สมาคมประมงฯ จี้ กระทรวงแรงงาน แก้ปัญหาขาดแคลนลูกจ้างกว่า 6 หมื่นคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 20:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/935292


สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ร้องกระทรวงแรงงาน ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานกว่า 6 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 60 นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช รองอธิบดีกรมการจัดหางานเป็นผู้แทนกระทรวงแรงงานรับมอบหนังสือชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง จากนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย รองประธานสมาคมฯ นายกสมาคมประมงใน 22 จังหวัดชายทะเล และผู้แทนผู้ประกอบการ โดยสมาคมประมงฯ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานบนเรือประมง ซึ่งขาดแคลนแรงงานทั่วประเทศ 61,837 คน โดยยื่นแนวทางคือ

1.ขอให้จัดตั้งศูนย์ One Stop Service บริเวณชายแดน เพื่อเป็นจุดรับ-ส่งแรงงานต่างด้าว เพื่อให้มีการดำเนินการที่สะดวกรวดเร็ว ลดปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง

2.ให้ใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 83 ให้อธิบดีกรมประมงใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกในการออกหนังสือคนประจำเรือ (Seaman book) แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้ได้ใช้แรงงานประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวประมงสามารถนำแรงงานต่างด้าวมาขอออกหนังสือคนประจำเรือได้ เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงในระยะสั้น ระหว่างรอแรงงาน MOU

นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า อาจมีการใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 83 จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมประมง ซึ่งเมื่อมีข้อสรุปแล้ว กระทรวงแรงงานจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป

นายวิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล จำนวน 49,138 คน เป็นแรงงานต่างด้าวกลุ่มบัตรชมพู 33,851 คน กลุ่มพิสูจน์สัญชาติ 13,856 คน กลุ่ม MOU 1,431 คน.

 

‘พาณิชย์’ สั่งปรับมาตรการดูแลสินค้าใหม่ กันผู้ผลิตลดขนาดแต่ขายราคาเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 19:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/935205


‘อภิรดี’ สั่งปรับมาตรการดูแลราคาสินค้าใหม่ ป้องกันผู้ผลิตใช้เล่ห์เหลี่ยม ลดขนาดขายราคาเดิม ป้องกันผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ ด้านกรมการค้าภายใน เตรียมหารือผู้ผลิต-ห้าง หาเหตุลดไซส์ขายราคาเดิม พร้อมหามาตรการจัดการ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบมาตรการดูแลราคาสินค้าในปัจจุบันว่ารัดกุม เหมาะสม สามารถควบคุมดูแลราคาสินค้าได้เป็นอย่างดีหรือไม่ และติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าทุกรายการเป็นอย่างไร ทั้งสินค้าและบริการที่อยู่ในบัญชีควบคุม 47 รายการ และสินค้าที่อยู่ในบัญชีติดตามดูแล 205 รายการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค จนทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

“ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในประชุมผู้ผลิต และห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ วันที่ 9 พ.ค. เพื่อหารือสถานการณ์ราคาสินค้า ปัญหาที่เกิดขึ้น หลังมีข่าวผู้ผลิตปรับลดน้ำหนักสินค้า ลดขนาดบรรจุภัณฑ์แต่ยังขายราคาเดิม โดยให้ตรวจสอบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และหามาตรการดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก เพราะถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในเชิญประชุมผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค 5-6 ราย เช่น ยูนิลีเวอร์, พีแอนด์จี, คอลเกตปาล์มโอลีฟ, เครือสหพัฒน์ เป็นต้น รวมทั้งห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ อย่างบิ๊กซี, แม็คโคร และเทสโก้ โลตัส เพื่อมาหารือโครงสร้างราคาสินค้า และการปรับลดขนาดสินค้าลงมีความเหมาะสมหรือไม่ หลังพบว่า ผู้ผลิตได้ปรับราคาสินค้าทางอ้อม โดยลดปริมาณสินค้า แต่ยังคงตั้งราคาจำหน่ายเท่าเดิม

โดยสินค้าที่ผู้ผลิตมีพฤติกรรมลดขนาดสินค้า แต่ขายราคาเดิม เช่น ครีมอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ ซึ่งอยู่ในบัญชีสินค้า ที่กรมการค้าภายในติดตามดูแล 205 รายการ ไม่ได้อยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม ที่ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา โดยผู้ผลิตสินค้า แจ้งว่า ราคาขายปัจจุบัน ไม่เกินจากเพดานราคาที่แจ้งให้กรมการค้าภายในทราบ สำหรับสินค้าอื่น เช่น สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน แชมพูสระผม กระเบื้อง สังกะสี เหล็กเส้น น้ำมันพืช นมสด ซึ่งกรมการค้าภายใน กำหนดให้ผู้ประกอบการแจ้งให้กรมทราบก่อนการปรับขึ้นราคา แต่ไม่ต้องขออนุญาต

