สรรพากร เผย ผู้หลีกเลี่ยง-ฉ้อโกงภาษี 10 ล.ขึ้นไป ผิดร้ายแรงฐานฟอกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 17:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904985


กรมสรรพากร ย้ำอีกรอบ ผู้หลีกเลี่ยง-ฉ้อโกงภาษี 10 ล้านขึ้นไป ถือเป็นการกระทำผิดร้ายแรงฐานฟอกเงิน เผยไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกความร่วมมือเพื่อต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิก ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด

จากกรณีที่รัฐบาลได้มีมาตรการลงโทษผู้หลีกเลี่ยงการเสียภาษีและฉ้อโกงภาษีตามข้อเสนอของ Financial Action Task Force หรือ แฟต เอฟ (FATF) โดยมีการแก้ไขพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2560 กำหนดให้ผู้หลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษีหรือขอคืนภาษีโดยความเท็จ เป็นการกระทำความผิดร้ายแรง และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.60 นั้น

นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร รักษาการในตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นสมาชิกในกลุ่มความร่วมมือเพื่อต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิก จึงต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำของ แฟต เอฟ ในการกำหนดให้อาชญากรรมเกี่ยวกับภาษีอากรที่มีลักษณะร้ายแรงเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 37 มาตรา 37 ทวิ และมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร หลีกเลี่ยงภาษีอากร ฉ้อโกงภาษีอากร เป็นจำนวนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือขอคืนภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นทำนองเดียวกัน ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป กระทำในลักษณะกระบวนการ หรือ เป็นเครือข่าย

โดยสร้างธุรกรรมอันเป็นเท็จหรือปกปิดรายได้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษี และพฤติกรรมปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อมิให้ติดตามทรัพย์สิน ให้ถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งกรมสรรพากรจะส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

 

ปิดตลาดบ่าย หุ้นไทยยังสดใสปรับขึ้น 2.96 ดัชนีแตะ 1,583 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 17:47

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904931


หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.96 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,583.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,273.47 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 4 เม.ย. 60 พบว่า หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.96 จุด เปลี่ยนแปลง 0.19% ดัชนีอยู่ที่ 1,583.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,273.47 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,586.04 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,579.07 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

 

มหากาพย์แท็กซี่ไทย! ขนส่งฯ ลงดาบสูงสุดทุกการร้องเรียน วอน ปชช.มั่นใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 15:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904737


มหากาพย์แท็กซี่ไทย กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทุกประเด็นการร้องเรียน หวั่นเป็นภัยต่อสังคม กระทบชื่อเสียงประเทศ โทษหนักถึงขั้นพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ และผู้ประกอบการต้องมีส่วนรับผิดชอบทุกกรณี

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 60 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรณีปัญหาการให้บริการรถแท็กซี่ ทั้งที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามายังกรมการขนส่งทางบกโดยตรง หรือการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการลงพื้นที่กวดขันตรวจสอบพฤติกรรมการให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดจริงจังทุกกรณี โดยเฉพาะความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พิจารณาลงโทษพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที เช่น กรณีรถแท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน มช 3666 กรุงเทพมหานคร มีนายรุ่งนคร ดลกุล เป็นผู้ขับรถ มีพฤติกรรมปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกิริยาไม่สุภาพ ข่มขู่คุกคามผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถทันที 1 เดือน พร้อมเปรียบเทียบปรับในฐานความผิดปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร สูงสุด 1,000 บาท และแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพอีกเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท พร้อมส่งตัวเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบและจิตสำนึกในการขับรถที่ดี

นอกจากนี้ ยังบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ เพื่อตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมต่อไป ทั้งนี้ ได้ประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ให้พิจารณาควบคุมกำกับดูแลพฤติกรรมของแท็กซี่ที่เป็นสมาชิกอย่างเข้มงวดต่อไป และหากผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาความผิดตามข่าว ก็จะสามารถเอาผิดตามกฎหมายอื่นทั้งทางแพ่งและอาญาได้

