‘อาคม’ สั่งเบรกแผนชง ครม. ส่วนต่อขยายสีเขียว รอ กทม. โอนหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 พ.ค. 2560 01:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932887


“อาคม” สั่งเบรกแผนชง ครม. ส่วนต่อขยายสีเขียว 2 ช่วง สมุทรปราการ-บางปู และ คูคต-ลำลูกกา รอ กทม.เคลียร์โอนหนี้แลกบริหารสีเขียว …

นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในฐานะรักษาการผู้ว่า รฟม. เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อพิจารณาโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า ที่ประชุมมีมติให้ชะลอแผนการดำเนินโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้ง 2 ช่วง คือ ช่วงสมุทรปราการ-บางปู 7 กม. และช่วงคูคต-ลำลูกกา 6.5 กม. ซึ่งตามกำหนดเดิมจะมีการสรุปรายละเอียด เพื่อเสนอขออนุมัติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ภายในเดือน มิ.ย.นี้ จึงขอให้รอความชัดเจนเรื่องการโอนหนี้สินระหว่าง รฟม.กับกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่อโอนโอนสิทธิการบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้ง 2 ช่วง คือ ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ให้กับ กทม.ด้วย

นายธีรพันธ์ กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยซึ่งรับผิดชอบและกำกับดูแล กทม. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายละเอียดข้อมูลเพื่อเตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วงเงินรวม 60,815 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระหนี้ค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ประกอบด้วย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 21,403 ล้านบาท และหมอชิต-สะพานใหม่ – คูคต 39,412 ล้านบาท เพราะหากมีการดำเนินการโอนสิทธิการบริหารรถไฟฟ้าทั้ง 2 ช่วงให้ กับ กทม.แล้ว การพิจารณาดำเนินการเพื่อก่อสร้างส่วนต่อขยาย ก็น่าจะอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ กทม.ด้วย

“เรื่องนี้ นายอาคม จะมีการหารือกับ นายอภิศักดิ์ ตันติสรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสอบถามรายละเอียดและความชัดเจนต่างๆ เพราะการตัดสินที่จะอนุมัติงบประมาณดังกล่าวขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลังเป็นหลัก” นายธีรพันธ์กล่าว

ส่วนการเปิดให้บริการเดินรถ 1 สถานี ช่วงแบริ่ง-สำโรง นั้น นายธีรพันธ์ กล่าวว่า ทาง รฟม. จะมีการพิจารณากำหนดเป็นค่าเช่ารางเพื่อเรียกเก็บจาก กทม.ในภายหลัง ในเบื้องต้นประเมินค่าเช่ารางเดือนละ 8 ล้านบาท เพราะรวมถึงการที่ รฟม.รับผิดชอบในการดูแลและซ่อมบำรุงด้วย.

 

กรมการท่องเที่ยว จ่อลงดาบ ไกด์ทิ้งนทท.จีน ลอยแพคนไทยไปรัสเซีย เต็มที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 21:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932682


(แฟ้มภาพ)

กรมการท่องเที่ยวเร่งเอาผิด 3 เหตุการณ์สำคัญ ทิ้งนักท่องเที่ยวจีนที่พังงา ลอยแพ 25 คนไทย นักท่องเที่ยวไทยไปรัสเซีย และจัดอบรมไกด์ให้ขายสินค้าด้อยคุณภาพ เผยมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 60 นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์นี้มีกรณีหลอกลวงนักท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวจึงได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวตรวจสอบติดตามผล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับกรณีแรก ได้เข้าตรวจค้นบริษัท ซินซิง ทราเวล จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 14/01897 สืบเนื่องจากมัคคุเทศก์ของบริษัทดังกล่าว ได้ทิ้งลูกทัวร์ที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนไว้ที่พังงา เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค. 60 กรณีนี้ มัคคุเทศก์มีความผิดฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และใช้บุคคลอื่นทำหน้าที่แทนตน (sitting guide) มีบทลงโทษพักใช้ใบอนุญาต และจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท และกรณีที่มีการใช้คนจีนเป็นไกด์เถื่อนมาทำหน้าที่แทน เป็นความผิดฐานมัคคุเทศก์เถื่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