“การที่ต้องเชิญห้างมาหารือด้วย เพราะเป็นกลไกกำหนดราคาสินค้าส่วนหนึ่ง เช่น การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายของห้าง จะทำให้ราคาสินค้าถูกลงกว่าปกติ แต่เมื่อเลิกจัดแล้ว ราคาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และอาจทำให้ผู้บริโภคคิดว่า ราคาสินค้าปรับขึ้นได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ แนวทางที่กระทรวงพาณิชย์จะนำมาใช้ดูแลราคาสินค้า นอกจากจะขอความร่วมมือผู้ผลิตให้แจ้งการปรับขึ้นราคา ซึ่งเป็นมาตรการเดิม อาจจะขอให้เพิ่มการแจ้งรายการสินค้าที่ปรับลดน้ำหนักด้วย ซึ่งหากกรมเห็นว่าสมเหตุสมผล จะอนุมัติให้ดำเนินการได้ แต่หากไม่สมเหตุสมผล ผู้ผลิตต้องชี้แจงว่าการลดขนาดสินค้า มีสาเหตุมาจากอะไร หากไม่ดำเนินการ จะใช้มาตรการทางกฎหมาย เช่น การขึ้นบัญชีเป็นสินค้าควบคุม เพื่อที่จะมีมาตรการออกมาดูแลต่อไป

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ลดลง 1.00 ดัชนีแตะ 1,568 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/935145


หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับตัวลดลง 1.00 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,568.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 35,388.21 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 8 พ.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวลดลง 1.00 จุด เปลี่ยนแปลง -0.06% มูลค่าการซื้อขาย 35,388.21 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,571.42 จุด และต่ำสุดที่ 1,565.74 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน).

 

นักลงทุนขานรับเลือกตั้ง ปธน. เชื่อ ‘มาครง’ กล่อมชาวฝรั่งเศสอยู่ EUต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 16:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/935025


(Emmanuel Macron)

นักลงทุนทั่วโลก ขานรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส เชื่อ ‘เอ็มมานูเอล มาครง’ จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนให้อยู่ในอียูต่อไปได้

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 60 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่นายเอ็มมานูเอล มาครง คว้าชัยชนะครั้งนี้ จะช่วยคลายความกังวลให้กับนักลงทุนที่กำลังติดตามสถานการณ์ หากระยะต่อไปสหภาพยุโรป (อียู) มีความเข้มแข็งมากขึ้น จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้นตามไปด้วย

ในส่วนของประเทศไทยนั้น ต้องเน้นการพึ่งพาในประเทศ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจเอเชียเป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่เติบโตดีมากที่สุด โดยไทยพัฒนาตัวเอง เน้นการลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ ข้อมูลการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับที่ 3 ของอียู รองจากเยอรมนี และสหราชอาณาจักร และคาดว่าปี 2560 เศรษฐกิจของฝรั่งเศสจะเติบโตร้อยละ 1.4

เมื่อปี 2559 ไทยส่งออกสินค้าไปฝรั่งเศสมูลค่า 1,553.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3.02 และในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2560 (ม.ค.-มี.ค.) ไทยส่งออกสินค้าไปฝรั่งเศสมูลค่า 389.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 6.54 สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบเลนซ์ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบและอื่นๆ

ทางด้าน ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบ 2 ที่ผลออกมาตามคาด คือ นายเอ็มมานูเอล มาครง เป็นผู้ชนะ เท่ากับปัจจัยเสี่ยงของตลาดลดลงไปอีกหนึ่งตัว

โดยเรามองว่า สถานการณ์ในยุโรปจะเหลือแค่ Brexit และการเลือกตั้งของเยอรมนี ซึ่งยังไม่มีผลต่อตลาดตอนนี้ อีกทั้งผลการเลือกตั้งของฝรั่งเศสอาจเปลี่ยนทัศนคติของคนยุโรปที่เคยคิดอยากออกจากอียู ซึ่งตลาดยุโรปและค่าเงินยูโรจะดีจากผลการเลือกตั้งนี้

