ผู้สมัคร “ดีดี” บินไทยตบเท้าครบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930675


ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงครึ่งวันเช้าของวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาผู้ที่จะรับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทยได้เรียกผู้สมัครที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ 4 ราย เข้าสอบสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ โดยทั้ง 4 รายเดินทางมาเข้ารับการสัมภาษณ์ครบถ้วนประกอบด้วย 1.นายดนุช บุนนาค ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย 2.นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 3.นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล อดีตผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ 4.นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

ทั้งนี้ คณะกรรมการได้กำหนดเวลาการให้แต่ละคนเข้ามาสัมภาษณ์ห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง โดยการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นประมาณช่วง 12.00 น. โดยในระหว่างการสัมภาษณ์คณะกรรมการได้ขอให้ผู้สมัครแต่ละรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายไทยกรุ๊ปของการบินไทยว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งขอให้นำเสนอแนวทางและมาตรการในการหารายได้เพิ่ม รวมไปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอัตรารายได้ต่อที่นั่งของบริษัทซึ่งขณะนี้พบว่ายังอยู่ในอัตราที่ต่ำ และเรื่องอื่นๆ โดยคณะกรรมการไม่ได้แจ้งว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาและประกาศผลการคัดเลือกเมื่อใด.

 

“เทสโก้” สยายปีกอีก 105 สาขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930672


ผู้บริหารระบุมั่นใจกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มฟื้น

นายจอห์น คริสตี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก ภายใต้ชื่อ “เทสโก้ โลตัส” เปิดเผยว่า ภาพรวมกำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากยอดการใช้จ่ายต่อบิลของเทสโก้ โลตัสที่เพิ่มขึ้น ทำให้มั่นใจเศรษฐกิจประเทศไทยว่ายังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นปีนี้บริษัทจึงวางงบลงทุนไว้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เพื่อเปิดสาขาใหม่อีก 105 สาขา โดยเน้นทำเลในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

สำหรับรูปแบบการลงทุน จะเป็นสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต 11 สาขา ตลาด 5 สาขา และเอ็กซ์เพรสอีก 89 สาขา พร้อมมีแนวคิดเปิดให้บริการเทสโก้ โลตัสรูปแบบใหม่เพิ่ม เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและหลากหลายของผู้บริโภคเป้าหมาย

“เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทแม่มองเห็นความสำคัญของตลาดในประเทศไทย และยังคงส่งเสริมให้มีการลงทุนอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งทำเลยุทธศาสตร์อีกหนึ่งในภูมิภาค และหากในปีนี้สามารถหาพื้นที่เพื่อขยายธุรกิจได้ตามแผนจะส่งผลให้เทสโก้ โลตัสมีมากกว่า 2,000 สาขา จากตอนนี้มีอยู่ 1,900 สาขา ครอบคลุม 73 จังหวัด” นายจอห์นกล่าว

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจปี 2560 ที่นอกเหนือจากการเปิดสาขาใหม่แล้ว บริษัทเองยังเตรียมปรับปรุงสาขาเดิมที่เปิดให้บริการมาแล้วควบคู่กันไปทางหนึ่ง โดยเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาได้รีโนเวทไปราว 18 สาขา และในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนไม่แตกต่างกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

นายจอห์นกล่าวว่า เพื่อเป็นการสอดรับกับเทคโนโลยี ที่ผ่านมาเทสโก้ โลตัสก็ได้จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเทสโก้ ช็อปปิ้ง, ลาซาด้า และวี เลิฟ ช็อปปิ้ง ก็พบว่ายอดการเติบโตมีมากถึง 3 หลัก ซึ่งในปีนี้จะสานต่อด้วยการหาช่องทางใหม่ๆและเพิ่มสินค้า หวังตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น.

