส่วนตัวขอไม่พูด เพราะรู้จักทุกฝ่าย ทั้งกระติก แตงโม ซึ่งก็เป็นน้องทั้งคู่ เราก็ไม่ได้เชื่อใคร และไม่ได้เชื่อใคร แต่เท่าที่รู้สึกก็คิดว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะวันที่เราอยู่ตรงนั้น มองตรงนั้นมันไม่ได้มีแรงจูงใจหรืออะไรที่น่ากลัว หรือฆาตกรรมอย่างที่ทุกคนเห็น

– 3 ปีที่ผ่านมายอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับ กระติก บ้างเพราะอยู่โบสถ์เดียวกัน ก็ได้มีการปรึกษา เวลามีใครว่าเขา เขาก็เสียใจ ซึ่งเขาก็เครียดมากๆ ส่วนหนึ่งก็เห็นใจ แต่ถ้ามีอะไรก็ให้มันตามคดีไปแล้วกัน

– ยืนยันว่าไม่เห็นรองเท้าหรือเสื้อคลุมสีน้ำตาลของแตงโม อยู่บนเรือ และวันนั้นก็ไม่ได้เห็นเรือเลย ไม่รู้ด้วยว่าเรือมีกี่ลำ เพราะไปถึงก็ไม่มีแล้ว

– ส่วนช่วงเวลาที่โทรหาภรรยาของพี่เปิ้ล นาคร ได้บันทึกและเก็บไว้ทุกอย่างแล้ว เดี๋ยวจะเอาให้ DSI ซึ่งหลักฐานมีเก็บไว้ทุกอย่างแล้ว

– สำหรับเหตุการณ์ในอดีตที่ โบ บอกว่าตอนนั้นมีการนัดรวมตัวกันที่ร้านอาหาร เพื่อเตรียมข้อมูลกันจริง แต่โบบอกว่าจริงๆ ไม่ต้องเตรียมข้อมูล ความจริงเป็นอย่างไรให้พูดไป สุดท้ายความจริงจะปกป้องเราเอง และปัจจุบันคิดว่ากระติกน่าจะให้การความจริงไปทั้งหมดแล้ว

– เมื่อถามถึงเรื่องรูปถ่ายที่กระติกถ่ายคู่กับแตงโม โบได้เห็นบ้างไหม ที่หลายคนเถียงกันว่าเป็นรูปจริงหรือตัดต่อ โบบอกว่า ทางบีม ศรัณยู บอกว่าให้ส่งรูปมา ก็เลยไปขอและส่งต่อให้บีม และบีมบอกว่าให้โพสต์เลย ก็เลยโพสต์ ซึ่งก็ได้มาจากทางไลน์เหมือนกัน และไม่ได้คิดว่าจะตัดต่ออยู่แล้ว ถามว่าคิดว่าตัดต่อมั้ย โบบอกว่า มันไม่ทันหรอก มันเร็วมาก พอเราได้มาก็ส่งไปเลย

โบ TK ให้ปากคำ DSI เชื่อคดีแตงโมเป็นอุบัติเหตุ เผย กระติก เครียดมากแต่ทำได้แค่ปลอบ

หลังจากที่ให้ปากคำกับทาง DSI เรียบร้อยแล้ว โบ ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้ง บอกว่า

– วันนี้ได้เข้าให้ข้อมูลกับ DSI เป็นข้อมูลเดิมที่เคยให้ไปแล้ว แต่เจาะรายละเอียดที่ไม่ได้ลง เจาะที่ไทม์ไลน์ให้ครบตรงกัน ปะติดปะต่อเรื่อง เพื่อหาข้อเท็จจริงให้ได้ที่สุด ซึ่งกระติกโทรมาหาโบประมาณ 5 ทุ่ม หลังจากนั้นก็ติดต่อกับทาง บีม ศรัณยู พี่เจ เจตริน พี่เปิ้ล นาคร ซึ่งติดต่อผ่านทางภรรยา และติดต่อเรื่องการท่า ประมาณนี้ ซึ่งติดต่อทันทีเลย เป็นไทม์ไลน์เดิมที่เคยให้ปากคำไว้

– ตอนนั้นเจอครบทั้ง 5 คนบนเรือ ทุกคนมีอาการเสียงดัง ตกใจ สติแตก เห็นมีเรือเข้ามาแปบนึงก็ออกไป เราก็ถามว่าเอาไปไหน ก็ได้คุยกัน เขาก็บอกว่าเอาเรือไปเก็บ

– เมื่อถามว่าตามร่างกายของคนบนเรือ มีบาดแผลหรือเสื้อขาดมั้ยนั้น โบบอกว่า ณ ตอนนั้นไม่เห็นเลย แต่มาเห็นตามข่าวมากกว่า ณ ตอนนั้นเราก็เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเราตอนนั้น เป็นห่วงตรงนั้น แต่หลังจากนั้นพอมีหลักฐานขึ้นมา ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เราต้องมองว่าแผลตรงนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ตอบมาสิก็จบปัญหา คือตอนนี้เขากำลังสืบสวนให้ไทม์ไลน์เรียงครบ ก็จะเห็นเองว่าผิดหรือไม่ผิด ก็ปล่อยให้ DSI ทำงาน

– เรื่องกระติก ที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นคราบเลือด ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ทราบจริงๆ

– เห็นกระติกรับโทรศัพท์ตลอดตอนเกิดเรื่อง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นโทรศัพท์กระติกหรือแตงโม

– โบ เผยว่าตนเองเชื่อตั้งแต่แรกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่หลังจากที่ผ่านไป ต้องมีอะไรที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า GPS ไปที่ไหน ไปทำอะไร ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ถ้าคุณเปิดเผยได้หมด มันก็จบ แต่พูดไม่ได้ก็ต้องเป็นคดีต่อไปว่าเกิดอะไรขึ้น

– สิ่งที่ DSI ทำก็ละเอียดมากๆ และเราก็มาเติมช่อง ความจริงก็คือความจริง พูดไปมันก็ต้องเข้ากันหมด ทั้ง GPS เบอร์โทรเข้าออก ให้เป็นหน้าที่ของคนสืบสวน

– เมื่อเห็นบาดแผลของแตงโมมีใครไม่ตกใจบ้าง ตกน้ำเฉยๆ ไม่น่ามีบาดแผลแบบนั้น พอเห็นก็ตกใจ มันต้องพิสูจน์ให้ได้ นิติเวชก็บอกว่าจากบาดแผลก็รู้อยู่แล้วว่าเกิดเพราะอะไร

– เชื่อว่าครั้งนี้ประชาชนต้องได้เห็นความจริงที่เป็นรายละเอียด เพราะ DSI ไม่ปิดอยู่แล้ว ให้เวลาเขาทำงาน โบก็จะพูดในส่วนของโบ ในความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้น

– ประเด็นคลิปเสียงกล้องหน้ารถ ที่บอกว่า “แล้วจะไปเจอที่ปั๊มทำไมวะ” “สงสารมันอ่ะ” “มาทิ้งแบบนี้เดี๋ยวใครก็เจอ” ยืนยันว่า ไม่ใช่เสียงโบ โบไม่เคยพูดประโยคเหล่านี้แน่นอน

– ประเด็นที่ บีม ศรัณยู บอกว่า โบบอกว่าอย่าออกมาให้ข่าวว่าแตงโมฉี่ท้ายเรือ เพราะจะเสียภาพลักษณ์นั้น ที่โบพูดแบบนั้น ก็อย่างที่บีมบอก ถ้าย้อนกลับไป คือแตงโมเขาเป็นนางเอก โบไม่คิดว่าควรไปพูดว่าเขาฉี่ท้ายเรือ นั่นคือสิ่งที่เป็นความเห็นส่วนตัวของโบ แต่ก็จะไม่ไปก้าวล่วงใคร ส่วนตัวโบไม่เห็นด้วยเลยและไม่ชอบ

