หุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว มีแรงฉุดจากสถานการณ์ซีเรีย-กังวลเลือกตั้งฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 เม.ย. 2560 06:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910796


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ แม้ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้น จากความไม่แน่นอนจากคำถามมากมายเกี่ยวกับสถานการที่เกิดขึ้นในโลกเช่น สงครามซีเรีย…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 10 เม.ย. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.92 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 20658.02 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.62 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 2357.16 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 3.12 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 5880.93 จุด

เมื่อวันจันทร์ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.6% ช่วยหนุนหุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม ขณะที่ เทสลา มอเตอร์ หุ้นขึ้น 3.3% หลังมูลค่าตลอดแซงหน้าเจเนอรัล มอเตอร์ แม้ว่ายอดขายรถและรายได้จะยังน้อยกว่าก็ตาม

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ถูกขัดขวางโดยคำถามทางการเมืองมากมาย รวมทั้งความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในซีเรีย หลังจากสหรัฐฯ ยิงจรวดโจมตีฐานทัพอากาศ จนเริ่มบาดหมางกับรัสเซีย และความกังวลในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่กำลังจะมาถึงท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่กำลังมาแรงในยุโรป

 

ญี่ปุ่นเหนียวแน่นขยายลงทุนในไทย ฐานผลิต “ซิลิโคนส์” ป้อนตลาดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910695


นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้อนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ซิลิโคนส์ ชนิดพิเศษ ซึ่งจัดเป็นเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemical) ของบริษัท ชินเอทสุ ซิลิโคนส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยเป็นการขยายลงทุนครั้งที่ 3 ของบริษัท หลังจากมีการลงทุนในประเทศไทยมาแล้วตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ด้านเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ สำหรับการส่งออกใหญ่ที่สุดของบริษัท

สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ซิลิโคนส์ชนิดพิเศษจำนวน 2 ชนิด โดยซิลิโคนส์เหลวชนิดแรก เป็นชนิดที่ปรับปรุงด้วยกลุ่มอะมิโน จะใช้งานเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตน้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่มีคุณสมบัติพิเศษทำให้เส้นใยมีความนุ่มได้นานขึ้น ลดรอยยับบนผ้าหลังผ่านกระบวนการซัก ช่วยป้องกันไม่ให้ผ้าเหลือง และซิลิโคนส์เหลวชนิดที่สอง เป็นชนิดที่ปรับปรุงด้วยพอลิอีเทอร์ ใช้งานเป็นส่วนผสมสำคัญในการผลิตเครื่องสำอาง โดยเป็นชนิดที่หายาก มีประสิทธิภาพที่ทำให้น้ำกับน้ำมัน เข้ากันได้ดี มีคุณสมบัติให้ความรู้สึกนุ่ม ลื่น กันน้ำ และสามารถติดอยู่บนผิวได้นาน รวมถึงป้องกันแยกชั้นของเครื่องสำอาง เช่น ครีมรองพื้น ครีมกันแดด โลชั่นทาผิว

“บริษัทได้ขยายการลงทุนในไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยการผลิตซิลิโคนส์ชนิดพิเศษทั้ง 2 ชนิดครั้งนี้มีปริมาณรวมกัน 9,000 ตันต่อปี เงินลงทุน 2,200 ล้านบาท จะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ และมีขนาดใหญ่กว่าการผลิตที่ญี่ปุ่น รวมถึงเกิดการจ้างงาน และใช้วัตถุดิบเคมีภัณฑ์จากในประเทศคิดเป็นมูลค่า 352 ล้านบาทต่อปี”

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในโครงการสหกิจศึกษา (WiL) เป็นความร่วมมือจากสามภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) บริษัทเอกชน และสถาบันการศึกษา ตามโครงการจะสนับสนุนการผลิตกำลังคนระดับ ปวส. และระดับปริญญาโท ที่มีคุณภาพป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรม ในรูปแบบของจัดการศึกษาและการเรียนรู้การทำงานในสถานประกอบการ ทั้งในส่วนของการผลิตและการวิจัยและพัฒนา โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จังหวัดระยอง เข้าร่วมโครงการ.

