ดัชนีเศรษฐกิจ 27/04/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923966


ดันเอกชนผลิตสินค้าผู้สูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/924047


อุ้มนักประดิษฐ์สร้างนวัตกรรม

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดลดลง และอายุเฉลี่ยของประชากรยืนยาวขึ้น กรมจึงต้องช่วยผลักดันให้มีการประดิษฐ์ คิดค้นสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้สูงอายุที่กำลังจะมากขึ้น โดยข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ไทยมีโครงสร้างประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นลำดับที่ 3 ในเอเชียรองจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และคาดว่า ในปี 2573 จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 19.5 ล้านคน

“การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าว เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ ทั้งในระดับชาติและระดับโลก หากไม่เตรียมความพร้อมให้ดี ผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงในการดำรงชีวิต มีปัญหาภาระต่อสังคม ซึ่งนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งที่หลายประเทศให้ความสำคัญในการนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิต และการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจะสำรวจผลงานสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุจากทั่วโลกว่ามีอะไรบ้างและมีผลงานอะไรที่นำมาต่อยอดและพัฒนาได้ จากนั้นจะผลักดันให้ผู้ประกอบการของไทยนำไปพัฒนาต่อยอด เพื่อผลิตเป็นสินค้าออกมาใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการของไทยได้ประดิษฐ์ขึ้นมาบ้างแล้ว เช่น อุปกรณ์ช่วยเดิน ถุงมืออัจฉริยะ เป็นต้น”.

 

แบงก์ชาติ เตือนระวังถูกหลอกลงทุน ‘วันคอยน์’ ชี้ชำระหนี้ตามกฎหมายไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 21:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923892


ธนาคารแห่งประเทศไทย เตือนประชาชนระวังถูกหลอกร่วมลงทุนในวันคอยน์ (Onecoin) ชี้ไม่ใช่สกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และยังไม่มีประเทศไหนรับรองสิทธิว่าชำระหนี้ตามกฎหมายได้

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเชิญชวนประชาชนให้ลงทุนในหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่เรียกว่า Onecoin โดยอ้าง ว่าเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีผู้นิยมใช้ทั่วโลกนั้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำหนังสือชี้แจงและระบุว่า Onecoin (วันคอยน์) หรือ สกุลเงินดิจิทัล ไม่ใช่เงินที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย และในปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดยอมรับหรือรับรองว่า Onecoin เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และในการถือครองหรือลงทุนในหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ทางการยังไม่ได้รับรองว่า สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ประชาชนควรระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลและรายละเอียดให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะมีความเสี่ยงที่มูลค่าของหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้จะผันผวน หรือปรับลดค่าลงได้อย่างรวดเร็ว และอาจใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงและฉ้อโกงประชาชนได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะให้ผลตอบแทนสูง หากมีการหาสมาชิกเพิ่มได้มาก.

 

ทางหลวง ดันขยาย ‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ ยาวถึงบางปะอิน หวังแก้ปัญหาจราจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 20:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923882


ทางหลวงดัน มอเตอร์เวย์เส้นทาง บางปะอิน-นครสวรรค์ มูลค่า 4 หมื่นล้านบาทเข้าแอ็กชั่นแพลนคมนาคมปี 2561 พร้อมมั่นใจโครงการพีพีพีมอเตอร์เวย์ นครปฐม-ชะอำ เอกชนสนใจลงทุน คาดร่วมประมูลพีพีพีอย่างต่ำ 10 ราย พร้อมดันสร้างขยายโทลล์เวย์ถึงบางปะอิน หวังแก้ปัญหาจราจร

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทุนโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) 5 โครงการ ซึ่งอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ปี 2558-2562 ว่า ทางหลวงเตรียมเสนอโครงการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 206 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา เพื่อบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งเร่งด่วน (Action Plan) ปี 2561

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่พร้อมมากที่สุด และได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด คาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการพีพีพี พิจารณารูปแบบพีพีพี ได้ในปี 2561 และเปิดประมูลในปี 2562

สำหรับ โครงการถนนมอเตอร์เวย์ สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 119 กิโลเมตร วงเงิน 80,600 ล้านบาท นั้นได้บรรจุอยู่ใน Action Plan 2560 และปัจจุบันได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และออกแบบรายละเอียดเสร็จแล้ว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเสนอรายงานความเหมาะสมให้กระทรวงคมนาคมได้ในเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นเสนอไปยังคณะกรรมการพีพีพีตามขั้นตอน เมื่อคณะกรรมการพีพีพีเห็นชอบแล้วก็จะเปิดประมูลช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2561 เริ่มก่อสร้างในปี 2562 และใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีครึ่งถึง 3 ปีจึงแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุนโครงการดังกล่าวจะเป็นแบบ PPP Net Cost คือภาครัฐรับภาระค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินมูลค่า 18,000 ล้านบาท ส่วนเอกชนจะเป็นผู้ก่อสร้างโยธาและงานระบบ ดำเนินงานและซ่อมบำรุงรักษาเส้นทาง รวมถึงการก่อสร้างและบริหารจัดการที่พักริมทางมูลค่า 60,000 ล้านบาท ส่วนด้านผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ของโครงการจะอยู่ที่ 17%

นอกจากนี้ Action Plan 2560 ยังได้บรรจุมอเตอร์เวย์ สายหาดใหญ่-ชายแดนมาเลเซีย-สะเดา ระยะทาง 70 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 30,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นพีพีพีเส้นทางที่ 2 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบพีพีพีที่เหมาะสม คาดว่าจะรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนได้ประมาณเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. นี้

ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเปิดประมูลได้ใน 1-2 ปีข้างหน้า เพราะยังเหลือขั้นตอนการจัดทำ EIA และออกแบบรายละเอียด นอกจากนั้นโครงการมอเตอร์เวย์สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก-ราชบุรี (ปากท่อ) ระยะทาง 74 กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางยกระดับจากเขตบางขุนเทียนถึงวังมะนาว จ.ราชบุรีนั้น ปัจจุบันได้ออกแบบรายละเอียดคืบหน้ากว่า 50% และอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน EIA

นายธานินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของความคืบหน้าในโครงการลงทุนส่วนต่อขยาย ดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 18 กิโลเมตร มูลค่า 29,000 ล้านบาท นั้น ปัจจุบันได้ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จและได้รับความเห็นชอบ EIA เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ ทล.อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบ PPP ที่เหมาะสมนำมาใช้ ขณะเดียวกัน ทล. ได้ศึกษาข้อกฎหมายด้วย ว่ามีผลกระทบต่อสัญญาอื่นๆ ที่รัฐทำไว้กับเอกชนหรือไม่ คาดว่าจะขออนุมัติโครงการได้ในปี 2561

 

ไฮสปีดเทรน 2 เส้น หัวหิน ระยอง สะดุด สคร.สั่งฟังความเห็นนักลงทุนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 20:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923876


ไฮสปีดเทรน 2 เส้น กทม.-หัวหิน กทม.-ระยอง สะดุด สคร. สั่ง เปิดรับฟังความเห็นนักลงทุนใหม่ ด้านรถไฟเร่งร่างทีโออาร์จ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน-ชงครม. มิ.ย. ซื้อรถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกระทรวงคมนาคมปี 2560 ว่า สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ-ระยอง นั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้สั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลับไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนใหม่ เพราะการรับฟังความเห็นแบบเดิมด้วยการสอบถามความเห็นผ่านจดหมาย ผิดเงื่อนไขการร่วมทุนแบบพีพีพี

ทั้งนี้ ในการรับฟังความคิดเห็นครั้งใหม่จะมีการสอบถามความเห็นและข้อเสนอแนะจากนักลงทุนให้ครบทุกมิติ เพื่อให้โครงการสอดคล้องกับความต้องการและดึงดูดให้เข้าร่วมลงทุน เนื่องจากเป็นการลงทุนแบบร่วมทุน คาดว่าจะรับฟังความเห็นแล้วเสร็จและสรุปเสนอ สคร. พิจารณาได้ในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้

นอกจากนี้ รฟท. อยู่ระหว่างจัดทำทีโออาร์ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ตามมติคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อดำเนินการควบรวมโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เข้าด้วยกัน เนื่องจากพบว่ามีเส้นทางบางส่วนที่ทับซ้อนกัน

นายพีระพล กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีนนั้น ทาง รฟท. จะเสนอผลสรุปโครงการให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาช่วงต้นเดือน พ.ค. ส่วนรถไฟไทย-ญี่ปุ่น จะต้องหารือกับญี่ปุ่นอีกครั้งว่าจะเสนอรายงานผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการให้ไทยทันตามกำหนดในเดือน มิ.ย. หรือไม่ ส่วนโครงการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้าจำนวน 200 คันขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นั้น ตนได้เร่งรัดให้ ขสมก. เร่งจัดทำทีโออาร์ให้สามารถนำเสนอให้กระทรวงพิจารณาได้ภายในเดือนพ.ค. เพื่อนำผลสรุปโครงการเสนอให้ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการให้ได้ในช่วงต้นเดือนมิ.ย.

นอกจากนี้ ในเดือนพ.ค. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เตรียมที่จะเสนอโครงการรถไฟฟ้าก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต ให้กระทรวงคมนาคมและครม. พิจารณาดำเนินโครงการอีกด้วย

สำหรับโครงการปรับปรุงระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ของสนามบินสุวรรณภูมินั้น คาดว่าจะเปิดประกวดราคาได้ในเดือนพ.ค.-มิ.ย. 60 นี้ ส่วนโครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา ของ รฟท. อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายงานการศึกษาและเตรียมเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาในเดือนพ.ค.

ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 นั้น การจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย (อีเอชไอเอ) มีความล่าช้า คาดว่าจะนำเสนอครม. ได้ในปี 2561

สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-ชะอำ อยู่ระหว่างจัดทำรายงาน คาดว่าจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ในเดือน มิ.ย. และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายหาดใหญ่-ชายแดนมาเลเซีย อยู่ระหว่างจัดทำรายงานพีพีพี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560

 

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 30 สต. ยกเว้น E85

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 17:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923755


ข่าวดี!! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 30 สต.ต่อลิตร ยกเว้น E85 มีผลตี 5 วันที่ 27 เม.ย….

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดลง 30 สต.ต่อลิตร ยกเว้น E85 ราคาคงเดิม มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 27 เม.ย. 2560

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 34.16 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 27.05 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 26.78 บาท/ลิตร, E20 ราคา 24.54 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.74 บาท/ลิตร และดีเซล 25.19 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

 

หุ้นปิดตลาดบ่ายสดใส ปรับเพิ่ม 5.20 ดัชนีอยู่ที่ 1,567 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923746


หุ้นไทยปิดตลาดบ่ายปรับขึ้น 5.20 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,567.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,478.43 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 26 เม.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่าย พบว่า ดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 5.20 จุด คิดเป็น +0.33 % ดัชนีอยู่ที่ 1,567.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,478.43 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,569.10 จุด และต่ำสุดที่ 1,559.64 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

 

ขนส่งจัดเก็บภาษีรถเขตกทม.ในรอบ 6 เดือน สูงถึง 3.9 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 16:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923645


กรมการขนส่งทางบก เผยผลการจัดเก็บภาษีรถประจำปีในเขตกรุงเทพฯ รอบ 6 เดือนต.ค.59-มี.ค.60 ได้กว่า 3,900 ล้านบาท พร้อมพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างมีมาตรฐานด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนมีช่องทางในการรับชำระภาษีรถประจำปีอย่างหลากหลาย โดยตั้งแต่เดือน ต.ค.59 – มี.ค.60 สามารถจัดเก็บภาษีรถประจำปีในเขตกทม.ทั้งสิ้น 3,986,576,542.89 บาท

ทั้งนี้ เจ้าของรถสามารถชำระภาษีรถล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน และต้องเป็นรถที่ไม่ค้างชำระภาษีรถเกินกว่า 1 ปี สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) โดยเป็นระบบการรายงานผลการตรวจสภาพรถจาก ตรอ. แบบออนไลน์

ปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยยกระดับงานด้านบริการและงานด้านอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้รถและสภาพสังคมในปัจจุบัน ทั้งการนำระบบ QR Code เป็นช่องทางเข้าถึงแอปพลิเคชัน DLT eForm ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันให้ข้อมูลการให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถ ที่สามารถดาวน์โหลดหรือกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ Smart Phone เพื่อนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทั้งสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการติดต่อราชการ

 

คนมีไอเดียมาทางนี้! กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนนักคิดผลิตสินค้าผู้สูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 15:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923540


กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนนักประดิษฐ์ คิดค้นนวัตกรรมตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ หลังยูเอ็นระบุไทยจะมีประชากรผู้สูงอายุ 19.5 ล้านคนในปี 73 เล็งสำรวจผลงานสิทธิบัตรทั่วโลก ก่อนแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยต่อยอด ผลิตเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์…

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดลดลง และอายุเฉลี่ยของประชากรยืนยาวขึ้น ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนานาประเทศ กรมจึงต้องช่วยผลักดันให้มีการประดิษฐ์ คิดค้น สินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้สูงอายุที่กำลังจะมากขึ้น โดยข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ไทยมีโครงสร้างประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นลำดับที่ 3 ในเอเชียรองจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และคาดว่า ในปี 73 จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 19.5 ล้านคน

“การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าว เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจทั้งในระดับชาติและระดับโลก หากไม่เตรียมความพร้อมให้ดี ผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงในการดำรงชีวิต มีปัญหาภาระต่อสังคม ซึ่งนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งที่หลายประเทศให้ความสำคัญในการนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิต และการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถสร้างคุณประโยชน์ให้สังคมและเศรษฐกิจได้ต่อไป”

นายทศพล กล่าวว่า กรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้มีการประดิษฐ์ คิดค้น นวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มีแผนผลักดันให้นักประดิษฐ์ นักวิจัย คิดค้นงานประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ โดยจะสำรวจผลงานสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุจากทั่วโลกว่ามีอะไรบ้าง และมีผลงานอะไรที่สามารถนำมาต่อยอดและพัฒนาได้ จากนั้นจะผลักดันให้ผู้ประกอบการของไทยนำไปพัฒนาต่อยอด เพื่อผลิตเป็นสินค้าออกมาใช้ในเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการของไทยได้ประดิษฐ์ คิดค้นผลงานนวัตกรรมที่ใช้ในการดูแลผู้สูงอายุขึ้นมาบ้างแล้ว เช่น อุปกรณ์ช่วยเดิน ถุงมืออัจฉริยะ ที่ใช้ช่วยเหลือผู้พิการและผู้สูงอายุในการตรวจหาวัตถุในระยะที่กำหนด โดยกรมจะผลักดันให้มีการคิดค้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุให้เพิ่มมากขึ้นต่อไป

สำหรับนิยาม สังคมผู้สูงอายุ ยูเอ็นได้กำหนดไว้ว่า ประเทศใดมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด จะถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าเป็นสังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ เมื่อมีผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด

 

22 เอกชนแห่ยื่นคุณสมบัติประมูลข้าวเสื่อม 1.04 ล้านตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2560 15:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923620


เอกชน แห่ยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูลข้าวเสื่อม 1.04 ล้านตัน 22 ราย เตรียมประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติ และให้ยื่นซองราคา 28 เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่การบริโภคทั้งคนและสัตว์ ปริมาณ 1.04 ล้านตัน ที่เก็บใน 157 คลัง 37 จังหวัด ซึ่งมีผู้สนใจร่วมยื่นซองคุณสมบัติ 22 ราย โดยกรมจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติ รวมถึงให้ยื่นซองเสนอราคา และเปิดซองราคาในวันที่ 28 เม.ย.นี้

สำหรับ ข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่การบริโภคของคนและสัตว์ แบ่งเป็นข้าว 16 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2, ข้าวหอมจังหวัด, ข้าวขาว 5%, ข้าวขาว 10%, ข้าวขาว 15%, ข้าวขาว 25% เลิศ, ข้าวปทุมธานี, ข้าวเหนียวขาว 10% เป็นต้น

ทั้งนี้ คุณสมบัติผู้เสนอซื้อจะต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ อีกทั้ง ต้องแจ้งวัตถุประสงค์และประเภทของอุตสาหกรรมที่จะนำข้าวไปใช้ และรับรองว่าจะไม่นำข้าวดังกล่าวเข้าสู่ระบบการตลาดและการค้าข้าวปกติเพื่อการบริโภคของคนและสัตว์ทุกรูปแบบ

โดยต้องนำไปใช้ในอุตสาหกรรมตามที่แจ้งไว้เท่านั้น หากพบกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพื่อป้องกันปัญหาการนำข้าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และเข้าตลาดปกติ ซึ่งข้าวส่วนใหญ่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมเอทานอล หรือไบโอแมส เป็นต้น