ส่วนกรณี คนขับรถแท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน ทย 872 กรุงเทพมหานคร พยายามกระทำอนาจารต่อหญิงสาวชาวเมียนมา และพบประวัติมีหมายจับของศาลจังหวัดระยอง เมื่อปี 2558 ข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปีนั้น ตรวจสอบแล้วพบว่าศาลได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 19 พ.ย.58 ซึ่งเป็นการออกหมายจับหลังจากที่นายคมสรรณ์ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้ว กรมการขนส่งทางบกจึงได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของนายคมสรรณ์ทันที พร้อมลงโทษ บริษัท ทู-มิเตอร์ ทรานสปอร์ต จำกัด เจ้าของรถ มาลงโทษ ฐานไม่จัดส่งประวัติผู้ขับรถ ปรับในอัตราขั้นสูงสุดพร้อมระงับการขอเพิ่มรถ

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ขับรถมาดำเนินคดีอาญา ซึ่งได้เบาะแสพยานหลักฐานทั้งตัวรถและภาพจากกล้องวงจรปิดชัดเจน โดยกรมการขนส่งทางบกพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน และจะติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้เร่งติดตามผลคดีกรณีคนขับรถแท็กซี่ขโมยเงินวิศวกรชาวอังกฤษ 500 ยูโร ขณะเรียกใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิให้ไปส่งพัทยา ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ม.ค.58 โดยนายพอล คริสโตเฟอร์ ชาปเลท ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายโยธิน สุวรรณวิจิตร ผู้ขับรถแท็กซี่ ที่สถานีตำรวจสุวรรณภูมิ ข้อหาขโมยเงินจำนวนเงิน 14,000 บาท ขณะที่นายพอลรอขึ้นรถแท็กซี่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อไปพัทยา

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูล ไม่พบว่านายโยธินมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน กรมการขนส่งทางบกจึงบันทึกประวัตินายโยธินเป็นบุคคลซึ่งห้ามทำใบขับขี่รถสาธารณะต่อไป พร้อมประสานพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาลงโทษผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถขั้นสูงสุดต่อไป

นายสนิท กล่าวอีกว่า กรมการขนส่งทางบกมีขั้นตอนในการคัดกรองผู้ขับรถสาธารณะอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้โดยสาร ซึ่งจะสามารถติดตามรถ ติดตามตัวคนขับรถมาดำเนินการทางกฎหมายได้ทุกคน ได้ทุกคัน ที่กระทำความผิดทุกกรณี เนื่องจากมีประวัติฐานข้อมูลที่กรมการขนส่งทางบกทุกประเภททุกคัน และผู้ขับรถได้รับการคัดกรองผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังมีมาตรการขั้นเด็ดขาดลงโทษผู้กระทำความผิดขั้นสูงสุดทุกกรณี มีมาตรการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมาบังคับใช้สำหรับผู้ขับรถที่กระทำความผิดซ้ำซาก รวมถึงกรณีความผิดร้ายแรงและเข้าข่ายเป็นภัยสังคมหรือลามกอนาจาร มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ พร้อมเข้มงวดกับผู้ประกอบการและเจ้าของรถ หากละเลยไม่กำกับดูแลคนขับรถ จะถูกจำกัดสิทธิในการขอจดทะเบียนเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่ และในคดีที่ก่อเหตุร้ายแรงจะถูกเพิกถอนทะเบียนรถ ซึ่งผู้ประกอบการและเจ้าของรถต้องพร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการในการตรวจสอบเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนายกระดับมาตรฐานรถแท็กซี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจความปลอดภัยในหลายโครงการอีกด้วย เช่น โครงการ TAXI OK / TAXI VIP โดยโครงการ TAXI-OK เป็นการยกระดับการให้บริการแท็กซี่ในปัจจุบัน โดยการติดตั้ง GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ กล้อง CCTV มีปุ่มฉุกเฉิน (ส่งข้อมูล Online มาที่ศูนย์ GPS ทันที) มีระบบแจ้งเตือนการใช้ความเร็ว รวมถึงจัดทำระบบเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงการให้บริการ เพิ่มความสะดวก ป้องกันปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร การไม่เปิดมิเตอร์ ติดตามพฤติกรรมตลอดการให้บริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ส่วนโครงการ TAXI VIP หรือรถแท็กซี่ชนิดพิเศษ เป็นการเพิ่มทางเลือกในการให้บริการของประชาชน โดยใช้รถที่มีมาตรฐานขนาดตัวรถและสมรรถนะที่สูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เพิ่มอุปกรณ์ส่วนควบสำหรับให้บริการที่มีความสะดวกมากขึ้น เพิ่มเติมจากข้อกำหนดการติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ส่วนควบตามโครงการ TAXI OK อีกทั้งผู้ประกอบการต้องเป็นนิติบุคคล มีความพร้อมทางธุรกิจมีแผนการประกอบการแบบมืออาชีพ ซึ่งร่างกฎกระทรวงทั้งสองฉบับได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 23 ส.ค.59

ปัจจุบันอยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดการสร้างความเข้าใจ การมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ตามโครงการดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 21 เม.ย.60 นี้

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร้องเรียนการให้บริการที่ไม่พึงประสงค์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียนที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ทางสายด่วน 1584 ทางเว็บไซต์ กรมการขนสางทางบก Application ชื่อ ร้องเรียนรถสาธารณะ หรือ dlt check-in, FACEBOOK ชื่อ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 หรือ LINE ID ชื่อ 1584dlt

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ (GCC1111) ผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรี ทางจดหมาย/หนังสือร้องเรียน ส่งมายังกรมการขนส่งทางบก หรือร้องเรียนด้วยตนเอง ได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน กองตรวจการขนส่งทางบก อาคาร 3 ชั้น 4.

 

รฟม.ยกระดับความปลอดภัย คุมเข้มทุกสถานี-ขบวนรถไฟฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 15:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904687


รฟม. ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย คุมเข้มภายในสถานีและขบวนรถไฟฟ้าทั้ง สายเฉลิมรัชมงคล และสายฉลองรัชธรรม สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 60 นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากเหตุระเบิดที่บริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ทำให้ รฟม. ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร จึงได้สั่งการให้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล และสายฉลองรัชธรรม และหน่วยงานด้านความปลอดภัยของ รฟม. ดำเนินการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยทันที

โดยเพิ่มระดับความเข้มงวดของมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งภายในสถานีรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า และบริเวณรอบพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า รวมถึงศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง ดังนี้ 1. จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 2. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสาร 3. ตรวจบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า MRT และภายในสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เพื่อป้องกันเหตุโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่

4. จัดกำลังหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD.) และสุนัข K-9 ตรวจตราและเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง 5. เตรียมกำลังหน่วยกู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ในที่ตั้งตลอด 24 ชั่วโมง 6. เสริมกำลังเจ้าหน้าคุมเข้มภายในขบวนรถไฟฟ้า

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT โปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และหากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ สิ่งของต้องสงสัย หรือ บุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในบริเวณนั้นทันที

 

ไทยพาณิชย์ ปรับทัพครั้งใหญ่ปูทางธนาคารน่าชื่นชมที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 14:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904696


ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่งตั้งและปรับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูง 7 คนรวด หวังสร้างความได้เปรียบให้บริการลูกค้า และปูทางสู่จุดหมายการเป็นธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด…

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่งตั้งและปรับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูง 7 คน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการให้บริการลูกค้า เพราะผู้บริหารทั้ง 7 คนนี้มีความเชี่ยวชาญชำนาญในสายงาน และสร้างผลสำเร็จในสิ่งที่ได้รับมอบหมายอย่างดีเยี่ยม และรู้จักความต้องการของลูกค้าอย่างดี การสลับหมุนเวียนหน้าที่ความรับผิดชอบในครั้งนี้ จะเป็นการผสานกำลังทำให้เกิดการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มได้ดีขึ้น และนำประสบการณ์ที่สร้างความเจริญในส่วนงานที่รับผิดชอบเดิมมาแนะนำสร้างมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้การบริการตรงตามความต้องการลูกค้า ซึ่งจะสนับสนุนให้มีการเพิ่มปริมาณการใช้บริการทางการเงินและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของลูกค้ามากขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูงนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ SCB Transformation ที่เป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรในยุค New Normal ซึ่งทุกคนคงตระหนักดีว่าจากนี้ ไปความสำเร็จอาจจะไม่ได้มาจากวิธีการเดิมๆ อีกต่อไป

ธนาคารไทยพาณิชย์ ก่อตั้งมากว่า 110 ปี ได้ผ่านมาทั้งช่วงที่ดีๆ และช่วงเวลาที่ลำบาก ดังนั้น การปรับตัวและการสร้างความยืดหยุ่นต่อปัจจัยต่างๆ มีความจำเป็นต่อการทำธุรกิจธนาคารเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าในบางเรื่องอาจจะดีอยู่แล้ว แต่ขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ก็ต้องนำมาพัฒนาเข้าด้วยกันเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจากนี้ ไปธนาคารจะลงทุนในเทคโนโลยีในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง

นายอาทิตย์ กล่าวต่อว่า การหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูงนี้ ก็เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญแก่ลูกค้า เพราะผู้บริหารทั้ง 7 คน เติบโตมาจากสายงานที่สร้างความสำเร็จให้แก่ธนาคารมาแล้วทั้งนั้น จึงเป็นการดีที่จะได้นำประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะทางมาถ่ายทอดข้ามสายงาน เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ นอกจากนี้ การหมุนเวียนหน้าที่ความรับผิดชอบในครั้งนี้จะเป็นวัฒนธรรมองค์กรอย่างหนึ่งของธนาคาร โดยการเริ่มจากผู้บริหารระดับสูงเพื่อเป็นต้นแบบให้แก่พนักงาน และเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกคนพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง พร้อมก้าวสู่ความรับผิดชอบใหม่ที่มีความท้าทายยิ่งขึ้นในธุรกิจด้านอื่นๆ ของธนาคาร

ทั้งนี้ การหมุนเวียนจะเกิดขึ้นในทุกระดับและเป็นการสร้างความเติบโตให้แก่พนักงาน ด้วยการเปิดโอกาสให้ทำงานในหน้าที่ใหม่ ซึ่งธนาคารถือว่า การพัฒนาบุคลากร ไม่ว่าจะด้วยวิธีการเข้าหลักสูตรอบรม หรือการหมุนเวียนงานเป็นเรื่องที่จำเป็นเพราะเป็นสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร ถึงแม้การลงทุนในเทคโนโลยีจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่พนักงานทุกคนเป็นแรงขับเคลื่อนให้องค์กรก้าวไปสู่ความสำเร็จบนเส้นทางของการเป็นธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด.

 

บัซซี่บีส์ พัฒนา ‘WHATSALE’ แอปเดียว ครบทุกโปรฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 14:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904457


บัซซี่บีส์ พัฒนาแอปพลิเคชัน WHATSALE ภายใต้แนวคิด แอปเดียว ครบทุกโปร เดินหน้าก้าวสู่ผู้นำตลาดแพลตฟอร์ม CRM Privilege บนแอปพลิเคชัน ปัจจุบันมีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนมากกว่า 30 ล้านคน และตั้งเป้าพัฒนาระบบ Eco System ให้รองรับตลาดยุคดิจิทัลให้มากขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ AEC

นางสาวณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เผยว่า ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน WHATSALE เพิ่มเติมภายใต้แนวคิด แอปเดียว ครบทุกโปร ซึ่งนับเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งของการต่อยอดระบบ Eco System ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการรองรับตลาดผู้ค้าปลีกบนช่องทางออนไลน์ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นสูงในทุกๆ ปี

โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของแอปพลิเคชัน WHATSALE เป็นแอปที่รวบรวมดีลส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆ ของสินค้าหลากหลายแบรนด์ นอกจากนี้แอปยังได้พัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติมเพื่อเอาใจนักช็อปอย่าง แบรนด์โปรด เป็นการเลือกติดตามเฉพาะแบรนด์สินค้า เพื่อไม่ให้พลาดแบรนด์โปรด หรือ อี แสตมป์ เป็นการรวบรวมร้านค้าแบรนด์ดัง ที่ให้สะสมแสตมป์ง่ายๆ ผ่านแอป

ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน WHATSALE มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน ประมาณ 300,000 คน หรือมียอดดาวน์โหลดเฉลี่ยเดือนละ 12,000 คน โดยแบ่งเป็นสัดส่วนผู้ใช้งาน เป็นหญิง 60% และชาย 40% ส่วนใหญ่จะมีอายุในช่วง 25-35 ปี โดยบริษัทได้ปรับดีไซน์จากทางแบรนด์หรือร้านค้า ปรับคอนเทนต์ของข้อมูลรายละเอียดต่างๆ และแบ่งการค้นหาเป็นหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการค้นหาและใช้งาน

นอกจากนี้ บริษัทบัซซี่บีส์ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาฟีเจอร์ให้ใช้งานที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว คำนึงถึงคุณภาพสินค้าที่ดีเหมาะสมกับราคา ความน่าเชื่อของแบรนด์ การให้บริการที่ดีทั้งในการรับประกันสินค้าหากพบว่าชำรุด การจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว ระบบการชำระเงินที่ปลอดภัยและมีหลากหลายช่องทางเพื่อความสะดวก.