 

เผยคนไทยใช้มือถือ 50 นาที/วัน กลุ่มคน 31-40 ปีทำรายได้สูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ค. 2560 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930662


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการโทรคมนาคมของประชากรไทย พ.ศ.2559 พบว่า จากผู้ตอบแบบสอบถามทั่วประเทศจำนวน 7,619 ราย มีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เฉลี่ย 50.61 นาทีต่อวัน หรือเกือบ 1 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้เพื่อการทำงาน หรือทำธุรกิจหลักเฉลี่ย 24.14 นาทีต่อวัน

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังระบุว่า มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อสร้างรายได้ คิดเป็น 27.28% โดยแบ่งตามช่วงอายุ ช่วงอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ปี คิดเป็น 9.47% ช่วงอายุ 21-30 ปี คิดเป็น 28.60% ช่วงอายุ 31-40 ปี คิดเป็น 38.99% ช่วงอายุ 41-50 ปี คิดเป็น 34.51% ช่วงอายุ 51-60 ปี คิดเป็น 29.26% และช่วงอายุ 61 ปีขึ้นไป คิดเป็น 22.13% ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศ ไทยมีผู้ใช้มือถือจำนวน 120 ล้านเลขหมาย ขณะที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มาขอรับจัดสรรเลขหมายจาก กสทช.ราว 180 ล้านเลขหมาย.

 

อายุน้อยร้อยล้านรุกเพื่อนบ้าน ชูยุทธศาสตร์ธุรกิจไร้พรมแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ค. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930660


นายอรรฆรัตน์ นิติพน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัชรูม เทเลวิชั่น เปิดเผยว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมามีความตั้งใจและมุ่งมั่นให้อายุน้อยร้อยล้าน อคาเดมี เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และประสบการณ์การทำธุรกิจ ผ่านนักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายอุตสาหกรรมได้ปรับยุทธศาสตร์เอสเอ็มอีไทย เดินหน้ารุกตลาดซีแอลเอ็มวี (CLV) คือกัมพูชา, ลาว, เมียนมาและเวียดนาม เต็มรูปแบบ ส่งโปรเจกต์ยักษ์ตลอดปี 2560 1.โรดโชว์สัมมนาธุรกิจยุคใหม่ “แกะรอยร้อยล้าน” ทั่วประเทศไทย 2.ทริปธุรกิจ 4 ประเทศ CLMV และ 3.บิสซิเนส แมชชิ่ง จับคู่ธุรกิจสูตรสำเร็จกับนักธุรกิจในกัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม รวบรวมผู้เชี่ยวชาญหลากอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ แชร์ความรู้ ประสบการณ์ และโนว์ ฮาวน์ เดินหน้าพลิกกลยุทธ์ วิธีคิด วางแผน และการบริหารงานเพิ่มโอกาส และติดสปีดการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จในธุรกิจ

“จากการที่มีฐานข้อมูลลูกค้าเอสเอ็มอีได้เห็นถึงศักยภาพ และ เส้นทางการเติบโตความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดโอกาสอยู่ภายเฉพาะในประเทศอีกต่อไป แต่สามารถขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศได้ เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภค ผนวกกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ เชื่อมโยงทุกอย่างได้อย่างไร้พรมแดน จึงเป็นโอกาสดีที่จะสานต่อเจตนารมณ์ เพื่อผลักดัน และพัฒนาโปรเจกต์คุณภาพตลอดปี 2017 โดยเฉพาะความพิเศษในครั้งนี้ ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับ คือ การเน้นในเรื่องของการทำบิสซิเนส แมชชิ่ง ซึ่งมัชรูมมีความแข็งแกร่งกับเครือข่ายกลุ่มนักธุรกิจในประเทศ CLMV ที่จะเป็นประตูเปิดทางให้ธุรกิจอีกช่องทางหนึ่งที่สำคัญได้ และเติบโตต่อได้อย่างรวดเร็ว.

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 04/05/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930635


“เพนกวิน”รอสบช่องยกระดับบริการ4จี ยอมรับโดนหางเลขยักษ์ใหญ่ซัดกันหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930657


นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ซิมเพนกวิน เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ให้บริการมือถือที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง (เอ็มวีเอ็นโอ-Mobile Virtual Network Operator-MVNO) นั้น ต้องยอมรับว่าการแข่งขันยากลำบากกว่าที่คิด โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการค่ายมือถือ 3 รายใหญ่รุนแรงมาก รายเล็กอย่างเพนกวินก็ยิ่งหาที่ยืนยาก

