อีอีซี ไฟเขียวอู่ตะเภาเมืองการบิน ลุยไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 16:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905985


ที่ประชุมบอร์ดอีอีซี ไฟเขียวพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา “เมืองการบินภาคตะวันออก” ปรับปรุงระบบรางไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน ให้วิ่งเส้นทางร่วมรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์…

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ EEC นัดแรกที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของกองทัพเรือให้ประกาศพื้นที่ 6,500 ไร่ ของสนามบินอู่ตะเภา เป็นเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก “เมืองการบินภาคตะวันออก” พร้อมระดมการลงทุนในกิจกรรมสำคัญ อาทิ เพิ่มทางวิ่งมาตรฐานอีก 1 ทางวิ่ง ลงทุนในกลุ่มกิจกรรมหลัก 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอาคารผู้โดยสารและการค้า 2. กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยาน 3. กลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศ 4. กลุ่มธุรกิจซ่อมเครื่องบิน และ 5. กลุ่มศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรอากาศยานและธุรกิจการบิน

ขณะที่ในอนาคตอาจมีอีก 3 กิจกรรมเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียง คือ 1. กลุ่มธุรกิจท่าเรือพาณิชย์ 2. ศูนย์การแพทย์เฉพาะด้าน และ 3. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รวมถึงให้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโดยให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน จัดทำรูปแบบให้เอกชนร่วมทุน และจัดทำสัญญาการร่วมทุนกับเอกชนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมให้ปรับปรุงระบบขนส่งทางรางให้รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก ความเร็ว 250 กิโลเมตร/ชม. สามารถวิ่งเชื่อมโยงทั้ง 3 สนามบิน คือ สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา โดยวิ่งให้บริการในเส้นทางร่วมกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ พญาไท-สุวรรณภูมิ และแอร์พอร์ตลิงก์ส่วนขยาย พญาไท-ดอนเมือง ซึ่งผู้โดยสารจะใช้เวลาเดินทางจาก กทม.-ระยอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งทำการศึกษาความเหมาะสมและขอรับการจัดสรรงบประมาณ

พร้อมรับทราบความก้าวหน้าการปรับปรุงกฎระเบียบและวิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นใน 3 เรื่อง คือ เร่งรัดกระบวนการร่วมทุนกับเอกชนสำหรับโครงการสำคัญใน EEC ให้แล้วเสร็จภายใน 8-10 เดือน, เรื่องของเขตปลอดอากรที่ปลอดเอกสาร เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว, การชักจูงผู้ลงทุนรายสำคัญมาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมดิจิทัล และศูนย์การแพทย์

นายคณิศ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการพัฒนาเขตเทคโนโลยีระดับโลกของไทย 2 แห่ง คือ 1. เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ระยะแรก พื้นที่ 350 ไร่ ที่วังจันทร์วัลเล่ย์ จังหวัดระยอง โดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อประกาศเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกโดยเร็ว และ 2. เขตนวัตกรรมดิจิทัลภาคตะวันออก ในพื้นที่ 800 ไร่ บริเวณอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ดำเนินการต่อไป.

 

พาณิชย์ เล็งทาบ ‘หน้ากากทุเรียน’ เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมต ‘ราชาผลไม้ไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905972


พาณิชย์ ส่งคนเจรจา เวิร์คพอยท์ ขอตัว หน้ากากทุเรียน เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมตทุเรียนในปีนี้ หลังเตรียมลุยจัดทำแคมเปญทุเรียน เพื่อกระตุ้นการบริโภค การซื้อขาย และการผลักดันนโยบายให้จันทบุรีเป็นมหานครแห่งผลไม้…

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งทีมงานไปเจรจากับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อแจ้งให้ทราบว่าในปีนี้ กระทรวงฯ จะจัดทำแคมเปญเกี่ยวกับทุเรียนในหลากหลายมิติ ทั้งการกระตุ้นการบริโภค การซื้อขาย การส่งออก และการผลักดันนโยบายที่จะทำให้จังหวัดจันทบุรีเป็น “มหานครแห่งผลไม้” จึงต้องการขอตัว “หน้ากากทุเรียน” มาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์ในการทำงานร่วมกัน