 

เวียนวนแก้ปมดาวเทียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910690


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2560 นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เพื่อหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้มีความเป็นเอกภาพ เนื่องจากภารกิจของ กสทช.และดีอี เกี่ยวข้องกันในหลายส่วนงาน อาทิ กิจการดาวเทียม โครงการการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม เป็นต้น

นายพิเชฐกล่าวว่า ประเด็นปัญหาดาวเทียมนั้น จะตั้งทีมงานเพื่อมาศึกษารายละเอียดให้เกิดความรอบคอบและเป็นไปตามกฎหมาย “กรณีกิจการดาวเทียมนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่ง กสทช.และดีอี ก็ต้องทำงานร่วมกัน โดยจะตั้งทีมศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหา การวางแผนเพื่อพัฒนากิจการดาวเทียมของประเทศ ส่วนข้อถามที่ว่าในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปลี่ยน รมว.มา 3 คนแล้ว แต่ปัญหาดาวเทียมยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้น ผมขอให้ยึดศาสนาพุทธเป็นหลัก โดยไม่ต้องมองอดีต ให้มองปัจจุบัน และให้รอดูการทำงานที่จะเกิดขึ้น”
นายฐากรกล่าวว่า ปัญหาดาวเทียมนั้น ได้เสนอแนะทางออกให้กับ รมว.ดีอี แล้วว่า ควรออกมาตรการทางปกครอง คือการเรียกเก็บเงินค่าวงตำแหน่งวงโคจรเพิ่มเติม สำหรับดาวเทียมดวง 7 และ 8

จากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ส่วนจะจัดเก็บในอัตราเท่าใดนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดีอี แต่หากไทยคมไม่ยินยอม ก็ให้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองได้ เพื่อให้ความชัดเจน และให้ได้ข้อยุติปัญหาคาราคาซังของกิจการดาวเทียม ขณะเดียว กัน กสทช.พร้อมจะโอนเงิน 15% ของรายได้ให้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) คาดว่าจะดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้ เพื่อดีอีจะได้มีเงินงบประมาณในการดำเนินการ อีกทั้งยังได้แจ้ง รมว.ดีอีให้ทราบว่า ภายในปีนี้จะมีความชัดเจนเรื่องแผนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ด้วย.

 

ยอดจองรถมอเตอร์โชว์พุ่งทะลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910687


นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานจัดงานบางกอกมอเตอร์โชว์ อันเป็นงานมอเตอร์โชว์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดเผยว่า งานบางกอกมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ มีผู้เข้าชมงาน 1.57 ล้านคน ยอดจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีจำนวนรวม 35,022 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์ 31,000 คัน รถจักรยานยนต์ 2,892 คัน รถไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ 1,130 คัน

“ยอดจองรถยนต์ซึ่งพบว่าผลจากการเริ่มทยอยปลดล็อกรถยนต์คันแรก ที่ห้ามซื้อขายในช่วง 5 ปีแรกที่ครอบครองรถ รวมถึงภาคการเกษตร ที่มีแนวโน้มปรับตัวไปในทางที่ดี ทำให้สถานการณ์ตลาดรถยนต์เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ส่งผลให้กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงรถเพื่อการพาณิชย์ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แม้มีข่าวเกี่ยวกับการเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยในการใช้ของรถเพื่อการพาณิชย์ แต่รถยนต์กลุ่มนี้ก็ได้รับความสนใจจากลูกค้า โดยมีสัดส่วนยอดจองอยู่ที่ 20-30% ขณะที่รถในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลาง และรถยนต์หรูสัญชาติตะวันตก ได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมากเช่นกัน”

นายกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือออดี้ ไทยแลนด์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ออดี้ กล่าวว่า บริษัทสามารถทำยอดจองรถยนต์ได้ถึง 184 คัน เนื่องจากได้นำเสนอรถออดี้หลายรุ่น เพื่อตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มต่างๆในราคาที่เหมาะสม ตั้งแต่ 2 ล้านบาทไปจนถึง 18 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งภายในงานรถยนต์ออดี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะออดี้ ทีที รถสปอร์ตคูเป้ที่ยังคงเป็นดาวเด่นของออดี้.

 

“ซีไอเอ็มบีไทย” ชี้คนแห่ซื้อบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910670


นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สินเชื่อรายย่อยไตรมาส 1 ที่ผ่านมาของธนาคารเติบโตเกือบ 10% ถือเป็นการเติบโตที่ดีเกินคาด ส่งผลให้ยอดสินเชื่อตลอดทั้งปีนี้จะสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยสัญญาณการปล่อยสินเชื่อที่ดีขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจแม้ว่าการเติบโตแต่ละปีจะต่ำ แต่เป็นการเติบโตที่สะสม ทำให้มนุษย์เงินเดือนต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้น ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมที่แม้มีการปิดกิจการอยู่บ้าง แต่ก็เป็นผลกระทบแบบเฉพาะเจาะจง ต่างกับช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่มีผลกระทบทั้งภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีโรงงานปิดกิจการจำนวนมาก

ขณะที่เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารมียอดปล่อยสินเชื่อบ้านอยู่ที่ 2,300 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เดือนละ 1,200 ล้านบาท สัญญาณความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว หากมีความต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจะต้องระดมเงินฝากเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารได้เดินหน้าเพิ่มช่องทางบริการ โดยได้ยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอเปิดให้บริการสาขาในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น อีก 1-2 แห่ง โดยเลือกจุดที่เป็นชุมชนชานเมือง ใกล้นิคมอุตสาหกรรม คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 2 นี้.

 

อ.ส.ค. เจาะไข่แดงผลิตนมยึด “เออีซี” ปักธงกัมพูชาก่อนตะลุยแดนเสือเหลือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910662


นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ตลาดนมในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงมาก โดยปี 2559 อ.ส.ค.ส่งออกผลิตภัณฑ์นมยูเอชที ไทย-เดนมาร์คไปยังประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า มีมูลค่ารวม 1,068 ล้านบาท โดยกัมพูชาถือเป็นตลาดส่งออกหลัก มีมูลค่าส่งออกมากถึง 796 ล้านบาท คิดเป็น 74.54% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

“ปีนี้ อ.ส.ค.คาดว่าช่องทางจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านจะเติบโตมากขึ้น โดยตั้งเป้าส่งออกรวม 1,100 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดกัมพูชา อ.ส.ค.ตั้งเป้าส่งออก 70-80% ของเป้าหมายรวม หรือประมาณ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22% โดยพร้อมลุยทำการตลาดในกัมพูชาอย่างครบวงจร เตรียมจัดแคมเปญ เรด คาวนิว้าว ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภครู้จักนมของ อ.ส.ค.มากขึ้น พร้อมยกระดับตำแหน่งตราสินค้า มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น”
นอกจากนี้ อ.ส.ค. ยังมีแผนขยายตลาดส่งออกไปมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย คือ ส่งเอกสารรับรองเพิ่มเติมจากกรมปศุสัตว์ให้มาเลเซียพิจารณาอนุญาตนำเข้า คาดว่าใน 2-3 เดือนข้างหน้าจะสามารถส่งออกนมได้ ในอนาคต อ.ส.ค.คาดว่ามาเลเซียจะเป็นประตูส่งออกสินค้าขยายไปสู่ตลาดสิงคโปร์ บรูไน และอินโดนีเซีย รวมถึงกลุ่มประเทศมุสลิมอื่นๆด้วย.

 

ธปท.ชี้บทเรียนผิดนัดชำระหนี้ตราสารหนี้ ถือเป็นเรื่องราวดีๆให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจดจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910657


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือน เม.ย.ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานเรื่อง “พัฒนาการของตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและนัยต่อเสถียรภาพระบบการเงิน” ระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนการผิดนัดชำระหนี้ของตั๋วแลกเงิน (B/E) ประเภทที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ของผู้ออกตราสารบางรายในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากข้อมูลได้ระบุว่าพัฒนาการในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินของไทย เนื่องจากมีขนาดเล็ก มีสัดส่วนเพียง 7.4% ของมูลค่าตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งหมด ขณะที่มูลค่าของตราสาร ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ที่ผิดนัดชำระหนี้คิดเป็นเพียง 0.08% ของมูลค่าตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งหมด นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในตลาดนี้มีศักยภาพและอยู่ในวงจำกัด ที่มีศักยภาพรองรับความเสี่ยงได้ และหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตลาดสามารถแยกแยะตราสารตามระดับความเสี่ยงได้ดีขึ้น ถือเป็นพัฒนาการที่ดีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาหนี้ระยะสั้นของภาคธุรกิจที่สูงเกินไป ขณะที่ผู้ออกตราสารหนี้ก็ควรระมัดระวังความเสี่ยงจากการใช้หนี้ระยะสั้นเป็นแหล่งเงินทุน ฯลฯ.