– และโบพูดกับกระติกว่าให้พูดความจริง คือกระติกบอกโบว่าเขาไม่เห็นเลย ถ้าไม่เห็นจะพูดได้ยังไง นอกจากกระติกแล้วก็ไม่ได้คุยกับคนอื่นเลย ไม่รู้จักกัน

โบ TK ให้ปากคำ DSI เชื่อคดีแตงโมเป็นอุบัติเหตุ เผย กระติก เครียดมากแต่ทำได้แค่ปลอบ

จ๊ะ นงผณี ช่วยสุนัขจรโดนรถชน รักษา 27 วัน จ่ายค่ารักษา 1.2 แสนบาท (คลิป)

จ๊ะ นงผณี ช่วยสุนัขจรโดนรถชน รักษา 27 วัน จ่ายค่ารักษา 1.2 แสนบาท (คลิป)

11 มี.ค. 2568 19:40 น.

จ๊ะ นงผณี ช่วยสุนัขจรโดนรถชน รักษา 27 วัน จ่ายค่ารักษา 1.2 แสนบาท (คลิป)

เรียกว่าเป็นคนสวยใจบุญมีเมตตา สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว จ๊ะ นงผณี มหาดไทย ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวช่วยเหลือสุนัขจรที่ถูกรถชนมารักษาพยาบาล และตั้งชื่อว่าเจ้ารับทรัพย์

จ๊ะ นงผณี ช่วยสุนัขจรโดนรถชน รักษา 27 วัน จ่ายค่ารักษา 1.2 แสนบาท (คลิป)

โดยหลังจากรักษาตัวมานาน 27 วัน ในที่สุดเจ้ารับทรัพย์ก็ได้กลับบ้านแล้ว ซึ่ง จ๊ะ นงผณี ได้โพสต์คลิปบรรยากาศตอนที่ไปรับเจ้ารับทรัพย์ ก่อนจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 120,605 บาท พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “มารับน้องรับทรัพย์แล้วววว #จ๊ะนงผณี #หมาจรก็มีหัวใจ”

ซึ่งในคลิปนี้ จ๊ะ นงผณี เล่าว่า “ทุกคนจำเจ้ารับทรัพย์ได้ไหมคะ เป็นหมาจรจัดที่อยู่ข้างถนน แล้วโดนรถชน ที่จ๊ะรับรักษาไว้ วันนี้เรามารับน้องกลับบ้าน จริงๆ ไม่ใช่วันนี้หรอก ต้องเป็นวันพรุ่งนี้

รักษามาแล้ว 27 วันด้วยกัน ก็มีผ่าตัดขาหน้า ตอนนี้ขาหน้าเดินได้แล้ว เหลือแต่ขาหลัง แต่ไม่เป็นไร เราจัดวีลแชร์ 4 ล้อ น้องกำลังงงๆ ด้วยเพราะว่ามันคืออะไร ไม่เดินหน้าด้วย เดินถอยหลังอย่างเดียว

ตอนนี้ก็มาจัดการค่าใช้จ่าย หลายคนก็ถามว่าเท่าไร อ่ะดูเอาเองว่าเท่าไหร่ เอาบุญมาฝากทุกคนนะคะ สุดท้ายนี้แม่ขอให้รับทรัพย์ไปเจอแต่สิ่งดีๆ นะลูก”

โดยมีแฟนๆ ที่ต่างเข้ามาชื่นชม จ๊ะ นงผณี มากมาย อาทิ แต่งตัวน่ารัก จิตใจน่ารัก เป็นคนขี้เมาที่น่ารัก, อนุโมทนา บุญกับคุณจ๊ะด้วยค่ะ ทำบุญ กีบสิ่งมีชีวิตเป็นบุญ ที่ประเสริฐ นะคะ, ตกใจราคาค่ารักษา 21 วัน ใจน้องจ๊ะสุดยอด ขอให้น้องรวยๆ ทวีคูณงานปังๆ ขอให้น้องจ๊ะและครอบครัวสุขภาพแข็งแรง, ขอให้พี่จ๊ะมีความสุขร่ำรวย ร่ำรวย เป็นนักร้องที่มีเพลงดังทะลุโลก ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต

หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต

11 มี.ค. 2568 18:07 น.

หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต

เคยเป็นนักร้องลูกทุ่งเกิร์ลกรุ๊ปผู้โด่งดังจากค่ายอาร์สยาม สำหรับ หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ หรือ หนูเล็ก เบญจวรรณ โภคทรัพย์ หนึ่งในสมาชิกวงบลูเบอร์รี่ ที่ประกอบไปด้วย 3 สาว ออม, โบว์ และ หนูเล็ก และแฟนๆ คุ้นชื่อเพลงเป็นอย่างดี อย่างเช่นเพลง ชิมิ, เจ้าที่แรง เป็นต้น

หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต

แต่ภายใต้เสียงร้องเพราะๆ ความสดใสของ หนูเล็ก ล่าสุดเธอได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่ต้องบอกว่า เป็นความลับที่เธอไม่เคยเปิดเผยหรือพูดที่ไหนมาก่อน โดยเธอได้เผยความลับว่า เธอหูหนวกข้างหนึ่ง และได้ยินแค่ข้างขวามาตลอดชีวิต แต่ขอบคุณที่ฟ้าเมตตาให้ได้มีเสียงร้องเพลงให้ทุกคนได้ฟัง

“ความลับของหนูที่อยากบอกและอยากขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบเสียงหนู และเมตตาหนู ขอบคุณมากๆ ค่ะ เขาว่ากันว่าความลับไม่มีในโลก งั้นความลับของฉันก็คือ…ฉันเป็นนักร้องที่หูหนวกข้างหนึ่ง ได้ยินแค่ข้างขวามาตลอดชีวิต ขอบคุณที่ฟ้ายังเมตตา ให้หนูได้มีเสียงร้องเพลงให้ทุกๆ คนฟัง ขอบคุณที่ทุกคนรักและเมตตาหนูนะคะ”

หลายคนที่ติดตามและเห็นคลิปดังกล่าวต่างเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้ หนูเล็ก กันจำนวนมาก พร้อมกับบอกว่า เป็นเรื่องที่เพิ่งรู้เลย เป็นพรสวรรค์ที่ได้เธอมา และเก่งมากที่ผ่านมาได้

หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต
หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต
หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต
หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ เผยความลับที่เก็บมาตลอด เป็นคนหูหนวก ได้ยินแค่ข้างเดียวตลอดชีวิต

สน ยุกต์ เคยพังเพราะเครียด ก่อนพบทางออกด้วย Biohacking สู้โรคด่างขาว!

สน ยุกต์ เคยพังเพราะเครียด ก่อนพบทางออกด้วย Biohacking สู้โรคด่างขาว!

11 มี.ค. 2568 17:26 น.

สน ยุกต์ เคยพังเพราะเครียด ก่อนพบทางออกด้วย Biohacking สู้โรคด่างขาว!