หน้ากากทุเรียน

“กระทรวงอยากได้หน้ากากทุเรียนมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพราะปีนี้อยากทำแคมเปญเกี่ยวกับทุเรียน จึงส่งคนไปคุยกับเวิร์คพอยท์ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ยังไม่ทราบว่าผลเป็นยังไง ต้องรอทางเวิร์คพอยท์ตอบกลับมาก่อน แต่เชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหา” รมช.พาณิชย์ กล่าว

https://www.instagram.com/p/BSZBud6lxpD/

รมช.พาณิชย์กล่าวอีกว่า กระทรวงยังได้ลงพื้นที่ไปหารือร่วมกับจังหวัดจันทบุรี องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หอการค้าไทย กลุ่มสหกรณ์ และตัวแทนภาคประชาชนในจังหวัดจันทบุรี โดยเห็นตรงกันว่า จังหวัดจันทบุรีมีความเหมาะสมที่จะเป็น “มหานครแห่งผลไม้ของไทย และของเอเชีย” เพราะจันทบุรีเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ที่สำคัญของประเทศกว่า 10 ชนิด เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน มะม่วง ระกำ ลองกอง ฯลฯ โดยเฉพาะทุเรียนเป็นสินค้ายอดนิยม สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัด ทั้งการขายในประเทศและส่งออก

“ผมได้มอบนโยบายไปว่า มหานครผลไม้ ให้คิกออฟเริ่มดำเนินการกันได้เลย เพราะจันทบุรีมีความพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่จากนี้ไป จะต้องมาช่วยกันจัดวางระบบ จัดรูปแบบการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น โดยกระทรวงได้ขอให้จังหวัดไปหารือกัน เพื่อจัดทำแผนมาว่าอยากจะให้กระทรวงช่วยเหลือหรือสนับสนุนอะไร” นายสนธิรัตน์ กล่าว

สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรให้จำหน่ายทุเรียนในปีนี้ นอกจากการส่งเสริมการจำหน่ายตามช่องทางปกติที่มีอยู่ ทั้งการขายในประเทศ การผลักดันการส่งออก ยังได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดทำเว็บไซต์ขายทุเรียนโดยเฉพาะ เพื่อให้คนหาซื้อกันได้ง่ายขึ้น และได้สินค้าคุณภาพดี นอกจากนี้ ยังจะพัฒนาตลาดกลางผลไม้ที่มีอยู่แล้วให้มีมาตรฐานสูงขึ้น รองรับการซื้อขายผ่านออนไลน์ และการซื้อจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และคนในท้องถิ่น

สำหรับ “หน้ากากทุเรียน” โด่งดังเป็นกระแสจากรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง เป็นรายการประกวดร้องเพลงทางสถานีโทรทัศน์เวิร์กพอยท์ โดยให้นักร้องใส่หน้ากากตอนร้องเพลง แล้วให้คณะกรรมการทายว่าเป็นใคร จนมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ปรากฏว่า หน้ากากทุเรียนได้เป็นแชมป์ จนทำให้คนไทยรู้จักหน้ากากทุเรียน โดยบุคคลภายใต้หน้ากากทุเรียน คือ นายอิศรา กิจนิตย์ชีว์ หรือ “ทอม” จากวง Room39.

 

เอ็มโพเรียม จัดแคมเปญ “ONCE UPON A SUMMER” ชวนคุณมาคลายร้อนกับ “SUMMER POP-UP POOL”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 เม.ย. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905936


เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศไทย และผู้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ ทางไลฟ์สไตล์และรีเทล ตอกย้ำภาพความเป็น “Curator of Taste” หรือผู้คัดสรรที่สุดของรสนิยม ผ่านแคมเปญรับลมร้อนภายใต้คอนเซปต์ “ONCE UPON A SUMMER” เปลี่ยนพื้นที่รีเทลให้กลายเป็นสถานที่แห่งความสนุกสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังโหยหาไอเย็นท่ามกลางอุณหภูมิร้อนระอุของกรุงเทพฯ พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งใหม่ ด้วยพื้นที่ป๊อปอัพพิเศษ “Summer Pop-Up Pool” ที่ E-Space ชั้น G พบกับสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สำหรับทริปดับร้อนในเดือนที่อากาศร้อนระอุ พร้อมกิจกรรมสุดล้ำ ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด Bullet Time Photo Booth ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ช่วงเวลาแห่งความสนุกกับรูปถ่าย 3 มิติ ในมุม 180 องศา ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร และสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย ที่ “Summer Pop-Up Pool” ตั้งแต่วันที่ 6 – 26 เมษายน นี้ 

