“อาคม” ผวาไม่ผ่านมาตรฐานไอเคโอ ชิงปิดจุดเสี่ยงสนามกอล์ฟทัพฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931888


ก่อน “ยูแซป” ตรวจเข้มดอนเมือง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญด้านการบินหรือปัญหาธงแดง ตามคำแนะนำขององค์การการบินพลเรือน ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกับที่ปรึกษา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานการบิน จากประเทศอังกฤษ (ซีเอเอไอ) ว่า ได้หารือถึงความคืบหน้าการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญด้านการบิน (เอสเอสซี) จำนวน 33 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับขบวนการทบทวนออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (รี-เอโอซี) ให้กับ 24 สายการบินระหว่างประเทศ ขณะนี้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกใบรับรองเอโอซีใหม่ให้ 2 สายการบินแล้ว คือ ไทยแอร์เอเชีย และบางกอกแอร์เวย์

ทั้งนี้ คาดว่าก่อนวันที่ 30 มิ.ย.ซึ่งเป็นวันที่ กพท.จะยื่นให้ไอเคโอ เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานการบินไทยซ้ำ กพท.จะสามารถออกเอโอซีให้สายการบินได้ประมาณ 9-10 สายการบิน ส่วนการแก้ปัญหาเอสเอสซี 33 ข้อ ขณะนี้คืบหน้าไปกว่า 80% และจะครบ 100% ในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ คาดว่า สิ้นปีนี้จะทราบผลตรวจสอบ มั่นใจว่าไทยจะปลดธงแดงได้ ส่วนกรณีการออก พ.ร.บ.การบินพลเรือน พ.ศ. …มีความล่าช้านั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาปลดธงแดงแน่นอน เพราะกฎหมายไม่ใช่นัยสำคัญที่ไอเคโอจะนำมาพิจารณาทบทวนเรื่องปลดธงแดง

นายจุฬา สุขมานพ ผอ.กพท. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ไอเคโอ จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน (ยูแซฟ) ในเดือน ก.ค.นี้ว่า ต้นสัปดาห์หน้า กพท.จะส่งข้อมูลเกี่ยวกับการตอบคำถามการดูแลความปลอดภัยสนามบินจำนวน 50 ข้อ ส่งกลับไปให้ยูแซฟ ซึ่งส่วนใหญ่ถามเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ ระเบียบ ระบบและมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการบินของไทย เพื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานรักษาความปลอดภัยด้านการบินเดือน ก.ค.นี้

“ยูแซฟให้ไทยตอบข้อคำถามอีก 400 ข้อ รวมทั้งเดินทางไปตรวจสอบมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยภายในสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิด้วย สำหรับสนามบินดอนเมืองคงต้องเพิ่มความเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่สนามกอล์ฟของกองทัพอากาศ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางวิ่ง (รันเวย์) ของสนามบิน ดอนเมือง โดย กพท. ได้หารือร่วมกับกองทัพอากาศให้ปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยการเข้า-ออกสนามกอล์ฟ ซึ่งอาจต้องนำเครื่องมือสแกนวัตถุระเบิดเข้ามาติดตั้งบริเวณทางเข้า-ออกสนามกอล์ฟและคลับเฮาส์ เพื่อปิดจุดเสี่ยงด้านความปลอดภัยสนามบิน”.

 

จ่อรีดภาษีตราสารหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931883


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีกระแสข่าวกระทรวงการคลังมีแนวคิดจัดเก็บภาษี 15% จากผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ จากเดิมที่ไม่มีการจัดเก็บนั้น ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่าสิ้นไตรมาส 1 ที่ผ่านมา กองเทอมฟันด์มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวม 701,161 ล้านบาท

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคม บลจ.) เปิดเผยว่า ได้เข้าพบและหารือประเด็น ดังกล่าวกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ว่า มีนโยบายการเก็บภาษีผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จริง ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยที่รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีเพื่อไปใช้พัฒนาประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมกองทุนได้รับการสนับสนุนด้านภาษีจากภาครัฐเป็นระยะเวลากว่า 10-20 ปีแล้ว และปัจจุบันก็เติบโตแข็งแรง