นอกจากนั้น จากการไปตรวจสำนักงานของ บริษัท ซินซิง ทราเวล จำกัด ซึ่งจดทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยวถูกต้อง แต่กระทำผิดจากกรณีดังกล่าว จึงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีต่อไป

ส่วนกรณีที่สอง เมื่อวันที่ 4 พ.ค.60 ได้ดำเนินการจับกุม นายเจษฎา หงส์หิน ในข้อหาประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตและฉ้อโกง จากการที่ผู้ต้องหาได้หลอกลวง โดยจัดทัวร์นำนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 25 คน มีกำหนดเดินทางไปประเทศรัสเซีย ช่วงเช้าวัน 4 พ.ค.2560 แต่ไม่ชำระค่าตั๋วเครื่องบินและไม่ได้ติดต่อบริษัทนำเที่ยวปลายทางไว้ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปรัสเซียได้

กรณีนี้ นายเจษฎา มีความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้ขายทัวร์ดังกล่าวไม่มีทั้งบัตรมัคคุเทศก์ และไม่ได้เป็นบริษัทนำเที่ยวด้วย

ส่วน กรณีที่ 3 กรมการท่องเที่ยวร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เชิญมัคคุเทศก์จำนวน 58 คน ที่เข้าร่วมการอบรมเมื่อวันที่ 23 เม.ย.60 มาให้ถ้อยคำเพื่อประกอบการดำเนินคดี เนื่องจากมีการจัดอบรมการขายสิ่งของ และให้ข้อมูลที่อาจส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม จึงทำให้มีมัคคุเทศก์ที่จดทะเบียนและปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องอีกกลุ่มหนึ่งมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการดังกล่าว และขอให้เร่งปราบปรามมัคคุเทศก์เถื่อนด้วย.

 

ขสมก.จัดแผนเดินรถรองรับการเดินทางประชาชนช่วงวันหยุดยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 20:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932747


ขสมก. จัดแผนเดินรถรองรับการเดินทางของประชาชน วันวิสาขบูชา และช่วงวันหยุดต่อเนื่องวันพืชมงคล

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ในช่วงวันวิสาขบูชาและช่วงวันหยุดต่อเนื่องวันพืชมงคลทาง ขสมก.ได้จัดแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย สร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ระหว่างวันที่ 9 – 15 พ.ค. 60 โดยคาดว่าประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด โดยใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ทั้งรถโดยสารของ ขสมก.และรถเอกชนร่วมบริการ

ทั้งนี้ ประชาชนบางส่วนนิยมเดินทางไปทำบุญไหว้พระในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ขสมก.จึงจัดแผนการเดินรถ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ดังนี้ ในเส้นทางปกติได้เพิ่มจำนวนรถ เที่ยววิ่ง และการเปลี่ยนกะของพนักงานประจำรถ ทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะสว่าง จำนวน 116 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 9 – 15 พ.ค.60 โดยเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่ง จำนวน 4 สถานี รวม 37 เส้นทาง

นอกจากนี้ยังได้จัดเดินรถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดังนี้ จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี จำนวน 11 เส้นทาง จัดรถโดยสารเส้นทางปกติที่วิ่งผ่านบริเวณท้องสนามหลวง จำนวน 25 เส้นทาง

ด้านมาตรการเพื่อความปลอดภัย การเตรียมความพร้อมของรถโดยสาร ขสมก.ได้เข้มงวดตรวจเช็กการซ่อมบำรุงให้เป็นไปตามแผนและระเบียบปฏิบัติ โดยให้หัวหน้างานคอยย้ำเตือนพนักงานประจำรถให้ตรวจสอบสภาพรถพร้อมอุปกรณ์ส่วนควบอย่างละเอียดถี่ถ้วนและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก ประตูเปิด – ปิดอัตโนมัติ การติดตั้งเครื่องดับเพลิง เป็นต้น.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ร่วง 4.03 ดัชนีแตะ 1,569 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 17:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932592


