หุ้นไทย 12 เม.ย.ปิดตลาด บวก 6.72 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,589.50 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 17:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912257


ตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 เม.ย.2560 ปิดที่ระดับ 1,589.50 จุด เพิ่มขึ้น 6.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 32,515.52 ล้านบาท….

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2560 การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 11 เม.ย. 60 พบว่า ปิดที่ระดับ 1,589.50 จุด เพิ่มขึ้น 6.72 จุด (+0.42 %) มูลค่าการซื้อขาย 32,515.52 ล้านบาท ทำจุดสูงสุดที่ 1,589.50 จุด และจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,584.40 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน).

 

บขส.ชี้วันนี้เดินทางพีคสุด จัดรถ 8 พันคัน รองรับ 1.6 แสนคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 17:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912201


บขส. คาดวันนี้ ประชาชนเดินทางสงกรานต์มากที่สุด ลุยจัดรถโดยสารบริการกว่า 8,000 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 180,000 คน…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2560 พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 โดยคาดว่า ในวันนี้จะมีผู้โดยสารเดินทางออกจากกรุงเทพฯ สูงที่สุดไม่ต่ำกว่า 160,000 คน ดังนั้น บขส. ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสาร รถ บขส. รถร่วมและรถตู้ เพื่อรองรับประชาชนเดินทางในเที่ยวไปจากปกติประมาณ 6,000 เที่ยว/วัน เพิ่มเที่ยววิ่งเสริมประมาณ 2,000 เที่ยว/วัน รวมเที่ยววิ่งประมาณ 8,000 เที่ยว/วัน สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 180,000 คน/วัน

สำหรับบรรยากาศการเดินทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 วันนี้ มีประชาชนมาใช้บริการจนถึงเวลา 15.00 น. จำนวน 93,926 คน โดย บขส. ได้จัดรถเสริมไปจำนวน 982 เที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้โดยสารที่เดินทางในเส้นทางสายสั้น เช่น โคราช คลองลาน เป็นต้น โดยผู้โดยสารกลุ่มนี้ต้องการเดินทางกลับระยะสั้น เพื่อให้ทันเล่นสงกรานต์ในวันที่ 13 เม.ย. เพราะมีรถหมุนเวียนตลอดทั้งคืนและเส้นโคราชนั้น สามารถเป็นจุดเชื่อมเพื่อเดินทางต่อไปยังภาคอีสาน โดยรถหมวด 3 ได้อีกทางหนึ่งด้วย.

 

ใจร้าย! ย้อนรอยทัวร์แสบจัดทริปลุยนอก ลอยแพนักเที่ยวปาดน้ำตาคาสนามบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 15:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912101


ช็อปปิ้งโตเกียว ชมภูเขาไฟฟูจิ อาบน้ำแร่แช่ออนเซ็น…ความใฝ่ฝันที่อยากจะไปสัมผัสอากาศหนาวของผู้คนนับพันชีวิตดับสลายภายในพริบตา! แต่ทว่า เหตุการณ์เทกระจาดกันซึ่งๆ หน้านี้ มิได้เกิดขึ้นเพียงครั้งแรก ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเรื่องราวสุดเจ็บช้ำ ทัวร์ชวนฝันที่ฉันไม่ได้ไป! ซ้ำร้ายบางรายได้ไปเหยียบย่ำถึงแผ่นดินของฝรั่งมังค่า แต่พอไปถึงกลับโดนบริษัททัวร์ลอยแพทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียอย่างนั้น! โชคชะตาของนักเดินทางผู้อับโชคจะเป็นเช่นไร ต้องติดตาม

บริษัททัวร์ต้มนักศึกษา ป.โท ลอยแพกลางยุโรป

กลางเดือนเมษายนอันร้อนระอุ ในปี 2559 นักศึกษาปริญญาโท 31 ชีวิตของสถาบันแห่งหนึ่ง ได้รวมตัวกันเพื่อที่จะเดินทางไปศึกษาดูงาน เปิดหูเปิดตาหาความรู้ใหม่ๆ ที่ยุโรป ผองเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคนจึงช่วยกันวางแผนการเดินทางครั้งสำคัญอย่างตั้งอกตั้งใจ จนได้มาเจอกับบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ ให้บริการธุรกิจนำเที่ยวมาเนิ่นนานนับ 10 ปี บวกกับเคยมีเพื่อนของหนึ่งในนักศึกษาปริญญาโทเคยใช้บริการ ซึ่งเพื่อนคนดังกล่าว ก็การันตีว่า บริษัททัวร์แห่งนี้ดูแลดีนักหนา และด้วยเหตุนี้ จึงทำให้นักศึกษาปริญญาโททั้ง 31 ชีวิตตัดสินใจเลือกใช้บริการกับบริษัททัวร์ดังกล่าว

