ทองไทยเปิดตลาดปรับขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,950

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2560 09:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953980


ทองไทยเปิดตลาดวันเสาร์ ราคาปรับขึ้น 50 ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายออกบาทละ 20,450 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายออกบาทละ 20,950 บาท

วันที่ 27 พ.ค. 2560 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองไทย เปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.19 น. ราคาปรับขึ้น 50 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายออกบาทละ 20,450 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายออกบาทละ 20,950 บาท.

 

เทคนิคง่ายๆ ปิดผมขาว…อย่างอ่อนโยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 27 พ.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952262


เรื่องความสวยความงามในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นการชะลอวัยในทุกรูปแบบ ทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมไปถึงการทำสีผมให้ดูดีเป็นหนุ่มสาวอยู่เสมอ เมื่อผมขาวถามหา ก็ถึงเวลาที่ต้องหาผลิตภัณฑ์ปิดผมขาวคู่ใจมาใช้ และแน่นอนว่าคงต้องใช้ไปตลอดและสม่ำเสมอ เราจึงนำเทคนิคและวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาฝากกันค่ะ

หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารสกัดสีผมดังกล่าว นั่นหมายถึงต้องเพิ่มความถี่ในการย้อมผมมากขึ้น เพราะผมขาวนั้นยังไงก็งอกใหม่เรื่อยๆ ไหนจะสีหลุดง่ายกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีปกติจริงไหมคะ ดังนั้นจึงแนะนำให้พลิกข้างกล่องสำรวจส่วนผสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีสารเคมีน้อยที่สุด ที่สำคัญคือผสมสารที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางาม ที่ได้แก่ คอร์ ชูการ์ ช่วยให้ผมนุ่ม ชุ่มชื่น น้ำผึ้งป่า ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่น ข้าวหอมนิล ช่วยให้ผมสลวย เงางาม สำหรับความถี่ห่างในการใช้ผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปควรอยู่ที่ 1-2 เดือนย้อมหนึ่งครั้ง แต่ในกรณีย้อมเพื่อปิดผมขาวแล้วโคนผมงอกขึ้นมาใหม่ทุกเดือน อาจจะต้องค่อยย้อมปกปิดบ่อยขึ้น ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่อ่อนโยน กลิ่นไม่ฉุด สีติดทน จึงดีกว่าการใช้สารเคมีล้วนๆ ค่ะเพราะจะทำให้เส้นผมแห้งเสีย และทำให้เกิดอากาแพ้ คันบริเวณหนังศีรษะ

โลแลน เนเจอร์ โค้ด แชมพูปิดผมขาว สีติดทน … อ่อนโยน ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 100% กลิ่นไม่ฉุน ไร้แอมโมเนีย ใช่ง่าย มีหลายเฉดสีให้เลือก

 

แรงงานเกษตรวูบ 1.3 ล้าน สศช.ชี้ปัจจัยรุมเร้าภัยแล้ง-แก่-รายได้ต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953812


สศช.เผยแรงงานเกษตรหาย 1.3 ล้านคนช่วง 4 ปี หลังเจอแล้งหนัก แถมเกษตรกรสูงอายุขึ้นทุกวันต้องเลิกอาชีพ ส่วนแรงงานใหม่ที่จะมาทดแทนก็ลดจำนวนลง เหตุมองเป็นอาชีพเกษตรต้องทำงานหนัก ผลตอบแทนต่ำ ขณะที่แรงงานไทยยังขาดทักษะภาษาอังกฤษ คุณภาพแรงงานใหม่ไม่ตรงความต้องการของผู้ประกอบการ

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2560 ว่า ในไตรมาสแรกอัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.2% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 0.97% และไตรมาสก่อนหน้านี้คือไตรมาสที่ 4 ปี 2560 อยู่ที่ 1% ส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานที่ลดลงในสาขาเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต ก่อสร้าง ซึ่งการจ้างงานในภาคเกษตรที่ลดลง เนื่องจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่นอกภาคเกษตรต่อเนื่องมาจากปี 2557-2559 จากปัญหาภัยแล้งรุนแรง และอีกส่วนคือเกษตรกรเข้าสู่วัยสูงอายุจึงเลิกทำเกษตร ขณะที่แรงงานใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากภาคเกษตรมีสภาพงานที่หนักและผลตอบแทนไม่แน่นอนจึงไม่จูงใจ

“การจ้างงานภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากปัญหาโครงสร้างแรงงาน โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แรงงานภาคเกษตรลดลงประมาณ 1.3 ล้านคน จากจำนวน 13.06 ล้านคนในปี 2556 เหลือ 11.76 ล้านคนในปี 2559 กลุ่มใหญ่ที่ลดลงอยู่ในช่วงอายุ 30-49 ปี ประมาณ 990,000 คน จากปัญหาภัยแล้งทำให้แรงงานเคลื่อนย้ายไปทำงานนอกภาคเกษตร ส่วนแรงงานที่จะเข้ามาทดแทนก็ลดลงดูได้จากแรงงานที่มีอายุช่วง 15-29 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าสู่แรงงานไม่นานมีจำนวนลดลง 300,000 คน สอดคล้องกับพื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตรที่ลดลงจาก 151 ล้านไร่ในปี 2546 เหลือ 149.2 ล้านไร่ในปี 2556 หรือลดลง 1.8 ล้านไร่ เฉลี่ยลดลงปีละ 0.16% ดังนั้นการเพิ่มผลิตภาพการผลิตจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ”