เปิดใจนักแสดงหนุ่มในรายการ “PrimeCast” โดยมี ปันปัน สุทัตตา รับหน้าที่เป็นพิธีกรครั้งแรก! รายการที่จะพาทุกคนมาเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเวอร์ชั่นสุดปัง โดย EP.2 นี้พบกับ สน ยุกต์ ส่งไพศาล จากพระเอกสุดแกร่งสู่วันที่เกือบพัง! เผยจุดเปลี่ยนชีวิตเริ่มต้นหันมาสนใจดูแลสุขภาพด้วยแนวคิด Biohacking พร้อมเล่าประสบการณ์รักษาโรคด่างขาวด้วยตัวเอง การรับมือกับความเครียด และเทคนิคควบคุมลมหายใจช่วยเรื่องการนอนหลับที่ง่ายขึ้น

สน ยุกต์ เคยพังเพราะเครียด ก่อนพบทางออกด้วย Biohacking สู้โรคด่างขาว!

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ?

สน ยุกต์ : เริ่มมาจากที่ตอนเด็กๆ เป็นนักกีฬาชอบออกกำลังกาย ชอบเอาชนะ เมื่อก่อนแข่งวิ่งเร็วกับเพื่อน คือเราเป็นคนที่ชอบความท้าทายอยู่แล้ว โตขึ้นมาก็อายุ 17-18 ก็เริ่มเข้ายิม เริ่มสร้างกล้ามเนื้อ เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นว่าเราสามารถทำอะไรกับร่างกายเราได้ พอเริ่มอายุมากขึ้นก็เริ่มเห็นการถดถอยของร่างกาย เช่น เหนื่อยง่ายขึ้น ไม่แข็งแรงเท่าเดิม ทำไมภูมิเราตก 

เอาแค่แบบสมมติเส้นตึง ตัวตึง ทำไมมันตึงขึ้น แล้วเราทำอะไรได้บ้างที่จะทำให้สามารถเคลื่อนไหว หรือว่ามี Energy เหมือนตอนเด็กๆ เป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงมาสนใจมาก เอาจริงๆ เริ่มมาสนใจที่เกี่ยวกับสุขภาพ เมื่อก่อนคือสร้างกล้ามเนื้อเพราะความสวยงาม ตอนนี้คือหลังอายุ 30 มันเริ่มเห็นแล้วว่าเราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ไม่แก่ลง ก็เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรให้เล่นเยอะมาก มีอะไรให้ศึกษาเยอะมาก แล้วมันทำได้จริงๆ สามารถชะลอความเสื่อมของร่างกายได้จริงๆ

เป็นจุดเริ่มมา Biohacking ร่างกาย?

สน ยุกต์ : คำว่า Biohacking ของพี่นะครับ มันเหมือนเป็นแนวคิด วิธีการปฏิบัติเพื่อให้ร่างกายเราทำงานได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างอย่างเช่น Ice Bath พี่ทำเรื่อยๆ ถ้าดูใน IG จะเห็นเรื่อยๆ นะครับ ประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ลงได้นานสุด 7 นาที

แสดงว่าเป็นคนจิตนิ่งมากเลย?

สน ยุกต์ : คือจริงๆ ผมว่ามันฝึกกันได้ แรกๆ ก็ลงไม่ได้หรอก ก็ลงได้ นาที 2 นาที แต่พอเราอยู่ไปเรื่อยๆ เริ่มชิน เริ่มอยู่กับความกลัวได้ เริ่มรู้ว่าร่างกายเราเอาอยู่ มันก็เลยแบบไอ้ความกลัวว่าแบบเฮ้ย ร่างกายหนาวจังเลย จะตายหรือเปล่าอะไรอย่างงี้ มันก็หายไปแล้ว คือหลังจากนั้นก็คือแบบ มันคือการเทรนด์จิตตัวเอง

ได้ข่าวว่าพี่สนเคยเป็นโรคด่างขาว แล้วดูแลตัวเองโดยการใช้จิตใจให้หายจากโรคนี้?

สน ยุกต์ : อยากย้อนให้ฟังก่อนว่าโรคด่างขาวคืออะไร ถ้าใครไม่รู้จักนะครับ โรคด่างขาว เคยเห็นไหมเวลาคนที่แบบเหมือนผิวสีไม่เท่ากัน ของพี่ขึ้นมาเยอะมาก บางคนนี่คือขึ้นตามมือ ที่แบบเหมือนแม่วัว

มันคือโรคออโตอิมมูน?

สน ยุกต์ : ใช่ครับ โรคภูมิแพ้ตัวเอง ซึ่งตอนพี่เป็นครั้งแรกน่าจะอายุประมาณอายุ 22-23 ตอนนั้นเครียดมาก เพราะมันขึ้นหน้าด้วย จริงๆ มันขึ้นแถวนี้ ขึ้นที่คอ ขึ้นเต็มไปหมดเลย แล้วช่วงนั้นกำลังเพิ่งเข้าวงการ ต้องถ่ายละครเยอะมาก ก็ต้องใช้เมคอัพกลบ แล้วเราก็ทำไงดี กลัวว่าต่อไปถ้ามันเป็นหนัก มันจะกลบไม่อยู่

ตอนนั้นก็หาหมอทำหลายอย่างมาก ทั้งไปเลเซอร์ คือมันมีเลเซอร์ที่สำหรับการทำให้ด่างขาวเม็ดสีมันเสมอกัน ก็ทำเยอะมาก ทำพวกเลเซอร์อะไรว่าไป หายนะ แต่ว่าสุดท้ายมันก็กลับมาใหม่ มันมาๆ หายๆ เป็นอย่างงี้ตลอดอยู่ประมาณ 4-5 ปีที่เป็นเยอะๆ จนมีช่วงหนึ่งขึ้นเต็มคอเลย

ช่วงนั้นก็แอบอายแหละ มันหายก็โอเค แต่ว่าทำยังไงมันถึงจะไม่ขึ้นอีก คือตอนแรกก็คุยกับหมอ หมอก็บอกว่าเป็นโรคนี้มันไม่หายนะ เราอาจจะมียีน มีความเสี่ยงด้านนี้ ญาติพี่ก็ไม่หายอะไรอย่างงี้ แต่เราไม่เชื่อ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่เป็นปัจจัยกระตุ้นร่างกาย มันควรจะซ่อมแซมตัวเองได้หรือเปล่า

เพราะไม่ได้เป็นตั้งแต่เกิด อยู่มาวันหนึ่งมันโผล่ขึ้นมาเอง?

สน ยุกต์ : ใช่ มันโผล่ขึ้นมา ก็ทำหลายอย่างมาก หยุดกินของทอด แล้วความเครียดทำให้คนเป็นโรคใช่ไหม ช่วงนั้นก็เลยแบบออกมาจากสังคม Toxic เลย ทำตัวเองให้สุขภาพจิตดีขึ้น ผมว่า 2 เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แบบอยู่ดีๆ โรคออโตอิมมูน ที่หมอบอกไม่หาย มันหาย คือไปหาหมอ หมอยังงงเลยว่าหายไปได้ไง ยาก็ไม่ได้กิน คือหมอบังคับให้กินยา หมอบอกให้กินยาเรื่อยๆ แต่เราไม่ยอมกิน

สน ยุกต์ เคยพังเพราะเครียด ก่อนพบทางออกด้วย Biohacking สู้โรคด่างขาว!

ใช้เวลาเท่าไหร่อยู่ดีๆ ถึงหาย จากที่เราเพิ่มเริ่ม Remove ตัวเองจากการ Toxic ดูแลตัวเองมากขึ้น?