ในช่วงของการวางแผนการเดินทาง นักศึกษาปริญญาโททุกคนต่างลงความเห็นว่า จะเดินทางกันไปทั้งหมด 3 ประเทศ คือ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี ในระหว่างวันที่ 9-16 เมษายน รวม 8 วัน จากนั้นทางนักศึกษาปริญญาโทก็ได้จัดส่งข้อมูลให้กับบริษัททัวร์ดังกล่าวเป็นผู้ประสานงานระหว่างเดินทางตลอดทริป ทั้งตั๋วเครื่องบิน ร้านอาหาร และที่พัก โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 73,000 บาท

ในช่วงที่ขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนเดินทางไปถึงประเทศเยอรมนีนั้น ทางบริษัททัวร์ยังไม่ได้มีปัญหาใดๆ แต่เมื่อเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น ทางคณะศึกษาดูงานต้องย้ายร้านอาหารไปอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นตามที่ตกลงไว้ รวมถึงที่พักก็ถูกโรงแรมแจ้งว่าบริษัททัวร์ไม่ได้จ่ายเงินให้ตามที่ตกลงไว้ และด้วยเหตุการณ์ต่างๆ นานา เหล่านี้ สมาชิกกลุ่มทัวร์ จึงทราบแน่ๆ แล้วว่า พวกเขาถูกลอยแพเสียแล้ว แต่พวกเขาก็ยังตัดสินใจวางแผนศึกษาดูงานต่อให้ครบ และยอมควักเงินตัวเองใช้จ่ายในส่วนค่าที่พัก อาหาร ส่วนตั๋วเครื่องบินยังสามารถใช้เดินทางได้จนถึงประเทศอิตาลี

เมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย นักศึกษาปริญญาโทกว่าสามสิบชีวิต จึงรวมตัวแจ้งเอาผิดข้อหาฉ้อโกงกับบริษัททัวร์ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ก่อนเข้าแจ้งความที่ สน.สายไหมต่อไป

ไม่กี่เดือนถัดมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวเจ้าของบริษัททัวร์คาสำนักงานของบริษัททัวร์ในข้อหาฉ้อโกง และข้อหาประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งเจ้าของบริษัทคนดังกล่าว ได้เงินจากคณะศึกษาดูงานไปทั้งสิ้น 2,200,000 บาท และสร้างความเสียหายให้กับลูกทัวร์กว่า 400,000 บาท

บริษัททัวร์ลอยแพร้อยชีวิต ตุ๋นเที่ยวเกาหลี ราคาไม่ถึง 2 หมื่น!

ปลายเดือนมีนาคม ปี 2554 เรื่องราวของนักเดินทางผู้อับโชคบังเกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้เสียหายราว 40 ราย จากทั้งหมด 100 ราย ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อนายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และพล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตรสุขศรี ผบก.ทท. ณ ขณะนั้น เพื่อให้ดำเนินการติดตามจับกุมเจ้าของบริษัททัวร์

นักศึกษาสาววัย 22 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ตัดพ้อถึงบริษัททัวร์ไว้ว่า ตนและเพื่อนสาวอีก 5 คน มีความใฝ่ฝันที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก เธอและเพื่อนๆ จึงตั้งใจเก็บเงินให้ได้ก้อนหนึ่ง เพื่อที่จะซื้อทัวร์และทำตามฝันครั้งนี้ให้สำเร็จก่อนเข้าสู่วัยทำงาน แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับพวกเธอ

นักศึกษาหญิง และเพื่อน ช่วยกันหาข้อมูลบริษัททัวร์จากอินเทอร์เน็ต จนมาเจอเข้ากับบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างมาก เนื่องจากเมื่อพวกเธอทำการค้นหาทัวร์นำเที่ยวประเทศเกาหลีใต้บนเว็บไซต์กูเกิ้ล บริษัททัวร์ดังกล่าว ก็ปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับบนสุด เธอจึงเข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัททัวร์แห่งนี้ เพื่อติดต่อซื้อทัวร์และมีการโอนเงินตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์รายละ 17,900 บาท โดยกำหนดจะเดินทางในวันที่ 24 มี.ค.2554 แต่พอใกล้วันเดินทาง เธอและผองเพื่อนก็ยังไม่ได้รับการติดต่อให้ไปรับตั๋วจากบริษัททัวร์

ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าแจ้งความ เธอได้โทรศัพท์ไปที่บริษัทฯ อีกครั้ง แต่มีเพียงเสียงรอสายอัตโนมัติว่าพนักงานไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด และเมื่อเข้าไปหน้าเฟซบุ๊กของบริษัท กลับพบว่า มีผู้เสียหายในลักษณะเดียวกันจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น เธอและเพื่อนจึงรู้ว่าถูกหลอกแน่แล้ว

ขณะที่ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หนึ่งในผู้เสียหายที่เคยทำงานเป็นมัคคุเทศก์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี บอกเล่าด้วยความโมโหว่า ตนได้เข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทดังกล่าว ซึ่งมีโปรแกรมท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ โดยมีค่าใช้จ่ายรายละไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาทัวร์ของบริษัทอื่นๆ จึงบอกญาติ และรุ่นน้องที่ต้องการไปเที่ยวเกาหลีใต้ รวม 22 คน ติดต่อซื้อทัวร์จากบริษัทนี้ และชำระเงินครบแล้วเป็นเงินรายละ 17,900 บาท และจะต้องเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 23-27 มีนาคม แต่ก่อนการเดินทางเพียงไม่กี่วันได้มีการแจ้งเปลี่ยนสายการบิน และก่อนเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงบริษัทฯ ก็แจ้งว่า ไม่สามารถพานักท่องเที่ยวไปได้ทั้งหมด

ไม่เพียงเท่านั้น บริษัททัวร์ดังกล่าว ยังเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากญาติพี่น้องทั้ง 22 ชีวิต รวมแล้วกว่า 1 แสนบาท แต่ทางทุกคนไม่ยินยอมที่จะจ่ายเงินในส่วนนี้ ทางบริษัททัวร์จึงให้เดินทางไปได้ แต่ล่าช้าไปกว่ากำหนดการหลายชั่วโมง แต่เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินนานาชาติ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ กลับพบปัญหาในส่วนของบริษัทนำเที่ยวในภาคพื้น ซึ่งไม่เป็นไปตามที่บริษัทฯ อ้างไว้ รวมทั้งมีปัญหาเรื่องตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดินทางกลับ ซึ่งสุดท้ายจึงต้องเสียเงินเพิ่มอีกรายละ 13,000 บาท เป็นค่านำเที่ยว 5,000 บาท ค่าตั๋วเครื่องบินอีก 8,000 บาท

นอกจากนี้ ยังทราบจากผู้เสียหายว่า บริษัทแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตจัดการท่องเที่ยว และเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว แต่ครั้งที่ผ่านมา ทางบริษัททัวร์ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับเหยื่อ

นักตุ๋นจัดทัวร์แสบ หลอกครู 30 ชีวิต ลอยแพคาสนามบิน ชวดไปสิงคโปร์

ในช่วงกลางปี 2553 ครูกว่า 30 ชีวิตจังหวัดชัยนาท มีแผนเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ โดยว่าจ้างให้บริษัททัวร์แห่งหนึ่งที่เคยจัดทัวร์ให้กับโรงเรียนอยู่บ่อยครั้งเป็นผู้นำเที่ยว ซึ่งครั้งแรกเป็นการนำเที่ยวไปยังจังหวัดมุกดาหาร และครั้งที่สองไปจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางบริษัททัวร์ดูแลเอาใจใส่ชาวคณะดีเสมอมา แต่ในครั้งนี้แตกต่างจากการท่องเที่ยวครั้งก่อนๆ เพราะเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศ และเป็นจำนวน 3 วัน 2 คืน ตกราคาคนละกว่า 2 หมื่นบาท