สำหรับความกังวลต่อการไหลออกของเงินทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ อาจสูงขึ้น นอกจากมาจากผลการเลือกตั้งของฝรั่งเศส ส่วนหนึ่งมาจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ดีขึ้นมาก (อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.4% ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี) ดันให้ค่าความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed (Fed Fund Rate Implies Probabilities)

ดร.วิน กล่าวอีกว่า ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ (8-12 พ.ค.) ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะเป็นผลบวกต่อตลาดทั่วโลก ที่ความเสี่ยงจะลดลง เช่นเดียวกับสถานการณ์ของเกาหลีเหนือที่เริ่มดีขึ้นหลังสหรัฐฯ จะใช้เพียงมาตรการ Sanction

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ถูกนักลงทุนต่างประเทศขายและกลับเข้าไปซื้อในตลาดเอเชียแห่งอื่นนั้นเป็นปัจจัยถ่วงตลาดหุ้นไว้ นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่ยังมีต่อจากสัปดาห์ก่อน คือเรื่องของ Fund Flow ของนักลงทุนต่างประเทศ ที่อาจลดพอร์ตหรือปรับพอร์ต หลังมีโอกาสมากขึ้นที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า

นอกจากนี้ การเข้ามาเก็งกำไรในผลประกอบการในหุ้นรายตัว จะไม่คึกคักเหมือนไตรมาสก่อนๆ จะมีการลงทุนแบบเลือกลงทุนและซื้อขายสั้นๆ มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ดัชนีมีลักษณะเป็น sideway ตัวแปรที่ชี้ทิศทางที่สำคัญ คือ นักลงทุนต่างประเทศจะขายหุ้นต่อหรือไม่.

 

คมนาคมถก 10 สถาบันการเงิน ปล่อยกู้ผู้ประกอบการรถตู้ ซื้อไมโครบัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 15:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/934877


คมนาคมถกสถาบันการเงิน 10 แห่ง ปล่อยกู้ 2.5 หมื่นล้านบาท ให้ผู้ประกอบการรถตู้ทั่วประเทศเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัส มั่นใจคืนทุนใน 3 ปี

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 60 นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับผู้ประกอบการรถตู้โดยสารในปัจจุบัน ที่ต้องการเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก ว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เตรียมหาแนวทางร่วมกับสถาบันการเงินไว้รองรับกรณีผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนรถตู้ให้เป็นรถโดยสารขนาดเล็ก ขนาด 20 ที่นั่ง ตามนโยบายของกรมการขนส่งทางบก และต้องใช้เงินในการจัดหารถใหม่

เบื้องต้น มี 10 สถาบันการเงินแสดงความสนใจที่จะให้รถตู้ที่จะหมดอายุสัมปทาน ตั้งแต่ปี 62-64 จำนวน 11,194 คัน ซึ่งวงเงินที่จะต้องปล่อยกู้รวมเฉลี่ยคันละ 1.7 ล้านบาท – 2.2 ล้านบาทต่อคัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 24,626 ล้านบาท

จากการศึกษาและหารือร่วมกับสถาบันการเงินทั้ง 10 แห่ง พบว่าหากเปลี่ยนรถตู้โดยสารมาเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก 20 ที่นั่งนั้น รถโดยสารจะมีราคาเฉลี่ยคันละ 1.7 ล้านบาท – 2.2 ล้านบาท /คัน และภาครัฐให้สัมปทานผู้ประกอบการรถ 7 ปี หากเดินรถจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 ปี โดยสถาบันการเงินคิดอัตราดอกเบี้ย 3-5% โดยธนาคารไทยพาณิชย์ เสนอดอกเบี้ยต่ำสุดที่ 3%

อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันการเงิน พร้อมที่จะปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการตามนโยบายแต่อยากให้ภาครัฐ จัดระเบียบผู้ประกอบการที่จะเข้ามากู้ให้เป็นในรูปนิติบุคคล มากกว่าส่วนบุคคล รวมถึงให้ภาครัฐกำกับดูแลตรวจสอบคนขับรถให้ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงการขับรถและการผ่อนชำระเงินต้นคืน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 15 พ.ค. นี้ตนจะสรุปเรื่องสถาบันการเงินที่ให้กู้รวมถึงเงื่อนไขหลักเกณฑ์ ให้ นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม รับทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบรถตู้โดยสารต่อไป นอกจากนั้น ในส่วนของการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถตู้ก่อนที่จะกู้เงินกับสถาบันการเงินหลังหมดสัมปทานกับ บริษัทขนส่ง จำกัดนั้น