“ONCE UPON A SUMMER…” เป็นแคมเปญพิเศษสำหรับเติมเต็มทุกช่วงเวลาของลูกค้าเอ็มโพเรียมให้เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจเพื่อการออกเดินทางหนีร้อนในสไตล์ที่เป็นตัวเอง โดยเปลี่ยนพื้นที่ E-Space ชั้น G ให้กลายเป็นสระว่ายน้ำสุดเก๋ พร้อมด้วยสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มาจะจุดประกายไอเดีย และเติมไฟให้เหล่านักช้อปพร้อมเต็มที่สำหรับทริปดับร้อนในช่วงซัมเมอร์นี้ เติมความสนุก ด้วยชุดว่ายน้ำ เสื้อคลุม และแอคเซสเซอรี่สุดเก๋ที่ให้คุณสวยสดสำหรับปาร์ตี้ริมสระ ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสปอร์ต สาวเท่รักสนุก หรือสาวแกลม รวมไปถึงเหล่า gadget และสิ่งละอันพันละน้อยจะทำให้ทริปหนีร้อนของคุณสนุกและเก๋ไก๋เพิ่มไปอีกเป็นทวีคูณ

SUMMER POP-UP POOL E-Space, GF

หนีไอร้อนระอุมาลงสระสีสันสดใสในชุดว่ายน้ำตัวใหม่ และไอเท็มเด็ดที่ให้คุณเก็บทุกช็อตร้อนเดือดไม่แพ้อุณหภูมิซัมเมอร์ พบกับไอเท็มเด็ดสำหรับทุกปาร์ตี้ริมสระที่จะเปลี่ยนให้ทริปเดินทางคลายร้อนของคุณเต็มไปด้วยสีสันซาบซ่า ที่สดใสไม่แพ้ใครไม่ว่าคุณจะเป็นสาวโมเดิร์นสุดเฉี่ยว สาวหรูเย้ายวน สาวโบฮีเมียนแสนเก๋ หรือสาวสปอร์ตสุดเท่

MODERN CHIC
สาวสมัยใหม่รักสนุก ผู้สวยเก๋เสมอในชุดที่มีเส้นสายเรียบง่ายและลวดลายกราฟิกสดใส
SEXY GLAMOROUS
สาวเจ้าเสน่ห์ผู้เซ็กซี่เย้ายวนเกินใครบนผ้าพิมพ์ลายหนังสัตว์ สีสันเมทิลิกมันวาว และงานปักเลื่อมประกายระยิบระยับ ที่จะให้เธอเป็นดาวเด่นริมสระว่ายน้ำ
BOHO/ GYPSY
สาวยิปซีที่โดดเด่นในทุกซีนกับชุดแม็กซี่เดรสสไตล์ยุค ’70s ลวดลายดอกไม้เหมือนวอลเปเปอร์ หรืองานถักแบบชุดคอสตูมเม็กซิกัน
STYLISH SPORTY
สาวเท่ห์ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าชุดว่ายน้ำดีเทลเก๋ๆ ที่สามารถทำให้เธอรู้สึกทะมัดทะแมง และดูไม่ธรรมดาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

พบกับ: Fashion: Achro, C/MEO, Calvin Klein, Jonathan Simkhai, Kate Spade, L’Space, Lorna Jane, Margaux Lonnberg, MSGM, Nike, Ravens Heaven, Ray The Label, SPRC, Superinc, Swimware, United Nude, Zazie Shop, Zika Beachware Beauty: Benefit, Marvis, Philip B., Phyto Plague, Trilogy Lifestyle: Studio Sweet & Sour, Ban.Do, Chapter One, and many more