 

กบง. คงราคาแอลพีจี เดือน เม.ย. ที่ 20.96 บาท/กก. ลดภาระกองทุนน้ำมันฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 13:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904466


กบง. มีมติคงราคาแอลพีจี เดือน เม.ย. ที่ 20.96 บาท/กก. ปรับลดเงินชดเชยกองทุนน้ำมันฯ ลง 2.9139 บาท/กก. จากเดิม 6.6336 บาท/กก. ระบุประมาณใช้ไฟสูงสุด 30 มี.ค. น้อยกว่าคาดการณ์ จากพายุฤดูร้อน ทำอุณหภูมิลดลง…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติคงราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เดือนเมษายน 2560 ไว้ที่ 20.96 บาท/กก. แม้สถานการณ์ราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก (CP) ในเดือนเมษายน จะปรับตัวลดลง แต่เพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และเตรียมการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซ LPG เต็มรูปแบบในอนาคตจึงยังให้คงราคาขายปลีกไว้ในระดับเดิม

ทั้งนี้ ปรับลดอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ลง 2.9139 บาท/กก. จากเดิมกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยที่ 6.6336 บาท/กก. เป็นชดเชยที่ 3.7197 บาท/กก. มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (4 เม.ย.) เป็นต้นไป ซึ่งผลจากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของก๊าซ LPG มีรายจ่ายลดลงจากเดือนก่อน ประมาณ 322 ล้านบาท จากเดิมมีรายจ่ายอยู่ที่ 444 ล้านบาท/เดือน ลดลงเหลือ 121 ล้านบาท/เดือน โดยฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 2 เมษายน 2560 อยู่ที่ 40,155 ล้านบาท แบ่งเป็น ในส่วนของบัญชีก๊าซ LPG อยู่ที่ 6,514 ล้านบาท และในส่วนของบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 33,641 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลก เดือนเมษายน 2560 ได้ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 80 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน มาอยู่ที่ระดับ 460 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนมีนาคม 2560 แข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อน 0.1217 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ 35.0676 บาท/เหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่นที่อ้างอิงราคานำเข้า (Import Parity) ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นก๊าซ LPG ปรับลดลง 2.9139 บาท/กก. จาก 20.5787 บาท/กก. เป็น 17.6648 บาท/กก.

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ได้รับทราบรายงานผลการจัดกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 จำนวน 3 เวที ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ และจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ มีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งสิ้น 3,485 คน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยสรุปภาพรวมพบว่า ส่วนใหญ่มีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาคใต้มีความจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่มเพื่อมารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น แต่สำหรับในประเด็นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกัน และยังต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าภาคใต้มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กบง. ยังได้รับทราบรายงานสรุปการดำเนินงานในช่วงที่มีการปิดซ่อมประจำปีของแหล่งจ่ายก๊าซฯ ยาดานา (Yadana) ฝั่งตะวันตก ประเทศเมียนมา โดย บมจ.ปตท. (PTT) ได้เปิดเผยว่า ตามแผนการปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ดังกล่าว ได้กำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 2 เมษายน 2560 เวลา 24.00 น. รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 9 วัน แต่เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2560 เวลา 08.46 น. พบว่า การซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ โดยผู้ผลิตแหล่งก๊าซฯ เมียนมาทุกแหล่ง สามารถดำเนินการจ่ายก๊าซฯ กลับเข้าสู่ระบบได้ตามปกติ ซึ่งเร็วกว่าแผนประมาณ 1 วัน

ขณะที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รายงานการคาดการณ์พลังงานไฟฟ้าไว้ที่ 603 GWh แต่เกิดขึ้นจริง 552.2 GWh ต่ำกว่าที่คาดการณ์ 50.8 GWh สืบเนื่องจากผลของพายุฤดูร้อนที่เกิดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2560 ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำให้อุณหภูมิลดลงมาอยู่ในระดับเฉลี่ย 33-34 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประมาณการการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ (Peak) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 28,250 เมกะวัตต์ มีค่าที่เกิดขึ้นจริงในระบบของ กฟผ. อยู่ที่ระดับ 26,220 เมกะวัตต์ น้อยกว่าคาดการณ์ไว้ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ และค่าที่เกิดขึ้นจริงในระบบของทั้ง 3 การไฟฟ้า อยู่ที่ระดับ 27,051 เมกะวัตต์.