“ซิมเพนกวินเปิดตัวไปเมื่อเดือน มี.ค.2559 ขณะนี้ถือว่าดำเนินธุรกิจมาครบปีแล้ว เราเปิดตัวในช่วงที่สมรภูมิการแข่งขันดุเดือดมาก มีการแจกเครื่องฟรีแข่งกันระหว่าง 3 ผู้ให้บริการรายใหญ่ ทำให้ทำตลาดยากขึ้น เราต้องส่งทีมขายออกไปหาลูกค้าโดยตรง และต้องพยายามหาลูกค้าองค์กรที่เป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่อาจมองข้าม แต่สุดท้ายธุรกิจก็ถือว่าพอไปได้ แม้จะยากกว่าที่คิดไว้”

นายปกรณ์กล่าวว่า ในประเทศที่ตลาดมือถืออยู่ในภาวะอิ่มตัวเช่นในประเทศไทย ถือเป็นโอกาสที่ผู้ให้บริการแบบเอ็มวีเอ็นโอที่เป็นรายเล็กจะได้เติบโต เข้าสู่ตลาดเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค สร้างการแข่งขัน ในบางประเทศเอ็มวีเอ็นโอเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาก เช่น เวอร์จิ้น หรือ เทสโก้ ในอังกฤษ สำหรับในประเทศไทยการส่งเสริมเอ็มวีเอ็นโอยังไม่ชัดเจนนัก แม้ว่าในการประมูลคลื่นความถี่ทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีข้อกำหนดว่าผู้ที่ประมูลคลื่นได้ ต้องเจียดโครงข่ายไว้สำหรับให้ผู้ให้บริการรายเล็กเช่าใช้เพื่อให้บริการด้วย แต่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎนี้”

นายปกรณ์กล่าวอีกว่า เพนกวินกำลังมองหาโอกาสในการขยายบริการให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะการขยับไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ 4 จี เพราะขณะนี้ให้บริการอยู่แค่ 3 จีเท่านั้น หากขยับขึ้นไปให้บริการ 4 จีได้ ก็น่าจะขยายตลาดได้กว้างขึ้น โดยล่าสุด ณ สิ้นปีที่ผ่านมาเพนกวินมีลูกค้าอยู่ราว 500,000 ราย และในปีแรกยังประสบปัญหาขาดทุน แต่เชื่อว่าจะบรรลุจุดคุ้มทุนได้ภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า และทำกำไรในปีถัดไป.

 

พาณิชย์ จัดงานสัมมนา เชิญ ‘บิ๊กตู่’ โชว์วิสัยทัศน์ทิศทางการค้าข้าวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2560 22:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930515


“พาณิชย์” เตรียมจัดงานประชุมข้าวนานาชาติ Thailand Rice Convention 2017 วันที่ 28-30 พ.ค.นี้ เชิญคนวงข้าวโลก 220 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน พร้อมเชิญ “ประยุทธ์” โชว์วิสัยทัศน์ทิศทางการค้าข้าวไทย เล็งโปรโมตนวัตกรรมจากข้าว เหตุเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ จะจัดงานประชุมข้าวนานาชาติ หรือ Thailand Rice Convention 2017 ซึ่งเป็นงานระดับประเทศครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 28-30 พ.ค.60 โดยได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมข้าว ทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลการซื้อข้าว และนักวิชาการด้านข้าวจากทั่วโลกประมาณ 220 คน จาก 40 ประเทศมาร่วมงาน รวมถึงผู้ร่วมงานจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกไม่ต่ำกว่า 1,000 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตอบรับที่จะมาเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 29 พ.ค.60 และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การค้าข้าวไทยและทิศทางในอนาคต” ซึ่งจะทำให้ทราบถึงทิศทางและนโยบายการค้าของข้าวของรัฐบาลไทย

สำหรับการจัดงานนี้ ไทยจะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในเรื่องข้าวทุกด้าน ทั้งการส่งออกข้าวสาร และข้าวที่เป็นนวัตกรรม เพราะขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาเรื่องนวัตกรรมที่เกี่ยวกับข้าวมากขึ้น โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้อนุมัติให้กรมฯ จัดตั้งสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (สกน.) เพื่อผลักดันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว ซึ่งจะมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจากข้าวในการประชุมครั้งนี้ด้วย เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมความงามและสุขภาพ เวชภัณฑ์และวัสดุวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ เป็นต้น

“เดิมทีรัฐบาลได้อนุมัติให้ตั้งมูลนิธิที่จะดูแลนวัตกรรมข้าว แต่งบประมาณไม่ได้ เลยเดินต่อไม่ได้ ท่านนายกฯ ยังอยากให้ทำต่อ นบข.ก็เลยมอบให้กรมฯ รับมาทำ โดยจะเป็นหน่วยงานหนึ่งในกรมฯ บริหารงานโดยบอร์ด มี รมว.พาณิชย์เป็นประธาน กรรมการมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงาน การส่งเสริมและผลักดันนวัตกรรมที่เกี่ยวกับข้าว เพราะข้าวจะไม่ใช่แค่ทานอย่างเดียว แต่สามารถเอาไปทำอย่างอื่นได้อีกมาก”

นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงธุรกิจด้านการค้าข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวทั้งในและต่างประเทศ จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวโน้มและทิศทางการค้าข้าวโลก ที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางในการค้าข้าว และผลิตภัณฑ์ข้าวของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งจะทำให้ไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้นของโลก และเป็นผู้นำในด้านการส่งออกสินค้าข้าวที่เป็นนวัตกรรมได้

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ นิทรรศการ Rice Plus ที่จะนำเสนอเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริและพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแสดงถึงพระปรีชาสามารถ พระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยต่อการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10.

 

ไร้ปัจจัยใหม่หนุนหุ้นไทย บันทึกไว้ 3 พ.ค. 60 ปิดตลาดทรงตัว 0.00 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2560 18:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930457


แวดวงการลงทุน ตะลึง! หุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 3 พ.ค.60 ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงที่ 0.00 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,566.32 จุด นักวิเคราะห์ เผย หุ้นไทยขาดแรงซื้อ ไร้ปัจจัยบวกสนับสนุนตลาด มองซึมยาวถึงวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนเล่น switching เพื่อเก็งกำไร

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ที่ 0.00 จุด การเคลื่อนไหวระหว่างวันสูงสุดอยู่ที่ 1,569.51 จุด และต่ำสุดที่ 1,563.20 จุด และปิดตลาดอยู่ที่ 1,566.32 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบางเพียง 32,532.57 ล้านบาท

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การที่ดัชนีหุ้นไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ที่ 0.00 จุด นั้น ไม่ได้พบเห็นกันบ่อยๆ ซึ่งการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยในวันนี้ขาดแรงซื้อ และนักลงทุนส่วนใหญ่เข้ามาเก็งกำไร และเล่นในลักษณะของการ switching คือ สลับตัวเล่นและเลือกเป็นรายตัว ส่งผลให้เงินที่ลงทุนหมุนไปจากหุ้นตัวหนึ่งไปหุ้นอีกตัวหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เม็ดเงินใหม่ จึงเป็นผลให้ดัชนีผันผวนในกรอบแคบๆ อยู่

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าจะเห็นตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ยาวจนถึงวันศุกร์ที่ 5 พ.ค. เนื่องจากตลาดและนักลงทุนยังรอปัจจัยใหม่ๆ เช่น การรอฟังผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนวันนี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส รวมถึงปัญหาของเกาหลีเหนือ ส่วนปัจจัยภายในประเทศก็ยังไม่มีข่าวดีเข้ามากระตุ้นตลาด.

 

ปิดภาคบ่าย ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,564 จุด ซื้อขาย 32,532.57 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2560 17:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930390


หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ดัชนีอยู่ที่ 1,566.32 จุด มูลค่าการซื้อขาย 32,532.57 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 3 พ.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีอยู่ที่ 1,566.32 จุด มูลค่าการซื้อขาย 32,532.57 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,569.51 จุด และต่ำสุดที่ 1,563.20 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน).

 

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิด 40 สต. ยกเว้น E85 ลด 20 สต.มีผล 4 พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2560 17:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/930368


ยิ้มกว้างขึ้น! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 40 สต.ต่อลิตร ยกเว้น E85 ลด 20 สต.ต่อลิตร มีผลตี 5 วันที่ 4 พ.ค. 60

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 60 บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดลง 40 สต.ต่อลิตร ยกเว้น E85 ลด 20 สต.ต่อลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 4 พ.ค. 60

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 33.76 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 26.65 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 26.38 บาท/ลิตร, E20 ราคา 24.14 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.54 บาท/ลิตร และดีเซล 24.79 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)