ขนส่งฯกำหนดรถโดยสาร-รถบรรทุกที่จดทะเบียนในปี 61 ต้องมีแผ่นสะท้อนแสง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 21:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920365


ขนส่งทางบก กำหนดให้รถโดยสารและรถบรรทุกที่จดทะเบียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.61 ติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสง หรือ แผ่นสะท้อนแสง เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมองเห็นได้อย่างชัดเจนในเวลากลางคืน ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 60 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถโดยสารขนาดใหญ่และรถบรรทุกติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงหรือแผ่นสะท้อนแสง ที่มีคุณลักษณะ สี ขนาด และตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพในการมองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะในเวลากลางคืน

ทั้งนี้ จะทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถหลีกเลี่ยงหรือหยุดรถในระยะที่ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยให้มีผลบังคับใช้ทันทีกับรถโดยสารขนาดใหญ่และรถบรรทุก ทุกคัน ที่จดทะเบียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.61 เป็นต้นไป ซึ่งต้องติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงที่สามารถสังเกตเห็นในเวลากลางคืนได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ด้านท้ายรถ ให้ติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดง ส่วนด้านข้างรถทั้งสองข้าง ให้ใช้อุปกรณ์สะท้อนแสงสีเหลืองอำพัน

นอกจากการติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงแล้ว สำหรับรถบรรทุก ทุกลักษณะ ที่มีจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยาง ตั้งแต่ 2 เพลา 4 ล้อ ยาง 6 เส้น ขึ้นไป (ยกเว้นรถลากจูง) ต้องติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงควบคู่กับอุปกรณ์สะท้อนแสงด้วย โดยวิธีการติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงและแผ่นสะท้อนแสงต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ รถโดยสารและรถบรรทุกที่จดทะเบียนก่อนวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบการขนส่งมีเวลาในการติดตั้งและปรับปรุงแผ่นสะท้อนแสงให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งฯ กำหนด ดังนี้ รถที่ยังไม่ติดตั้งแผ่นสะท้อนแสง หรือติดตั้งแล้วแต่มีขนาดและตำแหน่งการติดตั้งไม่เป็นไปตามที่กำหนด ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ม.ค.62 กรณีรถที่ติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงแล้ว โดยมีขนาดและตำแหน่งติดตั้งถูกต้อง แต่ใช้วัสดุหรือมีสีไม่เป็นไปตามกำหนด ให้ระยะเวลาในการแก้ไขให้เรียบร้อย ภายในวันที่ 1 ม.ค.63

สำหรับ ผู้ประกอบการฝ่าฝืนไม่ติดตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนดมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท โดยกรมการขนส่งทางบกมีมาตรการในการกำกับดูแลอย่างเข้มข้นจริงจัง พร้อมดำเนินการตามกฎหมายทันทีกรณีฝ่าฝืน และหากเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ประกอบการต้องมีส่วนรับผิดชอบทุกกรณี

 

ราคาอสังหาฯ “เพชรเกษม-บางแค” ขยับรับอานิสงส์รถไฟฟ้า สายสีน้ำเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 13:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920070


เอกลักษณ์ในฝั่งธนบุรีที่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางไปเยือนอย่างไม่ขาดสาย ก็คือการเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำเชิงวัฒนธรรม ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

จากที่มีวัดเก่าแก่ที่มีความสวยงามและมีเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์มากมาย รวมไปถึงวิถีของชุมชนที่บางส่วนยังคงใช้วิถีชีวิตในรูปแบบดั้งเดิมและบางส่วนมีความสมัยใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีความลงตัว ทำให้พื้นที่บริเวณที่ไม่ไกลจากแม่น้ำเจ้าพระยามีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบโรงแรมเพิ่มมากขึ้น จากวิถีการเดินทางด้วย “รถ-เรือ” นับเป็นสิ่งที่โดดเด่นภายในฝั่งธนบุรี ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ ที่เชื่อมต่อไปถนนอื่นได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งจากถนนสายหลักอย่างเพชรเกษม ที่เดินทางไปทางราชพฤกษ์ ถนนจรัญสนิทวงศ์หรือไปทางวงเวียนใหญ่ที่เชื่อมไปออกสาทรได้ รวมไปถึงเส้นกัลปพฤกษ์ซึ่งสามารถเดินทางไปสีลม-สาทรได้อย่างสะดวก

และล่าสุดยิ่งเพิ่มความน่าสะดวกสบายให้กับการเดินทางไปย่านธนบุรีด้วย รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อกับสายสีเขียวที่สถานีบางหว้าหรือเชื่อมสายสีน้ำเงินเดิมที่สถานีหัวลำโพง และทางเรือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางจากท่าเทียบเรือประตูน้ำภาษีเจริญถึงท่าเทียบเรือเพชรเกษม 69 รวมระยะทาง 11.5 กม. สามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ที่สถานีบางหว้า (ที่ท่าเรือสะพานตากสิน-เพชรเกษม)

เห็นได้ว่าหลังจากที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายมีความคืบหน้ากว่า 80% นั้น ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรพัย์ย่านฝั่งธนบุรีฯ กลายเป็นทำเลที่น่าสนใจและมีความโดดเด่นขึ้นมา แม้ว่าโซนดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองแต่โซนนี้ถือว่ามีศักยภาพ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่อยู่ในโซนใหม่ๆ เช่น เพชรเกษม ท่าพระ จรัญสนิทวงศ์ จากจุดเด่นเรื่องความสะดวกและความเชื่อมต่อการคมนาคมหลากหลายช่องทางนี้ และมีระดับราคาที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาคอนโดมิเนียมที่ติดรถไฟฟ้าบริเวณในเมือง ส่วนทางด้านตลาดเช่ายังคงมีโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยหรือรถไฟฟ้าที่มีอัตราค่าเช่า 10,000–12,000 บาทต่อเดือน

นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยผลวิจัยด้านที่อยู่อาศัยพบว่า ปัจจุบันโซนเพชรเกษม-บางแค เป็นทำเลหนึ่งที่น่าสนใจ นับจากแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าฝั่งธนบุรีมีความคืบหน้าไปมาก เห็นได้จากรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวที่เปิดให้บริการแล้ว และจะมีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินทั้งเส้นทางหัวลำโพง–หลักสอง และบางซื่อ–ท่าพระ โดยทั้งสองเส้นทางมีการเชื่อมต่อกันที่สถานีท่าพระ

ปัจจุบันทั้งสองเส้นทางมีการก่อสร้างไปได้มากกว่า 80% เส้นทางหัวลำโพง–หลักสอง คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในต้นปี 2562 ส่วนบางซื่อ–ท่าพระ จะเปิดให้บริการภายในปี 2563 ส่งผลให้ในอนาคตประชาชนในพื้นที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายขึ้น ทั้งจากการมาเชื่อมต่อกับสายสีเขียวที่สถานีบางหว้า หรือเชื่อมสายสีน้ำเงินเดิมที่สถานีหัวลำโพง พื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกหรือธนบุรีในปัจจุบันมีถนนเส้นหลักคือเพชรเกษมซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของกรุงเทพฯทั้งหมด 4 เขต ได้แก่ บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ บางแค และหนองแขม มีประชากรรวมทั้งสิ้นกว่า 550,000 คน และมีความหนาแน่นของประชากรต่อบ้านที่ 2.53 คน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของคนในกรุงเทพฯ ที่ 2.13 คน นั่นหมายความว่ายังมีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่อยู่ ทำให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนกลุ่มนี้

“ปัจจุบันจำนวนอุปทานคอนโดสูง High Rise บนถนนเพชรเกษมช่วงรถไฟฟ้าสายมีน้ำเงินมีจำนวน 5,161 ยูนิต ในขณะที่อุปสงค์อยู่ที่ 3,654 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายอยู่ที่ 71% โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตารางเมตรละ 89,000 บาท หรือรูปแบบ 1 ห้องนอน ราคาเฉลี่ย 2.7 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งถือว่าต่ำกว่าโครงการที่อยู่ในช่วงปลายสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตั้งแต่บางหว้าถึงตลาดพลู ที่ขายกันอยู่ที่ยูนิตละ 3.2 ล้านบาท อยู่พอสมควร ทั้งๆ ที่ระยะทางห่างจากกันไม่มากนัก ดังนั้นเพชรเกษมถือว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการปรับตัวของราคาขึ้นไปอีกเมื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเริ่มให้บริการในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาโครงการคอนโดมิเนียมบนถนนเพชรเกษมช่วงรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าในระยะห่างไม่เกิน 200 เมตรเทียบกับโครงการที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า พบว่าอัตราการตอบรับในปัจจุบันของโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามีอัตราการตอบรับสูงกว่า โดยอัตราตอบรับของโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าระยะทางประมาณ 200 เมตรอยู่ที่ 75% ในขณะที่โครงการที่อยู่ไกลจากรถไฟฟ้ามีอัตราตอบรับ 64% รวมไปถึงระดับราคาเฉลี่ย ที่โครงการที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้ามีราคาเฉลี่ยที่สูงกว่า โดยโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 92,000 บาท/ตารางเมตร ส่วนโครงการที่อยู่ห่างออกไปราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 84,000 บาท/ตารางเมตร”

 

เช้าวันเสาร์ ราคาทองขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออกบาทละ 21,400

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 10:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919952


เปิดตลาดเช้าวันเสาร์ ราคาทองคำปรับขึ้น 50 บาท ทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 20,900 บาท ส่วนทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 21,400 บาท…

เมื่อ 22 เม.ย. สมาคมค้าทองคำ แจ้งปรับราคาทองคำประจำวัน ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.00 น. ว่า ราคาทองคำ ปรับขึ้น 50 บาท โดยทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 20,800 บาท ขายออกบาทละ 20,900 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 20,420.52 บาท ขายออกบาทละ 21,400 บาท

 

มั่นใจปลดล็อกธงแดงได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919726


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานมอบใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC) ให้แก่สายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินที่ 2 ที่ผ่านการตรวจสอบครบในทุกขั้นตอนของการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (Re AOC) ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ว่า การมอบใบรับรองให้สายการบินไทย แอร์เอเชียครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวผ่านการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนไปได้ และได้รับการยอมรับจากอเมริกา และยุโรป

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท.กล่าวว่า ภายในเดือน เม.ย.นี้ จะออก Re AOC ให้กับสายการบินไทย และในเดือน พ.ค.นี้อีก 6 สายการบิน คือ ไทยสมายล์, ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, นกแอร์, นกสกู๊ด, เค มายล์ และโอเรียนท์ ไทยแอร์ไลน์ และเมื่อรวมกับที่อนุมัติไปก่อนหน้านี้คือบางกอกแอร์เวย์และไทยแอร์เอเชียในครั้งนี้ รวมเป็น 9 สายการบิน คาดว่าภายในเดือน มิ.ย.นี้ จะยื่นเรื่องเพื่อให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศไทย (ICAO) เข้ามาดำเนินการตรวจสอบซ้ำ โดยประเมินว่าภายใน ก.ย.-ต.ค.นี้ ทาง ICAO ส่งทีมเข้ามาตรวจสอบหากไม่มีปัญหาข้อบกพร่องภายใน ต.ค.นี้ จะสามารถประกาศปลดล็อกธงแดงได้ ซึ่งในส่วนของการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อนำไปสู่การปลดล็อกธงแดง นอกจากการออก Re AOC แล้วต้องแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ด้วย ขณะนี้คืบหน้าไป 80% ในขณะเดียวกันจะแก้ไขข้อบกพร่องตามข้อท้วงติงของ FAA เพื่อนำไปสู่การเลื่อนระดับมาตรฐานจาก Catogory 2 เป็น Catogory 1 ด้วย ดังนั้น หากปลดล็อกธงแดง ก็จะได้รับการเลื่อนระดับจาก FAA ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็จะเปิดบินไปยังสหรัฐอเมริกาภายใน พ.ย.นี้.

 

อาชีพหลักสร้างตัว อาชีพเสริมเติมสุข จากนักสร้างแบรนด์สู่…ช่างจัดดอกไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919315


หากนึกถึงกลุ่มคนเจเนอเรชั่นวาย (Gen Y) ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 20-38 ปี แน่นอนอาชีพในฝันของเขาทั้งหลายคงหนีไม่พ้นการเป็นเจ้าของธุรกิจหรืออาชีพอิสระ ไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อเข้างานให้ทัน ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปทำงานออฟฟิศในเมือง คิดอยากไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ไปได้ตามต้องการ ว้าวชีวิตดี๊ดี…

แต่ในมุมกลับกันก็ยังมีคนที่คิดว่าเราสามารถที่จะทำงานประจำควบคู่กับธุรกิจเสริมเพิ่มรายได้ไปพร้อมกันได้ เนื่องจากงานประจำที่ทำก็เป็นงานที่มั่นคง มีความก้าวหน้าดีไม่อยากที่จะละทิ้งโอกาสที่ดีไป

วันนี้ Business On My Way ขอพาไปร่วมฟังชีวิตหนุ่มหล่อที่เลือกทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน คืองานประจำก็ยังทำอยู่ อีกทั้งยังทำธุรกิจส่วนตัวเสริมมาในชีวิตอีกด้วย กับ “คุณออสติน” (กิตติ์ธเนศ มหาอนันตพัฒน์) ที่หางานอดิเรกทำจนเกิดเป็นธุรกิจสร้างเงิน และสร้างความสุขไปพร้อมๆกัน กับการเป็นเจ้าของร้านจัดดอกไม้ “Diva Rose” (ดีว่า โรส)

คุณออสติน เล่าว่า หลังจากศึกษาจบสาขาการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้มีโอกาสไปเรียนต่อสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเบดฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ จากนั้นได้กลับมาทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอาหาร ธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หรู และปัจจุบันก็เป็นแบรนด์เมเนเจอร์ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์หนึ่ง ซึ่งผมรับหน้าที่ดูแลด้านการสื่อสารการตลาด

“มองดูภายนอกคุณออสตินอาจดูเป็นหนุ่มนักสร้างแบรนด์ที่ปราดเปรียว ฉะฉาน แต่เขายังมีอีกด้านหนึ่งที่สงบ สุขุม จากการที่เป็นคนชอบจัดดอกไม้จนสามารถสร้างอาชีพเสริมในปัจจุบัน”

จุดเริ่มต้นของการมาจัดดอกไม้คุณออสติน เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 6-7 ปีก่อน ผมได้สั่งดอกไม้ไปร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาของเพื่อนคนหนึ่ง ก็ได้ไปเจอร้านดอกไม้ซึ่งจัดสวยมาก สวยจนตัวผมไม่กล้าที่จะกำหนดชนิดหรือสีของดอกไม้เลย อยากให้คนจัดได้จัดตามจินตนาการเขาอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าเมื่อปล่อยให้เขาได้จัดแบบอิสระ จะสามารถสร้างสรรค์ช่อดอกไม้ได้ดีกว่าการไปกำหนดเขา ทำให้ผมเกิดความสนใจ เพราะชอบด้านนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงแอบถามเทคนิคและวิธีการจัดจากพี่คนจัดดอกไม้ตลอดเวลา

“ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดีเกินคาด ตลอดงานรับปริญญาวันนั้น เพื่อนถือแต่ช่อดอกไม้ที่ผมนำมาให้ทั้งวัน เพราะสวยโดดเด่น และแปลกตา และนั่นทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจว่าซักวันหนึ่งเราจะเป็นคนจัดดอกไม้ที่มีคนไว้วางใจสั่งช่อดอกไม้เราไปมอบให้คนพิเศษของเขาให้ได้”

คุณออสติน เล่าว่า ผมเริ่มต้นจัดดอกไม้เพราะมีใจรักแต่ไม่มีพื้นฐานการจัดดอกไม้เลย ซึ่งผมก็ไม่ย่อท้อโดยเริ่มจากการหาหนังสือสอนการจัดดอกไม้จากยุโรป และญี่ปุ่น 2–3 เล่มมาอ่าน เพื่อศึกษาเทรนด์จัดดอกไม้ของต่างประเทศ จากนั้นเริ่มศึกษาการสาธิตจัดดอกไม้จากคลิปวีดิโอทางยูทูบ ใช้เวลาอยู่ประมาณ 1–2 เดือน จนมั่นใจว่าเราต้องทำได้ จึงมารับจัดดอกไม้ขายภายใต้แบรนด์ Diva Rose

Diva Rose เปิดตัวครั้งแรกที่งานซ้อมใหญ่พิธีรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ซึ่งผมเลือกวางตำแหน่งของร้านให้โดดเด่นจากร้านค้าโดยรอบ ด้วยการขายดอกไม้สไตล์อังกฤษ แบบอิงลิช คันทรี่ ซึ่งการขายครั้งแรกของคนไม่มีประสบการณ์ ทำให้ไม่ได้เตรียมร่มมาเพื่อบังแดด ทำให้ดอกไม้ยุโรปที่เตรียมมาเหี่ยวเฉา พูดได้ว่ากำไรหรือหมดตัว ตัดสินกันแค่ครึ่งวัน

“นอกจากการรักษาความสดของดอกไม้ในธุรกิจนี้แล้ว ความท้าทายด้านการจัดที่ต้องแข่งกับเวลาเพราะลูกค้าจะไม่เลือกร้านที่ต้องรอนาน ผมแทบไม่ได้นั่งพักเลยแม้แต่นาทีเดียว แต่ในความเหน็ดเหนื่อยนั้น ก็ยังมีความสุขผสมอยู่ด้วย จากการได้จัดวางและใช้สมาธิอยู่กับดอกไม้ ทำให้ผมลืมเรื่องความเหนื่อยไปเลย”

คุณออสติน เล่าว่า หลังจากนั้นเก็บประสบการณ์จากการขายอยู่หลายงานก็เริ่มมองเห็นว่าลูกค้าที่แท้จริงของดอกไม้สไตล์อังกฤษนี้คือกลุ่มเพื่อนของบัณฑิต ไม่ใช่ครอบครัว เนื่องจากกลุ่มเพื่อนจะแวะซื้อหน้ามหาวิทยาลัย ขณะที่กลุ่มครอบครัวจะวางแผนมีการสั่งจัดล่วงหน้า ไม่มาเลือกซื้อหน้างาน จึงทำให้ช่วงหลังผมเลือกไปออกเฉพาะวันซ้อมใหญ่ซึ่งเป็นวันของเพื่อนที่จะมาแสดงความยินดี ส่วนครอบครัวจะเลือกมาในพิธีวันจริงมากกว่า

นอกจากขายตามงานรับปริญญาแล้ว ผมยังบุกช่องทางขายผ่านออนไลน์ด้วย ปัจจุบันใช้ช่องทางเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม : Diva Rose มาเป็นตัวช่วยเข้าถึงกลุ่มลูกค้า เพื่อสร้างรายได้นอกเทศกาลรับปริญญา อาทิ วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน วันวาเลนไทน์ งานบุญ งานศพ ซึ่งปัจจุบันผมตั้งใจสะสมรายได้จากร้านดอกไม้แยกจากงานประจำเพื่อขยายกิจการ เนื่องจากปัจจุบันผมทำเองทั้งหมดตั้งแต่ซื้อดอกไม้ จัดดอกไม้ ติดต่อลูกค้า รวมถึงจัดส่ง จึงทำให้รับจัดได้จำนวนจำกัด ในอนาคตอาจจะหาคนมาช่วยทำ

ทั้งนี้คุณออสตินยังพูดปิดท้ายให้กำลังใจคนที่ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัวว่า อย่าปล่อยสิ่งที่เราฝันให้หลุดลอยไป จงลงมือทำด้วยใจและสนุกกับมันในทุกช่วงเวลา แล้วเราจะพบว่าความสุขเกิดขึ้นได้จากการลงมือทำให้ฝันนั้นกลายเป็นจริงได้.

 

งานคือเงิน 22/04/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 22 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919002


การยอมแพ้ต่ออุปสรรคและปัญหา คือศัตรูสำคัญของความสำเร็จในชีวิต

หมึกเขียว ขอเป็นหนึ่งกำลังใจส่งถึง คนสู้ชีวิต พร้อมอาสาสรรหา สารพัดตำแหน่งงานน่าสนใจ มาฝากกันเช่นเคยที่ งานคือเงิน

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

รับครู 1 อัตรา สังกัดสาขาวิชาภาษาต่างประเทศ สอนวิชาภาษาอังกฤษ วุฒิปริญญาโท/ปริญญาเอก สาขาภาษาอังกฤษ การสอนภาษาอังกฤษ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับ ปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษ การสอนภาษาอังกฤษ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 2.75 ขึ้นไป และเกรดเฉลี่ยสะสมระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก สาขาภาษาอังกฤษ การสอนภาษาอังกฤษ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 3.25 ขึ้นไป มีผลการทดสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ TOEFL ITP ไม่ต่ำกว่า 600 คะแนน, TOEFL IBT ไม่ต่ำ กว่า 100 คะแนน, IELTS ไม่ต่ำกว่าระดับ 7 หรือ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 90 คะแนน สามารถทำ งานให้แก่โรงเรียนได้เต็มเวลา ดาวน์โหลดใบสมัครที่ www.mwit.ac.th และสมัครด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ด่วนที่สุด (EMS) พร้อมแนบใบธนาณัติค่าสมัครสอบจำนวน 150 บาท สั่งจ่ายงานบุคคล โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ห้อง 3204 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เลขที่ 364 หมู่ 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 สอบถาม โทร.0-2849-7103 (-4) รับถึง 25 เม.ย.นี้

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

รับนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ 1 อัตรา หน่วยงานกองคลัง งานพัสดุ วุฒิปริญญาตรี ด้านบริหารธุรกิจ หรือนิติศาสตร์ มีความรู้เกี่ยวกับงานพัสดุและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ.2548 สามารถติดต่อประสานงานและมีมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงาน

นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ 1 อัตรา หน่วยงานกองคลัง งานงบประมาณ วุฒิปริญญาตรี ด้านการบัญชี การเงิน หรือการคลัง มีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 (งบรายจ่าย การโอน งบประมาณรายจ่าย การเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่าย การก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ) สามารถติดต่อประสานงานและมีมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงาน มีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft Office (Word, Excel, PowerPoint)

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มีความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ มีความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ ชุดคำสั่งระบบปฏิบัติการ ชุดคำสั่งสำเร็จรูป และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การใช้ภาษาทางคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบงาน และความรู้เกี่ยวกับการทำงานด้านงานคลัง สามารถติดต่อประสานงาน มีมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงาน

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 1 อัตรา หน่วยงานกองนโยบายและแผนงานวิเคราะห์งบประมาณ วุฒิปริญญาโท ทางด้านเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ (ด้านบัญชี การเงิน หรือการคลัง) วิศวกรรมศาสตร์ (ด้านเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม หรือการจัดการอุตสาหกรรม) มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์และจัดทำงบประมาณ การจัดทำคลังข้อมูล/วิเคราะห์ ข้อมูลความเสี่ยงในการจัดทำงบประมาณ ประเภทของงบประมาณ การจัดทำแผน/ผลการปฏิบัติการ มีทักษะในการสืบค้นข้อมูลทางสถิติ และด้านการใช้คอมพิวเตอร์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 2 อัตรา หน่วยงานกองนโยบายและแผนงานนโยบายและยุทธศาสตร์ วุฒิปริญญาโท ทางด้านเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ) วิศวกรรมศาสตร์ (ด้านการจัดการอุตสาหกรรม) มีความรู้ ความสามารถใน เรื่องนโยบาย การวางแผน การจัดทำแผน และการนำไปสู่การปฏิบัติ แนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยและการประกันคุณภาพการศึกษา วัฒนธรรมองค์กรและการทำงานแบบบูรณาการ ดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 1 อัตรา หน่วยงานกองนโยบายและแผนงานติดตามและประเมินผล วุฒิปริญญาโท ด้านบริหารการศึกษา เศรษฐศาสตร์ การวัดและประเมินผล วิจัยสังคมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ มีความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีความรู้ความสามารถในการวางแผนการติดตามประเมินผล ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ แนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยและการประกันคุณภาพการศึกษา มีความรู้ความสามารถในการจัดการงานสารสนเทศเพื่อการวางแผนและตัดสินใจ สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft Office

สถาปนิกปฏิบัติงาน 1 อัตรา หน่วยงานกองนโยบายและแผน งานออกแบบก่อสร้าง วุฒิ ปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต ต้องได้รับใบประกอบวิชาชีพสถา-ปัตยกรรมตามที่กฎหมายกำหนด มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง มีความรู้ ความสามารถเขียนแบบงานก่อสร้างจากโปรแกรม Auto Cad,

นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 1 อัตรา หน่วยงานกองพัฒนานักศึกษา งานกิจกรรมนักศึกษา วุฒิ ปริญญาตรีทุกสาขาวิชา มีความรู้เกี่ยวกับงานกิจกรรมนักศึกษา งานพัฒนานักศึกษา และงาน ประกันคุณภาพการศึกษา สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft Office

นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 1 อัตรา หน่วยงานกองพัฒนานักศึกษา งานระบบสารสนเทศเพื่อกิจการนักศึกษา วุฒิ ปริญญาตรี สาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบ สารสนเทศพัฒนาซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ หรือ คอมพิวเตอร์ศึกษา มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบสารสนเทศเพื่อกิจการนักศึกษา และงานประกันคุณภาพการศึกษา มีความรู้ความสามารถในการใช้งาน HTML, PHP, SQL, Microsoft, Photoshop, Illustrator, Flash และโปรแกรมที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานอื่นๆเบื้องต้น

ทุกตำแหน่ง ต้องมีผลแสดงระดับความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (พร้อมหลักฐาน) ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEIC = 400 คะแนน (กรณีไม่มีผลสอบ TOEIC ต้องทดสอบความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษกับสถาบันภาษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และผ่านเกณฑ์ไม่ต่ำกว่า 60) มีมนุษยสัมพันธ์ สามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ อดทน เสียสละ มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพ และท่วงทีวาจาเหมาะสม กับงานที่ปฏิบัติ สมัครที่กองบริหารงานบุคคล ชั้น 4 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ โทร.0-2665-3777 ต่อ 6061-6066 รับถึง 28 เม.ย.นี้

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขยายเวลารับ อาจารย์ 1 อัตรา สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ วุฒิปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางด้าน Ergonomics และต้องจบการศึกษาปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมอุตสาหการ

อาจารย์ 1 อัตรา สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ วุฒิปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางด้าน Production Engineering หรือ Automation และต้องจบการศึกษาปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์

ทุกตำแหน่ง หากเป็นวุฒิปริญญาโท ต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.35 และเกรดเฉลี่ยสะสมปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75 และไม่มีเกรด F ในวิชาหลัก สำเร็จวุฒิปริญญาเอก ต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.25 และเกรดเฉลี่ยสะสมปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75 และไม่มีเกรด F ในวิชาหลัก และจบจากมหาวิทยาลัยที่คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยรับรอง (หากมีระดับผลการ ศึกษาไม่ตรงที่กำหนด ต้องมีประสบการณ์ความรู้ความสามารถพิเศษ หรือมีผลงานวิชาการที่มีคุณภาพดีมาก โดยมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแสดง (ผลงานที่จัดทำเพื่อการสำเร็จการศึกษาหรือวิทยานิพนธ์ ไม่จัดเป็นผลงานทางวิชาการ) ต้องมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ ที่ไม่เกิน 2 ปี เช่น TOEFL (Paper ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน CBT ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน, IBT ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน), IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5 คะแนน หรือ TU–GET ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หากเป็นเพศชายต้องได้รับการยกเว้นหรือผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว และสามารถไปปฏิบัติงานได้ทั้งที่มหา-วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี, ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร และศูนย์พัทยา สอบถามและสมัครที่หน่วยการเจ้าหน้าที่ งานบริหาร ทรัพยากรมนุษย์ สำนักงานเลขานุการคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 5 ห้อง วศ. 501 มธ.ศูนย์รังสิต โทร.0-2564-3001 (-9) ต่อ 3242, 3240, 3010 ดาวน์โหลด แบบฟอร์มใบสมัครที่เว็บไซต์ http://www.engr.tu.ac.th ไปที่เมนูข่าวสารและกิจกรรม คลิกที่รับสมัครงาน และแบบฟอร์มสมัครงาน เลือกแบบฟอร์มสมัครงานตำแหน่งอาจารย์ รับถึง 28 เม.ย.นี้

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขยายเวลารับเจ้าหน้าที่บริการทั่วไป (คนงาน) P9 จำนวน 1 อัตรา สังกัดโรงพยาบาลสัตว์เล็ก วุฒิ มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3)/มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) สามารถจับบังคับสัตว์ได้ ปฏิบัติงานนอกเวลาทำการ/วันหยุดราชการ และทำงานเป็นกะได้ มีความรู้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศอื่นที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สมัครที่หน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ สอบถามที่ฝ่ายบริหารคณะฯ (หน่วยการเจ้าหน้าที่) โทร.0-2218-9773, 0-2218-9775) ถึง 28 เม.ย.นี้

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รับอาจารย์ 1 อัตรา ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา วุฒิปริญญาเอก ทางด้านสังคมวิทยา และ/หรือมานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ สังคมสงเคราะห์นโยบายสังคม หรือพัฒนาสังคม ต้องไม่เป็นผู้ที่ลาออกจากราชการตามโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิต : เกษียณก่อนกำหนด สมัครที่สำนักงานคณะสังคมศาสตร์ 239 ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 สอบถามที่ โทร.0-5394- 3546 ดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://www.soc.cmu.ac.th รับถึง 28 เม.ย.นี้.

หมึกเขียว

 

แฟรนไชส์ร้านอาหารเร่งปรับตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย วานิชหนุ่ม 22 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919120


ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่กับพฤติกรรมที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต่างเร่งลงทุนขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการ แน่นอนว่าการลงทุนเปิดร้านอาหารขึ้นมาต้องมีจุดแข็งที่ดีพอที่จะเรียกลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการ

เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทยกับจุดแข็งที่สามารถยืนหยัดและขยายธุรกิจมาได้ถึงปัจจุบันได้ใช้ธุรกิจเดิมเป็นฐานเพื่อแตกไลน์เข้าไปในธุรกิจร้านอาหาร

ที่ผ่านมาได้ลงทุนเปิดร้านอาหาร “ทิม โห หวั่น” เป็นร้านติ่มซำจากฮ่องกง เข้าเปิดให้บริการกับจุดขายเป็นร้านที่ปรุงอาหารแบบสดๆ ตามออเดอร์ของลูกค้าด้วยฝีมือของเชฟระดับ “มิชลิน สตาร์” ในระดับราคาที่ถูกกว่าร้านอาหารในโรงแรมถึงครึ่งหนึ่ง นับว่าประสบความสำเร็จมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 4 สาขา

ล่าสุดได้ขยายธุรกิจ นำแฟรนไชส์พิซซ่าพรีเมียมอันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลี “Mr.Pizza” เข้ามาบุกช่องว่างทางการตลาดของพิซซ่า นายอธิพล ตีระสงกรานต์ ผู้ช่วยรองประธาน บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิสเตอร์พิซซ่า (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ตลาดพิซซ่าในไทยดูเหมือนว่าจะมีการแข่งขันสูงมากกับแบรนด์ใหญ่ดังที่เห็นกัน ซึ่งทางเราไม่ได้จับตลาดนี้แต่จะมุ่งไปยังความสดใหม่ของวัตถุดิบคือแป้งสดใหม่ และย่างด้วยเตาอบถ่านไม่มีการใช้น้ำมัน 100% รวมทั้งรสชาติอร่อยให้ประสบการณ์ความแปลกใหม่ให้แก่ลูกค้า และตอบรับกับกระแสนิยมของความเป็นเกาหลีด้วย

“ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 4 สาขา คือ เดอะสตรีท รัชดา, เดอะพรอมานาด, ซีคอน สแควร์และเทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมกับแผนขยายสาขาปีละ 4 สาขา และ 30 สาขาภายใน 5 ปี โดย 40% ร้านขนาดใหญ่ 180-200 ตร.ม. และอีก 60% จะเป็นในรูปแบบคีออสและดีลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้าน ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการไปแล้วได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า”

อย่างไรก็ตาม นายอธิพลยอมรับว่า การขยายธุรกิจในรอบนี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจถึง 30% เพราะลูกค้าในระดับปานกลางซึ่งมีกำลังซื้อเฉลี่ยต่อหัว 200-300 บาทต่อมื้อได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซึ่งต้องปรับธุรกิจเพื่อความอยู่รอดต่อไป โดยเฉพาะการขยายธุรกิจด้วยการจับมือกับพันธมิตรในธุรกิจดีลิเวอรี่หรือจัดส่งมิสเตอร์พิซซ่าไปถึงบ้านลูกค้า

“มิสเตอร์พิซซ่าเราวางแผนเอาเข้ามาเมื่อ 2 ปีก่อนเพื่อบุกตลาดประเทศไทย มองว่าพิซซ่าเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคย อีกทั้งกระแสความนิยมเกาหลีซึ่งธุรกิจอาหารเกาหลียังพอมีช่องว่างอยู่ หากจะเทียบกับธุรกิจอาหารญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันสูงมาก ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนตามความรู้สึกไม่ต้องคิดมาก แต่เมื่อเจอกับเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เป็นกลุ่มลูกค้าส่วนหนึ่งหายหน้าไป”

ทางบริษัทเองก็ต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ด้วยการมาพิจารณาว่าในสภาพการณ์เช่นนี้กลุ่มลูกค้าใดที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งดูแล้วมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่มีกำลังซื้อต่อหัวในระดับ 1,000 บาทขึ้นไปต่อมื้อ รวมทั้งกลุ่มลูกค้ามีอำนาจการใช้จ่ายหัวละไม่ถึง 100 บาทต่อมื้อดังเช่น ร้านอาหารถูกและดี ในฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ราคาเมนูบางจานไม่ถึง 100 บาท

นายอธิพลกล่าวด้วยว่า ได้มองการลงทุนธุรกิจร้านอาหารที่ให้ความคุ้มราคา มีความสะอาด ใช้วัตถุดิบดี มีรสชาติอร่อยในราคาไม่ถึง 100 บาท เป็นแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดชื่อดังจากสิงคโปร์เตรียมเปิดให้บริการในเมืองไทย ภายใต้ชื่อ “ฮอล์ก-เกอร์ แชง” (Hawker Chan) ที่มีเมนูหลักขึ้นชื่อคือ “ข้าวหน้าไก่ซีอิ๊ว” มาเปิดสาขาแรกในเร็วๆนี้ที่ศูนย์การค้าเดอะเทอมินอล 21

“เป็นฟาสต์ฟู้ดสไตล์เอเชียที่เดิมขายอยู่ในตลาด ที่สำคัญได้มิชลิน สตาร์ที่ถือว่ามีราคาถูกที่สุด ที่สิงคโปร์นับว่าประสบความสำเร็จสูงมาก ช่วง 10 ปีก่อน มีลูกค้าอดทนต่อคิวชั่วโมงครึ่ง และขายในช่วงเวลาจำกัด ตั้งแต่ 10.30-14.30 น.เท่านั้น เพียง 4 ชั่วโมงกับการขายไก่ถึงวันละ 100 ตัว ซึ่งเราต้องปรับตัวการลงทุนให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งทำยังไงให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการกับความคุ้มค่า คุ้มราคาน่าจะตอบโจทย์ได้”

ขณะที่ธุรกิจหลักอย่างซุปเปอร์มาร์เก็ตเองก็ตั้งเป้าขยายปีละ 3-4 สาขา ท่ามกลางสภาพการแข่งขันที่รุนแรง และทรัพยากรทางด้านบุคคลก็เป็นอุปสรรคของการขยายธุรกิจนี้!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 22/04/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919676


ถึงคิวยางพาราขาขึ้น!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919717


นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศได้หารือถึงสถานการณ์ยางพาราในปัจจุบัน โดยพบว่าผลผลิตยางออกสู่ตลาดลดลงทั้ง 3 ประเทศ คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ผลจากน้ำท่วมภาคใต้ของไทยเมื่อปลายปี 2559 ทำให้พื้นที่ปลูกยางได้รับความเสียหาย และราคายางที่ตกต่ำในช่วงก่อนหน้านี้ทำให้ชาวสวนยางทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ลดการกรีดยางลง และชาวสวนยางหันไปทำอาชีพอื่นทดแทนซึ่งมีรายได้ดีกว่าปลูกยาง ขณะที่สต๊อกยางต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ โดยไตรมาสแรกของปี 2560 มีสต๊อกยางของโลกเพียง 2.3 ล้านตัน ต่ำกว่าอัตราเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2.5 ล้านตัน

นอกจากนี้ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันว่าราคายางจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาในปัจจุบันที่เฉลี่ยกิโลกรัม (กก.) ละ 60 บาท เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้น 7-12% อย่างไรก็ตามในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ราคายางธรรมชาติในตลาดโลกปรับขึ้นลงหรือแกว่งตัวสูงมาก ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางทั้งระบบ ที่ประชุมจึงเร่งหาแนวทางให้ราคาในตลาดโลกมีเสถียรภาพมากที่สุด เช่น การเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศ และการพิจารณาควบคุมการส่งออกยางของแต่ละประเทศ

นายธีธัชกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีมติให้ขยายเวลาโครงการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ประกอบด้วย 4 โครงการที่เคยดำเนินการแล้วสิ้นสุดระยะเวลาลง ประกอบด้วย 1.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยางพารา 2.โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง 3.โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางและโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง และ 4.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง.

 

SPCG ปลื้มปี 59 รับทรัพย์เริ่ดหรู มั่นใจปีนี้โกยทะลุ 6 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 03:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919776


ประชุมผู้ถือหุ้นเอสพีซีจี ปลื้ม ผลประกอบการปี 2560 เริ่ดหรู จ่ายปันเงินอิ่ม 1.10 บาทต่อหุ้น ล่าสุดรับเงินปันผลจากบริษัทลูกอีก 277 ล้านบาท มั่นใจ ปีนี้โกยรายได้ทะลุ 6,000 ล้านบาท เดินหน้ารุกหนักตลาดโซลาร์รูฟ

วันที่ 21 เม.ย.60 ณ ห้องคอนเวนชั่น เอบี ชั้น 1 โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการ และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้บริหาร จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 พร้อมกล่าวถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2559 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 5,544.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 5,057.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 และมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,617.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,465.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 6.18 จากปีก่อน โดยจากผลประกอบของปี 2559 ดังกล่าวบริษัทได้จ่ายเงินปันผล เป็นจำนวนเงิน 1.10 บาทต่อหุ้น เป็นไปตามนโยบายบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลผู้ถือหุ้น

สำหรับปี 2560 นี้บริษัทมีแผนงานทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท มาจากการรุกธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR โดยกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด เพราะ SPR SOLAR ROOF ได้รับความนิยมมากทั้งในภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่ง SPR โซลาร์ รูฟ เป็นธุรกิจใหม่ ที่ต่อยอดมาจาการทำ โซลาร์ ฟาร์มโดยใช้ผลิตภัณฑ์เดียวกัน โดยใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ของ KYOCERA ที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตแสงอาทิตย์ จึงช่วยลูกค้าประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริง ทั้งช่วยลดรายจ่ายและสร้างกำไรเพิ่ม ทำให้บริษัทฯคาดการณ์ว่าปี 2560 นี้จะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่าปีก่อน

สำหรับแผนธุรกิจ SPCG บริษัทได้ขยายการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซนมีกำลังผลิตขนาด 30 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสการลงทุนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่ง SPCG มีความพร้อมสำหรับการลงทุนในตลาดนี้ ทั้งด้านพันธมิตร ทีมงาน และบุคลากรที่มีประสิทธิภาพจึงสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ทันที โดยคาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ฟาร์มตามกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562 ทั้งนี้บริษัทดำเนินการติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม พร้อมจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบครบทั้ง 36 แห่ง ตั้งอยู่ใน 10 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังการผลิตรวมกว่า 260 เมกะวัตต์

ดร.วันดี กล่าวว่า SPR Solar Roof ได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มลูกค้าสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไปซึ่ง SPR ได้แต่งตั้ง บริษัท โฮม โปรดักซ์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ Homepro เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในตลาดที่อยู่อาศัย และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมา SPCGได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในรูปแบบการออกบูธ และจัดงานสัมมนา เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ SPR Solar Roof โดยบริษัทฯ เลือกใช้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่มีคุณภาพ จาก KYOCERA ที่ให้การรับประกันแผงยาวนานถึง 25 ปี และหลังจากปีที่ 25 การันตีคุณภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 80 เปอร์เซนต์ เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด อย่างไรก็ตาม บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ได้รับเงินปันผลจากบริษัทในเครือ “โซล่า เพาเวอร์” เป็นเงิน 277.49 ล้านบาทตามที่บริษัทได้ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ในบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด (SPC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มรวม 34 โครงการด้วย.