“ทราบว่าภาครัฐประเมินว่า จะสามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษีนี้ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท ทั้งนี้ อัตราการเก็บภาษี 15% นั้นอยู่ในระดับเดียวกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย 15% เมื่อเทียบผลตอบแทนหลังหักภาษีระหว่างการลงทุนเทอมฟันด์ และเงินฝากประจำแล้วพบว่า ผลตอบแทนเทอมฟันด์ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเล็กน้อย”.

 

เร่งพัฒนา “เนชั่นแนลซิงเกิ้ลวินโดว์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931878


นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและขนส่งสินค้า (กบส.) เห็นชอบแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานบริหารจัดการและพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ หรือเนชั่นแนล ซิงเกิ้ล วินโดว์ โดยมีกลไกการบริหารงานภายใต้คณะกรรมการ กบส.ในรูปแบบคณะอนุกรรมการพัฒนานโยบายและกำกับดูแลระบบเนชั่นแนล ซิงเกิ้ล วินโดว์ และมอบหมายให้กรมศุลกากร รับไปดำเนินการ ปรับโครงสร้างองค์กร รองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาระบบงานแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพื่อให้การพัฒนาระบบเนชั่นแนล ซิงเกิ้ล วินโดว์ มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานสากล รองรับการพัฒนาสอดคล้องกับเงื่อนไขและการจัดอันดับมาตรฐานทางการค้าระหว่างประเทศ

“เรื่องเนชั่นแนล ซิงเกิ้ล วินโดว์ กรมศุลกากรจะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงข้อมูลของทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับอาเซียน ซึ่งเรื่องนี้จะมีผลต่อการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ด้วย โดยประเทศไทยจะรายงานความคืบหน้าล่าสุดให้เวิลด์แบงก์รับทราบต่อไป”

สำหรับการติดตามประเมินผล ปรับลดขั้นตอนกระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐรายสินค้ายุทธศาสตร์ ได้แก่ น้ำตาล ข้าว ยางพารา สินค้าแช่แข็ง และวัตถุอันตรายนั้น ให้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะ อนุกรรมการพัฒนานโยบายและกำกับดูแลระบบเนชั่นแนล ซิงเกิ้ล วินโดว์ ที่จะจัดตั้งขึ้น และให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำข้อเสนอแนะการปรับลดขั้นตอนกระบวนการทำงานภาครัฐฯ กำหนดเป็นตัวชี้วัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลดขั้นตอนกระบวนการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ของประเทศเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์และไร้เอกสาร รวมทั้งพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาอุปสรรคของกฎหมาย หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องและงบประมาณสนับสนุนเพื่อเสนอคณะกรรมการ กบส.ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบหลักการร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 ปี 2560-2564 เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศ สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางทางการค้า การบริการและการลงทุนในภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เป็นต้น.

 

รัฐสั่งปิดแล้ว 6,300 เว็บไซต์ ขอความร่วมมือ “เฟซบุ๊ก” จัดการโพสต์หมิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931875


กสทช.–ไอเอสพี สั่งปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมแล้ว 6,300 เว็บ เหลืออีก 600 เว็บจะจัดการให้เสร็จในสัปดาห์นี้ ส่งข้อความถึงเฟซบุ๊ก ขอความร่วมมือจัดการเว็บหรือบัญชีบุคคลที่เข้าข่ายไม่เหมาะสม ขณะที่โลกช็อปปิ้งออนไลน์ระอุ ชี้คนรุ่นใหม่ Gen M ซื้อของผ่านเน็ตกระจาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2560ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สมาคมผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้แถลงข่าวร่วมกันถึงความคืบหน้าการดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมและผิดกฎหมาย มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ

โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า จากที่ กสทช.ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสมาคมไอเอสพี กระทรวงดีอี เพื่อปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม และผิดกฎหมายนั้น ขณะนี้ไอเอสพี ได้เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมออกจากอินเตอร์เน็ตแล้ว 6,300 เว็บไซต์ จาก 6,900 เว็บไซต์ เหลือเพียง 600 เว็บไซต์เท่านั้น คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะปิดได้หมด โดยยืนยันว่าเว็บไซต์ที่เนื้อหาดี มีประโยชน์ ประชาชนก็ยังคงเข้าไปใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งเชื่อว่าไอเอสพีจะแยกแยะได้ว่าเนื้อหาใดดี และไม่ดี รวมถึงเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศด้วย ส่วนความร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ ก็เพื่อให้การทำงานสัมฤทธิผล

นางมรกต กุลธรรมโยธิน นายกสมาคมไอเอสพี กล่าวว่า การปิดเว็บไซต์หรือการถอดเว็บไซต์ที่มี เนื้อหาไม่เหมาะสมออกจากอินเตอร์เน็ตนั้น ไอเอสพีดำเนินการมาตลอดตามขั้นตอนกฎหมาย คือ เมื่อได้รับหมายศาลทางไอเอสพีก็สั่งปิดทันที ซึ่งเว็บไซต์ที่ปิดไปส่วนใหญ่เกี่ยวกับความมั่นคง การพนัน และโป๊ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในการดำเนินการนำเว็บที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมออกจากอินเตอร์เน็ต ยกเว้นเฟซบุ๊ก ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากระบบเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศทางไอเอสพีไม่สามารถที่จะถอดเว็บไซต์หรือบัญชีของ บุคคลได้ เพราะต้องเข้ารหัสผ่าน ซึ่งปัจจุบันมีขั้นตอนการเข้ารหัสหลายขั้นตอนมาก จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือไปยังเฟซบุ๊ก ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานไปยังเฟซบุ๊กแล้ว เชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะเมื่อให้บริการในประเทศไทยก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย

วันเดียวกัน นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Priceza.com ผู้ให้บริการเว็บไซต์ค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลยอดผู้เข้าใช้งาน Shopping Search Engine ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 พบว่า ประเภทสินค้าที่มีการค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ของสะสมและของเก่า 16.3% 2. เสื้อผ้าและแฟชั่น 8.1% 3.เครื่องใช้ไฟฟ้า 6.1% 4.โทรศัพท์-อุปกรณ์สื่อสาร 5.9% และ 5.อาหารและสุขภาพ 5.5% โดยร้านค้าที่มีการค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรก คือ Lazada.co.th, 11STREET.co.th, thainitashop.com, Cmart.co.th และ Central.co.th ตามลำดับ

นอกจากนั้น Priceza.com ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจในการซื้อสินค้าออนไลน์อีกว่า กลุ่มนักช็อปที่ขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดคือกลุ่ม Gen M หรือคนยุคมิลเลนเนียลส์ (Millennials) (อายุ 18-34 ปี) ซึ่งทำการซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุดถึง 61.92% รองลงมาคือ กลุ่ม Gen X (อายุ 35-54 ปี) 32.69% และกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ (อายุ 55 ปีขึ้นไป) 5.39% ตามลำดับ.

 

“บีอีซี” ปรับโฉมช่อง 3 เพิ่มความทันสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931860


นายประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของสถานีไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า การปรับโครงสร้างของบีอีซีเวิลด์ เพื่อเป็นการรองรับกับสภาพการแข่งขันทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยโครงสร้างใหม่ประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มงานธุรกิจปัจจุบันที่เป็น “Bread and Butter” สร้างรายได้แก่องค์กร ประกอบด้วย งานข่าว งานผลิตรายการ งานออกอากาศ และงานการตลาด 2.กลุ่มงานเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ประกอบด้วย งานเทคโนโลยีและนิวมีเดีย งานด้านลงทุน งานด้านกลยุทธ์ งานด้านพาณิชย์ (Commercial) 3.กลุ่มงานสนับสนุน ทำหน้าที่กำกับ ดูแล ประกอบด้วย งานประชาสัมพันธ์ งานกฎหมาย และงานธุรการและจัดซื้อ โดยโครงสร้างใหม่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับบีอีซีเวิลด์ ด้วยการผนวกรวมความสามารถของทุกหน่วยและส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยมีบีอีซีเวิลด์ ทำหน้าที่ศูนย์กลางการบริหารจัดการ

นายประชุมยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันผู้ชมได้เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี แต่ทางช่อง 3 ก็ยังมีศักยภาพที่จะเดินหน้าและเติบโตต่อไปได้ เพียงแต่ขาดการปรับปรุงหรือยังไม่ได้อัพเดตหรือทำตัวให้ทันสมัยอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น จึงต้องมีความชัดเจนทั้งโครงสร้างและขั้นตอนการทำงาน อันนำไปสู่การปรับโครงสร้างบริหารจัดการในครั้งนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจทั้งกลุ่ม ไม่ให้เป็นภาระกับธุรกิจโทรทัศน์มากเกินไป

“เราต้องใช้ทุกสื่อที่เรามี เข้าถึงผู้ชมให้ได้มากที่สุด โดยไม่เน้นว่าจะเป็นสื่อใดสื่อหนึ่งเป็นการเฉพาะ ถ้า “ภาพ” ต่างๆมีความชัดเจนแล้ว จะส่งผลให้เกิดการทบทวนนโยบายการผลิตรายการทางโทรทัศน์ รวมถึงทิศทางอื่นๆก็จะตามมาด้วย ที่สำคัญการจะก้าวไปอย่างนี้ได้ กรรมการมืออาชีพจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการกำกับดูแลฝ่ายบริหาร เพื่อให้ทุกหน่วยขององค์กรดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นไปตามทิศทาง นโยบาย และเป้าหมาย”.

 

หุ้นสหรัฐฯ ทรงตัวอีก แม้สภาผ่านกฎหมายปฏิรูปประกันสุขภาพของทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931947


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี แม้ว่ารัฐสภาสหรัฐฯ จะผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปประกันสุขภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมีแรงฉุดจากราคาน้ำมันที่ลดลง…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 4 พ.ค. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 6.43 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 20951.47 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.39 จุด หรือ 0.06% ปิดที่ 2389.52 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 2.79 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 6075.34 จุด

ในวันพฤหัสบดี ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงเกือบ 5% ปิดที่ 45.72 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ต่ำสุดในปี 2017 ส่งผลกระทบต่อบริษัทในกลุ่มปิโตรเลียม เช่น เอ็กซ์ซอนโมบิล และ โคโนโคฟิลลิปส์ รวมทั้ง ฮัลลิเบอร์ตัน ด้วย

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนใจชื้นขึ้น หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงคะแนนเสียงเฉียดฉิว ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปประกันสุขภาพที่เสนอโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายล้มล้างกฎหมายโอบามาแคร์ ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ส่งผลต่อตลาดเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีความคาดหมายว่า ร่างกฎหมายของทรัมป์จะเผชิญขวากหนามอีกมาก

 

เอไอเอส เสริมภูมิความคิดเด็กไทย ให้อยู่ได้ อยู่รอด อย่างมีความสุขในโลกโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931447


เสริมสร้างเยาวชนไทยให้ก้าวทันโลกยุคดิจิตอล เพื่อให้อยู่ได้ อยู่รอด อย่างมีความสุข ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) สานต่อโครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จัด “แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ครั้งที่ 8 เพื่อเสริมประสบการณ์นอกห้องเรียนแก่น้องๆ ป.2 จนถึงระดับมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศ จำนวน 55 คน ผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงทัศนศึกษาเปิดโลกกว้าง พร้อมแนะเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ และการใช้ชีวิตในโลกโซเชียล มีเดีย โดยมีกูรูด้านเทคโนโลยีมาเป็นวิทยากร ที่โรงแรมเจ้าพระยา ปาร์ค ก่อนที่จะพาน้องๆ ไปสัมผัสประสบการณ์จริง เรียนรู้สิ่งโลกกว้างตามสถานที่ต่างๆ