เบื้องต้น ทางกรมการขนส่งทางบกยังได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่ง ในการรับซื้อรถตู้จากผู้ประกอบการรถตู้ เบื้องต้นทางสมาคมผู้ประกอบการยินดีรับซื้อรถตู้ในราคาคันละ 250,000-500,000 บาทต่อคันตามสภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบสามารถนำเงินที่ขายรถตู้ไปดาวน์รถโดยสารขนาดเล็กคันใหม่ได้

 

3BB แจง กสทช.ใช้เข้ากูเกิล-ยูทูบไม่ได้ เยียวยาให้ดูหนังฟรี 1 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 14:43

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/934902


3BB ชี้แจงใช้ Google และ YouTube ไม่ได้ เนื่องจาก Google ต่างประเทศซ่อมบำรุงระบบ พร้อมเยียวยาลูกค้า ให้ดู MONOMAXX ฟรี 1 เดือน โดย กสทช.เห็นชอบให้ดำเนินการทันที…

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2560 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนบริษัท ทริปเปิลที อินเทอร์เน็ต จำกัด ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต 3BB ได้เข้าพบพร้อมทำหนังสือมาชี้แจง กรณีที่ลูกค้า 3BB ไม่สามารถใช้งาน Google และ YouTube ได้เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยทางบริษัทฯ ได้ชี้แจงว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากทีมงาน Google ต่างประเทศได้มีการซ่อมบำรุงระบบ ส่งผลให้ไม่สามารถใช้งาน Google และ YouTube ได้ ทางทีมงาน 3BB ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด โดย Google สามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. และ YouTube สามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของวันที่ 6 พ.ค. 2560

ทั้งนี้ บริษัท ทริปเปิลที อินเทอร์เน็ต จำกัด ได้เสนอแผนเยียวยาให้กับผู้ใช้บริการ 3BB ทุกราย โดยจะใช้งานบริการ MONOMAXX ซึ่งเป็นบริการให้ชมภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ของ MONO ผ่านแอปพลิเคชัน มูลค่า 129 บาท ได้ฟรี 1 เดือน

“สำนักงาน กสทช. เห็นว่าแผนเยียวยาที่บริษัท ทริปเปิลที อินเทอร์เน็ต จำกัด เสนอมาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ 3BB จึงให้บริษัทฯ ดำเนินการได้ทันที” นายฐากร กล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3BB ล่ม! ลูกค้าใช้ยูทูบ-กูเกิลไม่ได้ ไร้เสียงตอบรับจากผู้ให้บริการ

3BB เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ ผู้ใช้บางรายทยอยเข้า ยูทูบ-กูเกิลได้แล้ว!

 

คปภ.ลดดอกเบี้ย-เพิ่มความคุ้มครองข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 60-61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 14:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/934843


คปภ.ลดดอกเบี้ย-เพิ่มความคุ้มครองข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 60-61 รับมือภัยพิบัติตลอดปี ‘สุทธิพล’ ระบุ ปี 59 จ่ายเงินชดเชยแล้ว 648 ล้านบาท

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. เป็นประธานเปิดการอบรมความรู้ประกันภัยด้านการประกันภัยผลผลิตทางการเกษตร ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รวมไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเกษตรจากทั้ง 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมประชุมรวมกว่า 300 คน

นายสุทธิพล กล่าวว่า การประกันภัยผลผลิตทางการเกษตร เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการปฏิรูปการประกันภัยพืชผล เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและยกระดับรายได้ให้กับภาคการเกษตรของไทย ซึ่งโครงการประกันข้าวนาปี นั้นเป็นประเด็นที่กระทรวงการคลัง ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน จนมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเข้าร่วมโครงการดังกล่าวในปี 2559 เป็นจำนวนมาก

โดยในปีที่ผ่านมานั้นมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเข้าร่วมโครงการประกันผลผลิตผู้ปลูกข้าวนาปี อยู่ที่ 1,510,000 ราย มีนาข้าวที่เข้าร่วมโครงการ 27,170,000 ไร่ ซึ่งปีที่ผ่านมามีพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติตามระเบียบทั่วทั้งประเทศ 624,770 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ 620,229 ไร่ โดยมีการีจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 684,000,000 บาท