 

พลิกเกมดึงต่างชาติเข้าไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910655


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนวงโคลด์เพลย์จากอังกฤษจัดคอนเสิร์ต “อะ เฮด ฟูล ออฟ ดรีมส์ ทัวร์” เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ สามารถจำหน่ายบัตรให้กับผู้ชมต่างประเทศได้ 30,000 ที่นั่ง ถือว่าได้ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว และตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ ททท.ที่วางกลยุทธ์เจาะตลาดคุณภาพ เนื่องจากพบว่าผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อการดูคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่ใช้ช่วงเวลาว่างก่อนและหลังคอนเสิร์ตเดินทางท่องเที่ยวในไทย

“ททท.วางกลยุทธ์ในการเลือกคอนเสิร์ตระดับโลก เพื่อให้มีผู้ชมที่จะติดตามมาชมในไทย รวมถึงร่วมกับแผนการทัวร์คอนเสิร์ตในภูมิภาคของผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลก เช่น การจัดทัวร์ของโคลด์เพลย์ ก็มีการเลือกประเทศเพื่อนบ้านคือ ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์เท่านั้น ทำให้เป็นโอกาสในการดึงดูดผู้ชมจากอาเซียนและเอเชียใต้เข้ามาในไทย เพราะไทยมีจุด แข็งเหนือฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ คือ การมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ที่พักคุณภาพสูงในราคาที่จับจ่ายได้”

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาและส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รับรองให้น้ำพุร้อนของไทย 2 แห่ง ได้แก่ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปางและน้ำพุร้อนน้ำเค็มคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ให้เป็นน้ำพุร้อนที่นักท่องเที่ยวสามารถมาท่องเที่ยวและลงเล่นน้ำได้ และกระทรวงการท่องเที่ยวฯจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ประชาสัมพันธ์ให้ทั้งสองแห่งกลายเป็นน้ำพุร้อนชื่อดังมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ เทียบชั้นน้ำพุออนเซ็น ในประเทศญี่ปุ่น.

 

ขนส่งฯ เปิดงานส่งคนกลับบ้านช่วงสงกรานต์ เน้นย้ำความปลอดภัยสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 เม.ย. 2560 00:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910581


รมว.คมนาคม เปิดกิจกรรม “ส่งคนกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560” ใช้พื้นที่ขนส่งทางบก เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นกรณีพิเศษ ลดความแออัดและปัญหาจราจรที่หมอชิต ยัน เน้นย้ำความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 60 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ส่งคนกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560” ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 6 กรมการขนส่งทางบก ตามโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 โดยมี พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ 2 นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ร่วมตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกและมอบของที่ระลึกแก่ประชาชนที่มารอขึ้นรถเดินทางกลับภูมิลำเนา ณ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งใช้พื้นที่เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 10-12 เมษายน 2560 เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนลดความแออัดและปัญหาจราจรติดขัดบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร(หมอชิต) รวมทั้ง การบริหารจัดการด้านการให้บริการรถขนส่งมวลชนและรถแท็กซี่เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง

นายสนิท เปิดเผยว่า กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกนี้ จัดขึ้นทุกปีตามนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนมักเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพื่อกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะให้มีความพร้อม ทั้งสภาพตัวรถและพนักงานขับรถ มุ่งเน้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนและพนักงานขับรถตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสุข ความสะดวก และปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือจาก “พี สะเดิด” ศิลปินจากแกรมมี่โกลด์ ร่วมรณรงค์ด้วย พร้อมกันนี้ ยังจัดเจ้าหน้าที่ตรวจการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกบริการประชาชน บริหารจัดการรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร และจุดเชื่อมต่อหลักต่างๆ ที่มีประชาชนใช้บริการ พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่สายด่วน 1584 เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากการใช้บริการรถสาธารณะตลอด 24 ชั่วโมง

ในด้านความปลอดภัยกรมการขนส่งทางบก มุ่งเน้นการรณรงค์เชิงป้องกัน โดยคุมเข้มสแกนรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถตามมาตรฐานความปลอดภัย (Checklist) ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 212 แห่งทั่วประเทศ โดยดำเนินมาตรการเข้มข้นตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่ 5-24 เมษายน 2560 และต่อเนื่องตลอดปี รวมถึงจุดบริการร่วมคมนาคมอีก 14 จุด ใน 11 จังหวัดทุกภูมิภาค รวมถึงบริหารจัดการเสริมรถ เพิ่มเที่ยวให้บริการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร หากพบรถโดยสารไม่ปลอดภัย ไม่พร้อมใช้งาน จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดและสั่งห้ามใช้รถทันที พร้อมนำรถคันใหม่มาเปลี่ยน หากพบพนักงานขับรถมีสภาพไม่พร้อมหรือมีความผิด จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด ทั้งปรับ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถและสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมจัดพนักงานขับรถคนใหม่มาปฏิบัติหน้าที่แทน

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงป้องกันต่างๆ ในทางคู่ขนาน บริหารจัดการรถโดยสารสาธารณะด้วยระบบ GPS Tracking ควบคุมพฤติกรรมการใช้ความเร็วด้วยกล้องเลเซอร์ในเส้นทางต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณีความผิดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการควบคุมการให้บริการต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการเดินรถอย่างเคร่งครัด ห้ามเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด ห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง ห้ามใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้บริการ.

 

นักลงทุนไทย-เทศ ชอบที่ดินภูเก็ต พบ70% ซื้อลงทุนทำธุรกิจรับท่องเที่ยวโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2560 20:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910485


นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ชี้ราคาที่ดินบนเกาะปี 60 ยังดี แม้ขยับน้อยกว่าปี 58-59 แต่ยังคงเนื้อหอมจากนักลงทุนทั้งไทย-เทศ พบกว่า 70% ซื้อเพื่อลงทุนทำธุรกิจรองรับการท่องเที่ยวเติบโต

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 60 นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.ภูเก็ต-รองประธานหอการค้าภูเก็ต เปิดเผยถึงราคาที่ดินในพื้นที่ภูเก็ตในปัจจุบันว่า ในปี 2560 ราคาที่ดินในจังหวัดยังคงไม่ได้ขยับราคามากนัก ถ้าเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 2558-2559 ที่ผ่านมา แต่ในปี 2559 และปี 2560 ที่ดินมีการซื้อขายหรือเปลี่ยนมือกันได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ สามารถแบ่งสัดส่วนเป็น 70% และ 30% ซึ่งในกลุ่ม 30% นั้นเป็นกลุ่มที่ซื้อที่ดินเก็บ เพื่อเก็งกำไรระยะยาว ส่วนอีก 70% เป็นกลุ่มนักธุรกิจที่ลงทุนสร้างสถานประกอบการ โรงแรม รีสอร์ต เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่ยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“ปัจจุบันที่ดินในเขตนครภูเก็ตจะอยู่ที่สนนราคาไร่ละ 10-30 ล้านบาท แต่หายากมาก เนื่องจากที่ดินเปล่าแทบนับผู้ครอบครองได้ ซึ่งล้วนเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว ส่วนที่ดินในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น หาดป่าตอง กะทู้นั้น จะมีพื้นที่ 2 ถนน คือ ทวีวงศ์ และ ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ยังคงเป็นที่ต้องการของนักลงทุนด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยจะอยู่ที่สนนราคาไร่ละ 100-200 ล้านบาท ซึ่งก็ยังคงหาได้ยากเช่นกัน ขณะที่พื้นที่ใน ต.ฉลอง อ.เมือง จะอยู่ที่สนนราคาไร่ละ 10-20 ล้านบาท”

นายธนูศักดิ์ กล่าวว่า การเจริญเติบโตของภูเก็ตนั้น มีองค์ประกอบหลักจากการท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยเสริมกรณีรัฐบาลได้เพิ่มสาธารณูปโภค เช่น ทางลอด รถไฟรางเบา การขยายสนามบิน เป็นต้น ทำให้นักลงทุนต่างมองระยะยาว ส่งผลให้ที่ดินในพื้นที่ต่างๆ ยังคงเติบโตและมีความต้องการจากกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ในพื้นที่ภูเก็ตยังคงก้าวเดินอย่างมั่นคงและมั่งคั่งต่อไป.