BULLET TIME PHOTO BOOTH
ดำดิ่งสู่ช่วงเวลาแห่งความสนุก ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดกับรูปถ่าย 3 มิติ ในมุม 180 องศา ให้คุณได้โพสท่วงท่าลีลาว่ายน้ำสุดเก๋กับแก๊งเพื่อน พร้อมรับสิทธิลุ้นแพ็กเกจพักผ่อนที่ศรีพันวา ภูเก็ต เพียงช็อปครบทุก 2,000 บาทที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และกด Follow Facebook & Instagram @EmporiumDepartmentStore วันนี้ – 26 เมษายนนี้ (ทุกวันพฤหัส-อาทิตย์ เวลา 12.00-20.00 น.) ที่ Summer Pop-Up Pool, GF เท่านั้น

POP-UP BAR BY PERRIER
รับฟรี ร่วมสัมผัสรสชาติใหม่ จากน้ำดื่มสุดหรู Perrier เป็นครั้งแรกที่ Summer Pop-up Pool เพียงกด Follow Facebook & Instagram @EmporiumDepartmentStore & @PerrierThailand และพิเศษเฉพาะวันเสาร์ เอ็นจอยไปกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษคลายร้อนริมสระโดยมิกโซโลจิสต์ชื่อดัง วันนี้ – 26 เมษายนนี้ ที่ Summer Pop-Up Pool, GF เท่านั้น

SUMMER OFFERS
SHARE & GET LUCKY!
ร่วมสนุกลุ้นชิงรางวัลแพ็กเกจพักผ่อนที่ศรีพันวา ภูเก็ต 2 รางวัล มูลค่ารวม 543,000 บาท เพียงช็อปครบทุก 2,000 บาทที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และร่วมกิจกรรมถ่ายภาพสุดเก๋ที่ Bullet Time Photo Booth

• แชร์ภาพโพสเก๋ของคุณทางเฟซบุ๊ก
• กด Follow Facebook & Instagram @SriPanwa
• ใส่แฮชแท็ก #EMPxSriPanwa #EMPLifeMoment #PopUpPool
• แท็กเพื่อนของคุณ และ @EmporiumDepartmentStore

*ประกาศผลรางวัลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ที่ Emporium Department Store Facebook Official เท่านั้น
*รายละเอียดของรางวัล 1) Sri panwa: Four Bedroom Ocean View Residence Villa 3 วัน 2 คืน พร้อมอาหารเช้า สำหรับ 8 ท่าน มูลค่า 446,000 บาท (ใช้ได้ 21 เมษายน – 31 ตุลาคม 2560 ยกเว้นช่วง blackout) 2) Sri panwa: Ocean View Penthouse 3 วัน 2 คืน พร้อมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 88,000 บาท (ใช้ได้ 21 เมษายน – 31 ตุลาคม 2560 ยกเว้นช่วง blackout)

พบกับกิจกรรมและข้อเสนอพิเศษรับซัมเมอร์นี้ อาทิ

• แผนก Lingerie Salon (ชั้น BF) ชุดว่ายน้ำจากเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 20%* และ Selected Items
ลดสูงสุด 60%* เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ

• แผนก Beauty Hall (ชั้น M) สินค้าเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 15%* / Gift Set และข้อเสนอพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Shiseido, Estee Lauder, Clinique, and Sulwhasoo

• แผนก Fashion Departments (ชั้น G/ 1 และ 2) พบกับสินค้าแฟชั่น New Arrival ลดสูงสุดถึง 20%* (วันที่ 7-9, 13-14-15-16, 21-23 เมษายน เท่านั้น) และ Selected Items ลดสูงสุด 50%* (วันนี้ – 26 เมษายน เท่านั้น)

• แผนก Living (ชั้น 4) สินค้าเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 20-25%* และ Selected Items ลดสูงสุด 70%

• Salute Summer สมาชิก M Card ที่จับจ่ายในห้างฯ ทุก 2,000 บาท ลุ้นล่องบอลลูนในเทศกาลบอลลูนนานาชาติ Bristol International Balloon Fiesta ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมแพ็กเกจทัวร์ประเทศอังกฤษ 6 วัน 4 คืน 8 รางวัล รวมมูลค่า 1.2 ล้านบาท ลูกค้าบัตรเครดิต Citi M Visa และบัตรเครดิต Citi รับคูปองชิงโชคเพิ่มเป็น 2 เท่า / ลูกค้าที่ช็อปปิ้งในห้างฯ ตั้งแต่ 1,500 – 15,000 บาท หรือใช้คะแนน M Point แลกรับ รับทันทีคูปองส่วนลด 10 – 50 % / สำหรับ M Card Top Spenders ที่สะสมยอดซื้อผ่านบัตรเครดิต Citi M Visa หรือบัตรเครดิต Citi สูงสุดตลอดแคมเปญ 5 ท่าน รับไมล์สะสมจากการบินไทย 100,000 ไมล์ เลือกเส้นทางบินได้ทั่วโลก รวม 500,000 ไมล์ /พิเศษ สำหรับสมาชิก M Card ที่สะสมยอดซื้อผ่านบัตรเครดิต Citi M Visa หรือบัตรเครดิต Citi ครบ 70,000 บาทขึ้นไป 100 ท่านแรก รับทันที ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-ฮ่องกง สายการบินไทยพร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมายจาก บัตรเครดิตชั้นนำของเมืองไทย (เฉพาะวันที่ 9 มีนาคม – 16 เมษายนเท่านั้น)

• Credit Cards รับเงินคืน/ลดเพิ่ม/บัตรของขวัญ รวมสูงสุด 18%* จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ / ช็อปก่อนจ่ายทีหลังกับโปรแกรมผ่อน 0% นานถึง 6 เดือน จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ
หมายเหตุ* เฉพาะบัตรเครดิตและแบรนด์ที่ร่วมรายการ /โปรดตรวจสอบถามเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย


http://www.thairath.co.th/clip/116190

กองสลากฯ จัดงานวันสถาปนา 78 ปี เผยยอดจอง-ซื้อลอตเตอรี่ ช่วงสงกรานต์หด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 12:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905677


กองสลากฯ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา 78 ปี มอบเงินให้ 100 องค์กร เผยยอดสั่งซื้อและจองสลากฯ ช่วงสงกรานต์ลดลง งวด 16 เม.ย.นี้ พิมพ์เพียง 58 ล้านฉบับคู่ แต่ยังคงเพดานไว้ที่ 71 ล้านฉบับคู่ เล็งปรับโฉมลอตเตอรี่ แก้ปลอมแปลง…

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา 78 ปี โดยใช้เงินกองทุนสำนักงานสลากเพื่อพัฒนาสังคม มอบเงินให้ 100 องค์กร เพื่อเป็นการช่วยเหลือและพัฒนาสังคม

ขณะที่พลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยอมรับว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือน เม.ย. มียอดสั่งซื้อและสั่งจองสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลง 120,000 เล่มคู่ โดยยอดสั่งจองลดลง 1 แสนเล่มคู่ และยอดสั่งซื้อลดลง 20,000 เล่มคู่ ส่งผลให้การพิมพ์สลากฯ ในงวดวันที่ 16 เม.ย. 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 58 ล้านฉบับคู่ สูงกว่าช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมาที่ 56 ล้านฉบับคู่ โดยที่สำนักงานสลากฯ ไม่ได้ปรับลดเพดานการพิมพ์สลากฯ ลงจาก 71 ล้านฉบับคู่ แต่เป็นการพิมพ์ตามความต้องการของประชาชน เนื่องจากผู้ค้าสลากฯ คาดการณ์ว่าช่วงสงกรานต์จะลดการซื้อสลากฯ ลง ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ปกติทุกปี เมื่อเทียบกับความต้องการสลากฯ ในช่วงอื่นยังมีความต้องการสูง

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาสลากฯ ปลอมระบาด ได้เตรียมนำเทคโนโลยีปรับโฉมสลากฯ ใหม่ โดยจะพิมพ์รหัสคิวอาร์โค้ดลงไปในสลากฯ ทุกฉบับ เพื่อให้ผู้ซื้อตรวจสอบได้เอง นอกจากนี้จะทำลายน้ำให้เห็นชัดเจน โดยไม่ต้องยกส่องกับแสง รวมทั้งเปลี่ยนเนื้อกระดาษและสีที่มีคุณภาพดีขึ้น.