ขณะที่ ภาคอีสานนั้น มีพื้นที่นาข้าวมากถึง 36 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เข้าร่วมโครงการมากถึง 16 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 45 และเฉพาะที่ขอนแก่นมีพื้นที่ปลูกข้าว 720,000 ไร่ มีเกษตรผู้ปลูกข้าวเข้าร่วมโครงการมากถึงร้อยละ 33.17 ดังนั้นในฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี 2560-2561 คปภ. ยังคงประสานการทำงานร่วมกันกับทุกหน่วยงานในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าวในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะประกันผลผลิตทางการเกษตรในประเภทข้าวนาปี ที่จะได้รับการคุ้มครองจากการให้บริการของรัฐ ได้อย่างครอบคลุม

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2560-2561 นั้นเตรียมที่จะเสนอแผนการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับชาวนาไทยและการสร้างแรงจูงใจให้กับชาวนาไทย ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ขณะนี้ คปภ.ได้มีการหารือกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย ซึ่งได้ข้อสรุปที่ตรงกันในการที่จะปรับลดเบี้ยประกันข้าวนาปี ที่จะเริ่มจากปีการผลิต 2560 ให้ต่ำกว่าเบี้ยประกันในปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน จะขยายความคุ้มครองให้สูงขึ้นกว่าเดิม โดยครอบคลุมแนวทางการประกันที่เกิดจากความเสียหายจากน้ำท่วม หรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือไต้ฝุ่น ภัยที่เกิดจากอากาศหนาว หรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ รวมไปถึงความเสียหายของนาข้าวที่เกิดจากศัตรูพืช หรือโรคระบาด โดย คปภ.เตรียมที่จะส่งเรื่องถึงกระทรวงการคลังเพื่อรายงานการเพิ่มความคุ้มครองดังกล่าว เพื่อที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอุดหนุนเบี้ยประกันให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของไทยต่อไป

 

หนุน SME ต่อเนื่อง ซีพี ออลล์เปิดรับสินค้าเกษตรแปรรูปขายเซเว่นฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2560 13:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/934762


“ซีพี ออลล์” ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พร้อมลั่นเดินหน้าสนับสนุนเอสเอ็มอีภาคเกษตรต่อเนื่อง หวังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกร…

นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือ เอสเอ็มอี ที่สามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพมาตรฐานและเป็นที่นิยมมาโดยตลอด โดยบริษัทฯ จะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านสาขาร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีอยู่ 9,700 สาขาทั่วประเทศ และผ่านบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ที่มีช่องทางการจำหน่ายผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ร้านสาขา ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์และอีคอมเมิร์ซ ที่สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ช็อปปิ้งสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้งเซเว่นฯ และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้นประมาณกว่า 25,000 รายการ และมีการเพิ่มปริมาณสินค้าเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าเอสเอ็มอีที่จำหน่าย มีหลากหลายประเภท โดยมีสินค้าหลายประเภทที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น ผลไม้แปรรูป เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องนอน โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรที่นำมาแปรรูปเป็นสินค้าที่น่าสนใจและได้รับความนิยมจากประชาชนหลายรายการ เป็นการช่วยยกระดับพืชผลการเกษตรที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า ล่าสุด บริษัทฯ นำคณะสื่อมวลชนเข้าชมกระบวนการผลิตทุเรียนแปรรูปชื่อดังของประเทศ โดยเป็นผลผลิตจากสวนเกษตรกรสู่ผลิตภัณฑ์ทุเรียนทอดแบรนด์ชายน้อย ของฝากขึ้นชื่อเมืองชุมพร ซึ่งพัฒนากลยุทธ์และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้เกษตรกร จากการรับซื้อทุเรียนสดปีละ 1,000 ตัน สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใดสนใจนำสินค้าจำหน่ายที่เซเว่นฯ สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ http://www.cpall.co.th หรือ http://www.7eleven.co.th หรือติดต่อผ่านสำนักจัดซื้อของเซเว่นฯ โทรศัพท์ 0-2677-9000.

 

มือหุ่นยนต์รินเบียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 พ.ค. 2560 13:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/933803


ภาพแขนสองข้างของหุ่นยนต์จากบริษัทอุตสาหกรรมผู้ผลิตหุ่นยนต์คูกา กำลังรินเบียร์ลงในแก้วทรงสูงให้กับแขกเหรื่อที่เข้ามาร่วมในงานการประชุมสุดยอดธุรกิจ 20 (Summit of the Bussiness 20) เพื่อเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืนในอนาคต โดยกลุ่ม B20 เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม G20 ที่ดูส่งเสริมการเจรจาระหว่างผู้กำหนดนโยบายภาคประชาสังคมและธุรกิจในระดับนานาชาติ เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนกับรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ จัดขึ้นเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี.