 

ฟอร์ด แจง หลังผู้ใช้รวมตัวร้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 13:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904477


ฟอร์ด ชี้แจง ไม่ขอแสดงความเห็น หลังผู้ใช้รวมตัวร้องศาลแพ่ง รถไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอันตราย เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษ 24 ล้านบาท ปล่อยให้เป็นตามขั้นตอนกฎหมาย…

จากกรณีผู้ใช้รถฟอร์ด โฟกัส เฟียสต้า 10 ราย ตัดสินใจรวมกลุ่มยื่นฟ้องบริษัทฯ ต่อศาลแพ่ง ระบุจำหน่ายรถไร้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามคำโฆษณา ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอันตราย เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษกว่า 24 ล้านบาท พร้อมให้ซื้อรถคืนในราคาเดิม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ผู้บริโภครวมกลุ่มฟ้อง’ฟอร์ด’ รถไร้มาตรฐาน เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษ24ล.)

วันที่ 4 เมษายน ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ออกหนังสือชี้แจง ระบุว่า ฟอร์ด ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดําเนินคดีแบบกลุ่ม หรือการดําเนินคดีใดๆ ที่อยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล โดยจะให้การดําเนินคดีดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ฟอร์ด ได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  (สคบ.) สําหรับกระบวนการการดูแลลูกค้า เพื่อหาข้อยุติกับลูกค้าแต่ละราย ซึ่งกระบวนการการดูแลลูกค้าดังกล่าว จะพิจารณาจากปัญหาและข้อมูลในการเข้ารับบริการของลูกค้าแต่ละราย เพื่อแก้ปัญหาของลูกค้าอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด ฟอร์ดมีความมุ่งมั่นที่จะจำหน่ายรถยนต์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า ในขณะเดียวกัน เราก็จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ได้โดยเร็วที่สุด.

 

แบงก์ชาติ สำรองเงินสดช่วงสงกรานต์ คาดเบิกจ่าย 3 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 12:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904472


แบงก์ชาติ คาดธนาคารพาณิชย์เบิกจ่ายธนบัตร รองรับช่วงสงกรานต์ 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3% ขณะที่แบงก์กรุงเทพ สำรองเงินสด 3.6 หมื่นล้าน เพิ่มความถี่เติมเงินเครื่องเอทีเอ็มจุดท่องเที่ยว…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการเบิกจ่ายธนบัตรสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2560 ว่า ในช่วงกลางเดือน เม.ย.60 ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมีความต้องการใช้ธนบัตรของประชาชนอยู่ในเกณฑ์สูงกว่าปกตินั้น ธปท.ประมาณการว่าธนาคารพาณิชย์จะมีการเบิกจ่ายธนบัตรจาก ธปท. ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เป็นมูลค่าสุทธิประมาณ 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.0% ทั้งนี้ ธปท.ได้เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการไว้อย่างเพียงพอ

รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. ทางธนาคารได้มีการสำรองเงินสดไว้ให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มเติมจากภาวะปกติ โดยรวมทั้งสิ้นประมาณ 36,000 ล้านบาท ผ่านช่องทางบริการเอทีเอ็มที่มีกว่า 9,500 จุดทั่วประเทศ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถใช้บริการของทางธนาคารผ่านสาขาไมโคร ภายในห้างสรรพสินค้า กว่า 330 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการปกติในช่วงดังกล่าว ทั้งนี้ธนาคารจะเปิดทำการปกติตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ทางธนาคารยังได้เตรียมความพร้อมสำหรับดำเนินการเพิ่มความถี่ในการเติมเงินยังเครื่องเอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในจุดท่องเที่ยวทั่วประเทศเป็นกรณีพิเศษ เพราะฉะนั้นลูกค้าของธนาคารจึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเบิกถอนเงินสดมาใช้จ่ายในช่วงเทศกาลดังกล่าวได้อย่างสบายใจ.