 

ทองไทยเปิดตลาด ปรับลด 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 09:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905487


ทองไทยเปิดตลาด ปรับลด 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 ขายบาทละ 20,500 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 ขายบาทละ 21,000…

เวลา 09.22 น. วันที่ 5 เม.ย. สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 ปรับลด 50 บาท โดยราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 ขายออกบาทละ 20,500 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 ขายออกบาทละ 21,000 บาท

 

หวั่นข้าวหอมราคาร่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 เม.ย. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905302


นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า หลังการประชุมคณะกรรมการข้าวครบวงจรพิจารณาแผนการผลิตข้าวครบวงจรปี 2560/61 ที่จะเริ่มเพาะปลูกในเดือน เม.ย.นี้ โดยกำหนดแผนการผลิตไว้ทั้งปีประมาณ 29.49 ล้านตันข้าวเปลือก ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้จำหน่ายหรือทำตลาด กำหนดความต้องการบริโภคและการส่งออกไว้ที่ประมาณ 26.42 ล้านตันข้าวเปลือก ทำให้กรมการข้าวมีความกังวลเกี่ยวกับราคาข้าวหอมมะลิช่วงปลายปี 2560 จะลดต่ำลงเหมือนปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เนื่องจากในขณะนั้นข้าวหอมมะลิจะมีผลผลิตออกมามากกว่าแผนที่กำหนดไว้ 3.07 ล้านตันข้าวเปลือก

“แผนการผลิตข้าวครบวงจรปี 2560/61 แบ่งชนิดของข้าวตามความต้องการและผลผลิตได้ดังนี้ คือ 1.ข้าวหอมมะลิ ผลิตได้ 8.06 ล้านตันข้าวเปลือก จากความต้องการ 4.99 ล้านตันข้าวเปลือก 2.ข้าวหอมจังหวัด ผลิตปริมาณเท่ากับความต้องการ 1.39 ล้านตันข้าวเปลือก 3.ข้าวหอมปทุม ผลิตปริมาณเท่ากับความต้องการ 1 ล้านตันข้าวเปลือก 4.ข้าวเจ้า ผลิตปริมาณเท่ากับความต้องการ 12.20 ล้านตันข้าวเปลือก 5.ข้าวเหนียว ผลิตปริมาณเท่ากับความต้องการ 6.72 ล้านตันข้าวเปลือก และ 6.ข้าวสีและข้าวอินทรีย์ ผลิตปริมาณเท่ากับความต้องการ 0.12 ล้านตันข้าวเปลือก ยอมรับว่ากังวลกับราคาข้าวในช่วงปลายปีนี้ แต่พาณิชย์จะให้กระทรวงเกษตรฯ ลดปริมาณการผลิตข้าวหอมมะลิลง เป็นไปไม่ได้ เพราะแต่ละปีผลิตได้ 8 ล้านตันข้าวเปลือก”.

 

หุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้น ได้แรงหนุนจากโบอิ้ง-แคเทอร์พิลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905361


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร จากการเพิ่มขึ้นของหุ้นบริษัท แคเทอร์พิลลาร์ และโบอิ้ง ขณะที่มีแรงหน่วงจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 4 เม.ย. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 39.03 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 20689.24 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.32 จุด หรือ 0.06% ปิดที่ 2360.16 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 3.93 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 5898.61 จุด

เมื่อวันอังคาร นักลงทุนชะลอการซื้อขายเนื่องจากความกังวลว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะน้อยกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ เนื่องจากยอดขายรถยนต์สหรัฐฯ ประจำเดือนมี.ค. ที่อ่อนแอ และข้อมูลที่น่าผิดหวังอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ตลาดมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นบริษัทอุตสาหกรรมเหมือง ‘แคเทอร์พิลลาร์’ ที่ปรับตัวขึ้น 2.1% หลังธนาคาร โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า บริษัทนี้อยู่ในสถานีที่ดีที่จะเติบโตในตลาดการก่อสร้างและเหมือง ส่วนบริษัท โบอิ้ง หุ้นขึ้นหลังประกาศว่า สายการิบน อาเซมัน แอร์ไลน์ ของอิหร่าน ตกลงจะซื้อเครื่องบิน 737 แม็กซ์ จำนวน 30 ลำ ในราคา 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ไฟเขียวผุดโรงไฟฟ้าบางปะกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 เม.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905300


พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง เพื่อทดแทนเครื่องที่ 1 และ 2 ขนาด 1,050 เมกะวัตต์ ที่หมดอายุและถูกปลดออกจากระบบไฟฟ้าไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 โดยโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะก่อสร้างครั้งนี้ จะมีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 3,300 เมกะวัตต์ วงเงินลงทุน 33,942 ล้านบาท แยกเป็นวงเงินการสร้างโรงไฟฟ้า 33,158 ล้านบาท และการทำระบบสายส่งไฟฟ้า 784 ล้านบาท โดยผูกพันงบประมาณตั้งแต่ปี 2559-2562 โดยการประชุม ครม.ครั้งนี้ ได้อนุมัติการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนประจำปี 2559 รวม 3,066 ล้านบาท ส่วนปี 2560 จะใช้เงินดำเนินโครงการ 10,988 ล้านบาท ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว ขอให้ กฟผ.ใช้เงินรายได้ของตัวเองดำเนินการไปก่อน

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกงดังกล่าว จะตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดอายุการใช้งาน 25 ปี คาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เดือน เม.ย.2562.

 

พร้อมรับมือคำสั่ง “ทรัมป์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 เม.ย. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905296


“สมคิด”แจงครม.สหรัฐฯจ่อตรวจ 3 ประเด็น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (4 เม.ย.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ ครม. ทราบถึงความคืบหน้ากรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีการลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อดำเนินการตรวจสอบการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯกับ 16 ประเทศ ว่า ในกรณีนี้ รมว.พาณิชย์ ได้หารือกับหน่วยงานของสหรัฐฯแล้ว ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงว่าเป็นแนวคิดของทีมงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยในแม้ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุ ชื่อของไทยอย่างเป็นทางการ แต่ทางการของเราก็ต้องเตรียมการเพื่อรับมือกรณีหากสหรัฐฯส่งคนเข้ามาตรวจสอบ

ทั้งนี้ หากจะเข้ามาตรวจสอบคาดว่าทางสหรัฐฯ จะให้ความสนใจใน 3 ประเด็น คือ 1.การมีกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ที่คุ้มครองไม่ให้เกิดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 2.การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หากมีการซื้อจากรัสเซีย หรือจีนมากก็อาจจะถูกเพ่งเล็ง และ 3.การแทรกแซงค่าเงินบาทของทางการไทย

โดยในประเด็นแรก และประเด็นที่ 3 อาจไม่ต้องมีการเตรียมมากเพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการติดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างใกล้ชิด และเมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ในการออกคำสั่งเร่งรัดการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับร่นระยะเวลาออกสิทธิบัตรให้เร็วขึ้น ได้เหลือข้อสงวนไว้เฉพาะส่วนของยาเท่านั้น เนื่องจากเป็นส่วนสิทธิบัตรที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน ดังนั้น หากจะ มีการตรวจสอบจากสหรัฐฯ ประเด็นที่ไทยจะต้องระมัดระวัง คือ เรื่องของการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนและรัสเซีย และไม่ซื้อจากทางสหรัฐฯ.

 

คนกรุงใช้จ่าย 2.3 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 เม.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905290


สำรองเงินสด 1.49 แสนล้านรับสงกรานต์

แบงก์พาณิชย์ 7 แห่งแห่สำรองเงินสดรับเทศกาลสงกรานต์ 1.49 แสนล้านบาท มั่นใจมีเงินเบิกจ่ายสบายมือแม้วันหยุดยาว ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์คนกรุงใช้จ่ายช่วงสงกรานต์สะพัด 2.3 หมื่นล้านบาท ไม่คึกคักเท่าที่ควรเหตุคนกรุงยังกังวลเรื่องค่าครองชีพ

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 60 คนกรุงเทพฯ มีการจับจ่ายใช้สอยคิดเป็นเม็ดเงิน 23,000 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว เป็นผลจากคนกรุงยังคงกังวลเรื่องค่าครองชีพ นอกจากนี้ ความไม่สะดวกในการเดินทาง สภาพอากาศที่ร้อนและไม่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐเช่นเดียวกับปีก่อน จึงทำให้บรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจไม่คึกคักมากนัก ทั้งนี้ เม็ดเงินดังกล่าวแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่ม) 8,800 ล้านบาท ค่าที่พัก/เดินทาง 5,800 ล้านบาท ช็อปปิ้ง 4,400 ล้านบาท ทำบุญไหว้พระ 2,000 ล้านบาท และกิจกรรมอื่นๆ 2,000 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจที่ตอบโจทย์แนวทางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ยังมีโอกาสทำตลาดหรือเพิ่มยอดขายได้ในช่วงสงกรานต์นี้ อาทิ ค้าปลีกออนไลน์ บันเทิงออนไลน์ บริการจัดส่งอาหาร นอกเหนือจากธุรกิจเดิมที่ได้อานิสงส์ในช่วงสงกรานต์อยู่แล้ว เช่น ร้านอาหารทั่วไป ค้าปลีก ปั๊มน้ำมัน แก๊ส ธุรกิจ ท่องเที่ยวฯลฯ

นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงกลางเดือน เม.ย. 2560 เป็นช่วงที่มีเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งความต้องการใช้ธนบัตรของประชาชนอยู่ในเกณฑ์สูงกว่าปกตินั้น ธปท.ประมาณการว่าธนาคารพาณิชย์จะมีการเบิกจ่ายธนบัตรจาก ธปท. ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เป็นมูลค่าสุทธิ 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.0% ทั้งนี้ ธปท.ได้เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการไว้อย่างเพียงพอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่ง ได้สำรองเงินสดสำหรับการเบิกใช้จ่ายช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10-16 เม.ย.60ผ่านช่องทางสาขาและตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศกว่า 149,490 ล้านบาท โดยธนาคารบางแห่งได้มีการสำรองเงินสดเพิ่มขึ้น 11% โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่บางธนาคารสำรองเงินสดเท่าเดิมเพราะประเมินว่าการใช้เงินสดไม่ได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากระยะหลังคนไทยเริ่มลดใช้เงินสดและหันมาทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ต หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆแทน

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพได้สำรองเงินสดช่วงวันหยุดสงกรานต์ 36,000 ล้านบาท ผ่านเอทีเอ็มที่มีกว่า 9,500 จุดทั่วประเทศ และยังสามารถใช้บริการผ่านสาขาไมโครภายในห้างสรรพสินค้ากว่า 330 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการปกติในช่วงดังกล่าว นอกจากนี้ ธนาคารยังเตรียมความพร้อมสำหรับการเพิ่มความถี่ในการเติมเงินไปยังเครื่องเอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในจุดท่องเที่ยวทั่วประเทศเป็นกรณีพิเศษ จึงมั่นใจได้ว่าจะเบิกถอนเงินสดมาใช้จ่ายช่วงเทศกาลได้อย่างสบายใจ ด้านธนาคารไทยพาณิชย์สำรองเงินสดสำหรับ 1,169 สาขาและเครื่องเอทีเอ็มทั่วประเทศ 9,724 เครื่อง ในช่วงวันหยุดยาว 36,000 ล้านบาท เท่ากับปีที่แล้วเนื่องจากคาดปริมาณความต้องการใช้เงินสดของลูกค้าอยู่ในระดับเดิม ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยเตรียมสำรองเงินสดทั้งสิ้น 32,200 ล้านบาท ส่วนธนาคารกรุงไทยสำรองเงินสด 26,690 ล้านบาท ผ่านสาขาทั่วประเทศ 1,200 สาขา จำนวน 5,231.80 ล้านบาท และเครื่องเอทีเอ็ม 8,786 เครื่อง 21,458.20 ล้านบาท

สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำรองเงินสดสำหรับสาขาและเครื่องกรุงศรีเอทีเอ็มรวม 9,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปี 59 ขณะที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทยสำรองเงินสด 500 ล้านบาท ธนาคาร ทหารไทยสำรองเงินทั้งสิ้น 8,500 ล้านบาท แบ่งเป็นที่สาขาทั่วประเทศ 4,000 ล้านบาท และเอทีเอ็ม 4,500 ล้านบาท.