หุ้นไทยปิดตลาดบ่ายปรับตัวลดลง 4.03 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,569.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 36,778.25 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 5 พ.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวลดลง 4.03 จุด เปลี่ยนแปลง -0.26% มูลค่าการซื้อขาย 36,778.25 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,571.80 จุด และต่ำสุดที่ 1,563.95 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน).

 

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิด 30 สต. ยกเว้น E85 มีผล 6 พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932568


วันนี้อย่าเพิ่งเติม! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 30 สต.ต่อลิตร ยกเว้น E85 คงเดิม มีผลตี 5 วันที่ 6 พ.ค. 60

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 60 บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดลง 30 สต.ต่อลิตร ยกเว้น E85 คงราคาเดิม มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 6 พ.ค. 60

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 33.46 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 26.35 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 26.08 บาท/ลิตร, E20 ราคา 23.84 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.54 บาท/ลิตร และดีเซล 24.49 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

 

‘วิบูลย์ลักษณ์’ สั่งพาณิชย์จังหวัด ช่วยเกษตรกรปลูกสับปะรดหลังราคาตกฮวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 16:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932510


“ปลัดพาณิชย์” สั่งพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมมือจังหวัดแก้ปัญหาราคาสับปะรด หลังเกษตรกรนำผลผลิตมาแจกฟรี เหตุโรงงานไม่รับซื้อ ล่าสุดขอให้โรงงานยืนราคาซื้อที่โลละ 5 บาท นาน 15 วัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งดำเนินการช่วยเหลือ หลังจากที่เกษตรกรในจังหวัดได้นำผลสับปะรดออกมาแจกฟรี เนื่องจากโรงงานไม่รับซื้อ

จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการไตรภาคีส่งเสริมและพัฒนาสับปะรด ที่มีตัวแทนเกษตรกร โรงงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้น ได้ขอความร่วมมือโรงงานให้ยืนราคารับซื้อสับปะรดผลใหญ่กิโลกรัมละ 5 บาท โดยให้ตรึงราคาดังกล่าวเป็นเวลา 15 วัน

นอกจากนี้ ยังขอให้โรงงานบริหารจัดการเรื่องการจัดคิวของเกษตรกร รวมทั้งขอความร่วมมือจากเกษตรกรตัดสับปะรดที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่โรงงานกำหนด และลดการใช้สารเคมีในช่วงที่จะตัดผลผลิตเข้าสู่โรงงาน

“ปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากสต็อกของแต่ละโรงงานในขณะนี้ มีจำนวนสูง ยังไม่สามารถระบายได้ เพราะต่างประเทศชะลอการสั่งซื้อ จึงทำให้ไม่สามารถซื้อสับปะรดในปริมาณมากได้ ประกอบกับในช่วงนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และสภาวะอากาศที่ร้อนและมีฝนตก ทำให้สับปะรดแกน คุณภาพจึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่โรงงานกำหนด”

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยต้องรู้ข้อมูลสถานการณ์ผลผลิต แนวโน้มราคา และต้องเตรียมการล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตแต่ละพื้นที่จะออกสู่ตลาด

สำหรับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่ปลูกสับปะรด 486,386 ไร่ มีผลผลิต 1.1 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ย มีเกษตรกร 12,467 ราย ราคาสับปะรดผลใหญ่หน้าโรงงาน ณ วันที่ 4 พ.ค.60 กิโลกรัมละ 4.40-5.20 บาท.