ผู้บริหารเอไอเอส “อมรรัตน์ ชาญปรีชญา” เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้จัดต่อเนื่อง กันเป็นครั้งที่ 8 เพื่อเปิดประสบการณ์ของ เด็กๆ ผ่านการทัศนศึกษาในโลกแห่งความเป็นจริง และเสริมสร้างการเรียนรู้ให้เท่าทันการใช้ชีวิตในโลกดิจิตอล เป็นการสร้างเกราะป้องกันทางความคิด ให้เด็กๆ ได้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข มีกำลังใจในการไขว่คว้าและเดินตามความฝันกันต่อไป การจัดแคมป์ถือเป็นกิจกรรมต่อยอดของโครงการ “สานรักคนเก่ง หัวใจแกร่ง” ซึ่งมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่ขาดโอกาสจนเรียนจบระดับปริญญาตรี ปัจจุบันมีเยาวชนในโครงการฯ จำนวนกว่า 740 คน และสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี แล้ว 150 คน

ภายในแคมป์ฯ “ก้อง ห้วยไร่” นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่ฝ่าฝันชีวิตอย่างยากลำบากกว่าจะประสบความสำเร็จ ได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ได้เล่าว่า ครูเคยสอนให้เราทำตัวเหมือนหนูนาที่มีทางออกหลายทาง ไม่ใช่ทำตัวเหมือนหนูพุก ที่ตัวใหญ่มีทางออกเพียงทางเดียวให้กับชีวิต ในชีวิตของเขาทำงานอะไรมามากมายหลายอย่าง แต่ไม่เคยอาย กลับคิดว่า สิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่เท่ น่าภูมิใจ เพราะเราทำงานสุจริต การทำงานจะทำให้เราแกร่ง พึ่งตนเองและดูแลครอบครัวได้ และสิ่งสำคัญที่สุดเราต้องมีความอดทน เพื่ออนาคตที่สดใส และหมั่นสร้างกำลังใจให้กับตนเอง เพราะไม่มีใครที่จะสร้างกำลังใจให้เราได้ดีเท่าตัวเราเอง

หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กูรูด้านเทคโนโลยี ได้มาแนะแนวทางการใช้ชีวิตในโลกโซเชียล มีเดีย ว่า อยากให้เด็กๆ มีสติ รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะโพสต์อะไรลงไปในสื่อเหล่านี้ เพราะเมื่อเราโพสต์ลงไปแล้วจะไม่สามารถลบให้หายไปได้ ถ้าหากอยากระบาย แนะนำให้เขียนใส่กระดาษหรือสมุดแทน และเวลาได้รับสารต่างๆมาและไม่อยากถูกหลอก เราต้องรู้จักตรวจสอบ นำสารหรือข้อมูลเหล่านั้นไปหาต่อในเครื่องมือค้นหาต่างๆ อีกครั้งว่า ในเว็บอื่นๆ นั้นมีลงเหมือนกันรึเปล่า หรือหาแหล่งที่มาของข้อมูลว่า เชื่อถือได้หรือไม่ ส่วนพ่อแม่ผู้ปกครองในยุคนี้ก็ต้องปรับตัวให้รู้จักโลกโซเชียล ให้เท่าทันสิ่งที่ลูกชอบและที่ลูกเล่น เราต้องทำให้ตัวเราเองเป็นผู้ปกครองที่ทันโลก เป็นครูที่มีทักษะตามโลก และหมั่นคอยตรวจสอบการใช้งานของลูก เพื่อเป็นการดูแลและปกป้องลูกอีกทางหนึ่งด้วย.

หนี้เสียสูงสุดกลางปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931853


นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีเอ็มบี เปิดเผยว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารพาณิชย์ไม่น่าเป็นห่วง อัตราการปรับเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เร่งตัวรุนแรง และเชื่อว่ากลางปีนี้เอ็นพีแอลแตะจุดสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ “วัฏจักรของเอ็นพีแอลขึ้นจุดสูงสุดใช้เวลา 18 เดือน นับจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ซึ่งเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นต้นปี 59 ดังนั้นจุดสูงสุดของเอ็นพีแอลจะอยู่ในช่วงกลางปี 60”

ทั้งนี้ส่วนของทีเอ็มบีในช่วงที่ผ่านมา มีการบริหารจัดการเอ็นพีแอลได้เป็นอย่างดี ทั้งการช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ และการตัดขายเอ็นพีแอลออกไป ทำให้เอ็นพีแอลของทีเอ็มบีอยู่ที่ระดับ 2.5%ของสินเชื่อ ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในระบบธนาคาร ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ 140% และสิ้นปีนี้ธนาคารตั้งเป้าจะบริหารจัดการให้เอ็นพีแอลอยู่ระดับ 2.5% และรักษาอัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพในระดับสูงที่ 140-150%

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลธนาคารพาณิชย์ไม่น่ากลัว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นไม่ได้เร่งตัวรุนแรง แต่เป็นลักษณะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้น.

 

สั่งเชื่อมทางคู่-ท่าเรือรับ“อีอีซี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931843


ท่องเที่ยวเล็งดูดธุรกิจ “เรือสำราญ-สุขภาพ” ลงทุน

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นเจ้าภาพร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดทำแผนแม่บทพัฒนาระบบรถไฟรางคู่เชื่อมเข้ากับ 3 ท่าเรือ แหลมฉบัง- สัตหีบ-มาบตาพุด อย่างไร้รอยต่อเพื่อทำให้ระบบการขนส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นในการรองรับการเติบโตการลงทุนในพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยขอให้ศึกษาเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อนำเสนอ กรศ.ในวันที่ 26 พ.ค.นี้ พิจารณารายละเอียดก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอีอีซี ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 16มิ.ย.นี้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องของพลังงาน เพื่อให้มีความเพียงพอในพื้นที่อีอีซีโดยเฉพาะไฟฟ้าเป็นหลักเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ซึ่งสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้รายงานความคืบหน้าซึ่งเบื้องต้นปริมาณไฟฟ้าที่ต้องการใช้ในพื้นที่จะมีเพิ่มขึ้นอีก 400 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579ซึ่งระยะเริ่มต้นโครงการอีอีซี ปริมาณไฟฟ้าในพื้นที่จะมีเพียงพอ แต่ในอีก 5 ปีข้างหน้าอาจไม่พอ จำเป็นต้องศึกษาเชิงลึกเพื่อหาแนวทางรองรับ

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปตั้งคณะทำงานศึกษาการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อนำข้อมูลการลงทุนด้านการท่องเที่ยวที่น่าสนใจไปเดินสายโปรโมตประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ (โรดโชว์) กระตุ้นให้บริษัทรายใหญ่จากต่างชาติ อาทิ ประเทศเยอรมนี จีน เข้ามาลงทุนในอีอีซีและพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆในไทย โดยคาดว่าจะเห็นแผนชัดเจนภายในปีนี้

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นโครงการขนาดใหญ่ที่กระทรวงมองว่าควรลงทุน ได้แก่ การลงทุนพัฒนาท่าเรือสำราญ และการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เมดิคัล) ส่วนกรณีของดิสนีย์ซี ที่มีข่าวออกไปนั้นคาดว่าน่าจะเป็นการที่บริษัทเอกชนสนใจลงทุนเองมากกว่า และ ยืนยันว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีเอกชนรายใดมาหารือเรื่องการลงทุนดังกล่าว.

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 05/05/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/931803