สน ยุกต์ : จริงๆ มันหายเลยนะ คือพอหยุดกินของทอด หรือว่าน้ำมันพืช อะไรที่มันทำลายร่างกาย ที่เรารู้อยู่แล้ว อะไรที่มันกระตุ้นสิ่งไม่ดีในร่างกาย กระตุ้นการอักเสบ กินนมน้อยลง หรือหลังๆ ไม่ค่อยกินแล้ว แล้วก็ลดความเครียด แต่สิ่งที่พี่รู้สึกว่ามันน่าจะใช่มากๆ เลย มันคือความเครียด อันนี้เห็นชัดมาก พอเราไม่ไปอยู่กับคนกลุ่มนี้ที่มีแต่ความเครียดมันหายเลย เป็นอะไรที่ Amazing แล้วมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่อยากศึกษาเรื่องการรักษาตัวเอง

เพราะว่าพอเรามีประสบการณ์นี้ ก็มีความเชื่อ โอเคจริงๆ ก็ไปอ่านมานะ แต่ว่ามันก็แอบเชื่อลึกๆ ว่าร่างกายของเรา เขาสร้างมาให้เราฮีลตัวเองอยู่แล้ว แค่เราเอาตัวเองไปอยู่ในสภาวะที่มันไม่พร้อม มันฮีลไม่ได้ มันซ่อมไม่ได้ อาจจะแบบเหมือนสมมติว่าเราอยากซ่อมรถ แต่ไม่มีอะไหล่แล้วซ่อมไง คือเหมือนพี่ทำสภาพแวดล้อมอู่รถของเราให้พร้อมทุกอย่างสำหรับการซ่อม

สุดท้ายมันมันแอบโยงเรื่องแบบการ Mindfulness การปฏิบัติธรรมด้วย พอเรา Remove ตัวเองจากความ Toxic ความเครียดแล้วอาการดีขึ้น ร่างกายดีขึ้น เพราะว่าเราผ่านมารู้สึกว่าเอาชนะมันได้ อยากจะแบบเรียนรู้ต่อไปเพื่อที่อาจจะช่วยคนได้ อาจจะแบบให้คำปรึกษาคนได้ เราไม่ใช่หมอนะ แต่ว่าก็เก็บสะสมประสบการณ์มา

พออ่านลึกๆ ก็มาเจอคำว่า Epigenetic ภาวะเหนือพันธุกรรม คือลองสังเกตดู ถ้าเราคุยกับหลายๆ คนที่เขาเป็นมะเร็ง เป็นโรคที่ไม่ใช่โรคติดต่ออยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้นมา ไม่รู้เพราะอะไร หลายๆ คนก็จะอาจจะโทษเวรโทษกรรม สำหรับเรามองว่ามันเป็นพฤติกรรมมากกว่า 

คำว่า Epigenetic มันคือการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการแสดงออกของยีน ยิ่งพูดยิ่งลึก เอาเป็นว่าพูดถึงความเครียดแล้วกัน ความเครียดมันสามารถทำให้ยีนของเราแสดงออกไปในทิศทางที่ดี หรือทิศทางที่ไม่ดีก็ได้ เคยได้ยินคำว่า Fight of Life ไหมครับ คือภาวะสู้หรือหนี จะเกิดขึ้นจากตอนเวลาที่ร่างกายเรามีความเครียด ร่างกายเราจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งไง ฝั่งผ่อนคลายกับฝั่งความเครียด

ถ้ามีความเครียดเยอะๆ รับมือยังไง?

สน ยุกต์ : สุดท้ายความเครียดทั้งหมดมันไม่ใช่ความเครียดจากภายนอก มันอยู่ในหัวตัวเอง เราก็ต้องมาหาวิธีที่จะคุยกับจิตของเรา ทีนี้ก็จะมาเข้าเรื่องศาสนา หรือว่าเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน คือจริงๆ พี่เป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ เพราะว่าตัวเองก็เป็นคนที่คิดเยอะเหมือนกัน มีช่วงที่คิดเยอะมากๆ หยุดคิดไม่ได้ ร่างกายก็เริ่มโทรม ภูมิก็ตก

พี่มีอินดิเคเตอร์อันหนึ่งที่รู้ว่าตัวเองเครียดแล้ว เป็นร้อนในเวลาเครียด พอเรามีร้อนในขึ้นที่ปาก จะรู้แล้วตอนนี้ร่างกายเราเครียด ภูมิเราตกแล้ว แต่เวลาที่แบบสุขภาพดี อารมณ์ดี ร้อนในมันจะไม่มี คือวิธีการรับมือกับความเครียดจริงๆ เราหาวิธีมาเยอะมาก ทั้ง Biohacking ทั้ง Sauna, Ice Bath นะครับ เพราะว่าเวลาเราลงไปมันทรมานมาก แล้วเราไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่น เรื่องที่เราฟุ้งซ่านเอง เพราะว่าตอนนี้สำคัญกว่า ฉันจะตายหรือเปล่า มันเจ็บมาก มันเย็นมาก เพราะมันดึงจิตให้มาอยู่ปัจจุบัน

คืออันนี้ก็เป็นถือว่าเป็น Biohacking อย่างหนึ่ง เป็นวิธีการที่ทำให้จิตใจของเราเลิกคิดเรื่องที่ไม่ควรจะคิด นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจอะไรอย่างงี้ ถ้าเรารู้เท่าทันร่างกายเรา ลองสังเกตดูว่าเวลาอะไรที่เราผ่อนคลาย เช่น เวลาที่เรานอนเข้าออกช้ามากๆ นี่ก็เป็น Biohacking อย่างหนึ่ง เป็นวิธีการที่เราจะหลอกร่างกายจากภายนอกนะ เหมือนเราคอนโทรลจิตเราแข็งแกร่งพอที่จะควบคุมลมหายใจ แล้วก็จะหายใจให้มันช้าและผ่อนคลายขึ้น

สน ยุกต์ เคยพังเพราะเครียด ก่อนพบทางออกด้วย Biohacking สู้โรคด่างขาว!

งั้นแปลว่าการใช้ลมหายใจ มีบทบาทกับการแก้ความเครียด?

สน ยุกต์ : มีบทบาทกับการแก้ความเครียดของพี่มาก มีอีกปัญหาหนึ่งที่เป็นมาแต่เด็ก เพิ่งมาเข้าใจเมื่อไม่นานมานี้ก็คือเรื่องการนอน เป็นคนนอนไม่ค่อยดี เป็นคนนอนยากมาก เป็นคนคิดเยอะ ขอบอกก่อนนะครับ ว่านี่คือประสบการณ์ส่วนตัว คือจริงไม่จริงเดี๋ยวให้ไปศึกษาเองนะครับ อันนี้เราสังเกตตัวเองมาเยอะมากว่า เวลาที่สมมติ ตอนนี้ง่วงแล้ว ร่างกายมันง่วงแล้ว แต่พอเรามีเรื่องเครียดทันที อย่างเราไปอ่านแชตอะไรที่เป็นเรื่องงาน หรือเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจเครียดขึ้นมาให้เราคิด จากที่เราง่วงอยู่ดีๆ มันตื่นขึ้นมา

พอเวลาเราคิดเรื่องงาน ฮอร์โมนความเครียดมันหลั่ง ทำให้เราตื่นตัว ก็มาเจอว่าการที่เราจะนอนได้ดี นอนหลับง่าย มันคือการที่เรากดฮอร์โมนความเครียดให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จริงๆ วิธีมันเยอะมาก อันนี้พูดถึงการทำสมาธิก่อนแล้วกันนะ ในระหว่างที่นอนแล้ว ทุกวันนี้พอเริ่มมาทำสมาธิ ฝึกการเพ่ง การโฟกัสไปที่จุดใดจุดหนึ่งเป็นเวลานานๆ รู้สึกได้ว่าเป็นสิ่งทีตัวเองไม่เคยมีมาก่อนก็คือความสามารถในการคิด หรือหยุดคิดเรื่องใดๆ อย่างเช่นทุกวันนี้ถ้าพี่อยากจะนอนหลับเร็ว คือจะเห็นตัวเองเลยว่ากำลังฟุ้งซ่านหรือเปล่า แบบมีสติรับรู้ให้ทันว่ากำลังคิดเรื่องอื่นหรือเปล่า ถ้าคิดเรื่องอื่นแล้วดึงกลับมาอยู่กับลมหายใจ