 

3 พันธมิตร เปิดตัวแอปพลิเคชัน นวัตกรรมทางการเงิน ‘3B LINK’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 8 พ.ค. 2560 10:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/934613


บลจ.บัวหลวง และ บมจ.กรุงเทพประกันภัย ร่วมกับ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวนวัตกรรมทางการเงิน 3B LINK แผนการลงทุนคู่ความคุ้มครอง ที่จะช่วยออกแบบอนาคตสำหรับความต้องการและเป้าหมายของแต่ละบุคคล “Design Your Own Future” ผ่านแอปพลิเคชัน 3B LINK ที่พันธมิตร 3B ร่วมกันพัฒนาขึ้นในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการลงทุนในกองทุนรวมที่หลากหลาย คู่ไปกับหลักประกันที่มั่นคงเพื่อคุ้มครองความเสี่ยง โดยมีผู้บริหารจากพันธมิตร 3B ร่วมเปิดงาน

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง เปิดเผยว่า “เพื่อรองรับทุกความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ทั้งอายุคนที่จะอยู่ยืนยาวขึ้น โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น การวางแผนรองรับความเสี่ยงและความมั่งคั่งในชีวิต ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก 3B LINK แผนการลงทุนคู่ความคุ้มครอง จึงออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุม ทั้งการวางแผนลงทุนและการจัดสรรเงินลงทุนด้วยกองทุนรวมที่มีคุณภาพของ บลจ.บัวหลวง และผลิตภัณฑ์ ที่สร้างหลักประกันชีวิตและทรัพย์สินจาก กรุงเทพประกันภัย และกรุงเทพประกันชีวิต เป็นการช่วยตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตของคุณได้ตามต้องการ

นวัตกรรมทางการเงิน 3B LINK เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์การวางแผนการเงินที่พัฒนาด้วยความร่วมมือของ 3 พันธมิตรทางการเงินที่แข็งแกร่ง หรือ “พันธมิตร 3B” ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รวมทั้งยังพัฒนาที่ปรึกษาการเงิน 3B เพื่อบริการและให้คำแนะนำการวางแผนการเงิน ผ่านแอปพลิเคชัน 3B LINK แผนการลงทุนคู่ความคุ้มครอง เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของตลาดในยุคปัจจุบัน”

นายเรืองศักดิ์ ปัญญาบดีกุล ผู้บริหารโครงการ 3B LINK ยังเปิดเผยว่า “3B LINK ได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการออกแบบแผนการลงทุนคู่ความคุ้มครอง เพื่อช่วยบริหารทรัพย์สิน และเลือกวิธีการลงทุนที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ พร้อมคุ้มครองความเสี่ยงในชีวิตได้อย่างครอบคลุม ทั้งการวางแผนลงทุน แผนจัดสรรเงินลงทุน แผนการศึกษาบุตร แผนเตรียมเกษียณ หรือแผนมรดก ร่วมกับมีแนวคิดตอบโจทย์การวางแผนเป้าหมายชีวิตของคุณได้ตามต้องการ

นวัตกรรมนี้ยังมีความโดดเด่นในการให้อิสระแก่ผู้ลงทุน ด้วยการเลือกผลตอบแทนตามความต้องการจากกองทุนที่หลากหลาย สามารถจัดสรรระยะเวลาการถือครองของการลงทุนหรือความคุ้มครอง และมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรสัดส่วนการลงทุน รวมทั้งระยะเวลาการลงทุน ให้ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับสัดส่วนที่ลงทุนไว้ ถือว่าเป็นนวัตกรรมการเงินที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ และจะช่วยให้ที่ปรึกษาการเงิน 3B สามารถให้บริการแก่ลูกค้าและผู้สนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ในโอกาสเปิดตัวนวัตกรรม 3B LINK แผนการลงทุนคู่ความคุ้มครองนี้ ยังได้รับความรู้ดีๆ จากการเสวนาร่วมในหัวข้อ “Design Your Own Future ออกแบบอนาคตที่คุณฝัน มั่นใจทุกเป้าหมาย” โดยคุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง และคุณเรืองศักดิ์ ปัญญาบดีกุล ผู้บริหารโครงการ 3B LINK เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การวางแผนทางการเงิน และแนะเคล็ดวิธีบริหารการเงินเพื่ออนาคตที่สดใสให้แก่ผู้ร่วมงาน