“จากนั้น ทางเราได้เรียกบริษัททัวร์มาทำสัญญา เราได้ต่อรองเขาอีกว่าขอราคา 17,300 บาทต่อคนได้ไหม ขอให้แถมกระเป๋าด้วย บริษัททัวร์ก็ใจดีแถมให้อีก ทางเราก็ไม่ได้คิดอะไร พอถึงวันทำสัญญา เรียกเงินไปจำนวน 2 แสนกว่าบาท เหมือนว่าเรียกร้องเงินส่วนหนึ่งเป็นค่ามัดจำว่าเราจะไม่เบี้ยวกัน และเราได้ยินยอมให้เขาไป หลังจากนั้นไม่นาน ในสัญญามีระบุว่าก่อนวันเดินทาง 15 วัน เราต้องมอบเงินทั้งหมดที่เหลือให้เขา เป็นเงินอีกเกือบ 4 แสนบาท ทางเราก็ยังเชื่อใจเขาอยู่ เพราะเขานำกระเป๋ามาให้เราปกติ” ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท กล่าวถึงเรื่องราวการต้มตุ๋นครั้งใหญ่จากบริษัททัวร์

เมื่อทุกคนเดินทางไปถึงสนามบิน ในเวลา 07.00 น. ครูทุกคนพยายามจะติดต่อบริษัททัวร์จนเวลาล่วงเลยไปจนถึง 09.00 น. แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ ณ เวลานั้น คณะทัวร์ทุกคนเริ่มใจไม่ดี และจู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่จากสายการบินแห่งหนึ่ง เดินมาสอบถามว่า ใช่ทัวร์ของบริษัทเอ (นามสมมติ) หรือไม่? ซึ่งทางคณะต่างก็ตอบว่า ใช่ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงต่อว่า ทางบริษัททัวร์และสายการบินได้ทำสัญญาไว้ร่วมกัน ซึ่งบริษัททัวร์ได้จ่ายเงินไว้เพียงงวดเดียว และไม่ได้จ่ายงวดสุดท้าย เพราะฉะนั้น ทางสายการบินขอยืนยันว่า ทางคณะครูถูกบริษัททัวร์หลอกอย่างแน่นอน

“ทางสายการบินมีทางเลือกให้เรา 2 ทาง คือ กลับบ้าน หรือไปต่อ แต่อาจถูกลอยแพที่สิงคโปร์ และอาจไม่มีไกด์มารับ และต้องจ่ายค่าเครื่องบินที่บริษัททัวร์ยังไม่ได้จ่ายทั้งหมดด้วย ถึงอย่างไรเราก็ไปกับเขาไม่ได้ เพราะไม่มีพาสปอร์ต บริษัททัวร์ได้เก็บพาสปอร์ตของเราทั้งหมดไปตั้งแต่มารับเงินงวดสุดท้ายแล้ว” ผู้อำนวยการโรงเรียนท่านเดิม บอกเล่าถึงความอึดอัดใจ ณ เวลานั้น

ท้ายที่สุด คณะครูกว่า 30 ชีวิตก็ไม่ได้ไปท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ตามที่เฝ้าฝัน และทุกคนต่างตัดสินใจเดินทางกลับจังหวัดชัยนาท เพื่อเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ต่อไป…

กรมพัฒน์ฯ ตามดู บจ.เวลท์เอเวอร์ ใกล้ชิด หลังลอยแพทัวร์ญี่ปุ่นนับพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 15:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912036


กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดตาม บจ.เวลท์เอเวอร์ อย่างใกล้ชิด หลัง นทท.ชาวไทยถูกลอยแพกลางสุวรรณภูมิ พบจดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้อง แต่ไม่มีวัตถุประสงค์ท่องเที่ยวหรือขายตรง แนะ ปชช.ตรวจสอบก่อนร่วมลงทุน-ซื้อสินค้า…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2560 ​นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่านักท่องเที่ยวชาวไทยถูกบริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด ลอยแพกลางสนามบินสุวรรณภูมิจนไม่สามารถเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นได้นั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบสถานะบริษัทฯ ดังกล่าวเบื้องต้นพบว่า บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด ได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท (แบ่งออกเป็น 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท) กรรมการมี 1 คน คือ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 88/6 หมู่ที่ 9 ตำบลหนองยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์การจัดตั้งจำนวน 24 ข้อ โดย 22 ข้อ (ข้อ 1-22) เป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป ส่วนอีก 2 ข้อ (ข้อ 23-24) เป็นวัตถุประสงค์หลัก คือ ข้อ 23 ประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย นำเข้า-ส่งออก น้ำดื่ม ชา กาแฟ น้ำแร่ และเครื่องดื่มทุกชนิด และ ข้อ 24 ประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย นำเข้า-ส่งออก กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ทุกประเภท”

อธิบดีกรมธุรกิจการค้า กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่า บริษัทฯ ดังกล่าว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือธุรกิจขายตรง/ธุรกิจตลาดแบบตรงแต่อย่างใด ซึ่งการประกอบธุรกิจนำเที่ยว/ท่องเที่ยว ต้องดำเนินการขออนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมการท่องเที่ยวก่อน ถึงจะจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจนำเที่ยว/ท่องเที่ยวได้ และการประกอบธุรกิจขายตรง/ธุรกิจตลาดแบบตรง ต้องดำเนินการขออนุญาตประกอบธุรกิจจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก่อน ถึงจะจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจขายตรง/ธุรกิจตลาดแบบตรงได้

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวอีกว่า ในกรณีที่บริษัทฯ ประกอบกิจการนอกวัตถุประสงค์ที่ได้จดไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหากเกิดการร้องทุกข์กล่าวโทษเกิดขึ้น บริษัทหรือกรรมการต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะดำเนินการเฝ้าระวังและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวต่อไป

อธิบดีฯ กล่าวด้วยว่า ขอฝากเตือนประชาชนว่าก่อนที่จะทำธุรกิจ หรือซื้อสินค้า/บริการ ควรตรวจสอบสถานะของนิติบุคคลให้ละเอียดก่อนร่วมลงทุนหรือซื้อสินค้า/บริการ…เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคตโดยสามารถตรวจสอบสถานะนิติบุคคลเบื้องต้นได้ที่แอปพลิเคชันของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า DBD e-Service โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

ทางหลวงชนบทพร้อมดูแลคลื่นชนเดินทางสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912012


กรมทางหลวงชนบทจัดสารพัดมาตรการดูแล อำนวยความสะดวก และป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้าน รมว.คมนาคมสั่งรายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์…

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานในกิจกรรมปล่อยขบวนรถรณรงค์อำนวยความสะดวกและปลอดภัย
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 โดยมีนายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และคณะเข้าร่วม

นายอาคม กล่าวว่า สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างมีความสุข สะดวกและปลอดภัย สำหรับในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) นั้น ได้สั่งการให้ตรวจสอบและแก้ไขพื้นที่จุดเสี่ยง ทางร่วม ทางแยก จุดกลับรถ ทางเลี่ยงทางลัด ป้ายบอกทาง/แนะนำเส้นทาง รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานและจุดให้บริการ รายงานสภาพการจราจรออนไลน์แบบเรียลไทม์ จัดรถบริการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย ตลอดจนตรวจสอบเครื่องหมายป้ายจราจร ไฟฟ้าแสงสว่างให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

นายพิศักดิ์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทช.ได้จัดทำแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอำนวยความสะดวก และปลอดภัย ในการเดินทาง ตลอดจนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องหมายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงและไฟสัญญาณเป็นระยะๆ ชัดเจนทั่วประเทศ โดยช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย. ขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างหยุดดำเนินการก่อสร้าง เพื่อคืนผิวจราจรให้ประชาชนเดินทางสะดวกปลอดภัยมากที่สุด

นอกจากนั้น ยังจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบทและบริการสายด่วน 1146 พร้อมจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยระดับสำนัก 18 ศูนย์ ระดับจังหวัด 76 ศูนย์ และจัดตั้งหน่วยให้บริการประชาชนทางหลวงชนบท ทั้ง 76 จังหวัด เป็นต้น ตลอดจนได้รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยบนสายทางหลวงชนบทโดยจัดทำคลิปเสียงสปอตเพื่อเปิดบนรถโมบายยูนิต ทช. ซึ่งมีจำนวน 94 คัน ทั่วประเทศ

นายพิศักดิ์ กล่าวต่อว่า กรมทางหลวงชนบทขอความร่วมมือประชาชนใส่ใจเพื่อนร่วมทางด้วยการขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งศึกษาเส้นทางและเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ ไม่ประมาท เมาไม่ขับ และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งก่อนใช้รถ ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของ ทช. ได้ทางสายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ http://www.drr.go.th.

 

ขนส่งฯ คาดโทษหนัก รถโดยสาร-แท็กซี่ ทำผิดช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 13:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912020


อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเตือนรถโดยสารสาธารณะอย่าฉวยโอกาสช่วงสงกรานต์ ลุยจัดผู้ตรวจการลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและคุมเข้มทุกสถานีขนส่งผู้โดยสาร…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัด ได้จัดผู้ตรวจการลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยตามสถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอดที่ทางราชการกำหนดรวมถึงจุดที่มีประชาชนไปเรียกใช้บริการรถโดยสารเป็นจำนวนมาก เช่น สนามบิน หรือ แหล่งท่องเที่ยว ทั้งยังได้จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ชั่วคราวที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศและเพิ่มจำนวนคู่สายโทรศัพท์สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท

ทั้งนี้ เตือนผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถสาธารณะทุกประเภทและพนักงานขับรถทุกคนปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถ ห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่กำหนด ห้ามเรียกค่าโดยสารเกินอัตรากำหนด โดยสภาพรถต้องมีความพร้อมมีความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน พนักงานขับรถต้องไร้สารเสพติด แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์และขับรถไม่เกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด พบหากฝ่าฝืนลงโทษหนักทุกกรณี กรณีรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงกันไว้ แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ใช้รถป้ายดำรับ-ส่ง ปรับสูงสุดทุกกรณี และหากเป็นการกระทำความผิดซ้ำซาก ความผิดอาญา กระทำอนาจาร ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ลงโทษพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที โดยกรมการขนส่งทางบกจะจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการให้บริการที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอด และบริเวณที่มีประชาชนเรียกใช้บริการรถสาธารณะเป็นจำนวนมากตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า เน้นย้ำทุกฝ่ายต้องให้บริการด้วยมาตรฐานคุณภาพ สะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรม ควบคู่กับการพัฒนาแก้ไขพฤติกรรมการให้บริการ สร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัย ทั้งนี้ หากประชาชนพบรถโดยสารสาธารณะเอาเปรียบร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ในช่วงเทศกาล ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นต้น.

 

ทองไทยก่อนสงกรานต์ราคาพุ่งขึ้นบาทละ 250

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 10:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911787


ราคาทองคำในประเทศไทยก่อนถึงวันสงกรานต์ราคาขึ้นแรงถึงบาทละ 250 โดยทองคำแท่งขายออกบาทละ 20,850 บาท ส่วนทองรูปพรรณ…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมค้าทองคำแจ้งปรับราคาทองคำประจำวันครั้งที่ 1 ขึ้นบาทละ 250 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,750 บาท ขายออกบาทละ 20,850 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,375.04 บาท ขายออกบาทละ 21,350 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น.

 

เอไอเอสจัดเต็มเครือข่ายรับสงกรานต์ไม่ให้สื่อสารสะดุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 09:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911752


“เอสไอเอส”​ จัดเต็มคุณภาพเครือข่ายรับสงกรานต์ส่งทีมงานอยู่โยงดูแล 24 ชม. “ไทวัสดุ” ร่วมดูแลใช้รถใช้ถนนเปิด 10 สาขาตรวจเช็กสภาพรถ “เนสท์เล่” ผนึก 3 หน่วยงานดูแลคมนาคมมอบกาแฟกระป๋องแก้ง่วง…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคเอกชนและธุรกิจต่างๆ ได้จัดกิจกรรม แคมเปญทางการตลาด และจัดมาตรการไว้ดูแลลูกค้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งประชาชนจำนวนมากเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนาและไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด โดย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ร่วมส่งความสุขให้กับลูกค้า และประชาชนทั่วประเทศ จัดเต็มคุณภาพเครือข่าย ทั้งโทรศัพท์มือถือ 4.5G, 4G, 3G และเอไอเอสซุปเปอร์ไวไฟส่งทีมงานวิศวกรทั้งส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมปฏิบัติงานดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งพนักงานตามสาขาและคอลเซ็นเตอร์ให้บริการ