 

นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ เสนอ ‘กสทช.’ กำกับดูแลผู้ให้บริการ OTT

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 15:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932482


คณาจารย์และนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ เสนอ 7 ข้อสำคัญกับ ‘กสทช.’ ให้กำกับดูแลผู้ให้บริการ OTT หรือผู้ให้บริการวิดีโอคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กสทช.ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงการประกอบกิจการแพร่ภาพและเสียง Over the Top ในหัวข้อเรื่อง “รู้จัก เข้าใจ ความเป็นไปของ OTT ในประเทศไทย” แก่คณาจารย์และนักวิชาการ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ Over The Top ได้มีการนำเสนอรายงานแนวทางการกำกับดูแลบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ผ่านโครงข่ายอื่นที่มิใช่โครงข่ายกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ (OTT) หรือที่เรียกให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ ผู้ให้บริการวิดีโอคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต

โดยการประชุมครั้งนี้ คณาจารย์และนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน จำนวนกว่า 30 คน เห็นพ้องกันว่า ควรมีการเข้าไปดูแลการดำเนินงานของ OTT เพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางลบ โดยมีการนำเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางการกำกับดูแล OTT ดังนี้

1. เสนอแนะให้มีการสร้างความสมดุลในการดูแลการประกอบกิจการ เพื่อมิให้กระทบต่อการสร้างสรรค์และการเกิดขึ้นของการให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ใหม่บน Platform OTT

2. เสนอแนะให้มีการกำกับดูแลโฆษณาที่ไม่เหมาะสมในบริการ OTT โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. เสนอแนะให้มีการกำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์ว่า บริการ OTT ใดที่มีอิทธิพลต่อสาธารณะในวงกว้าง

4. เสนอแนะให้มีการกำกับดูแลผ่าน Platform ที่ให้บริการ โดยให้ Platform มีหน้าที่เบื้องต้นในการกลั่นกรองบริการให้เหมาะสมก่อนที่จะมีการเผยแพร่ไปยังผู้รับชม

5. เนื้อหาที่สำคัญบน OTT ก็คือ เนื้อหาจากสื่อเดิม ซึ่งต้องมีการกำกับดูแลในลักษณะเดียวกัน มิใช่เนื้อหาแบบเดียวกันนำเสนอบนสื่อเดิมไม่ได้ แต่สามารถนำเสนอบนสื่อใหม่ได้

6. ควรคำนึงถึงประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ การขัดต่อศีลธรรมอันดี และประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน

7. เสนอแนะให้ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถแยกแยะระหว่างข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและความเห็นส่วนตัว

 

กสทช.เผยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ยื่นขยายเวลาจ่ายค่าธรรมเนียมแล้ว13 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 11:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932167


‘ฐากร’ เลขาธิการ กสทช. เผย เหลือเพียงช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ และช่องทีวีรัฐสภา ที่ยังไม่มายื่นขอสนับสนุนค่า Must Carry ระบุมีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 13 รายที่ยื่นขอขยายเวลาจ่ายค่าธรรมเนียมตาม ม.44 แล้ว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ขณะนี้เหลือเพียงช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ และช่องทีวีรัฐสภา เพียง 2 ช่องเท่านั้นที่ยังไม่มายื่นขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียม (Must Carry) งวดวันที่ 20 ธ.ค.59-ก.พ.60

ทั้งนี้ ขอให้ทั้ง 2 ช่อง รีบมายื่นขอรับการสนับสนุน สำหรับการยื่นขอรับการสนับสนุนของเดือน มี.ค., เม.ย. และเดือนต่อไป ในระหว่างที่สำนักงานยังมีการพิจารณาค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสนับสนุนยังไม่แล้วเสร็จ ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลนำใบเสร็จตัวจริง หรือใบแจ้งหนี้ตัวจริง มายื่นขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้เลย

นายฐากร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการยื่นขอขยายระยะเวลาจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ซึ่งจะครบกำหนดชำระในวันที่ 23 พ.ค. 60 ขณะนี้ มีผู้มายื่นขอขยายระยะเวลาการจ่ายค่าธรรมเนียมฯ แล้ว 13 ราย ได้แก่ 1. บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด 2. บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์วิชั่น จำกัด 3. บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด

4. บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด 5. บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (2 ช่อง) 6. บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด 7. บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด 8. บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด 9. บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด 10. บริษัท อาร์.เอส. เทเลวิชั่น จำกัด 11. บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด 12. บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด และ 13. บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด

สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มายื่น ยังสามารถยื่นหนังสือแจ้งความจำนงมาที่สำนักงาน กสทช. ได้จนถึงวันที่ 22 พ.ค.60 ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถใช้สิทธิดังกล่าวตาม ม.44 ได้

 

“แอสเซทไวส์” ปลื้มยอดขายไตรมาสแรก พร้อมบุกใจกลางเมือง ลุยทำเลฮอตต่อเนื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 พ.ค. 2560 10:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932057


นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายในไตรมาสแรก ของปี 2560 ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดขายอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากยอดขายของโครงการ “เคฟ คอนโด” (Kave Condo) คอนโดมิเนียมบนทำเลที่มีศักยภาพ ติดถนนพหลโยธิน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ที่มียอดขายในขณะนี้ถึง 95% หลังจากเปิดขายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

“นอกจากนี้ รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากโครงการ “วินน์ คอนโด ลาดพร้าว-โชคชัย 4” คอนโดมิเนียมซึ่งตั้งอยู่บนถนนโชคชัย 4 ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่แวดล้อมไปด้วยความสะดวกสบายรอบด้าน แหล่งรวมร้านอาหารชั้นนำ การคมนาคมที่สะดวกสบาย สามารถเดินทางสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้อย่างคล่องตัว ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (ลาดพร้าว) และอยู่ใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีโชคชัย 4 ซึ่งจะเปิดให้บริการในอีกไม่ช้า ทั้งยังรองรับด้วยการคมนาคมหลากหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ถนนรัชดาภิเษก ถนนประดิษฐ์มนูธรรม และถนนเกษตร-นวมินทร์ พร้อมทั้งอยู่ใกล้สถานที่สำคัญ ทั้งสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ โดยในปัจจุบัน มียอดขายมากกว่า 70%”

นอกจากนี้ นายกรมเชษฐ์ได้กล่าวถึงความคืบหน้ายอดขายโครงการคอนโดมิเนียมอื่นๆ ของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็น บราวน์ รัชดา 32 ซึ่งเปิดขายเมื่อช่วงปลายปี 2559 ปัจจุบันมียอดขายมากกว่า 80% พร้อมทั้งโครงการโมดิซ อินเตอร์เชนจ์ ซึ่งมีการทำการตลาดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มียอดขาย 50% รวมถึงล่าสุดกับโครงการ “บราวน์ 67” ซึ่งตั้งอยู่ซอยพหลโยธิน 67 สะพานใหม่ ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่เริ่มเปิดขายเมื่อไม่นานมานี้ มียอดขายขณะนี้อยู่ที่ 30%

“ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายเปิดตัวโครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ แอทโมซ (atmoz) ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม ขนาด 600 – 700 ยูนิต ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 71 ซึ่งคาดว่าจะเปิดจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ศกนี้” นายกรมเชษฐ์ กล่าวในตอนท้าย

 

ทองไทยร่วงต่อเนื่อง เปิดตลาดลด 100 รูปพรรณขายบาทละ 20,700

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 10:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/932048


ทองไทยวันที่ 5 พ.ค. 2560 เปิดตลาดร่วง 100 บาท โดยราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,738.32  บาท ขายออกบาทละ 20,700.00 บาท…

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2560 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ปรับลงบาทละ 100 บาท เมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,738.32 บาท ขายออกบาทละ 20,700.00 บาท ส่วนราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,100.00 บาท ขายออกบาทละ 20,200.00 บาท.