ไม่ต้องคิดอะไรแค่นั่งสมาธิก่อน เอาเป็นว่านั่งหลับตา หรืออาจจะเปิดเพลงก็ได้ เราแค่โฟกัสอยู่กับเสียง ทำแบบนี้สัก 10-15 นาที แล้วคุณต้องคุยกับตัวเองว่าจะโฟกัสที่เสียงจริงๆ ไม่วอกแวกไปคิดเรื่องงานหรืออะไร สังเกตตัวเองว่าอยู่ดีๆ จิตมันจะนิ่งไม่วอกแวก แต่ถ้าบางคนจิตยังไม่แข็งพอยังฝึกมาไม่เพียงพอก็อาจจะมีแวบนะ แต่เอาเป็นว่าช่วงแรกๆ ทำไปเลยสัก 20 นาที อยู่กับเสียง อยู่ให้ได้ แล้วเราจะเลิกคิด เลิกคิดความเครียดก็ไม่มี เราก็จะง่วงเอง ผ่อนคลาย

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เมย์ จีระนันท์ แม่หายออกจากบ้าน โพสต์เศร้าเป็นลูกที่แย่ ขอลาทุกคนตรงนี้

เมย์ จีระนันท์ แม่หายออกจากบ้าน โพสต์เศร้าเป็นลูกที่แย่ ขอลาทุกคนตรงนี้

11 มี.ค. 2568 16:30 น.

เมย์ จีระนันท์ แม่หายออกจากบ้าน โพสต์เศร้าเป็นลูกที่แย่ ขอลาทุกคนตรงนี้

นาทีนี้ต้องส่งกำลังใจให้อดีตนักร้องสาว เมย์ จีระนันท์ กิจประสาน ที่ล่าสุดเกิดประเด็นร้อน เมื่อคุณแม่ของเจ้าตัวหายออกจากบ้าน ติดต่อไม่ได้

เมย์ จีระนันท์ แม่หายออกจากบ้าน โพสต์เศร้าเป็นลูกที่แย่ ขอลาทุกคนตรงนี้

ซึ่งเจ้าตัวก็โพสต์ข้อความว่า “แม่เมหายออกไปจากบ้าน และปิดโทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ ใครพบเห็นช่วยแจ้ง แฟนคลับเม ใครสะดวกฝากเบอร์ที่คอมเมนต์ไว้ และเมฝากดูแลแม่ให้หน่อยนะคะ เมเอง เป็นลูกที่แย่และเลวมากๆ เมขอโทษคุณแม่ และขอลาคุณแม่และทุกคนตรงนี้ รักแม่สุดหัวใจนะ” พร้อมทั้งโพสต์แจ้งพิกัดตอนออกจากบ้านและหายตัวไป และแจ้งเบอร์ของคุณแม่

เมย์ จีระนันท์ แม่หายออกจากบ้าน โพสต์เศร้าเป็นลูกที่แย่ ขอลาทุกคนตรงนี้

ทำเอาแฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยบอกว่าเป็นห่วง ขอให้ตั้งสติก่อน ใจเย็นๆ ทุกปัญหามีทางออก ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

11 มี.ค. 2568 16:09 น.

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

เป็นนักร้องชื่อดังที่มีแฟนคลับติดตามเยอะมาก สำหรับ ปุ้ย L.กฮ. หรือ ปุ้ย ศรีสกล สมทรง นักร้องนำของวง L.กฮ. วงร็อกขวัญใจแดนใต้ ที่สร้างผลงานเพลงดังๆ เอาไว้หลายเพลง อาทิ เสร็จแล้ว, 7 นาที, กอดจูบลูบคลำ ที่มีสมาชิกทั้งหมด 4 คน

– โดยวง L.กฮ. เป็นศิลปินกลุ่มจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้ฟอร์มวงขณะเล่นดนตรีกลางคืน ซึ่ง ปุ้ย ได้รับหน้าที่แต่งเพลงของวง และได้ทำซิงเกิลแรกออกมา จากนั้นทางวงก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับค่ายเพลงท้องถิ่นอย่าง TMG Records ที่เป็นต้นสังกัดของวง “วงกลม”

– ซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จมากสุดของวง L.กฮ. ก็คือเพลง “กอดจูบลูบคลำ” ที่มีเนื้อหาสื่อถึงผู้ชายที่ผ่านความสัมพันธ์มาหลายครั้งก่อนเจอความรักที่ใช่ โดยเพลงนี้ปัจจุบันมียอดชมสูงกว่า 447 ล้านครั้ง (นับยอดวิวถึงวันที่ 11 มี.ค. 2568)

– และอีกเพลงคือ “เสร็จแล้ว” ที่พูดถึงเล่ห์กลผู้ชายหลายร้อยเล่มเกวียน ตอนอยากได้ก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง แต่พอเสร็จแล้ว คำว่ารักก็หมดความหมาย เรียกได้ว่า ถึงแม้จะเป็นศิลปินที่เริ่มต้นจากเป็นวงท้องถิ่น แต่วง L.กฮ. นั้นก็กลายเป็นอีกศิลปินที่ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ และเป็นอีกวงดนตรีที่น่าจับตามองมากในตอนนี้

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

– สำหรับตัว ปุ้ย L.กฮ. เอง โดยพื้นเพเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช

– มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน พี่น้องพ่อแม่เดียวกัน 2 คน และพี่น้องคนละแม่อีก 4 คน แต่รู้สึกเหมือนเป็นพ่อแม่เดียวกันหมดเลย เพราะพ่อเป็นคนเลี้ยงเองทั้งหมด 6 คน

– พ่อทำงานรับราชการทหาร แต่ไม่ได้เป็นชั้นสัญญาบัตร เป็นจ่า พ่อจะสอนให้ลูกๆ ทุกคนเป็นคนเจ้าระเบียบทั้งหมด

– ชีวิตในวัยเด็กลำบากมาก มีไฟฟ้าใช้เป็นหลังสุดท้ายของหมู่บ้าน เวลารีดผ้าจะใช้เตารีดใส่ถ่านและใบตองเอามารองรีด เวลาอ่านหนังสือจะใช้ตะเกียงน้ำมันช่วยส่องสว่าง ชุดนักเรียนมีแค่คนละ 1 ชุด โดยในตอนเย็นคุณพ่อจะซักชุดให้ และตอนเช้าลูกๆ จะเอาชุดมารีดกันเองก่อนใส่ไปโรงเรียน แต่ถ้าวันไหนเลิกเรียนแล้วอยากไปเตะบอลกับเพื่อน ต้องกลับมาบ้านก่อนเพื่อเปลี่ยนชุดนักเรียนก่อน ถึงจะออกไปเล่นกับเพื่อนได้ และพ่อจะสลับเวรให้พี่น้องล้างจานกัน ตักน้ำ กวาดบ้าน