ขณะเดียวกันเอไอเอสยังได้จัดรถโมบาย และติดตั้งอุปกรณ์เพื่อขยายสัญญาณเพิ่มเติม ณ จุดที่มีการใช้งานอย่างหนาแน่น เช่น บริเวณสถานีขนส่ง สนามบิน สถานีบริการน้ำมัน แหล่งท่องเที่ยวและตามสถานที่จัดงานสงกรานต์ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนั้น ยังมีสิทธิพิเศษ ส่วนลดในร้านอาหารและเครื่องดื่มจากแคมเปญ AIS LIVE 360°

ด้าน นายรัฐวิชญ์ ศุภสวัสดิรัตน์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด กล่าวว่า ไทวัสดุขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์การลดปัญหาอุบัติเหตุสงกรานต์ จึง มอบหมายให้ไทวัสดุ 10 สาขา ที่อยู่ในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ และมีประชากรจำนวนมากจัดพื้นที่ด้านหน้าสโตร์ตั้งเต็นท์ให้บริการประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลเป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 9–17 เม.ย. โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะสถาบันอาชีวศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านช่างยนต์ รวมทั้งหน่วยงานด้านฝีมือแรงงานจังหวัดในพื้นที่ จัดนักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้โดยเฉพาะมาให้บริการ

สำหรับโครงการนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ใน 1 ปี จะจัด 2 ครั้งคือ ช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว มีการใช้รถยนต์เดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ที่ผ่านมาผลตอบรับดีประชาชนให้ความสนใจใช้บริการจึงสานต่อโครงการ เพราะนอกจากจะเป็นการตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้แล้วยังช่วยลดอุบัติเหตุให้น้อยลงด้วย ซึ่งไทวัสดุได้เลือกทำเลไว้ 10 สาขา ประกอบด้วย บางบัวทอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี และสระบุรีจัดโครงการ

นางสาวเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการ บริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสกาแฟขานรับนโยบายภาครัฐส่งแคมเปญเนสกาแฟกลับบ้านปลอดภัยกำลังใจมาเต็ม ร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุการเดินทางช่วงสงกรานต์ ผนึก 3 หน่วยงานคมนาคมหลัก กองบังคับการตำรวจทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย ปล่อยคาราวานสนับสนุนการเดินทางกลับบ้านเดินสายมอบเนสกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม 2 รสชาติ ให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารกว่า 200,000 คนฟรี เพื่อเติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าตลอดการเดินทาง ณ จุดบริการตำรวจทางหลวง จุดบริการการทางพิเศษ สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งทั่วประเทศกว่า 17 แห่ง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ต่อยอดแคมเปญ เนสกาแฟ กลับบ้านปลอดภัย กำลังใจมาเต็มมาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน เพื่อรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในเส้นทางต่างๆ ให้ความสำคัญและเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลมากขึ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำแนวคิดหลักของแบรนด์ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนทำงานที่มีความมุ่งมั่น ให้ฝ่าฟันไปถึงจุดมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ให้ได้.

 

จับมือไต้หวัน-จีนยึด“อีอีซี”ลงทุนแสนล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เม.ย. 2560 06:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911622


ไทยผุด“เอ็นเนอยีสตอเรจ”ใหญ่สุดในโลก

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด หรืออีเอ เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามความร่วมมือระหว่างจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมนิวเอสเคิร์พ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า บริษัทจะเป็นรายแรกที่เข้าไปลงทุนในนิคมฯดังกล่าวที่อยู่ในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยจะร่วมกับบริษัทเฉินเซนโกลวัตต์ เอ็นเนอร์ยี จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน และบริษัท อมิตา เทคโนโลยี จำกัด ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของไต้หวัน สร้างโรงงานอุปกรณ์กักเก็บไฟฟ้า (เอ็นเนอยีสตอเรจ) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

บริษัทได้วางแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (ปี 2560-2564) ใช้เงินลงทุน 100,000 ล้านบาท มีขนาดกำลังผลิต 50 จิกกะวัตต์ต่อชั่วโมง หรือ 50,000 เมกกะวัตต์ แบ่งการลงทุนเป็น 2 ระยะ ระยะแรก 3,000 ล้านบาท ขนาดกำลังผลิต 1 จิกกะวัตต์ เริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ หลังจากนั้นจะทยอยลงทุนให้ครบทั้ง 50 จิกกะวัตต์ ภายใน 5 ปี

“การตั้งโรงงานในนิคมนิวเอสเคิร์ฟ ถือว่าเป็นโรงงานผลิตเอ็นเนอยีสตอเรจที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีต้นทุนผลิตต่อหน่วยที่ต่ำที่สุด เพื่อเป็นฐานการผลิตที่สำคัญป้อนผลิตภัณฑ์ให้กับทั่วโลก ระยะแรกจะส่งออกไปต่างประเทศสัดส่วน 70-80% ก่อน โดยเฉพาะตลาดเอเชียและเพื่อนบ้านที่ยังมีความต้องการสูง ส่วนการผลิตแบตเตอรี่เพื่อป้อนให้กับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ระยะแรกคงจะยังไม่ผลิต เพราะความต้องการของผู้บริโภคยังมีน้อย แต่หากความต้องการของตลาดมีจำนวนมากก็สามารถผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้กับรถยนต์อีวีได้ทันที เพราะมีเทคโนโลยีอยู่แล้ว”.

 

เชือดรถร่วมโขกราคาสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เม.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911607


นายนพรัตน์ การุณยวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวถึงกรณีมีผู้โดยสารร้องเรียนมีรถร่วม บขส. ฉวยโอกาสเก็บค่าโดยสารเกินราคาก่อนเทศกาลสงกรานต์ว่า จากการตรวจสอบข้อมูล พบกรณีรถร่วมบริการบริษัท ภัสสรชัยทัวร์ มีผู้ร้องเรียนเก็บค่าโดยสารเกินราคา เส้นทางจังหวัดร้อยเอ็ด-กรุงเทพฯ และมีการกระทำความผิดจริง ล่าสุดลงโทษปรับเป็นเงิน 10,000 บาท และให้คนขายตั๋วที่ทำผิด ห้ามกลับมาขายตั๋วอีก

“ยืนยันว่าทาง บขส.มีมาตรการคุมเข้ม หากมีผู้ประกอบการกระทำผิด จะลงโทษขั้นเด็ดขาดและขอเตือนผู้ประกอบการรถร่วมบริการและรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถมาตรฐาน 30) หากกระทำผิดครั้งหนึ่งแล้วและยังกระทำผิดซ้ำ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้มีการยกระดับการลงโทษให้เข้มข้นมากขึ้น จะถอดรถคันดังกล่าวออกจากบัญชี ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการยุ่งยากในการนำรถคันดังกล่าวกลับมาวิ่งให้บริการอีกครั้ง

ส่วนการคิดค่าโดยสารนั้น ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถมาตรฐาน 30 บางราย อ้างว่าเที่ยวขากลับมักไม่มีผู้โดยสารเดินทางมา ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกต้นทุน เสมือนเดินรถขาเดียว จึงขอเพิ่มค่าโดยสาร ซึ่ง บขส.ยืนยันว่าเป็นเพียงข้ออ้าง เนื่องจากการคิดค่าโดยสารนั้น บขส.ให้ผู้ประกอบการจัดเก็บอัตราเพิ่มขึ้นจากราคาปกติอยู่แล้ว

นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. กล่าวว่า การให้บริการขายตั๋วโดยสารของรถไฟนั้น จากที่ผ่านมาๆ ไม่เคยได้รับการร้องเรียนเรื่องขายตั๋วโดยสารเกินราคา ทั้งในช่วงเวลาปกติ หรือในช่วงเทศกาล เพราะรถไฟมีตู้ให้บริการหลากหลาย ทั้งรถไฟฟรีชั้น 3 ชั้น 2 และชั้น 1 ถ้าหมดก็คือหมด และราคาตั๋วก็ตายตัวชัดเจน.