ขณะเดียวกัน สศช.ได้ศึกษาเรื่องการเตรียมความพร้อมทักษะแรงงานไทยในอนาคต เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศตามโมเดลประเทศไทย 4.0 ซึ่งจะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยร่วมกับบริษัทศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ รวบรวมข้อมูลจากสถานประกอบการกิจการกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพที่จะเป็นอุตสาหกรรมในอนาคต 5 อุตสาหกรรม หรือเฟิร์ส เอส-เคิร์ฟ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน, ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ด้านเกษตรในกลุ่มการผลิตยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง, แปรรูปอาหาร และที่พัก สปา และเรือสำราญ โดยสำรวจกลุ่มแรงงานระดับกลาง วุฒิการศึกษาระดับ ปวช.ขึ้นไป จำนวน 1,353 ตัวอย่าง และระดับผู้บริหารและผู้ประกอบการ จำนวน 239 ราย

ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า แรงงานและผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับรู้แนวคิดการพัฒนาประเทศไทย 4.0 แต่ยังขาดความเข้าใจที่ชัดเจน โดยแรงงาน 63% รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร เกี่ยวกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเข้าสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ส่วนผู้ประกอบการรับรู้มากกว่าอยู่ที่ 78.7% สำหรับความเห็นของผู้ประกอบการที่มองความสามารถของแรงงานพบว่า ความสามารถของแรงงานอยู่ในระดับคะแนนเฉลี่ยระดับมาก แต่มี 2 ทักษะที่ผู้ประกอบการเห็นว่าอยู่ในระดับปานกลาง คือ การใช้ภาษาอังกฤษ และการค้นคว้าหาข้อมูล ซึ่งผู้ประกอบการเห็นว่าควรเพิ่มเติมการเรียนการสอนด้านภาษา การฝึกปฏิบัติจริง และการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ

เช่นเดียวกับการให้แรงงานประเมินความสามารถของตนเองซึ่งมีความเห็นที่สอดคล้องกับผู้ประกอบการคือ กว่า 50% เห็นว่าด้านภาษาอังกฤษยังต้องปรับปรุง เนื่องจากยังไม่อยู่ในระดับที่สามารถสื่อสารได้ ส่วนทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนใหญ่เห็นว่ามีทักษะระดับพอใช้

สำหรับการสอบถามถึงข้อจำกัดและการปรับตัวของผู้ประกอบการและแรงงานพบว่า สถานประกอบการมีข้อจำกัดในการพัฒนาที่สำคัญคือ การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ คุณภาพแรงงานใหม่ยังไม่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องจัดการอบรมพัฒนาแรงงานใหม่ก่อนเข้าทำงาน ซึ่งต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก และแนวทางการพัฒนาและฝึกอบรมที่ควรดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ การจัดอบรมทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ การทำงานเป็นทีมและทักษะการสื่อสารอย่างเหมาะสม ส่วนการปรับตัวของผู้ประกอบการกับปัญหาแรงงานข้างต้นคือ การนำเอาเครื่องจักรกลมาใช้แทนแรงงานคน ส่วนนี้อาจเกิดผลกระทบต่อการจ้างแรงงานในระยะสั้น การพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อให้ความรู้ ฝึกฝนทักษะที่จำเป็น พร้อมทั้งคัดกรองกลุ่มที่มีความสามารถโดดเด่นเข้าร่วมทำงานในองค์กร.

 

ขสมก.ยืนหยัดยึดเงินค้ำประกัน“เบสท์ริน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953808


นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ขสมก.ได้เข้าชี้แจงต่อศาลปกครอง จากกรณีที่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ได้ยื่นฟ้องศาลปกครอง หลังจาก ขสมก.บอกเลิกสัญญาการจัดหารถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน มูลค่า 3,389 ล้านบาท โดยขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ห้าม ขสมก.ยึดเงินค้ำประกัน และต้องไม่เปิดประมูลรถเมล์เอ็นจีวีอรอบใหม่นั้น ทาง ขสมก.ได้ชี้แจงต่อศาลปกครองครบถ้วนทุกประเด็น ทั้งการจัดซื้อรถเมล์เอ็นวีจีรอบใหม่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ ขสมก.ดำเนินการเปิดประมูลใหม่แล้ว คาดว่าจะเปิดให้เอกชนเสนอราคาในวันที่ 26 มิ.ย.60 นี้

สำหรับประเด็นการยึดเงินค้ำประกัน 330 ล้านบาทนั้น ขสมก.ต้องยึดเงินตามสัญญา หากไม่ดำเนินการหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ต้องตรวจสอบเอาผิด ขสมก.และหาก ขสมก.ผ่อนผันให้เบสท์ริน ก็จะกลายเป็น 2 มาตรฐาน เพราะ ขสมก.ไม่ได้มีสัญญากับเบสท์รินรายเดียว ส่วนประเด็นให้ ขสมก.รับรถเมล์ จำนวน 390 คัน ที่ออกจากท่าเรือแหลมฉบังมาแล้วนั้น ขสมก.อยู่ระหว่างการจัดคำชี้แจง และเตรียมเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจากเบสท์ริน กรณีส่งมอบล่าช้าอีก 300-400 ล้านบาท ซึ่งเกินจากวงเงินค้ำประกัน ดังนั้น ขสมก.จะส่งคำชี้แจงให้สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาในสัปดาห์หน้า และส่งให้ศาลพิจารณาต่อไป.

 

สั่งปั้นท้องถิ่นหัดปั๊มเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2560 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953803


นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “กระทรวงพาณิชย์กับ การสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจท้องถิ่น Local Economy 4.0” ว่า สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งปรับปรุงคือ การปรับความคิดจากหน่วยงานกำกับดูแลเป็นหน่วยงานที่คอยสนับสนุน ส่งเสริม และ พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก คิดหาวิธีพัฒนาสินค้าด้วยเทคโนโลยี หาช่องทางขาย รวมทั้งต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการ เกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงมหาดไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสร้างและสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมในท้องถิ่น เช่น ตลาดชุมชน ตลาดกลาง โดยเฉพาะตลาดสินค้า เฉพาะอย่าง เช่น ตลาดอาหารทะเล ตลาดผลไม้ ตลาดขนมหวาน ตลาดสินค้าโอทอป เป็นต้น

ทั้งนี้ ในอนาคตหากทุกชุมชนสามารถขับเคลื่อนตลาดกลางสินค้า ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปจับจ่ายสินค้าในชุมชนโดยตรง นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว ยังจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะสร้างเรื่องราวของสินค้า ซึ่งจะทำให้อนาคตสินค้าของชุมชน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรสามารถปรับราคาเพิ่มขึ้น และเมื่อเศรษฐกิจฐานรากในประเทศมีความเข้มแข็ง ก็จะนำมาสู่การสร้างความสมดุลของรายได้ในประเทศและลดการพึ่งพาภาคส่งออก ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ โดยพาณิชย์จังหวัดต้องประสาน หรือสร้างผู้นำชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เน้นการพึ่งพาตนเอง ไม่รอภาครัฐอย่างเดียว.

 

ธปท.ขาดทุนหนักเทหน้าตักอุ้มค่าเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953798


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกรายงานประจำปี 2559 ในส่วนของงบแสดงฐานะทางการเงิน พบว่า สิ้นปี 2559 ธปท.มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยมีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 4.21 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันมีหนี้สินและทุนรวมกันเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเช่นกัน โดยมีหนี้สินและทุนรวมกันทั้งสิ้น 4.96 ล้านล้านบาท โดยหนี้สินที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากการออกพันธบัตร ธปท.เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน

ทั้งนี้ ในส่วนหนี้สินที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้ส่งผลให้ส่วนของทุนของ ธปท.สิ้นปี 2559 ติดลบเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยสิ้นปี 2559 ส่วนทุนของ ธปท.ติดลบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 745,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ส่วนของทุนติดลบอยู่ที่ 606,229 ล้านบาท โดยทุนที่ติดลบเพิ่มขึ้นดังกล่าว

ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากรายได้ที่ต่ำกว่ารายจ่าย โดยในปี 2559 ธปท.มีรายได้ทั้งสิ้น 78,163 ล้านบาท แต่มีรายจ่ายสูงถึง 158,970 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิในปี 2559 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 80,807 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนทั้งสิ้น 89,136 ล้านบาทเล็กน้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผลขาดทุนดังกล่าวมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ 57,437 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้เป็นการขาดทุนเพื่อการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท และอีกส่วนเป็นผลจากการออกพันธบัตร ธปท.เพื่อดูแลสภาพคล่องในประเทศ โดยภาระดอกเบี้ยจ่ายในส่วนนี้ที่ ธปท.ต้องจ่ายในปี 2559 มีทั้งสิ้น 82,273 ล้านบาท ขณะที่รายรับดอกเบี้ยที่ได้จากการนำเงินสำรองไปลงทุนในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 53,216 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การขาดทุน 80,807 ล้านบาท ของ ธปท.ในส่วนนี้ถือเป็นการขาดทุนสุทธิ แต่หากคิดผลขาดทุนจากการดำเนินงานของ ธปท. ซึ่งคิดรวมส่วนเปลี่ยนแปลงในบัญชีเงินสำรองอันเกิดจากการตีราคาสินทรัพย์และหนี้สิน การขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ธปท.จะมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จในปี 2559 รวมทั้งสิ้น 139,533 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธปท.ได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมประกอบงบการเงินดังกล่าวด้วยว่า สาเหตุการขาดทุนในปี 2559 เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และจากการจ่ายดอกเบี้ยเพื่อดูดซับสภาพคล่องในการดำเนินนโยบายการเงิน อย่างไรก็ดี ผลขาดทุนสะสมดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของ ธปท.

 

“ทัสมา ดำแดง” พิธีกรสาวที่มีดีกว่าแค่..สวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953228


“พิธีกร” (Master of ceremony) หรือที่เรียกกันติดปากสั้นๆ ว่า M.C. คงเป็นอาชีพหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้ชม คนที่มาร่วมงาน ซึ่งพิธีกรยังเป็นอีกแรงที่มีส่วนช่วยโปรโมตงาน กิจกรรม หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆที่รับงานมา ซึ่งหากดำเนินรายการดีก็ทำให้ผู้ชมประทับใจ และจดจำงานนั้นได้ไม่ยาก

Business On My Way สัปดาห์นี้ขอพาไปสัมผัสกับคำว่า “พิธีกร” จากปากพิธีกรสวยเก่ง “คุณแหม่ม” (ทัสมา ดำแดง) ที่คร่ำหวอดบนเส้นทางนี้มาพอตัว อีกทั้งยังเป็นพิธีกรที่สามารถพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน

คุณแหม่ม เล่าว่า ถือเป็นโชคดีที่ตนเองค้นพบความชอบด้านภาษาเร็ว จึงมุ่งมั่นทุ่มเทในด้านนี้มาตลอด โดยเริ่มจริงจังมาตั้งแต่มัธยมต้นก็ตั้งใจเรียนวิชาภาษาอังกฤษมาก จากนั้นช่วงมัธยมปลายมาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็ไม่ทิ้งความมุ่งมั่นเลือกเรียนสายศิลป์ภาษา ซึ่งพูดได้ว่าช่วงเรียนมัธยมภาษาอังกฤษเกรด 4 มาตลอด

แน่นอนตัวแหม่มเองชอบด้านภาษามาแต่ต้น หลังจากจบช่วงชีวิตมัธยมศึกษา ก็ต่อยอดความชอบด้วยการศึกษาต่อปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกวิชาภาษาอังกฤษ

“อันที่จริงแหม่มเป็นเด็กที่ไม่ได้เก่งด้านภาษาอังกฤษเลย ซึ่งสิ่งที่ทำให้หันมาสนใจด้านภาษา คือเมื่อครั้งประถมศึกษา 6 มีโอกาสเป็นตัวแทนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำให้โรงเรียน และได้ไปแข่งขันซึ่งมีโอกาสไปเจอเพื่อนนักกีฬาเด็ก 5 ขวบจากสิงคโปร์ ซึ่งเขาสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ตัวแหม่มเห็นก็รู้สึกมีแรงบันดาลใจอยากที่จะพูดภาษาอังกฤษให้ได้ ซึ่งตอนนั้นวิชาอังกฤษเรียนได้เกรดศูนย์ด้วยซ้ำ”

คุณแหม่ม เล่าว่า หลังจากตั้งเป้าที่จะทุ่มเทให้ภาษาอังกฤษ ก็เริ่มปรับตนเองโดยให้คุณพ่อคุณแม่ ซึ่งท่านก็เป็นคุณครูมาพูดภาษาอังกฤษกันภายในบ้าน อีกทั้งยังเริ่มหาภาพยนตร์ เพลงสากล ต่างประเทศมาดูและฟัง เพื่อศึกษาสำเนียงการออกเสียงแล้วนำมาปรับใช้เวลาที่เราพูด ซึ่งทำแบบนี้มาตั้งแต่ ม.1–ม.6

“ช่วงนั้นคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจมาตลอด และเป็นผู้ช่วยในการสื่อสารกับเราตลอด ซึ่งที่จริงท่านทั้ง 2 เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยอมที่จะมาพูดภาษากับลูก ก็ถือเป็นเรื่องราวที่ดีภายในครอบครัว”

โดยสิ่งนี้ก็ทำให้แหม่มรู้ว่า ไม่มีอะไรยากเกินไปหากเราตั้งใจที่จะทำสิ่งนั้นอย่างจริงจัง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ทำให้เห็นว่าถึงแม้ท่านไม่ได้เป็นครูภาษาอังกฤษ แต่ก็สามารถพูดและสื่อสารได้

พิธีกรสาว เล่าต่อถึงการก้าวสู่วงการนี้ของเธอว่า ช่วงที่เรียนปริญญาตรีปีที่ 1 ได้รับโอกาสเป็นล่าม และพิธีกรดำเนินงานให้มหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้รับโอกาสเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เนื่องจากลูกค้าเห็นความสามารถจึงชวนให้ไปร่วมงานด้วย ก็รู้สึกสนุกและชอบงานด้านนี้เพิ่มไปอีก

หลังเรียนจบปริญญาตรีก็ได้ไปทำงานเลขาในบริษัทผลิตภัณฑ์ยา แน่นอนด้วยความรักและชอบงานพิธีกร ก็ยังรับงานในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จนทำงานประจำมาระยะหนึ่งก็ตัดสินใจลาออก แล้วเลือกทำอาชีพพิธีกรเป็นหลักเมื่อประมาณอายุ 25 ปี ซึ่งวันนี้อายุก็ก้าวสู่เลข 3 แล้ว คุณแหม่มเล่าไปพร้อมเสียงหัวเราะ

เมื่อถามถึงความท้าทายและความยากของงานพิธีกร คุณแหม่ม ตอบว่า การรับหน้าที่เป็นพิธีกรไม่ใช่แค่การขึ้นไปอ่านสคริปต์ให้ฟัง แต่พิธีกรที่ดีต้องเตรียมตัวและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ซึ่งส่วนตัวแหม่มจะขอรายละเอียดข้อมูลงานจากลูกค้า แล้วมาสรุปทำสคริปต์ภาษาอังกฤษในแบบฉบับของตนเอง เพราะเวลาที่แหม่มเป็นพิธีกรจะเน้นแบบพูดสด จะไม่ยกสคริปต์ขึ้นมาอ่าน ซึ่งก็ทำ ให้เห็นถึงความใส่ใจในงาน สร้างความประทับใจจากผู้จ้างได้

นอกจากข้อมูลจากลูกค้าแล้ว การใส่ใจเรียนรู้ในด้านต่างๆ ความรู้รอบตัว ก็มีส่วนสำคัญในอาชีพนี้ ต้องอัพเดตข่าวสารตลอด เพราะจะมีผลตอนที่เราต้องจับประเด็นเวลาที่สรุปปิดท้ายงาน หรือรับหน้าที่พิธีกรในงานสัมมนาวิชาการ ซึ่งในงานอาจพูดประเด็นที่เป็นกระแสข่าวช่วงนั้นเราก็ต้องตามให้ทัน เป็นต้น ทั้งนี้หากสนใจก็สามารถชมผลงานด้านพิธีกรของแหม่มได้ที่เฟซบุ๊ก : Tassama Damdaeng

ท้ายสุดคุณแหม่ม ฝากถึงใครที่อยากจะเป็นพิธีกร อาจไม่จำเป็นต้องดูสวยเสมอไป แต่อยากให้ใส่ใจด้านความสามารถในการใช้ภาษา ซึ่งภาษาไทยเองก็ต้องออกเสียง หรือใช้คำให้ถูกต้อง ที่สำคัญอาชีพนี้ดูเหมือนจะทำง่าย แต่การพัฒนาตนเองก็มีส่วนสำคัญ ตัวแหม่มเองตอนนี้ก็เรียนภาษาจีนเพิ่ม เพื่อขยายโอกาสในงานเพราะปัจจุบันคนจีนก็กระจายตัวไปในทุกประเทศ ในหลายธุรกิจ ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่ใช่แค่เป็นพิธีกรที่พูดภาษาจีนได้ แต่อาจต่อยอดในด้านธุรกิจ หรือเจรจาค้าขายก็ได้

“การไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง อาจจะไม่ใช่แค่กับอาชีพพิธีกรอย่างเดียว แต่ยังสำคัญในทุกๆอาชีพ ทุกๆหน้าที่ เพราะจะเป็นหนึ่งในโอกาสที่ทำให้เราได้รับสิ่งใหม่เพิ่มเข้ามาในชีวิต ได้ฝึกฝนเสริมทักษะต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้จะติดอยู่กับเราตลอดเวลา”.

 

AEC Go On 27/05/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 27 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953220


หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมพูดถึงฟิลิปปินส์หลายเรื่อง สัปดาห์นี้ขอพูดเรื่องฟิลิปปินส์ที่เพิ่งประกาศกฎอัยการศึกอีกครั้งเพราะ ประเทศในกลุ่ม TIP ได้แก่ ไทย (Thailand) อินโดนีเซีย (Indonesia) และฟิลิปปินส์ (Philippines) ได้ประสบพบเหตุการณ์เหมือนๆกันคือเหตุระเบิดหรือความวุ่นวายจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีในช่วงสัปดาห์นี้ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ประเมินกันว่าน่าจะเป็นการก่อการร้ายที่เกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ ขณะที่ระเบิดในไทยประเมินเบื้องต้นว่า น่าจะเป็นปัญหาภายในมากกว่าก่อการร้ายระหว่างประเทศ

คำถามที่หลายคนตั้งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ “เหตุการณ์เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศนั้นๆมากน้อยแค่ไหน และจะกระทบต่อ AEC หรือเศรษฐกิจของ AEC เพียงไรในปีนี้และอนาคตอันใกล้” ผมคงแสดงความเห็นสั้นๆว่า “ไม่น่าจะกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ และ AEC มากนัก” โดยต้องขีดเส้นใต้สามเส้นกำกับสมมติฐานที่สำคัญว่า “ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคลี่คลายลงเป็นลำดับ และไม่มีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกในระยะเวลาอันใกล้นี้”

แน่นอนว่า นานาชาติจะต้องวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ของแต่ละประเทศว่าจะมีผลอย่างไรต่อการตัดสินใจลงทุนในประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะการลงทุนทางตรง หรือการสร้างโรงงานในแต่ละประเทศ ถ้าวิเคราะห์แบบเร็วๆ เหตุการณ์ที่อินโดนีเซีย เกิดแบบนี้หลายครั้งในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์เล็กๆ ไม่รุนแรงมากนักต่อการเสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงไม่น่าจะมีผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้นและปานกลางมากเท่าใด

แต่เหตุการณ์ในไทย ที่เชื่อมโยงกับการเมืองในประเทศ และอาจมีผลต่อโรดแม็ปการเลือกตั้ง จึงกระทบบ้างต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลาง นักลงทุนจะรอดูความชัดเจนก่อน ขณะที่ฟิลิปปินส์เป็นเหตุการณ์ที่ผูกพันกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายืดเยื้อยาวนานแล้วของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนกับรัฐบาล จึงน่ากระทบต่อทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในระยะปานกลางและระยะยาวมากที่สุด เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกลุ่ม TIP ครับ.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

 

งานคือเงิน 27/05/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 27 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953078


คนโง่นั่งรอโอกาส แต่คนฉลาดจะแสวงหาโอกาสเพื่อก้าวเดินสู่เป้าหมายและความสำเร็จในชีวิต

สารพัด ตำแหน่งงานดีๆ มีให้เลือก จับจองกันเสมอที่ งานคือเงิน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ เลขานุการประจำโครงการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์ทำงานทางด้านที่เกี่ยวข้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี สมัครที่ห้องงานบุคคลและสื่อสารองค์กร อาคารสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สอบถาม โทร.0-2986-9605 (-6), 0-2986-9434 ต่อ 3011, 3012 หรือดูที่ http://www.tds.tu.ac.th รับถึง 31 พ.ค.นี้

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รับ อาจารย์ 4 อัตรา สำนักเทคโนโลยีการศึกษา วุฒิ ปริญญาเอก ทาง เทคโนโลยีการศึกษา โสตทัศนศึกษา เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา หรือ ที่เกี่ยวข้อง หรือปริญญาโท ทาง เทคโนโลยีการศึกษา โสตทัศนศึกษา เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา หรือ ที่เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างศึกษาระดับปริญญาเอก ทางเทคโนโลยีการศึกษา โสตทัศนศึกษา เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา หรือที่เกี่ยวข้อง โดยต้องศึกษารายวิชาครบตามหลักสูตรแล้ว และอยู่ระหว่างทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งหัวข้อวิทยานิพนธ์ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ต้องได้คะแนนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 3.2 จากระบบ 4 หรือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 หรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับการออกแบบ จัดระบบ ผลิตสื่อการศึกษาไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีผลงานทางวิชาการที่เผยแพร่แล้ว มีความรู้ความสามารถในการออกแบบและจัดระบบสื่อการศึกษา โดยเฉพาะสื่อมัลติมีเดียในระบบออนไลน์/ออฟไลน์ มีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี สำหรับวุฒิ ปริญญาเอก ได้แก่ TOEFL Paper ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน, TOEFL CBT ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน, TOEFL IBT ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน, CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 75 คะแนน, IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5 คะแนน หรือ TOEIC ไม่ต่ำกว่า 700 คะแนน และวุฒิ ปริญญาโท TOEFL Paper ไม่ต่ำกว่า 510 คะแนน, TOEFL CBT ไม่ต่ำกว่า 180 คะแนน, TOEFL IBT ไม่ ต่ำกว่า 64 คะแนน, CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน, IELTS ไม่ต่ำกว่า 5 คะแนน หรือ TOEIC ไม่ ต่ำกว่า 600 คะแนน สมัครที่กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หรือส่งจดหมายพร้อมเอกสารการสมัครงาน และลงทะเบียนถึงกองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 ดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://www.stou.ac.th ประกาศรับสมัครงาน ข่าวรับสมัครงานจากกองการเจ้าหน้าที่ รับถึง 31 พ.ค.นี้

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับ พนักงานมหาวิทยาลัยชั่วคราว (พนักงานส่วนงาน) ตำแหน่ง อาจารย์ 1 อัตรา สาขาวิชาพลศึกษา ภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาวะ วุฒิ ปริญญาโท สาขาวิชา วิทยาศาสตร์การกีฬา สุขศึกษาและ พลศึกษา หรือ วิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและกีฬา ต้องมีพื้นปริญญาตรี สาขาวิชาพลศึกษา มีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี จากสถาบันการศึกษาของรัฐหรือสถาบันที่สำเร็จการศึกษา หรือ TOEFL (paper-based) ไม่ต่ำ กว่า 550 คะแนน (computer-based) ไม่ต่ำกว่า 196 คะแนน (Internet-based) ไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน หรือ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 คะแนน ต้องไม่เป็น ผู้ที่ลาออกจากราชการตามโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิต : เกษียณก่อนกำหนด หากเป็นเพศชายต้อง ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สนใจสอบถามและสมัครที่ หน่วยบุคคลงานบริหารทั่วไป สำนักงานคณะศึกษาศาสตร์ อาคาร 2 ชั้น 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร.0-5394-4210 ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://www.edu.cmu.ac.th รับถึง 31 พ.ค.นี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา กองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดี รับ นิติกร 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิชา นิติศาสตร์ ต้องผ่านการฝึกอบรมวิชาว่าความ ของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ (หากมีใบอนุญาตทนายความ และ/หรือ ได้รับใบประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตไทย จะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีมนุษยสัมพันธ์ดี สามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในและภายนอกอย่างดี หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สมัครที่กองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดี ชั้น 11 (อาคาร 100 ปี ศรีสุริยวงศ์) มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เลขที่ 1061 ถนนอิสรภาพ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 ถึง 31 พ.ค.นี้

สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ นักวิจัยปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาโท หรือเทียบเท่า ทางด้าน สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี หรือ เทียบเท่า ทาง บัญชี หรือพาณิชยศาสตร์ สมัครที่ สถาบันไทยคดีศึกษา อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โทร.0-2613-3204 (-5) ต่อ 18 ถึง 31 พ.ค.นี้

สหกรณ์ออม-ทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด รับ เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 1 อัตรา ประจำฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ วุฒิ ปริญญาตรี สาขา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ ระบบสารสนเทศ มีความรู้ด้าน Hardware, Software และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างดี (หากสามารถเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา vb.net, c#.net และสามารถใช้ระบบฐานข้อมูล MSSQL, MySQL จะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความสามารถแก้ไขปัญหา และ/หรือ ให้คำแนะนำด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่ายดูแลระบบฐานข้อมูล และสำรองข้อมูลในฐานข้อมูลระบบงานทั้งหมดของสหกรณ์ ศึกษา วิเคราะห์ระบบงาน ความต้องการของสหกรณ์และผู้ใช้งานเพื่อนำไปสร้าง และ/หรือพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการสหกรณ์ ควบคุม ดูแลปรับปรุงข้อมูลของ Website ให้เป็นปัจจุบันและทันสมัย หากเป็นเพศชายต้องพ้นหรือได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหารแล้ว สมัครที่ฝ่ายแผนและพัฒนาบุคลากร สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด อาคารจามจุรี 9 โทร.0-2218-0555 (-60) ต่อ 2301- 2302 ถึง 2 มิ.ย.นี้

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับ สัตวแพทย์ P7 จำนวน 2 อัตรา ปฏิบัติงานแผนกอายุรกรรม ที่หน่วยอายุรกรรม หน่วยเวชศาสตร์ฉุกเฉิน หออภิบาลสัตว์ป่วยวิกฤต และ ห้องยา โรงพยาบาลสัตว์เล็ก วุฒิ สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ต้องมีใบประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ได้รับการเพิ่มพูนความรู้ทางคลินิก เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางสัตวแพทย์ หรือ มีประสบการณ์ในการรักษาสัตว์เลี้ยงไม่น้อยกว่า 1 ปี มีความรู้ในกระบวนการทำงานของสัตวแพทย์ และมาตรฐานสัตวแพทย์ในการปฏิบัติการทางการรักษา สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป และอ่าน-เขียน-พูดภาษาอังกฤษได้ดี มนุษยสัมพันธ์ดี มีจิตใจในการให้บริการ สามารถสื่อสารและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีความละเอียดรอบคอบ/ช่างสังเกต และมีความรับผิดชอบ, สัตวแพทย์ P7 จำนวน 2 อัตรา ปฏิบัติงานที่หน่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลสัตว์เล็ก วุฒิ สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ต้องมีใบประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ได้รับการเพิ่มพูนความรู้ทางคลินิก เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางสัตวแพทย์ หรือ มีประสบการณ์ในการรักษาสัตว์เลี้ยงไม่น้อย กว่า 1 ปี มีความรู้ในกระบวนการทำงานของสัตวแพทย์ และมาตรฐานสัตวแพทย์ในการปฏิบัติการทางการรักษา สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป และอ่าน-เขียน-พูดภาษาอังกฤษได้ดี มนุษยสัมพันธ์ดี มีจิตใจในการให้บริการ สามารถสื่อสารและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีความละเอียดรอบคอบ/ช่างสังเกต และมีความรับผิดชอบ, วิศวกร P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในฝ่ายบริหาร (งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ) วุฒิ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตทุกสาขา (หากเป็นสาขาที่กฎหมายกำหนดให้เป็นสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จะต้องได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมอย่างน้อย 1 ปี) มีความรู้ความสามารถในกระบวนการทางวิศวกรรม เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาล หรือ ระบบปรับอากาศ สามารถอ่าน-เขียนภาษาอังกฤษอย่างดี สามารถตรวจสอบ กำกับดูแลช่างเทคนิคทำการซ่อมแซม หรือ บำรุงรักษาระบบงานทางวิศวกรรม ตรวจสอบแผนการปฏิบัติงาน รายการคำนวณรูปแบบทางวิศวกรรม วางแผนการปฏิบัติงาน รวมถึงการใช้งบประมาณ วางแผนการบริหารจัดการทางด้านวิศวกรรมภายในอาคารตามความเหมาะสม ประสานงานการทำงานทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน, เจ้าหน้าที่สำนักงาน (บุคคล) P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในงานบริหารและธุรการ ฝ่ายบริหาร (ปฏิบัติงาน ณ หน่วยการเจ้าหน้าที่) วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชา บริหารทรัพยากรมนุษย์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ หรือ อักษรศาสตร์ มีความรู้ด้านการบริหารงานบุคคล มีความรู้ความสามารถด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการจัดฝึกอบรมสัมมนา มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ สรุป การเขียนรายงาน และ ความชำนาญในการพิมพ์ด้วยความถูกต้อง มีความรู้และสามารถร่าง-โต้ตอบหนังสือราชการได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามหลักภาษาไทย และภาษาอังกฤษ สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft Office,เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์) P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในภาควิชาพยาธิวิทยา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขา วิทยาศาสตร์ทุกสาขา มีความรู้ความสามารถทางด้านปรสิตวิทยา และทางห้องปฏิบัติการ สามารถอ่าน-เขียนภาษาอังกฤษ ปฏิบัติงานนอกเวลาทำการและปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้ สามารถปฏิบัติงานการเรียนการสอนและงานวิจัยทางปรสิตวิทยา การตรวจวินิจฉัยทางด้านปรสิตวิทยา และการดูแลห้องปฏิบัติการ ทุกตำแหน่งหากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว ต้องมีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEIC ไม่น้อยกว่า 400 คะแนน, CULI-TEST ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน, CU-TEP ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน หรือ IELTS ไม่น้อยกว่า 4.0 คะแนน สนใจสมัครทาง http://www.hrm.chula. ac.th/recruitmentonline สอบถามหน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-9773, 0-2218-9670 ถึง 7 มิ.ย.นี้.

หมึกเขียว

 

“พฤกษา 4.0” ชูนวัตกรรม…เน้นด้านดิจิทัลมัดใจลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย วานิชหนุ่ม 27 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/953262


วันนี้เราคงปฏิเสธการเข้ามามีบทบาทของดิจิทัลในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันไม่ได้ เพราะเหตุผลที่ว่าการใช้งานง่ายสะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในบริบทต่างๆได้เป็นอย่างดี รวมถึงภาครัฐก็ยังส่งเสริมอยากที่จะให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุค 4.0 เพื่อให้ในทุกๆภาคส่วนนำด้านดิจิทัลมาปรับใช้ให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด

ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ก็มีผู้ประกอบการหลายเจ้าได้คิดค้นพัฒนานำระบบดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง 

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ ต้นๆของเมืองไทย ก็เป็น อีกบริษัทที่ใส่ใจและให้ความสำคัญกับด้านดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ด้านความเป็นอยู่ที่ดี สะดวกสบายให้กับลูกค้ามากที่สุด

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญด้านการปรับปรุง สินค้าและบริการมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในปีนี้บริษัทจึงวางแผนกลยุทธ์ “พฤกษา 4.0” มารุกตลาดที่อยู่อาศัย โดยมีจุดเด่นมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมใหม่ๆมามัดใจลูกค้า

ทั้งนี้ กลยุทธ์ “พฤกษา 4.0” จะเน้นใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.สมาร์ทโปรดักท์ (Smart Product) เน้นพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การออกแบบฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้านให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นลดการใช้พลังงานช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว 2. สมาร์ท มาร์เก็ตติ้ง (Smart-Marketing) ที่เน้นการทำตลาดโดยใช้ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบัน

3. สมาร์ท โฮม แอพพลิเคชั่น (Smart-Home Application) โดยพัฒนาโฮมเซอร์วิสแอพพลิเคชั่น ซึ่งจะรวบรวมบริการต่างๆแบบครบวงจร นอกเหนือจากการบริการเรื่องบ้าน เช่น บริการล้างรถ เสริมสวย ซักผ้ารีดผ้า เป็นต้น ล่าสุดบริษัทติดต่อกับแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นรวมกันไว้เติมเต็มความสะดวกให้ลูกบ้าน และ 4. สมาร์ท-คอนสตรัคชั่น (Smart-Construction) ที่บริษัทนำนวัตกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัยระดับโลกมาใช้ในการก่อสร้าง ที่เห็นชัดเจนคือนวัตกรรมพฤกษาพรีคาสท์ (แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป)

โดยพฤกษาพรีคาสท์เป็นนวัตกรรมจากประเทศเยอรมนีที่ถือว่าทันสมัยที่สุดในโลก ทำให้ตัวบ้านที่ก่อสร้างมีความแข็งแรงทนทาน ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีในส่วนของนวัตกรรมการก่อสร้าง ระบบอุตสาหกรรมคุณภาพ Pruksa REM (Real Estate Manufacturing) ซึ่งจะแบ่งการก่อสร้างเป็นลำดับขั้นตอน โดยใช้ทีมช่างผู้ชำนาญการในงานแต่ละประเภท เหมือนเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ซึ่งสามารถควบคุมคุณภาพในแต่ละขั้นตอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“บริษัทถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป โดยเฉพาะ การนำเทคโนโลยีพรีคาสท์มาใช้ตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งถือว่าเป็นรายแรกของประเทศไทย ซึ่งบริษัทก็เก็บสะสมประสบการณ์ในการพัฒนาระบบพรีคาสท์ มาตลอด จนปัจจุบันมีโรงงานรวม 7 โรงงาน”

สำหรับข้อดีของเทคโนโลยีพรีคาสท์ คือสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้ทุกขั้นตอน และลดขยะการก่อสร้างที่หน้างานได้เป็นอย่างดี แน่นอนก็จะนำมาซึ่งการควบคุมต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพตามมา โดยบริษัทนำระบบพรีคาสท์มาใช้พัฒนาสินค้าของบริษัท ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม

คุณปิยะกล่าวว่า บ้านที่ก่อสร้างด้วยระบบ พฤกษา พรีคาสท์ มีข้อดีและมีประโยชน์ต่อลูกค้ามากกว่าเมื่อเทียบกับระบบการก่อสร้างแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นด้านพื้นที่ใช้สอย เนื่องจากบ้านใช้ผนังรับน้ำหนัก จึงไม่มีเสา-คาน ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ลงตัวยิ่งขึ้น อีกทั้งพรีคาสท์ยังโดดเด่นด้านความแข็งแรงทนทาน สามารถต้านทานแรงลมและแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ป้องกันความร้อนและทนไฟไหม้ได้มากกว่า 2 ชั่วโมง ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีกว่าผนังที่ก่ออิฐฉาบปูน

“แม้ปัจจุบันจะมีผู้ประกอบการหลายรายเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีพรีคาสท์ แต่ด้วยประสบการณ์ของบริษัทที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ยาวนานกว่า 13 ปี ซึ่งก็ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการผลิตชิ้นงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับมอบบ้านที่ดีที่สุดจากนวัตกรรมที่ทันสมัยที่บริษัทตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมา”.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th