– ปุ้ยบอกว่า ชีวิตนี้ไม่เคยเล็บยาวพ้นเนื้อเลย เพราะสมัยเด็กถ้าเล็บยาว จะโดนพ่อตีมือ มันเลยฝังใจเรา เวลาไปโรงเรียนพ่อก็ตัดผมให้เอง ต้องสั้นเห็นหนังหัว

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

– ตอนเรียนจบ ปวช. 3 คือ ม.6 พ่อก็ไปสมัครอยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อจะได้เบี้ยเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น ลูกๆ จะได้เรียนสูงขึ้น พ่อบอกว่าถ้าเราเรียน เราเลือกงานได้ งานจะไม่ได้เลือกเรา ถ้าเรามีความรู้ เราจะเลือกงานได้ พ่อจะชอบเรื่องกลอน เรื่องลายมือ พ่อบอกว่าผู้ชายถ้าลายมือสวย จะได้เป็นเจ้าคนนายคน ซึ่งพ่อแกจะเป็นคนโบราณหน่อย

– และทุกครั้งที่พ่อออกไปทำงาน ลูกๆ จะกลัวมาก เพราะตอนนั้นหลายสิบกว่าปีก่อน มันรุนแรงจริงๆ มันน่ากลัว พ่อไปอยู่ปัตตานี ทำอยู่สิบกว่าปี เดือนนึงกลับบ้านอาทิตย์นึง จนเราทนไม่ไหว เวลาดูมันจะมีหนังสือพิมพ์ตอนเช้า เราจะไม่กล้า ถ้าดูเห็นเป็นชุดเขียวๆ ทหารจะไม่กล้าดู พ่อบอกว่าคนเราถ้าจะตายอยู่ไหนก็ตาย ถ้าไม่ตายอยู่ไหนก็ไม่ตาย พ่อพูดอะไรสั้นๆ แต่พ่อก็รอดปลอดภัย

– หลังจากเรียนจบ ปวช. ก็ได้เข้ามาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงกับพี่ชาย มาเรียนนิติศาสตร์ เรียนกฎหมาย ลูกชายพ่อเรียนนิติศาสตร์ 3 คน พี่คนโตก็จบนิติศาสตร์ ซึ่งตอนที่มาอยู่กรุงเทพลำบากมาก ใช้จ่ายเงินได้เต็มที่ไม่เกินวันละ 100 บาท ต้องประหยัดสุดๆ

– ปุ้ยบอกว่า ที่ไม่ค่อยมองหน้าใคร เพราะชอบก้มหน้ามองหาเหรียญตามพื้น มีตลาดนัดหน้ารามฯ เราไปเดินหาตังค์ก็เจอนะครับ ไปเดินในซอย 65 เจอทุกวันนะครับ 10 บาท 20 บาท เป็น 100 ก็เคยเจอ เราไปเดินตอนเขาเก็บแผง เคยเจอวันละ 500 เคยเจอกระเป๋าสตางค์เป็นหลายๆ ร้อย แต่ก็เอาไปฝากไว้ที่ป้อมยาม สมัยนั้นไม่มีโซเชียล เจอกระเป๋าสตางค์บ่อย บางทีก็ไม่มีเงินมีแต่บัตรก็เอาไปคืน บางคนหล่นไม่รู้ตัว แบงก์ 50 100 สมัยก่อนไม่ได้มีโซเชียล

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

– และด้วยเงินที่พ่อให้มา มันซ้อมดนตรีไม่ได้ ถ้าต้องซ้อมดนตรีสัก ชม. ก็ต้องประหยัด เอาข้าวสวยใส่หม้อหุงข้าว ใส่น้ำ ใส่ผงชูรส ทำเป็นต้มซุปกินกับข้าว ก็เลยต้องใช้วิธีนี้

– จุดเปลี่ยนชีวิตตัดสินใจหยุดเรียน เพราะอยากดัง อยากมีชื่อเสียง อยากทำเพลง ตอนเด็กๆ ผมร้องเพลงลูกทุ่งก่อน ประกวดตามโรงเรียน ร้องเอาผ้าขนหนูในงานวันเด็ก เราก็มีความชอบตั้งแต่เราจำไม่ได้ จนอยากเป็น แล้วผมทำท่าจะชอบดนตรีมากกว่าทุกอย่าง เริ่มชอบดนตรีมากกว่ากฎหมาย ไม่ค่อยท่องตัวบทมาตราแล้ว แต่ก่อนเด็กนิติต้องมีตัวบท ผมก็ไม่พกครับ ก็เลยตกลงกับพี่ชายว่าผมจะไปทำเพลงนะ ให้พี่ชายตั้งใจเรียนให้จบ ถ้าพี่ชายเรียนจบ ผมลำบาก พี่ได้เป็นอัยการ ผู้พิพากษา พี่เลี้ยงผมด้วย แต่ถ้าผมได้เป็นนักร้องสมใจ มีเงิน พี่เรียนไม่จบ ผมก็จะเลี้ยงพี่ ก็สัญญากัน พี่ชายก็โอเค พี่ชายตั้งใจเรียน ผมก็ตั้งใจทำเพลง มาตอนนี้พี่ชายเรียนจบเนติบัณฑิตไปแล้ว กำลังรอสอบอัยการอยู่

– ปุ้ยบอกว่า สมัยนั้นไปสมัครค่ายไหนก็ไม่มีใครรับ ด้วยบุคลิกแบบนี้ใครจะเอาไปปั้น เขาบอกว่าเราร้องเพลงเสียงแหบ ซึ่งก็เข้าใจเขา เพราะมันเป็นธุรกิจ เขาต้องเล็งแล้วว่าใครจะทำกำไรให้เขาได้

– เริ่มแรกร้องเพลงได้คืนละ 50 บาท แล้วไม่ถึงเดือนร้านเขาปิดไป ไปร้องร้านอื่นได้คืนละ 100-200 ก็ร้องได้ไม่กี่วัน มีนักร้องคนอื่นมาแทน ก็ว่างงาน ไปดูเพื่อนร้อง ไปนั่งรอ คนโน้นคนนี้ให้ทิปมา 20-30 เวลาไม่มีข้าวสารผมก็โกหกพ่อ ขอข้าวสารจากหอเพื่อนคนโน้นคนนี้ เหมือนผมรู้จักพี่ ผมขอข้าวสาร 2-3 โล เอามาผสมได้สัก 5 โล 10 โล แล้วไปบอกพ่อว่าได้ร้องเพลงมา ซื้อมา กับข้าวบางทีเป็นข้าวกล่องคนอื่น เพื่อนเขาให้เรา เขารู้ว่าผมค่อนข้างจะไม่มีสภาพคล่องทางการเงิน

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

– พออยู่แบบนั้นช่วงปีแรก ช่วงปีหลังผมได้ร้องร้านประจำแล้ว ตอนนั้นเขามีวงร้านอยู่แล้ว มีพี่คนนึงที่ร้องประจำอยู่ที่นั่น เขาไปคุกเข่าขอเจ้าของร้านว่าขอฝากน้องชาย น้องชายผมลำบากจริงๆ ทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นคนดูแลผมอยู่ พี่คนนี้ยังอยู่ด้วยกัน ทีนี้เจ๊ก็ให้ ให้วันละ 100 แต่ล้างห้องน้ำชายด้วย 2 ห้อง ให้ร้องคืนละ 2 เพลง แต่เพื่อนในวงถ้าได้ทิปเขาก็แบ่งผม ไปร้องได้เดือนนิดๆ ผมก็ได้ขึ้นเงินเดือนมาเป็น 18,000 บาท เพราะเจ๊เขาเห็นผมขยัน เห็นผมทำงานได้ ผมทำทุกอย่าง เขาก็ให้ผมเป็นหัวหน้าวง ผู้จัดการวง ก็ได้ 1.8 หมื่น เป็นวงเดิมที่อยู่ในร้าน มีมือกลองที่อยู่ด้วยกันจนทุกวันนี้

– ปุ้ยเผย สิ่งที่ทำให้คนติดใจเพลงเราและทำให้มีชื่อเสียงจนทุกวันนี้ ก็คือมันเป็นแนวทางที่มันชัดเจน วง L.กฮ. จะพูดถึงความจริงของสังคมในยุคนั้น ผมทำเพลงโดนด่านะ เพลงผมจะเนื้อหาแรงมาก ตรงๆ เป็นคำตรงๆ สองแง่สองง่าม เพลงที่ปล่อยออกมาคือเพลง ถุงยาง เพลงที่ทำให้คนเริ่มรู้จักคือเพลง เสร็จแล้ว

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

– เมื่อถามว่าไปอยู่ค่าย TMG Records ได้ยังไง ปุ้ยบอกว่า เจอพี่เทพ ผมบอกกับเพื่อนว่าเดือนละ 1.8 หมื่นมันไม่พอ น้องผมเรียนหนังสือ พ่อแม่อีก เรามีหนี้มีสินมาก่อนหน้านี้ ผมโกหกพ่อว่าค่ายเรียกตัว ผมจะอยู่แบบนี้ไม่มีหลักไม่ได้ เดี๋ยววันนึงพ่อจับได้ผมมีปัญหาแน่ ผมเลยชวนเพื่อนออกจากร้านไปหาค่ายเพลงอยู่ ทีนี้ก็กลับมาลำบากอีกแล้ว ตอนนั้นออกมาทั้งวงเลยไปหาค่าย

– ส่วนชื่อวง L.กฮ. นั้นไปก็อปปี้เขามา เป็นชื่อร้านในซอยมหาดไทย ตอนอยู่รามฯ แต่ก่อนไปขอเขาร้องเพลงร้านนี้ เขาไม่ให้ร้อง ชื่อร้านเขาสวยด้วย เลยตั้งใจว่าเดี๋ยวจะไปทำเพลงดัง แล้วจะเอาชื่อร้านนี้ เดี๋ยวพี่ต้องจ้างผมแน่เลย ร้านเขาสะกดแบบนี้เลย ก็อปปี้มาหมดเลยทุกอย่าง แต่จากนั้นก็ไม่ได้เจอร้านนี้อีกเลย เพราะเขาปิดร้านไปแล้ว

ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท
ย้อนเส้นทางชีวิต ปุ้ย L.กฮ. กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย สุดลำบากร้องเพลงได้เงินคืนละ 50 บาท

เบียร์ เดอะวอยซ์ เฉยๆ ดราม่าชุด เจนนี่ BLACKPINK ลั่นจิมิก็มีเหมือนกันทั่วโลก

เบียร์ เดอะวอยซ์ เฉยๆ ดราม่าชุด เจนนี่ BLACKPINK ลั่นจิมิก็มีเหมือนกันทั่วโลก

11 มี.ค. 2568 15:40 น.

เบียร์ เดอะวอยซ์ เฉยๆ ดราม่าชุด เจนนี่ BLACKPINK ลั่นจิมิก็มีเหมือนกันทั่วโลก

กลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อนักร้องซูเปอร์สตาร์สาวเซ็กซี่ เจนนี่ BLACKPINK ขึ้นคอนเสิร์ตในชุดสีขาวแหวกอก เนื้อผ้าบางแนบเนื้อสุดเซ็กซี่ และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล

เบียร์ เดอะวอยซ์ เฉยๆ ดราม่าชุด เจนนี่ BLACKPINK ลั่นจิมิก็มีเหมือนกันทั่วโลก

ด้านนักร้องสาวเซ็กซี่ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล หรือ เบียร์ เดอะวอยซ์ ก็ได้แสดงความคิดเห็นในมุมของตัวเองบ้าง หลังได้อ่านข่าวเรื่องชุดของเจนนี่ที่ขึ้นโชว์บนเวที โดยบอกว่า “เห็นข่าวเจนนี่บน stage ล่าสุด ใครจะมองว่าไงไม่รู้นะ ส่วนตัวเบียร์เฉยๆ จิมิก็มีเหมือนกันทั่วโลก ไม่ได้ตกใจอะไร

เบียร์ เดอะวอยซ์ เฉยๆ ดราม่าชุด เจนนี่ BLACKPINK ลั่นจิมิก็มีเหมือนกันทั่วโลก

แต่พวกคอมเมนต์ที่ว่า “มีดีเกินที่จะไม่ต้องโชว์เซ็กซี่” การโชว์ความเซ็กซี่ ไม่ได้หมายความว่า คนๆ นั้นไม่มีดีอะ มีดีทั้งความกล้าแสดงออก ทั้งมั่นใจในตัวเอง ทั้งรักร่างกายตัวเอง โดยไม่อยู่ภายใต้ไม้บรรทัดของใคร มันเป็นเรื่องที่ดีมากนะ 

คือเบียร์มองว่าเค้าไม่ต้องมานั่งเอาใจกลุ่มบางกลุ่มที่ชอบคนแต่งตัวเรียบร้อยก็ได้ เพราะศิลปินส่วนใหญ่มองเป็นศิลปะมากกว่า คนที่เสพควรมีวิจารณญาณและแยกแยะ มันจะต่างอะไร ก็ลองก้มมองร่างกายตัวเอง ก็เหมือนกันอะ ตอนแรกเฉยๆ กับเจนนี่ แต่ตอนนี้เริ่มชอบที่เค้าออกจากเซฟโซนตัวเองแฮะ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

11 มี.ค. 2568 13:24 น.

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

อบอุ่นสุดๆ กับเซอร์ไพรส์วันเกิดจากครอบครัวคุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์ ที่เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมาตรงกับวันคล้ายวันเกิด ซึ่งคุณแม่และพี่ๆ น้องๆ พร้อมคนในบ้าน 13 ชั้น ได้รวมตัวกันจัดเซอร์ไพรส์วันเกิดวันสำคัญมากๆ อีกวันหนึ่งของเอวาได้อย่างอบอุ่น พร้อมกับเค้กสูง 7 ชั้น

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)
เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

งานนี้ เอวา ก็ได้โพสต์คลิปหลังถูกคนในครอบครัวทำเซอร์ไพรส์ ต้องบอกเลยว่าภาพดังกล่าวแฟนๆ ที่ติดตามเห็นแล้วต่างมีรอยยิ้มไปด้วย เพราะเป็นภาพที่อบอุ่นสัมผัสได้ถึงความรักความผูกพันของเอวากับทุกๆ คน

“Happy birthday to me สุขสันต์วันเกิดเอวา ปีนี้เป็นปีแรกที่ครอบครัวเซอร์ไพรส์แบบยิ่งใหญ่จัดเต็มที่สุดค่ะ ปกติเอวาเป็นคนไม่จัดงานวันเกิด ยกเว้นถ้าแฟนคลับหรือครอบครัวจัดให้ วันเกิด 10 ปีที่ผ่านมา พวกเราก็จะกินข้าวเย็นด้วยกันแบบเรียบง่ายที่บ้านหรือร้านอาหารกันค่ะ

แต่ปีนี้พิเศษกว่านั้น ครอบครัวเซอร์ไพรส์หนูได้จริงๆ ค่ะ ให้ร้านเค้กมาทำเค้กตั้งแต่ตี 4 ก็ว่าอยู่ว่าทำไมถึงบอกให้หนูแต่งตัวสวยๆ และจ้างช่างแต่งหน้า-ทำผมขึ้นมาแต่งให้ในห้องเลย 5555 แถมยังให้แม่บ้านเฝ้าไม่ให้ออกจากจากห้อง และ ยังเตรียมชุดสวยๆ ไว้ให้เรียบร้อย

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

ขอบคุณครอบครัวของหนูที่อยากทำให้วันเกิดปีนี้ของหนูมันพิเศษมากๆ นะคะ แต่จริงๆ ทุกปีก็พิเศษแล้ว แค่เรามีกันและทุกคนอยู่พร้อมหน้าสำหรับหนูนั้นคือสิ่งที่พิเศษที่สุด ปีนี้อยากขอบคุณหลายอย่างในชีวิตมากๆ เลย เป็นปีแรกที่รู้สึกว่าตัวเอง “โชคดี” จริงๆ ค่ะ ไม่ใช่เพราะเงินทอง แต่เพราะมีคนรอบข้างที่จริงใจและรักหนูอยู่ข้างกาย ทั้งครอบครัว, แฟนคลับ, ทีมงาน, เพื่อนๆ

ขอบคุณคุณพ่อ ที่เป็นตัวอย่างของหัวหน้าครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ คอยปลูกฝังหนูเรื่องความดี และธรรมะตั้งแต่เด็ก

ขอบคุณคุณแม่ เพราะหนูรู้ว่าวันที่หนูเกิดคือวันที่ผู้หญิงที่เรียกว่าแม่ ต้องเสียสละเกือบทุกอย่าง ทั้งความสาวของตัวเอง เวลา และบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนทุกความฝันของหนูและคอยอยู่ข้างๆ เสมอ และเป็น best friends ที่ดีที่สุด แต่กับพี่สาวก็จะมีความดุเหมือนแม่คนที่สองด้วย แต่ก็รู้ว่าเพราะเขารักและเป็นห่วงเอวาเสมอ แต่ดุน้อยลงน้อยก็จะดีมาก 5555+ 

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

ขอบคุณทีมงานและพนักงานของหนูที่รักหนูมากๆ หนูรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ทำงานแค่เพื่อเงิน และให้วันๆ นึงจบไป แต่สัมผัสได้ทุกครั้ง เขาใส่ใจทุกอย่างของชีวิตหนูจริงๆ และอยากให้ทุกอย่างดีที่สุดเสมอ ขอบคุณตัวเองที่หลายครั้งก็มีบ้างที่เหนื่อย แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้หรือท้อถอยกับอะไรเลย 

ขอบคุณธรรมะที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในวันที่ทุกข์ 

ขอบคุณพลังบวกในตัวเองที่ฮีลใจตัวเองกลับมาได้เร็ว ขอบคุณมากๆ ที่ไม่เปลี่ยนไป ต่อให้จะเจอเรื่องร้ายแค่ไหน เอวาก็รู้สึกว่าเอวายังเหมือนเดิม เหมือนเด็กอายุ 14 ที่ซ้อมบทละคร Cinderella ในห้องตัวเองกับพี่ น้อง และยังคงมีไฟให้กับสิ่งที่รักเสมอ 

เธอเก่งมากๆ เลยเอวาที่มาได้ไกลขนาดนี้ และยังต้องเป็นหัวเรือดูแลพนักงานอีกหลายคน ภูมิใจในตัวเธอมากๆ เลย ปีนี้เป็นปีที่หนูชมตัวเองหน้ากระจกบ่อยมากๆ ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนอาบนํ้า ตอนทาครีม ต่อให้ผิดพลาดเราก็ไม่ว่าตัวเองแต่ให้อภัยตัวเอง เพราะปีนี้เป็นปีที่เรียนรู้ว่า ไม่มีใครทำร้ายความรู้สึกเราได้ยกเว้น “ตัวเอง” เรือไม่ได้ล่มเพราะนํ้าที่อยู่นอกเรือ แต่เป็นเพราะนํ้าที่อยู่ในเรือ

จริงๆ วันเกิด มันไม่เกี่ยวกับเค้กก้อนใหญ่หรือของขวัญใหญ่โต แต่มันคือวันที่ทุกคนที่รักได้มาร่วมฉลองร้องเพลง happy birthday กับเรา คือคนที่อยากเห็นเรามีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตจริงๆ โดยไม่มีความอิจฉา คือตัวเรา ที่วันนี้เรารู้สึกว่า เราเต็มในแบบของตัวเองโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร และรู้สึกมีความสุขและเห็นค่าของการได้เกิดมา ปีอื่นๆ ก็ไม่รู้สึกเท่านี้ แต่ปีนี้หนูรู้สึกเห็นค่า การมีชีวิตอยู่จริงๆ เพราะในขณะที่หนูร้องเพลงวันเกิดก็มีหลายชีวิตที่ไม่ได้มีวันเกิดอีกต่อไป ขอบคุณลมหายใจที่ทำให้หนูได้เห็นความสวยงามของโลกนี้ ได้มีประสบการณ์และมีผจญภัยต่อไป

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อยากให้ใครที่รู้สึกยังรักตัวเองไม่พอ รักตัวเองให้มากๆ เพราะถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราจะแบ่งปันพลังงานดีๆและความรักนี้ให้ผู้อื่น เราต้องเต็มก่อนถึงจะให้คนอื่นได้ และต่อให้ไม่รู้จะขอบคุณอะไรตัวเองก็ขอบคุณที่ยังมีลมหายใจ เพราะมีหลายแสนคนในโลกที่ตอนนี้ ขณะที่ทุกคนอ่านข้อความนี้ พวกเขาไม่มีลมหายใจอีกแล้ว

ชีวิตเป็นสิ่งสวยงาม ชีวิตให้เราได้ทุกอย่าง แต่ก็พรากทุกอย่างจากเราได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราควรเห็นความสำคัญของทุกช่วงเวลา อย่ามองความสุขเป็นการที่ต้องได้สิ่งที่ใหญ่โตเท่านั้น แต่ให้มองเหมือนเป็นการหยอดกระปุกเหรียญเล็กๆ ในทุกๆ วัน สะสมทุกวันมันก็จะใหญ่ขึ้นเอง ความสุขที่ดีคือความสุขที่มีข้อแม้น้อย แต่เห็นค่าทุกสิ่งที่มีในปัจจุบัน เพราะอนาคตไม่มีจริง อดีตไม่กลับมาแล้ว มีแต่ปัจจุบันที่เป็นของเราจริงๆ ค่ะ 

ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ I love you biggest muchiiie”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

11 มี.ค. 2568 12:45 น.

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

หลังจากที่คู่รักดัง เจเจ เจตต์ กลิ่นประทุม และ แพร เอมเมอรี่ เผยข่าวดีมีทายาทคนแรก ซึ่งทั้งคู่ได้ลูกสาว ทำเอานางเอกสาว เอมี่ กลิ่นประทุม พี่สาวของเจเจ ดีใจสุดๆ ที่จะได้เป็นคุณป้าแล้ว

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

ล่าสุด เอมี่ กลิ่นประทุม เผยข่าวดีว่า แพร คลอดลูกสาวแล้ว ณ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ โดยโพสต์ภาพของ เจเจ-แพร พร้อมด้วยลูกสาว พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “ในที่สุดดดดด หลานแอนตี้ก็มาแล้ววววว …. Welcome to this world my darling. You are so so beautiful so so adorable. My heart is melting”

โดยมีคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก บ้างก็บอกว่าน้องน่ารัก น่าชังน่าจุ๊บมาก บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม