เซ็ง! นกสกู๊ต ดอนเมือง-ไทเป เครื่องยนต์เสีย เลื่อนเดินทางเป็นพรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 23:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919642


ผู้โดยสารเซ็ง! “นกสกู๊ต”ของนกแอร์ เที่ยวบิน XW182 จาก”ดอนเมือง-ไทเป” เครื่องยนต์เกิดเสีย หาเครื่องลำใหม่ไม่ทัน เลื่อนเดินทางเป็น 16.00น.พรุ่งนี้

วันที่ 21 เม.ย. ที่ สนามบินดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  เกิดเหตุเครื่องบินนกสกู๊ตของสายการบินนกแอร์ แจ้งยกเลิกเที่ยวบิน XW182  เดินทางจากสนามบินดอนเมือง-ไทเป เวลา 00.20 น. -05.10 น. วันที่ 22 เม.ย. 2560

โดยสายการบินชี้แจ้งว่า เครื่องบินเที่ยวดังกล่าวเกิดเหตุสุดวิสัย เครื่องเสียกะทันหัน ทั้งนี้ ทางนกสกู๊ดของสายการบินนกแอร์ ไม่สามารถหาเครื่องบินลำใหม่มาทดแทนได้ ดังนั้นได้ประกาศแก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกรุงไทเป ว่า จะสามารถจัดเครื่องบินลำใหม่มาทดแทนเครื่องบินลำที่เกิดเสียได้ เลื่อนเป็นเวลา 16.00 น. วันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.2560) ทางสายการบิน จึงขออภัยผู้โดยสารมา ณ ที่นี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางสายการบินนกแอร์ ได้อำนวยความสะดวกกับผู้โดยสาร โดยคืนวันนี้ได้จัดที่พักไว้บริการในคืนนี้ให้แก่ผู้โดยสารทั้งหมด ที่โรงแรมรามาการ์เดนท์ และโรงแรมเอเชียรังสิต โดยทางสายการบิน ได้จัดรถบัสกว่า 10 คัน มารอรับและบริการส่งผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะพักที่โรงแรมที่จัดไว้ให้แล้ว.

 

พาณิชย์ไทย แจงมะกันหลายประเด็น ไม่เข้าข่ายทำขาดดุลการค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 19:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919556


พาณิชย์ แจงมะกันหลายประเด็น ไทย ไม่เข้าข่ายทำขาดดุลการค้า ทั้งแทรกแซงค่าเงิน-เอดี-เอฟทีเอ แต่กังวลรายงาน NTE ถูกจับตาด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และมือถือ…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 60 สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ (สพต.) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ได้รายงานกรณีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อจัดทำรายงานศึกษาวิเคราะห์การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ภายใน 90 วัน ตามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Executive Order) ส่งมายังกระทรวงพาณิชย์ของไทย เพราะไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ภายใต้การศึกษาครั้งนี้ จากทั้งหมด 13 ประเทศ คือ แคนาดา จีน สหภาพยุโรป อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

ทั้งนี้ มีการระบุว่าข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ต้องการทราบจาก 13 ประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ในปี 59 รวมถึงไทย ได้แก่ สาเหตุหลักของการขาดดุล โดยพิจารณารวมถึงมาตรการด้านภาษี และไม่ใช่ภาษี, การทุ่มตลาด (เอดี), การอุดหนุนจากรัฐบาล, การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, การบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี และมาตรฐานแรงงานและระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน, การบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบ หรือมีการปฏิบัติที่เพิ่มภาระ หรือการเลือกปฏิบัติ จนเกิดความไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ, ผลกระทบของการค้ากับประเทศนั้นๆ ต่อกำลังการผลิต และศักยภาพของอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และความมั่นคงภายใน รวมถึงต่อการจ้างงาน และค่าจ้างสหรัฐฯ และสินค้านำเข้าและการปฏิบัติทางการค้า ที่อาจมีผลกระทบในทางลบต่อความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ยังต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีก ได้แก่ การขาดดุลการค้าที่มาจากโครงสร้างภายในของสหรัฐฯ, ความไม่สมดุลทางการค้าที่เกิดจากประเทศที่ไม่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาด, ปัญหาการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ที่มาจากการอุดหนุนของรัฐบาล 13 ประเทศ จนทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า, การขาดดุลที่เกิดจากความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ), การบังคับใช้กฎหมายที่ขาดความเข้มงวดและกลไกระงับข้อพิพาท ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดดุล และปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดการขาดดุลการค้า

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กำหนดให้ผู้สนใจ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนของทั้ง 13 ประเทศ ยื่นข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ และจะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะวันที่ 18 พ.ค.นี้ โดย สพต. ณ กรุงวอชิงตัน เห็นว่า ประเด็นที่ไทยไม่เข้าข่าย หรือมีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ ปัจจัยภายในประเทศเชิงโครงสร้างของสหรัฐฯ ที่ปัจจุบัน สหรัฐฯ ไม่มีการผลิตสินค้า และจำเป็นต้องนำเข้าจำนวนมาก และปัจจัยจากข้อผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และเอฟทีเอ ที่บั่นทอนสิทธิและประโยชน์ของสหรัฐฯ เพราะไทยไม่มีเอฟทีเอกับสหรัฐฯ ส่วนประเด็นเอดี ปัจจุบัน สินค้าไทยที่ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บอากรเอดีมี 8 รายการเท่านั้น และที่ผ่านมา บางสินค้าไม่พบการทุ่มตลาด หรือบางรายการไม่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่การแทรกแซงค่าเงิน เพื่อให้ได้มาซึ่งการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมนั้น ไทยไม่ได้ใช้มาตรการนี้แน่นอน

ส่วนประเด็นที่น่ากังวลต่อไทยมากที่สุด ได้แก่ มาตรการกีดกันทางการค้าที่ก่อให้เกิดความไม่สมดุลในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะประเด็นปัญหาอุปสรรคทางการค้าสำคัญ ที่สหรัฐฯ เพ่งเล็ง และระบุรายงานประเมินสถานการณ์การค้าของประเทศคู่ค้าประจำปี 60 (2017 National Trade Estimate on Foreign Trade :NTE) ซึ่งได้หยิบยกขึ้นหารือกับไทยในการประชุมร่วมภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้า และการลงทุนไทย-สหรัฐฯ เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เช่น การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ที่ในรายงาน NTE ระบุไทยยังมีการละเมิดมาก โดยเฉพาะการละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังมีปัญหาการจดทะเบียนสิทธิบัตรล่าช้ามาก โดยสหรัฐฯ จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษด้านทรัพย์สินทางปัญญา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และจะประกาศผลการทบทวนสิ้นเดือน เม.ย.นี้

รวมถึงยังมีมาตรการทางเทคนิค และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช โดยเฉพาะการยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อสุกรและเครื่องในที่มีสารแรคโตพามีน (สารเร่งเนื้อแดง) และการติดลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงนโยบายนำเข้าของไทย เช่น การควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก มาตรการทางศุลกากร, การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การกีดกันการค้าในภาคธุรกิจ และการลงทุน เป็นต้น.

 

หุ้นไทยปิดซื้อขายท้ายสัปดาห์ บวก 3.74 จุด ที่ 1,570.02 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 18:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919500


หุ้นไทยปิดซื้อขายท้ายสัปดาห์ บวก 3.74 จุด ปิดที่ 1,570.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,082 ล้าน…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขายส่งท้ายสัปดาห์ ปรับขึ้น 3.74 จุด หรือขยับ 0.24% ปิดที่ 1,570.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,082 ล้านบาท โดยตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก แตะระดับสูงสุดที่ 1,573.39 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,567.55

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน).

 

ข่าวดี !! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันเบนซินลง 30 สต. ดีเซล 40 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 17:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919476


ข่าวดีหลังสงกรานต์!! ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซินลง 30 สต. ส่วนดีเซล 40 สต. ยกเว้น E85 คงเดิม…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. บมจ.ปตท.และบมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินลง 30 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 คงเดิม ส่วนดีเซลปรับลด 40 สตางค์/ลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 22 เม.ย.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 34.46 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 27.35 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 27.08 บาท/ลิตร, E20 ราคา 24.84 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.74 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 25.49 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

 

เตรียมเปิดโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP ยกระดับบริการแท็กซี่ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 16:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919357


ขบ.เตรียมยกระดับเสริมสร้างมาตรการกำกับรถแท็กซี่ไทยให้ปลอดภัย ตามโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP เพื่อเพิ่มโอกาสในการให้บริการ โดยการติดตั้งระบบจีพีเอส พร้อมเครื่องบ่งชี้คนขับ กล้อง CCTV ปุ่มฉุกเฉินเตือนภัย จอแสดงข้อมูลดิจิตอล รวมทั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในมาตรการกำกับรถแท็กซี่ให้ปลอดภัย ว่า โครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในมาตรการกำกับรถแท็กซี่ จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทยทั้งระบบ ตามโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP โดยการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการ ซึ่งภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนภายใต้กรอบที่กฎหมายอนุญาต อาทิ การสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพในการขับรถอย่างปลอดภัย การเสริมทักษะการให้บริการ ทักษะด้านภาษา เพื่อเพิ่มโอกาสในการให้บริการ เป็นต้น ดังนั้น กระทรวงคมนาคม โดย ขบ. จึงได้จัดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทย โดยการติดตั้งระบบจีพีเอส พร้อมเครื่องบ่งชี้คนขับ กล้อง CCTV ปุ่มฉุกเฉินเตือนภัย จอแสดงข้อมูลดิจิตอล รวมถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อให้ภาครัฐสามารถควบคุม ติดตาม กำกับ ดูแลพฤติกรรมของผู้ขับรถในลักษณะออนไลน์ พร้อมออกแบบระบบเรียกใช้บริการด้วยแอปพลิเคชัน DLT TAXI OK เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงการให้บริการรถแท็กซี่ นอกจากนี้ ได้มีการเปิดรับฟังข้อเสนอ เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการของรถแท็กซี่ ให้ตรงตามความต้องการของผู้โดยสาร และผู้ประกอบการยอมรับได้ เพื่อแก้ไขปัญหาการเอารัดเอาเปรียบ การปฏิเสธผู้โดยสาร การไม่เปิดมิเตอร์และเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และความมั่นใจในการเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ให้แก่ประชาชน

นายสนิท พรหมวงษ์ กล่าวว่า ขบ. ได้ดำเนินโครงการ TAXI VIP หรือรถแท็กซี่ชนิดพิเศษ ควบคู่กับโครงการ TAXI OK เพื่อเพิ่มทางเลือกในการให้บริการประชาชน โดยใช้รถที่มีมาตรฐานขนาดตัวรถและสมรรถนะรถสูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เพื่ออุปกรณ์ส่วนควบที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งนี้ กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา เพื่อส่งกระทรวงฯ ลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป.

 

อคส.เตรียมย้ายข้าวในสต๊อก รบ. หลัง นบข.อนุมัติขาย 1.17ล้านตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 15:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919392


อคส. ถกทำแผนคุมขนย้ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม หลัง นบข. อนุมัติขาย 1.17 ล้านตัน หวั่นรั่วไหลเข้าสู่ตลาดข้าวปกติ…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 60 พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า อคส.ได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กรมการค้าต่างประเทศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจทางหลวง และกรมทางหลวง เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนการขนย้ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม และวางมาตรการควบคุมการขนย้ายข้าวออกจากคลังสินค้าต้นทางไปยังคลังสินค้าปลายทางของผู้ชนะการประมูล เพื่อป้องกันข้าวดังกล่าวรั่วไหลกลับเข้ามาสู่ตลาดข้าวเพื่อการบริโภค หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้อนุมัติจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนให้กับผู้ซื้อ 12 ราย ปริมาณ 1.17 ล้านตัน มูลค่า 5,796 ล้านบาท

สำหรับแนวทางการควบคุมการขนย้ายนั้น จะมีการจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ สุ่มตรวจตลอดเส้นทางการขนย้ายข้าว คลังสินค้าต้นทาง และคลังสินค้าปลายทาง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การขนย้ายครั้งนี้ ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ขนย้ายมากขึ้น โดยไม่ต้องขออนุญาตการขนย้ายจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จากก่อนหน้านี้ต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งจะทำให้การขนย้ายรวดเร็วขึ้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของ อคส. และหัวหน้าคลังประจำอยู่ตามโกดังต่างๆ รับทราบขั้นตอนการปฏิบัติ และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

โดยการขนย้ายข้าว จากเดิมกำหนดให้ขนข้าวได้ในช่วงตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก แต่ครั้งนี้ กำหนดให้รถบรรทุกคันสุดท้ายออกจากโกดังได้ไม่เกินเวลา 18.00 น. และจะต้องซีลรถบรรทุกที่ขนข้าวทุกคันตลอดการขนย้าย โดยระยะเวลาต้องสอดคล้องกันกับระยะเวลาการเดินทาง หากตรวจพบว่าใช้เวลามาก ไม่สัมพันธ์ หรือผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดตรวจสามารถเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบได้

นอกจากนี้ คลังสินค้าที่ปลายทาง จะต้องติดตั้งกล้อง CCTV และต้องรายงานข้อมูลสินค้าผ่านเว็บไซต์ http://www.pwo.co.th เพื่อรายงานให้เจ้าหน้าที่ อคส. รับทราบ และเมื่อขนย้ายข้าวถึงสถานที่ปลายทางแล้ว อคส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสุ่มตรวจปริมาณข้าวอีกครั้งว่าตรงตามปริมาณการขนย้ายหรือไม่ หากตรวจพบว่าผู้ซื้อไม่นำข้าวสารเข้าสู่กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม ตามที่ได้แจ้งไว้ในวัตถุประสงค์ที่ขอซื้อจะต้องชำระค่าปรับ 25% ของมูลค่าข้าวสารที่ไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม และหาก อคส. เลิกสัญญา ผู้ซื้อจะต้องเสียค่าปรับ 25% ของมูลค่าปริมาณข้าวสารที่ยังไม่ได้รับมอบและขนย้าย รวมทั้งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งแพ่งและอาญาด้วย

อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้า อคส. จะลงพื้นที่สุ่มตรวจคลังสินค้าใน 5 จังหวัดที่เป็นคลังสินค้าปลาย ประกอบด้วย 1. จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย 2. จังหวัดกำแพงเพชร 3. จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี 4. จังหวัดปทุมธานี และ 5. จังหวัดระยอง.

 

สตรีทฟู้ดเป็นส่วนหนึ่งวัฒนธรรมไทย ‘กอบกาญจน์’ ลั่นไม่ยกเลิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 13:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919242


“กอบกาญจน์” ยันสตรีทฟู้ดเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย ลั่นไม่มีนโยบายยกเลิก แต่จะปรับปรุงให้สะอาดขึ้น…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. จากกระแสข่าวยกเลิกสตรีทฟู้ดในกทม.ซึ่งที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศให้ความสนใจ เนื่องจากสตรีทฟู้ดเป็นเสน่ห์ของกรุงเทพฯ โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในงานเปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหาร ‘มิชลิน ไกด์ ฉบับกรุงเทพฯ’ ยืนยัน ไม่มีนโยบายยกเลิกร้านอาหารสตรีทฟู้ด แต่สิ่งที่กรุงเทพมหานครกำลังทำคือการปรับปรุงให้สตรีทฟู้ดของไทยสะอาดขึ้น โดยจะมีการอบรมในเรื่องสุขอนามัยและการกำจัดขยะเพื่อความสะอาด แต่จะไม่ทำลายตัวตนของสตรีทฟู้ด

พร้อมยืนยันสตรีทฟู้ดเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยซึ่งจะยังคงอยู่ แต่ในระหว่างที่กำลังเดินไปข้างหน้าอยากปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย

 

เอพีปักหมุดคอนโดเยื้อง ร.ร.หอวัง ชี้ทำเลยังไปได้-ไม่ล้นตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 10:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919036


เอพีเดินหน้าเปิดตัวคอนโดใหม่ติดแนวรถไฟฟ้าตรงข้าม ร.ร.หอวัง จับลูกค้าระดับกลางถึงไฮเอนด์ ชี้ความต้องการของลูกค้ายังมีสวนทางกับโครงการใหม่ๆ ที่เปิดตัวน้อยลง…

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจคอนโด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนโดติดรถไฟฟ้าวันนี้ เชื่อว่าตลาดคอนโดระดับกลางถึงไฮเอนด์ไม่น่ากังวล ดีมานด์ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เมื่อเจาะลึกคอนโดติดรถไฟฟ้าย่านสะพานควาย-พหลโยธิน พบว่าซัพพลายปัจจุบันไม่สอดคล้องกับดีมานด์ความต้องการที่ยังคงเติบโต ซัพพลายเหลือขายย้อนหลัง 5 ปี ย่านรถไฟฟ้าสะพายควาย-พหลโยธิน มีเหลือขายประมาณ 2,000 ยูนิต โดยประมาณ 900 ยูนิตเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ และหากย้อนดูแนวโน้มการเปิดตัวแต่ละปี โดยเฉพาะของผู้ประกอบการรายใหญ่มีการเปิดตัวในสัดส่วนน้อยลง อาจจะด้วยที่ดินส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาในเชิงพาณิชย์อื่นๆ ทำให้การหาซื้อที่ดินขนาดเหมาะสมเป็นไปได้ยาก ซึ่งปัจจัยนี้ถือเป็นตัวช่วยกรองโครงการใหม่ๆ หรือผู้ประกอบการที่จะลงมาแข่งขันให้เหลือน้อยลง สวนทางกับดีมานด์ที่มีอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากเปอร์เซ็นต์ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 85% โดยเฉพาะคอนโดติดรถไฟฟ้าระดับกลางถึงไฮเอนด์ระดับราคาขาย 3–7 ล้านบาท ล้วนเป็นโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ขายได้ดี

ทั้งนี้ กล่าวโดยสรุปตลาดคอนโดติดรถไฟฟ้าย่านสะพานควาย-พหลโยธิน ยังไม่โอเวอร์ซัพพลาย ยังมีดีมานด์รอสินค้าที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการในทุกด้าน ดังนั้น สินค้าที่จะลงไปแข่งขันในตลาดนี้ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อที่จะชนะใจในทำเลนี้ ที่นับวันจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยล่าสุด เอพีได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม “LIFE ลาดพร้าว” ใหม่ เพียงหนึ่งก้าวจากรถไฟฟ้า มูลค่า 7,600 ล้านบาท บริเวณที่ตั้งโครงการบน ถ.พหลโยธิน ฝั่งขาเข้า 5 แยกลาดพร้าว ตรงข้ามโรงเรียนหอวัง และยังถือเป็นครั้งแรกที่ใช้นวัตกรรมดีไซน์พื้นที่ใช้สอยให้ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์การใช้งาน และช่วยระบายอากาศให้โถงทางเดินถ่ายเทหมุนเวียนตามธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความโปร่งสบายมากยิ่งขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิต

นายวิทการ กล่าวต่อว่า เอพีเดินหน้าเปิดตัวคอนโด 3 โครงการในปีนี้ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท ประเดิมโครงการแรกด้วยการผนึกกำลังมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป (MEC) พันธมิตรญี่ปุ่น พัฒนาคอนโด LIFE ลาดพร้าว โดดเด่นด้วยจุดต่างคู่แข่งคือ 1. ผสานเทคโนโลยีการดีไซน์พื้นที่ส่วนกลาง 2. ทุกๆ อย่างควบคุมได้ด้วยปลายนิ้ว และ 3. ดีไซน์พื้นที่ใช้สอยให้ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์การใช้งาน ราคาเริ่มต้น 2.9 ล้านบาท บนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 7 ไร่ ประกอบด้วยอาคารที่พัก 2 อาคาร สูง 45 ชั้น และ 46 ชั้น 1,615 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 1. สตูดิโอ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 26 – 29 ตารางเมตร 2. ห้องชุด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร และ 3. ห้องชุด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 48.5 – 75 ตารางเมตร พร้อมส่วนกลางสระว่ายน้ำ ที่นั่งหรูหรา และห้องฟิตเนสมุมกว้าง.

 

เช้าวันศุกร์ ทองเปิดตลาดราคาคงที่ รูปพรรณขายออกบาทละ 21,350

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 10:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919037


เช้าวันศุกร์ที่ 21 เม.ย. ทองเปิดตลาด ราคาคงที่ ทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 20,850 บาท รูปพรรณขายออกบาทละ 21,350…

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 เม.ย. สมาคมค้าทองคำ แจ้งปรับราคาทองคำประจำวันครั้งที่ 1 ราคาคงที่ โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,750 ขายออกบาทละ 20,850 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,375.04 บาท ขายออกบาทละ 21,350 บาท.

 

หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง แนสแด็กปิดนิวไฮ รายได้บ.จดทะเบียนหนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 06:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/918912


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในวันพฤหัสบดี โดยนักลงทุนบางสวนเลิกลืมความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โลก และตัดสินในช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลรายได้บริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจดลใจ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 20 เม.ย. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 174.22 จุด หรือ 0.85% ปิดที่ 20578.71 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 17.67 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 2355.84 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 53.75 จุด หรือ 0.92% ปิดที่ 5916.78 จุด

เนต ธูฟท์ ผู้อำนวยการจัดการอาวุธโสของบริษัท จัดการอสังหาริมทรัพย์ เมนูไลฟ์ (Manulife) วิเคราะห์ว่า เมื่อวันพฤหัสบดี นักลงทุนลืมเรื่องความกังวลในสถานการณ์โลกทั้ง ซีเรีย เกาหลีเหนือ และการเลือกตั้งฝรั่งเศสซึ่งหน่วงตลาดมาตลอดทั้งเดือนชั่วคราว เพราะดัชนีที่ลดลงเปิดโอกาสให้นักลงทุนบางคนไขว่คว้า

นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้ปัจจัยหนุนจากบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ที่มีผลประกอบการไตรมาสแรกปีดี เช่น อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (+5.9%) หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์และทางรถไฟ ‘ซีเอสเอ็กซ’ (+5.6%) รวมทั้งยังมีความรู้สึกในเชิงบวกเกี่ยวกับความคาดหวังในนโยบายลดภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับแรง