สมอ.เตือนใช้อุปกรณ์มาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912462


รณรงค์ลดความรุนแรงอุบัติเหตุ

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆปีที่ผ่านมา พบว่ารถที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนมากที่สุด คือ รถจักรยานยนต์ และสาเหตุส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมาจากการไม่สวมหมวกนิรภัย (หมวกกันน็อก) ขณะขับขี่ ดังนั้น การสวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยลดความรุนแรงในขณะเกิดอุบัติเหตุ และลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลงได้

ทั้งนี้ สมอ.บังคับใช้กฎหมายควบคุมผู้ผลิต และผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์หมวกนิรภัย ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เป็นมาตรฐานบังคับ หรือ มอก.369-2557 ซึ่งผู้ผลิตจะต้องผลิต และผู้นำเข้า ต้องนำเข้าเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 3 แบบ ได้แก่ แบบเต็มใบปิดหน้า แบบเต็มใบเปิดหน้า และแบบครึ่งใบ ที่แต่ละแบบจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป แต่จะต้องมีคุณสมบัติ สำหรับป้องกันศีรษะส่วนบนของผู้สวมใส่จากการกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และลดความรุนแรงที่จะส่งผ่านไปทำลายสมองของผู้สวมใส่ได้

นายพิสิฐกล่าวว่า สมอ.จึงขอให้ผู้บริโภคให้เลือกซื้อหมวกนิรภัยที่มีเครื่องหมายมาตรฐาน มอก.รับรองทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้สวมใส่ และไม่ว่าจะเลือกหมวกนิรภัยแบบใด ให้สังเกตที่หมวกนิรภัยทุกใบ อย่างน้อยต้องมีตัวเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดของแบบ ขนาด น้ำหนักของหมวกเป็นกรัมหรือกิโลกรัม เดือน ปีที่ทำ หรือรหัสรุ่นที่ทำ ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่ จดทะเบียน พร้อมทั้งมีการแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. 369-2557 ทุกใบให้เห็นได้ชัดเจน.

 

รัฐออกพันธบัตร 1.5 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912465


นางสาวอุปมา ใจหงษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดตราสารหนี้ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.เตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ วงเงิน 15,000 ล้านบาท รุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี โดยจะเปิดขายตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.นี้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่างการพิจารณาช่วงใกล้วันออกพันธบัตร แต่จากแนวโน้มอัตราดอก เบี้ยในตลาดขณะนี้ยังทรงตัว คาดว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์ ครั้งที่ 1 ของปีงบประมาณ 2560 จำนวน 15,000 ล้านบาท รุ่นอายุ 3 ปี และ 7 ปี ที่เปิดขายระหว่างวันที่ 13 ธ.ค.59-21 เม.ย.60 ขณะนี้คงเหลือวงเงินอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เร็วๆนี้ สบน.มีแผนนักลงทุนสามารถนำพันธบัตรรัฐบาลที่ถือครองอยู่มาแลกเปลี่ยนเป็นพันธบัตรรัฐบาลรุ่นที่กระทรวงการคลังกำหนด หรือ Bond Switching วงเงิน 90,000 ล้านบาทเพื่อใช้บริหารจัดการหนี้และทำให้เกิดสภาพคล่องในตลาด

อีกทั้งในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ สบน.มีแผนร่วมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการพัฒนารูปแบบนวัตกรรมธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในการแลกเปลี่ยนพันธบัตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนมีความสะดวกมากขึ้น โดยจะมีการชี้แจงในรายละเอียดต่อไป.

 

สั่งเช็กสต๊อกปาล์มน้ำมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912437


นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ได้ส่งหนังสือถึงตน เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ เพราะขณะนี้ ผลปาล์มดิบอยู่ที่ประมาณ 3.80-4 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จึงต้องการให้กระทรวงพลังงานประกาศปรับอัตราส่วนผสมไบโอดีเซล จากอัตรา 5% หรือบี 5 เป็น 7% หรือบี 7 แต่ ธพ.ได้แจ้งให้ทราบว่า กระทรวงพลังงานต้องขอรอดูความชัดเจนและผลการตรวจสอบสต๊อก และปริมาณปาล์มน้ำมันจากกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ชัดเจนก่อน

“ขณะนี้ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ทั้งประเทศมี 200,000 ตัน หากกระทรวงพลังงาน จะประกาศใช้ส่วนผสมให้เป็นน้ำมันไบโอดีเซล เพิ่มเป็นบี 7 จากที่เป็นบี 5 ก็จะใช้ซีพีโอเพิ่มเป็น 20,000 ตันต่อเดือน อาจจะกระทบความมั่นคงด้านพลังงานของปริมาณปาล์มน้ำมันหรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม เพื่อการบริโภค อาจขาดแคลนหรือราคาจำหน่ายอาจปรับขึ้น ขณะที่การเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลทำให้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น 25 สตางค์ (สต.) ต่อลิตร”

นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน กล่าวว่า ตนได้หารือกับ ธพ.และได้ขอร้องให้ช่วยพิจารณาปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล เพื่อดูดซับปาล์มน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้ราคาผลปาล์มดิบตกต่ำเหลือเพียง 3.50 บาทต่อ กก.เท่านั้น และหลังจากหมดเทศกาลสงกรานต์ก็ลดเหลือเพียง 3.20 บาทต่อ กก. ทั้งๆที่สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบมีเพียง 200,000-220,000 ตัน ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาผลปาล์มดิบเคยมีราคาสูง 4.20-4.50 บาทต่อ กก.

 

เครือซีพีคืนความสุขให้ผู้สูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912457


นายสมศักดิ์ วงศ์ภักดี ในฐานะผู้แทนของนายจรัญ เจียรวนนท์ ประธานกิติมศักดิ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า เครือซีพีเล็งเห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของผู้สูงวัย ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคมมาอย่างยาวนาน จึงมีนโยบายในการคืนความสุขสู่ผู้สูงวัย โดยเฉพาะในเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุในกิจกรรม “ซีพีมอบข้าวสาร เนื่องในวันสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2560” แก่ผู้สูงอายุ 700 ราย ที่ อบต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รวมถึงการมอบเครื่องอุปโภค บริโภค และอาหารแห้ง

ด้านนายประสาน ยุวานนท์ ประธานชมรมผู้สูงอายุ ตำบลหนองน้ำแดง กล่าวขอบคุณซีพีที่ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ พร้อมสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ซีพียังบริจาคสิ่งของและมอบผลิตภัณฑ์อาหาร อาทิ มอบไก่สดจำนวน 100 กิโลกรัม ให้แก่กองอำนวยการตำรวจทางหลวงปากช่อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจิตอาสาที่ปฏิบัติงานออกหน่วยดูแลเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันป้องกันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมได้อีกทางหนึ่ง.

 

“คมนาคม” จัดทัพเพิ่มบุคลากรการบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912455


หวังสอดคล้องแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

นายกฤชเทพ สิมสี รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการวางแผนพัฒนาบุคลากรการบินของไทยว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าแผนงานของแต่ละหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตบุคลากรด้านการบินของไทย เพื่อนำมาจัดทำแผนการพัฒนาเพิ่มจำนวนบุคลากรการบินของไทยในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการบินที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นมีรายงานว่า ปัจจุบันบุคลากรทางการบินมีทั้งหมด 9 ประเภท เช่น นักบิน ลูกเรือ ช่างซ่อม เจ้าหน้าที่ขายและสำรองที่นั่ง เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจร และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก เป็นต้น โดยในจำนวนนี้พบว่าบุคลากรในประเภทนักบินประสบปัญหาขาดแคลนสูงสุด

นายกฤชเทพกล่าวว่าในปี 2559-2560 พบว่า ทุกสายการบินมีความต้องการนักบินเพิ่มรวม 1,270 คน โดยมาจากสายการบินไทย 340 คน, นกแอร์ 314 คน และบางกอกแอร์เวย์ส 104 คน ที่เหลืออีก 512 คนกระจายในสายการบินอื่นๆ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีแผนที่จะพัฒนาบุคลากรนักบินเพิ่มให้ได้ 915 คน แต่พบว่าสามารถผลิตบุคลากรออกมาได้เพียงแค่ 80 คนเท่านั้น

“ปัจจุบันมีสถาบันที่มีหลักสูตรผลิตบุคลากรนักบิน 11 แห่ง โดยได้ประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น กองทัพอากาศให้ช่วยพัฒนาบุคลากรการบินป้อนให้ แต่ก็ยังไม่สามารถสนับสนุนได้มากนัก เนื่องจากยังขาดแคลนอุปกรณ์ฝึกบินอยู่ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังกระทรวงศึกษาฯให้สนับสนุนมีการเปิดหลักสูตรด้านการบินเพิ่มขึ้น เช่น สถาบันอาชีวศึกษามหาสารคาม และวิทยาลัยการบินนานาชาตินครพนม เป็นต้น”.

 

เกษตรตรวจตลาดสดไร้สารตกค้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912436


พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปดูแลสินค้าเกษตรปลอดภัย ทั้งในส่วนสินค้าของกรมปศุสัตว์ พืชและประมง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยและเลือกซื้อสินค้าเกษตรได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า สินค้าเกษตรได้รับการตรวจและประกันคุณภาพเรียบร้อยแล้ว

นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ล่าสุด กรมปศุสัตว์ได้สุ่มตรวจตลาดสดทั่วประเทศ 539 แห่ง รวม 1,617 ตัวอย่าง ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อหมูและเนื้อวัว ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้เข้าไปตรวจใบอนุญาตในการตั้งเขียงหรือสถานที่จำหน่าย รวมถึงการตรวจสุขลักษณะของสถานที่จำหน่าย สำหรับผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า มีใบอนุญาตการตั้งเขียงหรือสถานที่จำหน่ายทั้งหมด 97% ไม่มีใบอนุญาต 3% ส่วนการประเมินสุขลักษณะภายนอกของสถานที่จำหน่าย พบว่า 96% ผ่านเกณฑ์การประเมิน ที่เหลืออีก 4% ไม่ผ่าน จึงให้คำชี้แนะและข้อปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องผลตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการหาสารตกค้างเนื้อสัตว์จะต้องรอผล 2-3 วัน แต่จากการตรวจตัวอย่างในเบื้องต้นยังไม่พบสารเร่งเนื้อแดง พบแบคทีเรียในเนื้อสัตว์เล็กน้อยแต่ไม่น่ากังวล เพราะเป็นแบคทีเรียที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป

นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การตรวจสอบสินค้าพืชที่ได้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร หรือ Q นั้น ถ้าตรวจพบสินค้าใดมีค่าสารเคมีเกินมาตรฐานที่กำหนด จะส่งเรื่องไปยังหน่วยรับรองมาตรฐานเพื่อเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบที่แปลงเกษตรกร โดยดูจากบันทึกว่า เกษตรกรใช้สารเคมีอะไรไปบ้างเพื่อให้กลับไปแก้ไข ซึ่งหากเกษตรกรไม่สามารถแก้ไขได้จะถูกยกเลิกมาตรฐานการเกษตรที่ดี (GAP) ในแปลงก่อนจะถูกระงับการใช้เครื่องหมาย Q จำนวน 6 เดือน นอกจากนี้ หากตรวจพบว่าผู้ผลิตเจ้าใดมีการปลอมแปลงเครื่องหมาย Q จะมีโทษตามกฎหมายของพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตรมีโทษปรับ 300,000 บาท

น.ส.ดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า หลังจากได้ลงไปตรวจสอบร้านค้าต่างๆ ที่ได้รับมาตรฐาน Q ส่วนมากปัญหาที่เจอ คือ ใบอนุญาตหมดอายุ ซึ่งถ้าเป็นครั้งแรก มกอช.จะส่งหนังสือเตือนเพื่อให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งหากทำแผนได้ มกอช.ก็จะต่ออายุให้ แต่ถ้าไม่ได้ทำตามแผนที่เสนอมาทางมกอช.จะระงับใบอนุญาต และสั่งระงับการใช้เครื่องหมาย Q.

 

พาณิชย์เร่งรับมือข้าวนาปรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912452


สั่งผู้แทนการค้าเจรจาขยายตลาดต่างประเทศ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ข้าวไทยเร่งด่วนในช่วง 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) โดยให้เน้นตลาดที่มีโอกาสและแนวโน้มในการขยายตลาดข้าวไทยได้เพิ่มขึ้น ได้แก่ จีน ไนจีเรีย เวียดนาม เดนมาร์ก สหรัฐฯ และแคนาดา เพื่อเป็นการหาตลาดรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังออกสู่ตลาด ซึ่งกระทรวงมั่นใจว่าในการหารือกับประเทศเป้าหมายข้างต้นจะสามารถเจรจาขายข้าวไทยได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีความร่วมมือในการทำตลาดข้าวร่วมกันได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ยังได้เร่งรัดให้กรมการค้าต่างประเทศ ทำการส่งมอบข้าวตามสัญญาขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับจีน ตามสัญญา1 ล้านตัน ที่ล่าสุดได้มีการตกลงราคาซื้อขายข้าวงวดที่ 2-4 ปริมาณรวม 300,000 ตันได้แล้ว รวมทั้งการขายข้าวให้กับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ให้ได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศยังมีความต้องการนำเข้าข้าว โดยมีเป้าหมายในการส่งออกข้าวในส่วนของจีทูจีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้สนับสนุนให้ภาคเอกชนเร่งหาตลาดส่งออกข้าว โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 9 ล้านตัน โดยจะช่วยสนับสนุนและช่วยภาคเอกชนในการเจรจาเปิดตลาดข้าว เน้นตลาดแอฟริกา เอเชีย อเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลางโอเชียเนียให้ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดเอกชนสามารถขายข้าวไปยังอิหร่านได้แล้ว 40,000 ตัน เพื่อกระจายในอิหร่านและโอมาน กำหนดส่งมอบเดือน มิ.ย.2560 และคาดว่าจะซื้ออีก 100,000-300,000 ตันภายใน 18 เดือน

นอกจากนี้ ไทยยังมีโอกาสขายข้าวให้กับอิหร่านได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่หน่วยงานจัดซื้อภาครัฐอิหร่านได้แสดงความสนใจนำเข้าข้าวในโควตาภาครัฐ และขายให้คนมีรายได้น้อย โดยขอเปิดให้เสนอข้าวปริมาณ 7 แสนตัน

“ไทยเคยส่งออกข้าวไปอิหร่านในปี 2557 ปริมาณ 46,858 ตัน แต่ในปี 2558 และ 2559 ส่งออกไปได้แค่ 3,970 ตัน และ 7,438 ตัน ตามลำดับ เพราะมีปัญหาระบบการชำระเงิน เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรตามมติของ UNSC เกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์ แต่ปี 2560 กระทรวงมั่นใจว่าจะส่งออกข้าวไปอิหร่านได้เพิ่มขึ้น และทวงคืนตลาดข้าวอิหร่านกลับคืนมาได้”.

 

ล้มโต๊ะเลิกสัญญาเมล์เอ็นจีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912435


ขสมก.ขึ้นบัญชีดำห้าม “เบสท์ริน” เข้าประมูล

“สมศักดิ์” ใจถึงยกเลิกสัญญาเมล์เอ็นจีวี 489 คัน “เบสท์ริน” พร้อมติดแบล็ก-ลิสต์สั่งห้ามประมูลงาน ขสมก. ชง ครม.จัดหารถเมล์ใหม่เดือน พ.ค.นี้ ยันปีนี้คนกรุงเทพฯได้นั่งรถเมล์ใหม่แน่นอน ด้านเบสท์รินยังไม่หายงง!! สงสัยหนัก ขสมก.ยกเลิกสัญญายันศาลปกครองสูงสุดสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้ว

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งยกเลิกสัญญาจัดหารถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คัน ที่มีบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เป็นผู้เข้ามาดำเนินการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.60 เป็นต้นไป หลังจากนั้น จะรายงานให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ของ ขสมก.รับทราบในการประชุมบอร์ด ขสมก. ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ และจะมีการพิจารณาแนวทางการจัดหารถเมล์ ขสมก.ใหม่ต่อไป โดยขอยืนยันว่า ภายในปีนี้คนกรุงเทพฯจะได้นั่งรถเมล์ ขสมก.ใหม่อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องบอกเลิกสัญญา เนื่องจากคณะกรรมการตรวจรับรถของ ขสมก.ได้รายงานว่า คู่สัญญาได้กระทำการผิดสัญญา เพราะไม่สามารถส่งมอบรถได้ครบตามสัญญาครบทั้ง 498 คันภายในวันที่ 29 ธ.ค.59 และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถส่งมอบรถได้ครบทั้งหมด เพราะรถเมล์อีก 99 คัน ยังอยู่ในอารักขาของกรมศุลกากรที่ท่าเรือแหลม-ฉบัง จังหวัดชลบุรี และเมื่อรวมเงินค่าปรับที่ไม่สามารถส่งมอบรถเมล์ ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.59 ถึงวันที่ 12 เม.ย.60 คิดเป็นเม็ดเงินรวม 844 ล้านบาท หรือประมาณวันละ 8 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินประกันที่วางไว้ 330 ล้านบาท ในขณะที่ฝ่ายกฎหมายของ ขสมก.ได้ยืนยันว่า ผู้อำนวยการ ขสมก.มีอำนาจในการบอกเลิกสัญญา

“ไม่อยากให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น และส่วนตัวไม่รู้จักกับบริษัท เบสท์ริน ผมเป็นแค่บอร์ด ขสมก. ที่ถูกให้มารักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.ด้วย และตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก.ก็มีอำนาจเต็มที่ในการตัดสินใจ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคมเลือกตนให้มาตัดสินใจ ผมก็ต้องตัดสินใจ และหลังจากนี้แม้ว่าการตัดสินใจจะทำให้มีปัญหาในชีวิตขึ้น แต่เมื่อมานั่งอยู่ในจุดที่ต้องทำ ก็ต้องตัดสินใจอย่างถูกต้องและเด็ดขาด เพราะจากการพิจารณาข้อเท็จจริงในหลายๆด้านและคำนึงถึงผลประโยชน์ของ ขสมก.เป็นหลัก เห็นควรให้ ขสมก. ยกเลิกสัญญาการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี กับบริษัท เบสท์ริน”

นายสมศักดิ์กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำหนังสือแจ้งขึ้นบัญชีดำ หรือ “แบล็กลิสต์” บริษัท เบสท์รินด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมประมูลจัดหารถเมล์ลอตใหม่ รวมถึงที่เสนอจะเข้าร่วมโครงการจัดหารถโดยสารขนาดเล็ก หรือรถไมโครบัส ที่จะนำมาวิ่งให้บริการแทนรถตู้โดยสารสาธารณะด้วย

ส่วนแนวทางในการเตรียมยกร่างทีโออาร์ เพื่อเปิดประมูลจัดหารถเมล์รอบใหม่นั้น เดิม ขสมก.ได้ว่าจ้างให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ศึกษาแผนการจัดหารถเมล์ไฮบริด ซึ่งจะเสนอผลการศึกษาและจัดทำร่างทีโออาร์ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ในขณะเดียวกัน ขสมก.ก็จะศึกษาเปรียบเทียบควบคู่ไปด้วย โดยแนวทางการพิจารณาใหม่นั้นรถเมล์ไฟฟ้าและรถเมล์ไฮบริด ถือเป็นแนวทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ส่วนรถเมล์เอ็นจีวีนั้น พบว่ายังมีปัญหาและข้อจำกัดเรื่องสถานีเติมเชื้อเพลิง ประกอบกับทิศทางและแนวโน้มในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยเสนอให้นำรถเอ็นจีวีมาแทนที่รถเมล์ที่ใช้น้ำมันดีเซล

ด้านนายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดทำงานแล้ว จะให้ฝ่ายกฎหมายดูในรายละเอียดที่ ขสมก.บอกเลิกสัญญากับบริษัทฯ ว่า มีความผิดตรงไหน เพราะบริษัทฯ ดำเนินการตามสัญญาทุกอย่าง และสงสัยว่า ในเมื่อศาลปกครองสูงสุดสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้รับมอบรถเมล์เอ็นจีวีของบริษัทแล้ว ขสมก.ยังบอกยกเลิกสัญญาบริษัทได้อย่างไร โดยเรื่องทุกอย่างต้องทำตามกฎหมายเพื่อตรวจสอบว่า ใครผิดใครถูก และบริษัทก็พร้อมที่จะฟ้องร้องทางคดีแพ่งและคดีอาญาควบคู่กันไป

“กรณีที่นายสมศักดิ์ระบุว่า บริษัท ผิดสัญญา ถือว่าเขาไม่ผิดที่จะพูดแต่ต้องดูคำสั่งของศาลปกครองเป็นหลัก ซึ่งการมากล่าวอ้างว่า เป็นเพียงเรื่องการตรวจรับนั้นจะเกิดประโยชน์อย่างไรและถ้าหาก ขสมก.ไม่เคารพสิทธิ์ในฐานะคู่สัญญาก็ไม่เป็นไร แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนเรื่องวงเงินค่าปรับนั้นไม่ได้มีปัญหา สำหรับกรณีที่จะขึ้นบัญชีรายชื่อบริษัทไม่ให้ประมูลงานอื่นนั้น คงไม่สามารถทำได้ เพราะทุกอย่างมีกฎหมาย”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมศุลกากรว่า เมื่อปีที่แล้ว กรมศุลกากรสั่งให้บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ซึ่งอยู่ในฐานะตัวแทนออกของ หรือชิปปิ้งของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ต้องวางเงินประกัน พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มหากต้องการนำรถเมล์เอ็นจีวีอีก 99 คันออกจากท่าเรือแหลมฉบัง โดยกรมศุลกากรยืนยันว่า รถเมล์ทั้ง 99 คันเป็นรถที่ผลิตจากประเทศจีนทั้งคัน ไม่ได้ผลิตหรือนำมาประกอบในประเทศมาเลเซีย จึงไม่สามารถใช้แบบฟอร์มดี เพื่อลดภาษีลงเหลือ 0% ตามเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า.

 

บขส. เพิ่มรถเสริม พาคนกลับภูมิลำเนา อาจล่าช้า แต่เพื่อไม่ให้ใครตกค้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 23:43

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912377


บขส. รายงานปริมาณผู้โดยสาร เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยรถโดยสารประจำทาง สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เร่งประสานผู้ประกอบการ นำรถมาเสริมอีก เพื่อรองรับผู้โดยสารไม่ให้ตกค้าง แต่อาจล่าช้าบ้าง …

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานบรรยากาศการเดินทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันนี้ (12 เม.ย.) มีผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 แล้วจำนวน 186,316 คน สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ โดย บขส. ได้จัดรถเสริมในเที่ยวขาไปแล้ว จำนวน 2,687 เที่ยววิ่ง และคาดว่าในวันนี้ปริมาณผู้โดยสารจะสูงกว่า 200,000 คน

อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีผู้โดยสารประสงค์เดินทางกลับต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก และยังรอรถโดยสารที่เข้ามาเสริม ดังนั้น บขส. ได้ประสานไปยังผู้ประกอบการให้นำรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) เข้ามาเสริมอีก เพื่อรองรับผู้โดยสารไม่ให้ตกค้าง แต่อาจต้องใช้ระยะเวลาในการตีกลับมารับ และอาจทำให้เกิดความล่าช้า เสียเวลาในการเดินทางของผู้โดยสาร

ต่อมาเวลา 21.45 น. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้ลงพื้นที่ ที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อหาแนวทางแก้ไขด่วน โดยได้ประสานงานรถมาตรฐาน 30 เข้ามาเสริมอย่างเร่งด่วน เพื่อระบายคนให้หมดคืนนี้

** ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ **

หมอชิต 2 คึกคัก คนรอรถกลับบ้านฉลองสงกรานต์

สงกรานต์นี้ มาขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานดอนเมืองให้จอดรถฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 17:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912246


ดอนเมืองจัดบริการจุดจอดรถฟรี บริเวณชั้น 2 และ ชั้น 3 อาคารจอดรถ 5 ชั้น ใกล้กับอาคารคลังสินค้า 3 ให้กับผู้โดยสารโดยไม่คิดค่าบริการ ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ พร้อมจัดรถเวียนรับ-ส่งมายังเทอร์มินอลตลอด 24 ชั่วโมง…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2560 นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการสนามบินดอนเมือง เปิดเผยว่า ดอนเมืองจัดบริการจุดจอดรถฟรี บริเวณชั้น 2 และ ชั้น 3 อาคารจอดรถ 5 ชั้น ใกล้กับอาคารคลังสินค้า 3 ให้กับผู้โดยสารโดยไม่คิดค่าบริการพร้อมทั้งมีบริการรถเวียนปรับอากาศรับ – ส่งผู้โดยสารจากอาคารจอดรถมายังอาคารผู้โดยสารทุกๆ 15 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นที่สนามบินดอนเมืองยังมีบริการรับจอดรถยนต์ (Valet Parking) ที่มีจุดรับรถบริเวณชานชาลาอาคารผู้โดยสารขาเข้าและขาออกเมื่อผู้โดยสารมาถึงสนามบินดอนเมือง จะมีเจ้าหน้าที่นำรถไปจอดและนำมาส่งคืนในวันที่ผู้โดยสารเดินทางกลับ

หากผู้โดยสารและผู้ใช้บริการต้องการสอบถาม หรือร้องเรียนการบริการสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สนามบินดอนเมือง หมายเลขโทรศัพท์ 0-2535-1192 หรือ AOT Contact Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง “สุขสันต์วันสงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย สุขใจตลอดปี ด้วยความปรารถนาดี จากท่าอากาศยานดอนเมือง”.