 

ฟอร์ด ดึง “ทริสตอง โด” แบ็กขวาทีมชาติไทย เป็นพรีเซ็นเตอร์เสริมความแรงให้กับฟอร์ด โฟกัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 4 เม.ย. 2560 11:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904320


ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว “ทริสตอง โด” แบ็กขวาทีมชาติไทย ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของฟอร์ด โฟกัส ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38


http://www.thairath.co.th/clip/115807

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 30 มีนาคม 2560 – ฟอร์ด ประเทศไทย บุกตลาดรถซี-คาร์ เสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของฟอร์ด โฟกัส พร้อมตอกย้ำเรื่องความเร็ว แรง และสมรรถนะอันทรงพลัง เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัว “ทริสตอง โด” แบ็กขวาหน้าหล่อลูกครึ่งฝรั่งเศส แต่เลือดไทยเต็มร้อย ดีกรีนักเตะดาวรุ่งทัพช้างศึก ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของฟอร์ด โฟกัส ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38

“จากการศึกษาสำรวจความต้องการของผู้บริโภคของฟอร์ด ประเทศไทย พบว่า ในกลุ่มผู้ขับขี่ฟอร์ด โฟกัส นอกจากจะชื่นชอบความเร็วและสมรรถนะอันทรงพลัง ยังชื่นชอบการเล่นกีฬาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะฟุตบอล” นายศรุต อิงคะวัต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ดจึงได้เฟ้นหานักเตะขวัญใจชาวไทยและบุคคลที่ตอบโจทย์ของฟอร์ดมากที่สุด คือ ทริสตอง โด เพราะเป็นคนรุ่นใหม่มากความสามารถ มีคาแรกเตอร์และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดภาพลักษณ์ของความเร็ว แรง และความสนุกไม่เหมือนใครของฟอร์ด โฟกัส ทั้งยังสะท้อนถึงตัวตนของผู้ใช้ฟอร์ด โฟกัส ภายใต้แคมเปญใหม่ ‘Stay in Focus เพราะความสำเร็จในชีวิต อยู่ที่เราเลือกโฟกัส’ โดยจะเป็นการเล่าถึงเรื่องราวการโฟกัสที่เป้าหมายทั้งการใช้ชีวิตและการทำตามความฝัน เพื่อที่จะไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ของนักฟุตบอลทีมชาติไทย

ล่าสุด ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เผยโฉม ฟอร์ด โฟกัส เทรนด์ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ให้แก่ผู้ชื่นชอบขุมพลังความเร็วและความแรงอีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงความโฉบเฉี่ยว มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว ด้วยเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 ลูกสูบ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 240 นิวตันเมตร โดยฟอร์ดมอบราคาสุดคุ้มค่าเพียง 919,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งแก่ลูกค้าภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38

“ฟอร์ด โฟกัส เป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของสมรรถนะความแรงที่ทรงพลัง ช่วยให้มั่นใจเวลาขับขี่ในทุกเส้นทาง แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันและสามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 บวกกับดีไซน์ที่ดูสปอร์ต ปราดเปรียว สามารถตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผมได้อย่างชัดเจน” นายทริสตอง โด แบ็กขวาทีมชาติไทยและพรีเซ็นเตอร์ ฟอร์ด โฟกัส กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับฟอร์ด ประเทศไทย ในเรื่องของสินค้า ฟอร์ดขึ้นชื่อมานานเรื่องความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีล้ำสมัย ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัย ซึ่งหลังจากที่ได้ขับฟอร์ด โฟกัส ผมกล้ายืนยันว่ารถของฟอร์ดเป็นรถที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจริงๆ”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสขุมพลังความแรงของฟอร์ด โฟกัส และกองทัพรถฟอร์ดที่จัดแสดงอย่างครบครันได้ที่บูธฟอร์ด ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2560 เพื่อรับข้อเสนอพิเศษมากมาย หรือสามารถติดต่อได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ

# # #

ข้อมูลเกี่ยวกับฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์และการสัญจร ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองเดียร์บอร์น มลรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพนักงานรวมประมาณ 201,000 คน และมีโรงงาน 62 แห่งทั่วโลก โดยธุรกิจหลักของบริษัท ได้แก่ การออกแบบ ผลิต ทำการตลาด และบริการหลังการขาย สำหรับรถยนต์ รถกระบะ รถเอสยูวี ในแบรนด์ฟอร์ด และแบรนด์ลินคอล์น ซึ่งเป็นแบรนด์ในตลาดรถหรู  ฟอร์ดมีความมุ่งมั่นในการค้นหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อขยายโมเดลทางธุรกิจด้วยการลงทุนในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และแผนการสัญจรอัจฉริยะ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังให้บริการด้านการเงินผ่านบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ เครดิต หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟอร์ดในด้านผลิตภัณฑ์หรือการบริการ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.corporate.ford.com